วัฒนธรรม 10 ประเทศในอาเซียน

69,924 views

Published on

รายงาน
เรื่อง วัฒนธรรม 10 ประเทศในอาเซียน
วิชา Is2 การสื่อสารและการนำเสนอ (ว20292)
จัดทำโดย
1.เด็กชาย เกิดพงศ์ เกิดมงคล
2.เด็กชาย ณัฐพล บ่อพลอย
3.เด็กชาย ธนวัฒน์ พรหมมา
4.เด็กชาย พงษ์พัชร์ สาระ
5.เด็กชาย วรวินท์ จินดารัตน์
6.เด็กหญิง อรพรรณ ใหมละเอียด
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/4
เสนอ
นาย ทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยม
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8

วัฒนธรรม 10 ประเทศในอาเซียน

  1. 1. รายงาน เรื่อง วัฒนธรรม 10 ประเทศในอาเซียน วิชา Is2 การสื่ อสารและการนาเสนอ (ว20292) จัดทาโดย 1.เด็กชาย เกิดพงศ์ เกิดมงคล 2.เด็กชาย ณัฐพล บ่อพลอย 3.เด็กชาย ธนวัฒน์ พรหมมา 4.เด็กชาย พงษ์พชร์ สาระ ั 5.เด็กชาย วรวินท์ จินดารัตน์ 6.เด็กหญิง อรพรรณ ใหมละเอียด ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2/4 เสนอ นาย ทรงศักดิ์ โพธิ์เอี่ยมโรงเรี ยนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรี นคริ นทร์ กาญจนบุรี สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8
  2. 2. ข คานา รายงานาทางวิชานี้มีชื่อเรื่ องว่า วัฒนธรรม 10 ประเทศในอาเซียน เป็ นส่ วนหนึ่ งของวิชา Is2 การสื่ อสารและการนาเสนอ (ว20292) จัดทาขึ้นเพื่อเป็ นความรู ้รอบตัวในด้านต่างๆ และจะมีประโยชน์มากในปี2558 อาเซี ยน ซึ่ งจะได้ศึกษาอยูในรายงานทางวิชาการเล่มนี้ ซึ่ งจะแบ่งเป็ น 5 บทแต่ละบทก็ได้รู้เกี่ยวกับ ่ ่ประวัติอาเซี ยน ดอกไม้ประจาชาติ ชุดประจาชาติ สถานที่ทองเที่ยว และบทสรุ ป รายงานทางวิชาการเล่มนี้หวังว่าจะเป็ นประโยชน์ต่อคณะผูจดทาในกลุ่ม และสมาชิกในห้อง และผู้ ้ัที่สนใจศึกษาหาความรู ้ในด้านนี้ และที่สาคัญอย่างยิงคณะผูจดทากลุ่มนี้ก็หวังว่าจะประสบความสาเร็ จใน ่ ้ัการทารายงาน ได้คะแนนไนระดับดี และถ้าหากในรายงานทางวิชาการเล่มนี้มีขอผิดพลาดหรื อทาไม่ถูกต้อง ้ก็ยนดีที่จะแก้ไขปรับปรุ งและยินดีขอคาปรึ กษา ครับ/ค่ะ ิ คณะผู้จัดทา 1.เด็กชาย เกิดพงศ์ เกิดมงคล เลขที่ 1 2.เด็กชาย ณัฐพล บ่อพลอย เลขที่ 4 3.เด็กชาย ธนวัฒน์ พรหมมา เลขที่ 5 4.เด็กชาย พงษ์พชร์ สาระ เลขที่ 9 ั 5.เด็กชาย วรวินท์ จินดารัตน์ เลขที่ 11 6.เด็กหญิง อรพรรณ ใหมละเอียด เลขที่ 34 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2/4
  3. 3. ก สารบัญเรื่อง หน้ าที่สารบัญ กคานา ขสารบัญตาราง คสารบัญภาพ งบทที่ 1 ประวัติอาเซียน 1บทนา ประวัติความเป็ นมาของอาเซียน 1ความร่ วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซี ยนในระยะแรก 2ความร่ วมมือทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ของอาเซียน 3วิวฒนาการความร่ วมมือทางเศรษฐกิจที่สาคัญของอาเซี ยนจนถึงแผนการเป็ นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ั 4ประเทศใน ACE 6วัตถุประสงค์ของการศึกษา 9ประโยชน์ที่ได้จากการค้นคว้าในอาเซียน 9บทที่ 2 ดอกไม้ประจาชาติอาเซียน 10 ประเทศ 10บรู ไนดารุ สซาลาม (Brunei Darussalam) : ดอกซิมปอร์ 10ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) : ดอกลาดวน 11สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) : ดอกกล้วยไม้ราตรี 12สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (The Lao People’s Democratic Republic of Lao PDR) : ดอกจาปาลาว 13
  4. 4. กประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ดอกพู่ระหง 14สาธารณรัฐฟิ ลิปปิ นส์ (Republic of the Philippines) : ดอกพุดแก้ว 15สาธารณรัฐสิ งคโปร์ (The Republic of Singapore) : ดอกกล้วยไม้แวนด้า 16ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) : ดอกราชพฤกษ์ 17สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam) : ดอกบัว 18สหภาพพม่า (Union of Myanmar) : ดอกประดู่ 19บทที่ 3 ชุดประจาชาติอาเซียน 10 ประเทศชุดประจาชาติของประเทศมาเลเซีย 21ชุดประจาชาติของประเทศเวียดนาม 23ชุดประจาชาติของพม่า 24ชุดประจาชาติของประเทศบรู ไน 25ชุดประจาชาติของประเทศลาว 26ชุดประจาชาติของประเทศอินโดนีเซีย 27ชุดประจาชาติของประเทศฟิ ลิปปิ นส์ 29ชุดประจาชาติของประเทศไทย 30ชุดประจาชาติของประเทศกัมพูชา 32ชุดประจาชาติประเทศสิ งคโปร์ 33บทที่ 4 สถานที่น่าสนใจใน 10 ประเทศอาเซียน (Attraction of the 10 ASEAN countries) 34ประเทศไทย 34ประเทศลาว 37
  5. 5. กประเทศมาเลเซีย 39ประเทศพม่า 41ประเทศสิ งคโปร์ 43ประเทศฟิ ลิปปิ นส์ 45ประเทศอินโดนีเซีย 47ประเทศบรู ไน 49ประเทศกัมพูชา 51ประเทศเวียดนาม 53บทที่ 5 บทสรุ ป 54บทสรุ ป 55บรรณานุกรมภาคผนวก
  6. 6. สารบัญภาพภาพ หน้ าบทที่ 1 ประวัติความเป็ นมา ASEANภาพ 1.1 ประเทศใน ACE 6บทที่ 2 ดอกไม้ ประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศภาพ 1.1 ดอกซิมปอร์ 10ภาพ 1.2 ดอกลาดวน 11ภาพ 1.3 ดอกกล้วยไม้ราตรี 12ภาพ 1.4 ดอกจาปาลาว 13 ่ภาพ 1.5 ดอกพูระหง 14ภาพ 1.6 ดอกพุดแก้ว 15ภาพ 1.7 ดอกกล้วยไม้แวนด้า 16ภาพ 1.8 ดอกราชพฤกษ์ 17ภาพ 19 ดอกบัว 18ภาพ 1.10 ดอกประดู่ 19บทที่ 3 ชุ ดประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศภาพ 1.1 ชุดประจาชาติอาเซียน 10 ประเทศ 20ภาพ 1.2 บาจู มลายู 21ภาพ 1.3 บาจูกุรุง 22ภาพ 1.4 อ่าวหญ่าย 23
  7. 7. ภาพ 1.5 ลองยี 24ภาพ 1.6 บาจู มลายู และบาจูกุรุง 25ภาพ 1.7 ชุดประเทศลาว 26ภาพ 1.8 เกบาย่า 27ภาพ 1.9 เตลุก เบสคาพ 28ภาพ 1.10 บารอง ตากาล็อก,บาลินตาวัก 29ภาพ 1.11 ชุดไทยพระราชนิยม และเสื้ อพระราชทาน 31ภาพ 1.12 ซัมปอต 32ภาพ 1.13 ชุดเกบาย่า 33บทที่ 4 สถานทีน่าสนใจใน 10 ประเทศอาเซียน (Attraction of the 10 ASEAN countries) ่ภาพ 1.1 เกาะเต่า, ภาพ 1.2 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 34ภาพ 1.3 พัทยา, ภาพ 1.4 หมู่เกาะพีพี 35ภาพ 1.5 หมู่เกาะสิ มิลน, ภาพ 1.6 วัดพระศรี รัตนศาสดาราม ั 36ภาพ 1.7 ตลาดมืด หลวงพระบาง, ภาพ 1.8 สุ ดยอดแห่งสถาปั ตยกรรมที่วดเชียงทอง ั 37ภาพ 1.9 ธรรมชาติ วังเวียง 38ภาพ 1.10 ตึกเปโตรนาส (Petronas Twin Tower) ,ภาพ 1.11 จัตุรัสเมอร์ เดก้า (Merdeka Square) 39ภาพ 1.12 เกนติ้ง ไฮแลนด์ (Genting Highlands) 40 ้ภาพ 1.13 เมืองย่างกุง, ภาพ 1.14 วัดมหากันดายงค์ ( Maha Gandayon Monastery ) 41
  8. 8. ภาพ 1.15 วัดชเวนันดอ (Shwenandaw) 42ภาพ 1.16 ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ , ภาพ 1.17 เมอร์ไลออนหรื อสิ งโตทะเล 43ภาพ 1.18 น้ าพุแห่งความมังคัง ่ ่ 44ภาพ 1.19 Ocean Park, ภาพ 1.20 สวนไรซาล 45ภาพ 1.21 ป้ อมซานติเอโก (Fort Santiago) 46ภาพ 1.22 เกาะบาหลี (Bali) , ภาพ 1.23 เกาะกีลี (Gili Islands) 47ภาพ 1.24 ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ,ภาพ 1.25 วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) 48ภาพ 1.26 Kampong Ayer หรื อ Water Village ,ภาพ 1.27 Jame Asr มัสยิด Hassanil Bolkiah 49ภาพ1.28 สนามเด็กเล่นสวน Jerudong 50ภาพ 1.29 เสี ยมราฐ ,ภาพ 1.30 วิหาร Preah 51ภาพ 1.31 เจดียเ์ งิน , ภาพ 1.32 นครวัด 52ภาพ 1.33 เดลต้าแม่น้ าโขง ,ภาพ 1.34 ฮอยอัน 53ภาพ 1.35 ชาปา 54
  9. 9. ค สารบัญตารางเรื่อง หน้ าบทที่ 1 ประวัติ ASEANตารางที่ 1.1 วิวฒนาการและการดาเนินการ ั 4
  10. 10. 1 บทที่ 1 ประวัตความเป็ นมา ASEAN ิ บทนาประวัติความเป็ นมา ASEANอาเซี ยน หรื อ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ (Association of Southeast Asian Nations –ASEAN) เกิดขึ้นเมื่อปี 2510 ในยุคแห่งการเผชิ ญหน้าทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้บนความแตกต่างทางเชื้ อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ และมีนโยบายแข่งขันในการผลิต การส่ งออกการตลาด การหาแหล่งทุนและเทคโนโลยี ทําให้การเจริ ญเติบโตขององค์กรเป็ นไปอย่างช้า ๆ ปฏิญญาอาเซี ยนหรื อปฏิญญากรุ งเทพฯ ซึ่ งเป็ นปฏิญญาในการก่อตั้งอาเซี ยน ได้ระบุวตถุประสงค์ของการรวมตัวกัน ัดังนี้ เร่ งรัดความ เจริ ญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในภูมิภาคโดยอาศัย ความร่ วมมือระหว่างกันส่ งเสริ ม พื้นฐานและเสถียรภาพ ในภูมิภาค โดยยึดหลักยุติธรรมและกฎเกณฑ์ของกฎบัติสหประชาชาติส่งเสริ มความร่ วมมือและความช่วยเหลือซึ่ งกันและกันในด้านต่างๆ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ และการบริ หารช่วยเหลือซึ่ งกันและกันในรู ปของการฝึ กอบรม วิจย ในด้าน ัการศึกษา วิชาชีพ เทคนิค และการบริ หารร่ วมมือกันอย่างมีประสิ ทธิ ภาพมากขึ้นในด้านเกษตรกรรมอุตสาหกรรม การขยายการค้า การศึกษา ปั ญหาการค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศ การปรับปรุ งสิ่ งอํานวยความสะดวก การขนส่ งและคมนาคม และการยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนส่ งเสริ ม ัการศึกษาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รักษาความร่ วมมือที่ใกล้ชิดและเป็ นประโยชน์กบองค์การระหว่างประเทศและภูมิภาคที่มีวตถุประสงค์คล้ายคลึงกัน และหาแนวทางร่ วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกันมากขึ้น ั ในช่วง 10 ปี แรกหลังจากการก่อตั้ง อาเซี ยนให้ความสําคัญต่อการจัดทํากรอบงานอย่างกว้างๆ และ ่ยืดหยุนได้ เพื่อให้สอดรับกับ ความคิด เห็นอันหลากหลายของสมาชิก และเพื่อให้เป็ นรากฐานอันมันคง ่สําหรับจุดมุ่งหมายร่ วมกันต่อไป ดังนั้น แม้วาจะไม่ค่อยมีผลสําเร็ จ เป็ นรู ป ธรรมมากนัก แต่ก็เป็ นประโยชน์ ่ต่อการสานสัมพันธ์ในการทํางานร่ วมกันระหว่างรัฐบาลอาเซี ยน ทําให้เกิดค่านิยมที่ดี และวาง รากฐานความ สําเร็ จในอนาคต ทิศทางในการดําเนินงานของอาเซี ยนเริ่ มชัดเจนขึ้นในปี 2520 เมื่อผูนาอาเซียน ้ ํประชุมสุ ดยอดครั้งแรก ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซี ย และได้ลงนามในปฏิญญาสมานฉันท์อาเซียน(Declaration of ASEAN Concord) และสนธิ สัญญาไมตรี และ ความ ร่ วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia: TAC) ซึ่ งขยาย ความร่ วมมือทางเศรษฐกิจ ของอาเซี ยนไปอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมถึงความร่ วมมือด้านโภคภัณฑ์พ้ืนฐานโดยเฉพาะอาหารและพลังงานการจัดตั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การขยายการค้าระหว่างประเทศสมาชิก การจัดตั้งระบบสิ ทธิ พิเศษทางการค้าระยะยาว การปรับปรุ งการเข้าสู่ ตลาดนอกอาเซี ยน
  11. 11. 2ความร่ วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียนในระยะแรก อาเซี ยนตระหนักดีวา ความเจริ ญรุ่ งเรื องทางเศรษฐกิจเป็ นปั จจัยสําคัญในการรักษาสันติภาพ ่เสถียรภาพ และความมันคงของภูมิภาคดังนั้น นอกจากความร่ วมมือทางการเมือง สังคม การศึกษา และ ่วัฒนธรรม แล้วอาเซี ยนจึงมุ่งมันที่จะขยาย ความร่ วมมือทาง เศรษฐกิจระหว่าง กันมา โดยตลอดอีกด้วย ่ ในปี 2520 รัฐมนตรี ต่างประเทศอาเซี ยนได้ลงนามในความตกลงว่าด้วยสิ ทธิ พิเศษทางการค้าอาเซี ยนหรื อ ASEAN PTA (Preferential Trading Arrangements: PTA) ซึ่งเป็ นการ ให้สิทธิพิเศษโดยสมัครใจ และแลกเปลี่ยนสิ นค้ากับสิ นค้า สิ ทธิ พิเศษส่ วนใหญ่เป็ น การลด ภาษี ศุลกากรขาเข้า และการผูกพันอัตราอากรขาเข้า ณ อัตราที่เรี ยกเก็บอยู่ หลังจากนั้นก็มีโครงการความร่ วมมือต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมมีถึง 4 โครงการ ได้แก่ โครงการอุตสาหกรรมอาเซี ยน (ASEAN Industrial Project: AIP) ปี 2523 โครงการแบ่งผลิตทางอุตสาหกรรมอาเซี ยน (ASEAN Industrial Complementation: AIC) ปี 2524 โครงการร่ วมลงทุนด้านอุตสาหกรรมของอาเซียน (ASEAN Industrial Joint Ventures: AIJV) ปี 2526 โครงการแบ่งผลิตชิ้นส่ วนยานยนต์ (Brand-to-Brand Complementation: BBC) ปี 2532 จนกระทังปี 2533องค์ประกอบสําคัญของเขตการค้าเสรี อาเซี ยนหรื ออาฟตาเริ่ มปรากฏให้เห็นเป็ นครั้ง ่แรก เมื่อรัฐมนตรี เศรษฐกิจ อาเซียนไดตกลงใช้อตราภาษีพิเศษที่เท่ากันสําหรับสิ นค้าอุตสาหกรรมบางชนิด ัรวมทั้งซี เมนต์ ปุ๋ ย และเยือกระดาษ อย่างไรก็ตาม โครงการความร่ วมมือทางเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดของ ่อาเซี ยนก่อน การจัดตั้งอาฟตาไม่ประสบความสําเร็ จเท่าที่ควร ซึ่ งอาจเกิดจากปั จจัย ดังนี้ สมาชิกอาเซี ยนไม่ ่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ แม้จะอยูในภูมิภาคเดียวกัน การรวมตัวเกิด จากการคุกคาม ความมันคงจากภายนอก มิใช่จากสํานึกแห่งความเป็ น ภูมิภาคเดียวกันแต่ละประเทศ อยูระหว่างการ ่ ่พัฒนา อุตสาหกรรมภายในประเทศ จึงมองกันเป็ นคู่แข่งการส่ งออก และเห็นว่าภายนอกภูมิภาค คือ แหล่งเงินทุนและเทคโนโลยี โครงสร้างองค์กรอ่อนแอ สํานัก เลขาธิ การอาเซี ยน มีงบประมาณจํากัด ไม่มีอานาจ ํและความเป็ นอิสระเพียงพอที่จะกําหนดความร่ วมมือทางเศรษฐกิจอาฟตา : ความสาเร็จครั้งสาคัญของอาเซียน อาเซี ยนได้พยายามศึกษาหาแนวทางและมาตรการที่จะขยายการค้าระหว่างกันให้มากยิงขึ้น ่โดยเฉพาะ การเปิ ดเสรี ทางการค้าระหว่างกัน โดยใช้อตราภาษีพิเศษที่เท่ากัน (Common Effective ัPreferential Tariff: CEPT) สําหรับสิ นค้าของอาเซียน ที่ประชุมสุ ดยอดอาเซี ยน ครั้งที่ 4 เมื่อเดือนมกราคม2535 ณ ประเทศ สิ งคโปร์ จึงได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอของไทย โดยนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน ใน
  12. 12. 3การเริ่ มจัดตั้งเขตการค้าเสรี อาเซี ยน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) ตามกรอบความตกลงแม่บทว่าด้วยการขยายความร่ วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซี ยน (Framework Agreement on Enhancing ASEAN EconomicCooperation) และความตกลงว่าด้วยการใช้อตราภาษีพิเศษที่เท่ากันสําหรับเขตการค้าเสรี อาเซี ยน ั[Agreement on the Common Effective Preferential Tariff (CEPT) Scheme for the ASEAN Free TradeArea (AFTA)] ประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่ งได้ร่วมก่อตั้งอาฟตาขึ้นในขณะนั้น มีเพียง 6 ประเทศ ได้แก่ บรู ไน ดารุ สซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิ ลิปปิ นส์ สิ งคโปร์ และไทย ต่อมาภายหลังอาเซี ยนได้ขยายจํานวนสมาชิกเป็ น10 ประเทศ โดยเวียดนามเข้าเป็ นสมาชิกอาเซียนลําดับที่ 7 ในปี 2538 ลาวและพม่า เป็ นสมาชิกลําดับที่ 8และ 9 ในปี 2540 และกัมพูชาเป็ นสมาชิกลําดับที่ 10 ในปี 2542 อาเซี ยนจึงเป็ นกลุ่มเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่งของโลกมีประชากรรวมกันกว่า 500 ล้านคนความร่ วมมือทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ของอาเซียน เพียงเวลาไม่ถึง 10 ปี หลังจากการจัดตั้งอาฟตาในปี 2536 ความร่ วมมือทางเศรษฐกิจอาเซี ยนได้มีการขยายตัวทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง ในเชิงลึก เช่น ปี 2537 – เร่ งรัดการจัดตั้งอาฟตาจาก 15 ปี เป็ น 10 ปี นําสิ นค้าซึ่ งเดิมยกเว้นลดภาษีชวคราวเข้ามาลดภาษี ขยายขอบเขตสิ นค้าที่ตองลดภาษีให้ครอบคลุมสิ นค้า ั่ ้เกษตรไม่แปรรู ป ขยายขอบเขตความร่ วมมืออาเซี ยนไปสู่ ดานการขนส่ งและสื่ อสาร สาธารณูปโภค บริ การ ้และทรัพย์สินทางปัญญา ปี 2538 - เร่ งรัดอาฟตาโดยขยายรายการสิ นค้าที่จะลดภาษีเหลือร้อยละ 0-5 ในปี2543 และให้มีรายการ ที่ลดภาษีเหลือร้อยละ 0 ให้มากที่สุด และให้เริ่ มเปิ ดการเจรจาเพื่อเปิ ดเสรี บริ การ ให้พิจารณาการจัดตั้งเขตการลงทุนอาเซี ยน และให้มีโครงการความร่ วมมือด้านอุตสาหกรรม เพื่อเสริ มสร้างอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเป็ นพื้นฐานและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยเน้นการให้สิทธิ ประโยชน์ส่วนลดภาษีเหลือร้อยละ 0-5 ปี 2542 – ประกาศให้อาฟตาเป็ นเขตการค้าเสรี ที่แท้จริ ง โดยจะลดภาษีสินค้าทุกรายการลงเหลือร้อยละ 0 ในปี 2553 และ 2558 สําหรับสมาชิกเดิมและสมาชิกใหม่ ตามลําดับ การขยายความร่ วมมือทางเศรษฐกิจในเชิงกว้างของอาเซี ยนอื่น ๆ นอกจากอาฟตา เช่น นอกจากความร่ วมมือทางเศรษฐกิจการค้าดังที่กล่าวข้างต้น อาเซียนได้ขยายความร่ วมมือครอบคลุมสาขาต่างๆ อย่างกว้างขวาง อาทิ การคลัง เทคโนโลยีและการสื่ อสาร โทรคมนาคม เกษตรและป่ าไม้ การ ขนส่ ง พลังงาน แร่ธาตุ และการท่องเที่ยว
  13. 13. 4วิวฒนาการความร่ วมมือทางเศรษฐกิจทีสาคัญของอาเซียนจนถึงแผนการเป็ นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ั ่ อาเซี ยนมีการเจริ ญเติบโตอย่างค่อยเป็ นค่อยไป ให้ความสําคัญต่อการจัดทํากรอบงานอย่างกว้างๆ ่และยืดหยุนได้ เพื่อให้สอดรับกับความคิดเห็นอันหลากหลายของสมาชิก และเพื่อให้เป็ นรากฐานอันมันคง ่สําหรับจุดมุ่งหมายร่ วมกันต่อไป รวมทั้งทําให้เกิดค่านิยมที่ดี และวางรากฐานความสําเร็ จในอนาคต อาเซี ยนตระหนักดีวา ความเจริ ญรุ่ งเรื องทางเศรษฐกิจเป็ นปั จจัยสําคัญในการรักษาสันติภาพ ่เสถียรภาพ และความมันคงของภูมิภาค ดังนั้น นอกจากความร่ วมมือทางการเมือง สังคม การศึกษาและ ่วัฒนธรรมแล้ว อาเซี ยนจึงมุ่งมันที่จะขยายความร่ วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันมาโดยตลอด โดยมี ่วิวฒนาการที่สาคัญ ดังนี้ ั ํ ตารางที่ 1.1 วิวฒนาการและการดาเนินการ ั ปี พ.ศ./คศ. วิวฒนาการและการดาเนินการ ั การพัฒนาเขตการค้าเสรี อาเซี ยน หรื ออาฟต้า (ASEAN Free Trade Area: AFTA) เพื่อ 2535 (1992) ส่ งเสริ มการขยายตัวทางการค้าโดยการเร่ งลดภาษีสินค้าและยกเลิกมาตรการที่ไม่ใช่ ภาษีภายในอาเซียน ริ เริ่ มความร่ วมมือด้านการค้าบริ การของอาเซี ยน โดยจัดทําความตกลงว่าด้วยการค้า 2538 (1995) บริ การของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Service: AFAS) เพื่อ เสริ มสร้างความสามารถในการเป็ นผูให้บริ การในภูมิภาค ้ การจัดตั้งเขตการลงทุนอาเซี ยน (ASEAN Investment Area: AIA) เพื่อให้อาเซียนเป็ น 2538 (1995) แหล่งดึงดูดการลงทุนทั้งจากภายในและภายนอกอาเซี ยน กําหนดวิสัยทัศน์อาเซี ยน 2020 (ASEAN Vision 2020) เป้ าหมายในด้านเศรษฐกิจของ 2540 (1997) อาเซี ยน คือ สร้างอาเซี ยนให้เป็ นกลุ่มเศรษฐกิจที่มนคง มังคัง และมีความสามารถใน ั่ ่ ่ การแข่งขันสู ง มีการเคลื่อนย้ายสิ นค้า บริ การและการลงทุน รวมทั้งเงินทุนอย่างเสรี จัดทําแผนปฏิบติการฮานอย (Hanoi Plan of Action: HPA) เพื่อเป็ นแผนปฏิบติการให้ ั ั 2541 (1998) บรรลุวสัยทัศน์อาเซียน ระยะเวลา 6 ปี (2543 - 2547) ิ ประกาศความคิดริ เริ่ มเพื่อการรวมกลุ่มของอาเซี ยน (Initiative for ASEAN 2543 (2000) Integration: IAI) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกใหม่ของอาเซี ยนในการปรับตัว รวมกลุ่มเศรษฐกิจของอาเซี ยนได้ตามกํา หนดเวลาอย่างมีประสิ ทธิ ภาพ
  14. 14. 5 จัดทําแผนงานการรวมกลุ่มของอาเซี ยน (Roadmap for Integration of ASEAN: RIA) ประกอบด้วยแนวทางขั้นตอน และกรอบเวลา ในการดําเนินการให้เป็ นไปตาม2544 (2001) วิสัยทัศน์อาเซียน รวมทั้งให้ศึกษาเรื่ องความสามารถในการแข่งขันของอาเซี ยน (ASEAN Competitiveness Study) เพื่อเสริ มสร้างความสามารถในการแข่งขันและ เร่ งรัดการรวมกลุ่มของอาเซี ยน ในการประชุมสุ ดยอดผูนาอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 8 ณ กรุ งพนมเปญ ้ ํ ประเทศกัมพูชา ผูนาอาเซี ยนได้เห็นชอบให้อาเซี ยนกําหนดทิศทางการดําเนินงานให้ ้ ํ2545 (2002) แน่ชดเพื่อนําไปสู่ การเป็ นประชาคมเศรษฐกิจอาเซี ยน(ASEAN Economic ั Community: AEC) ผูนาอาเซียนประกาศแถลงการณ์ Bali Concord II เห็นชอบที่จะจัดตั้งประชาคม ้ ํ2546 (2003) อาเซียน (ASEAN Community) ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ความมันคง ่ เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ภายในปี ค.ศ. 2000 ผูนาอาเซี ยนได้ลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยการรวมกลุ่มสาขาสําคัญของ ้ ํ อาเซียน และรัฐมนตรี เศรษฐกิจอาเซี ยนได้ลงนามในพิธีสารรายฉบับ รวม 11 ฉบับ ซึ่ง มี Roadmap เพื่อการรวมกลุ่มสาขาสําคัญเป็ นภาคผนวก โดยมีวตถุประสงค์เพื่อนําร่ อง ั2547 (2004) การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจใน 11 สาขาสําคัญก่อน ได้แก่ เกษตร ประมง ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่ งทอและเครื่ องนุ่งห่ม ยานยนต์ อิเลคทรอนิกส์ สุ ขภาพ เทคโนโลยี สารสนเทศ การท่องเที่ยว การบิน และต่อมาได้เพิ่มสาขาที่ 12 คือสาขาโลจิสติกส์ เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซี ยนพิจารณาทบทวน ปรับปรุ งแผนงานการ2548 (2005) รวมกลุ่มสาขาสําคัญของอาเซี ยนในระยะที่ 2 เพื่อปรับปรุ งมาตรการต่างๆ ให้มี ประสิ ทธิภาพและรวมข้อเสนอของภาคเอกชน รัฐมนตรี เศรษฐกิจอาเซี ยนลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยการรวมกลุ่มสาขาสําคัญ2549 (2006) ของอาเซี ยนและพิธีสารว่าด้วยการรวมกลุ่มสาขาสําคัญ (ฉบับแก้ไข) ่ - ผูนาอาเซี ยนได้ลงนามในปฏิญญาเซบูวาด้วยการเร่ งรัดการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจ ้ ํ อาเซียนภายในปี ค.ศ. 2015 และเพื่อเร่ งรัดเป้ าหมายการจัดตั้งประชาคมอาเซี ยนให้เร็ ว ํ ขึ้นอีก 5 ปี จากเดิมที่กาหนดไว้ในปี 20202550 (2007) ่ - ผูนาอาเซี ยนได้ลงนามในปฏิญญาเซบูวาด้วยแผนแม่บทสําหรับกฎบัตรอาเซี ยน เพื่อ ้ ํ สร้างนิติฐานะให้อาเซียนและปรับปรุ งกลไก/กระบวนการดําเนินงานภายในอาเซียน เพื่อรองรับการเป็ นประชาคมอาเซี ยน
  15. 15. 6 ประเทศใน ACE ปัจจุบนประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 10 ประเทศได้แก่ ไทย พม่า มาเลเซี ย อินโดนีเซี ย ฟิ ลิปปิ นส์ ัสิ งคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา บรู ไน ภาพ 1.1 ประเทศใน ACE ประวัติอาเซียน บรู ไน ดารุ สซาลาม (Brunei Darussalam)เมืองหลวง : บันดาร์ เสรี เบกาวันภาษา : ภาษามาเลย์ เป็ นภาษาราชการ รองลงมาเป็ นอังกฤษและจีนประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 66%, จีน11%,อื่นๆ 23%นับถือศาสนา : อิสลาม 67%, พุธ 13%, คริ สต์ 10%ระบบการปกครอง : ระบอบสมบูรณาญาสิ ทธิราชย์ กัมพูชา (Cambodia)เมืองหลวง : กรุ งพนมเปญภาษา : ภาษาเขมร เป็ นภาษาราชการ รองลงมาเป็ นอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เวียดนามและจีนประชากร : ประกอบด้วย ชาวเขมร 94%, จีน 4%,อื่นๆ 2%นับถือศาสนา : พุทธ(เถรวาท) เป็ นหลักระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตย์เป็ นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ
  16. 16. 7 อินโดนีเซีย (Indonesia)เมืองหลวง : จาการ์ตาภาษา : ภาษาอินโดนีเซีย เป็ นภาษาราชการประชากร : ประกอบด้วย ชนพื้นเมืองหลายกลุ่ม มีภาษามากกว่า 583 ภาษา ร้อยละ 61 อาศัยอยูบนเกาะชวา ่นับถือศาสนา : อิสลาม 87%, คริ สต์ 10%ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิปดีเป็ นประมุข และหัวหน้าฝ่ ายบริ หาร4.ลาว (Laos)เมืองหลวง : นครหลวงเวียงจันทร์ภาษา : ภาษาลาว เป็ นภาษาราชการประชากร : ประกอบด้วย ชาวลาวลุ่ม 68%, ลาวเทิง 22%, ลาวสู ง 9% รวมประมาณ 68 ชนเผ่านับถือศาสนา : 75% นับถือพุทธ, นับถือผี 16%ระบบการปกครอง : สังคมนิ ยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คาว่า ระบบประชาธิ ปไตยประชาชน) ํ มาเลเซีย (Malaysia)เมืองหลวง : กรุ งกัวลาลัมเปอร์ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็ นภาษาราชการ รองลงมาเป็ นอังกฤษและจีนประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 40%, จีน33%, อินเดีย 10%, ชนพื้นเมืองเกาะบอร์ เนียว 10%นับถือศาสนา : อิสลาม 60%, พุธ 19%, คริ สต์ 11%ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา พม่ า (Myanmar)เมืองหลวง : เนปี ดอ (Naypyidaw)ภาษา : ภาษาพม่า เป็ นภาษาราชการประชากร : ประกอบด้วยเผ่าพันธุ์ 135 มี 8 เชื้อชาติหลักๆ 8 กลุ่ม คือ พม่า 68%, ไทยใหญ่ 8%, กระเหรี่ ยง7%, ยะไข่ 4% จีน 3% มอญ 2% อินเดีย 2%นับถือศาสนา : นับถือพุทธ 90%, คริ สต์ 5% อิสลาม 3.8%ระบบการปกครอง : เผด็จการทางทหาร ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ
  17. 17. 8 ฟิ ลิปปิ นส์ (Philippines)เมืองหลวง : กรุ งมะนิลาภาษา : ภาษาฟิ ลิปิโน และภาษาอังกฤษ เป็ นภาษาราชการ รองลงมาเป็ น สเปน, จีนฮกเกี้ยน, จีนแต้จิ๋วฟิ ลิปปิ นส์ มีภาษาประจําชาติคือ ภาษาตากาล็อกประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 40%, จีน33%, อินเดีย 10%, ชนพื้นเมืองเกาะบอร์ เนียว 10%นับถือศาสนา : คริ สต์โรมันคาทอลิก 83% คริ สต์นิกายโปรเตสแตนต์, อิสลาม 5%ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิปดีเป็ นประมุขและหัวหน้าฝ่ ายบริ หาร สิ งคโปร์ (Singapore)เมืองหลวง : สิ งคโปร์ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็ นภาษาราชการ รองลงมาคือจีนกลาง ส่ งเสริ มให้พดได้ 2 ภาษาคือ จีนกลาง และให้ใช้ ูอังกฤษ เพื่อติดต่องานและชีวตประจําวัน ิประชากร : ประกอบด้วยชาวจีน 76.5%, มาเลย์ 13.8%, อินเดีย 8.1%นับถือศาสนา : พุทธ 42.5%, อิสลาม 14.9%, คริ สต์ 14.5%, ฮินดู 4%, ไม่นบถือศาสนา 25% ัระบบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว) โดยมีประธานาธิปดีเป็ นประมุขและนายกรัฐมนตรี เป็ นหัวหน้าฝ่ ายบริ หาร9.เวียดนาม (Vietnam)เมืองหลวง : กรุ งฮานอยภาษา : ภาษาเวียดนาม เป็ นภาษาราชการประชากร : ประกอบด้วยชาวเวียด 80%, เขมร 10%นับถือศาสนา : พุทธนิกายมหายาน 70%, คริ สต์ 15%ระบบการปกครอง : ระบบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็ นพรรคการเมืองเดียว ประเทศไทย (Thailand)เมืองหลวง : กรุ งเทพมหานครภาษา : ภาษาไทย เป็ นภาษาราชการประชากร : ประกอบด้วยชาวไทยเป็ นส่ วนใหญ่นับถือศาสนา : พุทธนิกายเถรวาท 95%, อิสลาม 4%ระบบการปกครอง : ระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข ์
  18. 18. 9วัตถุประสงค์ ของการศึกษา1.เป็ นความรู ้เพิ่มเติมในการศึกษาในวิชา Is2 ั2.เป็ นการเพิมความรู ้และความน่าสนใจให้กบเพื่อนร่ วมห้องในการเรี ยนรู ้ ่3.เพื่อได้รู้ในสิ่ งที่ศึกษาในด้านเฉพาะของการศึกษาค้นคว้าประโยชน์ ทได้ จากการค้ นคว้ าในอาเซียน ี่1.ได้ความรู ้เพิ่มเติมในประเทศอาเซี ยน2.ได้รู้วฒนธรรมต่างๆในประเทศอาเซี ยน ั3.ได้ศึกษาค้นคว้าเรี ยนรู้ดวยตนเอง ้4.สามารถนําไปเผยแพร่ ได้5.สามารถนําไปประยุกต์ในการดําเนินชีวิตประจําวันได้
  19. 19. 10 บทที่ 2 ดอกไม้ประจาชาติอาเซียน 10 ประเทศ 1. บรู ไนดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) : ดอกซิมปอร์ ภาพ 1.1 ดอกซิมปอร์1. บรู ไนดารุ สซาลาม (Brunei Darussalam) : ดอกซิมปอร์ ดอกไม้ประจําชาติบรู ไน ก็คือ ดอกซิ มปอร์ (Simpor) หรื อที่รู้จกกันในชื่อ ดอกส้านชะวา (Dillenia) ัดอกไม้ประจําท้องถิ่นบรู ไน ที่มีกลีบขนาดใหญ่สีเหลือง หากบานเต็มที่แล้วกลีบดอกจะมีลกษณะคล้ายร่ ม ัพบเห็นได้ตามแม่น้ าทัวไปของบรู ไน มีสรรพคุณช่วยรักษาบาดแผล หากใครแวะไปเยือนบรู ไน จะพบเห็น ํ ่ได้จากธนบัตรใบละ 1 ดอลลาร์ ของประเทศบรู ไน และในงานศิลปะพื้นเมืองอีกด้วย
  20. 20. 11 2. ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) : ดอกลาดวน ภาพ 1.2 ดอกลําดวน2. ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) : ดอกลาดวน กัมพูชามีดอกไม้ประจําชาติเป็ น ดอกลําดวน (Rumdul) ดอกไม้สีขาวปนเหลืองนวล กลีบดอกหนาทึบและแข็งเล็กน้อย มีกลิ่นหอมเย็นแบบกรุ่ น ๆ ถูกจัดเป็ นไม้มงคลชนิดหนึ่งเพราะมีความหมายถึงความสดชื่นหอมกรุ่ น และเป็ นดอกไม้สาหรับสุ ภาพสตรี วิธีปลูกที่ถูกต้อง ต้องปลูกไว้ในทิศตะวันตกเฉี ยงเหนื อของตัว ํบ้าน ที่สาคัญต้องปลูกในวันพุธ ด้วยนะ ํ
  21. 21. 12 3. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) : ดอกกล้วยไม้ ราตรี ภาพ 1.3 ดอกกล้วยไม้ราตรี3. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) : ดอกกล้วยไม้ ราตรี ดอกไม้ประจําชาติอินโดนีเซีย คือ ดอกกล้วยไม้ราตรี (Moon Orchid) ซึ่งเป็ นหนึ่งในดอกกล้วยไม้ที่ ่ ่บานอยูได้นานที่สุด โดยช่อดอกนั้นสามารถแตกกิ่งและอยูได้นาน 2-6 เดือน โดยดอกจะบานแค่ปีละ 2-3ครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ดอกกล้วยไม้ราตรี สามารถเจริ ญเติบโตได้ดีในอากาศชื้น จึงพบเห็นได้ง่ายในพื้นที่ราบตํ่าของประเทศอินโดนีเซีย
  22. 22. 134. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (The Lao People’s Democratic Republic of LaoPDR) : ดอกจาปาลาว ภาพ 1.4 ดอกจําปาลาว4. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (The Lao People’s Democratic Republic of Lao PDR) : ดอกจาปาลาว ดอกไม้ประจําชาติประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างประเทศลาว คือ ดอกจําปาลาว (Dok Champa) คนไทยรู ้จกกันดีในชื่อ ดอกลีลาวดี หรื อ ดอกลันทม โดยดอกจําปาลาวมักมีสีสันหลากหลาย ไม่เฉพาะเจาะจง ั ่ว่าต้องเป็ นเพียงสี ขาวเท่านั้น เช่น สี ชมพู สี เหลือง สี แดง หรื อสี โทนอ่อนต่าง ๆ โดยดอกจําปาลาวนั้นเป็ นตัวแทนของความสุ ขและความจริ งใจ จึงนิยมใช้กนอย่างแพร่ หลายเพื่อประดับประดาในงานพิธีต่าง ๆ ัรวมทั้งใช้เป็ นพวงมาลัยเพื่อรับแขกอีกด้วย
  23. 23. 14 5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ดอกพู่ระหง ่ ภาพ 1.5 ดอกพูระหง5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ดอกพู่ระหง สําหรับประเทศมาเลเซี ยนั้น มีดอกไม้ประจําชาติเป็ น ดอกพู่ระหง (Bunga Raya) ในภาษาท้องถิ่นเรี ยกกันว่า บุหงารายอ หรื อที่รู้จกกันทัวไปในชื่อ ดอกชบาสี แดง ลักษณะกลีบดอกเป็ นสี แดง มีเกสรยืนยาว ั ่ ่ออกมาเหนือดอก ซึ่งถูกจัดให้เป็ นสัญลักษณ์ของประเทศมาเลเซีย เพื่อเสริ มสร้างความเป็ นปึ กแผ่นและความอดทนในชาติ โดยเชื่ อว่าจะช่วยส่ งเสริ มให้สูงส่ งและสง่างาม รวมทั้งยังสามารถนําไปใช้ในทางการแพทย์และความงามได้อีกด้วย
  24. 24. 15 6. สาธารณรัฐฟิ ลิปปิ นส์ (Republic of the Philippines) : ดอกพุดแก้ว ภาพ 1.6 ดอกพุดแก้ว6. สาธารณรัฐฟิ ลิปปิ นส์ (Republic of the Philippines) : ดอกพุดแก้ ว ดอกไม้ประจําชาติฟิลิปปิ นส์ คือ ดอกพุดแก้ว (Sampaguita Jasmine) ดอกมีสีขาวกลีบดอกเป็ นรู ปดาวมีกลิ่นหอม บานส่ งกลิ่นในตอนกลางคืน ถือเป็ นสัญลักษณ์ของความบริ สุทธิ์ เรี ยบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตนรวมถึงความเข้มแข็งอีกด้วย เคยถูกนํามาใช้เฉลิมฉลองในตํานานเรื่ องเล่ารวมทั้งบทเพลงของฟิ ลิปปิ นส์ดวย ้เช่นกัน
  25. 25. 16 7. สาธารณรัฐสิ งคโปร์ (The Republic of Singapore) : ดอกกล้วยไม้ แวนด้ า ภาพ 1.7 ดอกกล้วยไม้แวนด้า7. สาธารณรัฐสิ งคโปร์ (The Republic of Singapore) : ดอกกล้วยไม้ แวนด้ า ประเทศสิ งคโปร์ มี ดอกกล้วยไม้แวนด้า (Vanda Miss Joaquim) เป็ นดอกไม้ประจําชาติ โดยดอกกล้วยไม้แวนด้าตั้งชื่อตามผูผสมพันธุ์ คือ Miss Agnes Joaquim จัดเป็ นดอกกล้วยไม้ที่เป็ นที่รู้จกมากที่สุดใน ้ ัประเทศสิ งคโปร์ มีสีม่วงสดสวยงามและเบ่งบานอยูตลอดทั้งปี โดยถูกจัดให้เป็ นดอกไม้ประจําชาติสิงคโปร์ ่ตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 (พ.ศ.2524)
  26. 26. 17 8. ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) : ดอกราชพฤกษ์ ภาพ 1.8 ดอกราชพฤกษ์8. ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) : ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจําชาติไทยของเรา ก็คือ ดอกราชพฤกษ์ (Ratchaphruek) ที่มีสีเหลืองสวยสง่างาม เมื่อเบ่งบานแล้วให้ความรู ้สึกอบอุ่น ถือเป็ นสัญลักษณ์ของความมีเกียรติยศศักดิ์ศรี ซึ่ งชาวไทยหลายคนรู ้จกกันดีใน ันามของ ดอกคูน โดยมีความเชื่อว่าสี เหลืองอร่ ามของดอกราชพฤกษ์คือสี แห่งพระพุทธศาสนาและความรุ่ งโรจน์ รวมทั้งยังเป็ นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีปรองดองของคนในชาติอีกด้วย โดยดอกราชพฤกษ์จะเบ่งบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม มีจุดเด่นเวลาเบ่งบานคือการผลัดใบออกจนหมดต้น เหลือไว้เพียงแค่สีเหลืองอร่ ามของดอกราชพฤกษ์เท่านั้น
  27. 27. 18 9. สาธารณรัฐสั งคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam) : ดอกบัว ภาพ 1.9 ดอกบัว9. สาธารณรัฐสั งคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam) : ดอกบัว ประเทศเวียดนาม มีดอกไม้ที่คนไทยคุนเคยอย่าง ดอกบัว (Lotus) เป็ นดอกไม้ประจําชาติ โดยดอกบัว ้เป็ นที่รู้จกกันในนาม “ดอกไม้แห่งรุ่ งอรุ ณ” เป็ ญสัญลักษณ์ของความบริ สุทธิ์ ความผูกพัน และการมองโลก ัในแง่ดี ดอกบัวจึงมักถูกกล่าวถึงในบทกลอนและเพลงพื้นเมืองของชาวเวียดนามอยูบ่อยครั้ง ่
  28. 28. 19 10. สหภาพพม่ า (Union of Myanmar) : ดอกประดู่ ภาพ 1.10 ดอกประดู่10. สหภาพพม่ า (Union of Myanmar) : ดอกประดู่ ดอกไม้ประจําชาติของประเทศพม่า คือ ดอกประดู่ (Paduak) เป็ นดอกไม้ที่พบมากในประเทศพม่า มีสีเหลืองทอง ผลิดอกและส่ งกลิ่นหอมในฤดูฝนแรก ช่วงเดือนเมษายนซึ่ งเป็ นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศพม่ามีการเฉลิมฉลองปี ใหม่ข้ ึน ชาวพม่าเชื่อว่าดอกประดู่คือสัญลักษณ์ของความแข็งแรง ความทนทาน และเป็ นดอกไม้ที่ขาดไม่ได้ในพิธีทางศาสนาของชาวพม่า
  29. 29. 20 บทที่ 3 ชุดประจาชาติอาเซียน 10 ประเทศชุดประจาชาติอาเซียน 10 ประเทศ ภาพ 1.1 ชุดประจําชาติอาเซียน 10 ประเทศใกล้เข้ามาเรื่ อย ๆ แล้ว สําหรับการรวมตัวของประชาคมอาเซียน 10 ประเทศ เพื่อผนึกกําลังในการพัฒนาเสริ มสร้างศักยภาพแต่ละประเทศให้เจริ ญก้าวหน้าไปในทิศทางเดียวกัน กระปุกดอทคอมจึงได้นา ํเกร็ ดความรู ้ดี ๆ เกี่ยวกับประชาคมอาเซี ยนในด้านต่าง ๆ มาฝาก เพื่อเพิ่มเติมความรู ้ให้เพื่อน ๆ เตรี ยมความพร้อมก้าวเข้าสู่ การเป็ นประชาคมอาเซี ยน ซึ่ งในวันนี้จะเป็ นเรื่ องของชุ ดประจําชาติแสนสวย ว่าแต่จะมีชุดอะไรบ้างนั้น เราไปดูพร้อมกันเลย
  30. 30. 21 ประเทศมาเลเซีย1. ชุ ดประจาชาติของประเทศมาเลเซีย สําหรับชุดประจําชาติมาเลเซี ยของผูชาย เรี ยกว่า บาจู มลายู (Baju Melayu) ประกอบด้วยเสื้ อแขนยาว ้และกางเกงขายาวที่ทาจากผ้าไหม ผ้าฝ้ าย หรื อโพลีเอสเตอร์ ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้ าย ส่ วนชุดของผูหญิง ํ ้เรี ยกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) ประกอบด้วยเสื้ อคลุมแขนยาว และกระโปรงยาวบาจู มลายู - ประเทศมาเลเซีย ภาพ 1.2 บาจู มลายู
  31. 31. 22 ภาพ 1.3 บาจูกุรุงบาจูกุรุง ประเทศมาเลเซีย
  32. 32. 23 ประเทศเวียดนาม2. ชุ ดประจาชาติของประเทศเวียดนาม อ่าวหญ่าย (Ao dai) เป็ นชุดประจําชาติของประเทศเวียดนามที่ประกอบไปด้วยชุดผ้าไหมที่พอดีตว ัสวมทับกางเกงขายาวซึ่ งเป็ นชุดที่มกสวมใส่ ในงานแต่งงานและพิธีการสําคัญของประเทศ มีลกษณะคล้าย ั ัชุดกี่เพ้าของจีน ในปัจจุบนเป็ นชุดที่ได้รับความนิยมจากผูหญิงเวียดนาม ส่ วนผูชายเวียดนามจะสวมใส่ ชุด ั ้ ้อ่าวหญ่ายในพิธีแต่งงาน หรื อพิธีศพ ภาพ 1.4 อ่าวหญ่ายอ่าวหญ่าย ประเทศเวียดนาม
  33. 33. 24 ประเทศพม่ า3. ชุ ดประจาชาติของประเทศพม่ า ชุดประจําชาติของชาวพม่าเรี ยกว่า ลองยี (Longyi) เป็ นผ้าโสร่ งที่นุ่งทั้งผูชายและผูหญิง ในวาระพิเศษ ้ ้ต่าง ๆ ผูชายจะใส่ เสื้ อเชิ้ตคอปกจีนแมนดาริ นและเสื้ อคลุมไม่มีปก บางครั้งจะใส่ ผาโพกศีรษะที่เรี ยกว่า กอง ้ ้บอง (Guang Baung) ด้วย ส่ วนผูหญิงพม่าจะใส่ เสื้ อติดกระดุมหน้าเรี ยกว่า ยินซี (Yinzi) หรื อเสื้ อติดกระดุม ้ข้างเรี ยกว่า ยินบอน (Yinbon) และใส่ ผาคลุมไหล่ทบ ้ ัลองยี ปรเทศพม่ า ภาพ 1.5 ลองยี
  34. 34. 25 ประเทศบรู ไน4. ชุ ดประจาชาติของประเทศบรู ไน ชุดประจําชาติของบรู ไนคล้ายกับชุดประจําชาติของผูชายประเทศมาเลเซี ย เรี ยกว่า บาจู มลายู (Baju ้Melayu) ส่ วนชุดของผูหญิงเรี ยกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) แต่ผหญิงบรู ไนจะแต่งกายด้วยเสื้ อผ้าที่มีสีสัน ้ ู้สดใส โดยมากมักจะเป็ นเสื้ อผ้าที่คลุมร่ างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่ วนผูชายจะแต่งกายด้วยเสื้ อแขนยาว ตัว ้เสื้ อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่งโสร่ ง เป็ นการสะท้อนวัฒนธรรมสังคมแบบอนุ รักษ์นิยม เพราะบรู ไนเป็ นประเทศมุสสิ ม จึงต้องแต่งกายมิดชิดและสุ ภาพเรี ยบร้อย ภาพ 1.6 บาจู มลายู และบาจูกุรุงบาจู มลายู และบาจูกุรุง ประเทศบรู ไน
  35. 35. 26 ประเทศลาว5. ชุ ดประจาชาติของประเทศลาว ผูหญิงลาวนุ่งผ้าซิ่ น และใส่ เสื้ อแขนยาวทรงกระบอก สําหรับผูชายมักแต่งกายแบบสากล หรื อนุ่งโจง ้ ้กระเบน สวมเสื้ อชั้นนอกกระดุมเจ็ดเม็ด คล้ายเสื้ อพระราชทานของไทย ภาพ 1.7 ชุดประเทศลาวประเทศลาว
  36. 36. 27 ประเทศอินโดนีเซีย6. ชุ ดประจาชาติของประเทศอินโดนีเซีย เกบาย่า (Kebaya) เป็ นชุดประจําชาติของประเทศอินโดนีเซี ยสําหรับผูหญิง มีลกษณะเป็ นเสื้ อแขนยาว ้ ัผ่าหน้า กลัดกระดุม ตัวเสื้ อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็ นลายลูกไม้ ส่ วนผ้าถุงที่ใช้จะเป็ นผ้าถุงแบบบาติก ส่ วนการแต่งกายของผูชายมักจะสวมใส่ เสื้ อแบบบาติกและนุ่งกางเกงขายาวหรื อเตลุก เบสคาพ (Teluk Beskap) ้ซึ่ งเป็ นการแต่งกายแบบผสมผสานระหว่างเสื้ อคลุมสั้นแบบชวาและโสร่ ง และนุ่งโสร่ งเมื่ออยูบานหรื อ ่ ้ประกอบพิธีละหมาดที่มสยิด ั ภาพ 1.8 เกบาย่าเกบาย่า ประเทศอินโดนิเซีย
  37. 37. 28 ภาพ 1.9 เตลุก เบสคาพเตลุก เบสคาพ ประเทศอินโดนิเซีย
  38. 38. 29 ประเทศฟิ ลิปปิ นส์7. ชุ ดประจาชาติของประเทศฟิ ลิปปิ นส์ ผูชายจะนุ่งกางเกงขายาวและสวมเสื้ อที่เรี ยกว่า บารอง ตากาล็อก (barong Tagalog) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้า ้ใยสัปปะรด มีบ่า คอตั้ง แขนยาว ที่ปลายแขนเสื้ อที่ขอมือจะปั กลวดลาย ส่ วนผูหญิงนุ่งกระโปรงยาว ใส่ เสื้ อ ้ ้สี ครี มแขนสั้นจับจีบยกตั้งขึ้นเหนื อไหล่คล้ายปี กผีเสื้ อ เรี ยกว่า บาลินตาวัก (balintawak)บารอง ตากาล็อก ประเทศฟิ ลิปินส์ ภาพ 1.10 บารอง ตากาล็อก,บาลินตาวักบาลินตาวัก ประเทศฟิ ลิปินส์
  39. 39. 30 ประเทศไทย8. ชุ ดประจาชาติของประเทศไทย สําหรับชุดประจําชาติอย่างเป็ นทางการของไทย รู ้จกกันในนามว่า "ชุดไทยพระราชนิยม" โดยชุด ัประจําชาติสาหรับสุ ภาพบุรุษ จะเรี ยกว่า "เสื้ อพระราชทาน" ํ สําหรับสุ ภาพสตรี จะเป็ นชุดไทยที่ประกอบด้วยสไบเฉี ยง ใช้ผายกมีเชิงหรื อยกทั้งตัว ซิ่ นมีจีบยก ้ข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาด ส่ วนท่อนบนเป็ นสไบ จะเย็บให้ติดกับซิ่ นเป็ นท่อนเดียวกันหรื อ จะมีผา ้สไบห่มต่างหากก็ได้ เปิ ดบ่าข้างหนึ่ง ชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวตามที่เห็นสมควร ความสวยงาม ่อยูที่เนื้ อผ้าการเย็บและรู ปทรงของผูที่สวม ใช้เครื่ องประดับได้งดงามสมโอกาสในเวลาคํ่าคืน ้โดยชุ ดไทยพระราชนิยม แบ่ งออกเป็ น 8 ประเภท ดังนี้1. ชุดไทยเรื อนต้น2. ชุดไทยจิตรลดา3. ชุดไทยอมริ นทร์4. ชุดไทยบรมพิมาน5. ชุดไทยจักรี6. ชุดไทยจักรพรรดิ7. ชุดไทยดุสิต8. ชุดไทยศิวาลัย
  40. 40. 31 ภาพ 1.11 ชุดไทยพระราชนิยม และเสื้ อพระราชทานชุ ดไทยพระราชนิยม และเสื้อพระราชทาน ประเทศไทย
  41. 41. 32 ประเทศกัมพูชา9. ชุ ดประจาชาติของประเทศกัมพูชา ชุดประจําชาติของกัมพูชาคือ ซัมปอต (Sampot) หรื อผ้านุ่งกัมพูชา ทอด้วยมือ มีท้ งแบบหลวมและ ัแบบพอดี คาดทับเสื้ อบริ เวณเอว ผ้าที่ใช้มกทําจากไหมหรื อฝ้ าย หรื อทั้งสองอย่างรวมกัน ซัมปอตสําหรับ ัผูหญิงมีความคล้ายคลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย ทั้งนี้ ซัมปอดมีหลายแบบซึ่ งจะแตกต่างกันไป ้ตามชนชั้นทางสังคมของชาวกัมพูชา ถ้าใช้ในชีวตประจําวันจะใช้วสดุราคาไม่สูง ซึ่ งจะส่ งมาจากประเทศ ิ ัญี่ปุ่น นิยมทําลวดลายตามขวาง ถ้าเป็ นชนิดหรู หราจะทอด้ายเงินและด้ายทอง ภาพ 1.12 ซัมปอตซัมปอต ประเทศกัมพูชา
  42. 42. 33 ประเทศสิ งคโปร์10. ชุ ดประจาชาติประเทศสิ งคโปร์ สิ งคโปร์ ไม่มีชุดประจําชาติเป็ นของตนเอง เนื่ องจากประเทศสิ งคโปร์ แบ่งออกเป็ น 4 เชื้อชาติหลัก ๆได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป ซึ่ งแต่ละเชื้อชาติก็มีชุดประจําชาติเป็ นของตนเอง เช่น ผูหญิงมลายู ้ในสิ งคโปร์ จะใส่ ชุดเกบาย่า (Kebaya) ตัวเสื้ อจะมีสีสันสดใส ปั กฉลุเป็ นลายลูกไม้ หากเป็ นชาวจีน ก็จะสวมเสื้ อแขนยาว คอจีน เสื้ อผ้าหน้าซ่อนกระดุม สวมกางเกงขายาว โดยเสื้ อจะใช้ผาสี เรี ยบหรื อผ้าแพรจีน ้ ภาพ 1.13 ชุดเกบาย่าชุ ดเกบาย่ า ประเทศสิ งคโปร์ ่ ้ รู ้จกกันไปแล้วสําหรับชุดประจําชาติสวย ๆ ของชาติสมาชิกอาเซี ยน ที่เราอาจได้เห็นกันอยูบางจาก ับรรดาผูนาชาติอาเซียนที่มาประชุมในบ้านเรา หรื อในประเทศอื่น ๆ ซึ่ งต้องบอกเลยว่า แต่ละชาติต่างก็มี ้ ํเครื่ องแต่งกายที่สวยงาม และสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละชาติสมาชิกสมาคมอาเซี ยนได้เป็ นอย่างดี
  43. 43. 34 บทที่ 4 สถานทีน่าสนใจใน 10 ประเทศอาเซียน (Attraction of the 10 ASEAN countries) ่ 1.ประเทศไทยเกาะเต่ า ภาพ 1.1 เกาะเต่า ่ ่ เกาะเต่า มีพ้ืนที่อยูในฝั่งของทะเลอ่าวไทย และอยูในเขตการปกครองของจังหวัดสุ ราษฎร์ ธานีลักษณะของ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย เกาะเต่า จะมีลกษณะที่โค้งเว้า เหมือนกับเมล็ดถัว นอกจากนี้ ั ่สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยในบริ เวณใกล้เคียงกับเกาะเต่ายังมีเกาะนางยวนซึ่ ง เป็ นเกาะเล็กๆ ด้านตะวันตะวันตกเฉี ยงเหนือของเกาะเต่า มีสันทรายเชื่ อมต่อกับเกาะเต่าในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เป็ นแหล่งดํานํ้าชมปะการังอีกแห่ งหนึ่งอุทยานแห่ งชาติดอยอินทนนท์ ภาพ 1.2 อุทยานแห่งชาติดอยอิทนนท์ ่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพ้ืนที่ครอบคลุมอยูในท้องที่อาเภอดอยหล่อ อําเภอจอมทองและ ํอําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสู งสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซ่ ึ งเป็ นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย

×