Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Chapter005

631 views

Published on

Published in: Technology, Business
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Chapter005

  1. 1. Learning Objectives อธิบายขั้นตอนการเริมตนและวางแผนโครงการพัฒนาระบบได ่ แจกแจงรายการและอธิบายวิธีการตางๆ ที่ใชประเมินความเปนได Chapter 5 ของโครงการพัฒนาระบบได อธิบายกฏเกณฑโดยทั่วไปที่ใชในการประเมินความเสี่ยงดาน เทคนิคที่เกี่ยวกับโครงการพัฒนาระบบได Project Initiating and Selection การเริ่มตนและวางแผนโครงการ 5.2System Development Life Cycle : SDLC Topics การเริมตนโครงการ (Project Initiation) ่ กิจกรรมในขั้นตอนนี้ไดแก การเสนอแนวทางเลือกในการนําระบบใหมมาใช 1. การเริมตนโครงการ ่ 2. การเสนอแนวทางในการ การวางแผนโครงการ (Project Planning) นําระบบมาใช การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ 3. การวางแผนโครงการ การประเมินความเสี่ยงของโครงการ การจัดทําโครงการระบบสารสนเทศ5.3 5.4
  2. 2. การเริมตนโครงการ (Project Initiation) ่ การเริมตนโครงการ (Project Initiation) ่การเริ่มตนจัดทําโครงการเปนกิจกรรมแรกทีผูจดการหรือผูบริหาร ่ ั  จัดทํากระบวนการบริหารโครงการ กําหนดกระบวนการในการบริหารโครงการจะตองกําหนดทิศทางของโครงการ โดยขึ้นอยูกับขนาด  โครงการ และมาตรฐานทีใชในการควบคุมการดําเนินการของ ่ขอบเขต และความซับซอนของโครงการนัน กิจกรรมในการเริ่มตน ้ โครงการนัน โดยมาตรฐานนันจะขึ้นอยูกับผูบริหารของแตละองคกร ้ ้ จัดทําโครงการมีดังนี้ ทีไดรบการแตงตั้งใหเปนผูจัดการโครงการ ่ ั  จัดตั้งทีมงานจัดทําโครงการ เพื่อดําเนินการโครงการพัฒนาระบบ จัดทําสมุดงานของโครงการ (Project Workbook) เก็บรวบรวม และกําหนดตําแหนงหนาทีอยางชัดเจน ใหกับสมาชิกของทีม ่ ขอมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับการจัดทําโครงการ เชน ภาพรวมของ โครงการ ความรับผิดชอบของโครงการ ภาพรวมของระบบ ขอมูลที่ จัดทําแผนการในการเริ่มตนโครงการ กําหนดกิจกรรมและ เขาสูระบบ ขอมูลทีออกจากระบบ แบบจําลองตางๆ พจนานุกรม ่ ระยะเวลาทีใชในแตละกิจกรรมที่เกิดขึ้นในระหวางการเริ่มตน ่ ขอมูล จัดทําโครงการนัน ้5.5 5.6การเริมตนโครงการ (Project Initiation) ่ การเสนอแนวทางเลือก ตัวอยางสมุดงานของโครงการ วิธีการเสนอแนวทางเลือกในการนําระบบใหมมาใชงาน ประกอบดวย 2 กิจกรรม คือ ภาพรวมของโครงการ การเริมตนโครงการ ่ คนหาและสรางแนวทางเลือกในการนําระบบใหมมาใชงาน ขอบเขตของโครงการ เลือกทางเลือกทีดทสุด ่ ี ี่ การบริหารโครงการ แบบจําลองขั้นตอนการทํางาน (DFD) แบบจําลองขอมูลและพจนานุกรมขอมูล หนาทีรบผิดชอบของทีมงาน ่ ั รายงานสถานะการทํางาน ตารางแสดงระยะเวลาดําเนินโครงการ5.7 5.8
  3. 3. คนหาและสรางแนวทางเลือก คนหาและสรางแนวทางเลือก สําหรับการสรางแนวทางเลือกนันจะเกี่ยวของกับการพิจารณาถึง ้ ทางเลือกที่ 1 คือทางเลือกระดับลาง (Low-end Solutions) เปน ขอกําหนดคุณสมบัตการทํางานของระบบ (System’s Functionality) ิ แนวทางเลือกทีตองคํานึงถึงตนทุนเปนหลัก ่ ไมวาจะเปนระบบฮารดแวร (Hardware System) และระบบ ซอฟตแวร (Software System) ตางๆ ยังรวมถึงตนทุน (Costs) ทางเลือกที่ 2 คือทางเลือกระดับสูง (High-end Solution) ผลตอบแทน (Benefits) และความเสี่ยง (Risks) จากเรื่องการคนหา สามารถรองรับความตองการของระบบใหมทอาจจะมีเพิ่มมากขึน ี่ ้ และเลือกสรรโครงการพัฒนาระบบ นํามาเปนขอกําหนดหรือ ไดในอนาคต แตทางเลือกระดับนีจะมีคาใชจายสูงทีคอนขางสูง ้ ่ เงื่อนไขของแตละแนวทางเลือก โดยกําหนดแนวทางเลือกไวอยาง ทางเลือกที่ 3 คือทางเลือกระดับกลาง (Midrange Solution) มี นอยที่สุด 3 แนวทางเลือกที่แตกตางกัน การผสมผสานระหวางการคํานึงถึงความประหยัดและการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทํางานดวยเทคโนโลยีระดับสูง ดวยลักษณะ ของ Midrange Solution นี้เอง ที่มีความเปนไปไดมากที่สุดในการ ถูกเลือกเปนแนวทางเลือกทีดทสุด ่ ี ี่5.9 5.10เลือกทางเลือกที่ดีที่สุด เลือกทางเลือกที่ดีที่สุด หลังจากทีไดเสนอแนวทางเลือกในการนําระบบมาใชงานตอ ่ การสรางแนวทางเลือกในการนําระบบใหมมาใชงาน ผูบริหารแลว ขั้นตอนตอไปคือการพิจารณาตัดสินใจเลือกแนวทางที่  นักวิเคราะหระบบสามารถพิจารณาไดจากปจจัยหลายประการ เหมาะสมที่สุด วิธีการหรือกฎเกณฑในการเลือกนันขึนอยูกับ ้ ้  ไดแก นโยบายของแตละองคกรเอง ทั้งนี้ในการเลือกทางเลือกควร คํานึงถึงความตองการของผูใชระบบ และประสิทธิภาพของงานที่จะ แหลงทรัพยากรภายนอกองคกร (Outsourcing) ไดรับกลับมามากที่สุด แหลงซอฟตแวร (Sources of Software) การพัฒนาระบบดวยองคกรเอง (In-House Development) การตรวจสอบขอมูลของซอฟตแวรทตองการ ี่ ฮารดแวรและซอฟตแวรระบบ การติดตั้งระบบ (Implementation)5.11 5.12
  4. 4. การวางแผนโครงการ (Project Planning) การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ การวางแผนโครงการมีกิจกรรมดังนี้ (Project Feasibility Study) แสดงรายละเอียดขอบเขตของโครงการ ความเปนไปได (Feasibility) หมายถึง การพิจารณาถึงความ รายงานการศึกษาความเปนไปไดและการประมาณการใช เหมาะสมและการประเมินผลประโยชนเปรียบเทียบคาใชจายที่ใชไป งบประมาณ ในการพัฒนาระบบขององคกร ในการศึกษาความเปนไปไดของระบบ ประมาณการใชแหลงทรัพยากรและวางแผนการใชทรัพยากรนัน ้ แบงแยกกิจกรรมในการดําเนินการพัฒนาระบบ มีปจจัยที่ใชเปนหลักเกณฑในการพิจารณา 4 ประการ ดังนี้ จัดตารางระยะเวลาดําเนินการในเบื้องตน จัดทํามาตรฐานในการดําเนินงาน 1) ความเปนไปไดดานเศรษฐศาสตร (Economic Feasibility) ระบุและประเมินความเสี่ยง 2) ความเปนไปไดดานเทคนิค (Technical Feasibility) จัดทํารายงานแสดงสถานะของงาน (Developing a Statement 3) ความเปนไปไดดานการปฏิบัติงาน (Operational Feasibility)  Of Work : SOW) จัดทําแผนงาน/โครงการ (Baseline Project Plan) 4) ความเปนไปไดดานเวลาการดําเนินงาน (Schedule Feasibility)5.13 5.14การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ(Project Feasibility Study) (Project Feasibility Study) 1) ความเปนไปไดดานเศรษฐศาสตร (Economic Feasibility) หรือเรียกอีก  อยางหนึ่งวาการวิเคราะหตนทุนและผลตอบแทน (Cost Benefits Analysis) ในการวิเคราะหตนทุนและผลตอบแทนจะใชฟงกชันทางการเงิน เพื่อคํานวณหาตนทุนและกําไรตลอดจนผลตอบแทนที่คาดวาจะไดรับ โดย มีวิธีการดังนี้ 1.1. การพิจารณาผลตอบแทนที่จะไดรับจากโครงการจําแนกไดเปน 2 ประเภท 1.1.1. ผลตอบแทนที่จับตองได (Tangible Benefits) คือ ผลตอบแทนที่สามารถประเมินคาเปนตัวเงินไดเชน กําไรการลดตนทุนตอ หนวย 1.1.2. ผลตอบแทนที่จับตองไมได (Intangible Benefits) หรือ ผลตอบแทนที่ไมใชตวเงิน เชนการเพิ่มภาพลักษณทดีใหแกองคกร ั ี่5.15 5.16
  5. 5. การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ(Project Feasibility Study) (Project Feasibility Study) 1.2. การพิจารณาตนทุนของโครงการแบงได 2 ลักษณะ 2) ความเปนไปไดดานเทคนิค (Technical Feasibility) การประเมิน 1.2.1. ตนทุนทีจับตองได (Tangible Cost) คือตนทุนในสวน ่ เทคนิคของระบบใหมที่ใชในการแกปญหาโดยอาศัยคําถามเพื่อเปน ของการพัฒนาระบบที่สามารถประเมินคาเปนตัวเงินได เชน แนวทางในการประเมินดังนี้ ตนทุนในการซือเครื่องคอมพิวเตอร ้ เทคโนโลยีที่จะนํามาใชนนสามารถรองรับปริมาณลูกคาทีอาจ ั้ ่ 1.2.2. ตนทุนทีจับตองไมได (Intangible Costs) คือตนทุนใน ่ เพิ่มจํานวนมากขึ้น สวนของการพัฒนาระบบทีไมสามารถประเมินคาเปนตัวเงินได ่ เทคโนโลยีทมีอยูเดิมนันสามารถปรับใชกับระบบใหมไดหรือไม ี่ ้ เชน ความไมเต็มใจในการทํางานของพนักงาน บุคคลากรขององคกรมีความเชี่ยวชาญกับเทคโนโลยีที่จะ นํามาใชมากพอหรือไม นอกจากนีตนทุนยังสามารถจําแนกไดอีก 2 ประเภท คือ ตนทุนคงที่ ้  (Fixed Costs) และตนทุนผันแปร (Variable Costs)5.17 5.18การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ(Project Feasibility Study) (Project Feasibility Study) 3) ความเปนไปไดดานการปฏิบัติงาน (Operational Feasibility) 3) ความเปนไปไดดานการปฏิบัติงาน (Operational Feasibility) การประเมินวาระบบใหมนั้นจะสามารถแกไขปญหาของระบบเดิมได การประเมินวาผูใชระบบจะมีความรูสึกอยางไรตอระบบใหมนน  ั้ มากนอยมีหลักเกณฑในการพิจารณาดังนี้ อาจอาศัยคําถามในการประเมินดังนี้ ประสิทธิภาพ (Performance) 1) การบริหารองคกรกับระบบมีความสอดคลองกันหรือไม สารสนเทศ (Information) 2) ผูใชระบบมีความรูสึกเชนไรกับบทบาทของตนทีมีตอระบบใหม ่  เศรษฐศาสตร (Economy) 3) ผูใชระบบหรือเจาของระบบมีการตอตานหรือมีแนวโนมการ การควบคุม (Control) ตอตานระบบใหมหรือไม ถามีจะสามารถแกปญหาไดอยางไร ประสิทธิผล (Efficiency) 4) มีผลกระทบตอสิ่งแวดลอมทางกายภาพตอผูใชหรือไม การบริการ (Services)5.19 5.20
  6. 6. การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ การศึกษาความเปนไปไดของโครงการ(Project Feasibility Study) (Project Feasibility Study) 3) ความเปนไปไดดานการปฏิบติงาน (Operational Feasibility) ั 4) ความเปนไปไดดานเวลาการดําเนินงาน (Schedule Feasibility) การประเมินการใชงานระบบ (Usability) อาจมีหลังเกณฑดงนี้ ั การที่จะประมาณการเวลาวาระบบใหมนั้นจะสามารถแกไขปญหาของระบบเดิมได มากนอยเพียงใด มีหลังเกณฑในการพิจารณาดังนี้ 1) งายตอการเรียนรูหรือไม 1) ประมาณการระยะเวลาของโครงการทั้งหมด โดยคํานึงถึงขนาดของโครงการ ปริมาณงานที่จะตองดําเนินการ ตลอดจนความตองการทรัพยากรดานตางๆ 2) งายตอการใชงานหรือไม อาทิเชน จํานวนของระบบยอย 3) ผูใชงานพึงพอใจหรือไม 2) คํานวณเวลาที่ตองใชจริง เปนการกําหนดชวงระยะเวลาในการดําเนินงานที่ จะตองเกิดขึนจริง ้ 3) คํานวณเวลาที่สูญเสียไป เปนการพิจารณาเวลาที่ตองสูญเสียไปในหนึ่งวัน 4) คํานวณแรงงานที่ตองใชในแตละกิจกรรม 5) คํานวณระยะเวลาของโครงการ 6) ทบทวนและปรับปรุงคาของการประมาณการระยะเวลาเพื่อใหคาที่ได ใกลเคียงกับความจริง5.21 5.22การประเมินความเสี่ยงของโครงการ การประเมินความเสี่ยงของโครงการ เทคนิคการประเมินปจจัยที่จะทําใหเกิดความเสียงไดทั้งหมด ่ โดยผลลัพธที่อาจเปนไปไดหากไมมีการประเมินความเสี่ยงของ 4 ประการไดแก โครงการ มีดังนี้ 1) ขนาดของโครงการ 1) ทําใหการคาดหวังที่จะไดรับผลตอบแทนนันลมเหลว ้ 2) โครงสรางของโครงการ 2) ทําใหการประมาณการตนทุนผิดพลาด 3) เทคโนโลยีทนามาใชในโครงการ ี่ ํ 3) ทําใหการประมาณการระยะเวลาในการดําเนินโครงการผิดพลาด 4) ความคุนเคยของผูใชงานกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ  4) ทําใหประสิทธิภาพในการทํางานของระบบไมเปนไปตามที่คาดไว 5) ทําใหไมสามารถติดตังระบบใหมเขากับระบบคอมพิวเตอรที่มอยู ้ ี แลวได5.23 5.24
  7. 7. การจัดทําโครงการระบบสารสนเทศ การจัดทําโครงการระบบสารสนเทศ การจัดทําโครงการระบบสารสนเทศจะเริ่มจากความตองการระบบ (System Request) ทังนี้เพื่อที่จะ ้ 1) เพิ่มความสามารถในดานการบริการเพื่อเพิ่มความพอใจใหกับ ลูกคา 2) ระบบทีมีคณภาพมากขึ้น เชน ระบบที่ใชอยูอาจชา หรือไม ่ ุ สามารถรองรับการเติบโตขององคกร 3) ขอมูลสารสนเทศที่เพียงพอ เชนระบบเดิมอาจใหขอมูลไดไม เพียงพอ 4) มีระบบการควบคุมทีดเชน ระบบการปองกันผูเขาระบบ ่ ี 5) ลดคาใชจาย เชนระบบเดิมที่ใชอยูอาจจะมีคาใชจายในการ  ดําเนินงานหรือการบํารุงรักษาทีสูง ่5.25 5.26ปจจัยที่มีผลกระทบกับการจัดทําระบบใหม ปจจัยที่มีผลกระทบกับการจัดทําระบบใหม ปจจัยที่มผลกระทบกับการจัดทําระบบใหม มีทงปจจัยภายในและ ี ั้ ปจจัยภายนอก ประกอบดวย 1) ความตองการของผูใช 2) ทิศทางจากผูบริหารระดับสูง 3) ปญหาของระบบงานเดิมทีใชงานอยู ่ 4) ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ 5) ภาวะเศรษฐกิจ 6) เทคโนโลยี 7) รัฐบาล 8) ผูผลิตหรือผูจัดจําหนาย  9) ภาวะของการแขงขัน 10) ลูกคา5.27 5.28
  8. 8. ขั้นตอนในการสํารวจความตองการเบื้องตน Reference Book and Text Book นักวิเคราะหระบบ จะดําเนินตามขั้นตอนการสํารวจความตองการตาม ตําราอางอิง มาตรฐานทัวๆ ไปแบงเปน 6 ขั้นตอน ดังนี้ ่ คัมภีรการวิเคราะหและออกแบบระบบ กิตติ ภักดีวฒนกุล และ  ั 1) ทําความเขาใจกับปญหาหรือความจําเปนของปญหา พนิดา พานิชกุล 2) การกําหนดขอบเขตระบบงานและขอจํากัด Modern Systems Analysis & Design : Jeffrey A. Hoffer, 3) การเก็บรวบรวมขอเท็จจริง Joey F.George, Joseph S. Valacich 4) กําหนดประโยชนที่จะไดจากโครงการ 5) ประมาณการณคาใชจายและระยะเวลาในการดําเนินการ 6) นําเสนอผลของการสํารวจความตองการและโครงการใหกับ ผูบริหาร 5.29 5.30

×