Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
บทที่ 8 Immunopathology
น.สพ.สมพงศ์ วงษ์มา
• อิมมูนพยาธิวิทยา คือความผิดปกติของระบบอิมมูน โดยความ
ผิดปกตินั้นๆจะพบเมื่อมีการบกพร่องหรือมากเกินไปของ
ระบบอิมมูนของร่าง...
ภาวะภูมิแพ้(HYPERSENSITIVITY, ALLERGY)
•ภาวะภูมิแพ้หรือภาวะภูมิไวเกินคือภาวะที่ร่างกาย
ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันมากเกินพอดีต่อ...
ภาวะภูมิแพ้แบบที่1. (Type I Hypersensitivity)
• allergen คือ ฝุ่น ยา อาหาร เกสรดอกไม้ซีรั่มม้า ซึ่งร่างกายได้รับ
ทางการสัม...
HISTAMINE
- เป็นสารที่ออกฤทธิ์ทาให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว บวมแดง
คัน กล้ามเนื้อเรียบหดตัว เกิดการหอบหืด
- ถ้าแพ้มากๆ ทาให้ชีพ...
รูป: immediate hypersensitivity
ภาวะภูมิแพ้แบบที่2.(Type II Hypersensitivity)
• allergen คือเซลล์แปลกปลอม เช่น การให้เลือดผิดกลุ่ม
การปลูกถ่ายอวัยวะ
• กลไ...
ภาวะภูมิแพ้แบบที่3. (Type III Hypersensitivity)
• allergen คือยา ซีรั่มแก้พิษงู เชื้อจุลินทรีย์วัคซีน แอนติเจน
ของตัวเองใน...
2. มีภาวะภูมิแพ้ต่อตัว(autoimmune disease) เช่น
ผู้ป่วยโรคsystemic lupus
erythrematosus(SLE)
3. ผู้ที่ได้รับแอนติเจนปริมาณ...
• กลไกเมื่อเกิดantigen-antibody complex ขึ้น
ปริมาณมากก็จะไปเกาะตกตะกอนในอวัยวะต่างๆเช่นที่ไต ผนัง
เส้นเลือด ข้อทาให้เกิดก...
ภาวะภูมิแพ้แบบที่4.(Type IV Hypersensitivity)
- อาจเรียกว่าdelayed type hypersensitivity
หรือภาวะภูมิแพ้แบบช้าเซลล์ที่เกี่...
การทดสอบ skin testมี 2 วิธีคือ
1. วิธีสะกิด (skin prick test หรือ scratch test) เป็นการ
ทดสอบโดยหยดน้ายาลงบนผิวหนังที่แขน ...
รูป: skin test
การรักษาภาวะภูมิแพ้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารนั้น
- รักษาโดยการฉีดสารที่แพ้เข้าไปกระตุ้นทีละน้อยเรียกว่าวิธี
desensitizatio...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

หลักพยาธิบ.8 immunopathology

3,819 views

Published on

หลักพยาธิบ.8 immunopathology

Published in: Education
  • Be the first to comment

หลักพยาธิบ.8 immunopathology

  1. 1. บทที่ 8 Immunopathology น.สพ.สมพงศ์ วงษ์มา
  2. 2. • อิมมูนพยาธิวิทยา คือความผิดปกติของระบบอิมมูน โดยความ ผิดปกตินั้นๆจะพบเมื่อมีการบกพร่องหรือมากเกินไปของ ระบบอิมมูนของร่างกายต่อแอนติเจนนั้นๆ เช่น hypersensitivity , immunodeficiency disease, autoimmune disease atc.
  3. 3. ภาวะภูมิแพ้(HYPERSENSITIVITY, ALLERGY) •ภาวะภูมิแพ้หรือภาวะภูมิไวเกินคือภาวะที่ร่างกาย ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันมากเกินพอดีต่อสารที่ทาให้เกิด อาการแพ้ซึ่งเรียกว่า allergen ทาให้มีการอักเสบทาลาย เนื้อเยื่อตนเอง
  4. 4. ภาวะภูมิแพ้แบบที่1. (Type I Hypersensitivity) • allergen คือ ฝุ่น ยา อาหาร เกสรดอกไม้ซีรั่มม้า ซึ่งร่างกายได้รับ ทางการสัมผัส กิน ฉีดหรือหายใจอาการแพ้ที่เกิดจะเกิดเร็ว เช่น แพ้ฝุ่น จะจามทันที • กลไก เมื่อได้รับallergen ครั้งแรกร่างกายจะสร้างแอนติบอดีชนิด IgE ไปเกาะบนmast cell หรือ basophil เมื่อได้รับ allergen ครั้งที่สองallergen จะข้าไปเกาะกับแอนติบอดีที่อยู่ บนเซลล์mast cell หรือ basophil ทาให้เซลล์หลั่ง histamine และสารอื่นๆที่ทาให้เกิดอาการแพ้ออกมา
  5. 5. HISTAMINE - เป็นสารที่ออกฤทธิ์ทาให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว บวมแดง คัน กล้ามเนื้อเรียบหดตัว เกิดการหอบหืด - ถ้าแพ้มากๆ ทาให้ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่า ช็อคได้ เรียกว่าเกิด anaphylaxis
  6. 6. รูป: immediate hypersensitivity
  7. 7. ภาวะภูมิแพ้แบบที่2.(Type II Hypersensitivity) • allergen คือเซลล์แปลกปลอม เช่น การให้เลือดผิดกลุ่ม การปลูกถ่ายอวัยวะ • กลไกร่างกายตอบสนองโดยสร้างแอนติบอดีชนิดIgGและ IgMไปเกาะกับเซลล์แปลกปลอมทาให้เกิดการกระตุ้นระบบ complement เซลล์จะแตกสลายมีphagocyte เข้า มากินและหลั่งเอ็นซัยม์ออกมาทาให้เกิดการอักเสบ • ตัวอย่าง เช่น การที่เลือดแม่กับลูกไม่เข้ากัน การปฏิเสธการปลูก ถ่ายอวัยวะ
  8. 8. ภาวะภูมิแพ้แบบที่3. (Type III Hypersensitivity) • allergen คือยา ซีรั่มแก้พิษงู เชื้อจุลินทรีย์วัคซีน แอนติเจน ของตัวเองในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง • แอนติบอดีที่เกิดเป็นชนิดIgGภาวะภูมิแพ้แบบที่3 เกิดได้ใน3 กรณี 1. กรณีมีการติดเชื้อแล้วเกิดantigen antibody complex เช่น การติดเชื้อมาเลเรีย การติดเชื้อไวรัส ไข้เลือดออก
  9. 9. 2. มีภาวะภูมิแพ้ต่อตัว(autoimmune disease) เช่น ผู้ป่วยโรคsystemic lupus erythrematosus(SLE) 3. ผู้ที่ได้รับแอนติเจนปริมาณมากเช่นผู้ที่ถูกงูกัดและได้รับซีรั่มแก้ พิษงูจากม้าจะเกิดการแพ้ที่เรียกserum sickness หรือ ในผู้ที่หายใจเอาสปอร์ของเชื้อราปริมาณมากเข้าไป
  10. 10. • กลไกเมื่อเกิดantigen-antibody complex ขึ้น ปริมาณมากก็จะไปเกาะตกตะกอนในอวัยวะต่างๆเช่นที่ไต ผนัง เส้นเลือด ข้อทาให้เกิดการกระตุ้นระบบcomplement ทาให้เกิดการอักเสบที่ไตเกิดผื่นผิวหนังเกิดเลือดออก เช่น ใน ไข้เลือดออก
  11. 11. ภาวะภูมิแพ้แบบที่4.(Type IV Hypersensitivity) - อาจเรียกว่าdelayed type hypersensitivity หรือภาวะภูมิแพ้แบบช้าเซลล์ที่เกี่ยวข้องคือT-effector หรือTdth - ตัวอย่างของภูมิแพ้แบบนี้เช่นการแพ้สารเคมีที่ผิวหนัง เช่น แพ้ ผงซักฟอก ในผู้ที่เป็นโรคเรื้อน การทาtuberculin test การเกิดภูมิแพ้แบบนี้เกิดช้า48-72 ชั่วโมง
  12. 12. การทดสอบ skin testมี 2 วิธีคือ 1. วิธีสะกิด (skin prick test หรือ scratch test) เป็นการ ทดสอบโดยหยดน้ายาลงบนผิวหนังที่แขน และใช้เข็มสะกิดตรงกลาง หยดน้ายา ซึ่งทาง่าย, เร็ว, ไม่เจ็บและใช้อุปกรณ์น้อย เสี่ยงต่อการเกิด อาการแพ้ทั่วร่างกายน้อย 2. วิธีฉีดเข้าในผิวหนัง (intradermal test) เป็นการฉีดน้ายาเข้า ใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ ซึ่งทายากกว่า เสียเวลามากกว่า เจ็บกว่า และต้อง ใช้อุปกรณ์มากกว่า และเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้มากกว่า
  13. 13. รูป: skin test
  14. 14. การรักษาภาวะภูมิแพ้ - หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารนั้น - รักษาโดยการฉีดสารที่แพ้เข้าไปกระตุ้นทีละน้อยเรียกว่าวิธี desensitization วิธีการนี้จะกระตุ้นให้เกิดแอนติบอดี ชนิดIgGต่อallergen นั้นขึ้นมาเมื่อสัมผัสกับ allergen อีกIgGจะแย่งจับallergen ก่อน IgE ทา ให้อาการแพ้ลดลงได้ - รักษาตามอาการ อาจใช้สารสเตียรอยด์

×