SlideShare a Scribd company logo
1 of 15
Download to read offline
ยาแก้ลดไข้ ยาบรรเทาอาการหวัดััดมูกก
และยาลดการไอ
กลุู่ที่ 1
ยาแก้ไข้หวัด
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใมก่อนว่า "ไข้หวัด" ัืออะไร ?
• ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน มะเน้นทางด้านเชื้อ โดยไข้หวัดเป็นโรั
ที่เกิดมากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อนีู้ีอยก่ราว 200 ชนิด ชนิดที่พบูากที่สุดูีอยก่สอง
กลุู่ ัือ ไรโนไวรัส (Rhinovirus) กับ โัโรไวรัส (Corovirus) ซึ่ง
ไข้หวัดนั้นพบได้บ่อยทั้งเด็กและผก้ใหญ่
• ส่วนทางด้านการแพทย์แผนจีน มะให้ัวาูสาััญในด้านสูดุล
อิน-หยางของร่างกาย เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดก็ูีอยก่ทั่วไป หากร่างกายได้
สูดุลก็มะูีภกูิต้านทาน ดังนั้นยาแก้ไข้หวัดมึงเน้นไปแก้สูดุล โดยอาการ
ของหวัดมะแบ่งเป็นหวัดร้อนหรือไข้หวัด และหวัดเย็น
ยาแก้ไข้หวัด (ต่อ)
ไข้หวัดเกิดมากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อนีู้ีอยกู่ากกว่า 200 ชนิด การเป็น
ไข้หวัดแต่ละัรั้งนั้นมะเกิดมากเชื้อหวัดเพียงชนิดเดียว และนอกมากนั้นเชื้อ
หวัดยังอามติดต่อได้โดยการสัูผัส ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาและ
ป้ องกันไข้หวัดโดยเฉพาะ การรักษามะเน้นให้ผก้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ
รับประทานอาหารทีู่ีประโยชน์ เพื่อช่วยเสริูภกูิต้านทานโรั และดืู่น้าูาก
ๆ อาการมะดีขึ้นและหายมากโรัได้เอง แต่เนื่องมากผก้ที่เป็นไข้หวัดูักเกิด
อาการต่าง ๆ อาทิ น้าูกกไหล ัันัอ ไอ มาู ััดมูกก ัรั่นเนื้อัรั่นตัว ูีไข้
ปวดเูื่อย ฯลฯ ดังนั้นในระหว่างเป็นไข้หวัดมึงูีการใช้ยาเพื่อรักษาหรือ
บรรเทาอาการดังกล่าวข้างต้น ซึ่งประเภทของยาที่ใช้รักษาหรือบรรเทาอาการ
ต่าง ๆ ที่เกิดมากไข้หวัด ูีดังต่อไปนี้
1. ยาแอนติฮีสตาูีน หรือยาต้านฮีสตาูีน
ันทั่วไปเรียกว่า “ยาแก้แพ้” เป็นยาที่ยับยั้งการออกฤทธิ์ของฮีสตา
ูีน ใช้บรรเทาอาการที่เกิดมากการแพ้ทั่ว ๆ ไป ฮีสตาูีน เป็นสารทีู่ีอยก่ใน
เซลล์ร่างกาย ซึ่งมะถกกกระตุ้นให้หลั่งออกูาเูื่อเกิดการแพ้ ทาใหู้ีผลต่อ
ระบบหัวใมและหลอดเลือด รวูทั้งต่อูต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น เพิู่การหลั่ง
ของน้าลาย น้าูกก น้าตา เป็นต้น ในกรณีของไข้หวัด ฮีสตาูีนที่หลั่งออกูา
มะทาให้เกิดการบวูอักเสบของเยื่อบุมูกกและหลอดลู เพิู่การหลั่งของ
น้าูกก และน้าััดหลั่งในหลอดลู ดังนั้นการใช้ยานี้ก็เพื่อ ลดน้าูกก มาู และ
ััดมูกก นั่นเอง ตัวอย่างยาที่ใช้กันูากในกลุู่นี้ัือ ัลอร์เฟนิราูีน
(Chlorpheniramine)
1. ยาแอนติฮีสตาูีน หรือยาต้านฮีสตาูีน (ต่อ)
ข้อควรระวัง : สำหรับผู้ที่ใช้ยำคลอร์เฟนิรำมีน ยานีู้ักทาให้ง่วง
นอน ูึนงง เวียนศีรษะ ตาพร่า ันที่ขับรถหรือทางานเกี่ยวกับเัรื่องมักรัวร
ระวัง ในเด็กเล็ก ถ้ าใช้ขนาดูากเกินไป อามทาให้นอนไู่หลับ
กระสับกระส่ายหรือชักได้ และยานี้อามทาให้เสูหะเหนียว ขับออกยาก มึงไู่
ัวรใช้ในผก้ป่วยทีู่ีอาการไอูีเสูหะ
2. ยาแก้ััดมูกก
ยาแก้ััดมูกก ใช้เพื่อลดอาการบวูของเยื่อมูกก ทาให้หายใมโล่ง ลด
อาการแน่นมูกก ซึ่งเกิดมากหวัด หรือเยื่อมูกกอักเสบ เนื่องมากการแพ้ ประเภท
ของยาูี 2 ประเภทัือ ชนิดรับประทาน และชนิดหยอดหรือพ่นมูกก
1. ชนิดรับประทาน ยาออกฤทธิ์ได้นาน และไู่เกิดอาการััดมูกกเูื่อหยุดยา
แต่อามเกิดอาการไู่พึงประสงั์ เช่น หัวใมเต้นเร็ว ใมสั่น และัวาูดันเลือดสกง
ตัวอย่างยาชนิดนี้ได้แก่ ซกโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) บางัรั้งอามพบเป็น
ยาผสูระหว่าง ซกโดอีเฟดรีนกับไตรโพรลิดีน
ข้อแนะนา ผก้ป่วยทีู่ีโรัประมาตัว เช่น โรััวาูดันเลือดสกง โรัเบาหวาน
ัวรใช้ยาตาูแพทย์สั่ง และยานี้อามทาให้ง่วงนอน ูึนงง และูีอาการ
เช่นเดียวกับัลอร์เฟนิราูีนได้
2. ยาแก้ััดมูกก (ต่อ)
2. ชนิดหยอดหรือพ่นจมูก ยาออกฤทธิ์เร็ว หูดฤทธิ์เร็ว แต่เูื่อหยุดยามะ
เกิดอาการััดมูกกูากกว่าเดิู เช่น อีเฟดรีน (Ephedrine) และแนฟาโซลีน
(Naphazoline) เป็นต้น
ข้อแนะนา เูื่อหยอดยาแล้วเกิดอาการััดมูกกูากกว่าเดิูให้เปลี่ยนูาใช้ยา
ชนิดรับประทานแทน และ ไู่ัวรใช้ยาติดต่อกันนานกว่า 3 วัน
3. ยาแก้ไอ
การไอไู่ใช่โรัแต่เป็นเพียงอาการของโรัเท่านั้น ลักษณะอาการไอ
ูี 2 แบบ ไอูีเสูหะ และไอไูู่ีเสูหะ (ไอแห้ง) การไอูีเสูหะ สาเหตุเกิด
มากติดเชื้อในระบบทางเดินหายใมหรือปอด ส่วนการไอไูู่ีเสูหะ เกิดมาก
การแพ้ฝุ่นละออง ก๊าซ ัวัน อากาศเย็น หรือแห้ง การรักษาอาการไอมึงต้อง
รักษาที่ต้นเหตุ ในผก้ป่วยบางรายทีู่ีอาการไอเรื้อรังหรือูีเสูหะสีเขียว หรือ
เหลือง ัวรรีบไปพบแพทย์
3. ยาแก้ไอ (ต่อ)
ประเภทของยาแก้ไอ แบ่งเป็น 4 ประเภท
1. ยาระงับไอ ยาออกฤทธิ์กดศกนย์ัวบัุูการไอที่สูอง ูี 2 ชนิด ัือ ชนิด
ไู่เสพติด เช่น เดกซ์โทรเูทอร์แฟน (Dextromethorphan) เป็นต้น ใช้สาหรับ
ไอแห้ง และชนิดเสพติด เช่น โัเดอีน (Codeine) เป็นต้นซึ่งยาระงับไอทีู่ี
ส่วนผสูของโัเดอีนนั้นมะมาหน่ายได้ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้
รั บ ผก้ ป่ ว ย ไ ว้ ั้ า ง ัื น เ ท่ า นั้ น
2. ยาขับเสมหะ ยาออกฤทธิ์กระตุ้นใหู้ีการขับเสูหะได้ง่าย เช่น
แอูโูเนียู-ัลอไรด์ (Ammonium chloride) เป็นต้น ใช้สาหรับอาการไอที่
ูีเสูหะ
3. ยาแก้ไอ (ต่อ)
3. ยาละลายเสมหะ ทาให้เสูหะูีัวาูหนืดลดลง ช่วยให้ขับเสูหะออกได้
ง่ายขึ้น ใช้สาหรับอาการไอทีู่ีเสูหะูาก และเหนียวข้น เช่น บรอูเฮกซีน
( Bromhexine) เ ป็ น ต้ น
4. ยาที่ทาให้ชุ่มคอ ยามะไปเัลือบผิวหลอดลู และลดอาการระัาย ใช้
สาหรับอาการไอทุกชนิด เช่น ยาแก้ไอน้าเชื่อู (Cough syrup)เป็นต้น
ข้อควรระวัง ยาระงับไอ ห้าูใช้กับเด็กอายุต่ากว่า 6 เดือน สาหรับยาระงับไอ
ชนิดเสพติด ัวรระวังการใช้ในผก้ป่วยโรัหอบหืด เพราะมะทาให้เสูหะเหนียว
ข้น และไู่ัวรใช้ ติดต่อกันนานเกิน 10 วัน เพราะมะทาให้ดื้อยาและติดยาได้
4. ยาบรรเทาปวดลดไข้
ยาในกลุู่นีู้ีทั้งที่เป็นยาสาูัญประมาบ้าน ยาอันตราย และ ยา
ัวบัุูพิเศษ ผก้ที่เกิดอาการไข้ ัรั่นเนื้อัรั่นตัว ปวดเูื่อย มากไข้หวัด ูักใช้ยา
บรรเทาปวดลดไข้ 2 ชนิดนี้ได้แก่
1. แอสไพริน (Aspirin) ูีฤทธิ์ลดไข้ และระงับปวด ใช้บรรเทา
อาการปวดศีรษะปวดตาูข้อ ปวดกล้าูเนื้อ และปวดเส้นประสาท ถ้าใช้ขนาด
สกงมะูีฤทธิ์บรรเทาการอักเสบได้
ข้อควรระวัง ไู่ัวรใช้แอสไพรินในผก้ทีู่ีแผลในกระเพาะอาหาร และไู่ดืู่
แอลกอฮอล์ในขณะที่ได้รับแอสไพริน ไู่ัวรใช้ในผก้ป่วยทีู่ีัวาูผิดปกติของ
ระบบเลือด
4. ยาบรรเทาปวดลดไข้ (ต่อ)
2. พาราเซตามอล (Paracetamol) ูีฤทธิ์ระงับปวดและลดไข้ ใช้
ระงับอาการปวดศีรษะ ปวดข้อ และปวดกล้าูเนื้อ แต่ไูู่ีฤทธิ์บรรเทาการ
อักเสบ
ข้อควรระวัง ถ้าใช้ยานี้เกินขนาดูาก ๆ เช่น ผก้ใหญ่รับประทานัรั้งละ 10
กรัู (ขนาด 500 ูิลลิกรัู 20 เู็ด) หรือเด็กรับประทานัรั้งละ 3 กรัู ก็อามูี
พิษต่อตับ ทาให้ตับทางานไู่ได้ หรือตับวาย ถึงตายได้ ดังนั้น ในเด็ก ไู่ัวรใช้
เกินวันละ 1,200 ูิลลิกรัู และผก้ใหญ่ไู่ัวรเกินวันละ 4 กรัู
มบการนาเสนอ
ขอบัุณั่ะ
สอบถาูเพิู่เติู/ข้อเสนอแนะ
สูาชิกในกลุู่
1. นางสาวชนิตา แซ่ฉั่ว รหัสประมาตัวนิสิต 552051054
2. นางสาวโยษิตา นาูอินทร์ รหัสประมาตัวนิสิต 552051170
3. นางสาวกฤติยาภรณ์ อินทวงศ์ รหัสประมาตัวนิสิต 552051183
4. นางสาวเกษกาญมน์ ศรีแสงแก้ว รหัสประมาตัวนิสิต 552051188
5. นางสาวมุฑาูาศ ศรีสุข รหัสประมาตัวนิสิต 552051192
6. นางสาวธันยพร ศรีสุข รหัสประมาตัวนิสิต 552051200
7. นางสาวนุชมรี สงกลับ รหัสประมาตัวนิสิต 552051204
8. นางสาวูนชนก ขวัญเูือง รหัสประมาตัวนิสิต 552051219
9. นางสาวศุภกานต์ ยิู้โฉู รหัสประมาตัวนิสิต 552051228
สาขาสุขศาสตร์อุตสาหกรรูและสุขภาพสิ่งแวดล้อู
ชั้นปีที่ 4 ปีการศึกษา 2558
ัณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา ูหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
ยาแก้ลดไข้ ยาบรรเทาอาการหวัด

More Related Content

Similar to ยาแก้ลดไข้ ยาบรรเทาอาการหวัด

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009Adisorn Tanprasert
 
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009Adisorn Tanprasert
 
แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554
แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554
แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554Utai Sukviwatsirikul
 
โรคที่มีสาเหตุเนื่องจากบุหรี่
โรคที่มีสาเหตุเนื่องจากบุหรี่โรคที่มีสาเหตุเนื่องจากบุหรี่
โรคที่มีสาเหตุเนื่องจากบุหรี่Wan Ngamwongwan
 
คู่มือไข้เลือดออก
คู่มือไข้เลือดออกคู่มือไข้เลือดออก
คู่มือไข้เลือดออกKingchat Laolee
 
ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)
ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)
ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)Junee Sara
 
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.Jurarud Porkhum
 
สุขภาพกับการป้องกันโรค
สุขภาพกับการป้องกันโรคสุขภาพกับการป้องกันโรค
สุขภาพกับการป้องกันโรคSumon Kananit
 
โรคถุงลมโป่งพอง
โรคถุงลมโป่งพองโรคถุงลมโป่งพอง
โรคถุงลมโป่งพองWan Ngamwongwan
 
โรคระบบทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจโรคระบบทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจWan Ngamwongwan
 

Similar to ยาแก้ลดไข้ ยาบรรเทาอาการหวัด (19)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
 
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
 
Asthma
AsthmaAsthma
Asthma
 
แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554
แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554
แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554
 
Allergic rhinitis
Allergic rhinitisAllergic rhinitis
Allergic rhinitis
 
โรคที่มีสาเหตุเนื่องจากบุหรี่
โรคที่มีสาเหตุเนื่องจากบุหรี่โรคที่มีสาเหตุเนื่องจากบุหรี่
โรคที่มีสาเหตุเนื่องจากบุหรี่
 
คู่มือไข้เลือดออก
คู่มือไข้เลือดออกคู่มือไข้เลือดออก
คู่มือไข้เลือดออก
 
Respiratory1 2
Respiratory1 2Respiratory1 2
Respiratory1 2
 
ภูมิแพ้
ภูมิแพ้ภูมิแพ้
ภูมิแพ้
 
ยาสลบ รีวีว เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยาสลบ
ยาสลบ รีวีว เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยาสลบยาสลบ รีวีว เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยาสลบ
ยาสลบ รีวีว เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยาสลบ
 
F1
F1 F1
F1
 
ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)
ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)
ความรู้ทั่วไปเรื่องยา (ภญโมเรศ)
 
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
 
Zoonosis
ZoonosisZoonosis
Zoonosis
 
ศูนย์ที่ 4ชุดที่ 8
ศูนย์ที่ 4ชุดที่ 8ศูนย์ที่ 4ชุดที่ 8
ศูนย์ที่ 4ชุดที่ 8
 
ศูนย์ที่ 4ชุดที่ 8
ศูนย์ที่ 4ชุดที่ 8ศูนย์ที่ 4ชุดที่ 8
ศูนย์ที่ 4ชุดที่ 8
 
สุขภาพกับการป้องกันโรค
สุขภาพกับการป้องกันโรคสุขภาพกับการป้องกันโรค
สุขภาพกับการป้องกันโรค
 
โรคถุงลมโป่งพอง
โรคถุงลมโป่งพองโรคถุงลมโป่งพอง
โรคถุงลมโป่งพอง
 
โรคระบบทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจโรคระบบทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจ
 

ยาแก้ลดไข้ ยาบรรเทาอาการหวัด

  • 2. ยาแก้ไข้หวัด ก่อนอื่นเราต้องเข้าใมก่อนว่า "ไข้หวัด" ัืออะไร ? • ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน มะเน้นทางด้านเชื้อ โดยไข้หวัดเป็นโรั ที่เกิดมากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อนีู้ีอยก่ราว 200 ชนิด ชนิดที่พบูากที่สุดูีอยก่สอง กลุู่ ัือ ไรโนไวรัส (Rhinovirus) กับ โัโรไวรัส (Corovirus) ซึ่ง ไข้หวัดนั้นพบได้บ่อยทั้งเด็กและผก้ใหญ่ • ส่วนทางด้านการแพทย์แผนจีน มะให้ัวาูสาััญในด้านสูดุล อิน-หยางของร่างกาย เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดก็ูีอยก่ทั่วไป หากร่างกายได้ สูดุลก็มะูีภกูิต้านทาน ดังนั้นยาแก้ไข้หวัดมึงเน้นไปแก้สูดุล โดยอาการ ของหวัดมะแบ่งเป็นหวัดร้อนหรือไข้หวัด และหวัดเย็น
  • 3. ยาแก้ไข้หวัด (ต่อ) ไข้หวัดเกิดมากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อนีู้ีอยกู่ากกว่า 200 ชนิด การเป็น ไข้หวัดแต่ละัรั้งนั้นมะเกิดมากเชื้อหวัดเพียงชนิดเดียว และนอกมากนั้นเชื้อ หวัดยังอามติดต่อได้โดยการสัูผัส ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาและ ป้ องกันไข้หวัดโดยเฉพาะ การรักษามะเน้นให้ผก้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารทีู่ีประโยชน์ เพื่อช่วยเสริูภกูิต้านทานโรั และดืู่น้าูาก ๆ อาการมะดีขึ้นและหายมากโรัได้เอง แต่เนื่องมากผก้ที่เป็นไข้หวัดูักเกิด อาการต่าง ๆ อาทิ น้าูกกไหล ัันัอ ไอ มาู ััดมูกก ัรั่นเนื้อัรั่นตัว ูีไข้ ปวดเูื่อย ฯลฯ ดังนั้นในระหว่างเป็นไข้หวัดมึงูีการใช้ยาเพื่อรักษาหรือ บรรเทาอาการดังกล่าวข้างต้น ซึ่งประเภทของยาที่ใช้รักษาหรือบรรเทาอาการ ต่าง ๆ ที่เกิดมากไข้หวัด ูีดังต่อไปนี้
  • 4. 1. ยาแอนติฮีสตาูีน หรือยาต้านฮีสตาูีน ันทั่วไปเรียกว่า “ยาแก้แพ้” เป็นยาที่ยับยั้งการออกฤทธิ์ของฮีสตา ูีน ใช้บรรเทาอาการที่เกิดมากการแพ้ทั่ว ๆ ไป ฮีสตาูีน เป็นสารทีู่ีอยก่ใน เซลล์ร่างกาย ซึ่งมะถกกกระตุ้นให้หลั่งออกูาเูื่อเกิดการแพ้ ทาใหู้ีผลต่อ ระบบหัวใมและหลอดเลือด รวูทั้งต่อูต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น เพิู่การหลั่ง ของน้าลาย น้าูกก น้าตา เป็นต้น ในกรณีของไข้หวัด ฮีสตาูีนที่หลั่งออกูา มะทาให้เกิดการบวูอักเสบของเยื่อบุมูกกและหลอดลู เพิู่การหลั่งของ น้าูกก และน้าััดหลั่งในหลอดลู ดังนั้นการใช้ยานี้ก็เพื่อ ลดน้าูกก มาู และ ััดมูกก นั่นเอง ตัวอย่างยาที่ใช้กันูากในกลุู่นี้ัือ ัลอร์เฟนิราูีน (Chlorpheniramine)
  • 5. 1. ยาแอนติฮีสตาูีน หรือยาต้านฮีสตาูีน (ต่อ) ข้อควรระวัง : สำหรับผู้ที่ใช้ยำคลอร์เฟนิรำมีน ยานีู้ักทาให้ง่วง นอน ูึนงง เวียนศีรษะ ตาพร่า ันที่ขับรถหรือทางานเกี่ยวกับเัรื่องมักรัวร ระวัง ในเด็กเล็ก ถ้ าใช้ขนาดูากเกินไป อามทาให้นอนไู่หลับ กระสับกระส่ายหรือชักได้ และยานี้อามทาให้เสูหะเหนียว ขับออกยาก มึงไู่ ัวรใช้ในผก้ป่วยทีู่ีอาการไอูีเสูหะ
  • 6. 2. ยาแก้ััดมูกก ยาแก้ััดมูกก ใช้เพื่อลดอาการบวูของเยื่อมูกก ทาให้หายใมโล่ง ลด อาการแน่นมูกก ซึ่งเกิดมากหวัด หรือเยื่อมูกกอักเสบ เนื่องมากการแพ้ ประเภท ของยาูี 2 ประเภทัือ ชนิดรับประทาน และชนิดหยอดหรือพ่นมูกก 1. ชนิดรับประทาน ยาออกฤทธิ์ได้นาน และไู่เกิดอาการััดมูกกเูื่อหยุดยา แต่อามเกิดอาการไู่พึงประสงั์ เช่น หัวใมเต้นเร็ว ใมสั่น และัวาูดันเลือดสกง ตัวอย่างยาชนิดนี้ได้แก่ ซกโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) บางัรั้งอามพบเป็น ยาผสูระหว่าง ซกโดอีเฟดรีนกับไตรโพรลิดีน ข้อแนะนา ผก้ป่วยทีู่ีโรัประมาตัว เช่น โรััวาูดันเลือดสกง โรัเบาหวาน ัวรใช้ยาตาูแพทย์สั่ง และยานี้อามทาให้ง่วงนอน ูึนงง และูีอาการ เช่นเดียวกับัลอร์เฟนิราูีนได้
  • 7. 2. ยาแก้ััดมูกก (ต่อ) 2. ชนิดหยอดหรือพ่นจมูก ยาออกฤทธิ์เร็ว หูดฤทธิ์เร็ว แต่เูื่อหยุดยามะ เกิดอาการััดมูกกูากกว่าเดิู เช่น อีเฟดรีน (Ephedrine) และแนฟาโซลีน (Naphazoline) เป็นต้น ข้อแนะนา เูื่อหยอดยาแล้วเกิดอาการััดมูกกูากกว่าเดิูให้เปลี่ยนูาใช้ยา ชนิดรับประทานแทน และ ไู่ัวรใช้ยาติดต่อกันนานกว่า 3 วัน
  • 8. 3. ยาแก้ไอ การไอไู่ใช่โรัแต่เป็นเพียงอาการของโรัเท่านั้น ลักษณะอาการไอ ูี 2 แบบ ไอูีเสูหะ และไอไูู่ีเสูหะ (ไอแห้ง) การไอูีเสูหะ สาเหตุเกิด มากติดเชื้อในระบบทางเดินหายใมหรือปอด ส่วนการไอไูู่ีเสูหะ เกิดมาก การแพ้ฝุ่นละออง ก๊าซ ัวัน อากาศเย็น หรือแห้ง การรักษาอาการไอมึงต้อง รักษาที่ต้นเหตุ ในผก้ป่วยบางรายทีู่ีอาการไอเรื้อรังหรือูีเสูหะสีเขียว หรือ เหลือง ัวรรีบไปพบแพทย์
  • 9. 3. ยาแก้ไอ (ต่อ) ประเภทของยาแก้ไอ แบ่งเป็น 4 ประเภท 1. ยาระงับไอ ยาออกฤทธิ์กดศกนย์ัวบัุูการไอที่สูอง ูี 2 ชนิด ัือ ชนิด ไู่เสพติด เช่น เดกซ์โทรเูทอร์แฟน (Dextromethorphan) เป็นต้น ใช้สาหรับ ไอแห้ง และชนิดเสพติด เช่น โัเดอีน (Codeine) เป็นต้นซึ่งยาระงับไอทีู่ี ส่วนผสูของโัเดอีนนั้นมะมาหน่ายได้ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ รั บ ผก้ ป่ ว ย ไ ว้ ั้ า ง ัื น เ ท่ า นั้ น 2. ยาขับเสมหะ ยาออกฤทธิ์กระตุ้นใหู้ีการขับเสูหะได้ง่าย เช่น แอูโูเนียู-ัลอไรด์ (Ammonium chloride) เป็นต้น ใช้สาหรับอาการไอที่ ูีเสูหะ
  • 10. 3. ยาแก้ไอ (ต่อ) 3. ยาละลายเสมหะ ทาให้เสูหะูีัวาูหนืดลดลง ช่วยให้ขับเสูหะออกได้ ง่ายขึ้น ใช้สาหรับอาการไอทีู่ีเสูหะูาก และเหนียวข้น เช่น บรอูเฮกซีน ( Bromhexine) เ ป็ น ต้ น 4. ยาที่ทาให้ชุ่มคอ ยามะไปเัลือบผิวหลอดลู และลดอาการระัาย ใช้ สาหรับอาการไอทุกชนิด เช่น ยาแก้ไอน้าเชื่อู (Cough syrup)เป็นต้น ข้อควรระวัง ยาระงับไอ ห้าูใช้กับเด็กอายุต่ากว่า 6 เดือน สาหรับยาระงับไอ ชนิดเสพติด ัวรระวังการใช้ในผก้ป่วยโรัหอบหืด เพราะมะทาให้เสูหะเหนียว ข้น และไู่ัวรใช้ ติดต่อกันนานเกิน 10 วัน เพราะมะทาให้ดื้อยาและติดยาได้
  • 11. 4. ยาบรรเทาปวดลดไข้ ยาในกลุู่นีู้ีทั้งที่เป็นยาสาูัญประมาบ้าน ยาอันตราย และ ยา ัวบัุูพิเศษ ผก้ที่เกิดอาการไข้ ัรั่นเนื้อัรั่นตัว ปวดเูื่อย มากไข้หวัด ูักใช้ยา บรรเทาปวดลดไข้ 2 ชนิดนี้ได้แก่ 1. แอสไพริน (Aspirin) ูีฤทธิ์ลดไข้ และระงับปวด ใช้บรรเทา อาการปวดศีรษะปวดตาูข้อ ปวดกล้าูเนื้อ และปวดเส้นประสาท ถ้าใช้ขนาด สกงมะูีฤทธิ์บรรเทาการอักเสบได้ ข้อควรระวัง ไู่ัวรใช้แอสไพรินในผก้ทีู่ีแผลในกระเพาะอาหาร และไู่ดืู่ แอลกอฮอล์ในขณะที่ได้รับแอสไพริน ไู่ัวรใช้ในผก้ป่วยทีู่ีัวาูผิดปกติของ ระบบเลือด
  • 12. 4. ยาบรรเทาปวดลดไข้ (ต่อ) 2. พาราเซตามอล (Paracetamol) ูีฤทธิ์ระงับปวดและลดไข้ ใช้ ระงับอาการปวดศีรษะ ปวดข้อ และปวดกล้าูเนื้อ แต่ไูู่ีฤทธิ์บรรเทาการ อักเสบ ข้อควรระวัง ถ้าใช้ยานี้เกินขนาดูาก ๆ เช่น ผก้ใหญ่รับประทานัรั้งละ 10 กรัู (ขนาด 500 ูิลลิกรัู 20 เู็ด) หรือเด็กรับประทานัรั้งละ 3 กรัู ก็อามูี พิษต่อตับ ทาให้ตับทางานไู่ได้ หรือตับวาย ถึงตายได้ ดังนั้น ในเด็ก ไู่ัวรใช้ เกินวันละ 1,200 ูิลลิกรัู และผก้ใหญ่ไู่ัวรเกินวันละ 4 กรัู
  • 14. สูาชิกในกลุู่ 1. นางสาวชนิตา แซ่ฉั่ว รหัสประมาตัวนิสิต 552051054 2. นางสาวโยษิตา นาูอินทร์ รหัสประมาตัวนิสิต 552051170 3. นางสาวกฤติยาภรณ์ อินทวงศ์ รหัสประมาตัวนิสิต 552051183 4. นางสาวเกษกาญมน์ ศรีแสงแก้ว รหัสประมาตัวนิสิต 552051188 5. นางสาวมุฑาูาศ ศรีสุข รหัสประมาตัวนิสิต 552051192 6. นางสาวธันยพร ศรีสุข รหัสประมาตัวนิสิต 552051200 7. นางสาวนุชมรี สงกลับ รหัสประมาตัวนิสิต 552051204 8. นางสาวูนชนก ขวัญเูือง รหัสประมาตัวนิสิต 552051219 9. นางสาวศุภกานต์ ยิู้โฉู รหัสประมาตัวนิสิต 552051228 สาขาสุขศาสตร์อุตสาหกรรูและสุขภาพสิ่งแวดล้อู ชั้นปีที่ 4 ปีการศึกษา 2558 ัณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา ูหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง