เซลล์และการแบ่งเซลล์ รองศาสตราจารย์ อนันต์ สกุลกิม ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็...
ประวัติของเซลล์ <ul><li>ชาวเยอรมันสองท่านคือ ชไลเดน  ( Schleiden )  นักพฤกษศาสตร์ และ ชวันน์  ( Schwann )  นักสัตววิทยาได้...
ขนาดและรูปร่างของเซลล์ <ul><li>หน่วยวัด ตัวอย่าง </li></ul><ul><li>เซนติ  = 1 / 100 1  เซนติเมตร  = 0.01  เมตร </li></ul><...
เซลล์โพรคารีโอต <ul><li>เซลล์โพรคารีโอตพบในสิ่งมีชีวิต  2  กลุ่มคือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและแบคทีเรีย จัดเป็นเซลล์โบราณม...
เซลล์แบคทีเรียแสดงแฟลเจลลาและไพไล แฟลเจลลา  ไพไล แฟลเจลลา ไพไล
เซลล์แบคทีเรียแสดงผนังเซลล์และออร์แกเนลล์
เซลล์สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน  ( Anabaena ) เซลล์แบบโพรคารีโอต ไม่มีนิวเคลียส อยู่เป็นสาย แต่ละสายประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากต...
เซลล์ยูคารีโอต <ul><li>เซลล์ยูคารีโอตจะพบในเซลล์ของรา ยีสต์ สาหร่ายทุกชนิดยกเว้นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน พืช และสัตว์  จัด...
โครงสร้างของเซลล์ยูคารีโอต
โครงสร้างของเซลล์ยูคารีโอต นิวเคลียส  ไซโทพลาซึม  เยื่อหุ้มเซลล์
เยื่อหุ้มเซลล์ <ul><li>เยื่อหุ้มเซลล์เป็นเยื่อที่เกิดจากฟอสโฟลิพิดสองชั้นหันด้านหัวออกด้านนอก  ( ชอบน้ำ )  และหางเข้าด้านใ...
ฟอสโฟลิพิดมีด้านหัวและหาง หาง
เยื่อหุ้มเซลล์  ( ฟอสโฟลิพิด   2   ชั้นมีโปรตีนแทรก )
เยื่อหุ้มเซลล์แสดงโปรตีนแทรกอยู่ แสดงการลำเลียง  แสดงช่องโปรตีน
เยื่อหุ้มเซลล์  ( การลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ) ซ้าย แสดงการลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้ม  ขวา  ฟอสโฟลิพิด
ส่วนประกอบนอกเซลล์ <ul><li>ส่วนที่หุ้มอยู่นอกเยื่อหุ้มเซลล์ในเซลล์พืชและเชื้อราคือผนังเซลล์แต่มีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกั...
ผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์พืช ซ้าย แสดงผนังเซลล์ ๒ ชั้น ขวา แสดงการเกิดผนังชั้นทุติยภูมิ
ผนังเซลล์ทุติยภูมิ ไซเล็ม  รูมีขอบ  ลวดลายแบบต่างๆ
นิวเคลียส <ul><li>นิวเคลียสจะมีเยื่อหุ้มเป็นฟอสโฟลิพิด  2  ชั้นเรียงตัวกันเช่นเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์ โดยหันด้านหัวชอบน้ำออ...
เยื่อหุ้มนิวเคลียสจะมีรูเป็นทางเข้าออกของสารต่างๆ ตลอดจนอาร์เอ็นเอ สารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์โปรตีน ภายในมีนิวค...
ส่วนประกอบภายในนิวเคลียส <ul><li>โครโมโซม เป็นส่วนประกอบที่เกิดจากโปรตีนฮิสโตนอยู่ร่วมกับดีเอ็นเอ โครโมโซมจะมีจำนวนจำกัดใน...
ส่วนประกอบโครโมโซมเห็นฮิสโตนกับโครมาติน
นิวเคลียส <ul><li>นิวคลีโอลัส ภายใต้เยื่อหุ้มนิวเคลียสจะมีนิวคลีโอลัส นิวคลีโอลัสจะทำหน้าที่ควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน โดยก...
แสดงการสังเคราะห์โปรตีน
ไซโทพลาซึม <ul><li>หมายถึงส่วนที่อยู่ใต้เยื่อหุ้มเซลล์ ป็นที่อยู่ของออร์แกเนลล์หลายชนิด แต่ละชนิดจะมีหน้าที่แตกต่างกัน ภาย...
ไมโทคอนเดรีย <ul><li>พบในเซลล์พืชและสัตว์ทั่วไปประกอบด้วยเยื่อ  2   ชั้นชั้นนอกเป็นฟอสโฟลิพิด  2  ชั้นเช่นเดียวกับเยื่อหุ้...
ไมโทคอนเดรีย  ผนังชั้นนอก ผนังชั้นใน
เอนโดพลามิกเรติคิวลัม ไรโบโซม <ul><li>มีลักษณะเป็นจุดกลม ปกติพบบนผิวของเอนโดพลาสมิก  เรติคิวลัม  เป็นแหล่งสังเคราะห์โปรตีน...
ไรโบโซม
เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม <ul><li>เป็นออร์แกเนลล์ที่พบในเซลล์ยูคารีโอตมีลัษณะเป็นร่องติดต่อระหว่างนิวเคลียสกับไซโทพลาซึม ทำหน...
เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม ชนิดผิวเรียบ  ชนิดผิวหยาบ
กอลจิบอดีหรือกอลจิแอพพาราตัส  ถุง <ul><li>ลักษณะเป็นท่อแต่เรียงเป็นชั้นลักษณะคล้ายจานคว่ำทำหน้าที่ผลิตโปรตีนเช่นเอนไซม์ส่ง...
ไลโซโซม <ul><li>ลักษณะเป็นถุงเล็กๆผลิตจากกอลจิบอดี ภายในถุงประกอบด้วยเอนไซม์ทำหน้าที่ย่อยสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในเซลล์รวมทั...
เซนทริโอล <ul><li>พบเฉพาะในเซลล์สัตว์และสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำบางชนิดซึ่งจะปรากฏให้เห็นต่อเมื่อมีการแบ่งเซลล์ประกอบด้วยไมโครทู...
ไคนีโทโซมหรือไคนีโทพลาสต์ <ul><li>เป็นโครงสร้างที่พบในพวกเซลล์บางชนิดตัวอย่างเช่นโพรโตซัว   trypanosome  เป็นโครงสร้างที่ม...
แวคิวโอล  แสบแวคิวโอล <ul><li>เป็นช่องว่างในเซลล์ พบหลายแบบด้วยกัน ในเซลล์พืชมีขนาดใหญ่มาก เรียกว่า แสบแวคิวโอล  ( Sap vac...
แวคิวโอลอาหาร <ul><li>แวคิวโอลที่พบในเซลล์สัตว์เรียกว่า แวคิวโอลอาหาร  ( Food Vacuole )  ภายในมีเอนไซม์ย่อยอาหารเช่น ไลโซไ...
คอนแทรกไทล์แวคิวโอล <ul><li>ในโพรโตซัวน้ำจืดส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีขนเซลล์ เช่นพารามีเซียมจะมีแวคิวโอลเรียกว่าคอนแทรกไ...
แวคิวโอล พารามีเซียม  อะมีบา คอนแทรกไทล์แวคิวโอล
แกรนูล <ul><li>หมายถึงเม็ดเล็กๆที่พบในเซลล์ทั่วไปทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ เม็ดเล็กๆนี้อาจเป็นเม็ดโปรตีน เม็ดแป้ง ผลึกขอ...
พลาสติด <ul><li>พลาสติดหมายถึงเม็ดของสารสีที่พบอยู่ในเซลล์พืช โดยอาจจะมีสีแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของสารสี หากมีสีเขียวเรีย...
คลอโรพลาสติดหรือคลอโรพลาสต์ <ul><li>มีลักษณะเป็นเม็ด มีเยื่อหุ้มเป็นฟอสโฟลิพิดเช่นเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มมีสองชั้...
โครงสร้างของคลอโรพลาสต์ เยื่อชั้นนอก เยื่อชั้นใน ไทลาคอยด์ สโตรมาลาเมลลา  สโตรมา กรานัม ช่องว่างระหว่างเยื่อสองชั้น
โมเดลแสดงส่วนประกอบของคลอโรพลาสต์
ลิวโคพลาสติดหรือลิวโคพลาสต์ <ul><li>เป็นพลาสติดที่มีสีขาวทำหน้าที่เก็บสะสมอาหารประเภทแป้ง ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ หัวม...
โครโมพลาสติดหรือโครโมพลาสต์ <ul><li>เป็นพลาสติดที่มีสีแตกต่างกันมากมายที่รู้จักกันดีคือแคโรตินอยด์และไฟโคบิลิน </li></ul>๑...
ไมโครทูบูล <ul><li>เป็นเส้นใยโปรตีนมีลักษณะเป็นท่อกลวง ภายในท่อเป็นใยโปรตีนสองชนิด เมื่อใยหดตัวเข้าหากันจะทำให้เกิดการเคลื...
ขนเซลล์และแฟลเจลลา  ๙คู่   ๒   <ul><li>ขนเซลล์และแฟลเจลลาจะมีโครงสร้างภายในเหมือนกัน คือมีไมโครทูบูล  9   ชุด + 2  ท่อตรงก...
แฟลเจลลาของยูกลีนา
ขนเซลล์ของพารามีเซียม ขนเซลล์ของพารามีเซียม
การแบ่งเซลล์ <ul><li>การแบ่งเซลล์ทางชีววิทยาจะหมายถึงการแบ่งเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์เพื่อการเติบโตของสิ่งมีชีวิต และแบ่งเพื่อก...
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส <ul><li>๒ .  การแบ่งแบบไมโอซิส เป็นการแบ่งนิวเคลียส  2  ครั้งตามด้วยการแบ่งไซโทพลาซึม จำนวนโครโ...
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส <ul><li>หลักการ   แบ่งเพื่อการเติบโตเริ่มต้น   1  เซลล์สิ้นสุดการแบ่ง  2  เซลล์แต่ละเซลล์มีจำนว...
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส <ul><li>๒ .  ไมโทซิส จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดที่นิวเคลียสเป็นระยะโดยสังเกตดังนี้ </li></ul><ul><l...
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส <ul><li>๔ .  เทโลเฟส สังเกตจากโครโมโซมแยกขาดออกจากกันเป็น  2  กลุ่มชัดเจนและเริ่มเห็นเยื่อหุ้มน...
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส เริ่มต้นที่โครโมโซม ๒ ชุดเมื่อสิ้นกระบวนการโครโมโซมจำนวนเท่าเดิมแต่เซลล์ที่เกิดใหม่ ๒ เซลล์ โปร...
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส  ( ขยาย๒๗๐๐ เท่า ) โพรเฟส  แอนนาเฟส เมตาเฟส  เทโลเฟส
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส <ul><li>หลักการ  แบ่งเพื่อการสืบพันธุ์เป็นการแบ่งเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ หลังการแบ่งตัวจะได้เซ...
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส <ul><li>ไมโอซิส  1   ประกอบด้วยโพรเฟส  1   เมตาเฟส  1   แอนนาเฟส  1   และเทโลเฟส  1  ในระยะโพรเ...
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส ๒ ชุด  เพิ่มจำนวน  ๑ ชุด๒ เซลล์  ๑ ชุด ๔ เซลล์
การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส
สวัสดี จบการบรรยาย
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

เซลล์และการแบ่งเซลล์

2,219 views

Published on

Published in: Health & Medicine
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,219
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
13
Actions
Shares
0
Downloads
15
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เซลล์และการแบ่งเซลล์

  1. 1. เซลล์และการแบ่งเซลล์ รองศาสตราจารย์ อนันต์ สกุลกิม ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  2. 2. ประวัติของเซลล์ <ul><li>ชาวเยอรมันสองท่านคือ ชไลเดน ( Schleiden ) นักพฤกษศาสตร์ และ ชวันน์ ( Schwann ) นักสัตววิทยาได้ตั้งทฤษฎีเซลล์ขึ้นในปี 1893 มีใจความว่า </li></ul><ul><li>“ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายประกอบด้วยเซลล์และผลิตภัณฑ์ของเซลล์ ” </li></ul>
  3. 3. ขนาดและรูปร่างของเซลล์ <ul><li>หน่วยวัด ตัวอย่าง </li></ul><ul><li>เซนติ = 1 / 100 1 เซนติเมตร = 0.01 เมตร </li></ul><ul><li>มิลลิ = 1 / 1,000 1 มิลลิเมตร = 0.001 เมตร </li></ul><ul><li>ไมโคร = 1 / 100,000 1 ไมโครเมตร = 1x10 -6 เมตร </li></ul><ul><li>นาโน = 1 / 1,000,000,000 1 นาโนเมตร = 1x10 -9 เมตร </li></ul><ul><li>อังสตรอม =1 / 10,000,000,000 1 อังสตรอม = 1x10 -10 เมตร </li></ul>
  4. 4. เซลล์โพรคารีโอต <ul><li>เซลล์โพรคารีโอตพบในสิ่งมีชีวิต 2 กลุ่มคือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและแบคทีเรีย จัดเป็นเซลล์โบราณมาก แต่ยังมีวิวัฒนาการมาจนปัจจุบัน </li></ul>ลักษณะประจำ 1. ไม่มีออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้มในไซโทพลาซึม 2. เยื่อหุ้มเซลล์ไม่มีคอเลสเตอรอลและสเตียรอยด์ 3. ผนังเซลล์เป็นพวกมิวโคพอลิแซ็กคาไรด์ไม่ใช่เซลลูโลส 4. แฟลเจลลาและไพไลเป็นหลอดไม่ใช่ไมโครทูบูล
  5. 5. เซลล์แบคทีเรียแสดงแฟลเจลลาและไพไล แฟลเจลลา ไพไล แฟลเจลลา ไพไล
  6. 6. เซลล์แบคทีเรียแสดงผนังเซลล์และออร์แกเนลล์
  7. 7. เซลล์สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ( Anabaena ) เซลล์แบบโพรคารีโอต ไม่มีนิวเคลียส อยู่เป็นสาย แต่ละสายประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากต่อกันคล้ายโซ่ และมีเมือกหุ้มตลอดทั้งโซ่
  8. 8. เซลล์ยูคารีโอต <ul><li>เซลล์ยูคารีโอตจะพบในเซลล์ของรา ยีสต์ สาหร่ายทุกชนิดยกเว้นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน พืช และสัตว์ จัดว่าเป็นเซลล์ที่มีนิวเคลียสและมีเยื่อหุ้ม นอกจากนี้ในไซโทพลาซึมยังมีออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้มอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนประกอบโดยทั่วไปจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ ไซโทพลาซึมและนิวเคลียส ซึ่งจะมีเยื่อหุ้มล้อมรอบแบ่งเป็น 2 ส่วนชัดเจน </li></ul>
  9. 9. โครงสร้างของเซลล์ยูคารีโอต
  10. 10. โครงสร้างของเซลล์ยูคารีโอต นิวเคลียส ไซโทพลาซึม เยื่อหุ้มเซลล์
  11. 11. เยื่อหุ้มเซลล์ <ul><li>เยื่อหุ้มเซลล์เป็นเยื่อที่เกิดจากฟอสโฟลิพิดสองชั้นหันด้านหัวออกด้านนอก ( ชอบน้ำ ) และหางเข้าด้านใน ( ไม่ชอบน้ำ ) และมีโปรตีนกับคอเลสเตอรอลแทรกเป็นระยะๆโดยโปรตีนทำหน้าที่ควบคุมสารเข้าออกจากเซลล์ </li></ul>ฟอสโฟลิพิด โปรตีน
  12. 12. ฟอสโฟลิพิดมีด้านหัวและหาง หาง
  13. 13. เยื่อหุ้มเซลล์ ( ฟอสโฟลิพิด 2 ชั้นมีโปรตีนแทรก )
  14. 14. เยื่อหุ้มเซลล์แสดงโปรตีนแทรกอยู่ แสดงการลำเลียง แสดงช่องโปรตีน
  15. 15. เยื่อหุ้มเซลล์ ( การลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ) ซ้าย แสดงการลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้ม ขวา ฟอสโฟลิพิด
  16. 16. ส่วนประกอบนอกเซลล์ <ul><li>ส่วนที่หุ้มอยู่นอกเยื่อหุ้มเซลล์ในเซลล์พืชและเชื้อราคือผนังเซลล์แต่มีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกัน ในพืชจะมีผนังเซลล์อยู่ 3 แบบคือ </li></ul>๑ . เยื่อชั้นกลาง เกิดขึ้นหลังจากการแบ่งเซลล์เสร็จใหม่ๆเป็นสารพวก เพกทิน ๒ . ผนังเซลล์ปฐมภูมิ เกิดหลังจากเยื่อชั้นกลาง ประกอบด้วยเสารเพกทินและไกลแคนแทรกอยู่ในเซลลูโลส ๓ . ผนังเซลล์ทุติยภูมิ เกิดจากสารพวกลิกนินทับเข้าไปในเซลลูโลส เมื่อพืชมีอายุมากขึ้น ก่อให้เกิดลวดลายต่างๆเมื่อตรวจด้วยกล้อง
  17. 17. ผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์พืช ซ้าย แสดงผนังเซลล์ ๒ ชั้น ขวา แสดงการเกิดผนังชั้นทุติยภูมิ
  18. 18. ผนังเซลล์ทุติยภูมิ ไซเล็ม รูมีขอบ ลวดลายแบบต่างๆ
  19. 19. นิวเคลียส <ul><li>นิวเคลียสจะมีเยื่อหุ้มเป็นฟอสโฟลิพิด 2 ชั้นเรียงตัวกันเช่นเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์ โดยหันด้านหัวชอบน้ำออกด้านนอกและหางเข้าด้านใน ดังภาพ </li></ul>
  20. 20. เยื่อหุ้มนิวเคลียสจะมีรูเป็นทางเข้าออกของสารต่างๆ ตลอดจนอาร์เอ็นเอ สารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์โปรตีน ภายในมีนิวคลีโอลัส โครงสร้างของนิวเคลียส
  21. 21. ส่วนประกอบภายในนิวเคลียส <ul><li>โครโมโซม เป็นส่วนประกอบที่เกิดจากโปรตีนฮิสโตนอยู่ร่วมกับดีเอ็นเอ โครโมโซมจะมีจำนวนจำกัดในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด มีความสำคัญต่อการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เมื่อมีการแบ่งเซลล์จะยืดตัวออกเป็นสายยาวเรียกว่าโครมาทิน ดังนั้นโครมาทินจึงมีความสัมพันธ์กับโครโมโซมโดยตรง การเกิดความผิดปกติของโครโมโซมขึ้น เช่นขาดหายไป จะทำให้ดีเอ็นเอหายไปด้วย รหัสบนอาร์เอ็นเอนำรหัส ก็จะผิดพลาดตามไปด้วย การสังเคราะห์โปรตีนจะผิดพลาด เนื่องจากกรดอะมิโนเปลี่ยนชนิดไป ก่อให้เกิดการกลาย ( mutation ) เช่นโคมี 2 หัวไก่มี 4 ขาเป็นต้น </li></ul>
  22. 22. ส่วนประกอบโครโมโซมเห็นฮิสโตนกับโครมาติน
  23. 23. นิวเคลียส <ul><li>นิวคลีโอลัส ภายใต้เยื่อหุ้มนิวเคลียสจะมีนิวคลีโอลัส นิวคลีโอลัสจะทำหน้าที่ควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน โดยการสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ จากดีเอ็นเอ อาร์เอ็นเอที่สำคัญคือ </li></ul><ul><li>๑ . อาร์เอ็นเอไรโบโซม ( Ribosomal RNA ) </li></ul><ul><li>๒ . อาร์เอ็นเอถ่ายโอน ( Transfer RNA ) </li></ul><ul><li>๓ . อาร์เอ็นเอนำรหัส ( Messenger RNA ) </li></ul>
  24. 24. แสดงการสังเคราะห์โปรตีน
  25. 25. ไซโทพลาซึม <ul><li>หมายถึงส่วนที่อยู่ใต้เยื่อหุ้มเซลล์ ป็นที่อยู่ของออร์แกเนลล์หลายชนิด แต่ละชนิดจะมีหน้าที่แตกต่างกัน ภายในไซโทพลาซึมจะมีปฏิกิริยาเคมีมากมาย ดังนั้นภายในไซโทพลาซึม จึงเหมือนกับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่หลายมีแผนก ต่างแผนกต่างมีหน้าที่ ทุกออร์แกเนลล์มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของเซลล์ทั้งสิ้น ออร์แกเนลล์ที่สำคัญ มีหลายชนิด เช่น ไมโทคอนเดรีย ไรโบโซม เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม กอลจิบอดี ไลโซโซม เซนทริโอล ไคนีโทโซม แวคิวโอลและอื่นๆ </li></ul>
  26. 26. ไมโทคอนเดรีย <ul><li>พบในเซลล์พืชและสัตว์ทั่วไปประกอบด้วยเยื่อ 2 ชั้นชั้นนอกเป็นฟอสโฟลิพิด 2 ชั้นเช่นเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์ ชั้นในเว้าเข้าขดไปมาเรียกว่า คริสตี ผนังชั้นในเป็นฟอสโฟลิพิด 2 ชั้นเช่นเดียวกัน ที่ผนังชั้นที่สองนี้แหละคือแหล่งผลิตพลังงานของเซลล์เปรียบประดุจกับโรงงานผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยเรา เพราะผลิตพลังงานให้เซลล์นำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ดังนั้นหากไม่มีพลังงานก็ไม่มีเซลล์ เซลล์สัตว์จะพบไมโทคอนเดรียมากกว่าเซลล์พืช และสัตว์ที่มีกัมมันตภาพสูง เซลล์จะมีไมโทคอนเดรียจำนวนมากกว่าสัตว์ที่มีกัมมันตภาพต่ำ </li></ul>
  27. 27. ไมโทคอนเดรีย ผนังชั้นนอก ผนังชั้นใน
  28. 28. เอนโดพลามิกเรติคิวลัม ไรโบโซม <ul><li>มีลักษณะเป็นจุดกลม ปกติพบบนผิวของเอนโดพลาสมิก เรติคิวลัม เป็นแหล่งสังเคราะห์โปรตีนของเซลล์ หากเปรียบเทียบกับเมืองไทยเป็นเซลล์ ไรโบโซมคือโรงงานผลิตอาหารเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ ไข่ และโปรตีนอื่น ไรโบโซมสร้างจากนิวเคลียส และส่งมาทำงานที่ไซโทพลาซึม ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่า </li></ul>สังเคราะห์โปรตีนให้เซลล์นำไปใช้ประโยชน์ทั้งใช้ในนิวเคลียส ในไซโทพลาซึมและยังส่งไปช่วยในเซลล์ที่ไม่สามารถสังเคราะห์โปรตีนได้อีกด้วย
  29. 29. ไรโบโซม
  30. 30. เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม <ul><li>เป็นออร์แกเนลล์ที่พบในเซลล์ยูคารีโอตมีลัษณะเป็นร่องติดต่อระหว่างนิวเคลียสกับไซโทพลาซึม ทำหน้าที่หลักคือการลำเลียงสารจากไซโทพลาซึมสู่นิวเคลียสและจากนิวเคลียสออกสู่ไซโทพลาซึม มีอยู่ 2 แบบคือ </li></ul><ul><li>๑ . ชนิดผิวเรียบ ( Smooth ER) ไม่มีไรโบโซมมาเกาะ </li></ul><ul><li>๒ . ชนิดผิวหยาบ ( Rough ER ) มีไรโบโซมเกาะที่ผิว </li></ul>
  31. 31. เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม ชนิดผิวเรียบ ชนิดผิวหยาบ
  32. 32. กอลจิบอดีหรือกอลจิแอพพาราตัส ถุง <ul><li>ลักษณะเป็นท่อแต่เรียงเป็นชั้นลักษณะคล้ายจานคว่ำทำหน้าที่ผลิตโปรตีนเช่นเอนไซม์ส่งออกไปนอกเซลล์ ผลิตไลโซโซมและสารอื่นๆบรรจุลงในถุง ( Vesicle ) การทำงานคล้ายกับฝ่ายเก็บขยะของเทศบาล คือบรรจุขยะลงในถุงเสียก่อนจึงส่งออกนอกเซลล์ </li></ul>
  33. 33. ไลโซโซม <ul><li>ลักษณะเป็นถุงเล็กๆผลิตจากกอลจิบอดี ภายในถุงประกอบด้วยเอนไซม์ทำหน้าที่ย่อยสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในเซลล์รวมทั้งทำลายเซลล์เดิมที่หมดอายุแล้ว เอนไซม์ที่อยู่ภายในยังสามารถย่อยทำลายตัวเองได้เรียกว่าออโทไลซิส </li></ul>เอนไซม์
  34. 34. เซนทริโอล <ul><li>พบเฉพาะในเซลล์สัตว์และสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำบางชนิดซึ่งจะปรากฏให้เห็นต่อเมื่อมีการแบ่งเซลล์ประกอบด้วยไมโครทูบูลในลักษณะ 9+0 ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของโครโมโซมในขณะที่กำลังแบ่งเซลล์ </li></ul>
  35. 35. ไคนีโทโซมหรือไคนีโทพลาสต์ <ul><li>เป็นโครงสร้างที่พบในพวกเซลล์บางชนิดตัวอย่างเช่นโพรโตซัว trypanosome เป็นโครงสร้างที่มีความสัมพันธ์กับแฟลเจลลาและขนเซลล์ พบอยู่ที่ฐานของแฟลเจลลา หรือขนเซลล์ ทำหน้าที่ยึดแฟลเจลลาหรือขนเซลล์ บางคนเรียกว่าเบซัลบอดี ( Basal body) </li></ul>แฟลเจลลา
  36. 36. แวคิวโอล แสบแวคิวโอล <ul><li>เป็นช่องว่างในเซลล์ พบหลายแบบด้วยกัน ในเซลล์พืชมีขนาดใหญ่มาก เรียกว่า แสบแวคิวโอล ( Sap vacuole ) หรือแสบเซลล์ ( Sap cell ) เป็นที่อยู่ของสารละลายหลายชนิด สารสี และผลึกที่มีสีต่างๆ ใบพืชที่มีสี ดอกไม้ที่มีสีสรรสวยงามเนื่องจากมีสารสีชนิดต่างๆอยู่ในส่วนนี้ </li></ul>
  37. 37. แวคิวโอลอาหาร <ul><li>แวคิวโอลที่พบในเซลล์สัตว์เรียกว่า แวคิวโอลอาหาร ( Food Vacuole ) ภายในมีเอนไซม์ย่อยอาหารเช่น ไลโซไซม์ ตัวอย่างเช่นที่พบในกระบวนการฟาโกไซโทซิส ( Phagocytosis ) ของเม็ดเลือดขาว เมื่อโอบล้อมเชื้อโรคจะปล่อยเอนไซม์ย่อยเชื้อจนหมด </li></ul>
  38. 38. คอนแทรกไทล์แวคิวโอล <ul><li>ในโพรโตซัวน้ำจืดส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีขนเซลล์ เช่นพารามีเซียมจะมีแวคิวโอลเรียกว่าคอนแทรกไทล์แวคิวโอลทำหน้าที่ขับน้ำออกจากเซลล์เพื่อให้โพรโตซัวดำรงชีวิตอยู่ได้ โครงสร้างดังกล่าวนี้อยู่ในไซโทพลาซึมมีทั้งด้านบนและด้านล่างของเซลล์โครงสร้างดังกล่าวจะทำงานตลอดเวลา ( สังเกตวงกลมตรงกลาง ) </li></ul>
  39. 39. แวคิวโอล พารามีเซียม อะมีบา คอนแทรกไทล์แวคิวโอล
  40. 40. แกรนูล <ul><li>หมายถึงเม็ดเล็กๆที่พบในเซลล์ทั่วไปทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ เม็ดเล็กๆนี้อาจเป็นเม็ดโปรตีน เม็ดแป้ง ผลึกของสาร อาหารสะสม สารสี ไขมัน เป็นต้น จัดว่าเป็นส่วนที่ไม่มีชีวิต </li></ul>
  41. 41. พลาสติด <ul><li>พลาสติดหมายถึงเม็ดของสารสีที่พบอยู่ในเซลล์พืช โดยอาจจะมีสีแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของสารสี หากมีสีเขียวเรียกว่า คลอโร พลาสติด สีขาวเรียกว่าลิวโคพลาสติด และสีอื่นๆนอกจากทั้งสองสีนี้เรียกว่าโครโมพลาสติด </li></ul><ul><li>สารสีจะพบเป็นจำนวนมากในพืช ก่อให้เกิดสีสรรมากมายสารสีดังกล่าวนี้พบทั้งในแวคิวโอลและในไซโทพลาซึม </li></ul>
  42. 42. คลอโรพลาสติดหรือคลอโรพลาสต์ <ul><li>มีลักษณะเป็นเม็ด มีเยื่อหุ้มเป็นฟอสโฟลิพิดเช่นเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มมีสองชั้น ชั้นนอกหุ้มตามปกติแต่ชั้นในจะเว้าเข้าลักษณะคล้ายกับไมโทคอนเดรีย ที่เยื่อหุ้มชั้นในนี่เองเป็นที่อยู่ของโปรตีนซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงและมีโมเลกุลของคลอโรฟีลล์แทรกอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเป็นแหล่งสร้างอาหารของพืชสีเขียว และเป็นบ่อเกิดของโซ่อาหารของระบบนิเวศ ดังนั้นคลอโรพลาสต์ จึงเป็นออร์แกเนลล์ที่สำคัญมากในพืชสีเขียวและสาหร่าย </li></ul>
  43. 43. โครงสร้างของคลอโรพลาสต์ เยื่อชั้นนอก เยื่อชั้นใน ไทลาคอยด์ สโตรมาลาเมลลา สโตรมา กรานัม ช่องว่างระหว่างเยื่อสองชั้น
  44. 44. โมเดลแสดงส่วนประกอบของคลอโรพลาสต์
  45. 45. ลิวโคพลาสติดหรือลิวโคพลาสต์ <ul><li>เป็นพลาสติดที่มีสีขาวทำหน้าที่เก็บสะสมอาหารประเภทแป้ง ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ หัวมันฝรั่ง เก็บอาหารสะสมไว้ที่หัวในรูปของลิวโค พลาสติด มีทรงเป็นเม็ดทรงกลมรี เมื่อทำปฏิกิริยากับไอโอดีนได้สีน้ำเงินเข้ม </li></ul>ลิวโคพลาสต์
  46. 46. โครโมพลาสติดหรือโครโมพลาสต์ <ul><li>เป็นพลาสติดที่มีสีแตกต่างกันมากมายที่รู้จักกันดีคือแคโรตินอยด์และไฟโคบิลิน </li></ul>๑ . แคโรตินอยด์ประกอบด้วยแคโรทีนสีเหลืองแดง ตัวอย่างคือสีของมะละกอสุก สีหัวแครอท และแซนโทฟีลล์สีเหลือง ตัวอย่างเช่นสีเมล็ดข้าวโพดหวานเป็นสีของแคโรทีน ๒ . ไฟโคบิลินมีหลายสีส่วนมากพบในเซลล์สาหร่ายเช่นไฟโคอีรีทรินพบในสาหร่ายสีแดง ไฟโคไซยานินพบในสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียวเป็นต้น
  47. 47. ไมโครทูบูล <ul><li>เป็นเส้นใยโปรตีนมีลักษณะเป็นท่อกลวง ภายในท่อเป็นใยโปรตีนสองชนิด เมื่อใยหดตัวเข้าหากันจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหว พบไมโครทูบูลในแฟลเจลลา ขนเซลล์ เซน ทริโอล และในไซโทพลาซึม </li></ul>
  48. 48. ขนเซลล์และแฟลเจลลา ๙คู่ ๒ <ul><li>ขนเซลล์และแฟลเจลลาจะมีโครงสร้างภายในเหมือนกัน คือมีไมโครทูบูล 9 ชุด + 2 ท่อตรงกลาง ขนเซลล์จะต่างจากแฟลเจลลาที่มีจำนวนมากและสั้นกว่าแฟลเจลลา </li></ul>
  49. 49. แฟลเจลลาของยูกลีนา
  50. 50. ขนเซลล์ของพารามีเซียม ขนเซลล์ของพารามีเซียม
  51. 51. การแบ่งเซลล์ <ul><li>การแบ่งเซลล์ทางชีววิทยาจะหมายถึงการแบ่งเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์เพื่อการเติบโตของสิ่งมีชีวิต และแบ่งเพื่อการสืบพันธุ์เพื่อเป็นการรักษาเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตลักษณะของการแบ่งจะมี 2 ลักษณะด้วยกันคือ </li></ul>๑ . ไมโทซิส เป็นการแบ่งนิวเคลียสออกเป็น 2 ส่วนหลังจากนั้นจะมีการแบ่งไซโทพลาซึม เมื่อสิ้นสุดกระบวนการจำนวนโครโมโซมในนิวเคลียสจะเท่าเดิมคือเริ่มจาก 2 ชุดจะได้ 2 ชุดเท่าเดิม หรือเริ่ม 1 ชุดจะได้ 1 ชุดเท่าเดิม
  52. 52. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส <ul><li>๒ . การแบ่งแบบไมโอซิส เป็นการแบ่งนิวเคลียส 2 ครั้งตามด้วยการแบ่งไซโทพลาซึม จำนวนโครโมโซมจะเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของที่เคยมีมาก่อน เมื่อเริ่ม 2 ชุดสิ้นสุดการแบ่งจะเหลือเพียงชุดเดียวและได้จำนวนเซลล์ 4 เซลล์ </li></ul>การแบ่งแบบไมโอซิสจะพบทั่วไปในอวัยวะสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเช่นในดอก ในโคน ( cone ) ของพืชพวกสน ในอับสปอร์ของรา ยีสต์ ในอัณฑะของสัตว์เพศผู้ และในรังไข่ของสัตว์เพศเมียเป็นต้น
  53. 53. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส <ul><li>หลักการ แบ่งเพื่อการเติบโตเริ่มต้น 1 เซลล์สิ้นสุดการแบ่ง 2 เซลล์แต่ละเซลล์มีจำนวนโครโมโซมเท่าเดิม การแบ่งแบบนี้จะมี 2 ระยะคืออินเทอร์เฟสและไมโทซิส </li></ul>๑ . อินเทอร์เฟสเป็นระยะที่มีการสังเคราะห์ดีเอ็นเอเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว และมีลักษณะเหมือนเดิมทุกประการ เรียกว่าการถ่ายแบบ ผลที่ตามมาคือจำนวนโครโมโซมจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ละโครโมโซมจะมีแขนเพิ่มขึ้นอีกข้างหนึ่ง เรียกว่าโครมาติด ดังนั้น 1 โครโมโซมจึงมี 2 โครมาติด
  54. 54. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส <ul><li>๒ . ไมโทซิส จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดที่นิวเคลียสเป็นระยะโดยสังเกตดังนี้ </li></ul><ul><li>๑ . โพรเฟส สังเกตจากนิวเคลียสใหญ่ขึ้นมาก เยื่อหุ้มหายไปเห็นโครโมโซมชัดเจนมากขึ้น </li></ul><ul><li>๒ . เมตาเฟส สังเกตจากโครโมโซมมาเรียงกันตรงกลางเซลล์แต่ละโครโมโซมมี 2 แขน เรียกแต่ละแขนว่าโครมาติด </li></ul><ul><li>๓ . แอนนาเฟส สังเกตจากโครมาติดแยกขาดออกจากกันเป็น 2 ส่วนแต่ละส่วน เรียกชื่อใหม่ว่าโครโมโซม </li></ul>
  55. 55. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส <ul><li>๔ . เทโลเฟส สังเกตจากโครโมโซมแยกขาดออกจากกันเป็น 2 กลุ่มชัดเจนและเริ่มเห็นเยื่อหุ้มนิวเคลียสของเซลล์ลูกทั้ง 2 เซลล์ </li></ul><ul><li>ต่อจากนี้จะ เป็นการแบ่งไซโทพลาซึม ( cytokinesis ) ซึ่งหากเป็นเซลล์พืชเซลล์ลูกทั้งสองจะ ไม่แยกออกจากกัน และเกิดผนังเซลล์ขึ้นแต่หากเป็นเซลล์สัตว์เซลล์ทั้งสองจะ แยกออกจากกัน </li></ul><ul><li>ในห้องปฏิบัติการจะเห็นเฉพาะออร์แกเนลล์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนิวเคลียส นิวคลีโอลัส คลอโรพลาสต์ ส่วนขนาดเล็กจะไม่เห็น </li></ul>
  56. 56. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส เริ่มต้นที่โครโมโซม ๒ ชุดเมื่อสิ้นกระบวนการโครโมโซมจำนวนเท่าเดิมแต่เซลล์ที่เกิดใหม่ ๒ เซลล์ โปรดสังเกตโครโมโซมสีขาวและแดง
  57. 57. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส ( ขยาย๒๗๐๐ เท่า ) โพรเฟส แอนนาเฟส เมตาเฟส เทโลเฟส
  58. 58. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส
  59. 59. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส <ul><li>หลักการ แบ่งเพื่อการสืบพันธุ์เป็นการแบ่งเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ หลังการแบ่งตัวจะได้เซลล์สืบพันธุ์หรือแกมีต จึงพบการแบ่งแบบนี้ที่อวัยวะสืบพันธุ์เช่นดอก อัณฑะ รังไข่ </li></ul><ul><li>เริ่มต้นจากเซลล์ 1 เซลล์เมื่อหมดระยะที่ 1 จะได้เซลล์ลูก 2 เซลล์โครโมโซมเหลือเพียงครึ่งเดียวจากนั้นจะแบ่งต่ออีกครั้งหนึ่งเมื่อสิ้นสุดจะได้เซลล์ลูก 4 เซลล์แต่ละเซลล์เรียกว่าแกมีต และมีจำนวนโครโมโซมเพียงครึ่งเดียว </li></ul>
  60. 60. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส <ul><li>ไมโอซิส 1 ประกอบด้วยโพรเฟส 1 เมตาเฟส 1 แอนนาเฟส 1 และเทโลเฟส 1 ในระยะโพรเฟส 1 แบ่งออกได้เป็น 5 ระยะคือ </li></ul><ul><li>1. เลพโททีน 2. ไซโกทีน 3. พาไคทีน 4. ดิโพลทีน และ 5. ไดอะคิเนซิส </li></ul><ul><li>ไมโอซิส 2 ประกอบด้วย โพรเฟส 2 เมตาเฟส 2 แอนนาเฟส 2 และเทโลเฟส 2 บางชนิดมีอินเทอร์เฟสด้วย </li></ul>
  61. 61. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส ๒ ชุด เพิ่มจำนวน ๑ ชุด๒ เซลล์ ๑ ชุด ๔ เซลล์
  62. 62. การแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอซิส
  63. 63. สวัสดี จบการบรรยาย

×