สิ่งแวดล้อมศึกษาเบื้องต้น

3,027 views

Published on

ค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับนักเรียน หลักสูตร สิ่งแวดล้อมศึกษาเบื้องต้น
ระยะเวลาอบรม 3 วัน 2 คืน
สถานที่ อุทยานธรรมชาติวิทยาตามพระราชดำริ

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,027
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
6
Actions
Shares
0
Downloads
65
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

สิ่งแวดล้อมศึกษาเบื้องต้น

  1. 1. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” โดย นายสมภพ เพ็ชรเกลี้ยง และคณะ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนืองมาจากพระราชดําริ ่ อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี กันยายน 2547
  2. 2. สารบัญ เรื่อง หนา กําหนดการคายสิ่งแวดลอมศึกษา 1 หนวยการเรียนรูที่ 1 การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน 3 หนวยการเรียนรูที่ 2 การศึกษาธรรมชาติในเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ 7 หนวยการเรียนรูที่ 3 ภาวะโลกรอน 51 หนวยการเรียนรูที่ 4 ถุงเพาะชํากาบกลวย 56 กิจกรรมคาย 59 เอกสารอางอิง 62
  3. 3. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 1 กําหนดการคายสิ่งแวดลอมศึกษา วันแรก กิจกรรม 08.00-08.30 น. ลงทะเบียน 08.00-09.00 น. ทดสอบความรู 09.00-10.00 น. กิจกรรมสัมพันธ 10.00-10.10 น. อาหารวาง 10.10-12.00 น. หนวยการเรียนรูที่ 1 “การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน” 12.00-13.00 น. อาหารกลางวัน 13.00-14.00 น. หนวยการเรียนรูที่ 1 “การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน” (ตอ) 14.00-14.30 น. หนวยยอยที่ 2.1 “ประโยชนของตนไม” 14.30-14.50 น หนวยยอยที่ 2.3 “แมลงและสิ่งมีชีวิตในน้า” ภาคทฤษฎี ํ 14.50-15.00 น. อาหารวาง 15.00-16.30 น หนวยยอยที่ 2.3 “แมลงและสิ่งมีชีวิตในน้า” ภาคทฤษฎี (ตอ) ํ 16.30-17.00 น กิจกรรมสัมพันธ 17.00-18.00 น. พักผอน กิจสวนตัว 18.00-19.00 น. อาหารเย็น 19.00-20.00 น. หนวยยอยที่ 2.2 “นกกับสิ่งแวดลอม” ภาคทฤษฎี 20.00-22.00 น. หนวยการเรียนรูที่ 3 “ภาวะโลกรอน” 21.00 น. นอน วันที่สอง 06.00-07.30 น. นกกับสิ่งแวดลอม (ดูนกยามเชา) 07.30-08.00 น. พักผอน ทํากิจสวนตัว 08.00-09.00 น. เคารพธงชาติ/อาหารเชา 08.00-10.00 น. ศึกษาอุทยานธรรมชาติวิทยา (ชมนิทรรศการบริเวณศาลาขอมูลธรรมชาติวิทยา) 10.00-10.10 น. อาหารวาง 10.10-12.00 น. หนวยยอยที่ 2.4 ความสัมพันธในระบบนิเวศ 12.00-13.00 น อาหารกลางวัน 13.00-14.50 น. หนวยยอยที่ 2.4 ความสัมพันธในระบบนิเวศ (ตอ) 14.50-15.00 น. อาหารวาง อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  4. 4. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 2 กําหนดการคายสิ่งแวดลอมศึกษา (ตอ) วันที่สอง กิจกรรม 15.00-16.00 น. หนวยการเรียนรูที่ 4 “ถุงเพาะชํากาบกลวย” 16.00-17.00 น. เตรียมนําเสนอแนวคิดเชิงอนุรักษผานละคร 17.00-18.00 น. พักผอน ทํากิจสวนตัว 18.00-19.00 น. อาหารเย็น 19.00-21.00 น. นําเสนอแนวคิดเชิงอนุรักษ (แสดงละคร) 21.00 น. นอน วันที่สาม 06.00-07.30 น. นกกับสิ่งแวดลอม (ดูนกยามเชา) 07.30-08.00 น. พักผอน ทํากิจสวนตัว 08.00-09.00 น. เคารพธงชาติ/อาหารเชา 09.00-09.30 น. ทดสอบความรู แบบสอบถามประเมินโครงการ ปลูกตนไม/บําเพ็ญประโยชน 09.30-10.00 น. ซอมรับประกาศนียบัตร 10.00-10.10 น. อาหารวาง 10.10-10.30 น บรรยายพิเศษ 10.30-12.00 น. มอบรางวัล มอบประกาศนียบัตร พิธีปด ถายรูปหมู 12.00-13.00 น. อาหารกลางวัน 13.00 น. เสร็จสิ้นการอบรม เดินทางกลับ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  5. 5. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 3 หนวยการเรียนรูที่ 1 การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน สาระสําคัญ มนุษยใชประโยชนจากทรัพยากรตางๆ ทั้งทางตรงและทางออม เพื่อการดํารงชีวิตในแตละวัน ซึ่งจากการใชประโยชนของมนุษยไดสงผลกระทบทั้งทางบวกและลบแกทรัพยากรเชนกัน ดังนั้น มนุษยควรใชทรัพยากรอยางคุมคา กอใหเกิดประโยชนสูงสุด และสงผลกระทบในทางลบนอยที่สุด เพื่อรักษาทรัพยากรใหคงอยูอยางยั่งยืน จุดประสงค 1. เพื่อศึกษาขั้นตอนกระบวนการผลิต การดําเนินงานของโครงการฟารมตัวอยางตาม พระราชดําริ สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ กลุมทํากระดาษสา และกลุมทําผลิตภัณฑ กลวย 2. เพื่อฝกทักษะการคิดวิเคราะห และการสรุปความคิดรวบยอด เนื้อหา 1. การทําการเกษตรแบบผสมผสาน โดยวิทยากรทองถิ่นและแหลงเรียนรูทองถิ่นโครงการ ฟารมตัวอยางตามพระราชดําริ สมเด็จพระนางเจาฯพระบรมราชินีนาถ 2. การทํากระดาษสา โดยวิทยากรทองถิ่นและแหลงเรียนรูทองถิ่นกลุมทํากระดาษสา 3. การทําผลิตภัณฑแปรรูปกลวย โดยวิทยากรทองถิ่นและแหลงเรียนรูทองถิ่นกลุมทํา ผลิตภัณฑกลวย กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน แนะนําการศึกษาดูงานในพื้นที่ ตามประเด็นที่ตองการใหศึกษาโดยเฉพาะ อันไดแก ขั้นตอนการดําเนินงาน วัตถุดบ วัสดุอุปกรณที่ใช ผลผลิตที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตและการจัดการ ิ 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 นําผูเขาอบรมไปศึกษาดูงานในพื้นที่ โดยฟงบรรยายจากเจาหนาที่จากฟารม ตัวอย างตามพระราชดําริ สมเด็ จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ วิทยากรท องถิ่ น ของกลุมทํา กระดาษสา และกลุมทําผลิตภัณฑกลวย พรอมทั้งเปดโอกาสใหผูเขาอบรมพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม 2.2 ภายหลังจากการศึกษาดูงาน ใหแตละกลุมเขียนผังมโนทัศนจากความรูที่ ไดรับ ตามหัวขอที่ไดรับมอบหมาย อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  6. 6. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 4 2.3 นําเสนอผลงานโดยตัวแทนของแตละกลุม 2.4 อภิปรายเกี่ยวกับแตละกิจกรรมที่เกิดขึ้นตองใชทรัพยากรอะไรบาง และมี ผลผลิตอะไรเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตบาง นอกจากนี้การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นเปนอยางไร หรือมลภาวะที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบางและสามารถปองกันไดอยางไร 2.5 ระดมความคิดเพื่อยกตัวอยางแนวทางการใชทรัพยากรอยางรูคุณคาในกิจกรรม 3. ขั้นสรุป กลาวสรุปถึงความจําเปนในการใชทรัพยากรเพื่อการดํารงชีวิต เมื่อใชทรัพยากรที่ มากเกินไป จะทําใหทรัพยากรลดลงอยางรวดเร็ว และกอใหเกิดของเสียเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงควรใช ทรัพยากรที่มีอยูอยางคุมคากอใหเกิดประโยชนมากที่สุด สื่อการเรียนรู 1. กระดาษ Flip Chart 2. ปากกาเคมีสีตางๆ 3. บลูแทก / กระดาษกาว 4. ใบงาน เรื่อง การใชประโยชนจากทรัพยากรของชุมชน การประเมินผล 1. ผลงานการเขียนผังมโนทัศน 2. สังเกตพฤติกรรม ความสนใจ การแสดงความคิดเห็น การมีสวนรวมในการทํางาน และ นําเสนอผลงาน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  7. 7. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 5 มนุษยใชประโยชนจากทรัพยากรตางๆ ทั้งทางตรงและทางออม เพื่อการดํารงชีวิตใน แตละวัน ซึ่งจากการใชประโยชนของมนุษยไดสงผลกระทบทั้งทางบวกและลบแกทรัพยากร เชนกัน ดังนั้นมนุษยควรใชทรัพยากรอยางคุมคา กอใหเกิดประโยชนสูงสุด และสงผลกระทบ ในทางลบนอยที่สุด เพื่อรักษาทรัพยากรใหคงอยูอยางยั่งยืน ภาระกิจ 1. ศึกษาดูงาน โครงการฟารมตัวอยางตามพระราชดําริสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ กลุมทํากระดาษสา กลุมทําผลิตภัณฑกลวย โดยทําการบันทึกขอมูลจากการฟงบรรยายจากวิทยากรและจากการพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม ลงในแบบบันทึก 2. ภายหลังจากการศึกษาดูงาน ใหแตละกลุมเขียนผังมโนทัศนจากความรูที่ไดรบ ตามหัวขอที่ ั ไดรับมอบหมาย 3. นําเสนอผลงานโดยตัวแทนของแตละกลุม 4. อภิปรายเกี่ยวกับแตละกิจกรรมที่เกิดขึ้นตองใชทรัพยากรอะไรบาง และมีผลผลิตอะไรเกิดขึ้น จากกระบวนการผลิตบาง นอกจากนี้การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นเปนอยางไร หรือมลภาวะทีอาจ ่ เกิดขึ้นมีอะไรบางและสามารถปองกันไดอยางไร และระดมความคิดเพื่อยกตัวอยางแนวทางการ ใชทรัพยากรอยางรูคุณคา อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  8. 8. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 6 เรื่อง วัตถุดิบที่ใช ขั้นตอน/วิธการ ี อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  9. 9. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 7 หนวยการเรียนรูที่ 2 การศึกษาธรรมชาติในเสนทางเดินศึกษาธรรมชาติ สาระสําคัญ เสนทางศึกษาธรรมชาติเปนเครื่องมือหนึ่งในการศึกษาธรรมชาติ ที่ใหความรูความเขาใจ ในเรื่ อ งของสภาพธรรมชาติ สิ่ ง แวดล อ ม และเพื่ อ ก อ ให เ กิ ด ความเข า ใจในการอนุ รั ก ษ ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น หนวยยอยที่ 2.1 ประโยชนของตนไม จุดประสงค 1. เพื่อฝกการเก็บพรรณไมอยางงาย 2. เพื่อฝกการสังเกตและวิเคราะหลักษณะของตนไม 3. เพื่อศึกษาคนควาขอมูลเพิมเติมจากหองสมุดได ่ เนื้อหา ปาไม คือ ชุมชนของตนไม ซึ่งมีประโยชนมากมายตอการดํารงชีวิตของมนุษยทั้งทางตรง และทางออม ไดแก ประโยชนทางตรง คือ การนําไมมาสรางอาคารบานเรือนผลิตภัณฑเครื่องใช ต า งๆ เป น แหล ง อาหารจากส ว นต า งๆ ใช เ ส น ใยที่ ไ ด จ ากเปลื อ ก และเถาวั ล ย ม าถั ก ทอเป น เครื่องนุงหม เชือกและอื่นๆ และทํายารักษาโรค ขณะที่ประโยชนทางออม เชน เปนแหลงตนน้ํา ลําธาร รักษาความชุมชื้นและควบคุมสภาวะอากาศ เปนแหลงพักผอนและเปนสถานที่ศึกษาหา ความรู ปองกันและบรรเทาความแรงลม และการกัดเซาะและการพังทลายของดิน เปนแหลงที่อยู อาศัยของสัตวปา เปนตน นับไดวาปาไมเปนแหลงทรัพยากรที่สําคัญ จึงควรชวยกันอนุรักษพื้นที่ ปาไมไวเพื่อคงความสมดุลของระบบนิเวศและมีแหลงทรัพยากรไวใชตลอดไป กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน ตั้งคําถาม “ทราบไหมวาตนไมแตละตนแตกตางกันอยางไร” และ “รูบางไหมวา ปาไมมีประโยชนอยางไร” 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 ใหผูเขาอบรมเก็บใบไมแหงจากตนไมที่ทําการศึกษา พรอมทั้งบันทึกขอมูล ลักษณะตนไมจากการสังเกตคราวๆ และลอกลายเปลือกของตนไมลงในกระดาษวาดเขียนบริเวณ ขอบกระดาษ 2.2 ทําการสอบถามชื่อตนไม แลวคนควาหาขอมูลเกี่ยวกับลักษณะและประโยชน ของตนไมชนิดนั้น อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  10. 10. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 8 2.3 บัน ทึ ก ข อมู ลที่ ไ ด ล งบนดา นหลั ง ของกระดาษวาดเขี ย นที่ทํ า การลอกลาย เปลือกตนไมชนิดนั้น แลวนําตัวอยางใบไมแหงวางทาบลงบนดานหนากระดาษ โดยไมใหทับลาย เปลือกตนไม จากนั้นปดสติกเกอรใสทับดานบนใบไมเพื่อยึดใบไมติดกับกระดาษวาดเขียน โดย ไมใหมีฟองอากาศ 3. ขั้นสรุป ตั้งคําถาม “ประโยชนของตนไมที่ทําการศึกษามีอะไรบาง” แลวกลาวสรุปถึง ประโยชนของตนไมและการอนุรักษ สื่อการเรียนรู 1. สมุดวาดเขียน หรือ กระดาษวาดเขียน หรือ แบบบันทึก 2. สีเทียน 3. ปากกาหรือดินสอ 4. สติกเกอรใส (ขนาดเทากับกระดาษวาดเขียน) 5. หนังสือในหองสมุด 6. ตนไมที่จะทําการศึกษา 7. ใบงาน เรื่อง ประโยชนของตนไม 8. ใบความรู เรื่อง รูปรางของใบไม การประเมินผล ผลงานในสมุดวาดเขียน หรือกระดาษวาดเขียน หรือ แบบบันทึก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  11. 11. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 9 ปาไม คือ ชุมชนของตนไม ซึ่งมีประโยชนมากมายตอการดํารงชีวิตของมนุษยทั้งทางตรง และทางออม ไดแก ประโยชนทางตรง คือ การนําไมมาสรางอาคารบานเรือนผลิตภัณฑเครื่องใช ต า งๆ เป น แหล ง อาหารจากส ว นต า งๆ ใช เ ส น ใยที่ ไ ด จ ากเปลื อ ก และเถาวั ล ย ม าถั ก ทอเป น เครื่องนุงหม เชือกและอื่นๆ และทํายารักษาโรค ขณะที่ประโยชนทางออม เชน เปนแหลงตนน้ํา ลําธาร รักษาความชุมชื้น และควบคุมสภาวะอากาศ เปนแหลงพักผอนและเปนสถานที่ศึกษาหา ความรู ปองกันและบรรเทาความแรงลม ปองกันและบรรเทาการกัดเซาะและการพังทลาย ของดิน เปนแหลงที่อยูอาศัยของสัตวปา เปนตน นับไดวาปาไมและตนไมเปนแหลงทรัพยากรขั้น พื้นฐานที่สําคัญมาก ขณะเดียวกันหากเราใชประโยชนจากปาไมกันอยางเกินกําลังของมันแลว ปญหาที่ตามมาไมใชแคความเสื่อมโทรมเทานั้น แตหมายถึงภัยอันตรายที่จะตามมาในไมชา และ ในอนาคตอันใกลนี้อาจมีอีกหลายแหงที่จะตองประสบภัยทางธรรมชาติ ดังนั้นเราทุกคนจึงควร ศึกษาและทําความเขาใจเรื่องเกี่ยวกับการใชไมและปาไมใหมาก เพื่อจะไดชวยกันชวยกันบรรเทา ปญหาที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น และร ว มอนุ รัก ษ พื้ น ที่ ปา ไม ใ ห ค งความสมดุ ลของระบบนิเ วศ และมีแ หล ง ทรัพยากรไวใชตลอดไป ภาระกิจ 1. เก็บใบไมจากตนไมที่ทําการศึกษา พรอมทั้งบันทึกขอมูลลักษณะตนไมจากการสังเกต คราวๆ โดยสามารถรูปรางของใบไมไดจากใบความรู และลอกลายเปลือกของตนไมลงในกระดาษ วาดเขียนบริเวณขอบกระดาษดานนอก 2. คนควาหาขอมูลเกี่ยวกับลักษณะและประโยชนของตนไมชนิดนั้น 3. บันทึกขอมูลรูปรางใบและลักษณะเดนอื่นๆ ของตนไม และประโยชน ลงบนดานหลัง ของกระดาษวาดเขียนที่ทําการลอกลายเปลือกตนไมชนิดนั้น แลวนําตัวอยางใบไมแหงวางทาบลง บนดานหนากระดาษ โดยไมใหทับลายเปลือกตนไม จากนั้นปดสติกเกอรใสทับดานบนใบไมเพื่อ ยึดใบไมติดกับกระดาษวาดเขียน โดยไมใหมีฟองอากาศ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  12. 12. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 10 รูปรางใบไม (leaf shape) ใบมีรูปรางแตกตางกัน ดังนี้ รูปลิ่มแคบ (subulate) ใบคอนขางสั้น สอบแคบจากโคนใบไปยังปลายใบ รูปเข็ม (acicular) ใบเล็กแหลมคลายเข็ม รูปแถบ (linear) ใบยาวและแคบ ขอบใบ เกือบจะขนานกัน รูปขอบขนาน (oblong) ใบมีของสองขาง ขนานกัน ความยาวเปน 2 เทาของความกวาง รูปหอก (lanceolate)ใบรูปคลายใบหอก โคน ใบกวางคอยๆ แคบสูปลายใบ รูปหอกกลับ (oblanceolate) ใบรูปคลายใบ หอกกลับ รูปรี (elliptic) ใบมีรูปรางรี สวนกวางที่สุดอยูตรงกลางใบ เมื่อ แบงใบออกเปน 2 สวน จะได 2 ขาง เทาๆ กัน รูปไข (ovate) ใบมีรูปรางคลายไข สวนกวางที่สุดอยูต่ํากวากึ่งกลางใบ รูปไขกลับ (obovate) ใบมี รูปรางคลายไขกลับ รูปสามเหลี่ยม (deltoid) ใบรูปรางคลายสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมขาวหลามตัด (rhomboid) ใบมีรูปรางคลายสี่เหลี่ยมขาวหลามตัด รูปไต (reniform) ใบมีรูปรางคลายไต รูปวงกลม (orbicular) ใบมีรูปรางคลายวงกลม รูปหัวใจ (cordate) ใบมีรูปรางคลายหัวใจ รูปเคียว (falcate) ใบมีรูปรางคลายเคียวเกี่ยวขาว รูปชอน (spathulate) ใบมีรูปรางคลายชอน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  13. 13. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 11 (ลายเปลือก) ชื่อ....................................................................... ชื่อวิทยาศาสตร................................................... วงศ..................................................................... ลักษณะ............................................................... ........................................................................... ........................................................................... ประโยชน............................................................ (ตัวอยางพันธุไม)  ........................................................................... ........................................................................... อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  14. 14. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 12 หนวยยอยที่ 2.2 นกกับสิ่งแวดลอม จุดประสงค 1. เพื่อฝกการจําแนกชนิดของนก 2. เพื่อรูจักสังเกตลักษณะและพฤติกรรมของนก 3. เพื่อรูจักการใชคูมือการดูนกและการใชกลองสองทางไกลแบบสองตา เนื้อหา ปริมาณและชนิดของนกที่พบ สามารถแสดงใหเห็นถึงความอุดมสมบูรณของสิ่งแวดลอมบริเวณ นั้น นกมีประโยชนในการชวยสืบพันธุและกระจายพันธุพืช บางชนิดกินแมลงซึ่งเปนการชวยควบคุม ปริมาณแมลง หากนกที่พบมีปริมาณและชนิดลดลงยอมสงผลกระทบตอสมดุลของธรรมชาติ เราจึงควร ชวยกันรักษาแหลงอาหารและถิ่นที่อยูอาศัยของนกเพื่อไมใหนกสูญพันธุ กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน แนะนําการดูนกในธรรมชาติ 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 ใหจับคูสมาชิกในแตละกลุม เดินตามเสนทางที่กําหนด 2.2 สํารวจและบันทึกขอมูลนกที่พบลงในแบบบันทึก 3. ขั้นสรุป ตั้งคําถาม “นกที่พบมีอะไรบาง นกที่พบแตกตาง จากกลุมอื่น” แลวกลาวสรุปเกี่ยวกับนกกับสิ่งแวดลอม สื่อการเรียนรู 1. ใบความรูในการดูนก 2. แบบบันทึกการสํารวจนก 3. หนังสือคูมือการดูนกของอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ 4. หนังสือสัตวปาในอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ 5. กลองสองทางไกลแบบสองตา 6. ดินสอหรือปากกา การประเมินผล 1. ตรวจผลงานในแบบบันทึกการสํารวจนก 2. สังเกตพฤติกรรม ความสนใจ และความรวมมือในการทํางาน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  15. 15. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 13 โดยทั่วไปนกมีรูปรางเรียวไปทางหัวและทายเปนรูปกระสวย แบงเปน 7 สวน คือ ปาก หัว คอ ลําตัว ปก หาง และขา ปาก (bill หรือ beak) ลักษณะภายนอกของนก ป า ก น ก เ ป น โ ค ร ง ส ร า ง ลักษณะคลายกระดูก 2 ชิ้นประกบกัน รูปรางของปากจะสัมพันธกับอุปนิสัย การกิ น อาหารของนก เช น เรี ย ว แหลมสํ า หรั บ กิ น น้ํ า ต อ ย(น้ํ า หวาน ดอกไม) เปนขอสํ าหรับฉี กเนื้อ ตรง และปลายคมสํ า หรั บ เจาะ แบนข า ง สําหรับจับปลา โคงหรือแอนสําหรับ หากินสัตวน้ําในโคลน เปนตน รูปรางของปากที่สําคัญ มีดังนี้ ปากแบน ปากไขว ปากตรง ปากชอน ปากโคง ปากขอ ปากทู ปากแอน ปากงอ ปากมีโหนกแข็ง ปากกรวย ปากแบนขาง ปากมีกะบัง ปากเจาะ ปากแหลมคม รูปรางปากของนก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  16. 16. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 14 หัว (head) หัวของนกมีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ โดยทั่วไปตาจะอยูดานขางของหัว มีนก บางชนิดเทานั้นที่ตาจะอยูดานหนา เชน นกแสกและนกเคาตางๆ  คอ (neck) คอของนกเปนรูปทรงกระบอก นกบางชนิดมีคอสั้นมาก บางชนิดมีคอยาวสําหรับหากินในน้ํา หรือชายน้ําโดยเฉพาะ เชน นกยาง นกกระสา นกกระเรียน เปนตน ลําตัว (truck) ลําตัวของนกโดยทั่วไปเปนรูปไข คือมีสวนหนาใหญแลวเรียวไปทางทายเล็กนอย ทั่วรางกาย ของนกมีขนนกปกคลุม นกบางชนิดโดยเฉพาะนกน้ํา บริเวณอกหรือโคนหางมีขนที่สามารถสรางผง ขี้ผึ้งเพื่อใชในการแตงขน ผิวหนังของนกทุกชนิดไมมีตอมเหงื่อ และตอมน้ํามัน อยางในสัตวเลี้ยงลูก ดวยนม แตนกหลายชนิดมีตอมขนาดใหญบริเวณตะโพกหรือโคนหางดานบน ทําหนาที่สกัดน้ํามัน ออกมาใชตกแตงขน ปก (wings) ปกของนกมีไวสําหรับบิน ในนกบางชนิดจะมีสีเดนแวววาว หาง (tail) หางของนกจะเปนสวนทีชวยควบคุมทิศทางในการบิน ในนกบางชนิดจะมีสีสันเดนสะดุดตา ่ ขนหางอาจจะสั้นมากหรือยาวมากแลวแตชนิดนกและมักมีเปนจํานวนคูโดยแบงเปนสองขางเทาๆ กัน ขนหางแตละเสนอาจมีความยาวเทากันหรือไมเทากันทุกเสน ทําใหเกิดรูปแบบหางตางๆ ดังนี้ รูปรางหางของนก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  17. 17. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 15 ขา (leg) ขานกเปนสวนสําคัญในการแสดงใหเห็นความเปนอยูของนกและชนิดอาหารของนกได  เชนเดียวกับปาก โดยมีลักษณะตางกันไปตามประโยชนการใชสอย เชน เดิน เกาะ จับเหยื่อ วายน้ํา ลุยโคลน เปนตน ตีนพัดเต็ม ตีนพัด ตีนพัดกึ่ง ตีนกลีบ ลักษณะเทาของนกที่หากินตามแหลงน้ํา กอนที่เราจะออกไปดูนกในธรรมชาตินั้น ควรเตรียมตัวและเตรียมอุปกรณใหพรอม การศึกษา ขอมูลเกี่ยวกับสถานที่ ทั้งสภาพอากาศและลักษณะภูมิประเทศ ชวยใหสามารถเตรียมอุปกรณได อยางเหมาะสม การแตงกายควรแตงกายใหรัดกุมและสีกลมกลืนกับสภาพแวดลอม อุปกรณหลักที่ใช ในการดูนก ไดแก กลองสองทางไกล คูมือดูนก สมุดบันทึก และปากกาหรือดินสอสําหรับจดบันทึก ซึ่งควรหาเปหรือกระเปาสะพาย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการพกพาอุปกรณตางๆ ทําใหคลองตัวใน การดูนกมากยิ่งขึ้น เราควรดูนกในเวลาเชาหรือเย็น โดยเวลาเชาเปนชวงเวลาที่ดีที่สุดสําหรับการดูนก เนื่ องจากนกส ว นใหญ อ อกหากิ น ตั้ ง แต เ ช ามื ด จนสายจึ ง หลบพั ก ผอ น ช ว งเวลานี้ น กจึ งค อ นข า ง กระฉับกระเฉง ไมหลบซอนตัว ทําใหพบเห็นนกไดไมยาก และอากาศเย็นสบาย ชวยใหดูนกไดอยาง เพลิดเพลิน ขอควรปฏิบัติ 1. ควรดูนกเปนกลุมเล็ก และควรชักชวนผูมีประสบการณและเชี่ยวชาญเรื่องนกไปดวย เพราะจะชวยเราจําแนกชนิดนกและอธิบายรายละเอียดตางๆ เปนการเสริมสรางความรู เพิ่มมากขึ้น 2. ขณะดูนก ควรเคลื่อนไหวอยางระมัดระวังและไมควรสงเสียงดัง เพราะนกมักตกใจงาย และไมยอมปรากฏตัวใหดู อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  18. 18. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 16 3. พยายามสํารวจดูและฟงเสียงนกรอบๆ ตัว ใชกลองสองทางไกล สองหานกตั้งแตบน พื้น ดิ น ในกอหญ า ตามพุ ม ไม และบนต น ไม ใ หญ ตั้ง แต ร ะดับ โคนต น จนถึ งเรือ นยอด รวมทั้งบนทองฟา เพราะนกแตละชนิดอาศัยอยูในสภาพแวดลอมที่แตกตางกัน 4. หลังจากพบนกแลว ควรสองกลองดูนิ่งๆ พยามสังเกตจดจํารายละเอียดตางๆ ของนกให มากที่สุด เชน สีสัน ลักษณะหัว ปาก หลัง ทอง ฯลฯ รวมทั้งพฤติกรรมนกที่แสดงออก ขนาดและรูปราง ใหสังเกตนกที่พบวามีขนาดเทาใด โดยเปรียบเทียบกับนกที่รูจักกัน ดี เชน นกกระจอกบาน เพื่อประมาณขนาดของนกที่พบอยางคราวๆ นอกจากนี้ควรสังเกตลักษณะลําตัว ปาก ปกและหางของนก เพื่อใช ในการจําแนกชนิดของนกอีกดวย สีและลวดลาย สังเกตสีขนปกคลุมลําตัวและลวดลายที่เปนลักษณะเดน เชน คิ้วหรือ แถบเหนือตา แถบบนกระหมอมหรือแถบหนาผาก วงแหวนรอบตา สั ง เกตขี ด จุ ด หรื อ ลายบริ เ วณลํ า ตั ว ด า นบน แถบบนป ก ซึ่ ง อาจ สังเกตไดขณะบิน ความแตกตางของสีปกและสีบนหลัง สีบริเวณ สะโพก แถบหาง สีของปลายหาง ในบริเวณสวนลางลําตัว ใหสังเกต สีทอง แถบหรือลายขีดบนอก สีของขา พฤติกรรม นกแต ล ะชนิ ด มี ท า ทางการแสดงออกและพฤติ ก รรมแตกต า งกั น สังเกตจากทาเกาะพัก นกเกาะในทาตรงตั้งฉากหรือขนานกับกิ่งไม เมื่ อ เกาะพั ก นกเกาะนิ่ ง หรื อ ขยั บ ตั ว ไปมา ชอบแกว ง หางหรื อ ไม สังเกตการไตตนไม วาตัวตั้งตรงหรือไตหัวลง การบินลงเปนลอน คลื่นหรือบินตรงไป ชอบบินรอนหรือโบกกระพือปกไปมา นอกจากนี้ เสียงรองของนกก็สามารถบอกชนิดของนกได แมวาจะไมเห็นตัวก็ตาม จากนั้นคอยๆ เปดคูมือดูวานกที่พบเปนนกชนิดใด แลวจดรายละเอียดที่เห็นลงในสมุดบันทึก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  19. 19. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 17 อุปกรณ กลองสองทางไกล คูมือดูนก หรือ คูมือหาชื่อนกในอุทยานธรรมชาติวิทยา ตามพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี: ลุมน้ําหวยผาก สมุดบันทึก หรือแบบบันทึก (ในที่นี้ใชแบบบันทึก) ปากกาหรือดินสอ แผนที่ของสถานที่ที่ดูนก (ถามี) วิธีการ 1. เตรียมอุปกรณตางๆ และเตรียมตัวใหพรอม 2. ดูนกตามเสนทางหรือบริเวณโดยรอบ เมื่อพบนกแลวทําการจําแนกจนทราบชนิดนกแลวใหทํา การบันทึกลงในแบบบันทึก โดยระบุเลขหนาของแผนบันทึกเพื่องายตอการจัดเรียงเอกสาร สําหรับแผนแรก (หนาที่ 1) ใหเขียนชื่อ-สกุลของผูดูนก หรือเขียนชื่อกลุม วันเดือนปททําการ  ี่ ดูนก สถานที่ทดูนก และระบุชวงเวลาที่ดูนก ี่ 3. นกที่พบตัวแรกใหเขียนเลข 1 ในชองชนิดที่ เมื่อรูชอชนิดนกที่พบใหเขียนลงในชองชือนกที่พบ ื่ ่ 4. จากนั้นบันทึกขอมูลตางๆ ลงในชองขอสังเกตบางประการขณะดูนกใหทําเครื่องหมายลงใน ตามการสังเกตพบ สําหรับขอ 2 ลักษณะที่พบใหระบุรายละเอียดเพิ่มเติมดวย เชน การบิน บิน เหนือยอดไม บินตรงหรือซิกแซ็กใกลพื้นดินหรือพื้นน้ํา บินรอนและวนในระดับสูง บินผาดโผน หรือบินโฉบจับแมลง การเกาะ เกาะตามลําตนหรือกิงไมใหญ เกาะตามไมพุม ไมพนลาง ่ ื้ ขอนไม ตอไม การเดิน เดินตามพื้นดินหรือพืชลอยน้ํา เปนตน และทําการบันทึกขอมูลใน บริเวณที่เวนไวให (......) เกี่ยวกับขนาดและลักษณะสีเดน เชน ขนาดเล็กมาก เล็ก กลาง ใหญ ใหญมาก ลักษณะสีเดน เชน มีวงแหวนสีขวารอบตา ขาสีเหลือง แกมสีแดง 5. ขีด I จํานวน 1 ขีด ลงในชองจํานวน โดยสามารถบันทึกขอมูลอื่นๆ ที่ตองการเกี่ยวกับนกชนิด นั้นๆ เชน วาดภาพลักษณะเดนของนก ไดแก เทาหรือปาก หรือบันทึกลักษณะเฉพาะคือ ลักษณะที่ไมมีในนกชนิดอืนหรือกลุมอืน เมื่อมองเห็นสามารถบอกไดทนทีวาเปนนกอะไร เชน ่ ่ ั หงอนขนงอกยาวจากหัวหรือทายทอย เปนตน ลงในชองบันทึกเพิ่มเติม 6. หากนกที่พบตัวถัดไปเปนนกชนิดเดิม ให ขีด I จํานวน 1 ขีด ลงในชองจํานวน แตถาเปนนก ชนิดใหมก็ใหบนทึกดวยวิธีการเดิม หากเปนนกที่เคยพบแลวก็ใหกลับไปทําเครื่องหมาย I ลงใน ั ชองจํานวนของนกชนิดนั้นๆ โดย 1 ขีดแทนนก 1 ตัว 7. เมื่อเสร็จสิ้นการดูนกใหรวมจํานวนนกของแตละชนิดที่พบ ลงบน ............. ทายชองจํานวน 8. ในกรณีที่มีแผนที่ใหเขียนหมายเลขชนิดที่ของนกที่พบลงบนจุดที่พบในแผนที่ดวย อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  20. 20. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 18 หนาที่ 1 ชื่อ-สกุล / กลุม ................................................................วัน เดือน ป ................................สถานที่.........................................................เวลา....................  ชนิดที่ ชื่อนกที่พบ ขอสังเกตบางประการขณะดูนก จํานวนที่พบ (ตัว) บันทึกเพิ่มเติม 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม.................ตัว 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม.................ตัว อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  21. 21. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 19 หนาที่ ............... ชื่อ-สกุล / กลุม ................................................................วัน เดือน ป ................................สถานที่.........................................................เวลา....................  ชนิดที่ ชื่อนกที่พบ ขอสังเกตบางประการขณะดูนก จํานวนที่พบ (ตัว) บันทึกเพิ่มเติม 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม.................ตัว 1. บริเวณที่พบ แหลงน้ํา ทุงหญาและปาละเมาะ สวน ปาโปรง / ปาไผ ปาทึบ อื่นๆ ......................... 2. ลักษณะที่พบ บิน......... เกาะที่........... เดินที่........... อื่นๆ ............... 3. ขนาด...................................................... 4. ลักษณะสีเดน........................................... รวม.................ตัว อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  22. 22. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 20 หนวยยอยที่ 2.3 แมลงและสิ่งมีชีวตในน้า ิ ํ จุดประสงค 1. เพื่อฝกการจําแนกชนิดแมลงและสิ่งมีชีวิตในน้ํา 2. เพื่อศึกษาคณภาพน้ําดวยวิธีการงายๆ ุ 2. เพื่อฝกทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร 3. เพื่อฝกทักษะการทํางานรวมกันเปนกลุม เนื้อหา การประเมินคุณภาพน้ําอยางงาย ทําไดโดยการสังเกตและเก็บขอมูลของแหลงน้ํา ไดแก อุณหภูมิ ความขุนใสของน้ํา และการปรากฏของสิ่งมีชีวิตในน้ํา กิจกรรมการเรียนรู 1. ขั้นนําเขาสูบทเรียน นํ า ภ า พแม ลงและสิ่ ง มี ชีวิ ต ในน้ํ า มาใ ห ท า ยว าคื อตั ว อะไร พร อ มกั บ แ นะนํา ชื่อ และ อธิบายลักษณะสําคัญ และถิ่นที่อาศัยของสัตวชนิดนั้น พรอมกับใหบันทึกลงในใบงาน 2. ขั้นดําเนินการ 2.1 อภิปราย เกี่ยวกับ ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตในน้ํากับคุณภาพน้ํา 2.2 อธิบายขั้นตอนการสํารวจคุณภาพน้ํา ดวยใบความรู และแบบบันทึก 3. ขั้นสรุป กลาวสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตในน้ํากับคุณภาพน้ํา สื่อการเรียนรู 1. ภาพแมลงและสิ่งมีชีวิตในน้ํา 2. ใบงาน เรื่อง แมลงและสิงมีชีวิตในน้ํา ่ 3. ปากกาหรือดินสอ 4. ใบความรู เรื่อง คุณภาพน้ํา 5. ใบความรู เรื่อง การสํารวจคุณภาพน้ํา 6. แบบบันทึกการสํารวจคุณภาพน้ํา 7. อุปกรณสํารวจคุณภาพน้ํา การประเมินผล 1. ตรวจผลงานจากสมุดงาน แบบบันทึกตางๆ 2. สังเกตพฤติกรรม ความสนใจ และความรวมมือในการทํางาน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  23. 23. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 21 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  24. 24. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 22 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  25. 25. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 23 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  26. 26. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 24 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  27. 27. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 25 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  28. 28. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 26 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  29. 29. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 27 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  30. 30. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 28 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  31. 31. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 29 รูปรางหนาตา ชื่อ ลักษณะสําคัญ บริเวณที่พบ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  32. 32. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 30 คุณภาพน้ํา หมายถึง ความสะอาด ความสกปรกของน้ํา สําหรับชีวิตในน้ํา ผูตองดื่มน้ําและหายใจ เอาออกซิเจนเชนเดียวกับชีวิตอื่นๆ คุณภาพน้ําหมายถึงทั้งคุณภาพของน้ําที่รางกายมันใช และคุณภาพของ บรรยากาศรอบตัว ไมวาจะเปนปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยูในน้ํา ความขุนใสของน้ํา แรธาตุและสสารที่ เจือปนในน้ํา ตลอดจนความเปนกรดดางของน้ํา เราสามารถสังเกตคุณภาพน้ําอยางงายๆ ไดจาก อุณหภูมิ น้ํายิ่งรอน ออกซิเจนยิ่งละลายไดนอย สัตวจึงหลบพักในน้ําเย็นใตรมเงาตนไมไดสบายกวาผืนน้ํากลางแดด รอนและถามีการปลอยน้ํารอนลงน้ํา เชน น้ําเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ออกซิเจนในน้ําจะลดลง ความขุนใส แสงแดดจะสามารถสองลงสูใตน้ําไดลึกหรือตื้นเพียงใดขึ้นอยูกับความขุนใสของน้ํา ซึ่งสงผลโดยตรงตอ ชีวิตพืชและสัตวตามพื้นใตน้ํา เนื่องจากพืชบนพื้นใตน้ําตองการแสงแดดปรุงอาหารและคายออกซิเจน ออกมาสูน้ําบริเวณนี้อันเปนประโยชนตอสัตวน้ําซึ่งอาศัยอยูตามพื้นใตน้ํา ถาน้ําขุน แสงก็จะสองลงไปใต น้ํ า น อ ยลง ก็ จ ะส ง ผลต อ ปริ ม าณออกซิ เ จนในน้ํ า ด ว ย น้ํ า จะขุ น ใสแค ไ หนนั้ น ขึ้ น อยู กั บ ปริ ม าณสาร แขวนลอยในน้ํา เชน ตะกอนดิน และแพลงกตอน สาหราย ตะกอนดินนอกจากจะทําใหน้ําขุนแลว ยังไป อุดรูซอกหลืบตามพื้นน้ําที่สัตวชอบอาศัยอยูดวย สิ่งมีชีวตในน้ํา ิ สัตวน้ําตองการออกซิเจนหายใจเชนเดียวกับสัตวบก และในน้ําก็มีออกซิเจนละลายอยูแตนอยกวาใน อากาศหลายเทา สัตวสวนมากชอบอยูในน้ําสะอาด มีออกซิเจนสูง แตหลายชนิดสามารถปรับตัวใหอยูใน ที่ที่มีออกซิเจนนอยได และบางชนิดก็ทนอยูไดในที่ที่เกือบไมมีออกซิเจนเลย ฉะนั้น ถาเกิดมลภาวะทําให ออกซิเจนในน้ําลดลง สัตวที่ตองการออกซิเจนสูงจะอยูไมได ในขณะที่สัตวที่ทนอยูไดในภาวะออกซิเจน ต่ํากวาจะสามารถอยูไดดี จึงประเมินระดับมลภาวะในลําน้ําไดจากการสังเกตประเภทสัตวน้ํา ซึ่งสัตวที่ใช วั ดระดั บ มลภาวะ เรี ย กว า “สั ต ว ตั ว บ ง ชี้ ” กล า วคื อ ถ า สั ต ว ช นิ ด นี้ ปรากฎตั ว ที่ ไ หน บอกได ว า สภาพแวดลอมที่นั่นเปนอยางไร โดยสัตวน้ําที่สํารวจเปนสัตวน้ําตัวเล็กๆ ไดแก แมลงน้ําและสัตวไมมี กระดูกสันหลังอื่นๆ พวกมันมักเกาะหากินอยูตามพื้นใตน้ําเฉพาะที่ ไมคอยวายยายถิ่นไปไกลๆ อยางปลา นอกจากสัตวน้ําแลว สาหรายหรือตะไครน้ํายังบอกไดคราวๆ ถึงปุยและสารอินทรียที่ถูกปลอยลงสูลําน้ํา อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  33. 33. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 31 ขอควรระวัง ! อยาไปในที่ที่นาลึกเกินเขา ้ํ อยาไปไกลจนมองไมเห็น อยาเลนกันขณะปฏิบัตงาน ิ เมื่อบันทึกขอมูลเรียบรอยแลวอยาลืมปลอยสัตว นํากอนหิน และเทน้ําที่ตักมาคืนลําน้ํา อยาลืมเก็บอุปกรณตางๆ ที่ใชใหเรียบรอย อุปกรณ ขวดพลาสติกใสกนแบนขนาดประมาณ 1 ลิตร ตัดปากขวดออก แผนวัดความขุนใส  เทอรโมมิเตอรวัดอุณหภูมิ แวนขยาย กระชอน ถาดหรือกะละมัง ถวยน้ําจิ้ม ชอน แบบบันทึก วิธีการ ในแตละจุดทีทําการศึกษา ใหดําเนินการดังนี้ ่ 1. ตักน้ําจากลําธารใสขวดพลาสติกจนเต็มขวด จุมเทอรโมมิเตอรลงไปแตอยาใหติดกนขวด ประมาณ 20 วินาที บันทึกอุณหภูมิน้ํา ควรวัดหลายครั้งเพื่อหาคาเฉลี่ย โดยตักน้ําใหมขึ้นมาเพื่อ ทําการวัด แตอยาตักน้ําในจุดเดียวกับที่เทน้ําคืนลําธาร 2. วางแผนวัดความขุนใสไวทกนขวดพลาสติกดานใน ตักน้ําจากลําธารใสขวดพลาสติกจนเต็มขวด ี่ วางขวดไวเฉยๆ ในรมเงา รอใหน้ํานิ่งเมื่อน้านิ่งกมดูจากปากขวด และบันทึกหมายเลขสีจางที่สุด ํ ที่มองเห็นบนแผนวัดความขุนใส  3. ตักน้ําจากลําน้าใสถาดหรือกะละมังวางไวที่รมริมฝงน้ํา ํ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  34. 34. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 32 4. วางกระชอนขวางกระแสน้ํา ใชเทาคุยพืนน้าใหฟุงขึ้นมาหนากระชอน 2-3 ครั้ง เพื่อใหสัตวที่ ้ ํ ซอนตัวอยูไหลเขามาในกระชอนพรอมเศษตะกอน 5. จากนั้นนํามาถายลงในถาดหรือกะละมังที่ตกน้ํารอไว  ั 6. รอใหน้ําในถาดหรือกะละมังนิ่งตกตะกอน 7. ตักน้ําใสถวยน้ําจิ้มหลายๆ อัน วางไวขางถาดหรือกะละมัง 8. สังเกตดูวาในถาดหรือกะละมังมีตัวอะไรเคลื่อนไหว ใชชอนคอยๆ ตักตัวสัตวขึ้นมาใสถวยน้ําจิ้ม 9. ใชแวนขยายสองสัตวในถวยน้ําจิ้มเพื่อสังเกตรายละเอียดสําคัญ จําแนกดวย คูมือหาชือสัตวเล็ก ่ น้ําจืด 10. บันทึกเฉพาะ สัตวที่เปนตัวบงชี้ ลงในแบบบันทึก เชน พบตัวออนแมลงเกาะหิน ซึ่งจัดเปนสัตว อยูในกลุม B ในจุดที่ 7 ที่สํารวจ ใหทําเครืองหมาย X ลงในชองที่ 7 ของแมลงกลุม B ่ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  35. 35. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 33 “ในจุดศึกษาเดียวกัน หากพบสัตวตัวบงชีกลุมเดียวกันหลายตัว ใหทําเครื่องหมาย X เพียงครั้งเดียว” ้ 1 2 กลุม B ตัวออนแมลงเกาะหิน 3 4 5 6 7 8 9 10 “นับเฉพาะสัตวเปน อยานับซากสัตวที่ตายแลว” เมื่อสํารวจสัตวเล็กน้ําจืดครบทุกจุดศึกษา ใหนับจํานวน X ทั้งหมดของแตละกลุมแลวทําเครื่องหมาย X ลงในชองของตารางสรุป ตามจํานวนทีนับไดใน ่ กลุมนั้นๆ (จํานวนเครื่องหมายในแตละกลุมจะ เทากับจํานวนจุดศึกษาที่พบ) ซึ่งแบงออกเปน 4 หมวดใหญๆ คือ I พวกทีตองการน้ําสะอาดมาก ่ II พวกทีตองการน้ําสะอาด ่ III พวกที่ทนน้ําสกปรกไดบาง IV พวกที่ทนน้ําสกปรกไดดี จากนั้นพิจารณาดูโดยรวมวาสายน้ําในชวงที่ สํารวจ มีสัตวหมวดใดโดดเดนที่สุด ซึ่งสามารถบง บอกถึงคุณภาพน้ําในชวงนันไดดวย สามารถ ้  เปรียบเทียบจากเกณฑตอไปนี้ อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  36. 36. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 34 ..กราฟพิสดาร ! .. บางครั้งอาจพบวา กราฟมีลกษณะแตกตางจาก ั กราฟตัวอยางขางตน เปนตนวา สัตวหลายหมวด มีความ โดดเดนคละกันไป แบบนี้ สาเหตุอาจเกิดจาก การเก็บตัวอยางไมถูกวิธี จําแนกสัตวผดพลาด ลําน้ําไมเหมาะตอการดํารงชีวิตของ ิ สัตวบางกลุม เปนตน อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
  37. 37. คายสิ่งแวดลอมศึกษา หลักสูตร “สิ่งแวดลอมเบื้องตน” 35 ภายหลังจากการสํารวจสายน้ํา และประมวลผลขอมูลครบทุกขั้นตอนแลว ใหประเมินดูวาจากขอมูลที่สํารวจ  มาทั้งหมดนั้น ลําน้ําในชวงที่สํารวจนั้นมีคุณภาพน้ําเปนอยางไร พรอมทั้งบอกเหตุผล สัญลักษณในการประเมินคุณภาพน้ํา ดีมาก ดี พอใชได ไมดี แยมาก อุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

×