Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ
คงไมตกขบวนเศรษฐี
Taylor Pearson
สารบัญ
ก่อนเข้าเรื่อง 7
ส่วนที่หนึ่ง: โลกนี้จะไม่มีงานให้ท�าแล้วเหรอเนี่ย? 17
บทที่ 1 บทเรียนเรื่องโลกาภิวัตน์จากบริษัทอีว...
ส่วนที่ห้า: โอกาสท�าก�าไรที่คุณหาไม่ได้มาก่อน 163
บทที่ 11 ได้เวลาโกยเงินกันแล้ว 175
บทที่ 12 ท�าอย่างที่ใจต้องการ 199
บทท...
5
มีโบนัสให้โหลดฟรีด้วย!
ขอบคุณครับที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ กดไปที่ http://taylorpearson.me/eoj
ดูข้อมูลเสริมต่อไปนี้โดยไม่มี...
7
“ต้องรอให้น�้ำลดลงก่อน
เรำถึงจะเห็นว่ำใครแก้ผ้ำว่ำยน�้ำมำตลอด”
- วอร์เร็น บัฟเฟตต์
“สวัสดีค่ะ อยากนวดแบบพิเศษไหมคะ?” สาว...
8
ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี
มีธุรกิจข้ามชาติสองแห่ง ซึ่งผลิตอาหารเสริมกับให้บริการด้านการตลาด
ออนไลน์
อีกคนหน...
9
ก่อนเข้าเรื่อง
ด้วยตัวเอง ตอนนี้เจสซีกลายเป็นฟรีแลนซ์พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน
มาได้หนึ่งปีแล้ว
คนต่อมาคือแดน นอริส เขาขา...
10
ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี
เป้เดินทางยี่ห้อไมนาลของตัวเองทั้งคู่ใช้เวลาแค่30วันก็สามารถระดมทุน
ได้ 341,393 ...
11
ก่อนเข้าเรื่อง
จูเลียนเข้าโรงเรียนกฎหมายที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา เขามี
ผลการเรียนดีเยี่ยม จึงได้เข้าท�างานในบริษั...
ส่วนที่หนึ่ง
โลกนี้จะไม่มีงานให้ท�า
แล้วเหรอเนี่ย?
19
ส่วนที่ 1: โลกนี้จะไม่มีงานให้ท�าแล้วเหรอเนี่ย?
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมำกที่ได้มำยืนอยู่กับ
ผู้รับปริญญำกิตติมศักดิ์ท่ำนอ...
20
ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี
ผมก็เพิ่งกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มบัณฑิตที่ยังไม่มีงานท�า แต่พูดไปก็โชคดีกว่า
คนตกงาน...
21
ส่วนที่ 1: โลกนี้จะไม่มีงานให้ท�าแล้วเหรอเนี่ย?
จริงอยู่ที่ผมมีประสบการณ์น้อยกว่า แต่พอพวกเขาแจงเรื่องวิธี
สร้างบริษัทใ...
36
ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี
ร ถ้ายาวไ ไม่อ่าน ขอ ้ ี่นี่
ผู้คนทั่วโลกก�ำลังมีกำรศึกษำดีขึ้นเรื่อยๆ
ท�ำให้วิธ...
63
ส่วนที่ 2: ท�ำไมงำนถึงหำยไปหมดเอำตอนนี้?
เรื่องของพระราชาเฮนรี่ท�าให้เราเห็นว่าการเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่เล็งเห็นข้อ
จ�ากัด...
125
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็มีสมาร์ทโฟนทั้งนั้น
ฟังดูจืดชืดชะมัด ขอใหม่ครับ
ใครๆ ก็มีคอมพิวเตอร์อยู่ในกระเป๋าทั้งนั้น
ก็ยังจืดอยู่...
237
บทสรุป: งานแห่งอนาคต
อะไรจะเป็นมรดกตกทอดของคุณ
“วอชิงตันไม่ใช่ที่น่ำอยู่เลยล่ะ ค่ำเช่ำก็แพง อำหำร
ก็ไม่ได้เรื่อง ฝุ่นเ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ตัวอย่างหนังสือ ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี

451 views

Published on

ชื่อหนังสือ : ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี
ผู้เขียน : Taylor Pearson
สำนักพิมพ์ : Bingo
จำนวนหน้า : 272 หน้า ปกอ่อน

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ตัวอย่างหนังสือ ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี

  1. 1. ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไมตกขบวนเศรษฐี Taylor Pearson
  2. 2. สารบัญ ก่อนเข้าเรื่อง 7 ส่วนที่หนึ่ง: โลกนี้จะไม่มีงานให้ท�าแล้วเหรอเนี่ย? 17 บทที่ 1 บทเรียนเรื่องโลกาภิวัตน์จากบริษัทอีวิลจีเนียส 27 บทที่ 2 เรื่องที่พูดกันมานานเกิดขึ้นจริงตรงหน้าแล้ว 37 บทที่ 3 ท�าไมคนที่จบบริหารธุรกิจและนิติศาสตร์ถึงตกงาน 45 ส่วนที่สอง: ท�าไมงานถึงหายไปหมดเอาตอนนี้? 53 บทที่ 4 วิถีชีวิตที่คุณเลือกได้เอง 71 ส่วนที่สาม: ความเสี่ยงที่คุณมองไม่เห็น 83 บทที่ 5 ท�ายังไงไม่ให้ตกเป็นไก่งวง 87 ส่วนที่สี่: การตลาดแบบลองเทล ท�าไมเด็กที่ชอบนั่งหลังห้องถึงร�่ารวย? 103 บทที่ 6 ต้นทุนการสร้างสรรค์สินค้าก�าลังลดลง 113 บทที่ 7 การกระจายสินค้าที่ใครก็ท�าได้ 125 บทที่ 8 มีตลาดเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน 129 บทที่ 9 วิธีก้าวทีละขั้นสู่ความเป็นผู้ประกอบการ 137 บทที่ 10 การเรียนรู้งานแบบเก่าที่กลับมาอีกครั้ง 145
  3. 3. ส่วนที่ห้า: โอกาสท�าก�าไรที่คุณหาไม่ได้มาก่อน 163 บทที่ 11 ได้เวลาโกยเงินกันแล้ว 175 บทที่ 12 ท�าอย่างที่ใจต้องการ 199 บทที่ 13 ใช้ชีวิตให้คุ่มค่า กุญแจดอกสุดท้ายสู่ความมั่งคั่ง 213 บทสรุป: งานแห่งอนาคต 231
  4. 4. 5 มีโบนัสให้โหลดฟรีด้วย! ขอบคุณครับที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ กดไปที่ http://taylorpearson.me/eoj ดูข้อมูลเสริมต่อไปนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 9 บทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของนักธุรกิจสิบรายที่ปรากฏตัวในเล่มนี้จะบอก รายละเอียดการก่อร่างสร้างธุรกิจจนประสบความส�าเร็จของพวกเขา 9 หนังสือธุรกิจ 67 เล่มที่จะเติมพลังใจของคุณ 9 เครื่องมือและตัวช่วย49อย่างที่คุณใช้ตอนก่อตั้งและขยับขยายธุรกิจ 9 ตารางท�างานแบบเห็นผลใน 90 วัน ซึ่งจะช่วยให้คุณลงมือท�าตาม เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ได้จริง 9 เว็บบอร์ดพูดคุยส่วนตัวเพื่อหารือเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ คุณจะได้ พูดคุยกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ได้ให้ก�าลังใจ ผลักดัน และช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน บอกก่อนนะครับ คนในเล่มที่ผมใส่ทั้งชื่อและนามสกุล คือคนที่มีตัวตน อยู่จริงๆ ส่วนใครที่ผมพูดชื่ออย่างเดียว แสดงว่านั่นเป็นชื่อปลอมที่ผมใส่ ไว้เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวครับ
  5. 5. 7 “ต้องรอให้น�้ำลดลงก่อน เรำถึงจะเห็นว่ำใครแก้ผ้ำว่ำยน�้ำมำตลอด” - วอร์เร็น บัฟเฟตต์ “สวัสดีค่ะ อยากนวดแบบพิเศษไหมคะ?” สาวไทยคนสวยยิ้มให้ ถือเมนู ไว้ในวงแขน คนที่ยืนถัดจากผมสามสิบเมตรคือแดน แอนดรูส์ เขามากับ รองเท้าแตะ กางเกงขาสั้น และเสื้อซานมิเกล มองยังไงก็ไม่เหมือนซีอีโอ บริษัทข้ามชาติสักนิด แต่นั่นแหละ ในบาร์ดับลินเนอร์ไม่มีใครดูเป็น ผู้บริหารสักคนอยู่แล้วผมเองก็เพิ่งร่วมงานกับแดนแดนกับเอียนร่วมกันลง ทุนธุรกิจอีคอมเมิร์ช โดยผมมีหน้าที่ดูแลในส่วนการตลาดออนไลน์ คนที่ยืนติดกับแดนคือทราวิส แจมิสัน อดีตนักเพาะกายล�่าบึ้ก ทราวิสสวมเสื้อคอวีสีขาวกับยีนส์ตัวฟิต ใส่รองเท้าหนังสีน�้าตาล ทราวิส ก่อนเข้าเรื่อง
  6. 6. 8 ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี มีธุรกิจข้ามชาติสองแห่ง ซึ่งผลิตอาหารเสริมกับให้บริการด้านการตลาด ออนไลน์ อีกคนหนึ่งเป็นสาวอเมริกันผมเป็นลอน สวมกระโปรงบาหลีสีสัน สดใสมือถือแก้ววิสกี้ก�าลังหัวเราะร่าเริงเธอชื่อเอลิซ่าดูเซ็ทท์เธอท�าธุรกิจ เกี่ยวกับการตรวจแก้เนื้อหาให้กับนักเขียน พอผมเดินเข้าไปใกล้ ทุกคนก็หันมา “ขอต้อนรับสู่เอเชีย” แดน พยักหน้า “ขอบคุณครับ” ผมตอบจากใจจริง พนักงานเสิร์ฟสาวเดินเข้ามา “ต้องการเครื่องดื่มไหมคะ?” “ขอเป็นวิสกี้แล้วกัน” เมื่อเธอเดินจากไปแดนก็บอกว่า“นี่เพิ่งคุยเรื่องสัมมนาสุดสัปดาห์ ที่จะถึงเลย มีคนจองที่นั่งเต็มหมดแล้ว มีคนมากันตั้ง 75 คนแน่ะ” เขาพูดอย่างกับเพิ่งได้เหรียญทองโอลิมปิกมีคนแค่75คนในงาน สัมมนาธุรกิจเนี่ยนะ? เป็นงานสัมมนาที่เล็กที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมาเลย พอตกดึก เหล่าผู้ที่จะเข้าร่วมสัมมนาก็ทยอยโผล่มาในผับ คนแรกคือจิมมี่ผู้ก่อตั้งบริษัทขายอุปกรณ์การเดินทางร่วมกับดั๊ก คู่เกลอชาวสวิสคู่นี้พบกันในโครงการแลกเปลี่ยนที่แคนาดา ตอนตะลอน อยู่ในอเมริกาพวกเขาก็เกิดตกลงใจลาออกจากงาน แล้วเอาเงินเก็บมาใช้ ไปพลางระหว่างตั้งบริษัท ตอนนั้นดั๊กยังท�างานที่นิวซีแลนด์ ส่วนจิมมี่เพิ่ง เดินทางกลับจากฟิลิปปินส์หลังจากเสาะหาโรงงานผลิตเสื้อเชิ้ตที่สามารถ ซึมชับเหงื่อได้ดีและเกิดรอยยับยาก คนที่เดินตามมาคือเจสซี ลอว์เลอร์ ตอนอายุ 20 เจสซีท�าหนังอิน ดี้ในลอสแองเจลิสอยู่พักใหญ่แต่ล้มเลิกไป เขาหันมาเรียนเขียนโปรแกรม
  7. 7. 9 ก่อนเข้าเรื่อง ด้วยตัวเอง ตอนนี้เจสซีกลายเป็นฟรีแลนซ์พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนไอโฟน มาได้หนึ่งปีแล้ว คนต่อมาคือแดน นอริส เขาขายบริษัทออกแบบเว็บไซต์ได้เงิน มากพอใช้จ่ายหนึ่งปีตอนนี้เขาก�าลังตั้งบริษัทสตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์ชื่อ อินฟอร์มลี โดยหวังให้เป็นตัวช่วยครบวงจรส�าหรับผู้ท�าธุรกิจออนไลน์ นี่มันอะไรกัน? ถึงผมเคยอ่านเรื่องการเป็นผู้ประกอบการในหนังสือ ยอดนิยมอย่างท�ำน้อยแต่รวยมำก(The4-HourWorkweek)แถมมีเพื่อน เป็นฟรีแลนซ์และเจ้าของบริษัทเล็กๆ หลายคน แต่เรื่องที่ผมจะเล่าให้คุณ ฟังนั้น ผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี เวลาผ่านไปสองปี งานสัมมนาทางธุรกิจเล็กๆ ครั้งนั้นก็โตขึ้นไปอีก 4 เท่า จากตอนแรกที่มีคนเข้าร่วม 75 คน แต่งานสัมมนาที่จัดในปี 2014 มีผู้ เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 300 คน ที่ผ่านมาผมเป็นคนบริหารธุรกิจหลายอย่างให้กับแดนและเอียน อย่างเช่นธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ขายเคาน์เตอร์เครื่องดื่มแบบพับได้ของพวกเขา ผมก็เป็นคนดูแล ผมขายเคาน์เตอร์พวกนี้ให้กับโรงแรมและบริษัทรับจัด งานจนยอดขายเติบโตขึ้น527%ในช่วงเวลาสองปีเดียวกันกับที่ค่าแรงใน อเมริกาโตขึ้น 0.5% ต่อปี จิมมี่เข้าร่วมการประชุมอีกครั้งส่วนดั๊กก็ออกจากงานในนิวซีแลนด์ แล้ว จิมมี่พับโครงการเสื้อเชิ้ตแบบยับยากไว้ก่อน ปลายปี 2013 ทั้งสอง คนหันไปพึ่งเว็บไซต์คิกสตาร์ทเตอร์1 เพื่อโฆษณาระดมทุนหาเงินมาผลิต 1 เว็บไซต์คิกสตาร์ทเตอร์ (Kickstarter.com) จะเปิดโอกาสให้คุณน�าเสนอโครงการของ ตัวเองต่อสาธารณะ เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจให้เข้ามาร่วมลงทุนสนับสนุนและท�าให้โครงการที่ คุณคิดกลายเป็นจริงขึ้นมา
  8. 8. 10 ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี เป้เดินทางยี่ห้อไมนาลของตัวเองทั้งคู่ใช้เวลาแค่30วันก็สามารถระดมทุน ได้ 341,393 ดอลลาร์ จึงหันมาผลิตสินค้าที่มีแววรุ่งกว่าแทน เจสซี ลอว์เลอร์ ก็กลับมาเหมือนกัน งานฟรีแลนซ์รับจ้างเขียน โปรแกรมเติบโตขึ้นอย่างมาก จากที่เขาเคยฉายเดี่ยวท�าทุกอย่างก็กลาย เป็นบริษัทพัฒนาแอพบนไอโฟน เขาดูแลกิจการจากบ้านในเวียดนาม ใน ระหว่างที่นั่งซดน�้ามะพร้าวเขาก็น�าก�าไรที่ได้มาสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง พร้อมจัดรายการวิทยุพ็อดคาสท์ เล่าสรรพคุณยาเพิ่มสมรรถภาพสมอง ไปด้วย แดน นอริส ก็กลับมาเช่นกัน เขาใช้เงินเก็บเกือบทั้งหมดกับเวลา อีกเก้าเดือนไปกับการก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ แต่เขาล้มเหลว เงินเก็บเริ่ม ร่อยหรอ สองสัปดาห์ก่อนที่เขาต้องกลับไปหางานประจ�าเพื่อหาเงินเลี้ยง ครอบครัวในออสเตรเลีย แดนก็ได้เปิดเว็บไซต์ดับบลิวพีเคิร์ฟที่ให้บริการ ช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์และมีแนวโน้มว่าจะสร้างรายได้ถึงหนึ่งล้านดอลลาร์ ในปี 2015 ผมแทบไม่อยากเอาเรื่องพวกเขามาเทียบกับชีวิตเพื่อนๆ ผมที่เรียน มหาวิทยาลัยมาด้วยกันเลย แม็กซ์จบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยโคลัมบัสพร้อมกับผมเขา เข้าท�างานในบริษัทบัญชีใหญ่แห่งหนึ่งในเมือง แต่ผลการประเมินงานใน ช่วงสองปีที่ผ่านมาท�าให้แม็กซ์วิตก ถึงเขาจะท�างาน 50-60 ชั่วโมงต่อ สัปดาห์ติดต่อกันหลายเดือน แต่เขาก็รั้งล�าดับสามจากพนักงานทั้งหมด ห้าคนเขาโอเคกับค่าครองชีพที่ขึ้นปีละ3%พ่อแม่ของแฟนเขาก็รู้สึกภูมิใจ ก็เรียกได้ว่าเขา “ทุ่มเทให้กับงานอย่างมาก” ล่ะครับ
  9. 9. 11 ก่อนเข้าเรื่อง จูเลียนเข้าโรงเรียนกฎหมายที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา เขามี ผลการเรียนดีเยี่ยม จึงได้เข้าท�างานในบริษัทกฎหมายชั้นน�า เขาวางแผน เหมือนหลายคนที่ท�างานกฎหมาย คือใช้เวลา 3-5 ปีบากบั่นท�างาน อาจ เป็นเวลา80-100ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อสร้างชื่อเสียงและปลดหนี้ทางการ ศึกษา หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสร้างครอบครัว แล้วหาทางย้ายไปอยู่เมืองที่ เล็กกว่าและมีค่าครองชีพต�่ากว่า เพื่อลดเวลาท�างาน และมีเวลาส่วนตัว มากขึ้น ส่วนมารีก็เข้าศึกษาต่อโรงเรียนแพทย์เธอก�าลังอยู่ในกระบวนการ เลือกสาขาเฉพาะทาง เดิมทีเธอตั้งใจจะเรียนเวชศาสตร์ครอบครัว แต่ รัฐบาลก็เพิ่งจะลดวงเงินที่ระบบประกันสุขภาพจะจ่ายให้แพทย์ในสาขาที่ ให้บริการชุมชนใกล้บ้านผู้ป่วยอย่างแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว มารีกลัว จะผ่อนเงินกู้ทางการศึกษาคืนไม่ไหวและไม่สามารถมีชีวิตที่ดีตามที่เธอ ต้องการได้ มารีจึงหันไปเลือกเรียนวิสัญญีวิทยาแทน โดยหวังว่าค่า ตอบแทนจะไม่หดหายตามไปอีก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เพื่อนผมที่มีใบปริญญาติดตัวแตกต่าง จากผู้ประกอบการ 300 คนที่สวมรองเท้าแตะอยู่ที่กรุงเทพฯ ตรงไหนกัน? มองจากภายนอก ทั้งสองกลุ่มต่างก็เป็นคนที่มีความฉลาดหลัก แหลมและขยันท�างาน แต่ท�าไมกลุ่มหนึ่งถึงต้องใช้ชีวิตแบบกลัวตกงาน ทั้งที่ใช้เวลาท�างานยาวนานหลายชั่วโมงและรับเงินเดือนน้อยนิด ในขณะ ที่อีกกลุ่มได้รับโอกาสใหม่ๆ อย่างท่วมท้นจนไม่รู้ว่าจะท�ายังไงกับมันดี? สองปีหลังจากไปกรุงเทพฯ ครั้งแรก ในที่สุดผมก็เข้าใจ
  10. 10. ส่วนที่หนึ่ง โลกนี้จะไม่มีงานให้ท�า แล้วเหรอเนี่ย?
  11. 11. 19 ส่วนที่ 1: โลกนี้จะไม่มีงานให้ท�าแล้วเหรอเนี่ย? “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมำกที่ได้มำยืนอยู่กับ ผู้รับปริญญำกิตติมศักดิ์ท่ำนอื่น นักต่อสู้ด้ำนสิทธิมนุษยชนวิลเลียม สคำแบส ก็อยู่กับเรำที่นี่ เพื่อตรวจสอบกำรกระท�ำ อันโหดร้ำยของมหำวิทยำลัย ที่ปล่อยให้คุณ จบกำรศึกษำออกไปเจอกับตลำดงำนแบบนี้” - สตีเฟ่น โคลเบิร์ท กล่าวในพิธีมอบปริญญาของ มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ในปี 2011 ในปี2011เว็บไซต์ยูทูบตรงหน้าผมได้สุ่มมาฉายวิดีโอปาฐกถาของสตีเฟ่น โคลเบิร์ท ในพิธีมอบปริญญาของมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ตอนนั้น ตลาดแรงงานตกต�่าย�่าแย่ที่สุดในรอบหลายสิบปีพอดี ผมเงยหน้าจากโน้ตบุ๊กพร้อมยิ้มข�า
  12. 12. 20 ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี ผมก็เพิ่งกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มบัณฑิตที่ยังไม่มีงานท�า แต่พูดไปก็โชคดีกว่า คนตกงานรายอื่น ตรงที่ผมยังไม่ได้ท�าอะไรให้ขัดหูขัดตาพ่อแม่จนพวกท่าน เตะโด่งออกจากบ้าน ใครที่เคยดูรายการสร้างแรงบันดาลใจอย่างเท็ดทอล์ก(TEDTalk) หรือเคยอ่านบทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบัน คง อดรู้สึกตื่นเต้นหรือคิดฝันไปไกลไม่ได้ใช่ไหม? โอกาสมากมายถาโถมเข้า มาแต่พอเราคว้าโอกาสนั่นไว้ไม่ได้สักอย่างเราก็รู้สึกไร้ความสามารถอย่าง บอกไม่ถูกเลย มันอาจขึ้นอยู่กับว่าคุณฟังใครพูดแต่ที่แน่ๆพอถึงวิกฤติเศรษฐกิจ ในอเมริกาตอนปลายปี2008แค่ไตรมาสเดียวเม็ดเงินก็ระเหยหายไปแล้ว 5.1 ถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์ มีผู้ประท้วงมาตั้งเต็นท์อยู่ในเขตโลว์เวอร์ แมนแฮตตัน เรียกร้องให้รัฐบาลจับพวกนายธนาคารที่วอลสตรีทขังคุก จริงอยู่ที่หลายคนคงคิดว่าเศรษฐกิจมันก็ต้องมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่ผมมองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่ก�าลังเกิดขึ้น บนโลกต่างหาก อย่างที่สตีฟ จ็อบส์ เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า “ทุกสิ่งรอบตัวที่กลายมาเป็นชีวิตประจ�าวันของคุณเป็นฝีมือของ คนที่ไม่ได้ฉลาดกว่าคุณเลย คุณปรับเปลี่ยนมันได้ คุณท�าเรื่องที่ส่งผล สะเทือนกับมันได้คุณสร้างบางสิ่งขึ้นมาให้คนอื่นใช้ด้วยได้เมื่อคุณเข้าใจ เรื่องนี้ คุณจะไม่มีวันเป็นคนเดิมอีกต่อไป” ตอนนี้ทุกคนออกแบบชีวิตของตัวเองได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สมัยก่อนผมไม่เชื่อหรอก แต่พอผมได้ไปเสวนากับเพื่อนๆที่ท�าธุรกิจระหว่างเดินกลับบ้าน ทุกครั้ง ผมกลับอดคิดไม่ได้ว่า “พวกนั้นมันไม่ได้ฉลาดกว่าผมเลยนี่หว่า”
  13. 13. 21 ส่วนที่ 1: โลกนี้จะไม่มีงานให้ท�าแล้วเหรอเนี่ย? จริงอยู่ที่ผมมีประสบการณ์น้อยกว่า แต่พอพวกเขาแจงเรื่องวิธี สร้างบริษัทให้ฟัง มันก็ไม่ได้เกินความสามารถผมเลย ลองดูอย่างเก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่สิ คุณอาจออกแบบมันได้ดีกว่านี้ ก็ได้ หรืออย่างหนังสือเล่มนี้ คุณก็สามารถเขียนได้ดีกว่านี้ด้วย นักเขียน และผู้ประกอบการอย่างเจมส์อัลทูเชอร์ได้พิมพ์หนังสือของตัวเองชื่อเลิก เป็นตัวเลือก (Choose Yourself) เขาขายมันได้เป็นหมื่นเล่มเลย ลองเป็น เมื่อ 20 ปีก่อน ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนธรรมดาจะขายหนังสือได้ขนาดนั้น มีแต่ส�านักพิมพ์ใหญ่ๆ เท่านั้นแหละที่ท�าได้ อย่างวิชาที่คุณเคยเข้าเรียน คุณก็สร้างหลักสูตรออนไลน์ที่ดีกว่า เปิดสอนได้ ถ้าคุณเป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม คุณก็เปิดหลักสูตรสอน วิธีเข้าท�างานกับบริษัทให้ค�าปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดได้ถ้าคุณเป็น นักโภชนาการ คุณก็สร้างหลักสูตรสอนวิธีปรับปรุงนิสัยการกินอาหารที่มี ประโยชน์ใน 30 วันได้ ลองมีโอกาสประสบความส�าเร็จรออยู่มากมายขนาดนี้ ท�าไมถึง ยังไม่มีใครตรวจสอบมหาลัยใจร้าย ที่ปล่อยให้ผมออกมาเผชิญกับตลาด งานสุดโหดแบบนี้อีกล่ะ? อะไร องาน? อะไร อการเ น ้ ระกอ การ? เวลาเราได้ยินค�าว่า“งาน”ก็จะนึกภาพคนอยู่ในคอกสี่เหลี่ยมกรอกรายงาน อย่างตั้งใจ ส่วนเวลาเราได้ยินค�าว่า “ผู้ประกอบการ” ก็จะนึกถึงคนอย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก, สตีฟ จ็อบส์ หรือบิล เกตส์ นี่ก็ชี้ให้เห็นภาพที่ต่างกันสุดขั้วระหว่างสองค�า
  14. 14. 36 ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี ร ถ้ายาวไ ไม่อ่าน ขอ ้ ี่นี่ ผู้คนทั่วโลกก�ำลังมีกำรศึกษำดีขึ้นเรื่อยๆ ท�ำให้วิธีท�ำงำนที่ดีที่สุดก�ำลังถูกถ่ำยทอดไปทุกส่วนของโลก เทคโนโลยีกำรสื่อสำรที่ก้ำวหน้ำท�ำให้เรำติดต่อ ว่ำจ้ำง และบริหำรจัดกำร ทั้งแรงงำนในโรงงำนอุตสำหกรรม รวมไปถึงแรงงำนที่ใช้ควำมรู้ได้ง่ำยขึ้นด้วย คนที่มองหำงำนมีจ�ำนวนเพิ่มขึ้นเป็นเท่ำตัวด้วยควำมเร็วสูงมำกๆ ข่ำวร้ำยยังไม่หมด นอกจำกงำนของคุณจะถูกต่ำงชำติแย่งไปแล้ว กำรแข่งขันภำยในประเทศเองก็ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ควำมเป็นอยู่ของคุณกับผมไม่ได้ถูกต่ำงชำติเบียดเบียนเท่ำนั้น เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ก�ำลังเติบโตอยู่ในละแวกใกล้ๆ กันนี้ ก็จะมำท�ำงำนแทนคุณด้วย
  15. 15. 63 ส่วนที่ 2: ท�ำไมงำนถึงหำยไปหมดเอำตอนนี้? เรื่องของพระราชาเฮนรี่ท�าให้เราเห็นว่าการเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่เล็งเห็นข้อ จ�ากัด/ชี้ขาดนั้นท�าให้อังกฤษกลายเป็นมหาอ�านาจอย่างยาวนานจนกระทั่ง เกิดสงครามโลกสองครั้งนั่นแหละ ย เ อตสำห ม วำม ่ง น องต อ ส ำยด โลกเปลี่ยนโฉมไปอย่างมากในช่วง 350 ปีหลังสมัยพระราชาเฮนรี่ หลาย ประเทศเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจแบบเกษตรกรรมไปเป็นอุตสาหกรรม ข้อจ�ากัด/ชี้ขาดเปลี่ยนจากที่ดินมาเป็นเงินทุนสถาบันหลักเปลี่ยน จากรัฐชาติมาเป็นธนาคาร ผู้เล่นหลักเปลี่ยนจากกษัตริย์มาเป็นนาย ธนาคาร เรื่องของนายธนาคาร นาธาน รอธส์ชายด์ กับกษัตริย์ปรัสเซีย เฟรดริช วิลเฮ็ล์มที่สาม สะท้อนการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เป็นอย่างดี
  16. 16. 125 เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็มีสมาร์ทโฟนทั้งนั้น ฟังดูจืดชืดชะมัด ขอใหม่ครับ ใครๆ ก็มีคอมพิวเตอร์อยู่ในกระเป๋าทั้งนั้น ก็ยังจืดอยู่ไหมหว่า? ทุกคนเข้าถึงความรู้ของมนุษย์ได้ทั้งหมดแค่ปลายนิ้วสัมผัสวันละ24ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน และปีละ 365 วัน ค่อยเข้าท่าหน่อย ถ้าจะให้เด็ดที่สุดต้องพูดว่า ช่องทางเปิดโล่งหมดแล้ว เดี๋ยวนี้ถึงคุณจะนั่ง อยู่ในอพาร์ตเม้นต์ คุณก็ติดต่อหาใครก็ได้ทั่วโลก แถมคล่องตัวและทันใจ กว่าที่บริษัทเมื่อ 20 ปีก่อนท�าได้เสียอีก อินเทอร์เน็ตท�าให้คุณส่งต่อข้อมูล และเข้าถึงผู้คนในแวดวงธุรกิจได้อย่างง่ายดายอย่างที่ไม่มีใครฝันถึง มาก่อน บทที่ 7 การกระจายสินค้าที่ใครก็ท�าได้
  17. 17. 237 บทสรุป: งานแห่งอนาคต อะไรจะเป็นมรดกตกทอดของคุณ “วอชิงตันไม่ใช่ที่น่ำอยู่เลยล่ะ ค่ำเช่ำก็แพง อำหำร ก็ไม่ได้เรื่อง ฝุ่นเยอะดูไม่ได้ ศีลธรรมก็ด่ำงพร้อย จงไปทำงตะวันตกเถอะพ่อหนุ่ม ไปซะ แล้ว ก้ำวหน้ำไปพร้อมกับประเทศนี้” - ค�ากล่าวของโฮเรซ กรีลีย์ ถึงผู้ตั้งรกรากชาวอเมริกันในทศวรรษ 1800 หลังจบมหาวิทยาลัย ร็อบ วอลลิง ก็ไปเป็นผู้จัดการโครงการในบริษัท ก่อสร้างที่พ่อของเขาท�ามากว่า 42 ปี เขารู้จักเจ้าของทุกคนจึงได้ท�าหน้าที่ ฝ่ายบริหารอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูง เขาลาออกจากงานนั้นมาได้สิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่สังหรณ์ใจว่า ตัวเอง “เกิดมาเพื่อสิ่งที่ต่างออกไป หรือยิ่งใหญ่กว่านี้” “แปลกดีไหมล่ะที่ผมพูดว่าใหญ่กว่าเพราะตอนนี้ผมก�าลังบริหาร บริษัทที่มีขนาดเล็กจิ๋วกว่าบริษัทเดิมที่ผมอาจได้เป็นผู้บริหารหลายเท่า ตอนนั้นผมอายุ 22 นะ ดันคิดว่าถ้ามองย้อนกลับมาจากตอนอายุ 65 แล้ว เห็นตัวเองท�างานในบริษัทผู้รับเหมางานไฟฟ้าตลอดชีวิตถึงจะเป็นผู้บริหาร

×