โครงงานคอมพิวเตอร์

908 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
908
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
4
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โครงงานคอมพิวเตอร์

  1. 1.  โครงงานคอมพิวเตอร์ เป็ นกิจกรรม อิสระที่ผเู ้ รี ยนสามารถเลือก ศึกษาตามความสนใจ โดใช้ทกษะ ตลอดจนประสบการณ์ของผูเ้ รี ยน ั ด้านคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ในการแก้ปัญหาต่างๆ ผูเ้ รี ยนจะต้อง วางแผนดาเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม หรื ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
  2. 2. กระบวนการทางาน โครงงานคอมพิวเตอร์จะต้องมีกระบวนการทางานหรื อขั้นตอนใน การทาโครงงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งแบ่งตามลักษณะของชิ้นงาน ที่ได้จากโครงงานเป็ น 2 ประเภท คือ กระบวนการทางานที่เกี่ยวกับ ฮาร์ดแวร์ และกระบวนการที่เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เป็ นองค์ประกอบสาคัญในระบบคอมพิวเตอร์
  3. 3.  กระบวนการทางานที่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ มีลกษณะเป็ นเครื่ องมือหรื อ ั อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อหรื ออุปกรณ์ที่ส่งเสริ ม การทางานของคอมพิวเตอร์ กระบวนการทางานที่เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ มีลกษณะเป็ นโปรแกรม ั หรื อซอฟต์แวร์ที่สร้างและใช้งานร่ วมกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่สามารถ จับต้องหรื อมองเห็นได้เหมือนโครงงานคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับ ฮาร์ดแวร์
  4. 4. ความคิดสร้ างสรรค์ ลักษณะสาคัญอย่างหนึ่งของโครงงานคอมพิวเตอร์ คือ ภาระงาน ชิ้นงาน หรื อกิจกรรมต่างๆ นั้นจะต้องมีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์ ผูทาโครงงานควรเป็ นผูเ้ ลือกหัวข้อหรื อเรื่ องที่จะทาโครงงานด้วย ้ ตนเอง โดยโครงงานคอมพิวเตอร์ที่ทาต้องไม่ซ้ าหรื อมีผอื่นทาไว้แล้ว ู้ เพื่อให้เกิดภาระงาน ชิ้นงาน หรื อกิจกรรมใหม่ๆ
  5. 5. การปฏิบัติงาน ผูทาโครงงานจะต้องเป็ นผูปฏิบติภาระงาน ชิ้นงาน หรื อกิจกรรม ้ ้ ั ต่างๆ นั้นด้วยตนเอง โดยจะต้องใช้ความรู ้ ความสามารถ และ ประสบการณ์ท้ งหมด ดังนั้นผูทาโครงงานจึงควรเลือกทาโครงงานที่ ั ้ ตนเองถนัดและสนใจ เพื่อให้สามารถทาโครงงานได้อย่างมี ประสิ ทธิภาพ
  6. 6. การวางแผน การสรุ ป และการนาเสนอผลงาน การวางแผนเพือดาเนินการอย่างมีข้นตอน มีการสรุ ปว่าผูทาโครงงาน ่ ั ้ เละผูอื่นได้รับอะไรจากการทาโครงงาน มีขอผิดพลาดในการทา ้ ้ โครงงานนี้อย่างไรบ้าง และจะต้องนาเสนอภาระงาน ชิ้นงาน หรื อ กิจกรรมนั้นๆแก่สาธารณะ
  7. 7. ความหมายและคุณค่าของการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีผลกระทบต่อความเจริ ญก้าวหน้าของทุก ๆ สังคมในโลกปัจจุบนนี้ เทคโนโลยีดานนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง ั ้ รวดเร็ ว จึงเป็ นเรื่ องยากที่ประชาชนจะคอยติดตามความก้าวหน้าอยู่ ตลอดเวลาและเป็ นสิ่ ง ที่ไม่เกิดประโยชน์คุมค่าอีกด้วย ดังนั้น ้ การศึกษาเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์จึงต้องศึกษาหลักการและ เนื้อหาพื้น ฐานเป็ นสาคัญ การศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็ นสิ่ งจาเป็ นเสมือนกับ การศึกษาวิทยา ศาสตร์ธรรมชาติ คอมพิวเตอร์ได้เปลี่ยนแปลงโลก ของเราในด้านต่าง ๆ มากมายได้แก่
  8. 8.  - สังคมโดยส่ วนใหญ่เปลี่ยนจากสังคมอุตสาหกรรมเป็ น สังคมสารสนเทศ ่ ั - การตัดสิ นใจในเรื่ องต่าง ๆ มักขึ้นอยูกบข้อมูลซึ่งได้จากระบบ คอมพิวเตอร์ - คอมพิวเตอร์กลายเป็ นเครื่ องมือที่สาคัญแทนเครื่ องมืออื่น ๆ ใน อดีต เช่น เครื่ องพิมพ์ดีด เครื่ องคิดเลขเป็ นต้น - คอมพิวเตอร์ถูกใช้ในการออกแบบสถานการณ์หรื อปัญหาที่ ซับซ้อนต่าง ๆ - คอมพิวเตอร์เป็ นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการติดต่อสื่ อสารของโลก ปัจจุบน ั
  9. 9.  นักเรี ยนในระดับมัธยมศึกษาเรี ยนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเพื่อความเข้า ใจความ เป็ นไปของธรรมชาติในโลก ในทานองเดียวกันนักเรี ยนต้องเรี ยน วิชาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อความเข้า ใจในสังคม เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรมของสังคมต่าง ๆ ในยุคสารสนเทศ เนื้อหาวิชาทางด้านเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ในโรงเรี ยนระดับมัธยมศึกษามีเป้ า หมายที่จะพัฒนานักเรี ยนให้ มีความรู ้ความเข้าใจในวิทยาการของคอมพิวเตอร์และ มีความสามารถในการ พัฒนาโปรแกรมได้ ดังนั้นการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์จะเป็ นสิ่ งที่ทาให้ นักเรี ยนสามารถบรรลุ เป้ าหมายได้อย่างสมบูรณ์จุดมุ่งหมายที่สาคัญประการ หนึ่งของการเรี ยนการสอน คอมพิวเตอร์ในโรงเรี ยน คือการที่นกเรี ยนได้มี ั โอกาสฝึ กความสามารถในการนาความรู ้เกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ไปใช้ในการ แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้าหาความรู ้ต่าง ๆ ได้ดวยตนเอง ซึ่ง ้ วิธีการที่มีประสิ ทธิภาพมากวิธีหนึ่งคือการที่นกเรี ยนได้มีโอกาสทาโครง ั งานคอมพิวเตอร์
  10. 10.  โครงงานคอมพิวเตอร์เป็ นงานวิจยในระดับนักเรี ยน เป็ นการใช้ ั ่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีอยูในการศึกษา ทดลอง แก้ปัญหา ต่าง ๆ เพื่อนาผลที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริ ง หรื อใช้เพื่อช่วยสร้างสื่ อ เพื่อเสริ มการเรี ยนให้ได้ดีมีประสิ ทธิภาพยิงขึ้น โครงงาน ่ คอมพิวเตอร์จึงเป็ นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นกเรี ยนได้ ั เรี ยน รู ้และฝึ กฝนการใช้ทกษะการใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์และ ั ซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเครื่ องมือต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา รวมทั้งการ พัฒนาการสร้างผลงานจริ งอีกด้วย
  11. 11.  โครงงานคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาเป็ นกิจกรรมการเรี ยน ที่นกเรี ยน มี อิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนสนใจ ซึ่งอาจเป็ น ั ปัญหาที่ตองใช้ความรู ้ กระบวนการทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่ อง ้ คอมพิวเตอร์และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนา โครงงาน โครงงานบางเรื่ องอาจต้องการวัสดุอุปกรณ์นอกเหนือจาก ที่มีอยู่ ซึ่งนักเรี ยนจะต้องคิดออกแบบสร้างขึ้น หรื อดัดแปลงเพื่อใช้ งานได้ตรงกับความต้องการ โดยในการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ่ จะอยูภายใต้การดูแลและให้คาปรึ กษาของครู ใน สาขาวิชา คอมพิวเตอร์หรื อต่างสาขาวิชารวมทั้งผูทรงคุณวุฒิดานต่าง ๆ ด้วย ้ ้
  12. 12.  โครงงานคอมพิวเตอร์ที่จะทาในระดับมัธยมศึกษาควรเป็ นประเด็น หรื อปัญหาที่ นัก เรี ยนสนใจใคร่ รู้ และสามารถใช้ความรู ้ ทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ในระดับของนักเรี ยน เพื่อคิดแนวทางในการ แก้ปัญหาและการพัฒนาโปรแกรม เพื่อให้โครงงานคอมพิวเตอร์น้ น ั มีคุณค่ายิง อย่างไรก็ตาม เรื่ องที่นกเรี ยนสนใจและคิดที่จะทา ่ ั โครงงานอาจมีผสนใจทามาก่อน หรื อเป็ นเรื่ องที่นกพัฒนาโปรแกรม ู้ ั ได้เคยค้นคว้าและพัฒนามาแล้ว แต่นกเรี ยนก็ยงสามารถทาโครงงาน ั ั ดังกล่าวได้ เพียงแต่คิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษาวิเคราะห์ขอมูล ้ การพัฒนาโปรแกรม หรื อศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผรายงาน ู้ ไว้
  13. 13. กิจกรรมที่จดว่ าเป็ นโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรมีองค์ ประกอบหลัก ัดังต่ อไปนี้ - เป็ นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์และเครื่ องคอมพิวเตอร์ -นักเรี ยนเป็ นผูริเริ่ มและเลือกเรื่ องที่จะศึกษาค้นคว้าพัฒนาด้วยตนเอง ้ ตามความสนใจและระดับความรู ้ความสามารถ - นักเรี ยนเป็ นผูวางแผนในการศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนการพัฒนาเก็บ ้ รวบรวมข้อมูลหรื อประดิษฐ์คิดค้น รวมทั้งการสรุ ปผล และการ นาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมีครู อาจารย์หรื อ ผูทรงคุณวุฒิเป็ นผูให้คาปรึ กษา ้ ้
  14. 14.  โครงงานคอมพิวเตอร์มีของเขตกว้างขวางมาก ตั้งแต่เรื่ องที่ง่าย ๆ ไป ุ่ จนถึงเรื่ องที่ยงยากซับซ้อน โครงงานคอมพิวเตอร์บางเรื่ องอาจใช้ เวลาสั้นในการพัฒนา จนถึงเรื่ องที่ใช้เวลาเป็ นภาคเรี ยนหรื อปี การศึกษา โครงงานคอมพิวเตอร์บางเรื่ องเสี ยค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย จนถึงนับพันบาท นักเรี ยนจึงควรศึกษารายละเอียดและงบประมาณ ต่างๆ ของโครงงานก่อน จึงค่อยเลือกทาโครงงานที่เหมาะสมกับ ระดับความรู ้ ความสามารถ และความสนใจของนักเรี ยน โดยทัว ๆ ่ ไป การทาโครงงานคอมพิวเตอร์จดเป็ นส่ วนหนึ่งของการเรี ยนการ ั สอนรายวิชา คอมพิวเตอร์ทุกระดับการศึกษา โดยอาจจะทาเป็ นกลุ่ม ่ ั หรอทาเป็ นรายบุคคล ทั้งนี้ข้ ึนอยูกบ
  15. 15.  ความสนใจของนักเรี ยนแต่ละคนแต่ละกลุ่มเป็ นสาคัญจุดมุ่ง หมาย ่ สาคัญของการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยูที่การส่ งเข้าประกวด เพื่อรับ รางวัล แต่เป็ นโอกาสที่นกเรี ยนจะได้ประสบการณ์ตรงใน ั การใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้าหา ความรู ้ต่าง ๆ ตลอดจนการแสดงผลงานของตนเองเพื่อให้นกเรี ยนั ผูปกครองและผูที่สนใจในชุมชนเมื่อมีการจัดกิจกรรมของโรงเรี ยน ้ ้ หรื องานอื่น ๆการทาโครงงานคอมพิวเตอร์และการจัดงานแสดง โครงงานจะมีคุณค่าต่อการฝึ กฝนให้ นักเรี ยนมีความรู ้ ความชานาญ และมีความมันใจในการนาระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ่ ประดิษฐ์คิดค้นหรื อค้นคว้าหาความรู ้ต่าง ๆ ด้วยตนเองและยังมี คุณค่าอื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้
  16. 16.  1)สร้างความสานึกและความรับผิดชอบในการศึกษาและพัฒนาระบบด้วย ตนเอง 2)เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้พฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของ ั ั ตนเอง 3)เปิ ดโอกาสให้นกเรี ยนได้ศึกษา ค้นคว้า และเรี ยนรู้ในเรื่ องที่นกเรี ยนสนใจได้ ั ั ลึกซึ้ งกว่าการเรี ยนในห้องตามปกติ 4)ส่ งเสริ มและพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสิ นใจ รวมทั้งการ สื่ อสารระหว่างกัน 5)กระตุนให้นกเรี ยนมีความสนใจในการเรี ยนวิชาสาขาคอมพิวเตอร์และมีความ ้ ั สนใจที่จะประกอบอาชีพทางด้านนี้ 6)ส่ งเสริ มให้นกเรี ยนได้ใช้เวลาอย่างเป็ นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ั 7)สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรี ยนกับครู และชุมชนรวมทั้งส่ งเสริ มให้ชุมชน สนใจคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
  17. 17.  8)เป็ นการบูรณาการเอาความรู ้จากวิชาต่างๆที่ได้รับมาจัดทาผสมผสาน กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็ นโครงงานเพื่อนาเสนอต่อชุมชน การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ น้ นนักเรี ยนควรมีความรู ้พ้นฐานเกี่ยวกับ ั ื การทางานของเครื่ องคอมพิวเตอร์ เหตุผลที่ใช้ในการแก้ปัญหา กระบวนการแก้ปัญหาหลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นและการแทน ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเริ่ มทาโครงงานและใช้ความรู ้ดงกล่าวเป็ น ั พื้นฐานในการสร้างความรู ้ใหม่ในโครงงาน คอมพิวเตอร์ โดยในการทา โครงงานนักเรี ยนอาจจะมีโอกาสได้ทาความรู ้จกกับความรู ้ใหม่เพิ่มเติม ั อีกด้วย เช่น ปั ญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ฐานข้อมูล (Database) และการสื บค้นข้อมูล (Information Retrieval)เป็ นต้นซึ่ งจะ ่ ั ขึ้นอยูกบหัวข้อที่นกเรี ยนเลือกทาโครงงาน ั
  18. 18. ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ 1.คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ 2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล 3. จัดทาเค้าโครงของโครงงาน 4. การลงมือทาโครงงาน 5. การเขียนรายงาน 6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน
  19. 19. ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ การเลือกโครงงาน เป็ นขั้นตอนแรกที่สาคัญมากขั้นตอนหนึ่งในการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ การเลือกโครงงานผูทาควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ ้ ความรู ้ ความสามารถ และประสบการณ์ของผูทาโครงงาน ้ ความถนัดและความสนใจของผูทาโครงงาน ้ ประโยชน์ที่ได้รับ ความคิดสร้างสรรค์ ระยะเวลาในการทาโครงงาน ค่าใช้จ่ายในการทาโครงงาน ความปลอดภัย ค่านิ ยมของสังคม ความเป็ นไปได้
  20. 20.  การศึกษาค้นคว้า เมื่อผูทาได้เลือกโครงงานที่ตองการทาได้แล้ว ผูทา ้ ้ ้ จะต้องศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโครงงานนั้น โดยแยกหัวข้อของข้อมูล แหล่งค้อนข้อมูล และระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า เพื่อใช้เป็ น แนวทางในการศึกษาค้นคว้า การจัดทาโครงร่ าง เมื่อผูทาได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับโครงงาน ้ แล้ว ผูทาจะต้องจัดทาโครงร่ างของโครงงานที่ตองการทาเพือ ้ ้ ่ นาเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึ กษา และกาหนดรายละเอียดของโครงงาน การทาโครงงาน เมื่อโครงร่ างของโครงงานที่เสนอต่ออาจารย์ที่ ปรึ กษาได้รับความเห็นชอบว่าเหมาะสม สามารถปฏิบติได้จริ งแล้ว ั ผูทาโครงงานจึงปฏิบติหรื อทาโครงงานตามที่ได้นาเสนอไว้ในโครง ้ ั ร่ างของโครงงานนั้น โดยระหว่างการทาโครงงานหากพบปัญหาก็ สามารถปรึ กษาเพื่อขอคาแนะนาจากอาจารย์ที่ปรึ กษาเพื่อตรวจสอบ โครงงานเป็ นระยะๆ ตลอดระยะเวลาที่ทาโครงงาน
  21. 21.  การทารายงาน เป็ นการรวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับโครงงาน โดยผูทา้ โครงงานสามารถนาโครงร่ างของโครงงานที่จดทาไว้มาปรับปรุ ง ั ตามความเป็ นจริ ง โดยแบ่งรายงานเป็ น 9 บท การนาเสนอผลงาน เป็ นการนาภาระงาน ชิ้นงาน หรื อกิจกรรมของ โครงงานที่ได้ทาไว้ไปเผยแพร่ ให้แก่ผอ่ืนหรื อสาธารณชนได้รับรู ้ ู้ เพื่อพัฒนาและใช้โครงงานในชีวตประจาวันต่อไป ิ
  22. 22. เค้ าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ 1. ชื่อโครงงาน ถ้าเป็ นโครงงานเกี่ยวกับเว็บไซต์ ใช้ชื่อโครงงานว่า การพัฒนา เว็บไซต์ เรื่ อง ............ ข้างต้น ได้แก่ โครงงานพัฒนาสื่ อเพื่อการศึกษา โครงงานพัฒนาเครื่ องมือ โครงงาน ประเภทการทดลองทฤษฎี โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน และโครงงานพัฒนาเกม 2. ชื่อ สกุล ผูทาโครงงาน ้ 3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึ กษาโครงงาน 4. ระยะเวลาดาเนินงาน ให้ระบุเวลาเป็ นจานวนวัน เป็ นต้น 5. แนวคิด ที่มา และความสาคัญ อธิบายว่าเหตุใดจึงเลือกทาโครงงานนี้ โครงงานนี้มี ความสาคัญอย่างไร เรื่ องที่ทาเป็ นเรื่ องใหม่หรื อมีผอ่ืนศึกษาค้นคว้ามาก่อนบ้างแล้ว ู้ ถ้ามีผอ่ืนศึกษามาก่อนแล้วผลที่ได้เป็ นอย่างไร และเรื่ องที่ทานี้จะขยายเพิมเติม ู้ ่ ปรับปรุ งจากเรื่ องที่ผอื่นทาไว้อย่างไร หรื อเป็ นการทาซ้ าเพื่อเพิ่มประสิ ทธิภาพของ ู้ ระบบ
  23. 23.  6. วัตถุประสงค์ หลักการเขียนต้องเขียนเป็ นข้อๆ และสัมพันธ์มาจากชื่อเรื่ อง ของโครงงาน 7. หลักการและทฤษฎี อธิ บายถึงหลักการและทฤษฎีที่เกี่ยว ข้องกับโครงงาน เช่น โครงงานพัฒนาเว็บไซต์ ควรจะกล่าวถึงองค์ประกอบในการออกแบบ เว็บไซต์และข้อผิดพลาดในการสร้างเว็บไซ ต์ เป็ นต้น 8. วิธีดาเนินงาน - อุปกรณ์ที่ตองใช้ ระบุวสดุอุปกรณ์ที่จาเป็ นต้องใช้มีอะไรบ้าง วัสดุ ้ ั ่ อุปกรณ์เหล่านั้นอยูที่ใด และมีชิ้นใดบ้างที่ตองจัดซื้ อหรื อหยิบยกมาจากที่ ้ ต่างๆ - กาหนดคุณลักษณะของผลงาน และเทคนิคที่ใช้ในการพัฒนา - แนวทางการศึกษาค้นคว้าและพัฒนา อธิ บายถึงกระบวนการแก้ปัญหาที่ ออกแบบไว้ และการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ การพัฒนา การทดสอบ และการ นาเสนอผลงาน
  24. 24.  9. งบประมาณที่ใช้ ่ 10. แผนปฏิบติงาน ใช้ระบุวา มีแผนหรื อขั้นตอนทาอะไรบ้าง แต่ละ ั ขั้นตอนใช้เวลากี่วน เป็ นต้น ั 11. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 12. เอกสารอ้างอิง
  25. 25. ประเภทของโครงงาน แบ่ งได้ เป็ น 5 ประเภท 1.โครงงานพัฒนาสื่ อเพื่อการศึกษาเป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ใน การผลิตสื่ อเพื่อการศึกษาเช่น โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ 2.โครงงานพัฒนาเครื่ องมือเป็ นโครงงานที่สร้างเครื่ องมือใช้สร้าง ่ งานส่ วนใหญ่จะอยูในรู ปของซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรู ป 3.โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎีเป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ ในการจาลองการทดลองของสาขาต่างๆ 4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้ งานในชีวิตประจาวัน 5. โครงงานพัฒนาเกม เพื่อความรู ้ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุ ก
  26. 26. บรรณานุกรม โครงงานคอมพิวเตอร์ , http://203.172.211.204/krusuriya/index.php?option=com_content& view=article&id=96&Itemid=75, วันที่คน 18 มิถุนายน 2555 ้
  27. 27. จัดทาโดย 1.นางสาว อรปรี ยา สงวนศักดิ์ เลขที่ 24 2.นางสาว ธนันยา กรี รัตน์ เลขที่ 26 3.นางสาว มานิดา ครุ ทนาค เลขที่ 27 4.นางสาว กนกกาญจน์ กรองจันทร์ เลขที่ 30 5.นางสาว ปั ทมา พรหมชนะ เลขที่ 31 6.นางสาว ภัคจิรา สรรสม เลขที่ 32 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/1

×