Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Com_21

1,526 views

Published on

12345

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Com_21

  1. 1. แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6 ปีการศึกษา 2557 ชื่อโครงงาน... ไม้แกะสลักของไทย ชื่อผู้ทาโครงงาน 1 นางสาวณัฐริกา อริวันนา เลขที่ 11 ชั้น ม.6ห้อง13 2 นายปิยรุจน์ ญาวิลาศ เลขที่ 21 ชั้น ม.6ห้อง13 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  2. 2. ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ คาชี้ แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) ไม้แกะสลักของไทย ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Woodcarving in Thailand สมาชิกในกลุ่ม 1 นางสาวณัฐริกา อริวันนา เลขที่ 11 2 ปิยรุจน์ ญาวิลาศ เลขที่ 21
  3. 3. ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน 1 นางสาวณัฐริกา อริวันนา เลขที่ 11 2 ปิยรุจน์ ญาวิลาศ เลขที่ 21 ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน 12 พฤศจิกายน 2557 – 22 มกราคม 2558
  4. 4. ที่มาและความสาคัญของโครงงาน งานไม้แกะสลักไทย เป็นงานศิลปกรรมที่เก่าแก่มีเอกลักษณ์และมีคุณค่าอย่างหนึ่ง เนื่องจาก ในอดีตผู้คนมีความผูกพันกับป่าไม้และป่าไม้มีจานวนมากในภาคเหนือ ผู้คนในชนบทจึงนาต้นไม้หรือ ท่อนไม้มาใช้แกะสลักเป็นลวดลายประดับอาคารบ้านเรือนในสมัยก่อนและจึงมีการพัฒนามาเป็นการ ประกอบอาชีพต่อมา จนถึงในปัจจุบันอาชีพการแกะสลักไม้ได้ค่อยลดลงเรื่อยๆเพราะป่าไม้มีจานวนลด น้อยลงและไม้หายาก ทาให้ในปัจจุบันผู้คนส่วนมากไม่ค่อยรู้จักถึงการแกะสลักไม้อย่างแท้จริง เราจึงเห็น ความสาคัญของศิลปะการแกะสลักไม้ เพราะเป็นศิลปะที่มีความงดงามและเป็นลักษณะเฉพาะของการ แกะสลักของไทยที่เดียวเท่านั้น และเป็นศิลปะที่ไม่ควรสูญหายไป เราควรจะมีการศึกษาถึงรายละเอียด การแกะสลักไม้ไทย เพื่อเผยแพร่ให้ผู้คนได้ศึกษาเกี่ยวกับการแกะสลักไม้ และยังเป็นการอนุรักษ์สืบสาน วัฒนธรรมและศิลปะการแกะสลักไม้อย่างหนึ่ง จึงเป็นที่มาของการจัดทาโครงงานเล่มนี้
  5. 5. วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาเรื่องศิลปหัตถกรรมเกี่ยวกับการแกะสลักไม้ 2.เพื่อเผยแพร่ความรู้ของการแกะสลักไม้ 3.เพื่อเป็นการอนุรักษ์การแกะสลักไม้ 4.เพื่อนาไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ ขอบเขตโครงงาน 1.ศึกษาประเภทของงานแกะสลัก 2.ศึกษาถึงวิธีการแกะสลักไม้
  6. 6. หลักการและทฤษฎี งานแกะสลักไม้ เป็นงานศิลปกรรมที่เก่าแก่ประเภทหนึ่งซึ่งมีการสรรค์สร้างอย่างสวยงาม และประณีตบรรจง ปรากฏอยู่ทุกยุคทุกสมัย ในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทยมีช่างแกะสลักที่มีฝีมือได้ สร้าง สรรค์ผลงานขึ้น มาเป็นจานวนมาก ช่างแกะสลักไม้ สามารถสืบทอด ศิลปะ วัฒนธรรม ที่สืบ ทอดมาจากบรรพบุรุษ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ของแต่ละชุมชนลงบนแผ่นไม้ อาทิ เช่น ศิลปะไม้ แกะสลักของล้านนา เป็นงานศิลปะที่เก่าแก่ มีเอกลักษณ์และมีคุณค่า จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมล้านนาที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ ค่านิยม ประเพณี การทามาหากิน ตลอดจนวิถีชีวิตของ ชาวล้านนา ที่ผูกพันอยู่กับธรรมชาติ ทุ่งนา ป่าไม้ ซึ่งจะพบเห็นกันได้ทั่วไปในปัจจุบันในสถานที่สาคัญ ทางศาสนา บ้านเรือนที่อยู่อาศัยหรือเครื่องใช้สอยในชีวิตประจาวัน
  7. 7. วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน 1.เลือกประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ 2.เลือกหัวข้อโครงงานที่น่าสนใจ 3.ศึกษาข้อมูลและค้นคว้าหาข้อมูลที่จะศึกษา 4.นาข้อมูลมาเรียบเรียงและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล 5.จัดทาข้อมูลในโปรแกรม Powerpoint 6.นาเสนอผลงานบน Slideshare
  8. 8. เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ 1.Computer 2.Internet งบประมาณ 20 บาท
  9. 9. ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 1 2 1 3 1 4 1 5 1 6 1 7 1 คิดหัวข้อโครงงาน √ 2 ศึกษาและค้นคว้า ข้อมูล √ 3 จัดทาโครงร่างงาน √ √ 4 ปฏิบัติการสร้าง โครงงาน √ √ √ 5 ปรับปรุงทดสอบ √ 6 การทา เอกสารรายงาน √ √ 7 ประเมินผลงาน √ 8 นาเสนอโครงงาน √
  10. 10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ โครงงานเกี่ยวกับโครงงานไม้แกะสลักจะทาให้เกิดการเผยแพร่แก่ผู้คนได้ศึกษาถึงการ แกะสลักไม้ในรูปแบบต่างๆ เพื่อนาไปประกอบอาชีพหรือใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน และ ยังเป็นการอนุรักษ์เกี่ยวกับศิลปะการแกะสลักไม้ของไทยได้อีกด้วย สถานที่ดาเนินงาน บ้านต้นแก้ว ตาบลน้าบ่อหลวง อาเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ กลุ่มสาระที่เกี่ยวข้อง การอาชีพและเทคโนโลยี
  11. 11. แหล่งอ้างอิง 1.http://research.pbru.ac.th/web/index.php?option=com_content&view=article&id=259&Itemid=187 2. http://www.siamwoodcarving.com/wood-carving/274/ 3. http://15103rutchaneewan.blogspot.com/ 4. http://elephantwoodcarving.blogspot.com/2012/10/blog-post_8158.html 5. http://xylography-purpy.blogspot.com/p/blog-page_7058.html
  12. 12. โครงงานไม้แกะสลักของไทย Woodcarving in Thailand
  13. 13. ประเภทของงานแกะสลัก ลักษณะลวดลายงานไม้แกะสลักสมัยโบราณ มักจะออกแบบลวดลายต่าง ๆ เป็นลักษณะลวดลายอันอ่อน ช้อยงดงาม ยึดแบบอุดมคติตามประเพณีนิยมแบบศิลปะไทยโบราณ ซึ่งเป็นแบบลวดลายและภาพทาง จิตรกรรมไทย ซึ่งมีให้เห็นตามตัวอย่าง เช่น หน้าบันโบสถ์วัดหน้าพระเมรุ ซึ่งเป็นภาพนารายณ์ทรงครุฑและ มีทวยเทพห้อมล้อมเป็นศิลปะสมัยอยุธยา และตู้พระธรรมไม้จาหลัก สมัยอยุธยาที่อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นที่น่าเสียดายที่ศิลปกรรมของงานไม้สมัยกรุงศรีอยุธยาที่ต้องเสียหาย ไป เมื่อคราวเสียกรุงครั้งสุดท้ายเท่าที่พอยังมีเหลืออยู่ให้ศึกษากันในด้าน ฝีมือช่าง ในสมัยที่รุ่งโรจน์จนถึงขีด สุดว่ามีความงดงามเพียงใด จากสิ่งที่ยังเหลืออยู่นี้ เองจึงเป็นเหมือนตาราที่ทรงคุณค่าต่อการศึกษาค้น คว้า และยึดรูปแบบเป็นแนวทางปฏิบัติของช่างในคนรุ่นหลังสืบต่อไป
  14. 14. งานไม้แกะสลัก นับว่าเป็นงานศิลปกรรมที่ช่างไทยทากันมาแต่โบราณ ทั้งนี้ จะเห็นได้จากผลงานแกะสลัก ลวดลายประดับอาคาร สถาปัตยกรรม เช่น ลวดลายหน้าบัน คันควย ช่อฟ้ า ใบระกา บานประตูแสดงให้เห็น ถึงความสามารถของช่างไทยที่มีการเรียนรู้ การถ่ายทอด และวิวัฒนาการฝีมือในการประดิษฐ์ ศิลปกรรมอัน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบทอดกันมาหลายร้อยปี ซึ่งลักษณะลวดลายแกะสลักมักจะสืบทอดประเพณีนิยม โบราณ ซึ่งถือว่าเป็นศิลปะประจาชาติของไทย วัสดุงานไม้แกะสลัก วัสดุที่นิยมใช้ในการแกะสลักคือ ไม้สัก เพราะไม้สักเป็นไม้ที่ไม้แข็งจนเกินไป สามารถใช้เครื่องมือแกะสลักได้ง่าย นอกจากนี้ ไม้สักยังเป็นไม้ที่ ค่อนข้างจะทนต่อสภาพดินฟ้ าอากาศ ไม่หดตัวมากนัก เมื่อแกะสลักจะไม่ทาให้เสียรูปทรงและยากแก่การ ทาลายจากการกัดกินของปลวก
  15. 15. ประเภทของงานแกะสลัก 1. ภาพลายเส้น (Engraving) ได้แก่ ประติมากรรมการแกะสลักหรือเซาะร่อง ให้เป็นเส้นมีความหนักเบา เท่ากันทุกเส้น ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงลักษณะของ “การจาร” ด้วยการแกะสลักภาพลายเส้น เป็นการเซาะร่อง ตามลวดลายของเส้นให้มีความหนักเบา เท่ากันตลอดทั้งแผ่น
  16. 16. 2. แบบภาพนูนต่า (Bas reliefe) หรือที่เรียกกันในหมู่ช่างว่า ภาพหน้าจันทร์ คือ ภาพที่มองเห็นเฉพาะ หน้าตรงเท่านั้น เพราะภาพจะนูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ภาพนูนต่า (Bas reliefe) ได้แก่ ประติมากรรมการแกะสลักที่มีลักษณะนูนออกมาจากพื้นด้านหลังหรือ พื้นผิวเดิม บ้างเล็กน้อย และอาจจะแกะสลักลึกลงไปในพื้นผิววัสดุ (บางท่านก็เรียกว่า “ประติมากรรมร่องลึก”)ความงามของประติมากรรมชนิดนี้ จะสามารถมองเห็นเด่นชัด ส่วนร่องลึกที่ แกะสลักลงไปนั้นจะเน้นเส้นที่มั่นคงแน่นอนของฝีมือผู้สร้าง สรรค์ ซึ่งจะปรากฏในประติมากรรมนูนต่า เช่นประติมากรรมนูนต่ารูปหงส์องค์ปรางวัดจุฬามณี จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้น (http://industry.co.th/dip/home.php?uid=37559)
  17. 17. 3. แบบภาพนูนสูง (Hight reliefe) หรือภาพครึ่งซีก เป็นภาพที่มองเห็นเพียงครึ่งเดียวจากภาพเต็มตัว เช่น การแกะสลักลงบนแผ่นไม้แต่มีลักษณะนูนสูงเห็นเพียงสามด้าน ภาพนูนสูง (Hight reliefe) ได้แก่ ประติมากรรมการแกะสลักที่มีภาพนูนออกมาจากพื้นด้านหลังของาาพ ประมาณค่อนตัว ทาให้สามารถมองเห็นทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ในการสร้างสรรค์งานประติมากรรมชนิด นี้ จึงต้องทาให้เกิดความงามทั้งด้านหน้า และส่วนที่เป็นด้านข้าง เป็นภาพที่ค่อนข้าง เป็นภาพที่ค่อนข้างให้ ความละเอียดมากกว่าภาพนูนต่า ตัวอย่างเช่น หอไตร วัด พระสิงห์วรวิหาร อาเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
  18. 18. 4. แบบภาพลอยตัว (Rounf reliefe) เช่น เกี่ยวกับงานปฏิมากรรม เช่น ภาพพระพุทธรูปทั้งองค์ ซึ่ง สามารถมองได้ทุกด้าน ภาพลอยตัว (Rounf reliefe) ได้แก่ ประติมากรรมการแกะสลักรูปทรงลอยตัว เป็นรูปสามมิติ หรือรูปที่ สามารถมองเห็นได้รอบด้านมีความละเอียดและสมบูรณ์ มีฐานรองรับอยู่ทางท่อนล่าง การสร้างสรรค์ของ ช่างจึงต้องให้มีความงามทุกด้าน และจัดตั้งให้มีการทรงตัวที่ดี โดยการเฉลี่ยน้าหนักให้ลงสู่ฐานที่ตั้ง พระพุทธรูปยืน พระพุทธรูปนั่ง รูปปั้นบุคคลสาคัญ รูปปั้นอนุสาวรีย์ต่างๆ รูปปั้นอนุสรณ์สถาน รูปปั้นคน และสัตว์ต่างๆ เป็นต้น ถ้าเป็นรูปปั้นคนอาจจะลักษณะภาพเต็มตัว หรือครึ่งตัว ที่มา http://www.siamwoodcarving.com/wood-carving/274/
  19. 19. วัสดุที่ใช้ในการแกะสลักไม้ ไม้สัก เป็นไม้ที่นิยมใช้ในการแกะสลักมากที่สุด เพราะมีผิวละเอียดและลายไม้สวย ไม้ชิงชัน เป็นไม้ที่นิยมมากเช่นเดียวกัน ไม้ คือวัสดุที่ใช้มากที่สุดไม้ที่ใช้ในการแกะสลักมีอยู่หลายชนิดแต่ละชนิดให้ลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตามสีสันและลวดลายของไม้ (http://www.teak-teca.com/2010/07/18/teak- thailand-ไม้สักไทย/) (http://news.sanook.com/1553865/)
  20. 20. ไม้โมกมัน เป็นไม้ที่นิยมกันพอสมควรเพราะราคาถูก และลวดลายไม้สวยงาม ไม้ฉาฉา เป็นไม้ที่นิยมกันพอสมควรเพราะราคาถูกที่สุด ผลิตง่ายเพราะเป็นไม้เนื้ ออ่อน แม้ว่าลวดลายจะไม่สวย เท่าไม้อื่น ๆ (http://www.siamfishing.com/content/view.php? nid=13044&cat=handmade) (http://www.thaiwoodproduct.com/?p=17&a=5981)
  21. 21. เครื่องมือ ค้อนไม้ เป็นค้อนที่มีลักษณะคล้ายตะลุมพุกเล็กๆ ทา จากไม้เนื้ อแข็งเช่น ไม้แดง ไม้ชิงชัน ค้อนไม้จะเบา และ ไม่กินแรงเวลาใช้งานและช่วยรักษาด้ามสิ่วให้ใช้งานได้ นานอีกด้วย สิ่ว เป็นเครื่องมือที่สาคัญที่สุดในการแกะสลักมีหลาย ชนิดได้แก่ สิ่วขุด สิ่วฉาก สิ่วขมวด สิ่วเล็บมือ สิ่วทาจากเหล็กกล้าที่แข็งและเหนียว ที่ สาคัญคือจะต้องลับให้คมอยู่เสมอ
  22. 22. มีด เป็นมีดเล็กๆ ปลายแหลม ใช้แกะลายเล็กๆ หรือ แกะร่อง เลื่อย ใช้ในการเลื่อยไม้ส่วนที่ไม่ต้องการออกไป เพื่อ ขึ้นรูปหรือขึ้นโครงของงาน (http://www.weloveshopping.com/shop/showproduct.php ?pid=15800535&shopid=127369)
  23. 23. บุ้งหรือตะไบ ใช้ถูตกแต่งชิ้นงานในขั้นตอนหลังจาก แกะสลักแล้ว กระดาษทราย ใช้ขัดตกแต่งชิ้นงานหลังจากแกะสลัก แล้ว (http://bigbossmall.tarad.com/product.detail_447751_t h_2154539) (http://market.onlineoops.com/667704)
  24. 24. กบไสไม้ ใช้ไสไม้ให้เรียบก่อนลงมือแกะหรือตกแต่ง อื่นๆภายหลัง สว่าน ใช้เจาะรูไม้เพื่อแกะหรือฉลุไม้ (http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_i d=82&topic_no=345347&topic_id=350514)
  25. 25. เครื่องมือประกอบอื่นๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด ดินสอ กระดาษลอกลาย กระดาษแข็งทาแบบ แท่นยึดหรือปากกาจับไม้ วัสดุตกแต่ง ได้แก่ ดินสอพอง แลกเกอร์ แชลแลก น้ามันลินสีด ทินเนอร์ หรือสีทาไม้ (http://www.dincothailand.com/index.php?lay =show&ac=article&Id=399412&Ntype=8) แลกเกอร์ (http://www.meprompt.com/Html/Product -Color-Carpenter.htm) สีย้อมไม้
  26. 26. การเก็บรักษาเครื่องมือแกะสลัก เครื่องมือที่ใช้ในการแกะสลักจะมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภท ของงานนั้นๆ เครื่องมือแกะสลักจะมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าเครื่องมือปั้น แต่การเก็บรักษา จะคล้ายคลึงกัน จะต่างกันตรงที่เครื่องมือแกะสลักควรจะแยกประเภทของลักษณะงาน เช่น ชุดของ เครื่องมือสาหรับแกะสลักวัสดุเนื้ ออ่อน ชุดเครื่องมือสาหรับแกะสลักวัสดุเนื้ อแข็ง เป็นต้น ก่อนเก็บ เข้าชุดหลังจากใช้งาน ที่มา http://xylography-purpy.blogspot.com/p/blog-page_7058.html
  27. 27. ขั้นตอนการแกะสลักไม้ (ช้างแกะสลักบ้านจ๊างนัก อ.สันกาแพง) ขั้นตอนการแกะสลักช้าง การแกะสลักช้างที่บ้านจ๊างนักมี 2 แบบได้แก่ 1.การแกะสลักช้างรูปนูนสูง เป็นการแกะสลักภาพให้นูนสูงขึ้นมาเกือบเต็มตัวมีความ ละเอียดของรูป มากกว่าแบบนูนต่า ใช้แกะลวดลายประกอบงานทั่วไป มีวิธีการแกะสลักดังนี้
  28. 28. 1.1 ใช้เลื่อยไฟฟ้ าในการตัดไม้ที่จะนามาแกะสลักให้เป็นแท่งสี่เหลื่อมตามขนาดที่ต้องการ การเตรียมไม้
  29. 29. 1.2 ร่างแบบที่จะแกะสลักลงไปบนชิ้นงานไม้ (ลวดลายที่จะแกะสลักนั้นเป็นจินตนาการของ สล่าและตามที่ลูกค้าต้องการ) ร่างแบบที่จะแกะ
  30. 30. 1.3 ใช้สิ่วแกะตัวลายตามลายที่ร่างไว้บนแท่งไม้ โดยให้ตั้งฉากด้านหนึ่ง เอียงด้านหนึ่งการแกะตัวลายแต่ ละด้านนั้นใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์(ขึ้นอยู่กับลายที่แกะถ้าลายละเอียดมากๆก็ใช้เวลานาน) การแกะสลัก
  31. 31. 1.4 หลังจากแกะลายหมดแล้วก็จะเก็บรายละเอียดและลงสีเป็นขั้นตอนต่อไประยะเวลาการแกะและเก็บ ลายละเอียดประมาณ 1-2 เดือน ตัวอย่างด้านที่แกะเสร็จ
  32. 32. 2.การแกะสลักช้างรูปลอยตัว เป็นการแกะสลักไม้ที่มองเห็นได้รอบด้าน มีวิธีการแกะสลักดังนี้ 2.1 ออกแบบวาดโดยวาดคร่าวๆ บนกระดาษ กาหนดขนาด และสัดส่วนของชิ้นงานตามต้องการลงบน กระดาษแข็งเพื่อจะเอาทาบแบบลงบนไม้และบางครั้งก็วาดลงบนชิ้นงานเลยขึ้นอยู่กับความชานาญของช่าง แกะ แบบร่าง
  33. 33. 2.2 การเตรียมไม้ต้องตัดไม้ตามขนาดของแบบร่างที่กาหนด ตัวอย่างการเตรียมไม้
  34. 34. 2.3 เริ่มแกะตามรายละเอียดที่ได้ร่างไว้โดยใช้สิ่วค่อยๆแกะสลักไปเรื่อยระยะการแกะนั้นประมาณ 2-3 เดือนขึ้นอยู่กับขนาดของช้าง ตัวอย่างการแกะตามแบบร่าง
  35. 35. 2.4 หลังจากแกะไปเรื่อยๆแล้วจนได้รูปก็ทาการเก็บลายละเอียดและลวดลายบนช้าง ตัวอย่างการเก็บรายละเอียด
  36. 36. 2.5 ขั้นตอนสุดท้ายเก็บลายละเอียดทุกอย่างเสร็จแล้วก็ทาการลงสีโดยสีที่ใช้นั้นเป็นการหมักด้วยผลของ ต้นมะเก๋อหรือเรียกว่าต้นมะเกลือแทนการใช้สีเคมีลักษณะของผลมะเกลือนั้นเป็นผลกลมผิวเกลี้ยง ผลอ่อน สีเขียว ผลแก่สีดา ผลแก่จัดจะแห้ง มีกลีบเลี้ยงติดบนผล 4 กลีบ วิธีการหมักสีทาตัวช้าง -นาผลมะเกลือมาตาให้ละเอียดแล้วนาไปหมักกับน้าปูนใสประมาณ 1-3วันก็จะได้น้าเป็นสีดา น้ามะเกลือหมัก
  37. 37. 2.6 จากนั้นก็ทาลงช้างแกะสลักโดยทาซ้ากันหลายๆรอบจนชิ้นงานดาตามที่ต้องการแล้วก็นาไปผึ่งแดดต่อ จนแห้งสนิทแล้วใช้แปรงตองเหลืองขัดกากของผลมะเกลือออกจากชิ้นงานก็จะได้ชิ้นงานสีดาเทาดูเป็น ธรรมชาติ ที่มา http://elephantwoodcarving.blogspot.com/2012/10/blog-post_8158.html ตัวอย่างช้างที่เสร็จสมบูรณ์
  38. 38. จบการนาเสนอ

×