Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ประว ต ไมโครซอฟต_

  • Login to see the comments

  • Be the first to like this

ประว ต ไมโครซอฟต_

  1. 1. ประวัติของ : MICROSOFT
  2. 2. ไมโครซอฟท์ (อังกฤษ: Microsoft ; แนสแด็ก: MSFT) เป็นหนึ่งใน บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลกมีฐานการผลิตอยู่ที่เมือง เรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ที่มี กาลังการตลาดมากที่สุดคือ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และ ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ จุดเริ่มต้นของบริษัทคือการพัฒนาและออกจาหน่ายตัวแปลภาษา เบสิก สาหรับเครื่องแอทแอร์ 8800 หลังจากนี้น ไมโครซอฟท์เริ่มมีอิทธิพลต่อ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ภายในบ้าน โดยการออกระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ดอส เมื่อช่วงกลางยุค 1980 ในสายการผลิตของไมโครซอฟท์ วินโดวส์ โดยได้รับ ความนิยมจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี นักวิจารณ์ผู้หนึ่งกล่าวถึงเป้ าหมาย แรกของไมโครซอฟท์ว่าคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในสานักงานหันมาใช้ซอฟต์แวร์ ของไมโครซอฟท์ไมโครซอฟท์ได้เริ่มครอบงาตลาดซอฟต์แวร์อื่นๆ
  3. 3. โดยไมโครซอฟท์มีกิจการอื่นๆ ของตัวเองเช่น MSNBC (ดาเนินธุรกิจเคเบิลทีวี) , เอ็มเอส เอ็น (ดาเนินธุรกิจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต),และเอ็นคาร์ทาร์ (ดาเนินธุรกิจสารานุกรมออนไลน์) บริษัทยังดาเนินกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์อีกด้วย เช่น เมาส์ และอุปกรณ์ ความบันเทิงต่าง ๆ เช่น Xbox, Xbox 360, ซูน และ เอ็มเอสเอ็น ทีวี.[1]บริษัทได้นาหุ้นเข้าซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์ โดยราคาหุ้นของไมโครซอฟท์อยู่ในภาวะมั่นคง ไมโครซอฟท์มีทรัพย์สิน รวมกันประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) และมีกาไรประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 420,000 ล้านบาท) โดยไมโครซอฟท์มีกิจการอื่นๆ ของ ตัวเองเช่น MSNBC (ดาเนินธุรกิจเคเบิลทีวี) , เอ็มเอสเอ็น (ดาเนินธุรกิจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต), และเอ็นคาร์ทาร์ (ดาเนินธุรกิจสารานุกรมออนไลน์) บริษัทยังดาเนินกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์อีกด้วย เช่น เมาส์ และอุปกรณ์ความบันเทิงต่าง ๆ เช่น Xbox, Xbox 360, ซูน และ เอ็มเอสเอ็น
  4. 4. ทีวี.บริษัทได้นาหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยราคาหุ้นของไมโครซอฟท์อยู่ใน ภาวะมั่นคง ไมโครซอฟท์มีทรัพย์สินรวมกันประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) และมีกาไรประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 420,000 ล้านบาท) ประวัติโดยรวมของบริษัทเริ่มเป็นเป้ าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งเริ่มมีการ แข่งขันทางด้านเอกสิทธิ์และการต่อต้านการปฏิบัติการด้านธุรกิจรวมทั้งการปฏิเสธ โดยการ ทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา และองค์กรจากทวีปยุโรป อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ได้แถลงว่ายังเป็นองค์กรธุรกิจที่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โปรแกรม ไมโครซอฟท์มีประวัติการช่วยเหลือผู้ใช้ผ่านทางเวิลด์ไวด์เว็บ และรางวัล ไมโครซอฟท์ เอ็มวีพี สาหรับอาสาสมัครที่ช่วยเหลือลูกค้าเป็นประจา
  5. 5. ๏ 1975–1985: ก่อตั้ง หลังจากการเปิดตัวของ แอทแอร์ 8000 วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม (หรือ บิลล์ เกตส์) ได้ เรียกวิศวกรมาช่วยสร้างไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่, Micro Instrumentation and Telemetry Systems (MITS) , ได้สาธิตแสดงการใช้งานของ การเขียนโปรแกรมภาษาเบสิกสาหรับระบบ ให้กับ MITS หลังจากการสาธิตครั้งดังกล่าว, MITS ก็ยอมรับการใช้งานของโปรแกรม แอทแอร์ เบสิก.ในขณะที่ บิลล์ เกตส์ ยังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, เขาก็ได้ย้ายไปที่รัฐนิวเม็กซิโก และได้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ที่นั่น บริษัทในเครือของไมโครซอฟท์ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศแห่งแรกคือ บริษัทไมโครซอฟท์แห่งประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1978 และในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1979 บริษัทก็ย้ายสานักงานใหญ่อีกครั้ง โดยตั้งอยู่ที่รัฐวอชิงตัน สตีฟ เบลล์เมอร์ ได้เข้าทางานกับไมโครซอฟท์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1980 และได้เป็นซีอีโอถัดจาก บิลล์ เกตส์ ในเวลาต่อมา
  6. 6. ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของไอบีเอ็ม-พีซี -IBM-PC มาจากแพ็คเกจซอฟต์แวร์ของแอปเปิล ซอฟท์ เบสิก โดยมีส่วนประกอบของตัวแปลภาษาเบสิกที่อยู่ในเครื่องแอปเปิ ล และ ไมโครซอฟท์ ซอฟท์การ์ด , ซีพียู Z80 สาหรับเครื่องแอปเปิล และ ความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์ เมื่อใช้เครื่องที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ CP/M ในแอปเปิลซอฟท์ และ แอปแปิลดอส ช่วงเวลาสาคัญของไมโครซอฟท์ ได้แก่เมื่อบริษัทไอบีเอ็มได้วางแผนจะรุกตลาดเครื่อง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ด้วยการนาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไอบีเอ็มออกวางตลาด ใน ค.ศ. 1985 ไอบีเอ็มได้เข้ามาเจรจากับไมโครซอฟท์เพื่อขอซื้อระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (ไอบีเอ็มได้ทาสัญญาภาษาคอมพิวเตอร์ไปแล้ว) แต่ไมโครซอฟท์ไม่มีระบบปฏิบัติการจะขายให้ จึงแนะนาให้ไอบีเอ็มไปคุยกับดิจิทัลรีเสิร์ชแทน ที่ดิจิทัลรีเสิร์ช ผู้แทนของไอบีเอ็มได้คุยกับโด โรธี ภรรยาของ แกรี คิลดาลล์ แต่เธอปฏิเสธการลงนามในข้อตกลง
  7. 7. มาตรฐานซึ่งไม่ปิดผนึก เนื่องจากเห็นว่าเสียเปรียบเกินไป ไอบีเอ็มจึงหันมาคุยกับไมโครซอฟท์ อีกครั้ง บิล เกตส์ได้สิทธิ์ในการใช้สาเนาการออกแบบของ CP/M และ QDOS (Quick and Dirty Operating System) จาก ทิม แพทเทอร์สัน แห่งบริษัท ซีแอตเทิล คอมพิวเตอร์ โปรดักส์ ด้วยการ ซื้อมาในราคา 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น DOS (Disk Operating System) เพื่อ ขายมันให้กับไอบีเอ็มในราคา "ราว 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ" ตามคากล่าวอ้างของเกตส์ และใน ที่สุด MS-DOS และ PC-DOS ก็ได้แจ้งเกิดในวงการ ต่อมา ไอบีเอ็มได้ค้นพบว่าระบบปฏิบัติการ ของเกตส์อาจมีปัญหาละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของ CP/M จึงได้ติดต่อกลับไปที่ แก รี คิลดาลล์และเพื่อแลกกับสัญญาว่าจะไม่ถูกคิลดาลล์ฟ้องกลับ ไอบีเอ็มได้ตกลงว่าจะขาย CP/M ควบคู่ไปกับ PC-DOS เมื่อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไอบีเอ็มออกวางตลาด โดยตั้งราคาขาย CP/M ไว้ที่ 250 ดอลลาร์สหรัฐ
  8. 8. ในขณะที่ MS-DOS/PC-DOS มีราคาเพียง 40 ดอลลาร์สหรัฐ ทาให้ MS-DOS/PC-DOS ขายดีกว่า CP/M หลายเท่า และกลายเป็นมาตรฐานในที่สุด ข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ระหว่างไมโครซอฟท์กับ ไอบีเอ็มเอง ไม่ได้สร้างรายได้มากมายเท่าไรนัก (ในสัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่าจะต้องขายให้แก่ ไอบีเอ็มเจ้าเดียว) แต่ในทางกลับกัน ไมโครซอฟท์มีสิทธิ์ในการขาย MS-DOS ให้กับผู้ผลิตเครื่อง คอมพิวเตอร์รายอื่นๆ และด้วยการโหมรุกทางการตลาดอย่างหนัก เพื่อขาย MS-DOS ให้ผู้ผลิต เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบการทางานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์มี วิสัยทัศน์ในวงการอุตสาหกรรมไมโครคอมพิวเตอร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะต้องแข่งขันกับ ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่างไอบีเอ็มก็ตามหลังจากนั้น ไมโครซอฟท์ก็ได้รุกตลาดฮาร์ดแวร์ โดยการ เปิดตัวไมโครซอฟท์ เมาส์ ในปี ค.ศ. 1983 และก่อตั้งไมโครซอฟท์ เพลส เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ซอฟต์แวร์ให้กับผู้ใช้
  9. 9. ๏ 1985–1995: ไอพีโอ, โอเอสทู และวินโดวส์ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1985 ไมโครซอฟท์กับไอบีเอ็ม ได้ร่วมกันพัฒนาระบบปฏิบัติการ ที่ก้าวหน้ากว่าเดิม มีชื่อว่า OS/2 (โอเอสทู) และในวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1985 ไมโครซอฟท์ ก็ได้เปิดตัวเวอร์ชันแรกของไมโครซอฟท์ วินโดวส์ โดยเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้รูปแบบกราฟิก รุ่นแรก โดยเป็นส่วนต่อภายนอกของดอส 13 มีนาคม ค.ศ. 1986 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ โดยราคาหุ้นเริ่มแรกอยู่ที่ 21 ดอลลาร์สหรัฐ และปิดการซื้อขายวันแรกที่ 28 ดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากนั้น ไมโครซอฟท์มีมูลค่าหุ้นถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ประมาณการว่า ไมโครซอฟท์มีมูลค่าทรัพย์สินมากถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ. 1987 ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการจาก โอเอสทู ไปสู่ระบบปฏิบัติการแบบOEMs.
  10. 10. ๏ ไอพีโอ ไมโครซอฟท์ นาหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1986 ในราคาปิดที่ 27.75 ดอลลาร์สหรัฐ และมีจุดสูงสุดของวันที่ 29.25 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากไม่กี่นาที่ที่เปิดตลาด ทา ให้ เกตส์ และ อเลน กลายเป็นเศรษฐีพันล้านในเวลาต่อมา โดยเกตส์ถือหุ้นในไมโครซอฟท์ 45% ของ มูลค่าหุ้น 24.7 ล้านดอลลาร์ และอเลนถือหุ้นอยู่ 25%เกตส์ได้รับกาไรจากบริษัทอีก 234 ล้านดอลลาร์ และทาให้ไมโครซอฟท์มีมูลค่าหุ้นรวม 520 ล้านดอลลาร์ ในเวลาต่อมา
  11. 11. ๏ หลังจากเข้าสู่ตลาดหุ้น ในปี ค.ศ. 1989 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สานักงานที่ชื่อ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โดย เริ่มแรก ชุดโปรแกรมนี้ประกอบด้วย ไมโครซอฟท์ เวิร์ด และไมโครซอฟท์ เอ็กเซล ส่วนในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1990 ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัว วินโดวส์ 3.0 โดยเวอร์ชันใหม่ของไมโครซอฟท์ วินโดวส์ได้มีการเปลี่ยนแปลงส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้ และมีโหมดสาหรับผู้ใช้ซีพียูอินเทล 386 โดยยอดขายวินโดวส์รุ่นนี้มีกว่า 100,000 ชุดภายใน 2 สัปดาห์ วินโดวส์ 3.0 ได้สร้างกาไรมากมายให้กับไมโครซอฟท์ และทาให้บริษัทตัดสินใจปรับปรุง รูปแบบของโอเอสทูให้มาเป็นวินโดวส์หลังจากนั้น มีผู้นิยมใช้ระบบปฏิบัติการโอเอสทูและวินโดวส์ กันมากขึ้น ทาให้ไมโครซอฟท์ต้องรีบเพิ่มการผลิตและปรับปรุงระบบปฏิบัติการของตน
  12. 12. เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 เกตส์ได้ประกาศต่อพนักงานของไมโครซอฟท์ว่า ความร่วมมือกับไอบีเอ็มเพื่อพัฒนา OS/2 ได้สิ้นสุดลงแล้ว ต่อแต่นี้ไมโครซอฟท์จะหันมาทุ่มเท ให้กับระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์วินโดวส์แทน โดยมีแกนกลางเป็น Windows NT. ในปีที่นา ผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาดนั้น OS/2 ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และวินโดวส์ได้กลายเป็ น ระบบปฏิบัติการที่เป็นที่นิยมของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนจาก MS-DOS ไปเป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ไมโครซอฟท์ได้ยึดตลาดของคู่แข่งด้วยโปรแกรมประยุกต์หลายตัว เป็นต้นว่า WordPerfect และ Lotus 1-2-3ในปี ค.ศ. 1993 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว วินโดวส์ เอ็นที 3.1 เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ ในวงการธุรกิจโดยรูปแบบเหมือนกันกับ วินโดวส์ 3.11 และในปี ค.ศ. 1995 ไมโครซอฟท์ได้ เปิดตัว วินโดวส์ 95 ซึ่งมีการปรับรูปแบบใหม่ทั้งหมด โดยเป็นวินโดวส์รุ่นแรกที่ใช้ทาสก์บาร์ โดยมียอดการจาหน่ายใน 4 วันแรกกว่า 1 ล้านชุด[26]โดยไมโครซอฟท์ได้เพิ่มความสามารถ ทางด้านเว็บแเบราว์เซอร์ (อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์) ลงในวินโดวส์ 95 พลัส แพ็ค ในเดือน สิงหาคม ค.ศ. 1995.
  13. 13. ๏ 1995–2005: อินเทอร์เน็ตและกฎหมาย วันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 บิล เกตส์ ออกประกาศภายในเรื่อง คลื่นแห่งระบบ อินเทอร์เน็ต, ไมโครซอฟท์เริ่มต้นสายการผลิตสาหรับผลิตภัณฑ์สาหรับระบบเครือข่าย ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1995 ก็ได้เปิดตัวบริการออนไลน์อย่างเอ็มเอสเอ็น ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของเอ โอแอล โดยเอ็มเอสเอ็นให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลออนไลน์ของไมโครซอฟท์บริษัทยังคงสาขาไป ตลาดใหม่ และในปี ค.ศ. 1996 เริ่มมีกิจการเคบิลทีวีของตัวเองซึ่งใช้ชื่อว่า เอ็นบีซี โดยเป็นสถานี เคเบิลทีวีแบบ 24/7ไมโครซอฟท์ได้เข้าสู่วงการพีดีเอ ด้วย วินโดวส์ ซีอี 1.0 ซึ่งเป็ น ระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาสาหรับเครื่องพีดีเอ ใช้หน่วยความจาและสมรรถนาต่า เช่น handhelds และคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอื่นๆ
  14. 14. ต่อมาในปี ค.ศ. 1997 อินเทอร์เน็ตเอกซ์โพลเลอร์ 4.0 ได้ถูกออกแบบมาสาหรับ Mac OS และวินโดวส์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการการครอบครองของตลาดเว็บเบราว์เซอร์ เช่น เน็ตสเคป ใน เดือนตุลาคม บริษัท จัสติส ดีพาร์ตเมนท์ ได้ ยื่นคาร้องใน Federal ว่าไมโครซอฟท์ได้ละเมิด สัญญาที่ได้ทาในปี 1994 และได้ฟ้ องให้บริษัทหยุดการพัฒนาโปรแกรมอินเทอร์เน็ตเอกซ์โพล เลอร์สาหรับวินโดวส์ ในปี ค.ศ. 1998 บิลล์ เกตส์ได้เลื่อนตาแหน่งให้ สตีฟ บอลเมอร์ เพื่อนผู้คบหากันมานาน ให้ดารงตาแหน่งผู้บริหารระดับสูง และดารงตาแหน่ง หัวหน้าสถาปนิกซอฟต์แวร์ แทนเขาอีก ด้วยและในปีเดียวกัน ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัววินโดวส์ 98 ซึ่งเป็นรุ่นอัปเดตจากวินโดวส์ 95 ซึ่ง ได้เพิ่มความสามารถทางด้านอินเตอร์เรน็ตและไดรเวอร์ให้ดีขึ้นวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2000 คา ตัดสินเด็ดขาดระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกากับไมโครซอฟท์
  15. 15. ในฐานะสถาปนิกซอฟต์แวร์ผู้วางยุทธวิธีการขายสินค้าของไมโครซอฟท์ บิลล์ เกตส์ได้ เพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้าไปอย่างกว้างขวาง และเมื่อสินค้านั้น ๆ ครองตาแหน่ง สินค้ายอดนิยมในบรรดาประเภทเดียวกัน เกตส์ก็จะพยายามทาทุกวิถีทางเพื่อป้ องกันตาแหน่ง นั้นไว้การตัดสินใจทางยุทธวิธีของเกตส์และของผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์คนอื่น ๆ ทาให้ในปี ค.ศ. 2001 หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมการแข่งขันทางการตลาดจับตามอง และในบาง กรณีถูกวินิจฉัยว่าเป็นการกระทาที่ผิดกฎหมาย เช่นกรณีที่ไมโครซอฟท์ถูกฟ้ องร้องในข้อหา ผูกขาดทางการตลาดจากการรวมเอาอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ไว้ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เป็นต้น ในปีเดียวกันนั้น ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัววินโดวส์เอกซ์พี เป็นวินโดวส์รุ่นแรกที่แยก ส่วนการผลิตเป็น 2 รุ่น แต่ก่อนที่จะมีวินโดวส์เอกซ์พี ได้มีการทดสอบวินโดวส์เอ็นที และ วินโดวส์ 9x ในฐาน XP วินโดวส์เอกซ์พีได้มีการปรับปรุงส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้เป็น ครั้งที่ 2 จากครั้งที่แล้วที่ทากับวินโดวส์ 95หลังจากปี 2001 ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัว Xbox โดย ไมโครซอฟท์เข้าสู่วงการเกมเพื่อแข่งขันกันกับโซนี่ และนินเทนโด
  16. 16. ๏ 2006–ปัจจุบัน: วิสตา และการเปลี่ยนแปลง 27 มิถุนายน ค.ศ. 2008 บิล เกตส์ ได้เลิกทาภารกิจต่างๆ ในบริษัท หลังจากบทบาทของ หัวหน้าสถาปนิกซอฟต์แวร์ของเขาลดลงเป็นเวลากว่า 2 ปี และตาแห่งดังกล่าวได้ถูกแทนที่โดย เรย์ โอสซีย์ แต่เขาก็ยังอยู่ในบริษัทในฐานะประธานกรรมการบริหารและที่ปรึกษาโครงการ จากนั้น วินโดวส์ วิสตา ก็ได้เปิดตัวในช่วงต้นปี ค.ศ. 2007 โดยมียอดการจาหน่ายวันแรกสูงถึง 140 ล้านชุด[36]และได้เปิดตัวพร้อมกับไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 โดยมีส่วนติดต่อกับผู้ใช้ แบบใหม่คือริบบอน ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ไมโครซอฟท์ได้เสนอซื้อยาฮู ในราคา 44,600 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐและถูกปฏิเสธเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ทาให้ในวันที่ 3 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ไมโครซอฟท์จึงประกาศถอนตัวในการเสนอราคาครั้งนี้ไมโครซอฟท์ออกมาประกาศเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 จะแบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อให้ง่ายขึ้น สาหรับนักพัฒนาในการสร้างซอฟต์แวร์ที่ทางานร่วมกับผลิตภัณฑ์
  17. 17. สหภาพยุโรปยังคงแสดงถึงความไม่พอใจกับบริษัทที่ขาดสภาพคล่อง ประกอบกับใน เดือนมีนาคม ค.ศ. 2004 มีการตัดสินจากศาลว่าให้เพิ่มโทษปรับของไมโครซอฟท์อีก € 899 ล้าน ($ 1.4 พันล้าน) ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มโทษปรับครั้งที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอียูหลังจาก นั้น ในรายงานทางการเงินของเดือนมกราคม ค.ศ. 2009 ของไมโครซอฟท์ ปรากฏว่า มีพนักงาน ถูกเลิกจ้างมากถึง 5,000 คน เนื่องจากเกิดวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 ไมโครซอฟท์ออกมา การประกาศเจตนาเพื่อเปิดขายผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ในร้านค้า ปลีก เช่น วอลล์มาร์ท และ ดรีมเวิร์ค โดยมีแนวคิดมาจากเดวิด พอร์เธอร์ เพื่อต้องการให้ ผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์สามารถซื้อได้สะดวกขึ้น
  18. 18. ๏ ผลิตภัณฑ์ ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2002 ไมโครซอฟท์ได้จัดตั้ง 7 กลุ่มบริษัทที่มีอิสระทางการเงิน และ หลังจากนั้น ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2005 ไมโครซอฟท์ได้แบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์จาก 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์ เป็น 3 หมวด คือ  หมวดผลิตภัณฑ์แพลตฟอร์ม ประกอบด้วย วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ , เอ็มเอสเอ็น และกลุ่มโปรแกรม เบ็ดเตล็ดต่างๆ  หมวดผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ประกอบด้วย โซลูชั่นสาหรับธุรกิจ  หมวดผลิตภัณฑ์บันเทิง เช่น วินโดวส์โมเบิล  หมวดผลิตภัณฑ์แพลตฟอร์ม
  19. 19. เป็นกลุ่มที่มีความสาคัญต่อไมโครซอฟท์เป็นอย่างมาก ซึ่งได้รับการผลิตในหลายเวอร์ชัน เช่น วินโดวส์ 3.11 วินโดวส์ 95 วินโดวส์ 98 วินโดวส์มี วินโดวส์ 2000 วินโดวส์เอกซ์พี วินโดวส์วิสตา และ วินโดวส์เซเว่น โดยเกือบทั้งหมดมาจาก IBM compatible แต่มีซอฟต์แวร์ เสริมที่เข้ามาคือ Windows preinstalled โดยในปัจจุบันเดสก์ทอปส่วนใหญ่หันมาใช้วินโดวส์ วิสตา ส่วนในการให้บริการแบบออนไลน์นั้น ประกอบก้วย เอ็มเอสเอ็น เอ็มเอสเอ็นบีซี และ นิตยสารออนไลน์ของไมโครซอฟท์ (Slate แต่ถูกซื้อกิจการโดยวอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004) และในปลายปี ค.ศ. 1997 ไมโครซอฟท์ได้ซื้อกิจการของเอ็มเอสเอ็น ซึ่ง เป็นผู้ให้บริการเว็บเมลที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เอ็มเอสเอ็น ฮอตเมล" ใน ปี ค.ศ. 1999 ไมโครซอฟท์ได้แนะนาเอ็มเอสเอ็น โดยใช้เมลเซิร์ฟเวอร์เพิ่อแข่งขันกับเอโอแอล ต่อมาเมื่อไมโครซอฟท์ได้ออกระบบปฏิบัติการวินโดวส์วิสตา เอ็มเอสเอ็นก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น วินโดวส์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์
  20. 20. ไมโครซอฟท์ วิชวลสตูดิโอ เป็นที่นิยมสาหรับองค์กรที่ต้องการความสะดวกในการ พัฒนาโปรแกรม โดยสามารถพัฒนาโปรแกรมที่เป็น GUI และวินโดวส์เอพีไอ แต่จะต้องมีการ ตั้งค่าหากใช้ไม่ได้กับ Microsoft libraries ในเวอร์ชันล่าสุด (วิชวลสตูดิโอ 2008) และรุ่นก่อน หน้า (วิชวลสตูดิโอ 2005) มีการปรับปรุงครั้งสาคัญโดยมีความสามารถมากกว่ารุ่นก่อน ๆ ใน วิชวลสตูดิโอดอตเน็ต 2003 ก็ได้มีการเพื่มชื่อ "ดอตเน็ต" (.NET) ต่อท้าย โดยไมโครซอฟท์ได้มี ความคิดริเริ่มที่จะครอบคลุมตลาดทางเทคโนโลยี ไมโครซอฟท์ได้ให้คาจากัดความของ เทคโนโลยีดอตเน็ตในปี ค.ศ. 2004 โดยเทคโนโลยีดอตเน็ตเป็นการพัฒนาโปรแกรมของ วินโดวส์ที่สามารถใช้บนอินเทอร์เน็ตได้ สาหรับผลิตภัณฑ์ทางการสื่อสารของไมโครซอฟท์ที่ออกมาใหม่ว่า "อินดีโก" โดยการ ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนาคุณสมบัติบางอย่างของการออกแบบ แอสแซมบลิของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ยังมีวิสัยทัศน์ในการจัดการในสถานการณ์ เช่นนี้ แต่ก็ยังต้องติดตั้งซอฟต์แวร์หลาย
  21. 21. โปรแกรมในระบบเดียวกัน และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสอดคล้องกับการพัฒนา แพลตฟอร์มสาหรับทุกแอปพลิเคชันของวินโดวส์ นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังจัดตั้งชุดโปรแกรม พิเศษเพื่อรับรองบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาซอฟต์แวร์และโซลูชั่น โดยคล้ายกันกับ ผลิตภัณฑ์ของซิสโค , ซันไมโครซิสเต็มส์ , โนเวลล์ , ไอบีเอ็ม และ โอราเคิล โดยได้มีการ ทดสอบและออกแบบเพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้งและจัดการเฉพาะทางและไมโครซอฟท์มีชุด ผลิตภัณฑ์สาหรับเซิร์ฟเวอร์ เช่น วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 โดยในระบบปฏิบัติการของ เซิร์ฟเวอร์เป็นหัวใจหลักของสายการผลิตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์ อีก หนึ่งผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์คือระบบการจัดการเซิร์ฟเวอร์ โดยรวบรวมเครื่องมือควบคุมระยะไกล , แพทช์การจัดการ ส่วนผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์อื่นๆ เช่น ไมโครซอฟท์ ซีเควล เซิร์ฟเวอร์ (ระบบ จัดการฐานข้อมูล) และ ไมโครซอฟท์ เอกซ์เชนจื เซิร์ฟเวอร์ (เมลเซิร์ฟเวอร์สาหรับองค์กรธุรกิจ)
  22. 22. ๏ หมวดผลิตภัณฑ์ธุรกิจ กลุ่มผลิตภัณฑ์ธุรกิจของไมโครซอฟท์ที่สาคัญเช่น ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซึ่งเป็นสายงานหลัก ของบริษัทในด้านซอฟต์แวร์สานักงาน โดยประกอบด้วย ไมโครซอฟท์ เวิร์ด , ไมโครซอฟท์ แอคเซส , ไมโครซอฟท์ เอกเซล , ไมโครซอฟท์ เอาต์ลุค , ไมโครซอฟท์ เพาวเวอร์พอยท์ ,ไมโครซอฟท์ พับลิช เชอร์ , ไมโครซอฟท์ วิซโอ , ไมโครซอฟท์ โปรเจกต์ , ไมโครซอฟท์ แมป พอยท์ , ไมโครซอฟท์ อินโฟพาธ และ ไมโครซอฟท์ วันโน้ต การแบ่งส่วนที่เน้นการพัฒนาธุรกิจการเงินและการบริหาร จัดการซอฟต์แวร์สาหรับบริษัท โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตอยู่ในหมวดธุรกิจ โดยได้ ก่อตั่งเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2001
  23. 23. ๏ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ บิล เกตส์ ได้พบกุญแจสาหรับวิสัยทัศน์สาหรับบริษัทคือการ ต้องการส่งผลิตภัณฑ์ เวิร์กสเตชันและซอฟต์แวร์จากทางานของเราไปยังทุกที่ทางานและทุกบ้านเนื่องจากการที่พวก เขาใหญ่ส่วนแบ่งการตลาดในบ้านและธุรกิจของระบบปฏิบัติการ และพวกเขาเล่นบทบาทที่ สาคัญในเศรษฐศาสตร์ของซอฟต์แวร์ ไมโครซอฟท์ ได้รับความมั่นคงในตลาดอื่นๆนอกเหนือจากระบบปฏิบัติการและชุด โปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ รวมถึงเอ็มเอสเอ็นบีซี , เอ็มเอสเอ็น , ไมโครซอฟท์ เอ็นคาร์ ทา และไมโครซอฟท์ยังประสบความสาเร็จทางด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์เพื่อความ บันเทิงอีกด้วย เช่น ซูน , Xbox 360 และ เอ็มเอสเอ็น ทีวี
  24. 24. ประวัติความเป็นมาของ WINDOWS
  25. 25. ๏ 2518–2524: MICROSOFT ถือกาเนิดขึ้น ในช่วงปี 2513 ที่ทางานเราต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีด หากจาเป็นต้องทาสาเนาเอกสาร เราก็จะใช้ เครื่องโรเนียวหรือกระดาษคาร์บอน ไม่ค่อยมีใครพูดถึงไมโครคอมพิวเตอร์ แต่เด็กหนุ่มสองคนที่ชื่น ชอบคอมพิวเตอร์อย่าง Bill Gates และ Paul Allen กลับเห็นว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคือเส้นทางสู่ อนาคต ในปี 2518 Gates และ Allen ร่วมกันก่อตั้งบริษัทที่ชื่อ Microsoft Microsoft ก็ไม่ต่างจากบริษัทที่ เริ่มกิจการใหม่ส่วนใหญ่ โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ แต่มีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือ บนทุกโต๊ะทางานและใน ทุกบ้านต้องมีคอมพิวเตอร์ ในปีต่อๆ มา Microsoft เริ่มเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทางาน
  26. 26. ๏ การมาของ MS-DOS ในเดือนมิถุนายน 2523 Gates และ Allen ได้ว่าจ้าง Steve Ballmer อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน จากฮาร์วาร์ดของ Gates ให้มาช่วยพวกเขาดาเนินกิจการของบริษัท ในเดือนต่อมา IBM ได้เข้ามา ติดต่อ Microsoft เกี่ยวกับโปรเจ็กต์ที่ชื่อว่า "Chess" ด้วยเหตุนี้ Microsoft จึงได้หันมาให้ ความสาคัญกับระบบปฏิบัติการใหม่ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการ หรือสั่งงานฮาร์ดแวร์ของ คอมพิวเตอร์และยังทาหน้าที่เชื่อมช่องว่างระหว่างฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์กับโปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลผลคา และยังเป็นพื้นฐานสาหรับการสั่งงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย พวก เขาตั้งชื่อระบบปฏิบัติการใหม่นี้ว่า "MS-DOS" การวางจาหน่ายพีซีของ IBM ที่ใช้ MS-DOS ในปี 2524 ถือเป็นการเปิดตัวภาษาใหม่ให้ สาธารณชนทั่วไปรู้จัก การพิมพ์“C:” และคาสั่งที่เป็นรหัสต่างๆ เริ่มกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการ ทางานประจาวัน ผู้คนเริ่มรู้จักปุ่มแบคสแลช () MS-DOS ใช้งานได้ดี แต่ก็ยังเข้าใจได้ยาก สาหรับผู้ใช้หลายๆ คน ต้องมีวิธีสร้างระบบปฏิบัติการที่ดีกว่านี้สิ
  27. 27. ๏ 2525–2528: การเปิดตัว WINDOWS 1.0 Microsoft ยังคงพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่เวอร์ชันแรกต่อไป Interface Manager เป็นชื่อรหัส และได้รับเลือกให้เป็นชื่อสุดท้าย แต่ชื่อ Windows กลับมาชนะไปในที่สุด เพราะอธิบายถึงกล่องหรือ “หน้าต่าง” ของคอมพิวเตอร์ที่เป็นรากฐานของระบบใหม่ได้ดีที่สุด มีการประกาศวันวางจาหน่าย Windows ในปี 2526 แต่สุดท้ายก็เงียบหายไป พวกที่ไม่ปลื้มเรียกว่าระบบนี้ว่า “เวเปอร์แวร์” ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2528 สองปีหลังจากการประกาศเปิดตัวครั้งแรก Microsoft ก็วาง จาหน่าย Windows 1.0 ตอนนี้ แทนที่จะพิมพ์คาสั่ง MS-DOS คุณก็เพียงแค่เลื่อนเมาส์เพื่อชี้และคลิกที่ ตาแหน่งต่างๆ บนหน้าจอ หรือ “หน้าต่าง” เท่านั้น Bill Gates พูดว่า “นี่คือซอฟต์แวร์พิเศษที่ออกแบบ มาสาหรับผู้ใช้พีซีตัวจริง…”
  28. 28. มีเมนูดรอปดาวน์ แถบเลื่อนหน้าจอ ไอคอน และกล่องโต้ตอบที่ช่วยให้เข้าใจการทางาน และใช้งานโปรแกรมได้ง่ายขึ้น คุณสามารถสลับระหว่างโปรแกรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องออกจาก อีกโปรแกรมหรือเริ่มระบบใหม่ Windows 1.0 มาพร้อมโปรแกรมมากมาย ซึ่งได้แก่ การจัดการ ไฟล์MS-DOS, Paint, Windows Writer, Notepad, Calculator รวมถึงปฏิทิน, ไฟล์การ์ด และ นาฬิกาที่จะช่วยคุณจัดการกับงานในแต่ละวันและยังมีเกม Reversi เกร็ดน่าสนใจ : จาฟลอปปีดิสก์กับกิโลไบต์ได้ใช่ไหม Windows 1.0 จาเป็นต้องใช้ หน่วยความจาอย่างน้อย 256 กิโลไบต์(KB) ฟลอปปีดิสก์ไดรฟ์แบบสองด้าน และการ์ดจอ มีการ แนะนาให้ใช้ฮาร์ดดิสก์และหน่วยความจา 512 KB สาหรับการเรียกใช้หลายๆ โปรแกรมหรือเมื่อ ใช้DOS 3.0 หรือรุ่นที่สูงกว่
  29. 29. Windows 1.0
  30. 30. ๏ 2530–2535: WINDOWS 2.0–2.11—หน้าต่างมากขึ้น ความเร็วเพิ่มขึ้น ในวันที่ 9 ธันวาคม 2530 Microsoft ได้วางจาหน่าย Windows 2.0 ที่มีไอคอนบนเดสก์ท็อปและ หน่วยความจาส่วนขยาย ด้วยการสนับสนุนกราฟิกที่ได้รับการปรับปรุง ตอนนี้คุณสามารถซ้อนทับ หน้าต่าง ควบคุมเค้าโครงของหน้าจอ และใช้แป้ นพิมพ์เพื่อให้ทางานได้รวดเร็วขึ้น นักพัฒนา ซอฟต์แวร์บางคนเขียนโปรแกรมแรกของตนเองบน Windows รุ่นนี้ Windows 2.0 ออกแบบมาสาหรับการใช้งานกับตัวประมวลผล Intel 286 เมื่อมีการวางจาหน่าย ตัวประมวลผล Intel 386 Windows/386 ก็ออกตามมาทันทีเพื่อใช้ประโยชน์จากความสามารถของ หน่วยความจาส่วนขยาย
  31. 31. Windows รุ่นต่อมายังคงมีการปรับปรุงความเร็ว ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการใช้ งานของพีซีอย่างต่อเนื่อง ในปี 2531 Microsoft กลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์สาหรับพีซีรายใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อดูจาก ยอดขาย คอมพิวเตอร์เริ่มกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจาวันสาหรับผู้ที่ทางานในสานักงานบาง แห่ง เกร็ดน่าสนใจ: แผงควบคุมเผยโฉมเป็นครั้งแรกใน Windows 2.0
  32. 32. WINDOWS 2.0–2.11
  33. 33. ๏ 2533–2537: WINDOWS 3.0–WINDOWS NT—เริ่มรองรับกราฟิก ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2533 Microsoft ได้ประกาศเปิดตัว Windows 3.0 และตามมาด้วย Windows 3.1 ในปี 2535 เมื่อนับรวมกัน ทั้งสองรุ่นสามารถขายได้10 ล้านสาเนาในระยะเวลา 2 ปีแรก ทาให้ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่มีการใช้กันแพร่หลายมากที่สุด ความสาเร็จนี้ ทาให้ Microsoft กลับมาคิดทบทวนแผนการก่อนหน้านี้อีกครั้ง หน่วยความจาเสมือนช่วยปรับปรุง กราฟิกการแสดงผล ในปี 2533 Windows เริ่มมีลักษณะเหมือนกับรุ่นที่ใช้งานกัน Windows ในตอนนี้ มีพัฒนาการด้านประสิทธิภาพการทางานที่ดีขึ้นมาก มีกราฟิกขั้นสูง 16 สี และไอคอนที่ปรับปรุงใหม่ คลื่นลูกใหม่ของพีซี 386 ช่วยให้ Windows 3.0 เป็นที่นิยมมากขึ้น ด้วยตัว ประมวลผล Intel 386 ผู้ใช้จึงสามารถเรียกใช้โปรแกรมได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  34. 34. มีการเพิ่ม Program Manager, File Manager และ Print Manager เข้ามาใน Windows 3.0มี การติดตั้งซอฟต์แวร์ Windows โดยใช้ฟลอปปีดิสก์ที่อยู่ในกล่องขนาดใหญ่ซึ่งมาพร้อมคู่มือการ ใช้งานเล่มหนาความนิยมของ Windows 3.0 เติมโตพร้อมกับการวางจาหน่าย Windows software development kit (SDK) ใหม่ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์มุ่งเน้นไปที่การเขียนโปรแกรมมาก ขึ้นและใช้เวลาในการเขียนโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์น้อยลงWindows มีการใช้งานในที่ทางาน และที่บ้านมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้ยังมีเกมต่างๆ เช่น Solitaire, Hearts และ Minesweeper โดยมี การโฆษณาว่า “ตอนนี้คุณสามารถใช้ความสามารถอันน่าทึ่งของ Windows 3.0 เพื่อลดภาระของ คุณได้แล้ว” Windows สาหรับ Workgroups 3.11 ได้เพิ่มเวิร์กกรุ๊ปแบบเพียร์ทูเพียร์และการสนับสนุน เครือข่ายโดเมน และเป็นครั้งแรกที่พีซีกลายเป็นส่วนสาคัญของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ที่เกิดใหม่
  35. 35. ๏ WINDOWS NT เมื่อ Windows NT ออกวางจาหน่ายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2536 Microsoft ได้มาถึงช่วงเวลาที่ สาคัญ นั่นคือ โปรเจ็กต์ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการใหม่ขั้นสูงตั้งแต่ เริ่มต้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว "Windows NT แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงรากฐานของวิธีการที่บริษัทต่างๆ สามารถใช้จัดการกับความต้องการด้านคอมพิวเตอร์ของธุรกิจได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน" Bill Gates กล่าว ไว้เมื่อผลิตภัณฑ์ออกวางจาหน่ายซึ่งแตกต่างจาก Windows 3.1 อย่างไรก็ตาม Windows NT 3.1 เป็น ระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิต ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจเชิงกลยุทธ์ที่รองรับโปรแกรมทางวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ระดับสูง เกร็ดน่าสนใจ: แต่เดิมมีการเรียกกลุ่มที่พัฒนา Windows NT ว่าทีม "ระบบพกพา"
  36. 36. ๏ Windows NT
  37. 37. ๏ 2538–2544: WINDOWS 95—พีซีเติบโตเต็มที่ (และที่ลืมไม่ได้เลยคือ อินเทอร์เน็ต) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2538 Microsoft ได้ออกวางจาหน่าย Windows 95 ซึ่งสามารถสร้างสถิติทา ยอดขายได้ถึง 7 ล้านสาเนาในช่วงห้าสัปดาห์แรก นับเป็นการเปิดตัวที่ได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุด ที่ Microsoft เคยทามา สปอตโฆษณาทางโทรทัศน์ใช้เพลงของ Rolling Stones ที่ชื่อว่า "Start Me Up" ในการนาเสนอปุ่ม 'เริ่ม' ซึ่งเป็นปุ่มใหม่ ข่าวประชาสัมพันธ์พาดหัวขึ้นต้นว่า: “อยู่นี่ไง” คือยุคของแฟกซ์/โมเด็ม อีเมล โลกออนไลน์แบบใหม่ และเกมมัลติมีเดียที่ละลานตาและ ซอฟต์แวร์ทางการศึกษา Windows 95 มีการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตในตัว การเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน สายโทรศัพท์ และความสามารถใหม่ Plug and Play ที่ทาให้ติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่าง ง่ายดาย
  38. 38. นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิตยังมาพร้อมความสามารถด้านมัลติมีเดียขั้นสูง คุณลักษณะสาหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ ครบวงจร ในช่วงเวลาที่มีการวางจาหน่าย Windows 95 ระบบปฏิบัติการ Windows และ MS-DOS รุ่น ก่อนหน้ามีการใช้งานอยู่ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของพีซีที่มีอยู่ในโลก Windows 95 เป็นการปรับรุ่น ให้กับระบบปฏิบัติการเหล่านี้ เมื่อต้องการเรียกใช้Windows 95 คุณจาเป็นต้องมีพีซีที่มีตัวประมวลผล 386DX หรือที่สูงกว่า (ขอแนะนา 486) และมี RAM อย่างน้อย 4 MB (ขอแนะนา RAM 8 MB) เวอร์ชันอัปเกรดมีทั้งในรูปแบบฟลอปปีดิสก์และซีดีรอม โดยสามารถใช้งานได้ใน 12 ภาษา Windows 95 เป็นเวอร์ชันแรกที่มีเมนู 'เริ่ม' แถบงาน ปุ่มย่อ ปุ่มขยาย และปุ่มปิดบนแต่ละหน้าต่าง
  39. 39. ๏ การจับกระแสอินเทอร์เน็ต ในช่วงต้นปี 2533 ผู้ที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีพูดถึงอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นเครือข่ายที่ประกอบขึ้น ด้วยเครือข่ายต่างๆ ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ในปี 2538 Bill Gates ได้ ออกบทความที่ชื่อว่า “The Internet Tidal Wave” และประกาศว่าอินเทอร์เน็ตเป็น “การพัฒนาที่สาคัญ ที่สุดตั้งแต่พีซีถือกาเนิดขึ้น”ในฤดูร้อน ปี 2538 มีการออก Internet Explorer รุ่นแรก เบราว์เซอร์นี้ ออกมาเพื่อร่วมประชันกับเบราว์เซอร์อื่นๆ ที่มีอยู่บน World Wide Web เกร็ดน่าสนใจ: ในปี 2539 Microsoft วางจาหน่ายโปรแกรมจาลองการบินสาหรับ Windows 95 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 14 ปี ที่สามารถใช้งานกับ Windows ได้
  40. 40. วันเปิดตัว: BILL GATES แนะนา WINDOWS 95
  41. 41. ๏ 2541–2543: WINDOWS 98, WINDOWS 2000, WINDOWS MEWINDOWS 98 Windows 98 ที่วางจาหน่ายเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2541 เป็น Windows เวอร์ชันแรกที่ออกแบบ มาเป็นพิเศษสาหรับผู้ใช้ทั่วไป พีซีกลายเป็นอุปกรณ์ที่พบได้ทั่วไปในที่ทางาน ที่บ้าน และร้าน อินเทอร์เน็ตที่คุณสามารถออนไลน์ได้ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด Windows 98 ได้รับการขนานนามว่าเป็น ระบบปฏิบัติการที่ “ทางานก็ได้เล่นก็ดี” Windows 98 ช่วยให้คุณสามารถค้นหาข้อมูลบนพีซีของคุณ และบนอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น การปรับปรุงอื่นๆ ได้แก่ ความสามารถในการเปิดและการปิดโปรแกรม ที่รวดเร็วขึ้น และการสนับสนุนการอ่านแผ่นดีวีดีและอุปกรณ์ Universal Serial Bus (USB) อีกสิ่งหนึ่ง ที่ปรากฏเป็นครั้งแรกก็คือ แถบ 'เปิดใช้งานด่วน' ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเปิดโปรแกรมได้โดยไม่ต้อง เปิดเมนู 'เริ่ม' หรือค้นหาโปรแกรมบนเดสก์ท็อป
  42. 42. WINDOWS 98 เกร็ดน่าสนใจ: Windows 98 เป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่สร้างจาก MS-DOS
  43. 43. ๏ WINDOWS ME Windows Me ที่ออกแบบมาสาหรับการใช้งานภายในบ้านมีการปรับปรุงคุณลักษณะเกี่ยวกับ เพลง วิดีโอ และเครือข่ายภายในบ้านจานวนมาก รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการทางานให้มีความเสถียรมากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สิ่งที่ปรากฏเป็นครั้งแรก ได้แก่ System Restore ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ สามารถย้อนการกาหนดค่าซอฟต์แวร์พีซีของคุณกลับไปยังวันที่หรือเวลาก่อนที่จะเกิดปัญหาได้ Movie Maker ทาให้ผู้ใช้มีเครื่องมือที่สามารถแก้ไข บันทึกและแบ่งปันวิดีโอภาพครอบครัวในแบบดิจิทัล และด้วย เทคโนโลยี Microsoft Windows Media Player 7 คุณจึงสามารถค้นหา จัดระเบียบ และเล่นสื่อดิจิทัลได้ เกร็ดน่าสนใจ: หากจะพูดกันในเชิงเทคนิค Windows Me ถือเป็นระบบปฏิบัติการสุดท้ายของ Microsoft ที่ใช้โค้ดของ Windows 95 เป็นพื้นฐาน Microsoft ประกาศว่าผลิตภัณฑ์ ระบบปฏิบัติการทั้งหมดในอนาคตจะทางานบนเคอร์เนล Windows NT และ Windows 2000
  44. 44. ๏ WINDOWS ME
  45. 45. ๏ WINDOWS 2000 PROFESSIONAL Windows 2000 Professional ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอัปเกรดจาก Windows NT Workstation 4.0 เท่านั้น แต่ยังออกแบบมาเพื่อแทนที่ Windows 95, Windows 98 และ Windows NT Workstation 4.0 ที่ อยู่บนเดสก์ท็อปและแล็ปท็อปสาหรับธุรกิจทั้งหมด Windows 2000 สร้างโดยใช้โค้ด Windows NT Workstation 4.0 ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ายอดเยี่ยมเป็นพื้นฐาน และมีการปรับปรุงด้านความเสถียร ความสะดวกในการใช้งาน ความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ต และรองรับการใช้งานบน คอมพิวเตอร์แบบพกพา
  46. 46. นอกจากจะปรับปรุงการทางานในส่วนต่างๆ แล้ว Windows 2000 Professional ยังรองรับ ฮาร์ดแวร์ Plug and Play แบบใหม่หลายชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์การเชื่อมต่อเครือข่ายและระบบ ไร้สายขั้นสูง อุปกรณ์ USB อุปกรณ์ IEEE 1394 และอุปกรณ์อินฟราเรด ซึ่งช่วยให้การติดตั้ง ฮาร์ดแวร์เป็นเรื่องง่าย เกร็ดน่าสนใจ: การทดสอบที่กดดันทุกคืนของ Windows 2000 ในระหว่างการพัฒนา เทียบได้กับเวลาการทางานสามเดือนบนคอมพิวเตอร์ 1,500 เครื่อง
  47. 47. ๏ WINDOWS 2000 PROFESSIONAL
  48. 48. ๏ 2544–2548: WINDOWS XP—ความเสถียร ความพร้อมใช้งาน และความรวดเร็ว เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2544 มีการวางจาหน่าย Windows XP โฉมใหม่ ซึ่งเน้นไปที่ฟังก์ชันที่ สามารถใช้งานได้จริงและศูนย์รวมข้อมูลความช่วยเหลือและวิธีใช้แบบครบวงจร โดยสามารถใช้งาน ได้ใน 25 ภาษา นับแต่ช่วงกลางปี 2513 จนถึงการวางจาหน่าย Windows XP มีพีซีประมาณ 1 พันล้าน เครื่องทั่วโลกที่ติดตั้งโปรแกรมนี้ สาหรับ Microsoft ระบบปฏิบัติการ Windows XP กาลังจะกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ขายดี อันดับหนึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ด้วยความรวดเร็วและความเสถียรของระบบ การเข้าออกเมนู 'เริ่ม' แถบงาน และแผงควบคุมสามารถทางานได้ง่ายขึ้น มีการตื่นตัวเรื่องไวรัสคอมพิวเตอร์และแฮกเกอร์ มากขึ้น แต่ก็มีการเปิดให้ดาวน์โหลดอัปเดตระบบความปลอดภัยทางออนไลน์ซึ่งช่วยลดความกลัวได้ ระดับหนึ่ง ผู้ใช้เริ่มเข้าใจถึงคาเตือนเกี่ยวกับเอกสารแนบที่น่าสงสัยและไวรัส และเริ่มเห็นความสาคัญ ของบริการช่วยเหลือและวิธีใช้มากขึ้น
  49. 49. Windows XP Home Edition มีการออกแบบด้านภาพให้ดูสบายตาและเรียบง่าย ทาให้ สามารถเข้าถึงคุณลักษณะที่ใช้งานบ่อยได้ง่ายขึ้น Windows XP ที่ออกแบบมาสาหรับการใช้งาน ภายในบ้านมาพร้อมการปรับปรุงในส่วนต่างๆ เช่น Network Setup Wizard Windows Media Player, Windows Movie Maker และความสามารถด้านภาพถ่ายดิจิทัล ขั้นสูง Windows XP Professional นารากฐานที่แข็งแกร่งของ Windows 2000 มาเพิ่มความเสถียร ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการทางานให้กับพีซีเดสก์ท็อป นอกเหนือจากรูปลักษณ์ใหม่ แล้วWindows XP Professional ยังมาพร้อมคุณลักษณะต่างๆ สาหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ใน ธุรกิจและการใช้คอมพิวเตอร์ขั้นสูงที่บ้าน การสนับสนุนเดสก์ท็อประยะไกล การเข้ารหัสระบบ ไฟล์ รวมถึงคุณลักษณะการคืนค่าระบบและการเชื่อมต่อเครือข่ายขั้นสูงด้วย การปรับปรุงที่ สาคัญสาหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพา ได้แก่ การสนับสนุนเครือข่ายไร้สาย 802.1x, Windows Messengerและ Remote Assistance
  50. 50. WINDOWS XP หลายรุ่นในช่วงปีเหล่านี้ Windows XP รุ่น 64 บิต (2001) เป็นระบบปฏิบัติการรุ่นแรกของ Microsoft สาหรับตัว ประมวลผล 64 บิตที่ออกแบบมาสาหรับการทางานกับหน่วยความจาขนาดใหญ่และโปรเจ็กต์ ต่างๆ เช่น ลักษณะพิเศษของภาพยนตร์ ภาพเคลื่อนไหวสามมิติ โปรแกรมทางวิศวกรรมและ วิทยาศาสตร์ Windows XP Media Center Edition (2002) เหมาะสาหรับการใช้งานและการให้ความ บันเทิงภายในบ้าน คุณสามารถท่องอินเทอร์เน็ต ดูรายการสด เพลิดเพลินกับคอลเลกชันเพลง และวิดีโอดิจิทัล และดูดีวีดีได้ Windows XP Tablet PC Edition (2002) เป็นระบบปฏิบัติการสาหรับคอมพิวเตอร์ที่รับ ข้อมูลแบบลายมือ แท็บเล็ตพีซีจะมีปากกาดิจิทัลที่ใช้ร่วมกับระบบการจดจาลายมือ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้เมาส์หรือแป้นพิมพ์ได้ด้วย เกร็ดน่าสนใจ: Windows XP เกิดจากการคอมไพล์โค้ดจานวน 45 ล้านบรรทัดเข้าด้วยกัน
  51. 51. WINDOWS XP
  52. 52. ๏ 2549–2551: WINDOWS VISTA—ประสิทธิภาพที่มาพร้อมความปลอดภัย Windows Vista วางจาหน่ายในปี 2549 พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุด โดย User Account Control จะช่วยป้องกันซอฟต์แวร์ที่อาจเป็นอันตรายไม่ให้เปลี่ยนแปลงข้อมูล ใดๆ ในเครื่องของคุณ ใน Windows Vista Ultimate การเข้ารหัสไดรฟ์ด้วย BitLocker สามารถให้ การปกป้ องข้อมูลที่ดีกว่าสาหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ เนื่องจากยอดขายแล็ปท็อปและความ ต้องการด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Windows Vista ยังปรับปรุงประสิทธิภาพการ ทางานของ Windows Media Player ให้สอดคล้องกับจานวนผู้ใช้ที่ใช้พีซีเป็นศูนย์รวมสื่อดิจิทัลที่ เพิ่มมากขึ้น คุณจึงสามารถดูทีวี ดูและส่งภาพถ่าย และแก้ไขวิดีโอบนพีซีได้
  53. 53. การออกแบบเข้ามามีบทบาทสาคัญใน Windows Vista และคุณลักษณะต่างๆ เช่น รูปลักษณ์ ใหม่ของแถบงานและเส้นขอบรอบหน้าต่าง การค้นหากลายเป็นคุณลักษณะใหม่ที่มีความสาคัญและ ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาไฟล์บนพีซีของตนได้รวดเร็วขึ้น Windows Vista นาเสนอโปรแกรมรุ่นใหม่ๆ ที่มี การผสมผสานของคุณลักษณะที่แตกต่างกัน โดยสามารถใช้งานได้ใน 35 ภาษา ปุ่ม 'เริ่ม' ที่ออกแบบ ใหม่ปรากฏเป็นครั้งแรกใน Windows Vista เกร็ดน่าสนใจ: มีอุปกรณ์กว่า 1.5 ล้านชิ้นที่สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Vista เมื่อเปิดตัว
  54. 54. WINDOWS VISTA
  55. 55. ๏ 2552: WINDOWS 7 Windows 7 ออกแบบมาสาหรับโลกในระบบไร้สายที่เกิดขึ้นในปลายปี 2543 ในช่วงที่วาง จาหน่าย แล็ปท็อปก็มียอดขายดีกว่าเดสก์ท็อปและกลายเป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้สาหรับเชื่อมต่อ กับฮอตสปอตไร้สายสาธารณะตามร้านกาแฟและเครือข่ายส่วนตัวในบ้าน Windows 7 มาพร้อมวิธีการใช้งานหน้าต่างแบบใหม่ เช่น Snap, Peek และ Shake ซึ่งช่วย ปรับปรุงฟังก์ชันการทางานและทาให้ใช้งานอินเทอร์เฟซได้สนุกมากยิ่งขึ้น และยังถือเป็นการเปิดตัว Windows Touch ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้หน้าจอสัมผัสสามารถท่องเว็บ พลิกดูภาพถ่าย รวมถึงเปิดไฟล์และ โฟลเดอร์ เกร็ดน่าสนใจ: Windows 7 รุ่นเบต้าผ่านการทดลองจากผู้ใช้8 ล้านคนทั่วโลกก่อนที่จะมีการวาง จาหน่าย
  56. 56. ๏ 2552: WINDOWS 7
  57. 57. ๏ 2555: WINDOWS 8 Windows 8 คือ Windows รูปแบบใหม่เกาะกล่องที่ปรับปรุงตั้งแต่ระดับชิปเซ็ตไปจนถึง ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ โดยจะทาหน้าที่เป็นแท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงและพีซีที่มี คุณลักษณะครบครันเพื่อให้การทางานสาเร็จลุล่วง นอกจากนี้ Windows 8 ยังมาพร้อม อินเทอร์เฟซใหม่ที่เข้ากันได้ดีกับระบบสัมผัส เมาส์ และแป้ นพิมพ์ด้วย คุณจะได้สัมผัสกับ เดสก์ท็อป Windows 8 ที่คุ้นเคยพร้อมแถบงานใหม่และการจัดการไฟล์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม Windows 8 มาพร้อมหน้าจอเริ่มต้นที่มีไทล์ซึ่งเชื่อมต่อกับบุคคล ไฟล์ แอพ และเว็บไซต์ แอพต่างๆ จะดูโดดเด่นสะดุดตาและสามารถดาวน์โหลดได้อย่างสะดวกจากสถานที่ใหม่ นั่นก็ คือ Windows Store ที่อยู่บนหน้าจอเริ่มต้น
  58. 58. นอกจากนี้ Microsoft ยังเปิดตัว Windows RT ที่ทางานบนแท็บเล็ตและพีซีบางเครื่องพร้อมกับ Windows 8 ด้วย Windows RT ออกแบบมาสาหรับอุปกรณ์พกพาแบบเพรียวบางที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้งาน ได้ยาวนาน และใช้แอพจาก Windows Store เท่านั้น นอกจากนี้ Windows RT ยังมาพร้อม Office ในตัว ที่เหมาะสาหรับหน้าจอสัมผัสด้วย เกร็ดน่าสนใจ: ผู้ใช้ระดับสูงจะสังเกตเห็นว่าการตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดในระบบไฟล์ ของ Windows 8 สะดวกรวดเร็วขึ้นและรบกวนผู้ใช้น้อยลง
  59. 59. WINDOWS 8
  60. 60. อ้างอิง  http://windows.microsoft.com/th-th/windows/history  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B 9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E 0%B8%9F%E0%B8%97%E0%B9%8C#.E0.B8.AB.E0.B8.A5.E0. B8.B1.E0.B8.87.E0.B8.88.E0.B8.B2.E0.B8.81.E0.B9.80.E0.B8 .82.E0.B9.89.E0.B8.B2.E0.B8.AA.E0.B8.B9.E0.B9.88.E0.B8.9 5.E0.B8.A5.E0.B8.B2.E0.B8.94.E0.B8.AB.E0.B8.B8.E0.B9.89. E0.B8.99

×