Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

โรคตาบอดสี

10,500 views

Published on

  • Be the first to comment

โรคตาบอดสี

  1. 1. โรคตาบอดสี  ตาบอดสี หรือที่เรียกว่า color blindness เป็นอาการที่ตาของผู้ป่วยแปรผลแปรภาพสีผิดไป จาก ผู้อื่นที่เป็นตาปกติ  ปกติแล้วตาคนเราจะมีเซลรับแสงอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นเซลรับแสงที่รับรู้ถึงความมืด หรือ สว่าง ไม่สามารถแยกสีออกได้และจะมีความไวต่อการกระตุ้นแม้ในที่ที่มีแสงเพียงเล็กน้อย เซลกลุ่มที่สอง เป็นเซลล์ทาหน้าที่มองเห็นสีต่าง ๆ โดยจะแยกได้เป็นเซล อีก 3 ชนิด ตามระดับคลื่นแสง หรือสี ที่ กระตุ้น คือ เซลล์รับแสงสีแดง เซลล์รับแสงสีน้าเงิน และเซลรับแสงสีเขียวสาหรับแสงสีอื่น จะ กระตุ้นเซลดังกล่าวมากกว่าหนึ่งชนิดแล้วให้สมองเราแปลภาพออก มาเป็นสีที่ต้องการ ซึ่งเซลกลุ่มที่ สองนี้จะ ทางานได้ดีต้องมีแสงสว่างเพียงพอ ดังนั้นในที่สลัว ๆ เราจึงไม่สามารถแยกสีของวัตถุได้ แต่ยังพอบอก รูปร่างได้ เนื่องจากมีการทางานในเซลของกลุ่มแรกอยู่ เมื่อเพิ่มแสงสว่างขึ้นเราจึง มองเห็นสีต่าง ๆ ขึ้นมา
  2. 2. สาเหตุการเกิดตาบอดสี ตาบอดสี (Color blindness)เกิดขึ้นจากเซลล์ประสาทชนิดหนึ่ง ในม่านตาซึงมีความไวต่อ ่ สีต่าง ๆ มีความบกพร่องหรือพิการ ทาให้ดวงตาไม่สามารถทีจะมองเห็นสีบางสีได้ ตาบอด ่ สี มีหลายชนิด ชนิดที่ทุกคนรู้จักโดยทั่วไปได้แก่ ตาบอดสีที่มองสีเขียว กับสีแดงไม่เห็น (Red – Green blindness) ซึ่งจะทาให้ไม่สามารถแยกสีแดงกับสีเขียวจากสีอื่น ๆ ได้ ดังนั้นคนตาบอดสีชนิดนี้จะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในโลกเป็นสีน้าเงิน สีเหลือง สีขาว สีดา สี เทา และส่วนผสมของสีเหล่านั้นทั้งหมด สาเหตุต่าง ๆ เช่น การอักเสบ ภาวะขาดเลือด อุบัตเหตุเนื้อ งอก การเสื่อมลงของ ิ จอประสาทตา หรือผลข้างเคียงจากยาหรือสารเคมี
  3. 3. อาการ  ตาบอดสีมีหลายชนิด ชนิดที่พบบ่อยที่สุด เรียกว่า red/green color blindness โดยจะแยก สีแดงและสี เขียวค่อนข้างลาบากโดยเฉพาะเวลาที่แสงไม่สว่างนัก ส่วนน้อยลงมาของคนที่มีตาบอด สีคือพวกที่ไม่สามารถ แยกสีน้าเงินกับสีเหลือง จะมีบ้างเหมือนกันที่เป็นโรคตาบอดสีทุกสีเลยแต่ เป็น ส่วนน้อยมาก คนที่บอดสีแดง- เขียวมักจะบอดสี น้าเงิน-เหลืองด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นตาบอดสี ชนิดใด ล้วนจะมีสายตาหรือการมองเห็น (vision) ที่เป็นปกติ เพียงแต่ความสามารถในการแยกสี ไม่ปกติเท่านั้นเอง ป่วยมักจะมีอาการเรียกชื่อสีหรือเห็นสีผิดไปจากเดิม โดยมากพบความผิดปกติของการมอง สี น้าเงิน เหลือง มากกว่าแดงเขียว ความผิดปกติของตาทัง 2 ข้างไม่เท่ากัน อาจเป็นตาเดียวหรือทั้ง 2 ตา มีการ ้ เปลียนแปลงมากขึนหรือลดลงได้ รวมทั้งมีความผิดปกติของสายตาด้านอื่น ๆ เช่น การมอง เห็นและลาน ่ ้ สายตาลดลงได้ ขึ้นอยู่กบสาเหตุและความรุนแรงของโรค ั
  4. 4.  โรคตาบอดสี พบได้ประมาณ 8% ของประชากร แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่เป็นตั้งแต่กาเนิด (congenital color vision defects) และกลุ่มที่เป็น ภายหลัง (acquired color vision defects) ซึ่งมักพบ กลุ่มแรก คือกลุ่มที่เป็นตั้งแต่กาเนิดบ่อยกว่ากลุ่มที่เป็น ภายหลัง เมื่อพิจารณาในกลุ่มที่เป็นตั้งแต่เกิด กลุ่มย่อยที่พบได้ บ่อยที่สุด คือ กลุ่มที่บอดสีเขียว-แดง ซึ่งพบได้ ประมาณ 5-8% ในผู้ชาย และพบเพียง 0.5% ในผู้หญิง (ผู้ชายพบได้บ่อยกว่า) ส่วนในกลุ่มที่เป็นภายหลัง มักพบเป็นการบอดสีน้าเงิน- เหลือง และพบได้พอๆกันทั้งชายและหญิง ซึ่งจานวนคน ที่เป็นในกลุ่มนี้น้อยกว่ากลุ่มที่เป็นแต่กาเนิดมาก
  5. 5. ภาพแสดงการถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยโครโมโซม การพบโรคนีในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมักเป็นกับแบบ แดง-แทบทั้งหมด เนื่องจากว่ายีน ที่ควบคุมการสร้างรงควัตถุรับสีชนิดสี ้ แดง และสีเขียวนัน (red-pigment เขียวgene, green-pigment gene) อยูบนโครโมโซม X เมื่อยีนนี้ขาดตกบกพร่องไปในคนใดคนหนึง ้ ่ ่ ก็จะทาให้คนนันสามารถรับรู้ สีเหล่านันได้ลดลงกว่าคนปกติแน่นอนว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็นน้อยกว่าเนื่องจากในผูหญิงมีโครโมโซม X ถึงสอง ้ ้ ้ ตัว ถ้าเพียงแต่ X ตัวใดตัวหนึ่งมียนเหล่านี้อยู่ ก็สามารถรับรูสีได้แล้ว ในขณะที่ผ้ชาย มีโครโมโซม X เพียงตัวเดียว อีกตัวเป็น Y ซึ่งไม่ได้ ี ้ ู มีแพคเกจบรรจุยนนี้แถมมาด้วย ;) ก็จะแสดง อาการได้เมื่อ X ตัวเดียวเท่าที่มีอยู่นั้นบกพร่องไป ี
  6. 6. โดย นพ.ณวัฒน์ วัฒนชัย จักษุแพทย์  คณะผู้จัดทา  นางสาวมยุตรา จุลสินธุ์  นางสาวหทัยรัตน์ แซ่ซิ้ม  นางสาววนิดา นารีจัน  นางสาวศิรวิมล แสนสวัสดิ์ ิ  นายอมรเทพ ปะสาโท จบ

×