Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

พรบ. 2545

300 views

Published on

พรบ. 2545

  1. 1. สาระสาคัญ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2545 อ.นันทพร กงภูเวช สาขาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน
  2. 2. การจัดการศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อเน้น การพัฒนาคน ไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง ร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา
  3. 3. หลักการจัดการศึกษา • การศึกษาตลอดชีวิต เป็นการศึกษาสาหรับประชาชน ซึ่งมีทั้ง การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัย เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาตลอดชีวิต เป็นการพัฒนา คุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง • สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษา นอกจากการจัดการศึกษาในภาครัฐ บุคคล ครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา องค์กรเอกชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สถาบันทางสังคมอื่น ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดการศึกษา
  4. 4. หลักการจัดการศึกษา การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่าง ต่อเนื่อง การจัดการศึกษาให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตาม จุดมุ่งหมายจะต้องพัฒนาใน 2 ประเด็นคือ สาระความรู้ที่ บรรจุไว้ในหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้
  5. 5. หลักการจัดระบบโครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา • นโยบาย มีความเป็นเอกภาพ มีความ หลากหลายในการปฏิบัติ • การกระจายอานาจ จากส่วนกลางสู่ ท้องถิ่น เขตพื้นที่การศึกษาและสภาพ การศึกษา ให้มีความเป็นอิสระในการ บริหารจัดการ • มาตรฐานการศึกษา กาหนด มาตรฐานการศึกษา จัดระบบการ ประกันคุณภาพทุกระดับทุกประเภท • การส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา • ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆมาใช้ ในการจัดการศึกษา ให้ถือว่าทุกคน ต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา • การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชนและองค์กรชุมชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และ สถาบันการศึกษา โดยใช้หลักการ ของประชาธิปไตย
  6. 6. การจัดกระบวนการ เรียนรู้ ตามพ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้ สอดคล้องกับความสนใจและ ความถนัดของผู้เรียน โดยคานึงถึง ความแตกต่างของผู้เรียน ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้ มาใช้เพื่อป้องกันและ แก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทาได้คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่านและ เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง การจัดการเรียนการสอนโดยผสมผสาน สาระความรู้ด้านต่าง ๆอย่างได้สัดส่วน ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ทุกวิชา จัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อ การเรียน และอานวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ใช้การวิจัยเป็นกระบวนการหนึ่ง ของการเรียนการสอน และ แหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ การจัดการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ ทุกที่ ทุกเวลา มีการประสานงานกับผู้ปกครอง และบุคคลทุกฝ่ายเพื่อพัฒนา ศักยภาพของผู้เรียน
  7. 7. ความรู้เกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเอง กับสังคม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของสังคมไทย และระบบการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสาคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตาม ความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ ความเข้าใจและ ประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน ความรู้และทักษะ ในการประกอบอาชีพ และการดารงชีวิตอย่างมีความสุข ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษาเน้นการใช้ ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
  8. 8. การพัฒนาผู้เรียน พุทธิพิสัย คือความรู้ ความจา ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ ทักษะพิสัย การพัฒนาคนให้เกิดความ ชานาญในการทางานอย่างมี ประสิทธิภาพ จิตพิสัย ให้ผู้เรียนได้มีเรียนได้มีการพัฒนา ด้านเจตคติ ความรู้สึกนึกคิด อุปนิสัย อุดมคติ/ค่านิยม ในทางที่ดีงาม
  9. 9. ตัวอย่างการจัดกระบวนเรียนรู้ • สารวจความสนใจ/ความต้องการและพื้นฐานความรู้เดิมของ ผู้เรียน • การเตรียมการ เริ่มจากการศึกษาหลักสูตร และผลการเรียนรู้ที่ คาดหวัง วางแผนการจัดกรจากประสบการณ์กระบวนการเรียนรู้ ให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันโดยบูรณาการสาระการเรียนรู้ให้ สัมพันธ์กันและมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิต และเรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม การเรียนมากที่สุด ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ต้องมีความเหมาะสม ตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน
  10. 10. • การดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้ – ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ควรใช้คาถามหรือกิจกรรมที่ทาให้เกิดความ สงสัยใคร่รู้ และผู้สอนควรจะทาตัวเป็นเพื่อนที่ดีของผู้เรียนสามารถ ช่วยเหลือได้ทุกเรื่อง – ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้สอนต้องจัดกิจกรรมโดยใช้สื่อที่ หลากหลายแบบองค์รวม ตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน – ขั้นวิเคราะห์ อภิปรายผลงาน สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันด้วยการอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้และ ประสบการณ์ร่วมกันโดยมีผู้สอนเป็นคนชี้แนะ สังเกต ให้ข้อมูล ย้อนกลับ กระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจค้นหาความรู้ ตัวอย่างการจัดกระบวนเรียนรู้
  11. 11. การประเมินผล • การประเมินผล ผู้สอนต้องศึกษามาตรา 26 ของพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ ในสาระการประเมินเกี่ยวกับการพัฒนาการของ ผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ และการทดสอบเพื่อพัฒนาค้นหาศักยภาพ จุดเด่น จุดด้อยของ ผู้เรียน และต้องศึกษาเกี่ยวกับการประเมินผลตามสภาพจริง ให้ครบทุก ด้านทั้งด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย โดยใช้เทคนิค และ เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และ เกณฑ์การประเมิน
  12. 12. • การสรุปและการประยุกต์ใช้ เป็นขั้นตอนการตกผลึกของ กระบวนการเรียนรู้รายบุคคล โดยผู้เรียนจะมองสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นองค์รวม เชื่อมโยงให้เกิดการค้นพบตนเอง มี ความสามารถ มีจุดเด่นด้อยทางด้านใด ซึ่งสิ่งต่างๆ จะเกิด ข้นต่อเมื่อผู้เรียนได้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ และการ แสดงออกตามกระบวนกานเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ การประเมินผล

×