สวนที่ 3                                                         Chapter 9      System Analysis                          ...
Topics                                                                         แนะนําแผนภาพแสดงความสัมพันธ               ...
สัญลักษณที่ใชใน E-R Diagram                                                 สัญลักษณที่ใชใน E-R Diagram ตัวอยาง E-R D...
องคประกอบของ E-R Diagram                                              องคประกอบของ E-R Diagram       Entities           ...
องคประกอบของ E-R Diagram                                                            องคประกอบของ E-R Diagram       Attri...
องคประกอบของ E-R Diagram                                                          องคประกอบของ E-R Diagram        Attrib...
องคประกอบของ E-R Diagram                                                     องคประกอบของ E-R Diagram       ความสัมพันธ...
องคประกอบของ E-R Diagram                                                            องคประกอบของ E-R Diagram  1. Unary R...
องคประกอบของ E-R Diagram                                                         องคประกอบของ E-R Diagram       Cardinal...
องคประกอบของ E-R Diagram                                                              องคประกอบของ E-R Diagram          ...
องคประกอบของ E-R Diagram                                                         องคประกอบของ E-R Diagram ใชวิธี Aggreg...
วิธีการสราง E-R Diagram                                                 วิธีการสราง E-R Diagram 2. สราง Relationship ระ...
วิธีการสราง E-R Diagram                                                      วิธีการสราง E-R Diagram 3. กําหนดเงือนไขของ...
Reference Book and Text Book ตําราอางอิง       คัมภีรการวิเคราะหและออกแบบระบบ กิตติ ภักดีวฒนกุล และ                    ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Chapter009

1,380 views

Published on

Published in: Sports, Technology
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,380
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
24
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Chapter009

  1. 1. สวนที่ 3 Chapter 9 System Analysis Data Modeling การวิเคราะหระบบ แบบจําลองขอมูลSystem Development Life Cycle : SDLC Learning Objectives กิจกรรมในขั้นตอนนี้ไดแก 1. การกําหนดความตองการของระบบ อธิบายความหมายโดยยอของคําหลัก ๆ ที่ใชในตัวแบบขอมูล 2. การวิเคราะหความตองการของระบบใหม (Data Modeling) 2.1 แบบจําลองขันตอนการทํางานของ ้ ระบบ 2.2 คําอธิบายขันตอนการทํางาน ้ สามารถวาดแผนภาพความสัมพันธระหวางเอนทิตี (E-R 2.3 แบบจําลองขอมูล Diagram) อธิบายบทบาทของตัวแบบขอมูลเชิงมโนภาพ (Conceptual Data Modeling) ในการวิเคราะหและออกแบบระบบขอมูล สารสนเทศโดยทัวไปได ่9.2 9.3
  2. 2. Topics แนะนําแผนภาพแสดงความสัมพันธ ระหวางขอมูล แนะนําแผนภาพแสดงความสัมพันธระหวางขอมูล สัญลักษณที่ใชใน E-R Diagram แบบจําลองขอมูล (Data Model) หมายถึง แบบจําลองทีแสดงให ่ เห็นขอมูลและ ความสัมพันธระหวางขอมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมดในระบบ องคประกอบของ E-R Diagram โดยใช “แผนภาพแสดงความสัมพันธระหวาง ขอมูล (Entity Relationship Diagram: E-R Diagram)” วิธีการสราง E-R Diagram9.4 9.5สัญลักษณที่ใชใน E-R Diagram สัญลักษณที่ใชใน E-R Diagram Chen Model Crow’s Foot Model ความหมาย Chen Model Crow’s Foot Model ความหมาย Attribute ใชแสดง Attribute ของ Entity Name ใชแสดง Entity Entity Entity Name Attribute 1 Attribute 2 ….. Relationship Line เสนเชื่อม ใชแสดงคียหลัก (Identifier)  Entity Name ความสัมพันธระหวาง Entity Identifier Identifier Attribute 1 ….. Relationship ใชแสดงความสัมพันธ ระหวาง Entity สําหรับ Crow’s Foot Associative Entity Entity Model ใชตัวอักษรเขียนแสดง name - ความสัมพันธ Weak Entity9.6 9.7
  3. 3. สัญลักษณที่ใชใน E-R Diagram สัญลักษณที่ใชใน E-R Diagram ตัวอยาง E-R Diagram ของรูปแบบ Chen Model ตัวอยาง E-R Diagram ของรูปแบบ Crow’s Foot Model POS_NO POS_DES EMP_NAME EMP_SEX EMPLOYEE POSITION EMP_ID WORK_AS POS_NO M 1 EMP_NAME POS_DES EMPLOYEE WORK_ POSITION EMP_SEX AS EMP_ID9.8 9.9องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Entities คือ คน สถานที่ วัตถุ เหตุการณ หรือแนวความคิดที่แวดลอมผูใชระบบที่ Entities ตองการพัฒนา Properties Relationships หมวดบุคคล (Person): EMPLOYEE,STUDENT,PATIENT,CUSTOMER, DEPARTMENT,DIVISION หมวดสถานที่ (Place): REGION,COUNTRY,BRANCH,BUILDING,ROOM, CAMPUS หมวดเหตุการณ (Event): SALE,REGISTRATION,RENEWAL,ORDER,INVOICE, FLIGHT,CANCELLATION สิ่งของ (Object): PRODUCT, BOOK , RAW MATERIAL, BUILDING หมวดของแนวคิด (Concept) : COURSE,SUBJECT,EXPENSE9.10 9.11
  4. 4. องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Entities Entities E-R Diagram สามารถจําแนก Entity ได 2 ประเภท ดังนี้ 2. Weak Entity คือ Entity ทีตองขึ้นอยูกับ Entity อืน ไมมี Property ที่เปน ่ ่ 1. Regular Entity เอกลักษณในการจําแนกความแตกตางระหวางสมาชิก จึง หรือบางครั้งเรียกวา Strong Entity เปน Entity ทีประกอบดวย ่ ตองการศัยเอกลักษณหรือ Property จาก Entity อืนเปน ่ สมาชิกที่มคุณสมบัติ ซึ่งบงบอกถึงเอกลักษณของแตละสมาชิกนัน ี ้ สวนประกอบในการจําแนกความแตกตางดังกลาว ได เชน Entity ประชากร (POPULATION) สําหรับสัญลักษณที่ใช แทน Entity ประเภทนี้ คือรูปเหลียมผืนผา โดยมีชื่อของ Entity นัน ่ ้ อยูภายใน Order_Detail POPULATION9.12 9.13องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Properties Attributes Properties (Attributes/Element/Field) หมายถึงคุณสมบัติ 1. Simple Attribute คือ Attribute ที่คาภายใน Attribute นั้นไมสามารถ แบงยอยไดอีก เชน เพศ, เงินเดือน, อายุ, จังหวัด เปนตน SexSalaryName หรือลักษณะที่ใชอธิบายรายละเอียดของ Entity หรือ Relationship สําหรับสัญลักษณที่ใชแทน Attribute ประเภทนี้ ไดแก วงรีที่มีเสนเชื่อมตอไปยัง ที่สนใจ Entity ที่เปนเจาของ Attribute นั้น โดยมีชื่อของ Attribute นั้นอยูภายใน เชน Attribute “EmpID”,”NAME”,”SEX” และ “SALARY” ของ Entity “EMPLOYEE” Name Sex Salary Attribute Name EmpID EMPLOYEE9.14 9.15
  5. 5. องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Attributes Attributes 2. Composite Attribute คือ Attribute ที่คาภายใน Attribute นั้น สามารถ 3. Identifier หรือ Key คือ Attribute หรือกลุมของ Attribute ที่มีคาในแต แยกเปน Attribute ยอยไดอก ซึ่งมีลักษณะตรงขามกับ Simple Attribute ี ละ Attribute ของ Entity ไมซ้ํากันเลย ซึ่งถูกนํามาใชกําหนดความเปนเอกลักษณ ตัวอยางที่ 1 Attribute “ชือ” ที่สามารถแบงยอยออกเปน “คํานําหนาชื่อ”, “ชือ” ่ ่ ใหกับแตละ Attribute ใน Entity ตัวอยาง Attribute “EmpID” ของ Entity “Employee” ที่ใชแทนรหัสประจําตัวพนักงาน Identifier/Key สามารถจําแนกได และ “นามสกุล” 3 ประเภทดังนี้ FNAME Composite 1. Candidates Keys Attribute NAME Sex 2. Primary Key SNAME 3. Foreign Key Salar EMPLOYEE y Emp_ID9.16 9.17องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram 1. Candidate Keys คือ Attribute ใดๆ หรือ Attribute ที่รวมกันแลวทําใหคา Primary Key ของ Attribute ของ Entity นั้นไมซ้ํากันเลย 2. Primary Key คือ Candidate Key ที่ถูกเลือกใหเปน Key หลักที่มีคาของ Candidate Key Foreign Key Emp_Name Position_Des สมาชิกใน Attribute ไมซ้ํากันเลย การที่เลือก Key ที่มีคาไมซํ้ากันเลยมา Position_No c เปน Primary Key เพื่อจะให Primary Key นี้สามารถไประบุคาในอีก Position_No Emp_Lastna Attribute อื่นเพื่อประโยชนในการคนหาขอมูลไดโดยไมเกิดขอมูลซ้ําซอนกัน me EMPLOYEE 3. Foreign Key คือ Primary Key ของ Entity หนึ่งที่สามารถระบุคาสมาชิกของ Primary Key WORK_ POSITION AS อีก Entity หนึ่งที่มีความสัมพันธกันได Emp_ID9.18 9.19
  6. 6. องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Attributes 4. Single-Valued Attribute คือ Attribute ที่มีคาของขอมูลภายใต Attribute ใด Attribute หนึ่งเพียงคาเดียวเชน Attribute “Salary” ซึ่งที่ใชเก็บ เงินเดือนของพนักงานและพนักงานแตละคนจะมีเงินเดือนเพียงคาเดียว Emp_Sex Emp_Salary Emp_Name 5. Muti-Valued Attribute คือ Attribute ที่มีคาของขอมูลไดหลายคา ภายใตคาของ Attribute ใด Attribute หนึ่งเชน Attribute “DEGREE” ที่ใชระบุ ระดับการศึกษาของพนักงานแตละคน ซึ่งพนักงานแตละคน จะมีระดับการศึกษาได EMPLOYEE Emp_ID Emp_Degree หลายระดับ สําหรับสัญลักษณที่ใชแทน Attribute ประเภทนี้ จะใชเสน 2 เสน เชื่อมระหวางรูปภาพของ Attribute กับ Entity9.20 9.21องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Attributes Relationship 6. Derived Attribute คือ Attribute ที่คาของขอมูลไดมาจากการนําเอาคา Relationship คือ ความสัมพันธระหวาง Entity 2 Entity ที่มีการเชื่อมโยงของ Attribute อื่นมาทําการคํานวณ ซึ่งคาของ Attribute ประเภทนี้จะตอง ขอมูลซึ่งกันและกันเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงคาของ Attribute ที่ถูกนําคามาคํานวณเชน Attriute “TOT_SAL” ของ Entity “Employee” ที่ใชเก็บเงินเดือนทั้งหมด สัญลักษณจะใชรูปสี่เหลี่ยมขาวหลามตัดที่มีชื่อของRelationship นั้นอยูของพนักงานแตละคนของพนักงานแตละคนเพื่อนําไปคํานวณภาษี ซึ่งไดมาจาก ภายในสัญลักษณจะตองเชือมระหวาง Entity เสมอ ่ผลรวมของคาใน Attribute “INCOME” ของ Entity ประเภทของ Relationship สามารถจําแนกได 3 ประการดังนี้ Emp_Sex Emp_Salary Emp_Name 1. One-to-One Relationship 2. One-to-Many Relationship 3. Many-to-Many Relationship Emp_ID EMPLOYEE Emp_Degree Emp_TOT_SAL9.22 9.23
  7. 7. องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram ความสัมพันธระหวาง Entity (Relationship) ความสัมพันธระหวาง Entity (Relationship) 1. One-to-One Relationship : เปนRelationship ที่แตละ Participant 2. One-to-Many Relationship : เปน Relationship ที่แตละ Participant ของ Entityหนึ่งจะมีความสัมพันธกับอีก Participant ของอีก Entity หนึ่งเพียง ของ Entity หนึ่งมีความสัมพันธกับ Participant ของอีก Entity หนึ่ง Participant เดียวเชน กรณีลูกคาสามารถมีบัญชีเงินฝากไดเพียงบัญชีเดียว และ มากกวา 1Participant เชน กรณีลูกคาสามารถมีบัญชีเงินฝากไดมากกวา 1 บัญชี แตละบัญชีเงินฝากจะมีเจาของบัญชีไดเพียงคนเดียว ดังรูป และแตละบัญชีเงินฝากจะตองมีเจาของบัญชีเพียงคนเดียว ดังรูป 1 Belong_to 1 ACCOUNT 1 Belong_to M ACCOUNT CUSTOMER CUSTOMER9.24 9.25องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram ความสัมพันธระหวาง Entity (Relationship) ระดับความสัมพันธระหวาง Entity(Degree of Relationship) 3. Many-to-Many Relationship : เปน Relationship ที่ Participant Entity คือสิ่งที่สนใจในระบบ ซึ่งอาจจะเปนขอมูล สิ่งของ แผนก หรือ มากกวา 1 Participant ของ Entity หนึ่ง มีความสัมพันธกบ Participant ของอีก ั สถานที่ ซึ่งจะตองมีความสัมพันธกับอีก Entity หนึ่งเพื่อใหระบบเกิดการ Entity หนึ่งมากกวา 1 Participant เชน กรณีลูกคาสามารถมีบัญชีเงินฝากได ทํางานเปนตามขั้นตอน ดังนั้นจึงตองมีสิ่งที่ใชวัดความเขมขนของความสัมพันธ มากกวา 1 บัญชี และแตละบัญชีเงินฝากสามารถมีเจาของบัญชีไดมากกวา 1 คน ระหวาง Entity วามีความสัมพันธกันลักษณะอยางไรหรือมีความสัมพันธที่ซับซอน เพียงใด ซึ่งการวัดจํานวน Entity ที่มีความสัมพันธกนนั่นเอง ที่เรียกวา Degree of a ั Relationship คือ ขนาดของความสัมพันธระหวาง Entity สามารถจําแนกไดเปน 3 ประเภท M Belong_to M ACCOUNT CUSTOMER Unary Relationship/Recursive Relationship Binary Relationship Ternary Relationship9.26 9.27
  8. 8. องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram 1. Unary Relationship/Recursive 2. Binary Relationship : คือ Relationship ที่เกิดขึ้นระหวาง 2 Entity กรณีเชนนี้ Relationship : เปนความสัมพันธที่เกิดขึ้นระหวางสมาชิกภายใน Entity ของ เรียกไดวามี Degree ของความสัมพันธเทากับ 2 เนื่องจากเปนความสัมพันธระหวาง ตัวเองซึ่งเกิดในกรณีท่ี Attribute ของ Entity นั้น สามารถสรางความสัมพันธกับ Entity 2 จํานวน อีก Attribute หนึ่งภายใน Entity เดียวกัน ตัวอยาง ความสัมพันธแบบ One-to-One Relationship ซึ่งพนักงานหนึ่งคนจะ สามารถมีที่จอดรถ (Parking Place) ได 1 ที่เทานั้นและที่จอดรถ 1 ที่เปนของ ตัวอยาง ความสัมพันธเปนแบบ One-to-Many ซึ่งจะเห็นไดวา Employee หนึ่ง คนสามารถจะบริหารงาน Employee คนอื่นๆได เชนหัวหนางาน ดังรูป พนักงานหนึ่งคนดังรูป M EMPLOYEE 1 IS ASSIGNED 1 PARKING PLASCE Employee Manage 19.28 9.29องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagramตัวอยาง แบบ One-to-Many ในหนึ่งสายผลิตภัณฑ (Product Line) จะประกอบ 3.Ternary Relationship : คือ Relationship ที่เกิดขึนระหวาง Entity มากกวา 2 Entity ้ ขึนไป ้ไปดวย (Contains) สินคาไดตั้งแต 1 ผลิตภัณฑ (Product) ขึ้นไป และสินคาตั้งแต ตัวอยาง Entity ความสัมพันธกัน 3 Entity ดวยกันไดแก PART,VENDOR และ1 ผลิตภัณฑขึ้นไปจะตองอยูในสายการผลิตเพียง 1 สายเทานั้น ดังรูป WAREHOUSE ซึ่งมีความสัมพันธในสวนของการสงสินคา ผูจัดจําหนาย (VENDOR) สามารถสงชินสวนสินคา (PART) ไดตั้งแต 1 ชินสวนขึนไป เพื่อไป เก็บไวในคลังสินคา ้ ้ ้ PRODUCT LINE 1 CONTAINS M PRODUCT (WAREHOUSE) ไดตั้งแต 1 คลังสินคาขึ้นไป ดังรูป PART ตัวอยาง แบบ Many-to-Many คือ นักศึกษา (Student) ตังแต 1 คนขึนไป ้ ้ สามารถลงทะเบียน (Register for) เรียนในรายวิชา (Course) ไดตั้งแต 1 รายวิชา M ขึ้นไป และในรายวิชาตั้งแต 1 รายวิชาขึ้นไปนี้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนไดมากกวา 1 คน ดังรูปดานลาง VENDOR M SHIPS M WAREHOUSE STUDENT M REGISTERS FOR M COURSE QUANTITY9.30 9.31
  9. 9. องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Cardinalities ใน Relationship Associative Entities Cardinality หมายถึง จํานวนสมาชิกที่เปนไปไดใน Entity หนึงที่มี ่ Associative Entity หมายถึง Relationship ที่มี Attribute เกิดขึ้นใหม โดยที่ ความสัมพันธกับสมาชิกของอีก Entity หนึงตัวอยาง หากมี Entity “ภาพยนตร ่ Attribute นั้นเกิดจากความสัมพันธระหวาง Entity ตั้งแต 2 Entity ขึ้นไป ใน สัญลักษณสี่เหลี่ยมขาวหลามตัดที่ลอมรอบดวยสี่เหลี่ยมผืนผา (MOVIE)” และ”มวนวิดีโอ(VIDEO TAPE)” ซึ่งมีความสัมพันธกนคือ ภาพยนตรจะถูก ั บันทึกไวในมวนวิดีโอ(SAVE AS) โดยมีเงื่อนไขคือ ภาพยนตรหนึงเรื่องสามารถบันทึก ่ ตัวอยาง ความสัมพันธระหวาง Employee และ Course กลาวคือ Employee 1 คน ไวในมวนวิดีโอไดอยางนอยที่สุด 1 มวน สวนมวนวิดีโอ 1 มวน สามารถบันทึก สามารถสําเร็จหลักสูตรฝกอบรมไดหลาย Course และ Course 1 Course จะมี ภาพยนตรไดสูงสุด 1 เรื่องหรือไมบันทึกเลยได แสดงไดดังรูปแสดงแบบ One-to- Employee เขาฝกไดหลายคน (จะไมมีพนักงานสําเร็จหลักสูตรไดและ หลักสูตรจะ Many ไมมีพนักงานเขาอบรมเลยได) ดังนั้น Attribute “DATE_COMPLETE” จะสามารถ บอกใหทราบไดวา “EMPLOYEE” คนใดสําเร็จหลักสูตร (Course) ใด และสําเร็จ MOVIE 1 SAVE AS M VIDEO TAPE เทาใด ดังนั้นเพื่อให E-R Diagram สมบูรณคือสามารถมองเห็น Entity ที่แอบแฝง มากับ Relationship ได จึงทําการแปลง Relationship นั้นใหเปน Relationship ที่ เรียกวา Associative Entity ดังรูป แสดงแบบกําหนดจํานวนสมาชิกของทั้งสอง Entity MOVIE (1,n) SAVE AS (0,1) VIDEO TAPE9.32 9.33องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Generalization Hierachy Generalization Hierarchy เปนการแสดงถึงการจัดลําดับของ Entity ที่มี DATE_COMPLETED ความสัมพันธกันหรือ Relationship ที่มีความสัมพันธกันไดถูกนํามาใชกับ E-R Diagram เพือแสดงถึง Entity หรือ Relationship ซึ่งมีสมาชิกที่สามารถแยก ่ ออกเปนกลุมยอยๆ ภายใต Entity หรือ Relationship นั้น ดังนั้น Entity หรือ Relation นี้จึงเรียกวา “Supertype Entity” ตัวอยาง Entity “EMPLOYEE” ที่มี Attribute “EMP_ID”, “SEX” และ MILITARY_STATUS” ดังรูป EMPLOYEE (M) (M) COURSE CERTIFICA TE9.34 9.35
  10. 10. องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram ตัวอยาง Generalization Hierarchy สามารถใชกับ Relationship ได MILITARY_ST Relationship “IS_A_HOLIDAY” ที่สามารถแยกออกเปน 2 Relationship ยอย คือ EMP_ID SEX ATUS Relationship “OFFICIAL_HOLIDAY” ซึ่งเปนวันหยุดประจําป และ “PROPER_HOLIDAY” ซึ่งเปนวันหยุดเฉพาะของบริษัท แสดงดังรูป EMPLOYEE SuperType MONTH EMP_ID SEX Supertype MALE FEMALE DAY YEAR IS_A_HOLIDAY EMP_ID SEX MILITARY_ST ATUS Subtype OFFICIAL_HOLIDA PROPER_HOLIDAY Y9.36 9.37 Subtypeองคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram Aggregation JOB Aggreation คือ การทําให Relationship และEntity ที่ทําใหเกิด Relationship นั้นอยูในภาวะรวมกลุมกันเสมือนเปนอีก Entity หนึงเพื่อใหสามารถ ่ นําไปใชสรางความสัมพันธกับ Entity อื่นไดตัวอยาง Entity “Employee” “JOB” EMPLOYEE BRANCH และ “BRANCH” ซึ่งเปน Ternary Relationship มีความสัมพันธกันคือ พนักงาน Work_ON (Employee) ทํางาน (Work_on) ที่ไดรับมอบหมายงาน (Job) ในแตละสาขา (Branch) ของสํานักงานดังรูป Manage JOB EMPLOYEE BRANCH Work_ON Manager9.38 9.39
  11. 11. องคประกอบของ E-R Diagram องคประกอบของ E-R Diagram ใชวิธี Aggregation เพื่อทําใหเขียน E-R Diagram ไดงายขึ้นมีหลักเกณฑดังนี้ 1. ใหสมมติ Relationship ที่เกิดจากกลุม Entity นั้นเปนเสมือน Entity 1 Entity JOB โดยการวาดกรอบสี่เหลี่ยมลอมรอบ Relationship และกลุม Entity เขาไวดวยกัน 2. ลากเสนตรงเชื่อมความสัมพันธระหวาง Relationship ที่ Aggregation แลวกับ Relationship ที่เกิดจากความสัมพันธของอีก Entity หนึ่ง 3. กลุม Entity และ Relationship ที่ถูกรวมเขาไวดวยกันมีคาเทากับ 1 Entity EMPLOYEE BRANCH Work_ON ดังนั้น ความสัมพันธที่ใชวิธี Aggregation แลวสามารถอานไดดังนี้ 1. พนักงานทํางานที่ไดรับมอบหมายตามสาขาที่กําหนดไว 2. การทํางานที่ไดรับมอบหมายของพนักงานในแตละสาขาถูกบริหารจัดการโดย ผูจัดการ Manage Manager9.40 9.41วิธีการสราง E-R Diagram วิธีการสราง E-R Diagram วิธีสราง E-R Diagram มีขั้นตอนดังตอไปนี้ 1. กําหนด Entity ทั้งหมดในระบบ ไดดังนี้ 1. กําหนด Entity ทั้งหมดของระบบ 1.1. คณะ (Faculty) 2. สราง Relationship ระหวาง Entity 1.2. รายวิชา (Course) 3. กําหนดเงื่อนไข (Contraints) ของความสัมพันธระหวาง Entity ตางๆ 1.3. อาจารย (Teacher) 4. กําหนด Attribute ใหกับแตละ Entity พรอมทั้งกําหนด Primary Key 1.4. นักเรียน (Student) 1.5. หองเรียน (Room) ตัวอยาง การเก็บรวบรวมขอมูลสมมติของมหาวิทยาลัยแหงหนึ่ง เปดสอน หลักสูตรปริญญาตรีหลายคณะแตละคณะเปดสอนหลายรายวิชา ซึ่งทําการสอน โดยอาจารยที่มีคณภาพ แตละรายวิชาจะสามารถเปดสอนไดตอเมื่อมีนักศึกษามา ุ ลงทะเบียนในรายวิชานั้นอยางนอย 20 คน อาจารย 1 ทานสามารถสอนไดหลาย Faculty Course Student Teacher วิชา และหองเรียนแตละหองสามารถใชสอนวิชาตางๆ ไดหลายวิชา จากขอมูลนี้ Room สามารถสราง E-R Diagram9.42 9.43
  12. 12. วิธีการสราง E-R Diagram วิธีการสราง E-R Diagram 2. สราง Relationship ระหวาง Entityไดดังตอไปนี้ 2.2 แตละรายวิชา (Course) จะตองมีอาจารย (Teacher) เปนผูทําการสอน 2.1 ทางคณะ (Faculty) จะตองเสนอเรื่อง (Offer) เพื่อขอเปดวิชาเรียน (Teach) (Course) Faculty Faculty OFFER OFFER Course TEACH Teacher Course9.44 9.45วิธีการสราง E-R Diagram วิธีการสราง E-R Diagram 2.3 หองเรียน (Room) เปด (Open) ทําการเรียนการสอนทุกรายวิชา (Course) 2.4 รายวิชาใดๆ (Course) จะสามารถเปดสอนไดตองมี (Have) นักเรียน  (Student) ลงทะเบียนเรียนอยางนอย 20 คน Faculty Faculty OFFER OFFER Room OPEN Course TEACH Teacher Room Course TEACH Teacher OPEN HAVE Student9.46 9.47
  13. 13. วิธีการสราง E-R Diagram วิธีการสราง E-R Diagram 3. กําหนดเงือนไขของความสัมพันธระหวาง Entity สามารถกําหนดไดดังนี้ ่ 3.1 แตละคณะสามารถเสนออธิบดีเพื่อขอเปดสอนไดหลายรายวิชา แตรายวิชา Faculty 1 รายวิชา จะตองอยูในคณะเดียวเทานั้น กลาวคือ ชื่อรายวิชาจะซ้ํากับคณะอืน ่ 1 ไมได OFFER 3.2 อาจารย 1 ทาน สามารถสอนไดหลายวิชา และ 1 รายวิชาสามารถมี อาจารยสอนไดหลายทานเชนกัน M 3.3 หองเรียน 1 หองสามารถเปดทําการเรียนการสอนไดหลายรายวิชา และ 1 M M Course M M Teacher Room OPEN TEACH รายวิชาสามารถใชหองเรียนหลายหองเพื่อทําการเรียนการสอนไดเชนเดียวกัน M 3.4 รายวิชา 1 รายวิชาจะสามารถเปดได จะตองมีนักเรียนลงทะเบียนอยางนอย 20 คน และนักเรียน 1 คนสามารถมีวิชาเรียนไดหลายวิชา แสดงไดดังรูป HAVE M Student9.48 9.49วิธีการสราง E-R Diagram วิธีการสราง E-R Diagram 4. กําหนด Attribute และ Primary Key ใหกับแตละ Entity ดังตอไปนี้ FAC_ID FAC_NAME Faculty (FAC_ID,FAC_NAME) โดยที่ FAC_ID เปน Primary Key Faculty Course (Course_ID,Course_Name)โดยที่ Course_ID เปน Primary Key Teacher(Teacher_ID, Teacher_Name)โดยที่ Teacher_ID เปน Primary Key 1 Course_Name Student(STD_ID,STD_SEX,STD_NAME)โดยที่ STD_ID เปน Primary Key Room_No Course_ID OFFER Teacher_ID Room(Room_No) โดยที่ Room_No เปน Primary Key M แสดงไดดังรูป N M Course M TEACH N Teacher Room OPEN M HAVE Teacher_Name N Student STD_ID STD_NAME STD_SEX9.50 9.51
  14. 14. Reference Book and Text Book ตําราอางอิง คัมภีรการวิเคราะหและออกแบบระบบ กิตติ ภักดีวฒนกุล และ  ั Q&A พนิดา พานิชกุล Modern Systems Analysis & Design : Jeffrey A. Hoffer, Joey F.George, Joseph S. Valacich9.52 9.53

×