Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
ท�ำถูกครั้งเดียว
อนำคต
เปลี่ยน
ตลอดชีวิต
พบกับ 16 เรื่องราวของมหาเศรษฐีแห่งศตวรรษที่ 21
เผยความลับที่คนธรรมดาจะประสบความส�...
สำรบัญ
บทน�ำ v
เรื่องที่ 1
ฌอน พาร์กเกอร์, เฟซบุ๊ก (Facebook): ผู้ไม่เคยหยุดเปลี่ยนโลก 1
เรื่องที่ 2
ดรูว์ เฮาสตัน, ดรอปบ็...
เรื่องที่ 8
เดวิด คาร์พ, ทัมเบลอร์ (Tumblr): โครงการศิลปะพันล้านดอลลาร์ 117
เรื่องที่ 9
นิก วู้ดแมน, โกโปร (GoPro): ผู้ร�่...
- V -
บทน�ำ
ฌอน พาร์กเกอร์ ซุกตัวอยู่ในมุมมืด สายตาที่ว่างเปล่าของเขาคือสายตา
ของคนที่แทบจะไม่รู้จักใครเลยในงานที่เต็มไปด้...
- VI -
ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต
ภาพของนักธุรกิจผู้ชั่วร้ายท�าให้ฌอนตัดสินใจขังตัวเองอยู่ในห้อง
ของโรงแรมเพนน...
- VII -
บทน�ำ
แต่ส�าหรับการขึ้นชกในยกนี้แรงขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลังนั้นยิ่งทวี
ความรุนแรงขึ้นไปอีกหลายเท่า คนรุ่นใหม่ใน...
- VIII -
ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต
ท�าให้คุณค่าของตัวเองเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว ในช่...
- IX -
บทน�ำ
เดียวกันกับคนเก่งๆ เท่านั้น (ในช่วงทศวรรษ 2010 ไม่มีต�าแหน่งอะไรที่จะ
มีความหมายดีไปกว่า “ผู้ก่อตั้งบริษัท”) ...
- X -
ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต
ผมขอยกเครดิตให้กับนักเขียนและนักวิเคราะห์ของฟอร์บส ที่ยก
เรื่องราวเหล่านี้ขึ้...
- XI -
บทน�ำ
ดูจากช่วงเวลาที่แต่ละบริษัทเริ่มเป็นที่รู้จัก เราใช้
เวลาเพียงแค่สามปีในการรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้
ถึงแม้ว่าห...
- 1 -
เรื่องที่ 1
ฌอน พำร์กเกอร์, เฟซบุ๊ก (Facebook):
ผู้ไม่เคยหยุดเปลี่ยนโลก
ฌอน พาร์กเกอร์ คือตัวแทนวิวัฒนาการของอินเทอร...
- 2 -
ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต
หลังจากที่ฌอนฟื้นฟูสภาพจิตใจกลับมา เขาก็ได้เชิญสตีเวนไป
นั่งพูดคุยกันสั้นๆ ที...
- 3 -
ฌอน พาร์กเกอร์, เฟซบุ๊ก
ในวันเดียวกันนี้ เขายังติดต่อจองคิววงดนตรีและคุยกับร้านต่างๆ
เพื่อเตรียมงานหมั้นของตัวเองที่...
- 4 -
ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต
มอสโกวิทซ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊กกล่าวว่า “เขาถูกมองว่าเป็นคนที่คาดเดา
อะไรไม่...
ตัวอย่างหนังสือ ทำถูกครั้งเดียว อนาคตเปลี่ยนตลอดชีวิต
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ตัวอย่างหนังสือ ทำถูกครั้งเดียว อนาคตเปลี่ยนตลอดชีวิต

212 views

Published on

ชื่อหนังสือ : ทำถูกครั้งเดียว อนาคตเปลี่ยนตลอดชีวิต
ผู้เขียน : Randall Lane
ผู้แปล : ยศเถา ยอดยิ่ง
สำนักพิมพ์ : Bingo
จำนวนหน้า : 288 หน้า ปกอ่อน

Published in: Business
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ตัวอย่างหนังสือ ทำถูกครั้งเดียว อนาคตเปลี่ยนตลอดชีวิต

  1. 1. ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคต เปลี่ยน ตลอดชีวิต พบกับ 16 เรื่องราวของมหาเศรษฐีแห่งศตวรรษที่ 21 เผยความลับที่คนธรรมดาจะประสบความส�าเร็จได้ในชั่วข้ามคืน Randall Lane และทีมงาน Forbes
  2. 2. สำรบัญ บทน�ำ v เรื่องที่ 1 ฌอน พาร์กเกอร์, เฟซบุ๊ก (Facebook): ผู้ไม่เคยหยุดเปลี่ยนโลก 1 เรื่องที่ 2 ดรูว์ เฮาสตัน, ดรอปบ็อกซ์ (Dropbox): พอกันทีกับพายแช่แข็ง 21 เรื่องที่ 3 อีลอน มัสก์, เทสลามอเตอร์สและสเปซเอ็กซ์ (Tesla Motors and SpaceX): เจาะความคิดไอรอนแมนตัวจริง 37 เรื่องที่ 4 เควิน ซิสตรอม, อินสตาแกรม (Instagram): ไม่มีรายได้? ไม่มีแม้แต่ไอเดียที่จะท�ารายได้? ไม่มีปัญหา! 53 เรื่องที่ 5 แดเนียล เอ็ก, สปอตติฟาย (Spotify): ผ่าทางออกให้กับวงการเพลง 71 เรื่องที่ 6 แอรอน เลวี, บ็อกซ์ (Box): บิล เกตส์ รุ่นที่สอง 87 เรื่องที่ 7 แจ็ค ดอร์ซีย์, ทวิตเตอร์, สแควร์ (Twitter, Square): ผู้เชี่ยวชาญทุกสายงาน 103
  3. 3. เรื่องที่ 8 เดวิด คาร์พ, ทัมเบลอร์ (Tumblr): โครงการศิลปะพันล้านดอลลาร์ 117 เรื่องที่ 9 นิก วู้ดแมน, โกโปร (GoPro): ผู้ร�่ารวยความตื่นเต้น 135 เรื่องที่ 10 ไบรอัน เชสกี้, แอร์บีเอ็นบี (Airbnb): นายหน้าแห่งยุคเศรษฐกิจแบ่งปัน 149 เรื่องที่ 11 อเล็กซ์ คาร์พ, พาลันเทียร์ (Palantir): ตามติดทุกข้อมูล 161 เรื่องที่ 12 เพจมัน โนซาด, นักลงทุนใจบุญ (Angel Investor): ซินเดอเรลลาแห่งซิลิคอนวัลเลย์ 181 เรื่องที่ 13 อีแวน สปีเกล, สแนปแชท (Snapchat): เดิมพันด้วยเงิน 3 พันล้าน 199 เรื่องที่ 14 ปาล์มเมอร์ ลัคกี้, ออคคูลัส วีอาร์ (Oculus VR): ระบบเสมือนจริงกับขุมทรัพย์ที่จับต้องได้ 219 เรื่องที่ 15 อาดี ทาทาร์โก้, เฮาซ์ (Houzz): ทลายก�าแพงทางเพศ 235 เรื่องที่ 16 แยน คูม, วอทส์แอพ (Whatsapp): โฉมหน้าของนักล่าฝัน 249
  4. 4. - V - บทน�ำ ฌอน พาร์กเกอร์ ซุกตัวอยู่ในมุมมืด สายตาที่ว่างเปล่าของเขาคือสายตา ของคนที่แทบจะไม่รู้จักใครเลยในงานที่เต็มไปด้วยแขกเหรื่อมากมายที่งาน สังสรรค์สื่อมวลชน ณ คลับมังกี้บาร์ในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2011 แต่เพราะนับตั้งแต่ผมกลับมาท�าหน้าที่บรรณาธิการ ฌอนคือคนแรกที่ได้ ขึ้นปกนิตยสารฟอร์บส ฉบับสองสัปดาห์ก่อน ผมจึงคิดว่าควรจะเข้าไป แนะน�าตัวกับเขาสักหน่อย “ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณเป็นใคร”ฌอนตอบผมพร้อมทั้งโต้กลับด้วยการ เล่าประวัติส่วนตัวของผมสั้นๆ สถานะทางการตลาดของฟอร์บส และ เป้าหมายส�าหรับนิตยสารฉบับนี้ที่ผมเคยพูดเอาไว้ จากนั้นเขาจึงอธิบาย เกี่ยวกับอุปนิสัยหมกมุ่นของเขา (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ) คล้ายกับก�าลังร�าพึง ร�าพันกับตัวเอง ซึ่งผมสามารถสรุปใจความได้ในค�าเดียวว่า ขอบคุณ บทความที่ขึ้นหน้าปกของนิตยสารฟอร์บส ไม่ได้ใช้ค�าพูดหวานๆ ถึงฌอน เพราะบทความนี้แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มที่ช่วยสร้างแนปสเตอร์ เฟซบุ๊ก และสปอตติฟายให้เกิดขึ้นมาผู้นี้เต็มไปด้วยนิสัยประหลาดและ ข้อบกพร่องมากมาย แต่ก่อนที่โลกจะได้เห็นบทความที่ว่า (ซึ่งมีผู้อ่าน ออนไลน์กว่า700,000ครั้งและผู้อ่านฉบับพิมพ์อีกนับล้าน)คนทั่วโลกต่าง ก็มองเห็นเขาในฐานะตัวร้ายที่แสดงโดยจัสติน ทิมเบอร์เลก ในภาพยนตร์ เรื่องเดอะโซเชียลเน็ตเวิร์ก(เป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงการก่อตั้งเฟซบุ๊กและการ ฟ้องร้องคดีความที่เกี่ยวข้อง)ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นฝีมือการก�ากับของเดวิด ฟินเชอร์ แม้แต่มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เองยังยอมรับว่าบทของภาพยนตร์ เรื่องนี้ไม่แฟร์กับตัวจริงของฌอนสักเท่าไร
  5. 5. - VI - ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต ภาพของนักธุรกิจผู้ชั่วร้ายท�าให้ฌอนตัดสินใจขังตัวเองอยู่ในห้อง ของโรงแรมเพนนินซูล่าในลอสแองเจลิสอยู่นานถึงสองเดือน พร้อมกับ น�้าหนักตัวที่เพิ่มขึ้นถึง 30 ปอนด์ คู่หมั้นวัย22ปีของฌอนช่วยให้เขาผ่านพ้นช่วงภาวะซึมเศร้าและ ลดน�้าหนักได้ส�าเร็จวันนี้ฌอนก�าลังยืนอยู่ตรงหน้าผมเขารู้สึกว่าตัวเองยิ่ง ใหญ่ขึ้นนับร้อยเท่า เช่นเดียวกับที่เหล่าผู้กล้าหนุ่มสาวในยุคดิจิตอลอีก หลายคนที่ไม่สนใจกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่เลือกที่จะเปลี่ยนแปลง โฉมหน้าของอุตสาหกรรมและวิถีแห่งการสร้างความร�่ารวย หลังจากที่ผมคุยกับฌอนได้เพียงหนึ่งวัน สตีฟ จ็อบส์ ก็จากไป อย่างไม่มีวันกลับสตีฟคือผู้ที่เป็นสัญลักษณ์ของอัศวินยุคใหม่เขาเป็นหนึ่ง ในสามเสาหลักของนักธุรกิจที่พลิกวงการเทคโนโลยีร่วมกับบิล เกตส์ และ ไมเคิล เดลล์ โดยสมัยที่ทั้งสามคนยังหนุ่ม พวกเขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนโลกได้ วันนี้สตีฟเสียชีวิตไปแล้ว บิลท�างาน เป็นนักการกุศลเต็มตัว ในขณะที่บริษัทของไมเคิล เดลล์ ในสายตาคน รุ่นใหม่รวมไปถึงแอปเปิลและไมโครซอฟต์ ถูกมองว่าเป็นเพียงเหยื่อตัว อ้วนพีแทนที่จะเป็นนักล่าผู้หิวกระหาย เรื่องราวที่ผมพูดถึงนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ครึ่งแรกของยุคคอมพิวเตอร์ ในอเมริกาเต็มไปด้วยคลื่นลูกใหม่ที่ถาโถมเข้ามาแทนคลื่นลูกเก่าหลังจาก ผมเรียบจบมหาวิทยาลัยในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ผมได้ท�างานกับฟอร์บส และได้มีโอกาสได้เขียนบทความเกี่ยวกับคนในยุคเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ซึ่งเป็น กลุ่มคนที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและชอบท�าธุรกิจส่วนตัวมากกว่าไต่ บันไดองค์กร คนในยุคนั้นท�าให้เราได้เห็นฟองสบู่ของธุรกิจอินเทอร์เน็ตใน ยุคแรกซึ่งเป็นการขึ้นชกระหว่างคู่ต่อสู้รายต่างๆจนในที่สุดเราจึงได้ผู้ชนะ ที่ยิ่งใหญ่เหลืออยู่แค่ไม่กี่ราย
  6. 6. - VII - บทน�ำ แต่ส�าหรับการขึ้นชกในยกนี้แรงขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลังนั้นยิ่งทวี ความรุนแรงขึ้นไปอีกหลายเท่า คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ไม่ใช่แค่คุ้นเคยกับ เทคโนโลยีเท่านั้น แต่พวกเขาไม่เคยแม้แต่ได้สัมผัสกับโลกที่ไร้ซึ่ง อินเทอร์เน็ตนี่คือสิ่งที่ท�าให้คนกลุ่มนี้ไม่ต้องการหยุดแค่เพียงการเป็นผู้ชนะ ในโลกของเทคโนโลยีเท่านั้น เพราะธุรกิจทุกวงกำรในทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่ เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ดนตรี หรือการขนส่ง ดังนั้น ธุรกิจทุกหนแห่งจึงพร้อมที่จะให้คนเหล่านี้เข้ามาตักตวงความส�าเร็จ แน่นอนว่าสิ่งดึงดูดใจอีกอย่างหนึ่งนอกจากความส�าเร็จก็คือ เงิน ในอนาคตเราคงจะได้เห็นในที่สุดว่าธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีจะเป็นเพียง แค่ฟองสบู่ทางเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่งหรือไม่ แต่ถ้าคุณรู้ว่าแอพส�าหรับแชร์ รถรับส่งสาธารณะอย่างอูเบอร์ที่มีอายุแค่ 5 ปีเท่านั้น มีมูลค่าประเมินใน การระดมทุนสูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ คุณก็คงจะรู้สึกว่าฟองสบู่คงไม่ แตกง่ายๆ อย่างไรก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราก�าลังได้เห็นเครื่องจักร สร้างความร�่ารวยที่มหัศจรรย์ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊กในวัย30ปีมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ รวมประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ มาร์คอาจจะเรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ของ เหล่านักธุรกิจรุ่นใหม่ แต่เขาไม่ใช่คนเดียวที่ร�่ารวยขึ้นมาจากเทคโนโลยี มี ชาวอเมริกันกว่าสิบคนที่ติดท�าเนียบมหาเศรษฐีพันล้านด้วยตนเองในช่วง 5ปีที่ผ่านมาทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะสมัครเป็นประธานาธิบดีได้ด้วยซ�้า ยิ่งไปกว่านั้นคนในกลุ่มนี้ไม่คิดว่าความร�่ารวยระดับนี้เป็นเรื่องแปลกอะไร และรู้สึกว่าตนเองควรได้รับสิทธินั้นอยู่แล้ว ในขณะเดียวกันความหนุ่มสาวนั้นไม่ใช่ข้อเสียเปรียบอีกต่อไปซึ่ง ถือเป็นการเปลี่ยนอารยธรรมของมนุษย์จากหน้ามือเป็นหลังมือในอดีตไม่ ว่าคุณจะเป็นช่างตีเหล็กหรือนักกฎหมายความฉลาดและประสบการณ์จะ
  7. 7. - VIII - ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต ท�าให้คุณค่าของตัวเองเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว ในช่วง ยี่สิบปีที่ผ่านมาถ้าจะหาช่างสักคนมาซ่อมคอมพิวเตอร์ของคุณ แน่นอนว่า คุณอยากจะได้ช่างซ่อมอายุ25มากกว่าอายุ55เมื่อสักสิบปีก่อนนักลงทุน ต้องการคนวัยหนุ่มสาวที่ “โตมากับยุคดิจิตอล” มากกว่าคนที่อยู่ใน อุตสาหกรรมนี้มานานแต่มีเงื่อนไขก็คือคนหนุ่มสาวเหล่านี้ต้องถูกจับคู่กับ “ผู้ใหญ่” ที่ท�างานเป็น แต่ในปัจจุบันไม่มีใครสนใจว่าจะต้องมีผู้ใหญ่คอย คุมอีกต่อไปแล้วคนวัยหนุ่มสาวคือผู้ที่จะเข้ามาจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง สิ่งที่แตกต่างจากผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์(กองทุนที่มุ่งหาก�าไร สูงสุดโดยใช้เครื่องมือการเงินที่หลากหลายและซับซ้อน) ซึ่งกวาดก�าไรได้ นับพันล้านโดยที่ไม่ต้องสร้างสรรค์อะไรขึ้นมาเองเลย(นอกจากท�าธุรกรรม ทางการเงินที่ซับซ้อนและสุดท้ายก็ท�าให้ทุกอย่างพังพินาศ) ก็คือไม่มีใคร รังเกียจคนหนุ่มสาวเหล่านี้ ในทางตรงกันข้าม คนทั่วไปมองการที่พวกเขา เหมาเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเดินทางข้ามประเทศว่าเป็นเรื่องที่เท่มาก ฮีโร่เกิดขึ้นจากความเชื่อว่าความส�าเร็จเกิดขึ้นจากตนเองนักลงทุน ให้ความส�าคัญกับไอเดียและการลงมือท�ามากกว่าเส้นสายและฝีปากใน การขาย เมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้ คุณจะได้เห็นว่าความส�าเร็จนั้นเกิดขึ้น กับวัยรุ่นที่ใช้เวลาเรียนรู้การเป็นแฮกเกอร์ มากกว่ากับคนที่มีชื่อพ่อตัวเอง สลักอยู่บนป้ายเกียรติยศของมหาวิทยาลัยการกีดกันทางเพศยังคงมีให้เห็น อยู่ในแวดวงนักเขียนโปรแกรม (จริงๆ แล้วเราไม่ได้ตั้งใจจะให้หนังสือเล่ม มีแต่เรื่องราวของผู้ชายอย่างเดียวแต่มีผู้หญิงน้อยมากที่มีโอกาสสร้างธุรกิจ สตาร์ทอัพขนาดใหญ่ในวงการเทคโนโลยี) แต่ถ้าคุณได้ลองคุยกับแยน คูม หรือเพจมัน โนซาด หรือแดเนียล เอ็ก คุณจะได้รู้ว่าความฝันในการสร้างความร�่ารวยนั้นมีโอกาสกลายเป็น ความจริงได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การเล่นเส้นสายอย่างเดียวที่ผมเคย เห็นก็มาจากการที่คุณเป็นเพื่อนร่วมห้อง เป็นคู่ซี้ หรืออยู่ในกลุ่มเพื่อน
  8. 8. - IX - บทน�ำ เดียวกันกับคนเก่งๆ เท่านั้น (ในช่วงทศวรรษ 2010 ไม่มีต�าแหน่งอะไรที่จะ มีความหมายดีไปกว่า “ผู้ก่อตั้งบริษัท”) คงเป็นเรื่องยากที่คุณจะไม่ชอบ ขี้หน้าใครสักคนถ้าคุณก�าลังตามหาความฝันเดียวกัน อย่างไรก็ตามส�าหรับผม สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในทุกเรื่องราวของ หนังสือเล่มนี้ ซึ่งผมอยากปรบมือให้ดังๆ ก็คือความกล้าท�าในสิ่งที่ตนเชื่อ การฟื้นตัวหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 เป็นไปอย่างช้า มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งส�าหรับตลาดงานในขณะที่คนอื่นมองเห็นโลกที่หยุด นิ่งอยู่กับที่คนกลุ่มนี้กลับมองเห็นเหมืองทองอยู่ข้างหน้าและที่ส�าคัญก็คือ พวกเขาลงมือท�ำ พวกเขาต้องการที่จะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ได้ลงมือท�าไป มากกว่าที่จะมาเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ท�า สตีฟจ็อบส์,บิลเกตส์และไมเคิลเดลล์ท�าให้การดรอปเรียนกลาง คันกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ส�าหรับคนในกลุ่มนี้ มันคือความเท่ มันคือ ตราแห่งเกียรติยศ(อีแวนสปีเกลผู้ก่อตั้งบริษัทสแนปแชทดรอปเรียนจาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกลางห้องเรียน ทั้งๆ ที่เหลืออีกแค่หนึ่งเดือนก็จะ เรียนจบ… เพราะเขายึดถือในหลักการของตัวเอง) แทบจะไม่มีใครเลยในหนังสือเล่มนี้ที่ไม่เคยสัมผัสกับความล้ม เหลวอันที่จริงแล้วนักลงทุนเองมองว่าความล้มเหลวถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง และพวกเขามักจะร่วมลงทุนหลังจากที่คุณเคยโชคดีพอที่จะท�าผิดพลาดกับ เงินของคนอื่นมาแล้วระบบนิเวศทั้งหมดของการร่วมลงทุนมีพื้นฐานอยู่บน ความผิดพลาด โอกาสประสบความส�าเร็จเพียงแค่หนึ่งในสิบนั้นเพียง พอแล้ว ตราบเท่าที่ความส�าเร็จที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความส�าเร็จที่จะพลิกโฉม วงการขอแค่ถูกสักครั้งก็เกินพอความส�าเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกิดจากคนที่ไม่ กลัวความล้มเหลว นี่คือทัศนคติแบบอเมริกันจ๋าที่เป็นเหตุผลว่าท�าไม นวัตกรรมส่วนใหญ่ในยุคอินเทอร์เน็ตถึงได้มีต้นก�าเนิดมาจากประเทศนี้
  9. 9. - X - ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต ผมขอยกเครดิตให้กับนักเขียนและนักวิเคราะห์ของฟอร์บส ที่ยก เรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา และท�าให้เราได้รู้จักกับเหล่าปรมาจารย์มหาเศรษฐี ยุคดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นจอร์จ แอนเดอส์, วิคตอเรีย บาร์เร็ต, เจฟฟ์ เบอร์โควิชี,สตีฟเบอร์โทนี,เอแบรมบราวน์,เจ.เจ.โคเลา,แฮนนาเอลเลียท, เดวิด อีวอลท์, โทมิโอ เจอรอน, แอนดี กรีนเบิร์ก, ไรอัน แม็ค, พาร์มี โอลสัน และเอริค ซาวิทซ์ ตัวอักษรแทบจะทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้คือ ผลงานของพวกคุณ ผมขอขอบคุณทีมงานของเพนกวินส์พอร์ทโฟลิโอ เอเดรียน แซคไฮม์, นาตาลี ฮอบาเชฟสกี และวิล ไวส์เซอร์ ที่เข้าใจในทันทีถึงพลัง และความส�าคัญของเรื่องราวที่เรารวบรวมขึ้นมา และท�างานได้รวดเร็ว ไม่ต่างจากธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อให้หนังสือเล่มนี้ออกวางแผงได้ ผมขอ ขอบคุณทีมงานสองคนของฟอร์บส เป็นพิเศษ ได้แก่ ลูอิส ดวอร์คิน เจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์ระดับสูงของฟอร์บส การที่เขากลับมาท�างานที่ ฟอร์บสเมื่อ4ปีที่แล้วท�าให้เรากลับมาให้ความส�าคัญกับบทความเกี่ยวกับ ผู้ประกอบการอีกครั้ง ลูอิสคือผู้สร้างรากฐานให้กับทุกเรื่องราวในหนังสือ เล่มนี้ และอีกคนหนึ่งคือ บรูซ อัพบิน บรรณาธิการบริหารที่ดูแลบทความ ด้านเทคโนโลยีของฟอร์บสคนคนนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกือบทั้งหมด ที่คุณจะได้อ่าน ตลอด3ปีที่ผ่านมางานของผมได้ท�าให้ผมมองเห็นคลื่นลูกใหม่ที่ ก�าลังก่อตัวขึ้น การที่ฟอร์บสเป็นนิตยสารชื่อดังที่เผยแพร่เรื่องราวของโลก ธุรกิจ ท�าให้ผมได้มองเห็นโลกนี้กว้างขึ้นด้วย เรื่องราวเกือบทั้งหมดใน หนังสือเล่มนี้มาจากบทความแนะน�าในนิตยสารฟอร์บสและส่วนใหญ่เป็น บทความที่ขึ้นหน้าปกนิตยสาร นอกจากนี้ผมยังได้ท�าการปรับปรุงเนื้อหา แต่ละเรื่อง เพื่อให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจนและถูกต้อง ของสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันที่เราส่งต้นฉบับให้กับโรงพิมพ์ ผมจัดเรียงเรื่องราวตามล�าดับเวลา โดย
  10. 10. - XI - บทน�ำ ดูจากช่วงเวลาที่แต่ละบริษัทเริ่มเป็นที่รู้จัก เราใช้ เวลาเพียงแค่สามปีในการรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ ถึงแม้ว่าหัวใจหลักของแต่ละเรื่องราวนั้นจะเหมือน กัน แต่คุณจะเห็นได้ว่าตัวเลขมูลค่าของแต่ละ บริษัทนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผมขอย้อนกลับมาที่เพื่อนร่วมปาร์ตี้ของ ผม ฌอน พาร์กเกอร์ แน่นอนว่าบทพูดของเขาที่ ทุกคนจ�าได้จากหนังเดอะโซเชียลเน็ตเวิร์ก คือ ค�าแนะน�าที่เขาให้กับมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ในการ ประชุมครั้งแรก “เงินแค่ล้านเดียวมันยังไม่สุด นายรู้ไหมว่าอะไรที่ชั้นเรียก ว่าสุดๆ ไปเลย? เงินพันล้านไงล่ะ” ฌอนบอกกับผมว่าค�าพูดทั้งหมดนี้มัน เรื่องแต่งทั้งเพ เขาไม่เคยพูดอะไรแบบนั้น และถึงแม้ว่าเขาจะพูดมันจริงๆ หลังจากที่คุณอ่านหนังสือเล่มนี้ คุณก็จะรู้ว่าค�าพูดนี้มันไร้สาระสิ้นดี ใน ดินแดนของหนุ่มสาวที่ร�่ารวยจากเทคโนโลยี เงินพันล้านไม่ใช่เรื่องสุดยอด อีกต่อไปแล้ว มันต้องเงินหมื่นล้านต่างหาก — แรนดอล เลน, สิงหาคม 2014 @RandallLane ในดินแดนของ หนุ่มสาวที่ร�่ารวย จากเทคโนโลยี เงิน พันล้านไม่ใช่เรื่อง สุดยอดอีกต่อไปแล้ว มันต้องเงินหมื่น ล้านต่างหาก
  11. 11. - 1 - เรื่องที่ 1 ฌอน พำร์กเกอร์, เฟซบุ๊ก (Facebook): ผู้ไม่เคยหยุดเปลี่ยนโลก ฌอน พาร์กเกอร์ คือตัวแทนวิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ต เขาเปลี่ยน ตัวเองจากการเป็นแฮกเกอร์มือสมัครเล่นมาเป็นมหาเศรษฐีที่ยังคงท�า เงินได้ไม่หยุดหย่อน ฌอนเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะหนุ่มวัยรุ่นผู้ก่อตั้ง เว็บไซต์แนปสเตอร์ เว็บไซต์เพลงละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกือบจะท�าให้ อุตสาหกรรมเพลงต้องพังพินาศ และท�าให้ตัวเขาเองเฉียดเข้าใกล้คุก กับโดนค�าสั่งฟ้องล้มละลาย จากนั้นฌอนก็ได้เป็นประธานบริษัทอายุยี่สิบกว่าๆ ของ เฟซบุ๊ก ซึ่งมีหน้าที่เป็น “ผู้ใหญ่” คอยดูแลมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก (ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ก) เขายึดต�าแหน่งผู้ร้ายของวงการดิจิตอลเอา ไว้อย่างถาวร ถึงแม้ว่าเขาจะท�าเงินให้ตัวเองได้หลายพันล้านดอลลาร์ ก็ตาม ในปี 2011 หลังจากที่ฌอนเพิ่งถูกตีตราว่าเป็นผู้ร้ายแห่งโลก เทคโนโลยีไปหมาดๆ ในภาพยนตร์เรื่อง เดอะโซเชียลเน็ตเวิร์ก ของ ผู้ก�ากับเดวิด ฟินเชอร์ ฌอนก็เข้ารับการผ่าตัด เขากลายร่างเป็นฤๅษี เก็บตัวอยู่ในห้องของโรงแรมเพนนินซูล่าในเมืองลอสแองเจลิสเพื่อ พักฟื้นร่างกายเป็นเวลาถึงสองเดือน เมื่อสตีเวน เบอร์โทนี ตามหา ฌอนจนเจอเพื่อนัดสัมภาษณ์ สตีเวนจึงได้รู้ซึ้งถึงค�ากล่าวที่ว่า เงินซื้อ ความสุขไม่ได้
  12. 12. - 2 - ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต หลังจากที่ฌอนฟื้นฟูสภาพจิตใจกลับมา เขาก็ได้เชิญสตีเวนไป นั่งพูดคุยกันสั้นๆ ที่บ้านทาวน์เฮาส์ราคา 20 ล้านดอลลาร์ของเขาที่ กรีนวิชวิลเลจในนิวยอร์ก การนัดสัมภาษณ์ในคราวนั้นแปลงสภาพ เป็นการร่วมรับประทานอาหารญี่ปุ่นมื้อค�่าอันหรูหรา และหลังจากเหล้า สาเกราคาแพงหมดไปสองขวด ทั้งสองคนก็ต่อด้วยการนั่งเครื่องบิน เจ็ทเช่าเหมาล�าไปยังฝั่งตะวันตกของอเมริกา โดยฌอนเล่ากลับไปกลับ มาถึงเรื่องที่เขาก�าลังสนใจในขณะนั้น นั่นคือ แอร์ไทม์ บริการแชร์คลิป วิดีโอที่เขาเก็บเป็นความลับไว้อย่างดีและล่มไม่เป็นท่าในเวลาต่อมา แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ชายคนนี้เก่งเรื่องการคิดท�า เรื่องใหม่ๆ และไม่คิดมากถ้าอะไรบางอย่างจะไม่เป็นไปตามที่วางแผน ไว้ ฌอนยังเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังสปอตติฟาย ซึ่งก็คือแนปสเตอร์ที่กลับ ชาติมาเกิดแบบถูกกฎหมาย โดยในปี 2014 สปอตติฟายมีมูลค่า ประเมินมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ฌอนพาร์กเกอร์ในรถยนต์ออดี้เอส6ที่ซ่อนเครื่องยนต์ของแลมโบกินี่ไว้ ภายในก�าลังขับแหวกสายหมอกยามค�่าคืนบนสะพานโกลเดนเกตมุ่งหน้า ไปยังบ้านพักบนพื้นที่ 18 เอเคอร์ของเขาในเมืองมารินเคาน์ตี มือซีดขาว ข้างหนึ่งของฌอนจับอยู่บนพวงมาลัย ในขณะที่มืออีกข้างก�าลังเลือกเพลง นับพันๆ เพลงที่เขาอัพโหลดเก็บไว้ในเครื่องเสียงของรถ อดีตประธานของเฟซบุ๊กผ่านพ้นวันที่ยุ่งวุ่นวายไปอีกวันหนึ่งตลอด 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา เขาสัมภาษณ์ผู้สมัครสองคนในต�าแหน่งรองประธาน บริษัทสตาร์ทอัพแห่งใหม่เกี่ยวกับบริการด้านวิดีโอใช้เวลาหลายชั่วโมงตอบ อีเมลเกี่ยวกับสปอตติฟายซึ่งเป็นบริการเพลงที่เขาอยู่เบื้องหลังและนัดเจอ กับคนที่เขาเล็งให้เข้ารับต�าแหน่งซีอีโอส�าหรับแอพการกุศลแอพใหม่ของ เฟซบุ๊กในชื่อ คอสเซส
  13. 13. - 3 - ฌอน พาร์กเกอร์, เฟซบุ๊ก ในวันเดียวกันนี้ เขายังติดต่อจองคิววงดนตรีและคุยกับร้านต่างๆ เพื่อเตรียมงานหมั้นของตัวเองที่จะจัดขึ้นในรัฐนิวเจอร์ซีย์ มันเป็นคืน เดียวกันกับที่เฮอริเคนไอรีนเข้าถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ท�าให้นักร้อง ชื่อดังที่จ้างไว้อย่างเลนนีคราวิทซ์ต้องติดค้างอยู่ที่รัฐนอร์ธแคโรไลนาฌอน จึงเลือกให้วงโคลด์วอร์คิดส์มาเล่นแทน)หลังจากนั้นเขาก็ออกจากที่ท�างาน เพื่อไปรับประทานอาหารค�่ากับแจ็ค ดอร์ซีย์ ซีอีโอของบริษัทให้บริการ ช�าระเงินสแควร์และทวิตเตอร์ซึ่งเป็นคู่แข่งของเฟซบุ๊กกว่าเขาจะมาส่งผม ที่โรงแรมก็ปาเข้าไป5ทุ่มครึ่งแล้วแต่ทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมเพียงแค่ครึ่งวัน ของฌอนเท่านั้น ฌอนใช้เวลาอีก 6 ชั่วโมงต่อมาระดมส่งอีเมลอย่างต่อเนื่อง แล้ว เปลี่ยนมาเปิดดูหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา เมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวาน (หรือ วันเดียวกันนี่แหละ ถ้าคุณนับตามเวลานอนของฌอน) เพิ่งมีข่าวการจาก ไปของสตีฟ จ็อบส์ จนกระทั่งประมาณ 6 โมงเช้าฌอนจึงโพสต์ค�ากล่าว ของนักปรัชญา อาเทอร์ โชเพนเฮาเออร์ “เรามองดูความตายของศัตรูของ เราด้วยความเสียใจ เช่นเดียวกับที่เรารู้สึกกับเพื่อนของเรา เราเสียดายที่ พวกเขาจะไม่ได้เห็นความส�าเร็จของเรา” โพสต์นี้รั่วถึงมือนักข่าวทันที เว็บไซต์ข่าวกอสซิปชื่อกอว์เกอร์ กล่าวหาฌอนว่าก�าลังเต้นร�าดีใจบน หลุมศพของสตีฟจ็อบส์ฌอนส่งอีเมลถึงเว็บไซต์กอว์เกอร์ว่าที่เขาโพสต์นั้น เขาต้องการสรรเสริญสตีฟจ็อบส์ซึ่งเป็นไอดอลของเขามานานและเพิ่งได้ เป็นคู่แข่งกันเมื่อเร็วๆ นี้เอง ฌอนเข้านอนตอนเกือบ 7 โมงเช้า อีก 4 ชั่วโมงต่อมา ฌอนก็ตื่นขึ้นมาและพร้อมท�ากิจกรรมเหมือน ทุกๆ วันอีกครั้ง ความไม่แน่นอนความบ้าบิ่นและนิสัยที่คาดเดาไม่ได้ของฌอนท�า ให้เขาไม่ถูกกับบรรดานักลงทุนเท่าไรนักเขาถูกไล่ออกจากบริษัทสามแห่ง ที่เขาช่วยสร้างขึ้นมาหลังจากที่แต่ละบริษัทเริ่มท�าก�าไรได้ไม่นาน ดัสติน
  14. 14. - 4 - ท�ำถูกครั้งเดียว อนำคตเปลี่ยนตลอดชีวิต มอสโกวิทซ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊กกล่าวว่า “เขาถูกมองว่าเป็นคนที่คาดเดา อะไรไม่ได้ ในขณะที่นักลงทุนต้องการให้ทุกอย่างอยู่ใต้การควบคุม” แต่ นักลงทุนชอบไอเดียใหญ่ๆ และฌอนก็มีไอเดียเหล่านั้น รีด ฮอฟฟ์แมน ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ลิงกต์อิน (เว็บไซต์หางานที่ใหญ่ ที่สุดในโลก) เรียกฌอนว่า “คนน่ารังเกียจที่มีวิสัยทัศน์” ถ้ามองในแง่ของ ความเจ้าเล่ห์เพทุบายในห้องประชุม ตัวฌอนเองนั้นไม่ได้เป็นเหมือนใน ภาพยนตร์เรื่องเดอะโซเชียลเน็ตเวิร์กเลยชามาธพาลีหะพิทยาอดีตซีอีโอ ด้านพัฒนาองค์กรของเฟซบุ๊กกล่าวว่า“บทหนังจ�าเป็นต้องมีตัวร้ายแต่นั่น ไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็น ตัวจริงของเขานั้นตรงกันข้ามกับในหนังเลย” ถ้ามองกันลึกๆแล้วฌอนพาร์กเกอร์ก็เป็นเหมือนสารเร่งปฏิกิริยา ที่อยู่ในรูปของมนุษย์เขาคือคนที่ช่วยเร่งให้เกิดไอเดียใหม่ซึ่งฌอนได้พิสูจน์ ให้เห็นมาตลอดสองทศวรรษว่าเขาสามารถช่วยให้บริษัทต่างๆ พลิกโฉม วงการธุรกิจได้ส�าเร็จขณะที่ฌอนอายุเพียงแค่19ปีเขาสร้างความปั่นป่วน ให้กับอุตสาหกรรมเพลงในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์แชร์เพลงที่ชื่อว่า แนปสเตอร์ อีกสองปีต่อมาบริการสมุดรายชื่อแบบออนไลน์ของเขาที่ชื่อ พลาโซก็ได้แสดงให้เห็นถึงพลังของการโฆษณาในโลกยุคดิจิตอลฌอนผลัก ดันเป้าหมายนี้ให้เดินหน้าไปอีกขั้นในต�าแหน่งประธานของเฟซบุ๊กด้วยวัย เพียง 24 ปี โดยช่วยให้โซเชียลเน็ตเวิร์กตัวนี้กลายเป็นบริษัทธุรกิจ อินเทอร์เน็ตที่ส�าคัญที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีใครท�าได้มาก่อนจริงอยู่ที่หลังจาก ประสบความส�าเร็จทั้งสามบริษัทได้ไล่เขาออกแต่นั่นเกิดขึ้นหลังจากที่ฌอน ในวัย 31 ปีมีสินทรัพย์ทั้งหมดรวมเป็นมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ในปี2011ฌอนสร้างความปั่นป่วนให้กับวงการจัดจ�าหน่ายเพลง อีกครั้งเขาน�าบริการสตรีมมิ่งเพลงจากสวีเดนที่มีชื่อว่าสปอตติฟายมายัง อเมริกา พร้อมทั้งวางแผนน�าเอาบริการนี้มารวมกับเฟซบุ๊กเพื่อเจาะตลาด

×