Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ศิลปะไทยสู่สากล

7,409 views

Published on

  • Login to see the comments

ศิลปะไทยสู่สากล

  1. 1. ศิลปะไทยสู่สากล
  2. 2. ความหมายของศิลปะไทย ศิลปะไทย หมายถึง ผลงานศิลปะที่มีการคิดค้นและสร้างสรรค์ตาม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทย ซึ่งมีรูปแบบและวิธีการเฉพาะที่เป็น เอกลักษณ์ โดยมีการประยุกต์สร้างสรรค์และมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปตาม สภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา บ้านไทยริมน้า ท่ามกลางธรรมชาติและสภาพแวดล้อมสีเขียวที่ตัดกับบ้าน ทรงไทยสีส้มน้าตาล แม้จะมีความขัดแย้งด้วยสี แต่สภาพส่วนรวมยังมี ความสัมพันธ์กลมกลืน ให้ความรู้สึกสงบร่มเย็น ช่วยเสริมสร้างชีวิตความ เป็นอยู่แบบไทยในสังคมปัจจุบัน ในขณะที่สังคมภายนอกเต็มไปด้วยความ สับสนวุ่นวาย
  3. 3. ความหมายของศิลปะไทยสู่สากล คาว่า “ศิลปะไทยสู่สากล” หมายถึง การนารูปแบบและความงามของศิลปะ ไทยมาสร้างสรรค์ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน และเผยแพร่ ไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง ซึ่งได้สร้างคุณค่าทั้งทางด้านความงาม คุณค่าด้านทาง จิตใจ และคุณค่าทางด้านประโยชน์ใช้สอย
  4. 4. ประเภทของงานศิลปะไทย งานศิลปะไทยหรือศิลปกรรมไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. จิตรกรรมไทย (Thai Painting) หมายถึง การเขียนภาพและระบายสีตามรูปแบบไทย ได้แก่ การเขียนลวดลายไทย การระบายสี และการปิดทองในภาพเขียนเกี่ยวกับวรรณคดี ประวัติศาสตร์ และพุทธประวัติ โดยสร้างสรรค์ลงในสมุดไทย ตกแต่งฉากไม้ ลับแล พนัก พิงตกแต่งประตู หน้าต่าง และฝาผนังในอุโบสถ วิหาร ศาลาเปรียญ หอไตร ซึ่งเรียกว่า งานจิตรกรรมฝาผนัง ตลอดจนการเขียนลวดลายปิดทองรดน้าตู้พระธรรมหรือหีบพระธรรม และลวดลายบนภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ สมุดข่อยวัดศีรษะกระบือ กรุงเทพมหานคร เป็นภาพเทพประทับบนแท่นพนมมือฟังพระธรรม ทวารบาลที่มีความงดงามอ่อนช้อยด้วยลวดลาย ศิลปะไทย ที่หอไตร วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร
  5. 5. งานรูปปั้นพระโพธิสัตว์ ประดับเจดีย์วัดเจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศิลปะไทยสกุลช่างล้านนา พระศรีศาสดาประดิษฐานอยู่ในพระวิหารพระศรี ศาสดาวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร 2. ประติมากรรมไทย (Thai Sculpture) หมายถึง การปั้น การหล่อ การแกะ การสลักหรือ จาหลักอันเป็นเอกลักษณะประจาชาติไทย ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะเป็นสามมิติ ส่วนใหญ่เป็น งานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปั้นและหล่อพระพุทธรูป จึงเรียก งานศิลปะไทยประเภทนี้ว่า “ประติมากรรม” ซึ่งหมายถึง “รูปแทนบุคคล” เพื่อนามาเคารพ บูชา
  6. 6. เรือนไทยฝาปะกนสามหลังติดกัน สร้างในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งเคยเป็นตาหนักที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ า- จุฬาโลกมหาราช 3. สถาปัตยกรรมไทย (Thai Architecture) หมายถึง การออกแบบ ก่อสร้างอาคารสถานที่ ได้แก่ อาคารที่อยู่อาศัย เช่น เรือนไทย เป็นต้น และอาคารทางศาสนา เช่น วัด โบสถ์ วิหาร ศาลา การเปรียญ สถูป เจดีย์ กุฏิ หอระฆัง หอไตร เป็นต้น อาคารที่ประทับสาหรับพระ เจ้าแผ่นดิน เช่น ปราสาท พระราชวัง เป็นต้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจาชาติที่สร้างสรรค์ ตามรูปแบบประเพณีและวัฒนธรรมไทย
  7. 7. เอกลักษณ์ของงานศิลปะไทย งานศิลปะไทยมีลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ มีคุณค่าทางด้านความงามและจิตใจ ดังนี้ 1. เอกลักษณ์ของงานจิตรกรรมไทย 1.1 เป็นภาพแบนๆ แบบสองมิติ งานจิตรกรรมไทยดั่งเดิมนิยมใช้สีแบนๆ แบบสอง มิติ และตัดเส้นที่รูปและลวดลาย มุ้งเน้นแสดงความงามในการใช้เส้น และสี ไม่แสดงแสง เงาตามธรรมชาติและระยะใกล้ไกลของภาพ ความงดงาม ความอ่อนช้อยในงาน จิตรกรรมไทย ได้แสดงให้เห็นถึงฝีมือช่างไทยอันประณีต งดงาม ที่เกิดจากสมาธิที่ มั่นคงและจิตใจอันละเอียดอ่อน จึงจะสามารถสร้างสรรค์งานจิตรกรรมไทยได้ ดังนั้น การฝึกหัดเขียนเส้นอย่างมีสมาธิอันแน่วแน่จึงเป็นหัวใจของการเขียนภาพจิตรกรรมไทย
  8. 8. 1.2 แสดงความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วยสี ในการเขียนภาพวรรณกรรมไทย นิยมเขียนภาพ ใบหน้าตัวละครให้มีลักษณะที่คล้ายกัน จึงต้องแสดงความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วย เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย อาวุธประจากาย โดยเฉพาะที่แสดงความแตกต่างต่างได้ชัดเจน ที่สุดก็คือ สีกายของตัวละคร ตัวอย่างเช่น ในวรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ ได้เขียนภาพ จิตรกรรมไทยโดยใช้สีแสดงบุคคล เช่น ให้พระรามมีเขียว พระลักษมณ์สีเหลือง หนุมานสี ขาว สุครีพมีสีแดง เป็นต้น
  9. 9. ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานทอดตนเป็นสะพานให้กองทัพพระพรตข้าม มหาสมุทรกลับกรุงศรีอยุธยาทวารวดี จิตรกรรมฝาผนัง ห้องที่ 154ระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรี-รัตนศาสดาราม ผลงานของสวงษ์ ทิมอุดม เมื่อปี พ.ศ. 2473 1.3 แสดงจุดเด่นโดยไม่คานึงถึงสัดส่วน งานจิตกรรมไทยเป็นงานศิลปะที่เกิดจากอุดมคติเหนือความ เป็นจริง โดยเฉพาะการแสดงจุดเด่นหรือจุดสนใจของตัวละครที่สาคัญและมีอิทธิฤทธิ์ให้มีขนาด ใหญ่ผิดธรรมชาติ เช่น ภาพหนุมานในเรื่องรามเกียรติ์เป็นต้น
  10. 10. จิตรกรรมฝาผนังวัดใหญ่อินทาราม จังหวัดชลบุรี เป็นการจัดภาพในมุมมองแบบตานกมอง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระพรหมนารทเสวยพระชาติ บาเพ็ญอุเบกขาบารมี ภาพจิตรกรรมไทยที่มีลักษณะการจัดภาพแบบตานกม อง ในภาพเรื่องรามเกียรติ์ ประดับรอบระเบียงพระ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามกรุงเทพมหานคร 1.4 เป็นภาพเขียนที่แสดงทัศนียภาพ แบบตานกมอง งานจิตรกรรมไทยที่แสดงภาพทิวทัศน์อาคาร บ้านเรือน และแสดงวิถีความเป็นอยู่แบบไทย นิยมเขียนภาพในลักษณะมองจากที่สูงลงสู่ต่าหรือ ที่เรียกว่า “ภาพแบบตานกมอง” (Bird’s-Eye View) เพื่อให้ผู้ชมสามารถมองเห็นบ้านเรือนและ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่อยู่ในภาพอย่างทั่วถึงโดยไม่บังหรือทับซ้อนกันเหมือนกับงาน จิตรกรรมสากล แสดงให้เห็นถึงวิธีคิดอันชาญฉลาดของจิตรกรไทย
  11. 11. จิตรกรรมฝาผนังวัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา เป็นภาพเขียนเรื่องราวต่อเนื่องกัน จนเป็นภาพขนาดใหญ่เต็มผนัง อย่างงดงาม 1.5 เป็นภาพเขียนแบบเล่าเรื่องราวตามท้องเรื่องในวรรณกรรมหรือชาดก ซึ่งมีการลาดับภาพ ต่อเนื่องกันโดยมีภาพทิวทัศน์ เช่น ภูเขา ต้นไม้ท้องฟ้า เป็นต้น ช่วยเชื่อมประสานให้ภาพ จิตรกรรมไทยมีความเป็นเอกภาพและสัมพันธ์กลมกลืนเป็นเรื่องราวเดียวกันในลักษณะการเล่า เรื่อง ทาให้ผู้ดูสามารถเข้าใจเรื่องราวและชื่นชมความงามของภาพไปพร้อมๆ กัน
  12. 12. งานแกะสลักไม้ตกแต่งบานประตูโบสถ์ที่มีลวดลาย อ่อนช้อย โดยมีช่องไฟเป็นพื้นหลังที่ช่วยเน้นความงาม ของลวดลายไทยให้โดดเด่นเมื่อได้รับแสงจากธรรมชาติ งานแกะสลักไม้บานประตูศาลาการเปรียญวัดใหญ่ สุวรรณารามจังหวัดสุพรรณบุรี ศิลปะสมัยอยุธยา แกะสลักเป็นลายก้านขดปิดทองอย่างงดงาม 2. เอกลักษณ์ของงานปติมากรรมไทย 2.1 ไม่แสดงความแตกต่างของพื้นผิว งานประติมากรรมไทยมีเอกลักษณ์ที่เด่นชัด คือ นิยมขัดแต่งผิวให้เรียบเนียน เกลี้ยงเกลา ไม่แสดงความแตกต่างของพื้นผิว (Texture) ทาให้เกิดคุณค่าทางความงามจากความอ่อนช้อยคดโค้งของรูปและ ลวดลาย รวมทั้งการตัดกันระหว่างรูปกับพื้น ที่เรียกว่า “ช่องไฟ”
  13. 13. พระพุทธรูปฉลองพระองค์บุทองคา สมัยรัตนโกสินทร์ สร้างเพื่อถวายเป็นสักการะ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 2.2 ไม่นิยมปั้นหรือแกะสลักรูปคนเหมือน คตินิยมของคนไทย ตั้งแต่สมัยโบราณจะไม่มีการสร้างงานปติมากรรมเป็นเป็นรูป คนเหมือน ดังนั้น จึงไม่มีพระบรมรูปกษัตริย์ไทยที่เป็นงานปติ มากรรมไทย แต่จะสร้างพระพุทธรูปฉลองพระองค์ขึ้นเคารพ แทน หรือสร้างพระพุทธรูปของพระมหากษัตริย์ เช่น พระ บรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 เป็นต้น แต่ก็เป็นการ สร้างสรรค์แบบศิลปะสากลที่เน้นความเหมือนจริงมิใช่ตาม แบบอุดมคติ
  14. 14. พญาครุฑไขรายอดปราสาทพระบรมราชวัง ไม่แสดงกล้ามเนื้อแต่เน้นรูปทรงที่สมดุลมีความ เท่ากันทั้งซ้ายและขวา 2.3 ไม่แสดงกล้ามเนื้อในรูปของคนและสัตว์ งานประติกรรมไทยมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่าง หนึ่งคือ ไม่แสดงกล้ามเนื้อ กระดูก และเอ็นให้เห็นในลักษณะเป็นธรรมชาติที่เหมือนจริง แต่ แสดงความงามตามอุดมคติ คือ ความเกลี้ยงเกลา อ่อนช้อย และกลมกลืน แม้งาน ประติมากรรมไทยจะไม่ยึดหลักความถูกต้องของรูปทรงตามหลักกายวิภาค แต่ประติมากรก็ สามารถปั้นและแกะสลักให้ได้รูปทรงที่มีสัดส่วนงดงาม กลมกลืน และมีความพอดีอย่างน่า อัศจรรย์ เช่น การปั้นพระพุทธรูป ซึ่งปั้นโดยการยึดถือตามคัมภีร์ลักษณะมหาบุรุษ ซึ่งเป็น คุณลักษณะของพระพุทธองค์ที่ทรงหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง
  15. 15. งานปติมากรรมไทยแกะสลักไม้และ ปิดทองประดับตกแต่งสถาปัตยกรรมไทย 2.4 แฝงอยู่ในลักษณะของเครื่องประดับตกแต่ง งานประติมากรรมไทยนอกจากพระพุทธรูปและ เทวรูปแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อการประดับตกแต่งอาคารสถาปัตยกรรมไทย ให้มีคุณค่าทางความงามยิ่งขึ้น เช่นลวดลายประดับฐานบานประตูและผนังของสถูป เจดีย์โบสถ์ วิหาร เป็นต้น และยังใช้ในการตกแต่งซุ้มและฐานพระพุทธรูปให้ดูศักดิ์สิทธิ์และมีความงดงาม เพิ่มขึ้น
  16. 16. 3. เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทย 3.1 นิยมสร้างเรือนชั้นเดียว การสร้างเรือนไทยหรือบ้านที่อยู่อาศัยของคนไทยนั้น นิยมสร้างเป็นเรือนชั้นเดียว โดยทาเป็นเรือนยกพื้นสูงพ้นระดับดิน สูงขนาดคน เดินลอดได้ การสร้างเรือนให้ยกพื้นขึ้นสูง ก็เพื่อไม่ให้น้าท่วมถึงเรือนเมื่อถึงฤดู น้าหลาก ซึ่งมีเป็นประจาทุกปี นอกจากนี้การทาเรือนยกพื้นสูงยังช่วยให้ปลอดภัย จากสัตว์ร้ายซึ่งในสมัยก่อนมีชุกชุม รวมทั้งยังช่วยให้ผู้ที่อยู่บนเรือนพ้นจาก ความชื้นซึ่งระเหยขึ้นจากพื้นดินข้างใต้เรือน และยังทาให้ลมพัดโกรกผ่านใต้ถุน เรือน ช่วยระบายกลิ่นไออับชื้นได้อีกด้วย
  17. 17. ชานระหว่างเรือนที่เดินถึงกันได้ ไม้ล้ายันรับชายคาเรือนไทย 3.2 มีโครงสร้างง่ายๆและเปิดเผย งานสถาปัตยกรรมไทยนิยมสร้างด้วยไม้ และออกแบบโครงสร้าง ง่ายๆ ไม่มีความสลับซับซ้อนแต่อย่างใด องค์ประกอบสาคัญ คือ ส่วนพื้นบ้าน ส่วนผนังและ ส่วนหลังคาบ้าน ส่วนหลังคาจะประกอบด้วย ขือ แป อกไก่ และจันทัน ประกอบกันเป็น โครงสร้างสามเหลี่ยมที่มีความสมดุล มีการประสานกลมกลืนของชิ้นส่วนที่สามมารถมองเห็น ได้อย่างชัดเจน สะดวกในการเรียนรู้และจดจานาไปก่อสร้าง และหากมีช่างและแรงงานเพียงพอ ก็จะสามารถสร้างให้เสร็จได้ในวันเดียว
  18. 18. 3.3 มีหลังคาทรงสูงและมีกันสาดยื่นออกมา การสร้างหลังคาของเรือนไทยนิยมสร้างเป็นทรงสูง “รูปทรงสามเหลี่ยม” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ทั้งนี้เนื่องจากเมืองไทยมีอากาศร้อนอบอ้าว ฝนตกชุก การสร้างหลังคาทรงสูงจะช่วยให้ระบายความร้อนได้ดี เพราะเมื่อหลังคาสูงชันจะมีร่มเงาเกิดขึ้น ในบริเวณตัวบ้าน ไม่ต้องรับแสงแดดทั้งหลังอยู่ตลอดเวลา และมีพื้นที่ว่างส่วนบนของหลังคา มากพอที่จะระบายความร้อนได้สะดวก นอกจากนี้การสร้างหลังคาทรงสูงจะช่วยให้น้าฝนไหล เทลงมาจากหลังคาได้รวดเร็ว ส่วนกันสาดที่ยื่นออกมาก็เพื่อป้องกันฝนสาดผนังบ้านหรือเข้ามา ทางหน้าต่าง และยังป้องกันแสงแดดได้อีกด้วย ภูมิปัญญาของช่างไทยมีความละเอียดอ่อน สอดคล้องกับคติความเชื่อ และสภาพลมฟ้าอากาศได้เป็นอย่างดี
  19. 19. หลังคาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีความงดงามของหลังคาที่ซ้อนกัน หลายชั้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของงานสถาปัตยกรรมไทย 3.4 สร้างหลังคาซ้อนกันหลายชั้น งานสถาปัตยกรรมไทยที่มีความงดงามอย่างเด่นชัด คือการสร้าง หลังคาซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งทาให้เกิดความงามในการจัดองประกอบศิลป์อย่างมีเชิงชั้น และมี จังหวะลีลาที่ลดหลั่นรัยส่งกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับคตินิยมที่ว่า การอาศัยอยู่ภายใต้ หลังคาหรือร่มฉัตรที่ซ้อนกันหลายๆ ชั้นนั้น นับเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง นอกจากนี้ในด้านการรับ น้าหนักของหลังคาจะมีความพอดี เพราะหลังคาแต่ละชั้นจะช่วยถ่ายน้าหนักซึ่งกันและกันไม่ทา ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดรับน้าหนักมากจนเกินไป และยังสะดวกในการหาไม้มาประกอบเป็นโคราง สร้างของหลังคา เพราะไม่จาเป็นต้องใช้ไม้ขนาดใหญ่และยาวมาก
  20. 20. การเปรียบเทียบคุณลักษณะของงานศิลปะไทยกับศิลปะสากล ผลงานศิลปะไทยที่เป็นงานทัศนศิลป์ ได้แก่ จิตกรรมไทย ประติมากรรม ไทย และสถาปัตยกรรมไทย ล้วนเป็นงานศิลปะระกรรมที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งสามารถกล่าวโดยสรุปเพื่อเปรียบเทียบคุณลักษณะของงาน ศิลปะไทยกับศิลปะสากลได้
  21. 21. ศิลปะไทย เป็นศิลปะแบบอุดมคติ (Idealistic) โดยสร้างสรรค์จากอุดมคติหรือความเชื่อถือศรัทธา ไปสู่ความจริงตามธรรมชาติ โดยมีวิวัฒนาการด้านศิลปะดังนี้ 1. การสร้างสรรค์แบบไทยประเพณี เป็นการสร้างสรรค์ตามอุดมคติดั้งเดิมของไทยโดยเฉพาะ ด้านจิตรกรรม เป็นภาพเขียนสองมิติ เน้นการใช้เส้นที่อ่อนช้อยงดงามและไม่แสดงแสงเงาที่ เหมือนจริง เริ่มต้นจากการสร้างสรรค์ขึ้นตามความเชื่อถือศรัทธาทางพระพุทธศาสนา 2. การสร้างสรรค์แบบไทยประยุกต์ เป็นการคลี่คลายและเปลี่ยนแปลงรูปแบบ มีการใช้แสงเงา และแสดงแสดงความตื้นลึกแบบสามมิติคล้ายงานศิลปะสากลมากขึ้น แต่วิธีการสร้างสรรค์ยังคง เอกลักษณ์ไทยอันงดงามละเอียดอ่อน มีการลงรักปิดทอง และถ่ายทอดคุณลักษณะของตัวละคร ในวรรณคดีหรือชาดกได้อย่างงดงาม และยังมุ่งเน้นเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับ แบบไทยประเพณี ศิลปินไทยคนแรกที่ประยุกต์แนวการเขียนภาพสามมิติตามแบบศิลปะ ตะวันตกก็คือ “ขรัวอินโข่ง” 3. การสร้างสรรค์แบบไทยร่วมสมัย เป็นการสร้างงานศิลปะไทยที่มีความอิสระ ขึ้นอยู่กับ ความคิด และจินตนาการของศิลปิน งานศิลปะไทยลักษณะนี้จะสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็น สากลได้ง่าย
  22. 22. ศิลปะสากล (ตะวันออก) เป็นศิลปะแบบเหมือนจริง (Realism) หรือ ธรรมชาติไปสู่อุดมคติ หรือ งานศิลปะ แบบนามธรรม (Abstraction) โดยมีวิวัฒนากานทางด้านศิลปะ ดังนี้ 1. การสร้างสรรค์แบบไทยประเพณี เป็นการสร้างสรรค์ตามอุดมคติดั้งเดิมของไทยโดยเฉพาะ ด้านจิตรกรรม เป็นภาพเขียนสองมิติ เน้นการใช้เส้นที่อ่อนช้อยงดงามและไม่แสดงแสงเงาที่ เหมือนจริง เริ่มต้นจากการสร้างสรรค์ขึ้นตามความเชื่อถือศรัทธาทางพระพุทธศาสนา 2. การสร้างสรรค์แบบไทยประยุกต์ เป็นการคลี่คลายและเปลี่ยนแปลงรูปแบบ มีการใช้แสงเงา และแสดงแสดงความตื้นลึกแบบสามมิติคล้ายงานศิลปะสากลมากขึ้น แต่วิธีการสร้างสรรค์ยังคง เอกลักษณ์ไทยอันงดงามละเอียดอ่อน มีการลงรักปิดทอง และถ่ายทอดคุณลักษณะของตัวละคร ในวรรณคดีหรือชาดกได้อย่างงดงาม และยังมุ่งเน้นเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับ แบบไทยประเพณี ศิลปินไทยคนแรกที่ประยุกต์แนวการเขียนภาพสามมิติตามแบบศิลปะ ตะวันตกก็คือ “ขรัวอินโข่ง” 3. การสร้างสรรค์แบบไทยร่วมสมัย เป็นการสร้างงานศิลปะไทยที่มีความอิสระ ขึ้นอยู่กับ ความคิด และจินตนาการของศิลปิน งานศิลปะไทยลักษณะนี้จะสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็น สากลได้ง่าย
  23. 23. จิตรกรรมไทยประเพณีเขียนลงในสมุดไทย เมื่อปี พ.ศ. 2334ในสมัยรัชกาลที่ พบที่วัดขนุนจังหวัดนนทบุรี ศิลปะสากลแบบเหมือนจริงชื่อภาพ The Sleeping Spinner เทคนิคสีน้ามันบนผ้าใบ ผลงานของกูสตาฟกูร์เบ(Gustave Courbet) ผลงานจิตรกรรมไทยร่วมสมัย ชื่อภาพ พลังของแผ่นดิน ผลงานของถวัลย์ ดัชนี เป็นการนาความงามของลวดลายไทยมาประดับ ตกแต่งเป็นรูปพระนารายณ์อวตารลงมาจุติ บนโลกมนุษย์ ซึ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์ไทย ตามความคิดจินตนาการและอารมณ์ความรู้สึก ของศิลปินอย่างอิสระแตกต่างไปจากรูปแบบ ตามคตินิยมดั้งเดิม แสดงภาพเปรียบเทียบคุณลักษณะของงานศิลปะไทยกับศิลปะสากล
  24. 24. การประยุกต์สร้างสรรค์ศิลปะไทยสู่สากล งานศิลปะเป็นงานประณีตศิลป์ที่มีความวิจิตรงดงาม เป็นที่ชื่นชมและยอมรับกันทั่วโลก แต่ใน ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ยังขาดการรับรู้ ชื่นชม อนุรักษ์ และสืบสานภูมิปัญญาอันล้าค่านี้ไว้ ถ้าหาก คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ได้สืบค้น และได้สัมผัสงานศิลปะไทยจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ เช่น วัด ปราสาท พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น ก็จะเกิดความเข้าใจ ซาบซึ้ง และสามารถนาไป ประยุกต์สร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าทางความงามและประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจาวันได้ ดังนั้น การประยุกต์สร้างสรรค์งานศิลปะไทยสู่สากลสามารถทาได้โดยการเริ่มต้นจากใน ชีวิตประจาวัน สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเรา หรือในโรงเรียนแล้วขยายสู่ชุมชน สังคมภายนอก และเผยแพร่ไปสู่นานาชาติในลักษณะต่างๆ เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยวหรือในผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อ การส่งออกเป็นต้น
  25. 25. วิธีการประยุกต์สร้างสรรค์งานศิลปะไทยสู่สากล การประยุกต์สร้างสรรค์งานศิลปะไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้นั้น สามารถปฏิบัติได้โดยใช้หลักการที่เป็นสากล คือ การนา “หลักองค์ประกอบ ศิลป์” (Composition) หรือการจัดภาพมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เกิดคุฯ ค่าทางความงาม ซึ่งทุกคนสามารถสัมผัสรับรู้ได้จนเป็นที่นิยมและยอมรับกันอย่าง กว้างขวาง
  26. 26. การออกแบบตกแต่งภายในห้องรับแขก โดยการประดับภาพจิตรกรรมไทยเป็นจุดเด่น เพียงจุดเดียวทาให้เกิดคุณค่าทางความงาม และใช้แสงไฟส่องไปยังภาพซึ่งช่วยเสริมสร้าง ให้ภาพมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น หลักองค์ประกอบศิลป์ ทีสาคัญ ได้แก่ จุดเด่น (Dominance) เราสามารถนา คุณลักษณะของงานศิลปะไทยมา ประยุกต์สร้างสรรค์ให้เป็นจุดเด่นของ ผลงาน ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณค่าทาง ความงาม ความพึงใจ และสร้างมูลค่าเพิ่ม ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้
  27. 27. การใช้ภาพจิตรกรรมไทยร่วมสมัย ประดับตกแต่งหัวเตียงในห้องนอน ท่ามกลางบรรยากาศสีเหลืองส้ม ให้ความรู้สึกเป็นอันเดียวกัน และสร้างความอบอุ่นใจให้กับผู้อาศัย มณฑปมหาปราสาททวยราษฎร์ แซ่ซ้องบุญบารมี เทคนิคสีอะคริลิก ผลงานของสงครามคงสัมฤทธิ์ เป็นงานจิตรกรรมไทยประยุกต์ที่แสดงสีสัน และเรื่องราวให้ความรู้สึกเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันของพสกนิกรชาวไทย เอกภาพ (Unity) การประยุกต์สร้างสรรค์งานศิลปะไทย โดยใช้หลักเอกภาพหรือความเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน จะช่วยให้ผลงานหรืผลิตภัณฑ์นั้นๆ ดูสอดคล้องกลมกลืนตามแนวความคิด อย่างเหมาะสม
  28. 28. การอัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐาน เพื่อเคารพสักการะเป็นที่พึ่งทางด้านจิตใจ โดยจัดวางให้มีความสมดุลกันในลักษณะ ซ้าย-ขวาไม่เท่ากัน ซึ่งให้ความรู้สึกสงบนิ่ง เป็นสมาธิ และน่าศรัทธาเลื่อมใส งานแกะสลักไม้ลายเครือเถาที่มีการจัดวาง อย่างมีความสมดุลแบบซ้าย-ขวาไม่เท่ากัน แต่เท่ากันด้วยความรู้สึกและมีพื้นที่ว่าง สร้างความปลอดโปร่งสบายตา ดุลยภาพ (Balance) งานศิลปะไทยสามารถประยุกต์สร้างสรรค์โดยใช้หลักดุลยภาพหรือความ สมดุล 2 ลักษณะ ได้แก่ ความสมดุลในลักษณะซ้าย-ขวา และ ความสมดุลในลักษณะซ้าย-ขวาไม่ เท่ากัน แต่เท่ากันด้วยความรู้สึก
  29. 29. พระพ่อฟ้ าหลวงของชาวไทย เทคนิคสีน้ามัน ผลงานของสุรสิทธิ์ เสาว์คง เป็นภาพที่สะท้อนถึงความปีติสุขใจ ของมวลพสกนิกรชาวไทยที่พร้อมใจกัน ถวายพระพรแด่ในหลวงของเรา คุณค่าของการประยุกต์สร้างสรรค์งานศิลปะไทยสู่สากล การประยุกต์สร้างสรรค์งานศิลปะไทยสู่สากลเป็นการอนุรักษ์สืบสานงานศิลปะไทยให้ ดารงอยู่คู่สังคมไทยและสังคมโลก ซึ่งสามารถสรุปให้เห็นประโยชน์และคุณค่าได้ ดังนี้ คุณค่าทางจิตใจ งานศิลปะไทยทุกชิ้นย่อมสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทย และมี ผลทางด้านจิตใจทั้งผู้สร้างและผู้ชื่นชม ผู้สร้างผลงานจะมีความสุขและปีติยินดีที่ได้สร้างสรรค์ ผลงานอย่างที่ใจรัก ส่วนผู้ชมผลงานก็จะมีความรู้สึกชื่นชมดื่มด่าในความงามอันละเอียดอ่อน
  30. 30. ผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านผาทั่ง จังหวัดอุทัยธานี เครื่องประดับเงินจังหวัดสุรินทร์ คุณค่าทางด้านประโยชน์ใช้สอย แม้ว่างานศิลปะไทยจะมีคุณค่าทางด้านจิตใจเป็นสาคัญ แต่สามารถนามาประยุกต์สร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจาวันได้มากมาย เช่น การสร้างสรรค์เป็นเครื่องจักรสาน เครื่องปั้นดินเผา การออกแบบตกแต่งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เป็นต้น ซึ่งผลงานเหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเนื่องจาก มีความประณีตงดงามและมีเอกลักษณ์ของความเป็นศิลปะไทย
  31. 31. คุณค่าด้านการอนุลักษณ์สืบทอดประเพณีวัฒนธรรมไทย ในแต่ละท้องถิ่นมี ประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไปในท้องถิ่นนั้นๆ มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อ อนุรักษ์และสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมไทยในท้องถิ่น โดยการประยุกต์สร้างสรรค์งานศิลปะ ไทยให้เข้ากับประเพณีต่างๆ อย่างงดงาม เช่น ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น โดยเฉพาะประเพณีลอยกระทงสาย จังหวัดตาก ซึ่งมีความสวยงาม ได้รับการเผยแพร่สู่สายตาโลก โดยการนากระทงสายมาลอยใน แม่น้าเจ้าพระยา เพื่อให้พระราชอาคันตุกะจากทั่วโลกได้ทอดพระเนตร เนื่องในงานฉลองสิริ ราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งนอกจากจะให้คุณค่าทาง ความและจิตใจแล้ว ยังเป็นการรักษาประเพณีวัฒนธรรมไทยไม่สูญหายและเป็นการเผยแพร่ ศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สากลด้วย
  32. 32. เสน่ห์ความงามในศิลปะและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย จะช่วยดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย คุณค่าด้านการพัฒนาเศรษฐกิจไทยควบคู่กับวัฒนธรรมไทย ในสภาพสังคมปัจจุบันที่ ประเทศไทยต้องแข่งขันทางธุรกิจการค้ากับนานาชาติ วิธีการที่สาคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศให้ เกิดดุลยภาพระหว่างความเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงเข้มแข็งทางวัฒนธรรมในขณะนี้ก็คือ แนวคิดในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบด้านศิลปวัฒนธรรมไทยกับ ภาคธุรกิจการค้าให้สามารถเกื้อกูลต่อกัน โดยการนางานศิลปะไทยมาประยุกต์สร้างสรรค์ใน ลักษณะต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อการส่งออก และการเผยแพร่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น

×