Successfully reported this slideshow.
Your SlideShare is downloading. ×

จุดพลัง - พระองค์ทรงชีวิต

Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
พระองค์ทรงชีวิต
อีสเตอร์นำ�มาซึ่งการเปลี่ยนแปลง
โลกที่ไม่เพียบพร้อม
คำ�ตอบคือความรัก
11 เคล็ดลับ
ชนะความหดหู่ใจ
จุดพลัง
ชุ...
กล่าวทักทาย
ผมอายุยี่สิบปี เมื่ออ่านพระกิตติคุณเป็นครั้งแรก ตอนนั้นผมเริ่มมีความคิดของตัวเองเกี่ยวกับพระเจ้าและพระเยซู
ก่อ...
ฉันเติบโตขึ้นมาในครอบครัว
คริสเตียน และคุ้นเคยกับเรื่อง
อีสเตอร์ตั้งแต่เด็ก แต่ปีที่แล้วนี้
เองฉันเพิ่งค้นพบความหมายที่
อี...
Advertisement
Advertisement
Advertisement

Check these out next

1 of 16 Ad

จุดพลัง - พระองค์ทรงชีวิต

Download to read offline

หนังสือ ebook และนิตยสารฟรี - www.spiritualibrary.com

อีสเตอร์, การฟื้นคืนพระชนม์, อีสเตอร์แรก, ศาสนาคริสต์,

หนังสือ ebook และนิตยสารฟรี - www.spiritualibrary.com

อีสเตอร์, การฟื้นคืนพระชนม์, อีสเตอร์แรก, ศาสนาคริสต์,

Advertisement
Advertisement

More Related Content

More from Spiritualibrary (20)

Advertisement

จุดพลัง - พระองค์ทรงชีวิต

  1. 1. พระองค์ทรงชีวิต อีสเตอร์นำ�มาซึ่งการเปลี่ยนแปลง โลกที่ไม่เพียบพร้อม คำ�ตอบคือความรัก 11 เคล็ดลับ ชนะความหดหู่ใจ จุดพลัง ชุดที่ 14 • เล่มที่ 3 เปลี่ยนชีวิตคุณ เปลี่ยนโลก
  2. 2. กล่าวทักทาย ผมอายุยี่สิบปี เมื่ออ่านพระกิตติคุณเป็นครั้งแรก ตอนนั้นผมเริ่มมีความคิดของตัวเองเกี่ยวกับพระเจ้าและพระเยซู ก่อนหน้านั้นความเชื่อของผมไม่ชัดเจนมากนัก โดยยึดจากสิ่งที่ได้ยินจากคนอื่น ความจริงก็คือผมไม่ได้นึกถึงเรื่องนั้นมากนัก ขณะที่อ่าน เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นสิ่งใหม่ จับต้นชนปลายไม่ถูก ผมไม่เข้าใจเนื้อหา แต่ก็โน้มน้าวผมไปสู่แนวทางใหม่ ผม บอกไม่ได้ว่าผมเชื่อตามนั้น แต่ผมอยากเชื่อ ใครล่ะที่ไม่อยากมีส่วนร่วมในโลกซึ่งความมหัศจรรย์เกิดขึ้นจริง มีการต่อต้าน คัดค้านสิ่งที่ผิด ผู้ที่อ่อนแอและถูกเหยียบย่ำ�ได้รับการปกป้อง และความรักเข้าครอบครอง ถ้อยคำ�ที่พระเยซูกล่าวดลใจให้ผม กลับไปอ่านพระคัมภีร์เพิ่มเติม ข้อความเช่น ถ้าท่านดำ�รงอยู่ในคำ�ของเรา ท่านจะรู้ความจริง ความจริงนั้นจะทำ�ให้ท่านเป็น อิสระ” ผมอ่านพระกิตติคุณทั้งสี่เล่ม และกลับไปเริ่มอ่านมัทธิวอีกครั้ง หลังจากนั้นหลายสัปดาห์ ผมตระหนักว่าไม่เพียงความนึกคิดของผมเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ผมรอคอยให้ “ความจริง” ประจักษ์ต่อตาตนเอง แต่ไม่เคยเป็นเช่นนั้น ทว่ามีบางสิ่งบังเกิดผลในจิตวิญญาณผม แต่ละครั้งที่ผมยอมรับถ้อยแถลงหรือ เรื่องเล่า ศรัทธาแบบสุกๆ ดิบๆ ของผมก็สัมผัสความรักของพระเจ้า ราวกับหินเหล็กไฟปะทะกับเหล็ก ส่งผลให้เกิดประกาย ไฟ นั่นเป็นชั่วขณะที่มีความสุข มีสันติและความตื่นเต้น ในเวลาเดียวกัน ในที่สุดผมคืบหน้าต่อไป โดยอ่านพระคัมภีร์ส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากพระกิตติคุณ ผมค้นพบเนื้อหาที่ช่วยให้เข้าใจสิ่งที่ เกิดขึ้นภายในจิตใจ ผมค้นพบเช่นเดียวกับผู้ประพันธ์เพลงสดุดี และผู้คนมากมายที่มีชีวิตก่อนหน้าและหลังจากนั้น ว่า “ต่อพระพักตร์[พระเจ้า]มีความยินดีล้นพ้น” อัครสาวกเปโตรอธิบายเพิ่มเติมเรื่องสื่อสัมพันธ์จากใจถึงใจ ที่เรามีกับพระผู้สร้าง ว่า “พระองค์ผู้ที่ท่านยังไม่ได้เห็น แต่ท่านยังรักพระองค์ แม้ว่าขณะนี้ท่านไม่เห็นพระองค์ แต่ท่านยังเชื่อและชื่นชม ด้วยความ ปีติยินดีเป็นล้นพ้นเหลือที่จะกล่าว และเปี่ยมด้วยสง่าราศี” ขอให้ความปีติยินดีนั้นเป็นของคุณเช่นกัน คณะผู้จัดทำ� จุดพลัง 1. ยอห์น 8:31-32 2. เพลงสดุดี 16:11 3. 1 เปโตร 1:8 จุดพลัง ชุดที่ 14 เล่มที่ 3 หากประสงค์รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่: contact@thaifamily.org คำแปลภาษาไทย ชุดที่ 14 เล่มที่ 3 © 2012 Aurora Production AG สงวนลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น เยี่ยมชมเว็บไซท์ของเราได้ที่: http://www.thaifamily.org 2
  3. 3. ฉันเติบโตขึ้นมาในครอบครัว คริสเตียน และคุ้นเคยกับเรื่อง อีสเตอร์ตั้งแต่เด็ก แต่ปีที่แล้วนี้ เองฉันเพิ่งค้นพบความหมายที่ อีสเตอร์มีต่อฉันเป็นส่วนตัว วันอีสเตอร์ปีที่แล้ว ฉันไม่ได้ คิดถึงความรุ่งโรจน์ของการที่ พระเยซูฟื้นคืนชีพ การที่ความดี ชนะความชั่ว หรือแม้แต่รุ่งอรุณ ที่สดใสนอกหน้าต่าง หนึ่งสัปดาห์ ก่อนหน้านั้น เพื่อนสนิทโทรมา บอกข่าวน่าเศร้าว่าพ่อของเธอเสีย ชีวิตอย่างกะทันหันคืนนั้น หัวคิด ฉันยังหมุนติ้วด้วยความตะลึงงัน และความเศร้า ชีวิตหนึ่งล่วงลับ ไปอย่างฉับพลัน โดยไม่มีเวลา กล่าวถ้อยคำ�สุดท้ายหรือร่ำ�ลา เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ฉันนึกถึง หลานๆ ที่จะโตขึ้นโดยไม่มีโอกาส รู้จักคุณตา เพื่อนที่ไม่มีพ่อคอยให้ กำ�ลังใจและคำ�ปรึกษา และคุณ แม่ผู้เป็นหม้ายที่ขาดสามีที่รัก ขณะที่ศึกษาพระคัมภีร์เกี่ยวกับ อีสเตอร์ ซึ่งกล่าวถึงรายละเอียด ชั่วโมงสุดท้ายของพระเยซู การ ถูกตรึงบนไม้กางเขน และการ ฟื้นคืนชีพ ฉันนึกขึ้นได้ว่าการเสีย ชีวิตของพระผู้ช่วยให้รอด คง เป็นสิ่งที่หมู่เพื่อนและสาวกของ พระองค์คิดว่าเลวร้ายที่สุดเลย ทว่าเหตุการณ์นั้นกลับกลายเป็น มหัศจรรย์แสนวิเศษ พระคริสต์ เอาชนะความตาย หากเหตุการณ์ น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นส่งผลให้เกิด ความหวังได้ เราจะพบความหวัง เช่นเดียวกันในโลกทุกวันนี้ได้ไหม ฉันนึกถึงเพื่อนที่เจ็บปวด มีความ หวังอะไรในการเสียชีวิตที่น่าเศร้า และไม่ถึงเวลาอันควร แล้วฉันเผอิญเห็นข้อพระคัมภีร์ ว่า “พระเจ้าบันดาลให้พระเยซู คริสต์คืนพระชนม์ ตอนนี้เรามี ชีวิตด้วยความหวัง” ขณะที่คิด คำ�นึงถึงถ้อยคำ�นั้น ฉันตระหนัก ว่ามหัศจรรย์ของอีสเตอร์ไม่ได้ จบสิ้นลงเมื่อ 2,000 ปีก่อน เมื่อ พระเยซูฟื้นคืนชีพ ทว่ามหัศจรรย์ นั้นยังคงอยู่ และเป็นข่าวสารเรื่อง ความหวังที่มีชีวิต ตลอดยุคสมัย จนกระทั่งศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าเหตุการณ์วันนี้จะดูมืดมน เพียงใด รุ่งอรุณที่น่าปีติยินดีกำ�ลัง จะมาถึง เมื่อพระเยซูเตรียมที่ จะจากสาวกไป พระองค์ฝากคำ� สัญญาไว้กับเขาว่า เนื่องจาก พระองค์ฟื้นคืนชีพ เขา(และเรา) จะมีชีวิตเช่นกัน อีสเตอร์ไม่ควรเป็นแค่วันรำ�ลึก ปีละครั้ง ทว่าควรเป็นความหวัง ที่มีชีวิตในใจเราตลอดปี ตราบใด ที่ดวงอาทิตย์ทอแสงทุกเช้า เราก็ ทิ้งความเศร้าหรือความเจ็บปวด ใดๆ ไว้เบื้องหลัง โดยทะยาน ขึ้นไปอีกครั้ง ด้วยศรัทธาและ การปลอบโยน ในความรักของ พระเจ้าที่ยั่งยืนนาน เอเลน่า ไซครอฟสกี้ เป็นครูสอนภาษา อังกฤษ และอาสาสมัครมิชชันนารีที่ไต้หวัน ความหวัง ที่มีชีวิต 1. 1 เปโตร 1:3 2. ดู ยอห์น 14:19 โดย เอเลน่า ไซครอฟสกี้ ■ 3
  4. 4. เวลาผ่านไปราวสามปีแล้ว นับ ตั้งแต่ที่เขาตอบรับเสียงเรียกให้ ติดตามพระเยซู แต่ละคนมีเรื่องเล่า ของตนเอง พระองค์เรียกนาธาเนล ว่าเป็น “ชาวอิสราเอลแท้ ในใจไม่มี อุบาย”1 ปีเตอร์และแอนดรูว์น้องชาย ได้ยินพระองค์เรียกว่า “ตามเรามา เถิด เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคน ดังหาปลา”2 ขณะที่เขากำ�ลังทอดแห กลางทะเล ส่วนมัทธิวกำ�ลังนั่งเก็บ ภาษี3 หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ ตื่นเต้นและเข้มข้นที่สุดในชีวิตพวก เขา พระเยซูคือบุคคลเหลือเชื่อที่สุด เท่าที่เขาเคยรู้จักมา และเขารัก พระองค์อย่างสุดซึ้ง สิ่งที่เขาเห็นช่างเหลือเชื่อจริงๆ ผู้คนได้รับการรักษาอย่างมหัศจรรย์ ภูตผีปีศาจถูกขับไล่4 ขนมปังสองสาม ก้อนและปลาไม่กี่ตัวเลี้ยงอาหารคน นับพัน5 ครั้งหนึ่งมีขบวนแห่ศพมา ตามถนน พระองค์สงสารมารดาผู้ เศร้าโศกของชายที่เสียชีวิต พระองค์ จึงหยุดขบวนและแตะหีบศพ แล้ว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นนั่ง และฟื้นคืนชีวิต6 นั่นไม่ใช่ครั้งเดียวที่พระเยซูชุบชีวิต คนตาย มีหญิงสาวที่เสียชีวิตแล้ว 1. ยอห์น 1:47 2. มาระโก 1:17 3. ดู มัทธิว 9:9 4. ดู มัทธิว 4:23-24 5. ดู มัทธิว 14:14-21; 15:32-38 6. ดู ลูกา 7:11-16 7. ดู มาระโก 5:35-42 8. ดู ยอห์น 11:38-44 9. ดู มัทธิว 13:10-13 10. ดู ยอห์น 6:15 11. ดู ยอห์น 6:3 12. ดู ลูกา 20:20 13. ดู มัทธิว 21:6-9 14. ดู ยอห์น 11:47-48 15. ดู ลูกา 23:55-56; 24: 1-11; ยอห์น 20:3-9 ทรงชีวิต! พระองค์ โดย ปีเตอร์ อัมสเตอร์ดัม 4
  5. 5. ตอนที่พระองค์เดินเข้าไปในห้อง และ เธอฟื้นคืนชีวิต เมื่อพระองค์เดินออก มา7 นอกจากนั้นมีลาซารัสผู้เสียชีวิต ไปแล้วสี่วัน เมื่อพระเยซูเรียกเขาให้ ออกมาจากอุโมงค์ฝังศพ8 บางครั้งพระองค์เล่าเรื่องที่มีความ หมายลึกซึ้ง และเผยความจริงยิ่ง ใหญ่แก่ผู้ที่เปิดความคิดจิตใจมาก พอ เพื่อให้มีความเข้าใจ9 บางครั้ง พระองค์สอนฝูงชนที่มาชุมนุมรอบๆ เพื่อรับฟังพระองค์ ครั้งหนึ่งผู้คนเหล่า นั้นเกือบจะตั้งพระองค์เป็นกษัตริย์10 บางครั้งพระองค์พาผู้ติดตามใกล้ชิด ที่สุดไปยังที่เงียบสงบ เพื่อจะได้พัก ผ่อน และสอนเขาเป็นส่วนตัว11 นั่นเป็นช่วงที่เข้มข้นจริงๆ แน่นอนว่าความตื่นตาตื่นใจและ ความพิศวงไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน บาง วันก็มีฝ่ายปรปักษ์ ศัตรูทางศาสนา ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พระองค์สอน และ ท้าทายพระองค์อยู่เสมอ ทว่าคำ�ตอบ ของพระองค์ประกอบด้วยสติปัญญา พลังอำ�นาจ และเหนือสิ่งอื่นใดก็ เติมเต็มด้วยความรัก12 ทุกสิ่งเกี่ยวกับ พระองค์มีรากฐานอยู่ที่ความรักและ ความเมตตากรุณา เมื่อวันเวลาผ่านไป ฝ่ายปรปักษ์ รุนแรงขึ้นทุกวัน และศัตรูมุ่งมั่นที่จะ หยุดยั้งพระองค์ให้ได้ แต่ท่ามกลาง เหตุการณ์ต่างๆ วันหนึ่งฝูงชนจาก เยรูซาเล็ม พร้อมกับผู้แสวงบุญตอน เทศกาลปัสคา พากันมาต้อนรับ พระองค์นอกกำ�แพงเมือง โบกกิ่งต้น ปาล์มและตะโกนร้องว่า “โฮซันนาแด่ โอรสของดาวิด”13 ศัตรูทางศาสนาไม่ กล้าแตะต้องพระองค์ เพราะพระองค์ เป็นที่นิยมชมชอบ และเกรงว่าหาก เจ้าหน้าที่ทางการเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาอาจสูญเสียตำ�แหน่งสูงๆ14 ช่วงเวลานั้นพิเศษเหลือจะ พรรณนา เต็มไปด้วยความน่า อัศจรรย์ใจ ความหวัง ความตื่นเต้น การเรียนรู้ และความรัก ผู้ติดตาม ของพระองค์คงคาดว่าสิ่งต่างๆ จะ เป็นไปเช่นนั้นต่อไปอีกหลายปี ทันใดนั้นทุกสิ่งเปลี่ยนไป พระเยซู ถูกจับกุม เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวัน เต็ม พระองค์ถูกประหารชีวิตเยี่ยง อาชญากร ความฝันของเขาแตก สลายเป็นเสี่ยงๆ พระองค์ผู้ที่เขารัก อย่างที่สุดจากไปแล้ว วิถีชีวิตในช่วง สามปีที่ผ่านมาสิ้นสุดลง ดูเหมือนว่า อนาคตที่พระองค์กล่าวถึงคงไม่เป็น เช่นนั้น เพราะพระองค์เสียชีวิตแล้ว พวกเขาเศร้าโศก สับสน และ หวาดกลัว จึงพากันหลบซ่อนตัว ทุกสิ่งจบลงอย่างกะทันหัน ไม่ว่าจะ เป็นการงานที่เขามีส่วนร่วม และ ความรักที่เขาได้สัมผัส ทุกสิ่งเปลี่ยน ไปทันทีก็แทบจะว่าได้ อนาคตดูมืดมน สามวันหลังจากที่พระองค์ถูก ประหารชีวิต พวกผู้หญิงที่เคย ติดตามพระองค์ไปเยี่ยมสุสานแต่เช้า ทว่าร่างของพระองค์หายไปแล้ว เมื่อ พวกเธอเล่าให้เหล่าสาวกฟัง ไม่มีใคร เชื่อเลย นอกจากปีเตอร์และยอห์น ทั้งสองวิ่งไปยังสุสาน และยืนยันเรื่อง ที่พวกผู้หญิงเล่าให้ฟัง พระองค์หาย ไปจริงๆ! เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ร่างของพระองค์หายไปแล้ว15 ทันใดนั้นพระเยซูปรากฏตัวกลาง ห้องที่เขาหลบซ่อนอยู่ พระองค์ผู้ที่ เขารักและติดตาม พระองค์ผู้ซึ่งถูก ทรมานและถูกประหารชีวิตอย่าง โหดเหี้ยม ยืนอยู่ต่อหน้าเขา16 พระองค์ทรงพระชนม์! พระองค์ฟื้นคืนชีพ และกลับมาหา เขา การที่พระองค์ปรากฏกายเปลี่ยน ทุกสิ่ง ถึงแม้ว่าพระองค์ถูกประหาร ชีวิตดุจอาชญากร ความจริงที่ว่า พระองค์มีชีวิตและยืนอยู่ต่อหน้าเขา 5
  6. 6. ยืนยันทุกสิ่งที่พระเยซูกล่าวไว้เกี่ยวกับ พระองค์เอง ว่า พระองค์เป็น “เหตุ ให้คนทั้งปวงฟื้นคืนชีพและมีชีวิต”17 ว่าพระองค์จะถูกประหารชีวิต และ ฟื้นคืนชีพสามวันต่อมา18 ความจริง ดังกล่าวประจักษ์ชัดแล้ว เพราะ พระองค์มีชีวิตและมาปรากฏตัวต่อ เขา การที่พระองค์ปรากฏกายเปลี่ยน สภาพแวดล้อมก่อนหน้านั้นโดยสิ้น เชิง เขาทราบว่าเขาไม่ได้มีศรัทธา ผิดๆ แผนการของพระเจ้าไม่ล้มเหลว แต่อย่างใดเลย สี่สิบวันต่อมา พระเยซูล่องลอย ขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ไม่ได้อยู่กับเขา ในร่างมนุษย์อีกต่อไป แต่พระองค์ส่ง พระวิญญาณบริสุทธิ์มาสถิตอยู่ในใจ เขา เพื่อคอยนำ�ทางเขาไปสู่ความ จริงและความรัก โดยแบ่งปันทุกสิ่งที่ พระองค์สอนเขาไว้ และทุกสิ่งที่เขา ได้รู้เห็น ตอนที่พระองค์อยู่ด้วย19 ช่วงเวลาแสนวิเศษที่ได้อยู่และ ทำ�งานร่วมกับพระองค์สิ้นสุดลง แล้ว วันเวลาที่จะกระจายตัวออก ไปเพื่อเข้าถึงผู้อื่นได้เริ่มขึ้น การที่ พระองค์ทรงชีวิตมอบพลังให้เขาทำ� อะไรได้มากกว่าแต่ก่อน และสลัดแนว ทางเดิมๆ ไปเสีย โดยอุทิศชีวิตเพื่อ กระจายความรักและความรอดของ พระองค์ไปสู่ผู้อื่น ถึงแม้ว่าต้องใช้ เวลาและการปรับตัว เขาก็ทำ�ตามที่ พระองค์บัญชาไว้ เขาไปยังเมืองและ ประเทศต่างๆ พบผู้คนและเพื่อนมิตร ใหม่ๆ และนำ�ผู้อื่นมาสู่พระองค์ เขา ก่อร่างสร้างหมู่คณะผู้มีความศรัทธา เขาสอนผู้อื่นในสิ่งที่พระองค์ได้สอน เขา เขาทำ�ภารกิจที่พระองค์มอบ หมายให้ วันแล้ววันเล่า เพื่อเข้าถึง จิตใจทีละดวง ปีแล้วปีเล่า เขาเผชิญ กับความลำ�บาก เรื่องทุกข์ร้อนใจ และความทุกข์ยาก ทว่าเขามุ่งหน้า ต่อไป ถึงแม้จะต้องแลกกับชีวิต การ ทำ�เช่นนั้นช่วยให้เขาส่งผลมหาศาล ต่อโลกในยุคสมัยนั้น และทุกยุคทุก สมัยนับแต่นั้นมา ถึงแม้ว่าบางอย่างได้เปลี่ยน ไป และพระเยซูไม่ได้อยู่กับเขาใน ร่างมนุษย์อีกต่อไป แต่พระองค์ยัง สามารถทำ�มหัศจรรย์ได้ โดยชุบชีวิต คนตาย มอบคำ�ตอบที่เหลือเชื่อให้แก่ ผู้ที่ต้องได้รับคำ�ตอบ มอบความรัก และความเมตตากรุณา มอบข่าวดี เรื่องความรอด ทว่าในตอนนี้ แทนที่ พระองค์จะลงมือทำ�เอง พระองค์ ดำ�เนินการผ่านพวกเขา พระองค์ สถิตอยู่ด้วย และดำ�เนินการผ่านเขา ต่อไป พระองค์ยังคงมีชีวิตอยู่ในผู้ ที่รักและติดตามพระองค์ตลอดมา อีสเตอร์เป็นการเฉลิมฉลองการ ฟื้นคืนชีพของพระเยซู เป็นการเฉลิม ฉลองที่พระองค์ชนะความตาย นรก และซาตาน พระเยซูไถ่บาปของเรา พระองค์ใช้ชีวิต รัก และพลีชีพเพื่อ เราเป็นรายบุคคล พระองค์สถิตอยู่ กับเราวันนี้ในวิญญาณ เช่นเดียวกับ ผู้ที่พระองค์ดำ�เนินชีวิตเคียงข้าง เมื่อ สองพันปีก่อน 16. ดู ยอห์น 20:19-20 17. ยอห์น 11:25 18. ดู มาระโก 8:31; ยอห์น 2:19-21 19. ดู กิจการ 2:1-4; มัทธิว 28:19 20. 1 โครินธ์ 15:55 6
  7. 7. เกิดเมืองนอนหรือประเทศไกลโพ้น พระองค์สถิตอยู่กับเรา และดำ�เนิน การผ่านเราเท่าที่เราเปิดโอกาสให้ พระองค์ทำ� มาแสดงให้ผู้อื่นเห็นเถิด ว่าพระองค์ทรงชีวิต โดยให้เขาเห็น พระวิญญาณในเรา โดยให้เขาได้ยิน ได้ฟังพระคำ�ของพระองค์ผ่านคำ�พูด ของเรา โดยให้เขาได้สัมผัสพระองค์ ผ่านการกระทำ�ด้วยความรัก ความ เมตตา และความเห็นใจของเรา มา แสดงให้เขาได้เห็นว่าพระองค์ยังมี ชีวิต แม้แต่ในโลกที่สลับซับซ้อนและ ยุ่งเหยิงใบนี้ และช่วยให้เขาเชื่อม สัมพันธภาพกับพระองค์ ปีเตอร์ อัมสเตอร์ดัม และภรรยา ชื่อ มาเรีย ฟอนเทน เป็นผู้อำ�นวยการของ เดอะแฟมิลี่นานาชาติ หมู่คณะผู้มีความ ศรัทธา ■ ได้รับการให้อภัย ข้อคิดเรื่องอีสเตอร์ โดย เดวิด บรานท์ เบิร์ก พระเยซูไม่ได้อยู่บนไม้กางเขน พระองค์ลงมาจากไม้กางเขนนาน แล้ว! มีแต่ไม้กางเขนว่างเปล่า “โอ้ความตาย เหล็กไนของเจ้าอยู่ ที่ไหน โอ้หลุมศพ ชัยชนะของเจ้า อยู่แห่งใด”20 พระเยซูคริสต์ไม่ได้อยู่ ในหลุมศพอีกต่อไป พระเยซูมีชีวิต อยู่ในใจเรา พระองค์ฟื้นคืนชีพ พร้อมด้วย ชัยชนะ ความปิติยินดี และอิสรภาพ พระองค์ไม่มีวันสิ้นใจอีก พระองค์ ไถ่บาปให้เรา และช่วยไม่ให้เราต้อง ทุกข์ทรมานกับความตายในทาง วิญญาณ วันที่พระองค์ฟื้นคืนชีพ และตระหนักว่าทุกสิ่งสิ้นสุดแล้ว คงจะน่าปิติยินดีอย่างยิ่ง พระองค์ ชนะแล้ว และชาวโลกได้รับความ รอด! 2 ความมหัศจรรย์ของอีสเตอร์ก็คือ พระเยซูไม่ได้อยู่ในหลุมศพอีก ต่อไป เราเองก็เช่นกัน เราไม่ต้อง ทนทุกข์ทรมานในนรก เพื่อชดใช้ หนี้บาป หรือต้องพรากจากพระเจ้า ตลอดไป พระเยซูชำ�ระหนี้บาปแทน เรา แล้วฟื้นคืนชีพและมีชีวิตใหม่ ชีวิตใหม่ของพระองค์สถิตอยู่ในเรา ได้ โดยมอบความหวังและสันติสุข ให้แก่เรา เมื่อเราเติมเต็มด้วย ความรักของพระองค์ ■ เหล่าสาวกรู้สึกสิ้นหวังในช่วง สั้นๆ หลังจากที่พระเยซูถูกตรึง กางเขน และไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อ ไป ทว่าวิกฤตินั้นเป็นช่วงเวลาไม่นาน ความสับสน ความกลัว และความ ไม่แน่นอน ผ่านไป เมื่อเขาสำ�นึกว่า พระองค์ทรงชีวิต ความรัก ความ จริง ความเมตตากรุณา พระคำ� และพลังอำ�นาจของพระองค์ยังอยู่กับ เขา ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมของเขา จะเปลี่ยนไป ไม่ว่าเราจะตกอยู่ในสภาพการณ์ใด ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิด ขึ้น ไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะลำ�บากลำ�บน เพียงใด พระองค์ยังคงมีชีวิตอยู่ในเรา ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน พลังอำ�นาจและ พระวิญญาณของพระองค์สถิตอยู่กับ เรา ไม่ว่าเราจะตกอยู่ในสภาวะหรือ สถานการณ์ใด ไม่ว่าเราจะอยู่ในบ้าน 7
  8. 8. พระองค์จะแสดงเส้นทางชีวิตให้แก่ข้า ต่อพักตร์ของพระองค์ มีความชื่นบาน ล้นพ้น ในหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ มีความเพลิดเพลินเป็นนิจ — เพลงสดุดี 16:11 สายใยทั้งสามในความยินดีของพระองค์ มีดังนี้ ความยินดีที่ว่าพระองค์ได้ไถ่บาป ให้เรา ความยินดีที่ว่าพระองค์สถิตอยู่ใน เรา เป็นพระผู้ช่วยให้รอด และมอบ พลังอำ�นาจให้เราบังเกิดผล และความ ยินดีที่ว่าพระองค์ครอบครองเราในฐานะ เจ้าสาว และผู้เป็นที่รักของพระองค์ การ รับรู้ถึงความยินดีนี้เป็นแหล่งพละกำ�ลัง ของเรา ความยินดีที่เรามีในพระองค์อาจ ไม่แน่นอน แต่ความยินดีของพระองค์ ในใจเราไม่มีวันเปลี่ยนแปลง — เจมส์ ฮัดสัน เทย์เลอร์5 ขอให้มีความสุขสำ�ราญเต็มที่ ชีวิต คริสเตียนที่แท้จริงควรเปี่ยมด้วยความ ปลื้มปีติ เป็นดุจการโหมโรงไปสู่การเ ฉลิมฉลองชั่วนิรันดร์กาล — ธีโอเฟน เวนาร์ด6 เราต่างก็ทราบดีว่าเป็นอย่างไร เมื่อ ชีวิตเราเต็มไปด้วยปัญหา การเงิน ฝืดเคือง ดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจ หรือ แม้แต่ช่วงเวลาที่รถติด ต่างก็ส่งผล ต่อจิตใจเรา แต่ไม่ต้องเป็นเช่นนั้น พระ- วิญญาณบริสุทธิ์ช่วยให้เราทะยาน ขึ้นไปเหนือปัญหาได้ ไม่ว่าจะเรื่อง ใหญ่หรือเรื่องเล็ก โดยช่วยให้เรามี ความสุขและเบิกบาน ไม่ว่าสภาพ การณ์จะเป็นอย่างไร เคล็ดลับไปสู่การมีความยินดีของ พระองค์ คือ การใช้เวลาเพื่อเติมเต็ม ด้วยพระคำ�ของพระเจ้า คุณจะได้มี แหล่งพลังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในการรับมือกับยามที่มีความเครียด พระเยซูบอกเหล่าสาวกว่า “นี่คือสิ่ง ที่เราได้บอกแก่ท่านแล้ว เพื่อให้ความ ยินดีของเราดำ�รงอยู่ในท่าน และให้ ความยินดีของท่านเต็มเปี่ยม”2 ดังนั้นถ้าคุณรู้สึกหดหู่หรือท้อแท้ ก็พยายามใช้เวลากับพระเยซูมากขึ้น โดยการอ่านและศึกษาพระคำ�ของ พระองค์ คุณจะทึ่งใจกับความ แตกต่างที่ตามมา! การนับพรต่างๆ ที่ได้รับก็มีส่วน ช่วยอย่างมาก โดยนึกคิดถึงสิ่งดีๆ ที่พระองค์มอบให้ และทำ�เพื่อคุณ “พี่น้อง สุดท้ายนี้ สิ่งใดที่จริง สิ่งใด ที่น่านับถือ สิ่งใดที่ยุติธรรม สิ่งใดที่ บริสุทธิ์ สิ่งใดที่น่ารัก สิ่งใดที่น่าฟัง ถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำ�เลิศ สิ่งใดที่ควรแก่ การสรรเสริญ ขอจงใคร่ครวญดูสิ่ง เหล่านี้”3 “ความยินดีในพระเยโฮวาห์ เป็นกำ�ลังของท่าน”4 ราฟาเอล โฮลดิง เป็นนักเขียน ที่ออสเตรเลีย ■ ความยินดี ผลที่สดใสเบิกบาน 1. กาลาเทีย 5:22-23 2. ยอห์น 15:11 3. ฟิลิปปี 4:8 4. เนหะมีย์ 8:10 5. เจมส์ ฮัดสัน เทย์เลอร์ (ค.ศ.1832- 1905) เป็นมิชชันนารีชาวอังกฤษ ผู้ก่อ ตั้งไชน่าอินแลนด์มิชชั่น ในประเทศจีน 6. ธีโอเฟน เวนาร์ด (ค.ศ.1829-1861) มิชชันนารีคาทอลิก ชาวฝรั่งเศส ผู้ไป ยังประเทศอินโดนีเซีย และพลีชีพเพื่อ ความเชื่อ “ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้นคือ ความรัก ความ ยินดี สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความเชื่อ ความอ่อนโยน การยับยั้งชั่งใจ ผลเช่นนี้ ไม่มีบัญญัติห้ามเลย”1 โดย ราฟาเอล โฮลดิง 8
  9. 9. วันนั้นเป็นฤดูร้อนที่อบอ้าว และ อากาศชื้นมาก เจฟฟรี่ย์และฉันเดิน ทางหลายชั่วโมงแล้ว เมื่อมาถึงและ นั่งลงรอที่สถานีรถโดยสารที่ร้อน อบอ้าว ทางตอนเหนือของอิตาลี “ผมต้องมาด้วยจริงๆ หรือ” เขา พึมพำ� ฉันได้ความคิดนี้มาจากไหน ที่ลาก ลูกชายวัย 14 ปี มาจากเพื่อนๆ เพื่อ ไปเยี่ยมคุณตาคุณยาย นี่ไม่ใช่สิ่งที่ วัยรุ่นคิดว่าน่าสนุก! เราต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงกว่าจะขึ้น รถ ซึ่งจะพาเราไปถึงจุดหมาย ฉัน ไม่ทราบว่าอะไรแย่กว่ากัน ระหว่าง อากาศเหม็นอับในห้องนั่งรอรถ หรือ ความตึงเครียดระหว่างฉันกับลูก “ลูก อยากทานไอศกรีมไหม” ฉันถาม ไอศกรีมมักช่วยได้เสมอ หรืออย่าง น้อยเคยช่วยได้ แต่คราวนี้ไม่ได้ผล “ไม่” เขาตอบห้าวๆ “ไม่เอาครับ” เห็นได้ชัดว่าลูกน้อยของฉันโตแล้ว ฉันเริ่มหมดความอดทน “ถ้างั้นแม่ จะไปซื้อมากินเอง” ฉันหยิบกระเป๋า เดินไปยังร้านกาแฟในสถานี และ อธิษฐานขอพระเยซูช่วยให้ฉันติดต่อ พูดคุยกับเจฟฟรี่ย์ด้วยดีดังเดิม เมื่อฉันกลับมา เจฟฟรี่ย์กำ�ลัง สนทนากับเด็กหนุ่มรุ่นพี่ที่แก่กว่าหนึ่ง หรือสองปี “อิมมานูเอลมาจาก โรเมเนีย” เจฟฟรี่ย์อธิบาย ขณะ แนะนำ�เราให้รู้จักกัน “แต่เขาพูด ภาษาอิตาลีได้คล่อง เขาพักอยู่ใน รถพ่วงไม่ไกลจากที่นี่ กับแม่และน้อง สาวสองคน เขาทำ�งานจิปาถะ เพื่อ ช่วยครอบครัว” อิมมานูเอลเป็นเด็ก ฉลาด มารยาทดี และบอกว่าเขา ยินดีทำ�งานแทบทุกอย่าง เขาและเจฟฟรี่ย์คุยกันอย่าง สนุกสนานต่อไป หลังจากหยุดชั่วครู่ ตอนที่ฉันกลับมา เมื่อเจฟฟรี่ย์บอก อิมานูเอลว่าเขาเคยเข้าค่ายฤดูร้อนที่ เมืองทิมิซัวร่า ประเทศโรเมเนีย อิมมานูเอลยิ้มแฉ่งทันที “ผมมาจาก ที่นั่นแหละ!” เขากล่าว ฉันสังเกตว่า เป็นสิ่งพิเศษมากสำ�หรับอิมมานูเอล ที่ได้พบเด็กหนุ่มวัยเดียวกัน ได้พูดคุย และหย่อนใจด้วยกัน ส่วนเจฟฟรี่ย์ก็ ดูสนใจชีวิตของเด็กหนุ่มคนนี้ ซึ่งวัย ไล่เลี่ยกัน ที่ต้องทำ�งานเลี้ยงดูแม่และ น้องสาว เมื่อถึงเวลาขึ้นรถเจฟฟร่ีย์อธิษฐาน เผื่ออิมมานูเอลกับครอบครัวของเขา และให้แผ่นปลิวพระกิตติคุณแก่ อิมมานูเอล พร้อมกับยื่นเงินให้ สำ�หรับครอบครัวของเขา “แม่ครับ” เจฟฟรี่ย์กระซิบ ขณะที่ เรานั่งลง “นั่นดีกว่าไอศกรีมเป็นร้อย เท่า” บางครั้งเมื่อเราอารมณ์เสียหรือ ท้อแท้ เราเพียงแบ่งปันกับผู้อื่น เพื่อ จะได้ลืมความหงุดหงิดไปเสีย เราจะ รู้สึกดีขึ้น แอนนา เพอร์ลินี เป็นผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร Per un Mondo Migliore (www. perunmondomigliore.org) เป็นองค์กร เพื่อมนุษยชน ทำ�งานแข็งขัน ในประเทศที่ เคยได้ชื่อว่ายูโกสลาเวีย นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995) ■ บรรยากาศสดชื่น โดย แอนนา เพอร์ลินี 9
  10. 10. รอยยิ้มบนใบหน้าลูกเป็นเพียงสิ่ง เล็กน้อย ทว่าเปลี่ยนมุมมองที่ฉันมี ต่อชีวิต ขณะที่เขาตื่นขึ้นและเงยหน้ามอง ฉัน เขากำ�ลังมองสิ่งสำ�คัญที่สุดใน โลกสำ�หรับเขา ก็ฉันไงล่ะ! เขาไม่ สนใจว่าชุดนอนที่ฉันใส่อยู่ไม่เข้าชุด กัน และผมฉันยุ่งเหยิง ลูกรักฉันและ ชอบอยู่กับฉัน ลูกไม่ต้องการความ เพียบพร้อม ความรักทำ�ให้ทุกอย่างดี ไปหมด ชั่วขณะที่อุ้มเขา และซึมซับ ความรัก ช่วยให้บางสิ่งที่ฉันนึกถึง ก่อนหน้านั้นชัดเจนยิ่งขึ้น ความจริงที่ว่าชีวิตไม่เพียบพร้อม เป็นสิ่งที่ฉันไม่พอใจเสมอมา เมื่อมี ใครพูดหรือทำ�อะไรที่กวนใจฉัน ฉัน มักจะนึกโต้เถียงอยู่ในใจ ทำ�ไมถึงต้อง มีบุคลิกที่เข้ากันไม่ได้ ความประมาท เลินเล่อ การไม่คำ�นึงถึงผู้อื่น ความไม่ ยุติธรรม การมองโลกในแง่ลบ และ การดูถูกดูแคลนผู้อื่นด้วยล่ะ ทั้งหมด ที่กล่าวมานี้เกิดขึ้นจริง และไม่ถูก ต้อง! ฉันไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น หาก ทุกคน รวมทั้งตัวฉันด้วย ประพฤติ ตัวให้ดีกว่านี้ ชีวิตฉันคงเพียบพร้อม เป็นเลิศ ฉันอ้างเหตุผลว่าความ เพียบพร้อมคือสิ่งเดียวที่บรรเทาความ หงุดหงิดของฉัน แต่ฉันทราบดีว่าไม่มี วันเป็นเช่นนั้น เพราะนี่คือชีวิตจริง ฉันจึงต้องหาทางเลือกอื่น ยิ่งฉันนึกถึงเรื่องนี้ ฉันก็ยิ่ง ตระหนักว่าสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ คือ ให้โลกรอบตัวเป็นไปตามใจฉัน ตาม ความปรารถนา ความรู้สึก สิ่งที่ชื่น ชอบ และสิ่งที่ฉันถือว่ามีความสำ�คัญ เห็นได้ชัดว่าต้องเปลี่ยนแปลงอะไร บางอย่าง คราวนี้คงต้องเป็นฉันที่ เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าคนอื่นทำ�ผิดพลาด อะไรก็ตาม แต่จะทำ�ได้อย่างไร ใน เมื่อฉันเคยพยายามมาก่อน เช้าวันนั้นขณะที่อุ้มลูกน้อย ความ คิดผุดขึ้นมาในหัวคิดฉัน คุณอยากให้ ลูกเพียบพร้อมตั้งแต่แรกเกิดหรือ หลังจากคิดคำ�นึงถึงเรื่องนั้น ฉัน ไม่คิดอยากให้เป็นอย่างอื่น หากลูก เดินและวิ่งได้ตั้งแต่เกิด ฉันก็จะไม่มี โอกาสได้เห็นสีหน้าตื่นเต้นและความ สำ�เร็จ เมื่อเขาย่างก้าวแรก ฉันคง พลาดความรู้สึกพิเศษของการอุ้มลูก ไว้ในอ้อมแขน และการรับรู้ว่าเขาขาด ฉันไม่ได้โดยสิ้นเชิง หากลูกพูดได้ คล่องตั้งแต่เกิด ฉันก็จะไม่มีโอกาส สัมผัสความยินดีที่ได้ฟังเขาพูดคำ�แรก หากเขารู้ทุกสิ่งที่ผู้ใหญ่รู้ ฉันก็จะไม่มี โอกาสได้เห็นเขาทึ่งใจกับการค้นพบสิ่ง ใหม่ๆ และคงไม่มีวันรู้สึกสมปรารถนา ที่ได้สอนสิ่งใหม่ๆ แก่เขา ฉันคงพลาด หลายสิ่งจริงๆ ฉันไม่ต้องการเช่นนั้น ความไม่เพียบพร้อมของลูกก็ทำ�ให้ ครบถ้วนสมบูรณ์ทีเดียว ฉันไม่อยาก ให้ลูกเป็นอย่างอื่น! แล้วฉันก็ถามตัวเองว่า อะไรล่ะที่ ทำ�ให้ความไม่เพียบพร้อมของลูก โลกที่ไม่ เพียบพร้อม โดย ชาลซีย์ ดูลีย์ 1. มัทธิว 7:7 10
  11. 11. แตกต่างจากความไม่เพียบพร้อมอื่นๆ ที่อยู่รอบข้าง คำ�ตอบคือความรัก ความรักนั่นเอง! นั่นคือสิ่งที่ฉัน ขาดไป และจำ�เป็นต้องมีมากขึ้น เพื่อ รับมือกับปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ ด้วย ใจกล้าหาญและความยินดี ฉันตระหนักว่าฉันคงพลาดหลาย สิ่งหลายอย่าง หากฉันและทุกคน รอบข้างเพียบพร้อมตั้งแต่แรก ฉันจะ พลาดสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งเพิ่มพูน ความน่าประหลาดใจให้แก่ชีวิต ความ ยินดีจากการให้อภัยและได้รับการให้ อภัย มิตรภาพที่ผูกพันกันแน่นแฟ้น ซึ่งมาจากความยากลำ�บาก และ คุณลักษณะแง่บวกที่เกิดขึ้นเช่น เดียวกัน ฉันเตือนตัวเองว่าการมีความคิด แง่ลบต่อสถานการณ์ในแง่ลบ ไม่มี วันสร้างผลลัพธ์เชิงบวก เมื่อนั้น ฉันก็มุ่งมั่นที่จะมองหาโอกาสและ ประสบการณ์เชิงบวก ที่ซ่อนเร้นอยู่ เบื้องหลังสิ่งที่ไม่เพียบพร้อม วันนั้นเมื่อลูกนอนไม่หลับ ฉันจึง นำ�บทเรียนใหม่มาปฏิบัติ โดยมอง หาส่วนดีเลิศจากสถานการณ์ที่ยาก ลำ�บาก ฉันระงับสิ่งที่ฉันแน่ใจว่าดีที่สุด สำ�หรับลูกและฉันไว้ชั่วคราว แล้วฉัน กับสามีก็ใช้เวลาร้องเพลงและหัวเราะ กับลูก นั่นเป็นชั่วขณะที่ดีเลิศและ มีความสุข ที่เราสามคนอาจพลาด ไป หากทุกสิ่งในวันนั้นดำ�เนินไปอย่าง “เพียบพร้อม” ทุกสถานการณ์และทุกคนที่เรา พบปะ มอบความยินดีและความ ประหลาดใจให้แก่เราได้ หากเรามอง ข้ามสภาพการณ์ใกล้ตัว ได้แก่ ความ ยากลำ�บาก การสูญเสีย ความเจ็บ ปวด และความบกพร่อง เราถือได้ ว่าแต่ละอย่างเป็นนัยบอกใบ้เพื่อการ ล่าขุมทรัพย์ และเป็นประตูเปิดไปสู่ คลังลึกลับ ซึ่งคุณจะค้นพบขุมทรัพย์ อันงดงามของพระเจ้า “ขอแล้วจะได้ หาแล้วจะพบ เคาะแล้วจะเปิดให้แก่ ท่าน”1 ชาลซีย์ ดูลีย์ เป็นนักเขียนสิ่งพิมพ์ที่มอบ แรงบันดาลใจสำ�หรับเด็ก และผู้ดูแลเด็ก เธอเป็นคุณแม่เต็มเวลาที่สอนหนังสือลูก ในออสเตรเลีย ■ เมื่อคุณเลิกคาดหวังให้ผู้คน เพียบพร้อม เมื่อนั้นคุณก็จะ ชอบเขา ยังไงก็ยังงั้น — โดนัลด์ มิลเลอร์ หากคุณมองหาแต่ความ เพียบพร้อม คุณจะไม่มีวัน พึงพอใจกับสิ่งใดเลย — ลีโอ โทลสตอย มีความเพียบพร้อมอยู่สอง ประเภท ประเภทแรก คือสิ่ง ที่คุณไม่มีวันบรรลุผลได้ ประเภทที่สอง คุณก็เป็นคุณ — ลอเรน คิง ผมเกลียดความคิดเรื่องโลกที่ เพียบพร้อม คงจะน่าเบื่อ เต็มทน — เชลบี้ ฟุตท์ การมีความสุขไม่ใช่ว่าทุกสิ่ง เพียบพร้อม แต่คือว่าการเลือก มองข้ามความไม่เพียบพร้อม ไปเสีย — ผู้ประพันธ์นิรนาม 11
  12. 12. แอนดรูสามีของฉัน แอนเจลิน่า ลูกสาว และตัวฉันเอง ย้ายจาก ยุโรปไปทำ�งานอาสาสมัครในอเมริกา กลาง เราได้รับพรให้มีโอกาสไปเยือน ทะเลสาบแสนสงบที่กัวเตมาลา ซึ่ง ครั้งหนึ่งเคยเป็นวัฒนธรรมอันอุดม ของอินเดียนแดงเผ่ามายัน ในสภาพ แวดล้อมที่สงบแห่งนี้ เหตุการณ์ สำ�คัญในแต่ละวันสำ�หรับคนท้อง ถิ่นและผู้มาเยือน ก็คือ การเฝ้าดู พระอาทิตย์ตกดิน เบื้องหลังภูเขาไฟ สามลูก ซึ่งเรียงรายอยู่ที่ขอบ ทะเลสาบฟากตะวันตก ความสุข สำ�ราญใจในชีวิตที่นี่เรียบง่าย อาทิเช่น การว่ายน้ำ�ในบ่อน้ำ�พุ ร้อนจากภูเขาไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาใน ทะเลสาบ ผสมผสานระหว่างน้ำ�ที่ เย็นเฉียบ น้ำ�อุ่น และน้ำ�ที่ร้อนมาก ซึ่งทำ�ให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ ฉันเองไม่ดื่มกาแฟ แต่ฉันตื่นตา ตื่นใจกับการเฝ้าดูการปลูกเมล็ดกาแฟ ซึ่งนำ�มาตาก อบ และบด ในที่สุดก็ ต้มเป็นกาแฟสีน้ำ�ตาลเข้มที่แสนอร่อย กลิ่นหอมหวน ส่วนรสชาตินั้นแอนดรู และแอนเจลิน่าบอกว่ากลมกล่อม ดุจสรวงสวรรค์ เป็นกาแฟที่ทำ�เอง จริงๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ภาพที่เห็นดึงดูดความสนใจ อย่างมาก เป็นภาพนักท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจชั่วครู่ชั่วยาม จาก “อารยธรรม”ของชีวิตที่ดำ�เนินไป อย่างรวดเร็ว และมีความบีบคั้นที่ คอยผลักดัน ภาพดังกล่าวควบคู่กับ ภาพพวกผู้หญิงเผ่ามายัน ซึ่งทอผ้า หลากสีงดงามด้วยความสงบ บ้างก็มี ทารกน้อย หลาน แม้แต่เหลน นอน หลับอย่างสงบอยู่ในผ้าสะพายหลัง หรือนั่งเล่นเงียบๆ อยู่ใกล้ๆ เป็นวิถี ชีวิตที่ผิดกันลิบลับ! ถึงแม้ว่าชาวเผ่ามายันต้องขาย สินค้าที่เขาผลิตให้แก่ชาวต่างชาติ เพื่อความอยู่รอด แต่เขาไม่ปล่อยให้ เรื่องทางโลกทำ�ให้ชีวิตเขาแปดเปื้อน เขาขยันขันแข็งและทำ�งานหนัก เขา ทำ�งานตามเวลาที่เหมาะสม ตั้งแต่ พระอาทิตย์ขึ้น จนพระอาทิตย์ตก เขาผลิตชุดพื้นเมืองที่งดงาม เขาไม่ ได้คล้อยตามกระแสแฟชั่น เขาสวมใส่ เครื่องแต่งกายของเขาเองด้วยความ ภูมิใจ เด็กๆ ของเขาก็เช่นกัน เขาไม่ ได้พึ่งระบบเภสัช ทว่าหายาพื้นบ้าน ที่จำ�เป็นจากพันธุ์ไม้และพืชต่างๆ ซึ่ง ขึ้นในท้องที่ เขาผลิตเครื่องสำ�อางเอง ด้วย (เส้นผมของฉันมีสภาพดีขึ้นเมื่อ ใช้แชมพูสมุนไพรที่ซื้อมาจากเขา ดีกว่าแชมพูที่ขายตามท้องตลาด รวมทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ ที่ฉัน เคยลองใช้!) ขณะที่นั่งอยู่ใต้ต้นปาล์มที่พัด โอนเอนไปตามสายลม ฟังเสียงคลื่น เบาๆ ที่ซัดชายฝั่งทะเลสาบ และ เฝ้าดูพระอาทิตย์ตกดินเบื้องหลัง ภูเขาไฟ ฉันรู้สึกราวกับว่าล่องลอยไป สู่อาณาจักรสวรรค์ของพระเจ้า และ ได้เล็งเห็นเหตุผลที่ฉันถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้ชื่นชมกับทุกสิ่งทุกอย่าง! ผู้คนที่ชอบความเร็ว ชอบความ ล้ำ�หน้า และคนอื่นๆ ถือว่าชนเผ่ามา ยันล้าหลัง แต่ฉันไม่ค่อยแน่ใจนักว่า เป็นเช่นนั้น ความเร็วและความบีบ คั้นแย่งชิงความชื่นชมยินดีไปจากชีวิต แต่การค่อยเป็นค่อยไป และการจัด ลำ�ดับความสำ�คัญว่าอะไรมาก่อนมา หลัง ซึ่งสอดคล้องกับวิถีของพระเจ้า จะช่วยนำ�ความชื่นชมยินดีกลับคืนมา สู่ชีวิต แอนนา วอร์มัส เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำ�นวย การองค์กร Healing Hearts Balkans ปัจจุบันเธอกับสามีพักอยู่ที่เซอร์เบีย และ ดำ�เนินงานในประเทศที่เคยได้ชื่อว่ายูโกสลาเวีย อารยธรรม อินเดียนแดง เผ่ามายัน โดย แอนนา วอร์มัส 12
  13. 13. 1นับพรที่ได้รับ การบ่งบอกถึง ความขอบคุณช่วยยกชูจิตใจอย่าง แสนวิเศษ มีพลังทางวิญญาณใน คำ�สรรเสริญ ซึ่งสามารถมอบความ สมดุล จากสิ่งที่ทำ�ให้คุณหดหู่ใจ 9เปลี่ยนบรรยากาศรอบข้าง ห้องที่สะอาดสะอ้าน ทิวทัศน์ ที่งดงามน่าชม การปรับปรุงภายใน บ้านเล็กน้อย แม้แต่แสงสว่าง จะ ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น โดย ซามูเอล คีทติ้ง 1. สุภาษิต 17:22 2.เชื่อมสัมพันธ์กับพระเยซู พระองค์ รักและห่วงใยคุณ พระองค์มีทางแก้ ต่อปัญหาทุกอย่าง บอกพระองค์ว่าคุณ รู้สึกอย่างไร อ่านพระคำ�ของพระเจ้า และ เสริมสร้างศรัทธาโดยยึดมั่นคำ�สัญญา ของพระองค์ในพระคำ� 3ทำ�ประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น การเอื้อเฟื้อผู้อื่นไม่เพียงช่วย เขา ทว่าช่วยยกชูจิตใจคุณเองด้วย 4หยุดพักชั่วครู่ หยุดทำ�ทุกอย่าง แล้วไปเดินเล่น นั่งผ่อนคลาย ที่ไหนสักแห่ง หรือชมธรรมชาติ หรือ ภาพทิวทัศน์ที่ชื่นชอบ ทำ�สมาธิกับ สิ่งที่งดงามในชีวิต 5ร้องเพลงหรือฟังเพลงที่ช่วยให้มี ความสุข เพลงสรรเสริญพระเจ้า ดึงดูดคุณให้ชิดใกล้พระองค์ยิ่งขึ้น เติมเต็มจิตใจคุณด้วยความสำ�นึกใน บุญคุณและสันติสุข 6ออกกำ�ลังกาย การออกกำ�ลังกาย ช่วยให้หลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็น ฮอร์โมนที่ช่วยให้ “รู้สึกดี” ช่วยให้ ความคิดสงบ หันเหความคิดและ พลังงานไปจากสิ่งที่คุณวิตกกังวล 7หัวเราะเสียงดัง “ใจร่าเริงเป็นโอสถ ขนานเอก”1 อย่านึกถึงชีวิตหรือ ตัวเองอย่างจริงจังเกินไป ขอให้อ่าน ชื่นชม หรือนึกคิดถึงสิ่งที่ขบขัน พูดคุย กับคนที่ชอบสนุกสนาน 8ใช้เวลากับบุตรหลาน เด็กๆ มีความรัก มอบให้เหลือเฟือ ความเบิกบาน ความ ยืดหยุ่น และความเรียบง่ายของเด็ก ช่วยให้ คุณมองดูปัญหาในมุมมองที่ถูกต้อง 10นอนหลับให้เพียงพอ คุณ รับมือกับปัญหาได้ง่ายขึ้น เมื่อพักผ่อนอย่างเต็มที่ หากอดนอน นานๆ จะส่งผลให้ปัญหาดูใหญ่โต เกินจริง และทำ�ให้รู้สึกย่ำ�แย่ 11ยิ้มแย้มแจ่มใส การยิ้ม แม้ในยามที่ไม่อยากยิ้ม จะส่ง ผลแง่บวกต่อจิตใจ ยิ้มแย้มต่อไป ในไม่ช้าคุณจะมองเห็นโลกสดใสยิ่งขึ้น 11 เคล็ดลับ ชนะความหดหู่ใจ ซามูเอล คีทติ้ง ผู้ประสานงาน ฝ่ายผลิตของนิตยสาร Activated อยู่ที่มิลาน ประเทศอิตาลี ■ 13
  14. 14. มีคำ�พังเพยว่า “สิ่งที่ดีคือศัตรูต่อ สิ่งที่เป็นเลิศ” ประเด็นสำ�คัญก็คือ การยอมรับเพียงสิ่งที่ดี อาจหมาย ถึงการที่จะไม่มีวันบรรลุผลที่ดีกว่า ในโลกปัจจุบัน ดูราวกับเชื่อกันว่า เป็นสิ่งสำ�คัญอย่างยิ่งที่เราไม่ควร ยอมรับอะไรด้อยกว่าสิ่งที่เราเชื่อว่า เป็นเลิศ แต่ตอนนี้ผมมีความเห็นที่ แตกต่างไป ในการแสวงหาผลลัพธ์ที่ดีเลิศ เป็นส่วนตัว ในทุกสถานการณ์ ผม เล็งเห็นว่าบางครั้งผมปล่อยให้ โอกาสดีๆ ผ่านเลยไป เพราะกังวล ว่ามีสิ่งที่ผมต้องการมากจริงๆ รอ อยู่เบื้องหน้า ผมจึงไม่คว้าโอกาส ดังกล่าวไว้ ในกรณีเช่นนั้น ผมคิด ว่า “สิ่งเป็นเลิศ” คือศัตรูต่อ “สิ่ง ดีๆ” การตั้งหน้าตั้งตาไขว่คว้าขุม ทองคำ�ที่ปลายสายรุ้ง ตามภาษิต ที่ว่ากัน ผมก็พลาดความงามของ สายรุ้งไปถนัด ผมคงมีความสุข มากกว่า หากผมชื่นชมกับการเดิน ทาง แทนที่จะมัวนึกแต่การไปให้ถึง เป้าหมายข้างหน้า ขณะที่นึกถึงเรื่องนี้ เตือนใจผม ถึงสิ่งที่เปโตรกล่าวเกี่ยวกับพระเยซู ว่า พระองค์ไปทุกหนทุกแห่งเพื่อ ทำ�ความดี1 พระเยซูคว้าโอกาส เพื่อทำ�ความดี ทุกครั้งที่เป็นไปได้ นอกจากนั้นมีข้อความชั้นเอก จากจดหมายที่เปาโลเขียนถึงชาว โรมัน ว่า “พระเจ้าบันดาลให้ ทุกสิ่งลงเอยด้วยดี สำ�หรับผู้ที่รัก พระองค์ ซึ่งถูกเรียกตามที่พระองค์ ประสงค์”2 บ่อยครั้งพระคำ�ข้อ นั้นปลอบใจผม เมื่อสิ่งต่างๆ ดูเหมือนว่าไม่ดำ�เนินไปด้วยดี แต่ระยะหลังๆ นี้ ผมเจาะลึกข้อ พระคัมภีร์ข้อนั้น ว่าทุกสิ่งลงเอย ด้วยดี ไม่ใช่ “ดีเลิศ” เสมอไป ผม ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันผมอยู่ในสภาพ การณ์ที่ดีเลิศหรือไม่ แต่ผมทราบ ว่าเป็นสถานการณ์ที่ดี แทนที่จะ นั่งกลัดกลุ้มกับสิ่งที่ไม่มี ผมน่าจะ มองหาส่วนดี และชื่นชมกับสภาพ- การณ์ในปัจจุบัน เห็นได้ว่าโซโลมอนมีความเห็น คล้ายคลึงกัน เพราะท่านเขียนไว้ ว่า “ดูเถิด ที่ข้าพเจ้าเห็นดีและ สมควร คือให้กินและดื่ม ด้วย ความชื่นชมในผลดีจากแรงงาน ของตน ... เพราะนี่แหละคือ บำ�เหน็จรางวัล”3 หากเป็นเช่นนั้น การมองหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ อาจยังผลให้เราไม่เห็นคุณค่าสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้ว ดังนั้นเราควรจะยอมรับและ พอใจกับสิ่งดีๆ ใช่ไหม อาจไม่เป็น เช่นนั้นตลอดเวลา แต่ผมคิดว่า โดยรวมเราคงมีความสุขมากขึ้น หากเราทำ�เช่นนั้นบ่อยๆ ทั้งนี้ ทั้งนั้น สิ่งดีๆ ก็ไม่เลวนัก! ฟิลลิป ลินช์ เป็นนักเขียนนวนิยาย นัก วิเคราะห์เรื่องทางวิญญาณและเหตุการณ์ ในอนาคต อยู่ที่แคนาดา ฝั่งแอตแลนติก ■ สิ่งที่ดีไม่ต้องเป็นเลิศ 1. ดู กิจการ 10:38 2. โรม 8:28 3. ปัญญาจารย์ 5:18 โดย ฟิลลิป ลินช์ 14
  15. 15. เมื่อพระเจ้าจัดหาอาหารสำ�หรับชาว อิสราเอล ขณะที่เร่ร่อนในป่าดงพงไพร 40 ปี ดูเหมือนว่าพระองค์ไม่เพียงแต่ ห่วงเรื่องจัดหาอาหารหล่อเลี้ยงเท่านั้น พระองค์จัดหาอาหารที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย ด้วย ต่อมาผู้แต่งเพลงสดุดีเรียกมานา ซึ่งเป็นอาหารลึกลับที่ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน ทุกเช้า ว่าเป็น “อาหารทูตสวรรค์”1 ใน อีกข้อความหนึ่งเราอ่านพบว่า “มานามี รสชาติเหมือนขนมอบ”2 ลองนึกถึงสิ่งที่คุณทานและดื่มในวัน นี้ คุณชื่นชอบรสชาติและอาหารอะไรบ้าง ขอบคุณพระเจ้าสำ�หรับอาหารนั้น เรามองเห็นด้วยตา ดมกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยปาก และได้ยินได้ฟังด้วยหู แต่ประสาทสัมผัสจะส่งความรู้สึกผ่าน ปลายประสาทเล็กๆ ตั้งแต่หัวจดเท้า แต่ละปลายนิ้วมีตัวรับความรู้สึกประมาณ 2,500 เซลล์ เราสัมผัสสิ่งต่างๆ นานาตลอดทั้งวัน เราหวีผมให้ลูก และสัมผัสความนุ่มนวล เราถือแก้วน้ำ�ชาหรือกาแฟอุ่นๆ ในมือ เรา สาดน้ำ�เย็นบนใบหน้าในวันที่ร้อนอบอ้าว วันนี้คุณมีประสบการณ์พิเศษอะไรบ้างจาก ประสาทสัมผัส ขอบคุณพระเจ้าสำ�หรับ สิ่งเหล่านั้น การขอบคุณด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า การฝึกหัดทางวิญญาณ โดย แอ็บบี้ เมย์ 1. เพลงสดุดี 78:25 2. กันดารวิถี 11:8 การมองเห็น ประสาทสูดดมกลิ่นช่วยให้ระลึกถึงสิ่งต่างๆ สนามหญ้าที่เพิ่ง ตัดใหม่ๆ ทำ�ให้เรานึกถึงฤดูร้อน กลิ่นน้ำ�หอมหรือโคโลญจน์ อาจทำ�ให้รำ�ลึกถึงคนรักหรือเพื่อน กลิ่นอาหารบางอย่างอาจ ทำ�ให้ระลึกถึงสถานที่และประสบการณ์ในอดีต คุณสูดดมกลิ่นหอมอะไรบ้างวันนี้ กลิ่นดังกล่าวกระตุ้น ให้นึกถึงความสุขอะไรบ้าง ขอให้ขอบคุณพระเจ้าสำ�หรับ สิ่งเหล่านั้น ในการที่จะฝึกฝนเช่นนี้เพิ่มเติม คุณ คงอยากจะเริ่มบันทึกการขอบคุณจาก ประสาทสัมผัสไว้ในสมุดโน้ต ทุกวันใน ตอนค่ำ� ขอให้จดบันทึกประสบการณ์จาก ประสาทสัมผัสทั้งห้า สักหนึ่งหรือสองคำ�ก็ พอแล้ว ชั่วขณะการรำ�ลึกด้วยใจขอบคุณ ต่างหาก ที่ทำ�ให้กิจกรรมนี้มีคุณค่า แอ็บบี้ เอฟ เมย์ เป็นนักการศึกษาและ นักเขียนที่อังกฤษ และเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเขียน ของ Activated ■ การได้้ยิน การลิ้มรส การสัมผัส การสูดกลิ่น ทุกวันเต็มไปด้วยชั่วขณะที่มีความสุข ซึ่งเราน่าจะขอบคุณพระเจ้า หากเราเพียงหยุดเพื่อ สำ�นึกถึงสิ่งเหล่านี้ กิจกรรมการขอบคุณต่อไปนี้ มีพื้นฐานจากประสาทสัมผัสทั้งห้า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่งดงามให้ชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ เช่น ต้นไม้และดอกไม้ หรือผลงานเชิงสร้างสรรค์ เช่น ศิลปะหรือ สถาปัตยกรรม หรือการได้พบปะเพื่อน หรือ การได้กลับบ้าน หลังจากไปอยู่ที่อื่นเป็นเวลา นาน วันนี้คุณได้พบเห็นสิ่งน่าชื่นชมอะไรบ้าง ขอให้ขอบคุณ พระเจ้าสำ�หรับ สิ่งเหล่านั้น เสียงนกเพรียกร้อง เสียงเพลง หรือ น้ำ�เสียงคนอันเป็นที่รักทางโทรศัพท์ ต่าง นำ�มาซึ่งรอยยิ้ม วันนี้มีเสียงอะไรที่ไพเราะ น่าฟังบ้าง ขอให้ขอบคุณพระเจ้าสำ�หรับ เสียงเหล่านั้น 15
  16. 16. การสามารถมองโลกในแง่ดีเป็นพรสวรรค์ ซึ่งช่วย เพิ่มพูนช่วงเวลาที่มีความสุข และทำ�ให้สถานการณ์ ที่ยากลำ�บากบรรเทาเบาบางลง นี่เป็นเส้นทางไปสู่ ความยินดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นขุมทรัพย์หนึ่งที่เจ้าค้น พบในเรา ความรัก ศรัทธา สันติสุข และความยินดี ผลเหล่านี้ และอีกมากมาย คือของกำ�นัลที่เรามีไว้ เพื่อหล่อเลี้ยงและมอบแรงบันดาลใจแก่เจ้า เราอยากให้เจ้าดื่มด่ำ�ความยินดีของเราอย่าง เต็มอิ่ม1 แต่เจ้าต้องทำ�บางสิ่งก่อน เจ้าต้องยอมรับ ตัวเอง ยังไงก็ยังงั้น และเชื่อว่าเจ้าถูกสร้างขึ้นมา เช่นนี้ เพื่อจุดประสงค์อันแสนวิเศษ เจ้าได้รับการ ประสิทธิ์ประสาทให้มีพรสวรรค์ ความสามารถ พิเศษ และคุณสมบัติที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจะช่วยให้ เจ้าค้นพบตำ�แหน่งเฉพาะของเจ้าในโลกนี้ ซึ่งเจ้า ผู้เดียวที่สามารถเติมตำ�แหน่งนั้นได้ เรามอบความยินดีเป็นของกำ�นัลให้แก่เจ้า เพื่อ บรรเทาความปวดร้าวใจ2 เรามอบความสุขเพื่อ ซับน้ำ�ตาให้เจ้า3 เรามอบความรักเพื่อขับไล่ความ กลัว4 วิสัยทัศน์จะสดใสขึ้น ทันทีที่เจ้าเตือนใจตัวเอง ว่าความรักและความห่วงใยของเรามั่นคงแน่วแน่ และเรานำ�มาซึ่งสิ่งดีๆ จากปัญหาใดที่คุกคามให้เจ้า หดหู่ใจ5 จากพระเยซูด้วยความรัก ความสมดุล 1. ดู ยอห์น 15:11 2. ดู อิสยาห์ 61:3 3. ดู เพลงสดุดี 30:5 4. ดู 1 ยอห์น 4:18 5. ดู โรม 8:28; 37-39

×