เศรษฐกิจพอเพียง

32,504 views

Published on

เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง
จัดทำโดย
1.ด.ญ.เจนจิรา นุชนิ่ม เลขที่ 17
2.ด.ญ.ชลัญธร สืบกลัด เลขที่ 18
3.ด.ญ.ฐิติภา โพธิ์เงิน เลขที่ 19
4.ด.ญ.ดารุณี โพธิ์ด้วง เลขที่ 21
5.ด.ญ.ศกลวรรณ ปิ่นแก้ว เลขที่ 30
6.ด.ญ.สุภัทนาพร สิทธิคุณ เลขที่ 33
มัธยมศึกษาปีที่ 2/4
เสนอ
นายทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยม
รายวิชา IS2 รหัส ว20292
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มะยมศึกษา เขต 8

0 Comments
6 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
32,504
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
5
Actions
Shares
0
Downloads
229
Comments
0
Likes
6
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เศรษฐกิจพอเพียง

  1. 1. เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง จัดทาโดย 1.ด.ญ.เจนจิรา นุชนิ่ม เลขที่ 17 2.ด.ญ.ชลัญธร สืบกลัด เลขที่ 18 3.ด.ญ.ฐิตภา โพธิ์เงิน ิ เลขที่ 19 4.ด.ญ.ดารุณี โพธิ์ด้วง เลขที่ 21 5.ด.ญ.ศกลวรรณ ปิ่ นแก้ ว เลขที่ 30 6.ด.ญ.สุ ภทนาพร สิ ทธิคุณ เลขที่ 33 ั มัธยมศึกษาปี ที่ 2/4 เสนอ นายทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยม รายวิชา IS2 รหัส ว20292 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2556โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี สานักงานเขตพืนทีการศึกษา มะยมศึกษา เขต 8 ้ ่
  2. 2. ก คานา รายงานวิชา IS2 (การสื่อสารและการนาเสนอ) จัดทาขึนเพือใช้ เป็ นส่ วนหนึ่งในการเรียนการสอนวิชา ้ ่IS2 (การสื่อสารและการนาเสนอ) โดยแบ่ งเป็ นบท ๆ ดังนี้ 1.บทนา 2.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3.การยอมรับ 4.เศรษฐกิจพอเพียง กับการศึกษา 5.บทสรุป และนีกคอเนือหาทั้งหมดที่รวมอยู่ในเล่มนี้ ซึ่ง ้็ ื ้คุณครูให้ ทาเป็ นกลุ่ม ๆ กลุ่มละ 6 คน จากนั้นก็ให้ ทา Blog เผยแผ่ หวังเป็ นอย่ายิงว่าจะเป็ นประโยชน์ ต่อผู้ที่มาศึกษาหาความรู้ หรือผู้ที่สนใจ ก็สามารถเข้ามาอ่านอันได้ ่นะค่ะ และหากมีข้อบ่กพร้ องประการใดผู้จดทาขออภัยไว้ ณ ที่นีด้วย ั ้ คณะผู้จดทา ั
  3. 3. ข กิตกรรมประกาศ รายงานโครงงานฉบับนี้ สาเร็จลุล่วงไปได้ ด้วยความเมตตาช่ วยเหลืออย่างดียงจากคุณพ่อ คุณแม่ ิ่จากกาลังใจดี ๆ ซึ่งทาให้ มกาลังใจที่จะทาให้ สาเร็จ และต้องขอขอบคุณ คุณครูทรงศักดิ์ โพธิ์เอียม ทีให้ ี ่ ่คาปรึกษา และบอกแนวทางในการทาโครงงานครั้งนี้ จนสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณท่ านอาจารย์ทุกๆ ท่ าน ที่ให้การแนะนาและให้ใช้ บริการห้ องคอมพิวเตอร์ ร่ วมถึงการปริ้นงาน และต้องขอขอบคุณเพือน ๆ ่ในกลุ่มที่ช่วยกันทางาน ช่ วยกันคิด และช่ วยกันหาเนือหา ้ และความดีอนเกิดจากการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้เขียนขอมอบแด่บดา มารดา ครู อาจารย์ และผู้มี ั ิพระคุณทุกท่ าน ผู้เขียนมีความซาบซึ้งในความกรุณาอันดียงจากทุกท่ านที่ได้กล่าวนามมา และขอกราบ ิ่ขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ คณะผู้จดทา ั
  4. 4. ค สารบัญเรื่อง หน้ าคานา กกิตติกรรมประกาศ ขสารบัญ คสารบัญภาพ งสารบัญตาราง จบทที่ 1 บทนา 1บทที่ 2 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2-11บทที่ 3 การยอมรับ 11-12บทที่ 4 เศรษฐกิจพอเพียงกับการศึกษา 13-21บทที่ 5 บทสรุป 22-25บรรณานุกรม 26ภาคผนวก 27
  5. 5. ง สารบัญภาพเรื่อง หน้ า2.1 ภาพองค์ประกอบเศรษฐกิจพอเพียง 92.2 ภาพตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง 122.3 ภาพตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง 14
  6. 6. จ สารบัญ ตารางเรื่อง หน้ า4.1ตารางการมีส่วนร่ วมของผู้ปกครองและชุมชน 255.1 ตารางทางสายกลาง 27
  7. 7. 1 บทที่ 1 บทนา ในอดีตสังคมไทยเป็ นสังคมเกษตรกรรม มีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ เป็ นอาชีพหลัก เป็ นสังคมแบบเอื้ออารี มีการแลกเปลี่ยนอาหารการกินกัน โดยไม่มีการใช้เงินตรา ทําให้ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัวเหมือนกับในยุคปัจจุบน เนื่องจากการที่ประเทศไทยรับเอาวัฒนธรรมของต่างประเทศเข้ามา ทําให้คนไทย ัหลงค่านิยมเหล่านั้น จนลืมรากเหง้าของความเป็ นไทย หลงวัตถุนิยม ทําให้ใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลือง เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ทําให้คนไทยพบกับปัญหาต่างๆตามมาคุณภาพของคนไทยส่วนมากตํ่าลง แต่ยงดีที่เราชาวไทยที่มีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นนักคิด ั ์ นันก็คือ ่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ทําให้ ่ ัเกิดแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทําให้คนไทยหลายๆหน่วยงานได้นาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับ ํใช้ในหน่วยงานของตนเอง จนสามารพึ่งตนเองได้ คนไทยในชนบทโดยเฉพาะเกษตรกรไทย ได้ลองนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ มีการจัดการบริ หารทรัพยากรดินอย่างมีหลักการ สามารถวางแผนปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ จนสามารถเลี้ยงตนเองได้ ผลิตผลทางการเกษตรที่มีมากพอก็สามารถนํามาจําหน่ายและสร้างรายได้ให้กบครัวเรื อน ั มีการทําบัญชีรายรับรายจ่าย และวางแผนครอบครัวที่ดีข้ ึน ทําให้คุณภาพของคนไทยจํานวนมากดีข้ ึน สามารถพึ่งตนเองได้ และเป็ นครอบครัวที่มีความสุข ศูนย์เทคโนโลยีที่เหมาะสม (ศทม.) ก็เป็ นหน่วยงานหนึ่งของท้องถิ่น ที่มุ่งเน้นการศึกษาและเผยแพร่ องค์ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร และผูที่สนใจ ้ทัวไปได้มาศึกษาดูงาน เพื่อนําความรู้ดงกล่าวไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน โดยนําหลักการ ทฤษฎีที่ได้ ่ ัจากการศึกษาจาก ศทม. ไปทดลองจริ ง ดังนั้นทาง ศทม. จึงได้คิดและออกแบบสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมา เพื่อเป็ นต้นแบบของผูที่สนใจต่อไป ้
  8. 8. 2 บทที่ 2 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ เศรษฐกิจพอเพียงเป็ นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดํารงอยูและปฏิบติตนของประชาชนในทุกระดับ ่ ั ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริ หารประเทศ ให้ดาเนินไปในทางสายกลาง ํโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้กาวทันต่อยุคโลกาภิวตน์ ้ ั ความพอเพียง หมายถึ ง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเป็ นที่จะต้องมีระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมี ้ผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิงในการนําวิชาต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและดําเนินการทุกขั้นตอน ่และขณะเดียวกันจะต้องเสริ มสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฏี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจรติและให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดําเนินชีวิต ํด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็ นอย่างดี” ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดําริ จึงประกอบหลักการหกวิชา และหลักธรรมหลายประการอาทิ 1. เป็ นปรัชญาแนวทางการดํารงอยูและปฏิบติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ่ ัระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ 2. เป็ นปรัชญาในการพัฒนาและบริ หารประเทศให้ดาเนินไปในทางสายกลาง ํ 3. จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้กาวทันโลกยุคโลกาภิวตน์ เพื่อให้สมดุล และพร้อมต่อการรองรับการ ้ ัเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ วกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็ นอย่างดี 4. ความพอเพียง หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเป็ นที่จะต้องมีระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ้ 5. จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอยและความระมัดระวังอย่างยิงในการนําวิชาการต่าง ๆ มา ่ใช้ในการวางแผนและการดําเนินการทุกขั้นตอน
  9. 9. 3 6. จะต้องเสริ มสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริ ต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดําเนินชีวิตด้วย ํความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบสรุปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นิยามของความพอเพียง ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม กันดังนี้ „ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่นอยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเอง ้และผูอื่น เช่น การผลิตและการบริ โภคที่อยูในระดับพอประมาณ ้ ่ „ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็ นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคํานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทํานั้น ๆอย่างรอบคอบ „ การมีภูมคุมกันในตัวที่ดี หมายถึง การเตรี ยมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้าน ิ ้ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคํานึงถึงความเป็ นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกลเงื่อนไข การตัดสินใจและการดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยูในระดับความพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ ่และคุณธรรมเป็ นพื้นฐาน กล่าวถือ „ เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนําความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบติ ั „ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริ มสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม เช่น มีความซื่อสัตย์สุจริ ต ความอดทน ความเพียร ใช้สติปัญญาในการดําเนินชีวตไม่โลภ และไม่ตระหนี่ ิ
  10. 10. 4 2.1 ภาพองค์ประกอบเศรษฐกิจพอเพียงแนวทางปฏิบัต/ิ ผลทีคาดว่ าจะได้ รับ ่ จากการนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยังยืน พร้อมรับต่อ ่การเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อมความรู้และเทคโนโลยีแนวคิดพัฒนาภูมปัญญาไทย ิ จากพระราชดํารัส เศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงมีพระบรมราโชวาทครั้งแรกในปี พ.ศ. 2517 นั้นพระองค์มีพระราชประสงค์จะให้เป็ นแนวคิดนําในการพัฒนาประเทศ เพราะถ้าย้อนกลับไปศึกษาพระบรมราโชวาทดังกล่าว จะเห็นได้ว่า เริ่ มต้นจากความสําคัญในการพัฒนาประเทศ จะต้องเน้นการสร้างพื้นฐาน คือ “การพอมี พอกิน พอใช้ ” ถึงแม้ว่าที่กล่าวถึงส่วนใหญ่จะเป็ นการแก้ไขปัญหาให้กบเกษตรกร และการจัดการด้าน ัเกษตรกรรม ซึ่งเป็ นอาชีพหลักของคนไทย แต่ในความเป็ นจริ งพระองค์มีพระราชประสงค์ให้เศรษฐกิจพอเพียง สามารถครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกประเภทจากการที่ทรงเน้นเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะยุทธศาสตร์สาคัญในการพัฒนาประเทศดังกล่าวมาเป็ นเวลา 27 ปี (พ.ศ. 2517 - 2537 ) แต่กระนั้นคนส่วน ํใหญ่ซ่ึงรวมทั้งนักวิชาการ ข้าราชการระดับสูงเป็ นจํานวนมาก ก็ยงไม่เข้าใจในความหมายของเศรษฐกิจ ัพอเพียง ใน ปี พ.ศ. 2541 จึงทรงเน้นประเด็นนี้อกครั้ง “…เมือปี 2517 วันนั้นได้ พดว่า เราควรปฏิบัติ ี ่ ูให้ พอมี พอกิน พอมี พอกิน ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเอง..”
  11. 11. 5 หลังวิกฤตการทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ที่นกวิชาการ กล่าวว่า เป็ นวิกฤตการณ์ฟองสบู่แตกผูคนตก ั ้งานเดินทางกลับบ้าน และต้องหันไปพึ่งพิงทรัพยากรพื้นฐานในท้องถิ่น และประชาชนส่วนใหญ่อยูใน ่ภาวะขวัญเสีย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท เน้นยํ้าแนวพระราชดําริ ่ ัเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็ นแนวทางสําหรับประชาชน จะต้องพยายามยืนหยัดด้วยตนเองบนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยูจริ ง ลดการพึ่งพิงจากภายนอก ขณะเดียวกันก็พยายามพัฒนาศักยภาพและความยังยืนใน ่ ่ระบบที่ตนมีอยู่ การที่กระบวนการเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ แต่ละหน่วยการผลิตในระบบจะต้องพยายามเข้าใจเห็นคุณค่า และข้อจํากัดของฐานทรัพยากรในท้องถิ่นของตน จึงจะสามารถดึงคุณค่าที่มีอยูมาใช้ประโยชน์ ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งตระหนักในความจําเป็ นที่จะต้องควบคุมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรนั้นในขอบเขตไม่เกินขีดจํากัด จนอาจกลายเป็ นการทําลายฐานทรัพยากรของตนไปด้วย นันคือการที่ประชาชน ่จะต้องเข้าใจการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นในระบบเศรษฐกิจพอเพียง ภายหลังผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจรัฐบาลได้ดาแนวคิดพระราชดํารัสเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาประเทศ จะเห็นได้จากแผนพัฒนา ํเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545-2549 ) การสร้างงาน โครงการกองทุนหมู่บาน สินค้า ้หนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การสร้างความเข้มแข็งให้กบชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่ง ัหลายหมูบานประสบความสําเร็ จเป็ นแบบอย่างที่ดีในการบริ หารและการจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นของ ่ ้ตนเองสู่การพัฒนาที่ยงยืนในโอกาสต่อไป ั่ความเหมาะสมทั้งวันนีและวันหน้ า ้ พระราชดํารัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 มีสาระที่สาคัญ ในการกล่าวถึงการดํารงชีพที่ไม่เป็ นไป ํตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เช่น “…ขอเล่านิทานอีกเรื่ อง คือไปทางชลบุรี ครั้งหนึ่ง ก็หลายสิบปี แล้ว มีพ่อค้าคนหนึ่งเขาบอกว่า เขาไปทําโรงงานสับปะรดกระป๋ อง เขาลงทุนเป็ นล้าน จําไม่ได้ว่ากี่ลานเพื่อสร้าง ้โรงงาน การลงทุนอย่างนั้นเลยบอกให้เขาทราบว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะว่าเคยทําโรงงานเล็ก ๆ ที่ทางภาคเหนือใช้เงิน 300,000 บาทเพื่อเอาผลิตผลของชาวเขามาใส่กระป๋ องแล้วขาย ก็ได้ผล เพราะเป็ นโรงงานเล็กๆ แต่โรงงานเขาลงทุนเป็ นล้าน รู้สึกเสี่ยง เขาบอกว่าเขาต้องทําอย่างนั้น เขาก็ลงทุน ทําไปทํามา สับปะรดที่บานบึงและชลบุรีมีไม่พอ ก็ตองไปซื้อสับปะรดจากปราณบุรี ต้องขนส่งมาด้วย เสีย ้ ้ค่าใช้จ่ายมาก ทําไปทํามาโรงงานก็ลมอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า ทําโครงการอะไรต้องให้นึกถึงขนาดที่ ้เหมาะสมที่เรี ยกว่าอัตภาพหรื อกับสิ่งแวดล้อม นี่พดไปพูดมายังคิดถึงอีกรายที่ลาพูน มีการตั้งโรงงาน ู ํสําหรับแช่แข็งผลผลิตของชาวไร่ ได้ไปเยียม แล้วเขาบ่นว่า คุณภาพของข้าวโพดที่ใส่กระป๋ องสําหรับแช่ ่แข็งคุณภาพไม่ค่อยดี เขาบอกว่าจะซื้อในราคาแพงไม่ได้ ตอนนั้นไม่ทราบว่าเขาจะมีอนเป็ นอย่างไร ได้แค่ ับอกเขาว่า น่าจะส่งเสริ มให้เกษตรกรปลูกข้าวโพด ให้ได้ขาวโพดที่คุณภาพดี โรงงานจะเจริ ญ เขาบอกว่า ้ไม่ได้ เพราะคุณภาพไม่ดี อันนี้เป็ นปัญหาโลกแตก ถ้าไม่ให้ราคาดี หรื อไม่สนับสนุนเกษตรกรก็ทาให้ ํข้าวโพดคุณภาพดีไม่ได้ เรื่ องนี้ตอนแรกอาจดูเหมือนขาดทุน ดูจะไม่ได้ประโยชน์ จะไม่ได้คุณภาพจะ
  12. 12. 6ได้ขาวโพดที่ฟันหลอซึ่งเขาบอกเขาต้องทิ้ง เพราะเครื่ องจักรของเขาต้องมีขนาดข้าวโพดที่เหมาะสม เมื่อ ้เป็ นอย่างนั้น ความจริ งไม่ได้แช่งเขา แต่นึกในใจว่าโรงงานอยูไม่ได้ และในที่สุดก็จริ ง ๆ ก็ลม อาคารอะไร ่ ้ต่างๆ ยังอยู่ เดี๋ยวนี้ แต่ไม่มีใครเป็ นเจ้าของ เกะกะอยูอย่างนั้น ฉะนั้นจะทําโครงการอะไร จะต้องทําด้วย ่ความรอบคอบและอย่าตาโตเกินไป…. ข้อสําคัญอยากจะพูดถึงว่า ถ้าหากว่าเราทําโครงการที่เหมาะสม ขนาดที่เหมาะสม อาจจะดูไม่หรู หรา แต่ว่าจะไม่ลม หรื อถ้าล้มถ้ามีอนตรายไปก็ไม่เสี่ยงมาก เช่น โรงงานผลไม้บรรจุกระป๋ องที่ริเริ่ มทํา ้ ัที่อาเภอฝางนั้น วันหนึ่งเขาติดต่อมาบอกว่านํ้าท่วม นํ้าจากเขาลงมาพัดโรงงานเสียหายเลยบอกว่าไม่ ํเป็ นไร จะสนับสนุนเงินเพิ่มเติม เพราะที่ดินตรงนั้นซื้อแล้ว เครื่ องมือเครื่ องใช้ ก็สนับสนุนเขาอีก 400,000บาท ก็ต้งขึ้นมาใหม่ต่อไปก็ใช้งานได้มกาไร อันนี้หลายปี แล้ว..” ั ี ํ จากพระราชดํารัสดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงมีตวอย่างเป็ นรู ปธรรมที่สามารถนํามา ่ ั ัประยุกต์กบอุตสาหกรรมได้ ดังนั้น พระราชดํารัสเศรษฐกิจพอเพียงนั้น สามารถใช้เป็ นยุทธศาสตร์ในการ ัพัฒนาประเทศ และสามารถนํามาประยุกต์ใช้กบกิจการสาขาต่างๆ ั ทั้งในปัจจุบนและในอนาคต ั “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็ นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ทรงพระราชดํารัสชี้แนะแนวทางการ ่ ัดําเนินชีวตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและ ิเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นยํ้าแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดํารงอยูได้อย่างมันคงและยังยืน ่ ่ ่ภายใต้กระแสโลกาภิวตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ัทศพิธราชธรรม นาพาให้ สุขสม ทุกครั้งที่ชมข่าวในพระราชสํานัก เราคนไทยทุกคนตระหนักดีในพระราชกรณี ยกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงมีต่อพสกนิกรโดยเฉพาะในวันที่ 4 ธันวาคม ทุกๆ ปี พระองค์จะทรงพระราชทานพระ ่ ับรมราโชวาทให้ขอคิดสอนใจคนไทย จะเห็นได้ว่า พระองค์ทรงมีเมตตาธรรม พระราชกรณี ยกิจที่ทรง ้ปฏิบติ ั เปี่ ยมล้นด้วยคุณธรรม 10 ประการ หรื อที่เรี ยกว่า ทศพิธราชธรรม ดังนี้ 1. การมีน้ าใจการให้(ทาน)ช่วยเหลือผูที่ดอยกว่าอ่อนแอกว่า ํ ้ ้ 2. การตั้งอยูในศีล(ศีล)มีความประพฤติที่ดีงาม ่ 3. การบริ จาค(ปริ จาคะ)การเสียสละความสุขเพื่อประโยชน์สุขของหมู่คณะ 4. ความซื่อตรง(อาชชวะ)ปฏิบติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริ ต ั 5. ความอ่อนโยน(มัททวะ)มีกิริยาสุภาพ สง่างาม 6. ความเพียร(ตปะ)มีความเพียรพยายามในการทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 7. ความไม่โกรธ(อักโกธะ)จิตที่มนคงไม่ฉุนเฉียว ั่ 8. ความไม่เบียดเบียน(อวิหิงสา)ไม่ข่มเหงนํ้าใจผูอื่น ้ 9. ความอดทน(ขันติ)สามารถเผชิญกับความยากลําบากอย่างเข้มแข็ง 10. การตั้งมันในธรรม (อวิโรธนะ) ประพฤติอยูในความดีงามเสมอต้นเสมอปลาย ่ ่
  13. 13. 7 จากคุณธรรมที่ทรงประกาศว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวสยาม” พระองค์จึงทรงเป็ นพ่อของแผ่นดินที่สถิตอยูในดวงใจคนไทยทุกคน โครงการพระราชดําริ ของ ่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวที่ได้ดาเนินการในการแก้ไขปัญหามีอยูมากมาย เช่น โครงการฝนหลวงเป็ น ่ ั ํ ่โครงการที่แก้ไขปัญหาภัยแล้งโดยอาศัยเทคโนโลยีทาฝนหลวงหรื อฝนเทียม โครงการในพระบรมราชานุ ํเคราะห์ เป็ นโครงการที่พระราชทานข้อแนะนํา และแนวพระราชดําริ ให้เอกชนไปดําเนินการโครงการพระราชดําริ เป็ นโครงการที่ทรงวางแผนพัฒนา ทรงเสนอแนะให้รัฐบาลดําเนินการ หรื อเรี ยกว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เช่น โครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ในพื้นที่ตาบลสมเด็จ ํเจริ ญ อําเภอหนองปรื อ จังหวัดกาญจนบุรี2.2 ภาพตัวอย่างของเศรษฐกิจพอเพียงที่มา : ครู สุรนาถ ปูชนียพงศกรประยุกต์ เศรษฐกิจไทยในสังคม จากการประมวลพระราชดําริ ทั้งในเอกสารทางราชการและตัวอย่างที่ทรงดําเนินงานมาศึกษานอกจากภาคเกษตรกรรมแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงกับการดําเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมและพาณิ ชยกรรม ได้ดงนี้ ั 1.ใช้เทคโนโลยีที่ถกหลักวิชาการแต่มีราคาถูก ู 2.ใช้ทรัพยากรทุกชนิดอย่างประหยัดและมีคุณภาพสูงสุด 3. เน้นการจ้างงานเป็ นหลักโดยไม่นาเทคโนโลยีมาทดแทนแรงงาน ยกเว้นในกรณี ที่จาเป็ น ํ ํ 4.มีขนาดการผลิตที่สอดคล้องกับความสามารถในการบริ หารและการจัดการ 5.ไม่โลภมากเกินไปและไม่เน้นกําไรระยะสั้นเป็ นหลัก 6. ซื่อสัตย์สุจริ ตในการประกอบการและไม่เอาเปรี ยบผูบริ โภค ไม่เอาเปรี ยบแรงงานหรื อลูกค้าตลอดจน ้ไม่เอาเปรี ยบผูจาหน่ายวัตถุดิบ ้ํ 7. เน้นการกระจายความเสี่ยงตํ่า โดยเฉพาะอย่างยิงไม่ก่อหนี้จนเกินความสามารถ ในการบริ หารและ ่การจัดการ
  14. 14. 8 8. เน้นการบริ หารความเสี่ยงตํ่าโดยเฉพาะอย่างยิงไม่ก่อหนี้จนเกินความสามารถในการบริ หารและการ ่จัดการ 9. เน้นการใช้วตถุดิบภายในท้องถิ่นและตอบสนองตลาดในท้องถิ่น ภูมิภาค ตลาดภายในประเทศและ ัตลาดต่างประเทศเป็ นหลัก การเรี ยนรู้แก่นแท้ของการแก้ไขปัญหา โดยพิจารณาสาเหตุดวยความมีสติรอบคอบ ใช้ปัญญาพิจารณา ้ค้นหาเหตุผล สิ่งสําคัญคือ จริ ยธรรมของบุคคลในการดํารงชีวิตร่ วมกัน การดําเนินธุรกิจทุกประเภท ถ้ารู้จกนําข้อมูลที่ได้จากการชี้แนะของผูที่มีประสบการณ์ก็จะเป็ นประโยชน์อย่างยิงดังที่พระบาทสมเด็จพระ ั ้ ่เจ้าอยูหวทรงให้แนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ่ ัประชานิยมสู่ ศรัทธามหาชน จากทฤษฎีใหม่สู่เศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยงยืน ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ทรงมีพระมหา ่ั ่ ักรุ ณาธิคุณต่อพสกนิกรไทย การที่จะทําให้คนไทยทุกคนประสบความสําเร็ จเป็ นเรื่ องที่ยากแต่จะทําอย่างไรในการที่พวกเราจะสามารถดําเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เป็ นไปตามพื้นฐานของแต่ละบุคคล ปัจจัยสําคัญที่จะต้องกลับมาพิจารณาปรับวิธีคิด วิธีการทํางาน ความสําคัญของแนวทางการดําเนินชีวตของแต่ละบุคคล ิควรมี ได้แก่ 1.ความอดทนต่อการดาเนินชีวต ปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ ถ้าใจมันคง แม้จะต้องใช้เวลาและ ิ ่มาตรการต่างๆ เพื่อให้ความสําเร็ จเกิดขึ้น 2.ความมีนาใจต่อกัน ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ได้ให้แนวทางในการร่ วมมือกัน มีน้ าใจแก่กน ้ ํ ัเช่น การลงแขกเกี่ยวข้าว การทําขนมกระยาสารทแล้วแบ่งปันเพื่อนบ้าน 3.ความมีวนัยในตนเอง จะต้องรู้จกกิน รู้จกใช้ วางแผนการใช้จ่าย ิ ั ั 4.รู้ จกการบริหารและการจัดการชีวต รู้จกการวางแผนครอบครัว การเตรี ยมการในการประกอบอาชีพ ั ิ ัการหาสถานศึกษาใกล้บานให้กบลูกได้ศึกษาเล่าเรี ยน การสร้างที่อยู่ อาศัยสร้างความมันคงให้กบครอบครัว ้ ั ่ ั 5.มีมาตรฐานทางใจ ลดละเลิกในสิ่งที่ไม่จาเป็ นต่อการดําเนินชีวต สุรา ยาเสพติด การเที่ยวกลางคืน ํ ิการรู้จกฉลาดใช้ ตัวอย่างเช่น การใช้โทรศัพท์มือถือมีความจําเป็ นหรื อไม่ หรื อถ้าจําเป็ นต้องใช้เครื่ องเดียว ัสามารถใช้ได้นานๆ แต่ถามีไว้อวดเพื่อความโก้เป็ นเครื่ องประดับที่คิดว่าเป็ นคนทันสมัยจะมีกี่เครื่ องก็ไม่ ้พอทุกครั้งที่มเี ครื่ องรุ่ นใหม่ออกมาก็ตองเปลี่ยนทุกครั้ง ทําให้เป็ นภาระหนี้สินที่เกินความจําเป็ น ้ 6.อย่าอายทากิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา งานบางอย่างอาจได้ค่าตอบแทนน้อย ไม่ตรงกับความต้องการ แต่การทํางานนอกจากได้ค่าตอบแทนเป็ นเงินตราแล้วสิ่งที่มค่ามากที่สุด คือประสบการณ์ ี 7.จงมองในสิ่งที่เขาเป็ นอยู่ไม่ใช่ มองในสิ่งที่เราอยากให้ เขาเป็ น การเข้าใจผูอื่นที่อาจมีความคิดเห็นมีการ ้ดําเนินชีวตที่แตกต่างจากเรา เขาอาจมีมาตรฐานทางใจต่างจากเรา เช่น การใส่เสื้อผ้าราคาถูกการประกอบ ิอาชีพเกษตรกร ไม่ได้หมายถึงการเป็ นคนที่ดอยพัฒนา คนเรามีความแตกต่างกัน ความสุขของแต่ละบุคคล ้จึงแตกต่างกัน การเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ต้องให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวของเขาเองในสิ่งที่เขาต้องการจะเป็ น
  15. 15. 8.ครอบครัวอบอุ่น สังคมเข้มแข็ง ครอบครัวเป็ นรากฐานที่สาคัญของสังคม ในการถ่ายทอดแบบอย่าง ํวิถีชีวิต 9.ภูมใจในความเป็ นไทย ภูมิปัญญาไทย วิถีไทย เศรษฐกิจพอเพียง มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับภูมิ ิปัญญาไทย วิถีการดําเนินชีวิตของคนไทยในสังคมชนบทที่ยงพึ่งพาภูมิปัญญาไทย ปราชญ์ชาวบ้านตัวอย่าง ัของสินค้าหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ประสบความสําเร็ จเป็ นที่ยอมรับสู่มาตรฐานสากล2.3 ภาพตัวอย่างของเศรษฐกิจพอเพียง 10ที่มา : ครู สุรนาถ ปูชนียพงศกรปวงชนสุ ขล้ นสู่ การพัฒนาอย่ างยังยืน ่ เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นเรื่ องที่เกี่ยวข้องกับคนทุกคน ไม่ใช่เป็ นเรื่ องของเกษตรกร ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตและการค้า แต่เป็ นเรื่ องของการดําเนินชีวิตตามปกติของคนในสังคม คนไทยโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริ ยที่เข้มแข็งเปี่ ยมล้นด้วยทศพิธราชธรรม การพัฒนาประเทศไม่ใช่เรื่ องที่เกี่ยวข้อง ์กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว คนไทยทุกคนต้องมีส่วนร่ วมในวิกฤติการณ์น้ ามันที่มีราคาแพง สินค้าอุปโภค ํบริ โภคมีราคาสูง ภาวะเงินเฟ้ อเพิ่มมากขึ้น มาตรการหลายๆ อย่างที่ภาครัฐได้ดาเนินการ แต่ไม่ยงใหญ่ ํ ิ่เท่ากับแนวพระราชดําริ เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็ นการปรับวิธีคิด วิธีการดําเนินชีวิตใหม่ให้คนไทยได้ตระหนักและภาคภูมิใจในภูมิปัญญาไทย การที่เราคิดได้ ทําได้ เข้าใจปัญหาที่แท้จริ ง เช่น นํ้ามันแพง ถ้าใช้มาตรการประหยัดอย่างเดียวจะประสบความสําเร็ จน้อย แต่ถาใช้แนวพระราชดําริ เศรษฐกิจพอเพียง คือ พอมี พอกิน เราจะใช้รถยนต์ให้ ้คุมค่ากับความจําเป็ นให้มากที่สุด ้ ขณะเดียวกันก็คิดหาพลังงานทดแทนที่มีตนทุนราคาถูกมาทดแทน ้ประชาชนคนไทยทุกคนมีหน้าที่ของการเป็ นพลเมืองดี การเกิดบนผืนแผ่นดินไทยภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว เราพูดเสมอว่า เรารักในหลวง ดังนั้น ควรที่จะทําในสิ่งที่พระองค์ทรงมีพระ ่ ัราชประสงค์ที่จะให้เศรษฐกิจพอเพียง..เลี้ยงคนไทยให้ยงยืน ั่ เราจะทําหน้าที่กนอย่างไรบ้าง ข้อเสนอแนะต่อไปนี้เป็ นแนวทางที่จะบอกว่า เราเป็ นข้าของแผ่นดินเรา ัจะทดแทนคุณแผ่นดินและสํานึกในพระมหากรุ ณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูท่านทรงเมตตาต่อพสก ่
  16. 16. นิกรชาวไทย ดังนี้ 1. นักเรี ยนสามารถดําเนินชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงได้ เช่น มีความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ ขยันหมันเพียรในการเรี ยน เพื่อให้สามารถนําความรู้ไปใช้ในการดําเนินชีวิตอย่างรู้เท่าทันโลก ่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ ว เธอทั้งหลายเป็ นพลังของแผ่นดิน ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผูอื่นไม่เอา ้เปรี ยบสังคม ไม่เห็นแก่ตว สร้างความเดือดร้อนให้กบสังคม มีความรับผิดชอบในสถานภาพและบทบาท ั ัของตนเอง การเป็ นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็ นศิษย์ที่ดีของครู อาจารย์ เป็ นเพื่อนที่ดีและเป็ นสมาชิกที่ดีของสังคม การให้ความร่ วมมือเป็ นสิ่งที่จาเป็ น เพราะปัญหาของสังคมรอการแก้ไขมากมายหลายเรื่ องจึงเป็ น ํหน้าที่ของทุกคน 2. ข้าราชการเป็ นกลไกที่สาคัญที่ขบเคลื่อนการพัฒนาไปสู่ประชาชน ข้าราชการ หมายถึง ผูรับใช้ ํ ั ้พระราชา ทําอย่างไรให้ประชาชนอุ่นใจ เป็ นที่พ่งของประชาชน ความซื่อสัตย์สุจิต ความเสียสละและ ึความรับผิดชอบ เป็ นสิ่งที่ประชาชนปรารถนามากที่สุด การฉ้อราษฎร์บงหลวงประเทศชาติตองสูญเสียเงิน ั ้งบประมาณซึ่งเป็ นภาษีอากรของประชาชนเป็ นจํานวนมาก ทําให้การพัฒนาประเทศไม่ประสบความสําเร็ จเท่าที่ควรจะเป็ น การดําเนินชีวตพอมีพอกินตามแนวพระราชดําริ เศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านทรง ิเป็ นแบบอย่างที่ชดเจนที่สุด พระองค์ท่านทรงงานหนักมากในพระราชกรณี ยกิจแต่ละวันเป็ นที่ประจักษ์ ั 3. นักธุรกิจ จะต้องดําเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและมีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ไม่เอารัดเปรี ยบไม่ดําเนินธุรกิจในทางที่ไม่ถกต้อง ู ไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่มีการเอารัดเอาเปรี ยบผูบริ โภคในภาวะ ้เศรษฐกิจที่ตองการความร่ วมมือร่ วมแรงร่ วมใจ ้ นักธุรกิจไทยต้องเอาใจใส่ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 4. เกษตรกร จะต้องปรับวิธีการดําเนินชีวิต มีวินยในการใช้จ่าย รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง พัฒนา ัตนเอง พึ่งพาตนเองให้มากที่สุด ภูมิปัญญาไทย เป็ นมรดกที่ตกทอดมาถึงลูกหลานไทย ต้องใส่ใจที่จะดูแลและสานต่อ แนวพระราชดําริ ทฤษฏีใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวได้ทรงให้แนวทางในการบริ หาร ่ ัและจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ตามปรัชญาชีวตที่ว่า “กินอิ่ม ินอนอุ่น อดออม เอื้ออาทรแก่กน” เมื่อนั้น สังคมจะมีแต่ความผาสุก เป็ นสังคมที่เข้มแข็งตามแนว ัพระราชดําริ ปรัชญาของ“เศรษฐกิจพอเพียง...เลี้ยงคนไทยให้ยงยืน” ั่การนําเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจําวัน(จากข้อความของดร.วรัญํูสุจิวรพันธ์พงศ์) กฎเบื้องต้นของเศรษฐศาสตร์ก็คือ เราเชื่อว่าทรัพยากรที่มีอยูในโลกมีอยูจากัด แต่มนุษย์เรามีความ ่ ่ํต้องการที่ไม่จากัด ดังนั้นเศรษฐศาสตร์ ก็คือศาสตร์ ที่ว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยูอย่างจํากัดให้คุมค่า ํ ่ ้และสอดคล้องตามความต้องการของมนุษย์ให้มากที่สุด แต่ปัจจุ บน โลกมันวุนวาย เพราะมีบางกลุ่มบาง ั ่ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริ กา มีประชากรแค่ 200 ล้านคน แต่ใช้ทรัพยากรของโลก ไปเกิน 95% เป็ นต้น
  17. 17. 11แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง อธิบายสั้นๆ ก็คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยูอย่างพอดี ไม่นอย หรื อไม่มากเกินไป ไม่เกินตัว ทรัพยากรที่พด ่ ้ ูถึงคือ ยกตัวอย่างง่ายๆ และ ใกล้ตวเราที่สุดก็คือ เงิน คือให้ใช้เงินให้เป็ น และรู้จกออม ถ้านําแนวคิด ั ัเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้กบการใช้เงินของเราเพื่อช่วยเหลือชาติแบบง่ายๆ ก็จะทําได้ดงนี้ ั ั บทที่ 3 การยอมรับความเข้ าใจของประชาชนชาวไทยปัญหาหนึ่งของการนําปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ก็คือ ผูนาไปใช้อาจยังไม่ได้ศึกษาหรื อไม่มีความรู้ ้ ํเพียงพอ ทั้งยังไม่กล้าวิเคราะห์หรื อตั้งคําถามต่อตัวปรัชญา เนื่องจากเป็ นปรัชญาของพระมหากษัตริ ย ์ความชอบธรรมให้กบการพัฒนารู ปแบบใด ั หรื อมีนยยะทางการเมืองอะไรอยูเ่ บื้องหลัง ัการเชิดชู13 นักคิดระดับโลกเห็นด้วยกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และมีการนําเสนอบทความ บทสัมภาษณ์ เป็ นการยืนข้อเสนอแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่โลกเช่น ่ศจ. ดร. วูลฟกัง ซัคส์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมคนสําคัญของเยอรมนี สนใจการประยุกต์ใช้หลักปรัชญา ์เศรษฐกิจพอเพียงอย่างมาก และมองว่าน่าจะเป็ นอีกทางเลือกหนึ่งสําหรับทุกชาติในเวลานี้ ทั้งมีแนวคิดผลักดันเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็ นที่รู้จกในเยอรมนี ัศจ. ดร.อมาตยา เซน ศาสตราจารย์ชาวอินเดีย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี ค.ศ. 1998 มองว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็ นการใช้สิ่งต่างๆ ที่จาเป็ นต่อการดํารงชีพ และใช้โอกาสให้พอเพียงกับชีวิตที่ดี ํซึ่งไม่ได้หมายถึงความไม่ตองการ แต่ตองรู้จกใช้ชีวิตให้ดีพอ อย่าให้ความสําคัญ กับเรื่ องของรายได้และ ้ ้ ัความรํ่ารวยแต่ให้มองที่คุณค่าของชีวตมนุษย์ ินายจิกมี ทินเลย์ นายกรัฐมนตรี แห่งประเทศภูฏาน ให้ทรรศนะว่า หากประเทศไทยกําหนดเรื่ องเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็ นวาระระดับชาติ และดําเนินตามแนวทางนี้อย่างจริ งจัง "ผมว่าประเทศไทยสามารถสร้างโลกใบใหม่จากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชีวิตที่ยงยืน และสุดท้ายจะไม่หยุดเพียงแค่ในประเทศ แต่จะ ั่เป็ นหลักการและแนวปฏิบติของโลกซึ่งหากทําได้สาเร็ จไทยก็คือผูนา" ั ํ ้ ํ
  18. 18. 12ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการเชิดชูเป็ นอย่างสูงจากองค์การสหประชาชาติ โดยนายโคฟี อันนัน ในฐานะเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสําเร็ จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 และได้มีปาฐกถาถึงปรัชญาเศรษฐกิจ ่ ัพอเพียงว่า เป็ นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ และสามารถเริ่ มได้จากการสร้างภูมิคุมกันในตนเองสู่หมู่บานและสู่เศรษฐกิจในวงกว้างขึ้นในที่สุด ้ ้ และนาย Håkan Björkmanรักษาการผูอานวยการสํานักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติในประเทศไทย ้ํ กล่าวเชิดชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยังได้ตระหนักถึงวิสยทัศน์และแนวคิดในการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระ ัเจ้าอยูหว และองค์การสหประชาชาติยงได้สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ที่เป็ นสมาชิก 166 ประเทศให้ยดเป็ น ่ ั ั ึแนวทางสู่การพัฒนาประเทศแบบยังยืน ่การวิพากษ์ อย่างไรก็ตาม ศ. ดร. เควิน ฮิววิสน อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา แชพเพลฮิลล์ ได้ ัวิจารณ์รายงานขององค์การสหประชาชาติโดยสํานักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ที่ยกย่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ว่า รายงานฉบับดังกล่าวไม่ได้มีเนื้อหาสนับสนุนว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็ น“ทางเลือกที่จาเป็ นมากสําหรับโลกที่กาลังดําเนินไปในเส้นทางที่ไม่ยงยืนอยูในขณะนี้” เลย และกล่าวว่า ํ ํ ั่ ่เนื้อหาในรายงานแทบทั้งหมดเป็ นเพียงการเทิดพระเกียรติ และเป็ นเพียงเครื่ องมือในการโฆษณาชวนเชื่อภายในประเทศเท่านั้น ส่วน Håkan Björkman รักษาการผูอานวยการสํานักงานโครงการพัฒนาแห่ง ้ํสหประชาชาติ กล่าวว่า "สํานักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติตองการที่จะทําให้เกิดการอภิปราย ้พิจารณาเรื่ องนี้ แต่การอภิปรายดังกล่าวนั้นเป็ นไปไม่ได้ เพราะอาจสุ่มเสี่ยงต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งมีโทษถึงจําคุก"นอกจากนี้ ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์อีกว่าแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็ นรู ปแบบที่ไม่มีความแตกต่างไปจาก "ความนิยมท้องถิ่น" (Localism) เลย และยังมีชาวต่างชาติอีกมากที่ยงไม่เข้าใจว่าแนวปรัชญาเศรษฐกิจ ัพอเพียง แท้จริ งแล้วหมายถึงอะไร
  19. 19. 13 บทที่ 4 เศรษฐกิจพอเพียง กับการศึกษาการนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในสถาบันการศึกษาทีมส่วนร่ วมกับชุมชน ่ ี ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญาชี้แนวการดํารงอยูและปฏิบติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ ่ ัระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริ หารประเทศให้ดาเนินไปในทางสาย ํกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้กาวทันต่อโลกยุคโลกาภิวตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความ ้ ัพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเป็ นที่จะต้องมีระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมี ้ผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิง ในการนําวิชาการต่างๆ ่มาใช้ในการวางแผนและการดําเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริ มสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ํสุจริ ตและให้มีความรู้ที่เหมาะสม ดําเนินชีวตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ ิเพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็ นอย่างดี “หากพิจารณาพระราชดํารัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวพระราชทาน เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548 ่ ัที่ผานมายิงทําให้เห็นว่า พระองค์ทรงให้ความสําคัญกับเรื่ องเศรษฐกิจพอเพียงมากเพียงใด ทรงเชื่อมันว่า ่ ่ ่การจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ นั้น ประเทศไทยต้องใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็ นปรัชญานําทางและน่ายินดีที่ว่า หลังจากนั้นหลายหน่วยงานได้นอมนําพระราชดํารัสข้างต้นไปยึดถือปฏิบติ” ้ ั แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550-2554 มุ่งสู่ "สังคมอยูเ่ ย็นเป็ นสุขร่ วมกัน" รวมทั้งนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็ นหลักปฏิบติ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้หมายถึง ัประหยัดมัธยัสถ์ ไม่ใช้เงิน แต่เป็ นการเดินทางสายกลาง ให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม แต่ละบุคคล หรื อองค์กร โดยไม่ลงทุนเกินตัว และยึดหลักคุณธรรม เน้นความมันคง และ ่ยังยืน ่
  20. 20. 14 แนวทางการนาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปจัดการศึกษาในสถานศึกษาก. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สถานศึกษาควรมุ่งส่งเสริ มการเรี ยนรู้และปลูกฝัง เสริ มสร้างให้ผเู้ รี ยนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการดําเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และตระหนักในความสําคัญ ของการดําเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ 1.1 มีความรู้ ความเข้าใจปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและความเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจทัวไป ่ 1.2 มีความรู้ ความเข้าใจในการดําเนินชีวตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ิ 1.3 เห็นประโยชน์ และตระหนักในความสําคัญของการดําเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการใช้แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาตนเอง พัฒนากลุ่ม และพัฒนาสังคม 2. มีความรู้และทักษะพื้นฐานในการดําเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ 2.1มีความรู้และทักษะพื้นฐานในการดํารงชีวตและการพัฒนาอาชีพ เช่น การเกษตร การผลิตและ ิจําหน่ายสินค้า การดําเนินธุรกิจ การใช้จ่ายและการออม ฯลฯ 2.2 ใช้และพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้ได้ประโยชน์สูงสุดและยังยืน ่ 2.3 สืบสานและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น 2.4 รักและภาคภูมิใจในความเป็ นไทย 3. ปฏิบติตนและดําเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ ั
  21. 21. 15 3.1 ปฏิบติตนให้มีความพอประมาณ รู้จกการประมาณตน รู้จกศักยภาพของตนที่มีอยู่ ั ั ั 3.2 ปฏิบติตนอย่างมีเหตุผล ปฏิบติสิ่งต่าง ๆ บนพื้นฐานของความมีสติ ปัญญา ยึดทางสายกลาง ั ัในการปฏิบติ ั 3.3 มีภูมิคุมกันที่ดีในตัว พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ้ 3.4 มีความรอบรู้ในเรื่ องที่เกี่ยวข้อง สามารถคิดวิเคราะห์และปฏิบติดวย ความรอบคอบ ั ้ระมัดระวัง 3.5 ปฏิบติตนและดําเนินวิถีชีวตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริ ต ั ิขยัน อดทน เพียรพยายาม แบ่งปัน มีสติ ปัญญา มีวินย พึ่งตนเอง แบ่งปัน เอื้ออาทร รับผิดชอบและอยู่ ัร่ วมกับผูอื่นได้อย่างมีความสุข ้ข. แนวทางในการพัฒนาผู้เรียนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. การพัฒนาหลักสู ตร มีแนวทางดําเนินการดังนี้ สถานศึกษาควรมีการพัฒนาหรื อบูรณาการเนื้อหาสาระของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปในหลักสูตรสถานศึกษา ตามขั้นตอนดังนี้ 1.1สถานศึกษานําคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผูเ้ รี ยน ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพิจารณาปรับปรุ งหรื อเพิ่มเติม วิสยทัศน์ เป้ าหมายและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผูเ้ รี ยนใน ัหลักสูตรสถานศึกษา 1.2 กลุ่มสาระการเรี ยนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รี ยน ปรับปรุ งหรื อเพิ่มเติมมาตรฐานการเรี ยนรู้ในแต่ละช่วงชั้น ให้สอดคล้องกับวิสยทัศน์ เป้ าหมาย และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผูเ้ รี ยนตามแนว ัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของหลักสูตรสถานศึกษาที่ปรับปรุ งหรื อเพิ่มเติม 1.3 กลุ่มสาระการเรี ยนรู้และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รี ยน ปรับปรุ ง เพิมเติมหรื อจัดทําสาระการเรี ยนรู้ ่หน่วยการจัดการเรี ยนรู้และแผนการจัดการเรี ยนรู้ ตามลําดับ เพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยนให้เป็ นไปตามมาตรฐานการเรี ยนรู้แต่ละช่วงชั้นตามข้อ 1.2

×