slide4234

437 views

Published on

แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง วัดพระศรีรัตนศาสดารามส่งคุณครูศศิวรรณ คุ้มฉายา คะ ชื่อ : นางสาวสมฤทัย พัฒลักษณ์ ชั้น : ม.4/2 เลขที่ 34 โรงเรียนอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
437
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
4
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

slide4234

  1. 1. แหล่งเรียนรู้<br />และภูมิปัญญาท้องถิ่น<br />
  2. 2. แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น<br />เรื่อง<br />วัดพระศรีรัตนศาสดาราม<br />เสนอ<br />คุณครูศศิวรรณ คุ้มฉายา<br />จัดทำโดย<br />นางสาวสมฤทัย พัฒลักษณ์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2<br />โรงเรียนอู่ทอง อำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี<br />
  3. 3. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม<br />
  4. 4. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชหรือ รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่นำมาจากกรุงเวียงจันทร์ แต่แท้ที่จริงแล้ว พบเจอวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย และเป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ เพราะมีแต่ส่วนพุทธาวาสไม่มีส่วนสังฆาวาส<br />วัดพระศรีรัตนศาสดารามได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด การบูรณะครั้งใหญ่ทั้งพระอาราม มีขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี ใน พ.ศ. 2425 ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามในโอกาสที่มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี ในรัชกาลปัจจุบันโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามอีกครั้งใน พ.ศ. 2525 เมื่อมีการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นองค์ประธานในการบูรณะ<br />วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ<br />
  5. 5. ที่ตั้ง ถนนหน้าพระลานแขวงพระบรมมหาราชวังเขตพระนครกรุงเทพมหานครประเทศไทยรหัสไปรษณีย์10200ชื่อสามัญ วัดพระแก้ว<br />ประเภท พระอารามหลวงชั้นพิเศษ ประเภท<br />นิกาย ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา<br />พระประธาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร<br />พระพุทธรูปสำคัญ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกพระพุทธเลิศหล้านภาลัยพระสัมพุทธพรรณีพระชัยหลังช้างพระคันธารราษฎร์พระนาก<br />ความพิเศษ พระอารามประจำ พระบรมมหาราชวัง<br />จุดที่น่าสนใจ สักการะพระแก้วมรกต ชมจิตรกรรมฝาผนัง ที่พระระเบียง<br />กิจกรรม เทศนาธรรม วันอาทิตย์ และวันพระ<br />ข้อห้าม ห้ามสวมกางเกงหรือกระโปรง ที่มีชายสูงกว่าเข่าทุกชนิด เสื้อที่เปิดไหล่ทุกชนิด รองเท้าที่เปิดส้นทุกชนิด และกางเกนยีนส์ขาดๆ<br />การถ่ายภาพ ไม่ควรใช้แฟลช ในถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนัง และไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ภายในพระอุโบสถเด็ดขาด ฝ่าฝืนมีโทษปรับ และยึดฟิล์ม/สื่อบันทึก<br />หมายเหตุ เข้าชมเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องทำหนังสือขออนุญาต ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารเงินตรา ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์<br />
  6. 6. อาคารต่างๆในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม<br /> เนื่องจากภายในตัววัดพระศรีรัตนศาสดารามมีอาคารสำคัญและอาคารประกอบเป็นจำนวน มาก จึงขอแบ่งกลุ่มอาคารออกเป็น 3 กลุ่ม ตามตำแหน่งและความสำคัญ ดังนี้<br />กลุ่มพระอุโบสถ<br /> กลุ่มพระอุโบสถ เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญสูงสุด มีพระอุโบสถเป็นอาคารประธานซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ล้อมรอบด้วยศาลารายพระโพธิ์ธาตุพิมานหอราชพงศานุสรณ์หอราชกรมานุสรณ์หอระฆัง และ หอพระคันธารราษฎร์<br />พระอุโบสถ<br />พระอุโบสถ ตั้งอยู่ส่วนกลางของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีซุ้มประดิษฐานเสมารวม 8 ซุ้ม พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 เพื่อประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (แก้วมรกต) ที่พระองค์ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2322 (พบพระแก้วมรกต ครั้งแรกที่เจดีย์ ณ วัดพระแก้ว อ.เมือง จังหวัดเชียงราย)<br />ในการสร้างพระอุโบสถหลังนี้ใช้เวลา 3 ปี สำเร็จเรียบร้อยลงใน พ.ศ. 2328 ต่อมา เมื่อประมาณได้เกิดเพลิงไหม้บุษบกทรงพระแก้วมรกตซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมขึ้นใหม่ให้ทันฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดารามในปลายรัชกาล<br />หลักฐานการก่อสร้างและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม ของพระอุโบสถในรัชสมัยนี้ไม่ชัดเจนนัก นอกจากบ่งไว้ว่า ฝาผนังรอบนอกเป็นลายรดน้ำปิดทองรูปกระหนกเครือแย่งทรงข้าวบิณฑ์ดอกในบนพื้น สีชาด ฝาผนังด้านในเหนือประตูด้านสกัดเป็นภาพเรื่องมารวิชัยและเรื่องไตรภูมิ<br />
  7. 7. ส่วนฝาผนังด้านยาวเขียนภาพเทพชุมนุมตามแบบที่สืบเนื่องมาจากสมัยอยุธยา ฝาผนังระหว่างหน้าต่างเขียนภาพเรื่องปฐมสมโพธิ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบซึ่งปรากฏว่ามีการแก้ไขในรัชกาลที่ 3 และ 4 ในภายหลังดังที่เห็นได้ในปัจจุบัน<br />พระทวารกลาง เป็นพระทวารใหญ่สูง 8 ศอกคืบ กว้าง 4 ศอกคืบ ตัวบานเป็นบานประดับมุกลายช่องกลม ส่วนพระทวารข้างเป็นทวารรองสูง 7 ศอก กว้าง 3 ศอก 1 คืบ 10 นิ้ว ตัวบานเป็นบานประดับมุกกลายเต็ม ซึ่งบานพระทวารทั้ง 2 แห่งนี้ สมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ประทานความเห็นว่า "เป็นฝีมือที่น่าชมยิ่ง ตั้งใจทำแข่งกับบานที่ทำครั้งแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ ซึ่งอยู่ที่วิหารยอด"<br />ซึ่งภายในพระอุโบสถได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามตั้งแต่เพดานถึงพื้น กลางห้องประดิษฐานพระแก้วมรกตในบุษบกทองคำพร้อมด้วยพระพุทธรูปสำคัญมากมาย<br />หอราชพงศานุสรณ์<br />หอราชพงศานุสรณ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 ตั้งอยู่บนกำแพงแก้วด้านหลังพระอุโบสถอยู่ทางทิศใต้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์ ภายในเขียนภาพพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร<br />พระโพธิธาตุพิมาน<br />พระโพธิธาตุพิมานเป็นที่ประดิษฐานพระปรางค์ของโบราณ ซึ่งทรงอัญเชิญมาจากเมืองเหนือขณะทรงผนวช ภายในพระปรางค์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและบรรจุพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยา<br />
  8. 8. กลุ่มฐานไพที<br />กลุ่มอาคารบริเวณฐานไพที นั้นมีอาคารหลักสามหลัง คือ ปราสาทพระเทพบิดรพระมณฑปพระศรีรัตนเจดีย์ และวัตถุประดับตกแต่งอื่นๆเช่น รูปปั้นสัตว์หิมพานต์บุษบกพระราชลัญจกรนครวัดจำลองพระสุวรรณเจดีย์ และ พนมหมาก<br />กลุ่มอาคารประกอบ<br /> เป็นกลุ่มอาคารและสิ่งประดับอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มอาคารทั้งสองกลุ่ม ประกอบด้วย หอพระนากพระเศวตกุฏาคารวิหารยอดหอมณเฑียรธรรมพระอัษฎามหาเจดีย์ยักษ์ทวารบาล และจิตรกรรมฝาผนังที่ พระระเบียง ซึ่งมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังจำนวน 178 ห้อง เรียงต่อกันยาวตลอดฝาผนังทั้ง 4 ทิศ มีเนื้อหาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์<br />พระอัษฎามหาเจดีย์<br />พระอัษฎามหาเจดีย์ หรือ พระปรางค์ 8 องค์ ตั้งเรียงกันอยู่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายนอกพระระเบียง พระมหาเจดีย์ทั้ง 8 องค์นี้ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่นอน ภายนอกพระระเบียง 6 องค์ ภายในพระระเบียง 2 องค์ พระอัษฎามหาเจดีย์เป็นชื่อที่คณะกรรมการอำนวยการปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม เมื่อฉลองพระนครครบ 200 ปี มีมติให้เรียกชื่อรวมเป็นทางการตามชื่อที่ปรากฏในการบูรณะปฏิสังขรณ์สมัย รัชกาลที่ 3 ของพระศรีภูริปรีชาวัตถุประสงค์ในการสร้างพระมหาเจดีย์เหล่านี้ก็เพื่ออุทิศ เป็นพระพุทธเจดีย์องค์หนึ่ง พระธรรมเจดีย์องค์หนึ่ง พระปัจเจกเจดีย์องค์หนึ่ง พระสาวกเจดีย์องค์หนึ่ง พระภิกขุนีสาวกเจดีย์องค์หนึ่ง พระชาฎกโพธิสัตว์องค์หนึ่ง พระสงฆเจดีย์องค์หนึ่ง และพระยาจักรเจดีย์องค์หนึ่ง<br />ต่อมาในรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ประดับกระเบื้องเคลือบสีที่พระมหาเจดีย์ทั้ง 8 องค์ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 7 และรัชกาลปัจจุบันเป็นการซ่อมส่วนที่ชำรุดเสียหายแต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูป ร่างแต่ประการ<br />
  9. 9. พระพุทธรูปสำคัญภายในพระอุโบสถ<br />พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนตอนต้น ทำจากหินหยกสีเขียวเข้มทึบแสง ปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก 43 ซม. สูง 55 ซม.<br />พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระพุทธรูปที่รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างอุทิศให้กับรัชกาลที่ 1 และ 2 ศิลปะรัตนโกสินทร์ ปางห้ามสมุทร สูง 3 เมตร ทรงเครื่องต้นพระจักรพรรดิราช เป็นพระพุทธรูปสำริดหุ้มทองคำลงยาราชาวดี เครื่องต้นประดับเนาวรัตน์ ใช้ทองคำเท่ากับทองที่หุ้มพระศรีสรรเพชญ ในสมัยอยุธยา<br />
  10. 10. พระสัมพุทธพรรณี รัชกาลที่ 4 ทรงสร้างใน ในปีพ.ศ. 2373 ตามอย่างพุทธลักษณะที่พระองค์ทรงสอบสวนได้ สร้างจากกะไหล่ทองคำ ปางสมาธิหน้าตักกว้าง 49 ซม. สูงถึงพระรัศมี 67.5 ซม. มีการเปลี่ยนพระรัศมีเป็นสีต่าง ๆ ตามฤดูกาล พร้อมกับการเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต<br />
  11. 11. พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม<br />พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอกของพระบรมมหาราชวัง เดิมเป็นโรงกษาปณ์ ใช้ผลิตเงินตราเพื่อใช้ในประเทศ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอาคารรูปแบบตะวันตก ในปี พ.ศ. 2525 ในวาระการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี มีการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแม่กองบูรณะจึงขอพระราชทานอาคารโรงกษาปณ์มาเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ใน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสิ่งหน้าสนใจหลายอย่างเช่นปืนใหญ่ที่ตั้งแสดงไว้ด้าน หน้าพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาจีนที่ตั้งไว้หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์<br />
  12. 12. แผนที่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม<br />
  13. 13. 1. The Ubosotcontainig the Emerald Buddha - พระอุโบสถ<br />2. Twelve small open Pavilions - ศาลาราย<br />Viharn of the Gandhara Buddha image - หอพระคันธารราษฏร์<br />3. Belfry - หอระฆัง<br />4. HorRachaPongsanusorn - หอราชพงศานุสรณ์<br />5. PhraPhotithatPiman - พระโพธิ์ธาตุพิมาน<br />6. HorRachaKoramanusorn - หอราชกรมานุสรณ์<br />7. Figure of the seated hermit - พระฤๅษี<br />8. The Royal Pantheon - ปราสาทพระเทพบิดร<br />9. Two gilt chedis - พระสุวรรณเจดีย์<br />10. PhraMondop (the Library) - พระมณฑป<br />11. Phra Si RattanaChedi - พระศรีรัตนเจดีย์<br />12. Model of Angkor Wat - นครวัดจำลอง<br />13. Monument of Kings Rama I, II and III - พระบรมราชสัญลักษณ์ 9 รัชกาล<br />14. Monument of King Rama IV - พระบรมราชสัญลักษณ์ 9 รัชกาล<br />15. Monument of King Rama V - พระบรมราชสัญลักษณ์ 9 รัชกาล<br />16. Monument of Kings Rama VI, VII, VIII and IX - พระบรมราชสัญลักษณ์ 9 รัชกาล<br />17. Ho PhraMonthienTham (the Supplementary Library) - หอมณเฑียรธรรม<br />18. ViharnYod - พระเศวตกุฏาคารวิหารยอด<br />19. ViharnPhraNak - หอพระนาก<br />20. Eight prang - พระปรางค์<br />21. Galleries - พระระเบียง<br />22. Twelve statues of Giants - ยักษ์ทวารบาล<br />

×