Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
Upcoming SlideShare
What to Upload to SlideShare
Next
Download to read offline and view in fullscreen.

0

Share

Download to read offline

Story krusu

Download to read offline

เรื่องเล่าของครูสุ โรงเรียนเพลินพัฒนา

Related Books

Free with a 30 day trial from Scribd

See all
  • Be the first to like this

Story krusu

  1. 1. เรืองเล่าจากห้องเรียนโดยครูสุภาพร กฤตยากรนุพงศ์ (ครูสุ) โรงเรียนเพลินพัฒนา เรืองเล่ากระบวนการเรียนการสอนทีสอดคล้องกับหนังสือครูเพือศิษย์ สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชือมโยงสอดคล้องกับ “เคลือนจากการเรียนรู้ระดับผิวสู่การเรียนรู้ระดับลึก รับรู้และทําความเข้าใจระดับลึก การอภิปรายและตังคําถาม ” ในบทที เรียนรู้ระดับลึก (หน้าที33-36) การจัดการเรียนการสอนหน่วยวิชาคณิตศาสตร์ของโรงเรียนเพลินพัฒนา ระดับชัน ๓ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ เรื่องที่ ๒ CQI1 ไม่มีความสมบูรณ์บนความสมดุลทีลงตัว ไม่มีคุณภาพทีดีหากไม่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนืองและไม่มี การเรียนรู้ทีดีสุดหากเราขาดการทบทวน ไตร่ตรอง และมองย้อนประเมินการเรียนรู้ของตนเองอย่างสมําเสมอ ถ้าไม่มีงาน“ชืนใจ...ได้เรียนรู้”(ภาคครูเพลิน)ครังที๑๐ ก็จะไม่มีงาน “ชืนใจ...ได้เรียนรู้”(ภาคครูเพลิน)ครังที ๑๑ และถ้าในวันนันครูสุไม่มีโอกาสได้ทําการปฏิบัติวิภาคบทเรียน จากตัวอย่างบทเรียนคณิตศาสตร์ของญีปุ่น ก็จะไม่มี ครูสุในปัจจุบัน ขอบคุณประสบการณ์การปฏิบัติวิภาคบทเรียนจากตัวอย่างบทเรียนคณิตศาสตร์ของญีปุ่น ในงาน KM ครังนัน ทีนําพาให้ครูสุได้เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ได้ชัดเจนมากขึนไปอีก และประสบการณ์ในวันนันเอง ทีสร้างให้เกิด แผนการเรียนรู้ในบันทึกนี สัปดาห์ที ๔ ภาคเรียนวิมังสา ๒๕๕๙ ครูสุ pre แผนการสอนร่วมกับครูนกและครูขวัญ ประโยคหนึงทีฟังและสะดุดหู คือครูขวัญถามขึนระหว่างทีคิดแผนว่า “เรืองเศษส่วนเป็นเรืองทีสอนยาก เด็กๆเรียนจะเข้าใจเหรอคะ” ครูสุตอบ “ไม่ยากหรอกค่ะ เรืองนีเด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรมด้วยการสังเกต ลงมือทํา และพีคิดว่าพีจะปรับแผนเพิมให้เด็กได้เคลือนไหวร่างกายด้วยนะ” ครูนก ตอบ “น่าจะสนุกดีแต่จะทําอย่างไรคะ” ก็แผนครังที ๑-๓ Concept รู้จักเศษส่วน ความหมายเศษส่วน อ่านค่าเศษส่วน แรเงาค่า เศษส่วน ใช้แผนปี ๒๕๕๘ แผนโอเคอยู่ค่ะ ส่วนแผนครังที ๔ Concept เปรียบเทียบเศษส่วนทีตัวส่วนเท่ากัน และเปรียบเทียบ เศษส่วนทีตัวเศษเท่ากัน พีขอปรับกิจกรรมแรงบันดาลใจค่ะ ครูสุนิงไปสักครู่และมองเข้าไปทีตู้สือพบไข่พลาสติกได้การ ครูสุตอบ น้องๆว่า “ใช้แผงไข่ค่ะ” ครูนกและครูขวัญทําหน้างงๆ ครูสุเห็นเช่นนันก็บอกกับครูนกและครูขวัญว่า ถ้าเรียงไข่ใส่แผงไม่เต็มจะเกิด เศษส่วนนะ ครูนกบอกว่าจะลองกลับไปหาแผงไข่ดูก่อน เช้าวันรุ่งขึนได้แผงไข่มาแล้ว ครูสุให้ครูนกและครูขวัญลองวางไข่ใส่แผง ครู นกมองว่าแผงไข่มี 5 แถวแต่ละแถวใส่ไข่ได้6 ฟอง จากนันครูนกใส่ไข่ลง 1 แถว และครูนกก็บอกว่า คือ ของแผงไข่ ส่วนครูขวัญ มองว่าแผงไข่มี 6 แถวแต่ละแถวใส่ไข่ได้5 ฟอง จากนันครูขวัญใส่ไข่ลง 1 แถว และครูขวัญก็บอกว่า คือ ของแผงไข่ครูขวัญบอก ว่า น่าสนใจแผงไข่มีวิธีคิดทีหลากหลายสนุกดี ครูสุได้สังเกตว่าขณะทีครูทังสองใส่ไข่ลงแผงครูมีสีหน้าและแววตาทีสนุกทํา ให้ครูสุเริมเรียนรู้ว่าหากครูสนุกแผนก็จะสนุกด้วย                                                              1 Continuous Quality Improvement
  2. 2. เช้าวันพฤหัสบดีที ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ เวลา ๘.๕๐ น. ครูสุเดินเข้าห้องเรียนชัน๓ห้อง๒ พร้อมถือแผงไข่เข้า ห้อง ครูสุวางแผงไข่ลงตีระฆังหัวหน้าห้องบอกทําความเคารพ ทุกคนทําความเคารพเสร็จ เกรทเตอร์ถามขึน ครูสุครับ “เอาแผงไข่มา ทําอะไรครับ” ครูสุตอบ “ลองทายดูซิคะวันนีเราจะมีกิจกรรมอะไร” เด็กตอบกันใหญ่ เรียงไข่ใส่แผง “ใช่ค่ะวันนีเราจะแข่งกันตักไข่ใส่ แผงตามเศษส่วนทีครูกําหนด” แต่ว่าลองสังเกตแผงไข่ก่อนนะว่าจะเรียงไข่ตามเศษส่วนได้อย่างไร พีเบิมบอก “แผงไข่มีแนวตัง แนวนอน” ไม่เท่ากันครับ พีเบิมกําลังเรียนรู้ผ่านการสังเกต เด็กหญิงคนหนึงบอกว่าลองนับดูมีกีแถวกันนะ เกรทเตอร์รีบนับแล้ว ตอบว่า “มี 6 แถวครับ” นํามนบอก “ไม่ใช่มี 5 แถวค่ะ” (ครูสุนึกในใจว่าโอ...แค่นับแผงไข่เด็กยังตืนเต้น กระตือรือร้นตอบกันใหญ่ แผนนีน่าจะโอเคนะ) เพือนทีนังหน้าสุดบอกว่า “ก็มีทัง 5 แถวและ 6 แถวแหละดูดีๆซิ” “เออใช่แค่หันแผงไข่คนละด้านเอง” แป้นบอก เด็กกลุ่มนีกําลังเรียนรู้ผ่านการสัมผัสโดยการนับ และเชือมโยงการเรียนรู้ว่าแผงไข่มีแนวตัง แนวนอน หากหันแผงไข่คนละด้านก็จะ เห็นแถวของแผงไข่ต่างกัน เมือเด็กส่วนใหญ่สังเกตแผงไข่แล้ว ครูสุทดสอบดูว่าความรู้สะสมเดิมของเด็กๆ คือรู้จักเศษส่วน ความหมายของ เศษส่วนและการอ่านค่าของเศษส่วน เด็กๆมีความรู้เดิมอยู่มากน้อยแค่ไหน โดยครูสุถาม “ต้องการ ของแผงไข่จะเรียงไข่ อย่างไรคะ” เด็กๆรีบยกมือกันใหญ่ จังหวะนีสําคัญครูจะเลือกเด็กคนไหนขึนตอบครูต้องคํานึงก่อนว่าคําตอบของเด็กจะทําให้เพือน เกิดการเรียนรู้ทีเห็นภาพชัดและเข้าใจง่าย ครูสุเลือกพีเบิมขึนตอบเพราะครูสุรู้ว่าคําตอบของพีเบิมจะทําให้เพือนๆเห็นภาพชัดและ เข้าใจได้อย่างง่าย และเพือนยังต่อยอดแนวความคิดออกไปได้อีกด้วย พีเบิมตอบ “ต้องแบ่งแผงไข่เป็น 5 ส่วนแล้วใส่ไข่เต็ม1แถวจาก 5 แถวครับ” เพือนๆทีคิดได้เช่นเดียวกับพีเบิมตอบว่า ใช่ๆครับ ใช่ค่ะ จังหวะเดียวกันนันเอง “มีเสียงเสียงหนึงพูดขึนว่าครูใส่ไข่ลงไป 6 ฟอง ครับ” ต้นไผ่พูดขึน ต้นไผ่ไม่ได้หาแค่เศษหนึง ส่วนห้าแต่ต้นไผ่กําลังคิดต่อยอดไปว่า แผงไข่ทังแผงแบ่งเป็น ส่วน แล้วส่วนหนึงจะใส่ไข่กีฟอง และคําตอบของต้นไผ่ก็ทําให้ พีคบ อกว่า “นันแสดงว่า 1 แผง มีไข่ 30 ฟองครับ” ซึงคําตอบของพีคสามารถเชือมโยงกลับไปทีความรู้เรืองการคูณคือหาจํานวนไข่ทังแผง (5 แถวแถวละ 6 ฟองคือ 6x5) เด็กๆหลายคนบอกว่า งันถ้าเราใส่ไข่ แถวจาก แถวก็ได้ ฟอง สิงทีครูสุคาดเดาเป็นเช่นนัน จริงๆ โอ้คําตอบเริมต้นของพีเบิมได้สร้างการเรียนรู้ทีสนุกกับเพือนๆ ในห้องเรียนแล้ว เมือครูสุเช็คความรู้สะสมของเด็กๆ แล้ว กิจกรรมทีท้าทายกําลังรออยู่ ครูสุแบ่งกลุ่มเด็ก 4 กลุ่ม กลุ่มละ 7 คน ครูสุพานักเรียนออกมาทํากิจกรรมทีโถง ครูสุอธิบายการ ทํากิจกรรมให้เด็กๆฟังเงือนไข โจทย์ที1 ครูสุ “ตักให้ไว ตักไข่ให้ได้ ของแผงไข่” ครูสุเดินเช็คแผงไข่ทีเด็กๆตัก เด็กทุกกลุ่มตักถูก หมด โจทย์ต่อมา ตักให้ได้ ของแผงไข่ ครูสุเดินตรวจพบว่ามีเด็กตักถูก 3 กลุ่มมี กลุ่มหนึงงงและตักไม่ถูกครูสุหยิบถาดไข่ ของกลุ่มทีถูกขึนมาและมีเด็กในกลุ่มทีงงพูดขึนว่า “กลุ่มเราแบ่งถาดไข่ผิดต้องแบ่งถาดไข่ออกเป็น5แถวแต่เราแบ่งเป็น 6 แถว” คําตอบของเพือนทําให้แป้งซึงกําลังถามเพือนว่าทําไมของตนไม่ถูกได้เข้าใจและพูดขึนว่า แสดงว่าเราแบ่งไม่ถูกซิ” ใช่เพือนในกลุ่ม บอกว่า เหตุการณ์นีครูสุรู้ว่าเด็กกลุ่มนีอาจจะไม่ได้ฟังเพือนแลกเปลียนอย่างต่อเนืองในห้องก่อนทีจะออกมาทํากิจกรรม การทีครูสุ ได้ยกแผงไข่ของเพือนกลุ่มทีถูกขึนมาส่งผลให้เด็กกลุ่มนีทบทวนสิงทีตนเองคิดและการเรียนรู้จากภาพทีสัมผัสได้ทําให้การเรียนรู้ ของเด็กไม่สะดุดและเด็กก็พิสูจน์ได้ว่าตนเองเข้าใจผิดอย่างไร หากครูไม่ได้ประเมินและสังเกตการเรียนรู้ของเด็กทุกกลุ่มเด็กกลุ่มนี อาจจะสับสนเมือต้องไปแก้ปัญหาต่อก็ได้
  3. 3. โจทย์ต่อมา ตักให้ได้ครึงแผงครูสุตรวจเช็คว่าเด็กแต่ละกลุ่มตักได้ถูกต้องหรือไม่ เด็กตักถูกทุกกลุ่มรวมทังกลุ่มทีตักไม่ ถูกในโจทย์ที1ก็ตักถูกแล้ว โจทย์สุดท้ายคือโจทย์ทีเพิมความท้าทายของนักเรียน โดยครูสุเรียงไข่ใส่แผงไว้ ของแผงไข่ จากนันครูสุบอกโจทย์ “ให้เด็กๆตักไข่ใส่แผงให้ได้มากกว่าแผงไข่ของครูสุ” เด็กๆช่วยกันคิดใหญ่ พีเบิมบอก “แบ่งแผงไข่เป็น 6 ส่วนตักเพิมอีกแถวก็ มากกว่าของครูแล้ว” ส่วนอีกกลุ่ม “บูเก้บอกตักให้ได้ 10 ฟองใส่แถวละ 5 ฟอง” และแต่ละกลุ่มก็ช่วยกันตัก ครูสุตรวจเช็คคําตอบ ทุกกลุ่มตักไข่ได้มากกว่าไม่มีกลุ่มไหนผิดเลย เด็กๆสนุกกันมากและเด็กๆเกิดการเรียนรู้ ร่วมกันแก้ปัญหาจากโจทย์ทีง่ายไปสู่โจทย์ ทีท้าทาย เด็กได้สัมผัสได้ลงมือทํา ครูสุทําโจทย์เช่นนีอีก 2 ข้อปรับเป็นน้อยกว่าบ้าง มีเด็กทีสังเกตได้ว่าจะเปรียบเทียบเศษส่วนที ตัวส่วนเท่ากันทําอย่างไรและเด็กๆก็แลกเปลียนเรียนรู้กับเพือนกันเอง ปุณวัตบอกว่าตังแต่เรียนมาเรืองนีเข้าใจสุดเลย ก่อนพาเด็กกลับเข้าห้องครูสุปรบมือเป็นจังหวะขึนลงเพือกํากับ สมาธิเด็กๆก่อนกลับเข้าห้องเรียน เมือกลับเข้าห้องครูสุยังไม่ได้ถามแต่ พีเบิมบอกขึนทันทีว่า“จะเปรียบเทียบเศษส่วนหากส่วนเท่ากันให้ดูทีเศษ” เพือนบอกจริงๆด้วย เนียเมือกีทีตักไข่เห็นชัดเลย ครูสุแจกโจทย์สถานการณ์ เด็กๆส่วนใหญ่ลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเองและตอบได้ทันทีว่า A > C > B และเด็กๆช่วยกันแลกเปลียนวิธีคิดตามกระดาน และร่วมกันสรุปการเรียนรู้การเปรียบเทียบเศษส่วน -ถ้าเศษเท่ากันดูทีส่วน -ถ้าส่วนเท่ากันดูทีเศษ การสร้างแผนการสอนนอกจาก Met before การร้อยเรียง Concept ต่อเนืองสิงทีสําคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือ เมือ กิจกรรมทีก่อให้เกิดการเรียนรู้มีความสนุก เด็กๆได้สังเกต สัมผัส ลงมือทํา และก็ได้เคลือนไหวร่างกายทํากิจกรรมต่างๆอย่างผ่อน คลาย โจทย์มีความท้าทายกับ Learning ability ของเด็กอย่างเหมาะสม เด็กจะสามารถสร้างการเรียนรู้ของตนเองได้ เมือครูสุ ประมวลการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนืองจนเกิดความเข้าใจ ทําให้พบว่าการปรับแผนการสอนจะส่งไปถึงการปรับหลักสูตร(O) และทุกครังทีปรับแผนครูสุจะได้ทบทวนการเรียนรู้ของตนเอง ตัวเราจะละเอียด ประณีตและรอบคอบในการคิดมากขึน รวมถึงมี สายตาและความแม่นแม่นยําในสิงทีเราลงมือปฏิบัติ มากขึนเสมอ การ Post หลังสอน ร่วมกับบัดดี จะช่วยปรับแผนการสอนให้เอือ กับการเรียนรู้ของเด็กในห้องเรียนต่อไปได้ดี
  4. 4. ครูสุได้เรียนรู้ว่าการสร้างแผนทีมีคุณภาพคือการสร้างหลักสูตรทีดี ครูควรมีความประณีตและรอบคอบในทุกๆ รายละเอียด ทบทวน ตรวจสอบเสมอ เมือเราละเอียดต่อการคิดมากขึนเท่าไร เราจะมีสายตาในการซึมซับ รับรู้รับฟัง และพร้อมจะ แก้ปัญหาได้มากขึน นอกจากนีเราเองยังแม่นยําในการอ่านเด็กและสังเกตการเรียนรู้ของเด็กได้ดีขึน สามารถแก้ปัญหาการเรียนรู้ ของเด็กได้ทันเวลาเช่นกัน เมือเราสนุกในสิงทีทํา เปิดใจ เราก็จะพบว่าการเรียนรู้ไม่มีคําว่าเก่ง มีแต่พัฒนาตามศักยภาพทีถูกร้อย เรียงมาอย่างงดงามด้วยความละเอียดลออ เพียงแค่โอกาส คงไม่ทําให้เราเติบโตอย่างมีคุณภาพได้เท่านี หากปราศจากผู้ทีคอยแนะนําขัดเกลานันก็คือ พีปาด(ศีลวัต ศุษิลวรณ์)และพีใหม่(วิมลศรี ศุษิลวรณ์) ครูสุขอบพระคุณทุกคําสอนจากครูทีคอยเปิดประเด็นและเติม เต็มให้ครูสุได้พัฒนาศักยภาพอยู่เสมอ

เรื่องเล่าของครูสุ โรงเรียนเพลินพัฒนา

Views

Total views

95

On Slideshare

0

From embeds

0

Number of embeds

60

Actions

Downloads

0

Shares

0

Comments

0

Likes

0

×