แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง รับสารด้วยการฟัง

10,434 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
10,434
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
97
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง รับสารด้วยการฟัง

  1. 1. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วิชาภาษาไทยพื้นฐาน ๑ รหัสวิชา ท๓๑๑๐๑ แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง รับสารด้วยการฟัง ชื่อ_________________ ชั้นม.๔/____ เลขที่____ ได้_______คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง รับสารด้วยการฟัง ๑. การฟังในข้อใดเป็นลักษณะการฟังโดยมีอคติ ก. ฟังหูไว้หู ข. ฟังความข้างเดียว ค. สีซอให้ควายฟัง ง. ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ๒. สัตว์ในป่าที่เชื่อตามกระต่ายว่าฟ้าถล่ม และวิ่งหนีตามกันจนตกเหวตายไปบ้าง ได้รับบาดเจ็บบ้างนั้น เพราะไม่ปฏิบัติตามหลักการฟังในข้อใด ก. ฟังโดยมีความพร้อม ข. ฟังโดยไม่มีอคติ ค. ฟังโดยมีความพร้อม ง. ฟังโดยมีความกระตือรือร้น ๓. ผู้ที่เชื่อถืองมงายไม่ยอมรับฟังอย่างสิ้นเชิง แสดงว่าเป็นผู้มีอคติในข้อใด ก. โทโสคติ ข. โมหาคติ ค. ฉันทาคติ ง. ภยาคติ ๔. นายสีไม่มีความรู้ในเรื่องการบริหารราชการ ถ้านายสีเข้าฟังการอภิปรายเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการ บริหารราชการส่วนท้องถิ่น การฟังของนายสีจะบกพร่องเพราะเหตุใด ก. ไม่มีสมาธิ ข. มีอคติ ค. ไม่มีความพร้อม ง. ไม่มีความกระตือรือร้น ๕. ข้อใดไม่เกี่ยวกับการรับสาร ก. ฟังหูไว้หู ข. เปิดหูเปิดตา ค. ดูตาม้าตาเรือ ง. ฟังความข้างเดียว ๖. ข้อใดกล่าวถึงข้อบกพร่องในการฟังอันเนื่องมาจากขาดความพร้อมในการฟังเป็นสาคัญ ก. ฟังหูไว้หู ข. ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ค.สีซอให้ควายฟัง ง. ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ๗. “มาลีฟังครูอธิบาย ตาจับอยู่ที่ครู แต่จิตใจเลื่อนลอยคิดถึงวันเสาร์อาทิตย์ที่จะไปเที่ยวชายทะเลกับคุณ พ่อคุณแม่” การฟังของมาลีบกพร่องเพราะเหตุใด ก. ไม่มีสมาธิ ข. มีอคติ ค. สีซอให้ควายฟัง ง. ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ๘. ข้อใดกล่าวถึงข้อบกพร่องในการฟังที่มาจากการขาดความกระตือรือร้นในการฟังเป็นสาคัญ ก. ฟังหูไว้หู ข. ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ค. สีซอให้ควายฟัง ง. ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด คาชี้แจง: ให้นักเรียนเลือกตอบคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
  2. 2. ๙. ความบกพร่องในการฟังข้อใดที่จะเกิดอันตรายได้มากที่สุด ก. ฟังหูไว้หู ข. ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ค. สีซอให้ควายฟัง ง. ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ๑๐. ความบกพร่องในข้อ ๙ จะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้โดยวิธีพัฒนาสมรรถภาพทางการฟังในข้อใด ก. การเตรียมตัวก่อนฟัง ข. เลือกที่นั่งฟังให้เหมาะสม ค. ฟังด้วยความตั้งใจจริง ง. รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่ผิดปกติ ๑๑. สาเหตุที่ทาให้การฟังไม่สัมฤทธิ์ผลอันเกิดจากความรู้สึกของผู้ฟังคือข้อใด ก. มีอคติต่อผู้พูด ข. ขาดความเข้าใจ ค. ขาดความรู้ ง. ขาดประสบการณ์ ๑๒. ที่กล่าวว่า " การฟังที่ดีทาให้ผู้ฟังเกิดสติปัญญา" หมายถึงการฟังในลักษณะใด ก. ฟังแล้วจับสาระสาคัญได้ ข. ฟังด้วยความตั้งใจ ค. ฟังด้วยความพอใจ ง. ฟังด้วยการวิเคราะห์ ๑๓. ข้อใดสร้างความพอใจให้แก่ผู้ฟังมากที่สุด ก. คราวนี้เก่งจังนะคะ สอบได้ที่ ๑ ยินดีด้วยนะคะ ข. ยินดีด้วยนะคะที่สอบได้ที่ ๑ เก่งจังค่ะ ค. สอบคราวนี้ได้ที่ ๑ ด้วย เก่งจังนะคะ ง. โอ้โฮ้! สอบได้ที่ ๑ เชียว เก่งจังค่ะ ไม่น่าเชื่อเลย ๑๔. ข้อใดเข้าลักษณะของการฟังเพื่อประเมินค่า ก. ฟังแล้วนามาเล่าให้ผู้อื่นฟังได้ ข. ฟังแล้วสามารถจับสาระของเรื่องที่ฟังได้ ค. ฟังแล้วสามารถเข้าใจตามที่ผู้ส่งสารต้องการ ง. ฟังแล้วสามารถวิเคราะห์ได้ว่าข่าวนั้นจริงหรือไม่อย่างไร ๑๕. ข้อใดเข้าลักษณะของการฟังเพื่อให้ได้รับคติชีวิตหรือความจรรโลงใจ ก. ฟังเพลง ฟังนิทานพื้นบ้าน ฟังโต้วาที ข. ฟังเทศน์ ฟังบทความธรรมบรรยาย ฟังสุภาษิต ค. ฟังข่าว ฟังดนตรี ฟังอภิปราย ง. ฟังละครวิทยุ ฟังรายการตรงประเด็น ฟังอภิปรายในสภา ๑๖. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักการฟัง ก. เมื่อฟังอยู่เฉพาะหน้าผู้ใหญ่ ผู้ฟังพึงสารวมกิริยาอาการ สบตากับผู้พูดเป็นระยะ ๆ ให้พอเหมาะ แต่ไม่ถึงกับจ้องหน้า ข. เมื่อฟังผู้อื่นพูดในที่ประชุมไม่ควรกระซิบกับคนที่อยู่ข้างเคียง ไม่ทากิจธุระส่วนตัว ค. เมื่อฟังผู้อื่นพูดแล้วไม่เข้าใจควรถามทันทีเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ง. เมื่อฟังผู้อื่นพูด จาเป็นต้องตั้งใจฟัง อาจจดความสาคัญไว้เพื่อจัดสาระสาคัญของผู้พูด
  3. 3. ๑๗. คากล่าวในข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. ฟังโดยมีความพร้อมทางสติปัญญา คือถ้าสติดีก็จะฟังเข้าใจดี ข. การฟังครูสอนในชั่วโมงเรียนเป็นการฟังเพื่อความรู้แต่เพียงอย่างเดียว ค. การฟังเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสามารถทางสติปัญญาโดยตรง ง. การฟังเป็นกิจกรรมที่ไม่จาเป็นต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ๑๘. การฟังอย่างไรจัดว่าเป็นประโยชน์ที่สุด ก. ฟังด้วยความตั้งใจตลอดเวลา ข. ฟังแล้วสามารถถอดสาระสาคัญเพื่อนาไปใช้ได้ ค. ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน เป็นการผ่อนคลาย ง. ฟังเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวที่ผู้พูดพูดไว้ได้ทั้งหมด ๑๙. การฟังเฉพาะหน้าผู้ใหญ่ข้อใดไม่สมควรปฏิบัติ ก. พึงสารวมกิริยาอาการ ข. สบตาเป็นระยะ ๆ ให้พอเหมาะ ค. จ้องหน้าตลอดเวลาเพื่อให้เห็นว่าสนใจ ง. ถ้าฟังไม่เข้าใจควรถามเมื่อผู้พูดพูดจบแล้ว ๒๐. ข้อใดเป็นระดับขั้นที่ดีที่สุดในการฟังให้สัมฤทธิ์ผล ก. ทราบจุดประสงค์ในการพูด ข. ทราบว่าเนื้อความครบถ้วนหรือไม่ ค. พิจารณาได้ว่าสาระสาคัญของเรื่องน่าเชื่อถือหรือไม่ ง. เห็นว่าสารนั้นมีคุณค่าหรือไม่ อย่างไร

×