Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จัดทำโดย นาง สาว เสาวลักษณ์ แสงคุ้มภัย  ม .6/7  เลขที่  13 เสนอ อาจารย์ อินทิรา รัตนนานนท์
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ <ul><li>การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ  ( Medical Tourism)  เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ได้ร...
 
<ul><li>สำหรับคนไทยเองแล้ว การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพก็ได้รับความสนใจไม่น้อย เพราะปัจจุบันนี้ คนไทยรุ่นใหม่หันมาใส...
<ul><li>การดำเนินชีวิตในสังคมเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย มากมายด้วยอัตราการแข่งขันทั้งในด้านการเรียน การทำงาน ครอบครัว การใ...
<ul><li>ประเภทของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แบ่งแยกตามจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของโปรแกรมที่จัดขึ้น แบ่งออกเป็น   2  ประเภทใ...
รายงานสรุปการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  <ul><li>จากการที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเช...
สถานการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย <ul><li>สถานการณ์ภาพรวมของธุรกิจบริการสุขภาพในปี พ . ศ . 2550  มีชาวต่างประเท...
แนวโน้มตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย <ul><li>จากการวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโต  ( Trend Analysis)  ของจำนวนชาวต่างประเทศ...
โอกาสในการลงทุนธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่ที่มีศักยภาพ <ul><li>จากการดำเนินนโยบายการเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชี...
โอกาสลงทุนในพื้นที่หลัก <ul><li>ผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า โอกาสในการลงทุนยังคงกระจายอยู่ในพื้นที่ท่อ...
โอกาสการลงทุนในพื้นที่ท่องเที่ยวรองและชายแดน <ul><li>ผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนมีความเห็นว่าการลงทุนของธุรกิจโรงพยาบาลในพื...
ธุรกิจที่มีโอกาสในการลงทุน <ul><li>วิวัฒนาการทางการแพทย์ที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโตอีกสาขาหนึ่ง คือ การแพทย์เชิงป้องกัน  ( ...
กิจกรรมท่องเที่ยว <ul><li>ล่องเรือ </li></ul><ul><li>การล่องเรือชมวิถีชีวิตและธรรมชาติสองฝั่งน้ำเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิ...
 
<ul><li>กอล์ฟ </li></ul><ul><li> กอล์ฟเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในประเทศไทยมีสนามกอล์ฟที่ได้มาตรฐานระดับโลกอยู่หล...
<ul><li>การทำสมาธิ </li></ul><ul><li>  การท่องเที่ยวไม่ได้หมายความถึงการเดินทางไปพบความสนุกสนาน ตื่นเต้น และความแปลกใหม่ใ...
<ul><li>กิจกรรมกลางแจ้งและผจญภัยบนบก </li></ul><ul><li> วันหยุดจะเป็นวันแสนพิเศษทันทีเมื่อคุณก้าวเข้าไปสู่โลกแห่งการผจญภั...
<ul><li>กิจกรรมกลางแจ้งและผจญภัยทางน้ำ </li></ul><ul><li> หาดทราย ชายทะเลของเมืองไทยขึ้นชื่อลือเลื่องเรื่องความงดงามไปทั่...
<ul><li>สปา </li></ul><ul><li> สปาคือศาสตร์แห่งการปรับร่างกายกับอารมณ์ให้สมดุลกัน ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งนับเป็นการดูแลส...
 
 
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

19,270 views

Published on

  • Be the first to comment

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

  1. 1. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จัดทำโดย นาง สาว เสาวลักษณ์ แสงคุ้มภัย ม .6/7 เลขที่ 13 เสนอ อาจารย์ อินทิรา รัตนนานนท์
  2. 2. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ <ul><li>การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ( Medical Tourism) เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพในเรื่องของการบริการทางการแพทย์ ทั้งในด้านบุคลากรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนเรื่องค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ </li></ul>
  3. 4. <ul><li>สำหรับคนไทยเองแล้ว การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพก็ได้รับความสนใจไม่น้อย เพราะปัจจุบันนี้ คนไทยรุ่นใหม่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพทั้งกายและใจกันมากขึ้น แหล่งท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพจึงเกิดขึ้นหลายแห่ง หรือบางแห่งก็มีมานานแล้ว และได้รับการพัฒนาให้เป็นระบบทันสมัยยิ่งขึ้น เช่น น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ภูโคลน อำเภอเมืองฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน อำเภอเมืองฯ จังหวัดระนอง เป็นต้น </li></ul>
  4. 5. <ul><li>การดำเนินชีวิตในสังคมเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย มากมายด้วยอัตราการแข่งขันทั้งในด้านการเรียน การทำงาน ครอบครัว การใช้ชีวิตในสังคม ทำให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้าสะสมผนวกกับการไม่มีเวลาในการเอาใจใส่สุขภาพของตนเอง ทำให้เกิดความเครียดอันเป็นสาเหตุนำไปสู่โรคร้ายต่าง ๆ ตามมา ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนต่ำลง อัตราการเจ็บป่วยมากขึ้น ทำให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างหันมา รณรงค์ส่งเสริมให้ผู้คนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงมีนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพเกิดขึ้นหลาย ๆ นโยบาล      ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพก็เป็นแนวนโยบายหนึ่งของการส่งเสริมให้ผู้คนสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น เช่น </li></ul><ul><li>การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ( Health Tourism) หมายถึง การเดินทางท่องเที่ยวที่มีจุดประสงค์ในการพักผ่อน หย่อนใจ เรียนรู้วิถีชีวิตในแนวธรรมชาติ  และมีกิจกรรมเพื่อส่งเสริม หรือบำบัดรักษาฟื้นฟูสุขภาพ เช่น การเดินทางไปพักผ่อนตามรีสอร์ทที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ในโปรแกรมมีการพบผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาทางสุขภาพ ตลอดทั้งมีกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อสุขภาพ เช่น ฝึกโยคะ ฝึกสมาธิ หรือรายการไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา เช่น ทำฟัน ศัลยกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะเน้นการเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้สดชื่นผ่องใส ปรับสภาพจิตใจและร่างกายให้สมดุล และภายหลังการท่องเที่ยวก็สามารถนำกลับไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ( กองอนุรักษ์ , 2544) </li></ul>
  5. 6. <ul><li>ประเภทของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แบ่งแยกตามจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของโปรแกรมที่จัดขึ้น แบ่งออกเป็น  2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ </li></ul><ul><li>1. การท่องเที่ยวเชิงบำบัดรักษาสุขภาพ ( Health Healing Tourism) </li></ul><ul><li>2. การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริม สุขภาพ ( Health Promotion Tourism) </li></ul><ul><li>การท่องเที่ยวเชิงบำบัดรักษาสุขภาพ ( Health Healing Tourism) เป็นโปรแกรมการเดินทางไปเยี่ยมชมแห่งธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย ปรับวิถีชีวิตให้ดีขึ้น และแบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปรับบริการของโรงพยาบาล หรือคลินิก เพื่อทำการบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ ในโรงพยาบาล หรือคลินิกที่มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานได้รับความเชื่อถือ </li></ul><ul><li>การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ ( Heath Promotion Tourism) เป็นโปรแกรมการเดินทางไปพักผ่อนยังสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ และทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างถูกวิธี ตามหลักวิชาการและมีมาตรฐานในหรือนอกที่พักมีให้บริการ เช่น สปา นวดแผนไทย ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม เป็นต้น </li></ul>
  6. 7. รายงานสรุปการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ <ul><li>จากการที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย ( Medical Hub of Asia) ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจบริการรักษาพยาบาล ธุรกิจส่งเสริมสุขภาพ และธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรไทยนั้น ธุรกิจบริการรักษาพยาบาล ถือเป็นธุรกิจหลักที่สำคัญ โดยมีผู้ประกอบการหลัก คือ โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการถึง 256 ราย โดยเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีศักยภาพในการรองรับผู้ใช้บริการชาวต่างประเทศมากกว่า 100 แห่ง ทั้งนี้ จากการรวบรวมสถิติชาวต่างประเทศที่เข้ามารับบริการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา พบว่ามีชาวต่างประเทศที่เข้ามารับบริการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากและมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2550 มีชาวต่างประเทศเข้ามาใช้บริการรักษาพยาบาลในประเทศไทยถึง 1.42 ล้านราย และสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นมูลค่าถึง 37,300 ล้านบาท นอกจากนี้ธุรกิจบริการรักษาพยาบาลยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจบริการด้านอื่นๆ รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้วย อาทิ ธุรกิจยา ธุรกิจอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ รวมทั้งเกิดการสร้างอาชีพกระจายรายได้ และการจ้างงานในสาขาวิชาชีพต่างๆ เนื่องจากเป็นธุรกิจบริการที่ส่วนใหญ่ต้องใช้กำลังคนดำเนินการทั้งสิ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจดังกล่าว จึงได้มีการวิจัยเพื่อศึกษาโครงสร้างการลงทุนธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และในส่วนของธุรกิจเชื่อมโยง เพื่อให้ได้ข้อมูลในการวางแผนกำหนดกลยุทธ์ และกำหนดนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมต่อไป </li></ul>
  7. 8. สถานการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย <ul><li>สถานการณ์ภาพรวมของธุรกิจบริการสุขภาพในปี พ . ศ . 2550 มีชาวต่างประเทศที่มารับบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนของไทย 1.42 ล้านคน สร้างรายได้เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 37,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว 26,205 บาท หรือ 1,081 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ชาวต่างประเทศที่ใช้บริการทางการแพทย์จำนวน 814,591 คน หรือร้อยละ 57.23 เป็นชาวต่างประเทศที่มาพำนักหรือทำงานในประเทศไทย ขณะที่ร้อยละ 42.77 หรือชาวต่างประเทศจำนวน 608,827 คนเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาเมืองไทย ซึ่งประมาณการได้ว่าเป็นชาวต่างประเทศที่ตั้งใจเดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยประมาณร้อยละ 75 หรือประมาณ 456,620 คน และที่เหลืออีกร้อยละ 25 หรือประมาณ 152,207 คน เป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการเนื่องจากเกิดเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างการท่องเที่ยวในเมืองไทย </li></ul>
  8. 9. แนวโน้มตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย <ul><li>จากการวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโต ( Trend Analysis) ของจำนวนชาวต่างประเทศที่เข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทย สามารถพยากรณ์ได้ว่าในปี พ . ศ . 2553 จะมีชาวต่างประเทศเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ประมาณ 1,777,729 คน คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย ( CAGR) ระหว่างปี พ . ศ . 2550-2553 ร้อยละ 5.71 ในอนาคต 2-3 ปีข้างหน้า (2552-2554) คาดว่ายังไม่มีการก่อสร้างโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ การขยายอุตสาหกรรมในช่วงนี้มีเพียงการปรับปรุงสถานที่ และการพัฒนาด้านการบริการให้เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น รวมทั้งการขยายตัวในรูปของคลินิก หรือโรงพยาบาลขนาดเล็กที่เน้นการรักษาเฉพาะด้าน อาทิ ด้านเวชศาสตร์ความงาม เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เป็นต้น </li></ul>
  9. 10. โอกาสในการลงทุนธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่ที่มีศักยภาพ <ul><li>จากการดำเนินนโยบายการเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย หรือ &quot; เมดิคอลฮับ &quot; ในประเทศไทย โดยมีพื้นที่นำร่องในปี พ . ศ . 2547 คือ จังหวัดกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และเกาะสมุย ( สุราษฎร์ธานี ) ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของไทยนั้น ในปัจจุบันการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังคงหนาแน่นอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักเช่นเดิม ทั้งนี้รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวหลักที่พัทยา ( ชลบุรี ) และ    หัวหิน ( ประจวบคีรีขันธ์ ) ที่มีชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวและใช้บริการด้านสุขภาพจำนวนมาก </li></ul><ul><li>ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักมีโรงพยาบาลเอกชนที่มีศักยภาพตั้งอยู่มากถึง 92 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70 ของโรงพยาบาลที่มีศักยภาพทั้งหมด โดยมีสัดส่วนการลงทุนจากต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักมากที่สุด ขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยวชายแดนไม่มีการลงทุนจากต่างชาติ </li></ul><ul><li>จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ( BOI) พบว่า มีโรงพยาบาลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2540 ถึงปัจจุบัน รวม 21 ราย มีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น 9,696.74 ล้านบาท โดยในปี พ . ศ . 2547 มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดถึง 3,147.10 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตมากกว่า 300% ทั้งนี้เนื่องจากเป็นปีที่รัฐบาลเริ่มจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย ทั้งนี้ร้อยละ 80 ของมูลค่าการลงทุนรวมของโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ส่วนที่เหลือร้อยละ 20 อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวรองขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยวชายแดนยังไม่มีโรงพยาบาลเอกชนใดได้รับการส่งเสริมการลงทุน </li></ul>
  10. 11. โอกาสลงทุนในพื้นที่หลัก <ul><li>ผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า โอกาสในการลงทุนยังคงกระจายอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง มีปัจจัยแวดล้อมสนับสนุนการลงทุน เช่น ประชากรมีฐานะทางเศรษฐกิจดี มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของพื้นที่จำนวนมาก มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก การคมนาคม ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคเป็นต้น โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีโรงพยาบาลเอกชนกระจุกตัวอยู่จำนวนมาก คาดว่าแนวโน้มการลงทุนจะมีโอกาสกระจายตัวไปสู่พื้นที่ท่องเที่ยวหลักอื่นๆ เช่น โครงการสร้างโรงพยาบาลขนาดเล็กของโรงพยาบาลกรุงเทพ ในพื้นที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น </li></ul>
  11. 12. โอกาสการลงทุนในพื้นที่ท่องเที่ยวรองและชายแดน <ul><li>ผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนมีความเห็นว่าการลงทุนของธุรกิจโรงพยาบาลในพื้นที่ท่องเที่ยวรองมีศักยภาพปานกลาง ขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยวชายแดนมีศักยภาพค่อนข้างต่ำ  ทั้งนี้พื้นที่ท่องเที่ยวรองที่มีศักยภาพนั้นมักเป็นพื้นที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ท่องเที่ยวหลักที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวหรือการลงทุน โดยเป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรมหรือเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ถึง 5 แห่ง และมีเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานครที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก และพื้นที่เศรษฐกิจ </li></ul>
  12. 13. ธุรกิจที่มีโอกาสในการลงทุน <ul><li>วิวัฒนาการทางการแพทย์ที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโตอีกสาขาหนึ่ง คือ การแพทย์เชิงป้องกัน ( Preventive Medicine) ซึ่งเน้นการป้องกันและดูแลสุขภาพก่อนที่จะเป็นโรคใดๆ ซึ่งการแพทย์เชิงป้องกันที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทั้งในสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงประเทศไทย ได้แก่ การแพทย์ทางเลือก ส่งผลให้โรงพยาบาลมีแนวโน้มเปิดให้บริการแพทย์ทางเลือกที่สามารถบำบัดควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น </li></ul><ul><li>ธุรกิจเชื่อมโยงที่มีแนวโน้มเติบโตได้อีก ได้แก่ ธุรกิจบริษัทตัวแทน / ที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ( Health Agency)   เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างการบริการระหว่างโรงพยาบาลกับลูกค้าชาวต่างประเทศ โดยทำหน้าที่ติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกในการนำลูกค้าชาวต่างประเทศเข้ามารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล อีกทั้งยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวต่างประเทศที่ต้องการใช้บริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ดูแลจัดการเดินทาง แนะนำโรงพยาบาลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นัดหมายแพทย์เพื่อทำการรักษา รวมถึงการให้บริการเสริมด้านต่างๆ เช่น บริการจัดหาที่พัก บริการรถรับ - ส่ง และบริการนำเที่ยวอีกด้วย </li></ul><ul><li>ขณะที่รูปแบบการลงทุนในธุรกิจเชื่อมโยงที่มีศักยภาพ สามารถลงทุนได้ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักและพื้นที่ท่องเที่ยวรอง ได้แก่ ธุรกิจสถานบริการเพื่อสุขภาพขนาดเล็กแบบครบวงจร ( Mini Compact) โดยผนวกบริการด้าน Medical และ Wellness เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งอาจเข้าไปตั้งอยู่ตามแหล่งช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ หรือ Office Building ต่างๆ เพื่อความสะดวกของผู้บริโภคและเพิ่มความคล่องตัวในการเลือกใช้บริการ </li></ul>
  13. 14. กิจกรรมท่องเที่ยว <ul><li>ล่องเรือ </li></ul><ul><li>การล่องเรือชมวิถีชีวิตและธรรมชาติสองฝั่งน้ำเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของไทย ที่มีแม่น้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถนั่งชมภูมิทัศน์สองฝั่ง และสังเกตดูชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของผู้คนในชุมชนที่เรือล่องผ่านอย่างใกล้ชิด การล่องเรือเที่ยวไม่ได้ทำเพียงในแม่น้ำลำคลองเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงในบริเวณอ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบและในท้องทะเลด้วย แหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมล่องเรือในประเทศไทยนั้นมีมากหมายหลายแห่ง ที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ก็คือแม่ลำคลองสายสำคัญต่างๆ ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง การนั่งเรือท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนที่เขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงการล่องเรือในอ่าวพังงา ซึ่งมีให้เลือกทั้งเรือลำเล็กไปจนถึงเรือสำเภาโบราณ </li></ul>
  14. 16. <ul><li>กอล์ฟ </li></ul><ul><li> กอล์ฟเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในประเทศไทยมีสนามกอล์ฟที่ได้มาตรฐานระดับโลกอยู่หลายแห่ง ซึ่งได้รับการยอมรับให้จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ระดับนานาชาติหลายรายการ เช่น The Royal Trophy 2009 ซึ่งเป็นการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ที่สุดในประเทศ ระหว่างทีมนักกอล์ฟระดับโลกจากเอเชียและยุโรป ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ LPGA 2009 &quot;Honda LPGA Thailand 2009&quot; ซึ่งเป็นรายการแข่งขันกอล์ฟหญิงระดับโลก ด้วยมาตรฐานด้านสนามและการบริการอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงทำให้สนามกอล์ฟในประเทศไทยเป็นที่น่าสนใจ ดึงดูดนักกอล์ฟจากทั่วโลกให้เดินทางมาท่องเที่ยวและเล่นกอล์ฟ ซึ่งถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม และเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้จำนวนมากเข้ามายังประเทศ ตลอดจนทำให้เกิดการตื่นตัวในหมู่นักกอล์ฟไทยหน้าใหม่ ให้หันมาเล่นกอล์ฟในสนามมาตรฐานที่มีอยู่ทั่วประเทศ สนามกอล์ฟที่ได้รับความนิยมในหมู่นักกอล์ฟชาวไทยมีอยู่มากมาย สำหรับสนามที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ก็เช่น สยาม คันทรี คลับ พัทยาโอลด์ คอร์ส จังหวัดชลบุรี สยามคันทรี คลับ พัทยา แพลนเทชั่น จังหวัดชลบุรี อัลไพน์ กอล์ฟ คลับ จังหวัดปทุมธานี ปาล์ม ฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ จังหวัดเพชรบุรี ราชคราม กอล์ฟ คลับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น </li></ul>
  15. 17. <ul><li>การทำสมาธิ </li></ul><ul><li> การท่องเที่ยวไม่ได้หมายความถึงการเดินทางไปพบความสนุกสนาน ตื่นเต้น และความแปลกใหม่ในสถานที่ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังรวมความไปถึงการเดินทางเพื่อไปพบความสงบ ร่มเย็น และทำให้ใจสุขสงบ เช่น การเดินทางไปนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม ในวัด สำนักสงฆ์ หรือสถานปฏิบัติธรรม ที่มีอยู่มากมายในเมืองไทย ปัจจุบัน การเดินทางบนเส้นทางบุญเช่นนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มคนไทยหลากหลายวัย ไม่เฉพาะเพียงผู้เฒ่าผู้แก่เท่านั้นที่จะก้าวเข้าวัดเพื่อปฏิบัติธรรม เด็กรุ่นใหม่และหนุ่มสาววัยทำงานก็มักใช้ช่วงเวลาในวันหยุดเทศกาล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา ไปนุ่งขาวห่มขาว ถือศีล ปฏิบัติธรรม กันด้วยความเต็มอกเต็มใจ และเต็มอิ่มทางบุญกลับมาทุกครั้ง สถานปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิมีอยู่มากมาย ในกรุงเทพฯ ก็เช่น วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน เสถียรธรรมสถาน เขตบางเขน ฯลฯ ส่วนในต่างจังหวัด เช่น วัดสุนันทวนาราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น </li></ul>
  16. 18. <ul><li>กิจกรรมกลางแจ้งและผจญภัยบนบก </li></ul><ul><li> วันหยุดจะเป็นวันแสนพิเศษทันทีเมื่อคุณก้าวเข้าไปสู่โลกแห่งการผจญภัยอันเต็มไปด้วยความสนุกและท้าทาย ซึ่งไม่ว่าคุณจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ใด ทั่วทุกภาคของไทยก็มีกิจกรรมทางบกหลายประเภทให้เลือกทำ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ยานพาหนะ หากได้ขับรถโฟร์วีลล์ไปตามแหล่งธรรมชาติ นั่นนับเป็นการท่องเที่ยวที่ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ และถ้าอยากใกล้ชิดยิ่งกว่านั้น พาหนะสองล้อประหยัดพลังงานอย่างจักรยานเสือภูเขาคือตัวเลือกที่ดียิ่งกว่า นอกจากนี้การนั่งบนหลังช้างหรือขี่ม้าเพื่อชื่นชมวิวสวยจากมุมสูง รวมทั้งการเดินป่าก็เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน ส่วนผู้ที่รักความท้าทาย กิจกรรมสุดขั้วหลายประเภท เช่น การปีนหน้าผา โรยตัว สำรวจถ้ำ กระโดดบันจี้จัมพ์ ฯลฯ เปรียบเสมือนสีสันที่จะแต่งแต้มชีวิตให้เต็มไปด้วยความสดใส คึกคัก และถ้าทำกิจกรรมสุดสนุกเหล่านี้ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ช่วงเวลาของการพักผ่อนนี้ก็จะเต็มไปด้วยความครึกครื้นอย่างแท้จริง </li></ul><ul><li>หมวดหมู่กิจกรรมกลางแจ้งและผจญภัยทางบก </li></ul><ul><ul><li>โฟร์วีลไดรฟ์และออฟโรด </li></ul></ul><ul><ul><li>ปีนหน้าผา </li></ul></ul><ul><ul><li>สำรวจถ้ำ </li></ul></ul><ul><ul><li>เพนต์บอล </li></ul></ul><ul><ul><li>โรยตัว บันจี้จัมพ์ </li></ul></ul><ul><ul><li>ขี่ม้า </li></ul></ul><ul><ul><li>ขี่ช้าง </li></ul></ul><ul><ul><li>เดินป่า </li></ul></ul><ul><ul><li>จักรยาน </li></ul></ul><ul><ul><li>จักรยานเสือภูเขา </li></ul></ul>
  17. 19. <ul><li>กิจกรรมกลางแจ้งและผจญภัยทางน้ำ </li></ul><ul><li> หาดทราย ชายทะเลของเมืองไทยขึ้นชื่อลือเลื่องเรื่องความงดงามไปทั่วโลก ถือว่าเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ทำกิจกรรมของนักท่องเที่ยวผู้หลงใหลกลิ่นอายสายลมของท้องทะเล ในประเทศไทยมีชายหาดที่สวยงามอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละแห่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามสภาพภูมิประเทศ บางแห่งมีเม็ดทรายขาวละเอียด และบางแห่งเม็ดทรายอาจหยาบแดง แต่สิ่งที่ชายหาดแต่ละแห่งมีเหมือนกัน นั่นก็คือเป็นแหล่งรวมกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกัน กิจกรรมบนชายหาดที่โดดเด่นมีตั้งแต่การพักผ่อนหย่อนใจ เช่น การนอนอาบแดด นั่งอ่านหนังสือ เล่นน้ำทะเล ส่วนกิจกรรมกีฬาชนิดต่างๆ ก็มีให้เล่นมากมาย เช่น วอลเลย์บอล ฟุตบอล ฟริสบี ด้านกิจกรรมบันเทิงริมหาดก็มีไม่น้อยไปกว่ากัน เช่น ดินเนอร์ริมหาด ปาร์ตี้ฟูลมูนหาดริ้น ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เป็นต้น ชายหาดยอดนิยมที่คนรักทะเลไม่ควรพลาด มีทั้งหาดใกล้กรุง เช่น บางแสน จังหวัดชลบุรี พัทยา จังหวัดชลบุรี แหลมแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชายหาดสวยๆ ไกลลงไปทางภาคใต้ เช่น หาดทรายรี จังหวัดชุมพร หาดเฉวง เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี หาดนพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่ หาดสมิหลา จังหวัดสงขลา เป็นต้น </li></ul><ul><li>หมวดหมู่กิจกรรมกลางแจ้งและผจญภัยทางน้ำ </li></ul>
  18. 20. <ul><li>สปา </li></ul><ul><li> สปาคือศาสตร์แห่งการปรับร่างกายกับอารมณ์ให้สมดุลกัน ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งนับเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สปาในเมืองไทยนั้นโดดเด่นด้วยการนำสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้น ตะไคร้ ฯลฯ มาเป็นส่วนผสมของน้ำมันหอม ลูกประคบ นอกจากการนวดด้วยน้ำมันหอมแล้ว สปาไทยยังมีทรีตเมนต์อื่นๆ เช่น การใช้น้ำบำบัด การนวดไทยแผนโบราณ การอบตัว การขัดตัว การพอกตัว การทำสมาธิ การออกกำลังกาย และการควบคุมโภชนาการด้านอาหาร ตลอดจนการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ เข้ามาประกอบ จนทำให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัว สปาไทยได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสปาในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด แต่ละแห่งจะมีการปรับเปลี่ยนสูตรสปาให้สอดคล้องกับภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม และภูมิประเทศ เช่น ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ผสมผสานวัฒนธรรมอันอ่อนโยนด้วยมิตรไมตรีแบบไทย เป็นเสน่ห์ที่ผู้มาใช้บริการทุกคนล้วนประทับใจ นอกจากการบริการแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในสปาไทย เช่น สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู น้ำมันนวด เกลือขัดผิว ลูกประคบ ก็ได้รับความนิยม และสร้างรายได้เข้าประเทศได้อีกทางหนึ่ง </li></ul>

×