01
12
17
18
เร�องเดนประจำฉบับ
l โครงการจัดทำฐานขอมูลเทคนิคใน
การฟนฟูดินและน้ำใตดินที่ปนเปอน
สารอันตราย
l แบบจำลองคา...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ	
•	 โครงการจัดท�ำฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและน�้ำใต้ดิน	 1
	 ที่ปนเปื้อนสารอันตราย
•	 แนะน�ำ “ซอฟ...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
No.24 September 2013 Green Research 1
โครงการจัดทำ�ฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและน้ำ�ใต้ดิน
ที่ปนเป...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
2 Green Research No.24 September 2013
	 การจัดท�ำระบบฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและน�้ำใต้ดินที่ปนเ...
No.24 September 2013 Green Research 3
ModuleIII:ฐานข้อมูลเทคนิคการสร้างแบบจ�ำลองมโนทัศน์การส�ำรวจและวิเคราะห์
การปนเปื้อนแ...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
4 Green Research No.24 September 2013
“ลดขยะ ลดโลกร้อน”ขยะเกี่ยวข้อง
กับโลกร้อนอย่างไร แล้วกระบวนการ
...
No.24 September 2013 Green Research 5
สถานการณ์ขยะมูลฝอยและก๊าซเรือนกระจก
	 ของเสียชุมชน นับเป็นแหล่งก�ำเนิดและปลดปล่อยก๊า...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
6 Green Research No.24 September 2013
ทองเหลือง 2.15
เหล็ก 25.91
อื่นๆ 0.65 กระดาษ 30.32
พลาสติก 11.5...
No.24 September 2013 Green Research 7
หลักการท�ำงานของซอฟต์แวร์
หลักการท�ำงานของซอฟต์แวร์เพื่อใช้ค�ำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจ...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
8 Green Research No.24 September 2013
เริ่มตน
ปริมาณขยะรีไซเคิล, GHG ที่ลดได
นำเขาขอมูลปริมาณขยะ
...
No.24 September 2013 Green Research 9
ข้อมูลถือว่าเป็นสิ่งส�ำคัญส�ำหรับ
การวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งอาจได้
มาจากการตรวจว...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
10 Green Research No.24 September 2013
ชื่อข้อมูล ความละเอียดเชิงพื้นที่ ความละเอียดเชิงเวลา ตัวแปร แ...
No.24 September 2013 Green Research 11
โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบรรยากาศ
ทะเล และพื้นดิน ทั้งกายภาพ และเคมี
การเผยแพร่ข้อมูลโด...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
12 Green Research No.24 September 2013
ข้อมูลที่ส�ำคัญส�ำหรับใช้ในการควบคุม
เสียงของรถไฟ
กระบวนการจัด...
No.24 September 2013 Green Research 13
V=fl ……สมการที่ (1)
โดย	 V	 คือความเร็วรถไฟมีหน่วยเป็นเมตร
		 ต่อวินาที
	 f	 คือควา...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
14 Green Research No.24 September 2013
รูปที่ 3 ส่วนต่างๆ ของระบบเบรครถไฟประกอบ
	 ด้วย จานเบรค (Brake...
No.24 September 2013 Green Research 15
	 3. Aair
ค่าการดูดกลืนเนื่องจากสภาพ
บรรยากาศ(Atmospheric absorption) มีค่า
ขึ้นอยู...
เรื่องเด่นประจ�ำฉบับเรื่องเด่นประจ�ำฉบับ
16 Green Research No.24 September 2013
การคำ�นวณหาระยะห่างระหว่างรางรถไฟกับจุดรับ...
ติดตามเฝ้าระวัง
No.24 September 2013 Green Research 17
แฟรดาซ์ มาเหล็ม* และพีรพงษ์ สุนทรเดชะ*
โครงการวางระบบโครงข่ายตรวจสอ...
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Green research issue 24 Sep 2013
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Green research issue 24 Sep 2013

816 views

Published on

วารสารงานวิจัยด้านสิ่งสิ่งแวดล้อม

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
816
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
7
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Green research issue 24 Sep 2013

  1. 1. 01 12 17 18 เร�องเดนประจำฉบับ l โครงการจัดทำฐานขอมูลเทคนิคใน การฟนฟูดินและน้ำใตดินที่ปนเปอน สารอันตราย l แบบจำลองคาดการณ ระดับเสียงจากรถไฟ กาวหนาพัฒนา บานดิน บานลดการปลอย กาซคารบอนไดออกไซด ติดตามเฝาระวัง โครงการวางระบบโครงขาย ตรวจสอบสารอินทรียระเหยในไอสารในดิน แนะนำฐานขอมูล อรรถประโยชนงานวิจัย ดานสิ่งแวดลอม Researchปที่ 10 ฉบับที่ 24 กันยายน 2556 ISSN:1686-1612
  2. 2. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ • โครงการจัดท�ำฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและน�้ำใต้ดิน 1 ที่ปนเปื้อนสารอันตราย • แนะน�ำ “ซอฟต์แวร์ค�ำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก” 4 • ข้อมูลดิจิตอลและการน�ำไปใช้ในงานวิจัย 9 • แบบจ�ำลองคาดการณ์ระดับเสียงจากรถไฟ 12 ติดตามเฝ้าระวัง • โครงการวางระบบโครงข่ายตรวจสอบสารอินทรีย์ระเหยในไอสารในดิน 17 (soilgas monitoring system) โดยขุดเจาะชั้นดินโดยเครื่องขุดเจาะ แบบต่อเนื่อง (Geoprobe) และติดตั้งระบบ และทดสอบประสิทธิภาพ ในการบ�ำบัดสารอินทรีย์ระเหยในดิน โดยระบบ Soil Vapor Extraction (SVE) เคลื่อนที่ ก้าวหน้าพัฒนา • บ้านดิน บ้านลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการก่อสร้างบ้าน 18 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่วิถีชีวิตเศรษฐกิจสีเขียว • สินค้าที่เป็น Eco label ตอบโจทย์การค้ายุคใหม่? 22 พึ่งพาธรรมชาติ • การพัฒนาศักยภาพบุคลากรของอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากร 25 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) • ทิศทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหมอกควัน 28 และการเผาในที่โล่ง ปี 2555-2559 ERTC Management Update • รมว.ทส. ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกรมส่งเสริม 34 คุณภาพสิ่งแวดล้อม wwwdeqp.go.th/website/20/Content Editor’s Talk [บรรณาธิการ ชวนคุย] Green Research กับการปรับโฉมใหม่ ก่อนอื่นขอสวัสดีผู้อ่านอย่างเป็นทางการกับการปรับโฉมอีกครั้งของ Green Research ค่ะ ถ้าพูดถึงเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกวันนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต่างให้ความสนใจเพราะเป็น สิ่งที่ใกล้ตัวมากๆ มองเห็นได้เด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทั่วโลก ปัญหาหมอก ควันข้ามพรมแดน ที่ส่งผลให้พลเมืองโลกในทวีปต่างๆ ตื่นตัวมาทะนุถนอมและให้ความส�ำคัญต่อธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมบนโลกทรงกลมใบนี้กันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเราที่สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมก็มีผล ให้เกิดผลกระทบได้อย่างชัดเจนในรอบหลายๆ ปีที่ผ่านมา ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะนักวิจัยสิ่งแวดล้อมแบบเรานั้นต้องกลับมาให้ความ สนใจและติดตามอย่างใกล้ชิดกันมากขึ้น และหนึ่งในองค์ประกอบของการติดตามสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ ต้องพูดถึงอีกเรื่องนั้นคือ “ฐานข้อมูล” คนทั่วไปหลายๆ คนอาจมีความคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวพอสมควร และ อาจปนสงสัยด้วยว่าคืออะไร แต่หากเป็นกลุ่มพวกเราที่เป็นนักวิจัยสิ่งแวดล้อมแล้ว “ฐานข้อมูล” มีความส�ำคัญ อย่างมากในการท�ำงานหรืองานวิจัยทั้งหมด เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลหรือแหล่งศึกษาค้นคว้า ก็ตามล้วนมีความส�ำคัญต่อผลลัพธ์ของงานวิจัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Green Research ฉบับนี้ จึงอยากน�ำทุกท่านมาท�ำความรู้จักกับฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมในหลายๆ รูปแบบ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะน�ำข้อมูลดังกล่าวมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของ เราในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและน�้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารอันตราย ซอฟต์แวร์ค�ำนวณ ปริมาณก๊าซเรือนกระจก (3R – Greenhouse Gas Calculation) ข้อมูลดิจิตอลและการน�ำไปใช้ในงานวิจัย และแบบจ�ำลองคาดการณ์ระดับเสียงจากรถไฟ ทั้งหมดนี้เรารวบรวมมาให้แล้วในฉบับนี้ รวมถึงผู้อ่านจะได้พบกับ คอลัมน์ที่หลากหลายเช่นเดิม และพบกันใหม่ฉบับหน้ากับประเด็นที่น่าสนใจอีกครั้งค่ะ GREEN Research Journal 2013 September No.24 คณะผู้จัดท�ำ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เทคโนธานี ต�ำบลคลองห้า อ�ำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 โทรศัพท์ 02-577-4182-9 โทรสาร 0-2577-1138 ที่ปรึกษา จตุพร บุรุษพัฒน์, รัชนี เอมะรุจิ, สากล ฐินะกุล บรรณาธิการบริหาร สุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ บรรณาธิการ ณัฐพล ติยชิรวงศ์ กองบรรณาธิการ มีศักดิ์ มิลินทวิสมัย, โสฬส ขันธ์เครือ, นิตยา นักระนาด มิลน์, ศิรินภา ศรีทองทิม, หทัยรัตน์ การีเวทย์, รุจยา บุณยทุมานนท์, ปัญจา ใยถาวร, จินดารัตน์ เรืองโชติวิทย์, อาทิตยา พามี
  3. 3. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ No.24 September 2013 Green Research 1 โครงการจัดทำ�ฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและน้ำ�ใต้ดิน ที่ปนเปื้อนสารอันตราย แฟรดาซ์ มาเหล็ม* และพีรพงษ์ สุนทรเดชะ* รูปที่ 1 เว็บไซต์ฐานข้อมูล http://www.ttigerr.org โครงการนี้สืบเนื่องมาจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ ปัญหาวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อุตสาหกรรม ระหว่างกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย และสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (ลงนามวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ณ ตึกสันติไมตรี ท�ำเนียบรัฐบาล) และมีรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็น ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วม มือ(SteeringCommittee)ส่วนหนึ่งในมติของคณะกรรมการได้ก�ำหนด ให้มีการพัฒนากรอบนโยบายการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนน�้ำใต้ดินและดิน ส�ำหรับประเทศไทยเพื่อทุกภาคส่วนจะได้มีแนวปฏิบัติที่เหมาะสมและ ไปในทิศทางเดียวกัน และได้มอบหมายให้คณะท�ำงานย่อยที่ 3 ซึ่ง รับผิดชอบด้านระบบติดตามตรวจสอบ มลพิษน�้ำใต้ดิน และเทคนิค และเทคโนโลยีการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน (Groundwater Monitoring System,SiteRemediationTechniquesandTechnologies) ด�ำเนินการ จัดท�ำแนวทางหรือเกณฑ์ส�ำหรับประเทศไทย ในการด�ำเนินงานด้าน การติดตั้งระบบติดตามตรวจสอบคุณภาพน�้ำใต้ดิน (Groundwater Monitoring System) การตรวจสอบพื้นที่ปนเปื้อน (Site Characterization/Site Investigation) เกณฑ์การประเมินความเสี่ยง ต่อสุขภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปนเปื้อน (Risk Assessment) การศึกษาความเหมาะสมในการเลือกเทคนิคการบ�ำบัดฟื้นฟูดินและ น�้ำใต้ดิน (Feasibility Study) และการก�ำหนดเกณฑ์คุณภาพดินและ น�้ำใต้ดินที่ยอมรับส�ำหรับการบ�ำบัดฟื้นฟู และใช้พื้นที่มาบตาพุดเป็น กรณีศึกษาในการทดสอบหลักเกณฑ์ดังกล่าว กรมส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะท�ำงานย่อยในขณะ นั้น และมีหน่วยงานในคณะท�ำงาน ประกอบด้วย กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรน�้ำบาดาลกรมทรัพยากรธรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตัวแทนจากสถาบัอุดมศึกษา ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรม และตัวแทนจากท้องถิ่น เป็นต้น แต่เนื่องจากติดปัญหาทางด้านงบประมาณภายใต้บันทึกข้อตกลง ความร่วมมือดังกล่าว ทั้งนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเห็นว่า ประเทศไทยขาดแนวทางที่ชัดเจนและเหมาะสม ในการจัดการปัญหา การปนเปื้อนสารอันตรายในสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลให้การจัดการปัญหา *นักวิชาการสิ่งแวดล้อมช�ำนาญการ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
  4. 4. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ 2 Green Research No.24 September 2013 การจัดท�ำระบบฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและน�้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสาร อันตรายนี้ เป็นฐานข้อมูลที่มีเป้าหมายให้สามารถใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง ให้ข้อมูลที่ ครบถ้วนถูกต้องตามหลักวิชาการสากล และเหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้องใน ระดับที่ต่างกันไป ระบบฐานข้อมูลเทคนิคจะครอบคลุม 5 ระบบฐานข้อมูลย่อย (Module) โดย ประยุกต์มาจากฐานข้อมูลของนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศสหรัฐอเมริกา ระบบฐาน ข้อมูลย่อยทั้ง 5 ประกอบด้วย Module I: ภาพรวมแนวทางและเครื่องมือการบริหารจัดการดินและน�้ำใต้ดิน ที่ปนเปื้อนสารอันตราย ซึ่งฐานข้อมูลนี้รวบรวมภาพรวมกรอบแนวทางการจัดการพื้นที่ ปนเปื้อนสารอันตรายตามหลักวิชาการสากลนอกจากนี้ยังรวบรวมกรอบทางกฎหมายแนวทาง และเครื่องมือการบริหารจัดการพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งพัฒนา มาจากกรอบแนวทางการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายตามหลักวิชาการสากล ฐานข้อมูลนี้ รวบรวมกรอบทางกฎหมายแนวทางและเครื่องมือการบริหารจัดการพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตราย ของประเทศไทย และชี้ให้เห็นจุดอ่อนของระบบการจัดการของไทยเมื่อปรียบเทียบกับกรอบ แนวทางการจัดการของประเทศสหรัฐอเมริกา Module II: ฐานข้อมูลเทคนิคการประเมินและส�ำรวจการปนเปื้อนและพื้นที่ ปนเปื้อนสารอันตรายเบื้องต้น โดยฐานข้อมูลนี้เสนอรายละเอียดและเครื่องมือในการประเมิน และส�ำรวจพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายเบื้องต้นเพื่อประกอบการประเมินสภาวะคุกคามของ การปนเปื้อนสารอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยจะช่วยในการตัดสินใจว่าการ ปนเปื้อนนั้นจะก่อให้เกิดสภาวะคุกคามที่มีนัยส�ำคัญถึงขนาดที่ต้องท�ำการส�ำรวจและ วิเคราะห์การปนเปื้อนและพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายโดยละเอียดเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ ปนเปื้อนต่อไปหรือไม่ การปนเปื้อนไม่สามารถด�ำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและปัญหาการปนเปื้อนจะถูกค้นพบ และถูกให้ความส�ำคัญก็ต่อเมื่อมีผลกระทบชัดเจนต่อสุขภาพของประชาชนและมักจะเกิดความ สับสนในการแก้ปัญหา กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดท�ำฐานข้อมูลเทคนิคในการ ฟื้นฟูดินและน�้ำใต้ดินและมีขั้นตอนการด�ำเนินงานที่สามารถปฏิบัติตามได้จริงเพื่อให้บรรลุเป้า หมายการจัดการและการบ�ำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนและเพื่อจะได้พัฒนาฐานข้อมูลดังกล่าวไป สู่กรอบนโยบายการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนน�้ำใต้ดินและดินส�ำหรับประเทศไทย โครงการนี้ได้ ด�ำเนินงานร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะที่ปรึกษา กรอบแนวทางการจัดท�ำฐานข้อมูลเทคนิคครั้งนี้ได้ประยุกต์มาจากกรอบแนวทาง การจัดการพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะ ส�ำหรับการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายอันประกอบด้วยกฎหมาย Comprehensive EnvironmentalResponse,Compensation,andLiabilityAct(CERCLA)ส�ำหรับจัดการพื้นที่ ปนเปื้อนที่ถูกทิ้งร้าง หรือพื้นที่ที่ผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อการปนเปื้อนเลิกกิจการไปแล้ว และ CorrectiveActionของSubtitleCภายใต้กฎหมายResourceConservationandRecovery Act (RCRA) ส�ำหรับจัดการพื้นที่ปนเปื้อนที่ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการปนเปื้อนยัง ด�ำเนินกิจการอยู่
  5. 5. No.24 September 2013 Green Research 3 ModuleIII:ฐานข้อมูลเทคนิคการสร้างแบบจ�ำลองมโนทัศน์การส�ำรวจและวิเคราะห์ การปนเปื้อนและพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายโดยละเอียด โดยฐานข้อมูลนี้น�ำเสนอแนว ทางและเครื่องมือในการส�ำรวจและวิเคราะห์การปนเปื้อนและพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตราย โดยละเอียด เพื่อสร้างแบบจ�ำลองเชิงมโนทัศน์ของการปนเปื้อนซึ่งเป็นขั้นตอนที่ส�ำคัญที่สุด เพราะจะน�ำไปสู่การประเมินความเสี่ยงเชิงปริมาณเพื่อระบุผู้ได้รับผลกระทบจากการ ปนเปื้อน การก�ำหนดวัตถุประสงค์การพื้นฟูและการเลือกเทคโนโลยีการฟื้นฟูที่เหมาะสม ModuleIV:ฐานข้อมูลเทคนิคการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพเชิงปริมาณอันเนื่อง มาจากพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายโดยฐานข้อมูลนี้น�ำเสนอแนวทางและเครื่องมือในใช้การ ประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพและระบบนิเวศอันเนื่องมาจากพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตราย เพื่อที่ จะก�ำหนดวัตถุประสงค์การฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนเพื่อการปกป้องผู้ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อน Module V: ฐานข้อมูลเทคนิคการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดในการฟื้นฟูพื้นที่ ปนเปื้อนสารอันตรายโดยฐานข้อมูลนี้น�ำเสนอแนวทางและเครื่องมือในการเลือกเทคโนโลยี ที่เหมาะสมที่สุดในการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตราย ฐานข้อมูลย่อยนี้อ้างถึงระบบขั้นตอน มาตรฐานและฐานข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีการฟื้นฟู แบบกายภาพ เทคโนโลยีการฟื้นฟูแบบเคมี และเทคโนโลยีการฟื้นฟูแบบชีวภาพ ในแต่ละโมดูลจะประกอบด้วยข้อมูล 4 ส่วนดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 กรอบแนวทางการจัดการ (Management Guideline): เป็นฐานข้อมูล ที่กล่าวในภาพรวมเกี่ยวกับการจัดการการปนเปื้อนในแต่ละขั้น ซึ่งจะมีลักษณะเป็น กรอบแนวทางเชิงพรรณนาอย่างย่อ (Brief Descriptive Guideline) ที่ให้ความรู้เบื้องต้นและ ความเข้าใจในภาพรวม แต่ไม่สามารถใช้ในการประเมินการปนเปื้อนหรือการปฏิบัติงาน ฟื้นฟูการปนเปื้อนที่ต้องการรายละเอียดในการปฏิบัติได้ ซึ่งขั้นตอนรายละเอียดในการ ปฏิบัตินี้จะถูกอ้างถึงในกรอบการด�ำเนินการทางเทคนิค (Technical Guideline) ฐานข้อมูล กรอบแนวทางการจัดการ (Management Guideline) นี้เหมาะส�ำหรับประชาชน NGOs นักวิชาการหรือผู้ที่สนใจจะศึกษาแนวทางหรือเกณฑ์ในการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนอย่างเป็นระบบ แต่ไม่ได้ท�ำหน้าที่ประเมินการปนเปื้อน หรือจัดการการปนเปื้อน ส่วนที่ 2กรอบการด�ำเนินการทางเทคนิค(TechnicalGuideline):เป็นขั้นตอนทางเทคนิค ทีละขั้นทีละตอน “Step-by-Step” ส�ำหรับการประเมินหรือปฏิบัติงานการจัดการ พื้นที่ปนเปื้อนในแต่ละ Module โดยเน้นให้ผู้ใช้ฐานข้อมูลสามารถปฏิบัติตามได้จริง และอาจ จะมีการอ้างถึงกล่องเครื่องมือทางเทคนิค (Technical Toolbox) ส่วนที่ 3กล่องเครื่องมือทางเทคนิค (Technical Toolbox): เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมเครื่องมือ ทางเทคนิคที่ส�ำคัญและถูกอ้างถึงในกรอบการด�ำเนินการทางเทคนิค (Technical Guideline) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลและเครื่องมือส�ำคัญส�ำหรับผู้ปฏิบัติงานในการปฏิบัติงานจริงโดยกล่องเครื่องมือ ทางเทคนิคนี้ประกอบด้วยโปรแกรมวิธีการใช้โปรแกรมแบบประเมินหรือตัวอย่างรายงานและ แบบฟอร์มที่ถูกอ้างถึงในกรอบการด�ำเนินการทางเทคนิค(Technical Guideline) เป็นต้น ส่วนที่4ฐานข้อมูลวิธีมาตรฐาน(Method Databases): เป็นฐานข้อมูลที่ท�ำหน้าที่คล้าย กล่องเครื่องมือทางเทคนิค (Technical Toolbox)แต่ว่าจะรวบรวมเฉพาะฐานข้อมูลที่ เป็นที่รู้จักกันดีสามารถตรวจค้นได้ง่าย และ/ หรือมีลิขสิทธิ์อยู่ท�ำให้ไม่สามารถถูกคัดลอก หรือสรุปมาใส่ในกล่องเครื่องมือทางเทคนิค (Technical Toolbox) เช่น ASTM method, AWWAmethodforwateranalysisที่ถูกอ้าง ถึงในกรอบการด�ำเนินการทางเทคนิค (Technical Guideline) ฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและ น�้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารอันตรายได้ถูก น�ำเสนอใน website ภายใต้ชื่อ “ฐานข้อมูล เทคนิคในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน สารอันตรายส�ำหรับประเทศไทย”(Thailand’s Technical Initiatives and Guidelines for Environmental Remediation and Restoration (URL: ttigerr.org)) เพื่อให้ผู้ สนใจสามารถเข้าถึงได้ง่าย และน�ำไปใช้ ประโยชน์ทั้งนี้กรมส่งเสิมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขอรับข้อคิดเห็นจากผู้สนใจทุกท่าน เพื่อการ พัฒนาฐานข้อมูลดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อไป www.ttigerr.org
  6. 6. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ 4 Green Research No.24 September 2013 “ลดขยะ ลดโลกร้อน”ขยะเกี่ยวข้อง กับโลกร้อนอย่างไร แล้วกระบวนการ รณรงค์เพื่อให้ประชาชนมีการลดและคัด แยกขยะที่แหล่งก�ำเนิดช่วยลดโลกร้อนได้ ด้วยหรือประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องน่าสนใจ เนื่องจากในปัจจุบันทิศทางการส่งเสริม ประชาชนมักให้ความส�ำคัญกับการลดโลก ร้อนเป็นหลัก ปี พ.ศ. 2553 ศูนย์วิจัยและฝึกอบรม ด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมร่วมกับศูนย์บริการเทคโนโลยี สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมคณะสาธารณสุข ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดท�ำฐาน ข้อมูลประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก ที่ สามารถลดได้จากการด�ำเนินงานการคัดแยก และน�ำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ของชุมชน ด้วยวิธี 3R ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมให้ ภารกิจของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมใน ด้านการรณรงค์ส่งเสริมการจัดการขยะครบ วงจร ภายใต้บริบท Zero waste community เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม มากขึ้นและเพื่อให้การด�ำเนินงานด้านการลด ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากภาคของเสีย ชุมชนมีความต่อเนื่องและมีชุมชนตัวอย่างที่ดี แนะนำ� “ซอฟต์แวร์คำ�นวณ ปริมาณก๊าซเรือนกระจก” มากขึ้นจึงได้จัดท�ำซอฟต์แวร์ค�ำนวณปริมาณ ก๊าซเรือนกระจกเพื่อใช้ค�ำนวณปริมาณก๊าซ เรือนกระจกตามรายประเภทที่น�ำกลับมา ใช้ใหม่ ซึ่งเป็นการค�ำนวณปริมาณขยะที่น�ำ กลับมาใช้ใหม่และน�ำไปใช้ประโยชน์ให้อยู่ใน รูปของคาร์บอน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการซื้อขาย ภายใต้กลไกของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ พิธีสารเกียวโต ตลอดจนกลไก Corporate Social Responsibility (CSR) ของบริษัท เอกชน โดยเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของ ประชาชนและการแก้ไขปัญหา ด้วยการเพิ่ม มูลค่าขยะที่น�ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่และ ขยะอินทรีย์ซึ่งเป็นการสนับสนุนภารกิจในการ รณรงค์สร้างจิตส�ำนึกและส่งเสริมการ มีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะ ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป อัศมน ลิ่มสกุล* วิมลรัตน์ลี กถาเสนีย์* วุฒิชัย แพงแก้ว** และอัศดร ค�ำเมือง** (www.tccnclimate.com) *นักวิชาการสิ่งแวดล้อมช�ำนาญการ **นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
  7. 7. No.24 September 2013 Green Research 5 สถานการณ์ขยะมูลฝอยและก๊าซเรือนกระจก ของเสียชุมชน นับเป็นแหล่งก�ำเนิดและปลดปล่อยก๊าซเรือน กระจกที่ส�ำคัญอีกแหล่งหนึ่ง ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศหรือรู้จักกันในนาม“ภาวะโลกร้อน”(IPCC,1996) จากฐาน ข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจก พบว่าในปี พ.ศ. 2546 ประเทศไทยมี สถานการณ์การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคของเสีย เป็น สัดส่วน 3.9% (3.92 ล้านต้น CO2 เทียบเท่า) โดย 52.2% (4.86 ล้านตัน CO2 เทียบเท่า) เกิดจากกิจกรรมการจัดการขยะ ข้อมูลดังกล่าวนี้ สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้มของขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น กล่าวคือ ในปี พ.ศ. 2536 ประเทศไทยมีขยะชุมชนเกิดขึ้น 30,640 ตัน ต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็น 41,064 ตันต่อวัน ในปี พ.ศ. 2551 หรือ 34% (ส�ำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2552)ปริมาณขยะชุมชนได้ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศ ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นถูกน�ำไปก�ำจัด อย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลเพียง14,373ตันต่อวันหรือประมาณ 35% ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยส่วนที่เหลือถูก จัดการด้วยวิธีการเทกองกลางแจ้งหรือการเผาและในส่วนของชุมชนที่ อยู่ห่างไกลประชาชนจะก�ำจัดกันเองในครัวเรือน ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน ได้ร่วมกันหา แนวทางในการแก้ไขปัญหาขยะชุมชน โดยได้ให้ความส�ำคัญต่อ การจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจร เพื่อลดปริมาณขยะจากแหล่ง ก�ำเนิด ซึ่งได้รณรงค์ให้คัดแยกขยะน�ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ รวมทั้ง การน�ำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบการผลิตก๊าซชีวภาพและ การท�ำปุ๋ยหมักจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษพบว่าในปีพ.ศ.2550 ได้มีการน�ำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ 22% ของขยะทั้งหมด (3.25 ล้านตัน)และเพิ่มขึ้นเป็น23%(3.41ล้านตัน)ในปีพ.ศ.2551การคัด แยกขยะและน�ำขยะมาผลิตก๊าซชีวภาพนับเป็นแนวทางเชิงบรูณาการ ที่ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากของเสีย เพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์ ทรัพยากรอย่างชาญฉลาดและคุ้มค่า ซึ่งเป็นแนวทางที่ส่งเสริมการ บริโภคที่ยั่งยืนอีกทั้งช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นต้น เหตุที่ส�ำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
  8. 8. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ 6 Green Research No.24 September 2013 ทองเหลือง 2.15 เหล็ก 25.91 อื่นๆ 0.65 กระดาษ 30.32 พลาสติก 11.55 แกว 24.74 ทองแดง 1.95 อลูมิเนียม 2.73 ร้อยละวัสดุรีไซเคิลในประเทศไทย ที่มา : กรมควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2547 สถานการณ์การน�ำกลับมาใช้ใหม่ ข้อมูลการส�ำรวจของกรมควบคุมมลพิษ พ.ศ.2547 ซึ่งได้ท�ำการส�ำรวจร้านค้ารับซื้อวัสดุรีไซเคิลที่ขึ้นทะเบียนในเขตพื้นที่เทศบาล รวมทั้งสิ้น 3,088 ร้าน จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลประเภทวัสดุรีไซเคิลที่พบหลักๆ ได้แก่ กระดาษ พลาสติก แก้ว อลูมิเนียม ทองแดง ทองเหลือง เหล็ก และอื่นๆ ได้แก่ แบตเตอรี่เก่า สายยาง สังกะสี และ นุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ในภาพรวมวัสดุรีไซเคิลของประเทศไทย พบว่า ประเภทวัสดุรีไซเคิลที่มีการรับซื้อรวมทั้งสิ้น 4,642.425 ตัน/วัน โดยวัสดุรีไซเคิลที่รับซื้อมากที่สุด คือ กระดาษ มีปริมาณการรับซื้อ 1,407.437ตัน/วันคิดเป็น30.32%รองลงมาคือเหล็กมีปริมาณการรับซื้อ1,202.961ตัน/วันคิดเป็น25.91%อันดับที่สามคือแก้วมีปริมาณ การรับซื้อ 1,148.537 ตัน/วัน คิดเป็น 24.74 % ส่วนวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ ที่มีการรับซื้อ อาทิ พลาสติก อลูมิเนียม ทองเหลือง ทองแดง และ อื่นๆ คิดเป็นประมาณการรับซื้อ536.156ตัน/วัน126.698ตัน/วัน99.623ตัน/วัน90.630ตัน/วันและ30.383ตัน/วันซึ่งคิดเป็น11.55%,2.73%, 2.15 %, 1.95 % และ 0.65 % ตามล�ำดับ ซอฟต์แวร์ค�ำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก (3R – Greenhouse Gas Calculation) การใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อการน�ำ เข้าข้อมูลการน�ำมูลฝอยกลับมาใช้ใหม่ในโครงการตั้งแต่เริ่มด�ำเนิน โครงการจะช่วยให้เกิดความสะดวกในการจัดการข้อมูล และสามารถ ประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกตามวิธีการค�ำนวณที่ศึกษาไว้แล้ว ลดความผิดพลาดในการค�ำนวณ ตลอดจนทราบถึงข้อมูลย้อนหลังใน การจัดการขยะมูลฝอย เช่น อัตราการน�ำกลับมาใช้ใหม่ของมูลฝอย แต่ละประเภท
  9. 9. No.24 September 2013 Green Research 7 หลักการท�ำงานของซอฟต์แวร์ หลักการท�ำงานของซอฟต์แวร์เพื่อใช้ค�ำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกจาก ขยะที่น�ำกลับมาใช้ใหม่คือ การใช้ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้จากผลการ ศึกษาปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากวัสดุที่กลายเป็นขยะแต่ละ ประเภท ที่ได้จากโครงการศึกษาปริมาณก๊าซเรือนกระจก ระยะที่ 1 มาใช้ในการ ค�ำนวณโดยเทียบกับปริมาณขยะที่ได้รับการคัดแยกโดยแสดงค่าการค�ำนวณใน หน่วยตันหรือกิโลกรัม CO2 -equivalence ต่อตันขยะแต่ละประเภท ทั้งนี้แล้วแต่ ความเหมาะสมของข้อมูลปริมาณขยะที่ได้รับการคัดแยกโดยเน้นประเภทขยะที่ ได้รับการจัดล�ำดับ10ประเภทที่มีการคัดแยกและน�ำกลับมาใช้ใหม่ปริมาณมาก ที่สุดที่ได้ศึกษาไว้แล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพกับงาน คัดแยกขยะของพื้นที่น�ำร่อง ที่นอกจากเป็นการลดปริมาณขยะในพื้นที่แล้วยัง สามารถทราบได้ว่าสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากน้อยเพียง ใด ทั้งนี้นอกจากข้อมูลการคัดแยกขยะแล้ว ยังสามารถน�ำเข้าข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อื่นๆ เช่น ปริมาณมูลฝอย และองค์ประกอบของขยะในพื้นที่เพื่อใช้เปรียบเทียบ ประสิทธิภาพในการคัดแยกขยะ อัตราการเกิดขยะ ภาพรวมของปัญหาขยะ มูลฝอยในพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ข้อมูลน�ำเข้า การออกแบบระบบข้อมูลของซอฟต์แวร์ค�ำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก มี 2 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ (1) ข้อมูลสถานการณ์การจัดการขยะ เป็นข้อมูลที่บอกถึงสภาพปัญหา ของขยะมูลฝอยในพื้นที่ ประกอบด้วย - ข้อมูลปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ซึ่งบ่งบอกถึงระดับของปัญหาขยะมูลฝอย ในพื้นที่ และท�ำให้ทราบถึงอัตราการเกิดขยะต่อคน นอกจากนั้นปริมาณขยะยัง เกี่ยวข้องกับการจัดการโดยท้องถิ่น เช่น การจัดการด้านบุคลากร เครื่องจักร รถเก็บขน แรงงาน งบประมาณ รวมทั้งการจัดหาสถานที่ก�ำจัดที่เหมาะสมด้วย - ข้อมูลองค์ประกอบของขยะ ข้อมูลส่วนนี้จะอธิบายถึงประเภทของขยะ ที่เกิดขึ้นลักษณะการบริโภคของประชาชนในพื้นที่ สภาพเศรษฐกิจของชุมชน ศักยภาพในการคัดแยกและน�ำกลับมาใช้ใหม่ของขยะ เนื่องจากข้อมูล องค์ประกอบของขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละเส้นทางของการจัดการขยะเช่นณแหล่ง ก�ำเนิด รถเก็บขน หรือสถานที่ก�ำจัดขยะ จะบอกได้ถึงลักษณะการด�ำเนินการ คัดแยกขยะของท้องถิ่นการให้ความส�ำคัญกับการลดและคัดแยกขยะตลอดจน ความร่วมมือของชุมชนในพื้นที่ (2) ข้อมูลการคัดแยกขยะ เป็นข้อมูลของปริมาณขยะแต่ละประเภทที่ได้ รับการคัดแยกแล้วเพื่อเตรียมน�ำไปใช้ประโยชน์ในลักษณะต่างๆเช่นการน�ำกลับ มาใช้ใหม่(Reuse)หรือการน�ำไปรีไซเคิลผลิตเป็นสินค้าใหม่(Recycle)ซึ่งข้อมูล อาจจะสามารถตรวจสอบได้หากมีการด�ำเนินการอยู่แล้วโดยอาจจะอยู่ที่ชุมชน หรือศูนย์รับซื้อขยะ
  10. 10. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ 8 Green Research No.24 September 2013 เริ่มตน ปริมาณขยะรีไซเคิล, GHG ที่ลดได นำเขาขอมูลปริมาณขยะ ที่เกิดขึ้น นำเขาขอมูล องคประกอบขยะ นำเขาขอมูลปริมาณ การนำมูลฝอยกลับมาใชใหม ฐานขอมูลรวม สำหรับ การประเมินกาซเรือนกระจก จากขยะชุมชน การรายงานผล การแสดงผล ปริมาณขยะ องคประกอบขยะ องคประกอบขยะ แฟมขอมูลบรรทัดฐาน ขอมูลปริมาณขยะ ขอมูลองคประกอบขยะ ขอมูลการนำกลับมาใชใหม ขอมูลกาซเรือนกระจก แกว, กระจก, กระดาษ กิจกรรมการนำกลับมาใชใหม พลาสติก, เหล็ก, อลูมิเนียม ผลการประเมิน ประโยชน์จากของเสียเพื่ออนุรักษ์และใช้ ประโยชน์ทรัพยากรอย่างชาญฉลาดและ คุ้มค่า ซึ่งเป็นแนวทางที่ส่งเสริมการบริโภคที่ ยั่งยืน อีกทั้งช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซ เรือนกระจก อันเป็นต้นเหตุที่สำ�คัญของการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก กรอบแนวคิดการทำ�งานของซอฟต์แวร์ ประเมินก๊าซเรือนกระจก ลักษณะการเก็บข้อมูลทั้งสองประเภทเพื่อน�ำเข้าสู่การประมวลผลของ ซอฟต์แวร์ค�ำนวณเป็นการศึกษาสภาพของการจัดการในขั้นแรกเรียกว่า ข้อมูลฐาน (Baseline) ซึ่งจะบอกถึงค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นค่าเริ่มต้น และหลังจากด�ำเนินงานโครงการคัดแยกและน�ำขยะกลับมาใช้ใหม่แล้วจะได้ผล การค�ำนวณค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถเปรียบเทียบกับBaselineได้ ว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เท่าใด พร้อมกับการอธิบายถึงความ เชื่อมโยงกับข้อมูลฐานและการจัดการขยะมูลฝอยในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่าง ครอบคลุม การรายงานผล ผลการค�ำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากขยะที่ได้รับการคัดแยกและ น�ำกลับมาใช้ใหม่จะแสดงเป็นค่า CO2 -equivalence ที่สามารถลดได้ ทั้งนี้ลักษณะ การรายงานผลสามารถแสดงเป็นผลการค�ำนวณตามช่วงเวลา เช่น รายวัน ราย สัปดาห์ หรือรายเดือน เป็นต้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกแสดงผลตามความ ต้องการ ทั้งนี้ความถี่ในการน�ำเข้าข้อมูลต้องมีความสัมพันธ์กันกับระบบการ รายงานผล กล่าวคือหากสามารถน�ำเข้าข้อมูลได้ละเอียดมากเท่าใดก็สามารถ สร้างระบบการรายงานผลได้ละเอียดเช่นกัน โดยการออกแบบระบบข้อมูลจะ ออกแบบให้รองรับความถี่ของข้อมูลที่เหมาะสมและใช้งานได้สะดวกทั้งการ น�ำเข้าการสร้างเงื่อนไขของการรายงานผลและการแสดงรายงานในรูปแบบต่างๆ เช่น กราฟ แผนภูมิ ตาราง รวมทั้งสามารถพิมพ์รายงานได้ การใช้งาน เนื่องจากระบบซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้น เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานในระดับผู้ ปฏิบัติงานในท้องถิ่น ดังนั้นหลักการที่จะท�ำให้ซอฟต์แวร์ใช้งานได้เกิดประโยชน์ และเกิดประสิทธิภาพ จึงต้องสร้างให้ซอฟต์แวร์ใช้งานได้ง่าย สะดวก ลดความ ซ�้ำซ้อนรวมทั้งแก้ไขปรับปรุงได้ง่าย เนื่องจากในช่วงของการทดสอบการท�ำงาน ของซอฟต์แวร์ทั้งในขั้นตอนการออกแบบ การทดสอบในพื้นที่ซึ่งได้รับข้อเสนอ แนะทั้งจากผู้ใช้งาน ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อน�ำมาแก้ไขปรับปรุงจน สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น ส�ำหรับเนื้อหาสาระ “ซอฟต์แวร์ค�ำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก” ในฉบับนี้ได้กล่าวแนะน�ำภาพรวมของซอฟต์แวร์ดังกล่าวในเบื้องต้นซึ่งในวารสาร Green Research ฉบับต่อไปจะน�ำเสนอรายละเอียดวิธีการใช้งาน “ซอฟต์แวร์ ค�ำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก”ต่อไปส�ำหรับท่านผู้อ่านท่านใดที่มีความสนใจ หรือต้องการทดลองใช้งาน สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์พร้อมคู่มือการติดตั้ง และใช้งานได้ที่เว็บไซต์เครือข่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไทย www.ttigerr.org
  11. 11. No.24 September 2013 Green Research 9 ข้อมูลถือว่าเป็นสิ่งส�ำคัญส�ำหรับ การวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งอาจได้ มาจากการตรวจวัดเองหรือได้มาจาก แหล่งอื่นส�ำหรับข้อมูลจากแหล่งอื่นนั้นมี ทั้งที่ต้องจัดซื้อหรือไม่เสียค่าใช้จ่าย ใน ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่คิดค่า ใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นเป็นจ�ำนวนมาก โดย เฉพาะข้อมูลทางด้าน บรรยากาศ ทะเล และพื้นดิน ทั้งกายภาพ และเคมี การเผย แพร่ข้อมูลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนั้นมีเป้า หมายเพื่อให้มีการวิจัย วิเคราะห์ และ วินิจฉัยกระบวนการต่างๆที่จ�ำเป็นในการ เพิ่มความเข้าใจของสภาพแวดล้อมและน�ำ ไปใช้ในการจัดการบริหารบนพื้นฐานของ ข้อมูลและการวิจัย จากแหล่งข้อมูลจ�ำนวนมากมายที่ เผยแพร่นั้น ในส่วนนี้จะเป็นการน�ำเสนอ ตัวอย่างดังตารางที่ 1 ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และแหล่งที่สามารถ ดาวน์โหลดได้ทางอินเตอร์เน็ตอย่างไรก็ตาม ในการน�ำข้อมูลไปใช้จะต้องเป็นไปตามที่ผู้ เผยแพร่ได้ระบุไว้ในข้อตกลงส�ำหรับคุณภาพ ของข้อมูลนั้นโดยส่วนใหญ่ผู้เผยแพร่ได้มี เอกสารแสดงถึงรายละเอียดที่มาและคุณภาพ ข้อมูลดิจิตอลและการนำ�ไปใช้ในงานวิจัย ของข้อมูลไว้ครบถ้วนเช่นกัน ในส่วนของรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล นั้น โดยส่วนใหญ่ถูกจัดเก็บโดยการบีบอัด ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ที่ ไม่ใช่ Text File หรือ Excel File เนื่องจากข้อมูลมีขนาดที่ใหญ่ ดังนั้นการน�ำข้อมูลไปใช้จึงจ�ำเป็นที่จะต้อง เข้าใจถึงลักษณะของ File ที่ผู้ใช้ดาวน์โหลด จากแหล่งข้อมูลว่าประกอบด้วยตัวแปรอะไร ลักษณะเชิงพื้นที่และเวลาของข้อมูลที่ถูกบีบ อัดเป็น Meta Data รวมอยู่ใน File นั้นๆ นอกจากนี้ผู้ใช้ต้องมีความรู้และศักยภาพใน การใช้ข้อมูลรูปแบบต่างๆ รวมถึงการสกัด และแปลงข้อมูลต่างๆ เพื่ออ่านข้อมูลวิเคราะห์ แปรผลหรือน�ำเสนอต่อไป ตัวอย่างเช่น รูปที่ 1 ข้อมูลโดยส่วนใหญ่ถูกจัดเก็บในรูป แบบ NetCDF, Grib1, Grib2, และ HDF โดยเฉพาะ NetCDF เป็นชนิดของข้อมูล ถูกเริ่มพัฒนามาโดยUniversityCorporation for Atmospheric Research (UCAR) และมี การเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบ NetCDF อย่าง แพร่หลาย ส�ำหรับ Utility ทางคอมพิวเตอร์ที่ ใช้ในการจัดการข้อมูลชนิดนี้มีมากมายขึ้นอยู่ กับวัตถุประสงค์และความถนัดของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น • CDO (Climate Data Operators) • GrADS (Grid Analysis and Display System) • ncensemble (command line utility to do ensemble statistics) • NCL (NCAR Command Language) • NCO (NetCDF Operators) • ncview ศิรพงศ์ สุขทวี* *นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
  12. 12. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ 10 Green Research No.24 September 2013 ชื่อข้อมูล ความละเอียดเชิงพื้นที่ ความละเอียดเชิงเวลา ตัวแปร แหล่งดาวน์โหลด NCEP/NCAR 2.5 x 2.5 degree ราย 6 ชม, รายวัน,รายเดือน (01/01/1948– ปัจจุบัน) ตัวแปรทางอุตุนิยมวิทยา เช่น ลม, อุณหภูมิ, ความชื้น เป็นต้น http://www.esrl.noaa.gov/psd/data/reanalysis/ reanalysis.shtml FNL 1.125 x 1.125 degree ราย 6 ชม (30/07/1999 ปัจจุบัน) http://rda.ucar.edu/datasets/ds083.2/#access JRA-25 1.25 x 1.25 degree ราย 6 ชม, รายเดือน (01/01/1979- ปัจจุบัน) http://jra.kishou.go.jp/ JRA-25/index_en.html SRTM • 3 arc-sec (~90 m) • 30 arc-sec (~900 m) - ลักษณะ ภูมิประเทศ http://www2.jpl.nasa.gov/ srtm/cbanddataproducts.html ETOPO • 1 arc-min (~1.8 km) • 2 arc-min • 5 arc-min - ลักษณะภูมิประเทศ http://www.ngdc.noaa.gov/mgg/global/ UDel 0.5 x 0.5 degree รายเดือน (01/01/1901-ปัจจุบัน) อุณหภูมิ และปริมาณฝน http://www.esrl.noaa.gov/psd/data/gridded/ data. UDel_AirT_Precip.html HadISST 1 x 1 degree รายเดือน (01/01/1870-ปัจจุบัน) อุณหภูมิ ผิวน�้ำทะเล http://climatedataguide.ucar.edu/ guidance/sst-data-hadisst-v11 ตารางที่ 1 แสดงตัวอย่างของข้อมูลที่มีการเผยแพร่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย การน�ำข้อมูลต่างๆ ไปวิเคราะห์มีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย เช่น การน�ำมาวิเคราะห์ทางด้านความแปรปรวนของภูมิอากาศดังรูปที่ 2 (ก)เป็นการน�ำข้อมูลSSTมาใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ENSO(Dijkstra,2006)และรูปที่2(ข)แสดงการใช้ข้อมูลลมและความ กดอากาศมาใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับมรสุมฤดูหนาว (Sooktawee,2012) นอกจากการน�ำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์แล้วนั้น ยังสามารถน�ำไปใช้ เป็นข้อมูลน�ำเข้าส�ำหรับแบบจ�ำลองเพื่อใช้ในการศึกษาทางด้านต่างๆ เช่นการจ�ำลองปริมาณฝน (รูปที่ 2 (ค) เป็นผลที่ได้จากแบบจ�ำลอง WRF ที่ใช้ข้อมูลน�ำเข้า เช่น ลักษณะความสูงของภูมิประเทศ การใช้ที่ดิน ตัวแปรทางอุตุนิยมวิทยา และอื่นๆ ส�ำหรับผลของการจ�ำลองจะมี ความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบซึ่งการใช้ข้อมูลน�ำเข้าที่ถูกต้องที่ใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุดเป็น สิ่งหนึ่งที่ท�ำให้ผลของการจ�ำลองมีความน่าเชื่อถือ รูปที่ 1 แสดงภูมิประเทศจากข้อมูล ETOPO5 ที่ได้วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างภาพโดย NCL (หน่วย: เมตร)
  13. 13. No.24 September 2013 Green Research 11 โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบรรยากาศ ทะเล และพื้นดิน ทั้งกายภาพ และเคมี การเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่เสียค่า ใช้จ่ายนั้นมีเป้าหมายเพื่อให้มีการ วิจัย วิเคราะห์ และวินิจฉัยกระบวน การต่างๆ ที่จำ�เป็นในการเพิ่มความ เข้าใจของสภาพแวดล้อม การเลือก การใช้ และความเข้าใจถึงโครงสร้างของข้อมูลการใช้ส�ำหรับการวิเคราะห์ และการใช้ส�ำหรับแบบจ�ำลองเป็นสิ่งที่ส�ำคัญกว่าการที่ต้องการเพียงแค่ให้ผลการวิเคราะห์ และผลการจ�ำลองที่ออกมาตรงกับที่คาดการณ์ไว้หรือตรงกับค่าที่ตรวจวัด นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลและการใช้แบบจ�ำลองอาจเปรียบเสมือนได้กับของเล่นส�ำหรับเด็กหาก ใช้โดยปราศจากความเข้าใจถึงพื้นฐานของข้อมูลที่ใช้ ผลที่ได้จึงเป็นได้แค่ภาพกราฟฟิก สวยๆ เหมือนเด็กที่เล่นของเล่นเพื่อความสนุกสนานเพียงอย่างเดียวแต่หากเด็กนั้นได้เล่น ของเล่นที่มีคุณภาพเหมาะสมกับวัยจะท�ำให้มีความเข้าใจ มีพัฒนาการเพิ่มขึ้น เช่นเดียว กับการวิเคราะห์ข้อมูลและการใช้แบบจ�ำลองที่เหมาะสม ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทฤษฎีและ องค์ความรู้ที่มีณปัจจุบันผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็จะน�ำไปสู่การพัฒนาเพื่อให้มีความเข้าใจในกลไก ของธรรมชาติได้มากขึ้น เอกสารอ้างอิง Dijkstra, H. A. (2006). The ENSO phenomenon: theory and mechanisms. Advances in Geosciences, 6, 3-15. Sooktawee,S.,U.Humphries,A.LimsakulandP.Wongwises. (2012). Low-Level Wind Variability over the Indochina Peninsula during Boreal Winter. International Journal of Environmental Science and Development, 3, 130-135. (ก) (ข) (ค) (ง) รูปที่ 2 (ก) ความผิดปกติของอุณหภูมิน�้ำทะเลในเดือนธันวาคม 2540 (Dijkstra, 2006) (ข) ค่าเฉลี่ยทางภูมิอากาศของลมที่ระดับ 850 hPa (vector), ค่าความ กดอากาศ (shaded contour), และ geopotential height ที่ระดับ 850 hPa (contour line) ส�ำหรับช่วง 2522-2553 (Sooktawee, 2012) และภาพ แสดงปริมาณฝนรายวันจาก (ค) แบบจ�ำลอง WRF และ (ง) กรมอุตุนิยมวิทยา ในวันที่ 16 กันยายน 2555
  14. 14. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ 12 Green Research No.24 September 2013 ข้อมูลที่ส�ำคัญส�ำหรับใช้ในการควบคุม เสียงของรถไฟ กระบวนการจัดการแก้ไขปัญหาด้าน เสียงจากแหล่งก�ำเนิดมีองค์ประกอบหลักที่ ต้องควบคุมอยู่ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.ควบคุมเสียงที่แหล่งก�ำเนิด(sourcepath) 2. ควบคุมเสียงที่เส้นทางผ่านเสียง (propagation path) 3. ควบคุมเสียงที่ผู้รับเสียง(receiverpath) ซึ่งเครื่องมือที่ส�ำคัญอย่างหนึ่ง ที่ใช้ ส�ำหรับใช้ในการควบคุมเสียงของรถไฟ ทั้ง 3 องค์ประกอบคือแบบจ�ำลองคาดการณ์ระดับ เสียงจากรถไฟ ส�ำหรับในบทความนี้จะขอ กล่าวถึง ความรู้ส�ำคัญซึ่งในการพัฒนาแบบ จ�ำลองคาดการณ์ระดับเสียงจากรถไฟ ประกอบด้วย กลไกการเกิดเสียง และที่มา ของเสียงรถไฟ และความสัมพันธ์ระหว่างค่า ระดับเสียงกับปริมาณทางกายภาพของรถไฟ เช่นความเร็วรถไฟความยาวขบวนรถไฟรวม ทั้งองค์ประกอบโดยทั่วไป ของแบบจ�ำลอง ทางคณิตศาสตร์ส�ำหรับคาดการณ์ระดับเสียง จากรถไฟ แบบจำ�ลองคาดการณ์ระดับเสียงจากรถไฟ แหล่งก�ำเนิดของเสียงจากรถไฟ เสียงที่เกิดจากรถไฟมีลักษณะไม่ คงที่แต่จะแปรเปลี่ยนไปตามคุณสมบัติ ทางกายภาพของรถไฟและรางรถไฟ เช่น ความเร็วรถไฟ ชนิดรถไฟ สภาพราง เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ เกี่ยวของโดยตรงกับ ความดันเสียงในหน่วยเดซิเบลและความถี่ เสียงในหน่วยเฮิร์ตซ์ โดยที่ทั้งความดันเสียง และความถี่เสียงนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความ ร�ำคาญและการสูญเสียการได้ยินเป็นอย่าง มาก ส�ำหรับรถไฟโดยทั่วไปสามารถแบ่ง แหล่งก�ำเนิดเสียงจากรถไฟได้ 5 แหล่งหลัก ดังนี้ อ�ำนวยชัย คงดี* ขณะที่รถไฟวิ่งผ่านเราแม้จะไม่ใช่ รถไฟความเร็วสูงเหมือนของต่าง ประเทศแต่เสียงที่ได้ยินก็สร้างความ รำ�คาญพอสมควรทีเดียว โดยแต่ละ ขบวนให้กำ�เนิดเสียงที่ความดังไม่เท่า กันขึ้นกับหลายปัจจัยซึ่งหากได้รับ เสียงเหล่านี้บ่อยๆ อาจส่งผลให้เกิด ความรำ�คาญ และหากว่าเสียงที่เกิด ขึ้นดังเกินมาตรฐานที่กำ�หนดอาจ ทำ�ให้เกิดการสูญเสียการได้ยินด้วย เหตุนี้ กระบวนการ เครื่องมือในการ ป้องกัน แก้ไขปัญหาที่เกิดจากเสียง รถไฟ จึงเป็นสิ่งจำ�เป็นที่ต้องมี เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยองค์ ประกอบหลักๆ ดังต่อไปนี้ *นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
  15. 15. No.24 September 2013 Green Research 13 V=fl ……สมการที่ (1) โดย V คือความเร็วรถไฟมีหน่วยเป็นเมตร ต่อวินาที f คือความถี่ของเสียงมีหน่วยเป็นรอบ ต่อวินาที (เฮิร์ตซ์) l คือความยาวคลื่นเสียงมีหน่วยเป็น เมตรโดยค่าความยาวคลื่นที่เกิดจะมีลักษณะ เฉพาะขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิวของแต่ละราง รถไฟซึ่งมีความเรียบไม่เท่ากัน ในแต่ละราง รูปที่ 1 แสดงกลไกการแพร่กระจายของเสียงเนื่องจาก ความสั่นสะเทื่อนของล้อและรางรถไฟ รูปที่ 2 ตัวอย่างหัวรถจักรดีเซลที่ใช้ในประเทศไทย (a) ยี่ห้อ Alsthom รุ่น 4406 และ (b) ยี่ห้อ GEA. รุ่น 4523-456 (a) (b) ….สมการที่ (2) 2. เสียงจากเครื่องยนต์ของหัวรถจักร เครื่องยนต์ที่ใช้จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลท�ำ หน้าที่ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายให้กับ มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหัวรถจักรโดย เครื่องยนต์แต่ละรุ่น ยี่ห้อ อาจจะให้ก�ำเนิด เสียงที่ความดันเสียงและความถี่เสียงที่แตก ต่างกันโดยค่าความดันเสียงจะเพิ่มขึ้นตาม ความเร็วที่เพิ่มขึ้นของรถไฟและเมื่อพิจารณา เสียงที่เกิดจากระบบล้อและรางร่วมด้วย สามารถเขียนสมการสัมพันธ์ระหว่าง ความเร็วรถไฟกับระดับความดันเสียงที่เกิด ในรูปแบบอย่างง่าย ดังสมการที่ (2) โดย LP คือ ระดับความดันเสียงในหน่วย เดซิเบลที่ความเร็วรถไฟ V มีหน่วยเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง LP o คือ ระดับความดันเสียงในหน่วย เดซิเบลที่ความเร็วรถไฟ LO โดยท�ำการวัด ณ ต�ำแหน่งเดียวกัน เครื่องยนต์ดีเซลทำ�หน้าที่ในการ ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายให้กับ มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหัวรถจักร โดยเครื่องยนต์แต่ละรุ่น ยี่ห้อ อาจจะ ให้กำ�เนิดเสียงที่ความดันเสียงและ ความถี่เสียงที่แตกต่างกันโดย ค่าความดันเสียงจะเพิ่มขึ้นตาม ความเร็วที่เพิ่มขึ้นของรถไฟ 1. เสียงจากล้อและรางเกิดจากความ เรียบไม่สม�่ำเสมอของรางและล้อที่มีลักษณะ ไม่เป็นทรงกลมอย่างสมบูรณ์ (มีลักษณะ คล้ายวงรี) ท�ำให้เกิดการสั่นสะเทือนของล้อ และรางเกิดเสียงแพร่กระจายในอากาศโดย ท�ำให้ก�ำเนิดเสียงที่มีความถี่สัมพันธ์กับ ความเร็วในรูปแบบ ดังสมการที่ (1) LP = LPo + N log V VO
  16. 16. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับ 14 Green Research No.24 September 2013 รูปที่ 3 ส่วนต่างๆ ของระบบเบรครถไฟประกอบ ด้วย จานเบรค (Brake Discs) และตัว ห้ามล้อ (Brake calipers) แบบจ�ำลองทางคณิตศาสตร์ส�ำหรับคาด การณ์ระดับเสียงจากรถไฟ ในการวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหา เสียงที่เกิดจากรถไฟในหลายๆ สถานการณ์ จ�ำเป็นต้องมีข้อมูล ข่าวสาร ส�ำหรับ ตัดสินใจก่อนเหตุกาณ์จริงเกิดขึ้น เนื่องจาก หากรอให้สถานการณ์จริงเกิดขึ้นอาจแก้ไข ปัญหาได้ยาก หรือสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ดังนั้นแบบจ�ำลองทางคณิตศาสตร์ส�ำหรับ คาดการณ์ระดับเสียงจากรถไฟจึงเป็นเครื่อง มือที่ส�ำคัญและมีประโยชน์ในการค้นหา ข้อมูล ข่าวสารเหล่านั้น แบบจ�ำลองทาง คณิตศาสตร์ส�ำหรับคาดการณ์ระดับเสียงจาก รถไฟ โดยทั่วไปอยู่ในรูปความสัมพันธ์ ระหว่าง ค่าความดันเสียงของรถไฟ ณ ระยะ ใดๆ กับ ปริมาณทางกายภาพต่างๆ ในรูป แบบ ดังสมการที่ (3) โดยที่LO คือระดับเสียงณจุดอ้างอิงซึ่งอาจ อยู่ในรูปของก�ำลังเสียง(soundpowerlevel) ในหน่วยวัตต์ หรือความดันเสียง (sound pressure level) ในหน่วยเดซิเบลหรือ เดซิเบลเอ หาได้จากการวัดในสถานที่จริง มีค่าแปรไปตามชนิดของรถไฟ ( สินค้า หรือ โดยสาร) ชนิดของหัวรถจักรความเร็วของ รถไฟ (กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ชนิดของราง เป็นต้น มีหน่วยเป็น เดซิเบล หรือเดซิเบลเอ ส่วนเทอม Ai ประกอบด้วยค่าต่างๆ ดังนี้ 1. Adiv ค่าการลดลงของเสียง เนื่องจากระยะห่างจากแหล่งก�ำเนิดกับจุดรับ เสียงเพิ่มขึ้น(Geometricaldivergence) มี ผลท�ำให้พลังงานเสียงเกิดการกระจาย สามารถหาได้จากสมการที่สัมพันธ์กับระยะ ทาง ดังตัวอย่างก�ำหนดโดย ISO 9613-2 ใน สมการที่ (4) และสมการที่ใช้ในแบบจ�ำลอง คาดการณ์ระดับเสียงรถไฟของสหราชอาณา จักร (CRN model) ในสมการที่ (5) LP = LO + S Ai ..สมการที่ (4) …..สมการที่ (5) 1.เสียงจากความปั่นป่วนของอากาศ บริเวณรอบตัวรถไฟเกิดขึ้นขณะรถไฟวิ่งด้วย ความเร็วสูงเสียงที่เกิดมีลักษณะเสียงความถี่ ต�่ำกว่า 500 เฮิร์ตซ์ และความดันเสียงใน หน่วยเดซิเบลสัมพันธ์กับความเร็วรถไฟใน หน่วยกิโลเมตรต่อชั่วโมงในลักษณะลอการิทึม 2. เสียงจากระบบเบรค ซึ่งเกิดจาก การเสียดสีระหว่างล้อและตัวระบบเบรคเสียง ที่เกิดมีลักษณะเสียงความถี่สูงระหว่าง 1000 - 2000 เฮิร์ตซ์ 3.เสียงขณะรถไฟวิ่งบนสะพานเกิด จากการสั่นของโครงสร้างสะพานขณะรถไฟ วิ่งบนสะพาน และขณะรถไฟวิ่งผ่านสะพาน ระดับเสียงจะกว้างกว่ารางรถไฟทั่วไป ประมาณ10–20เดซิเบลขึ้นอยู่กับโครงสร้าง สะพานแต่ละแห่ง 4. เสียงขณะรถไฟวิ่งผ่านทางโค้ง เกิดจากการเสียดสีระหว่างล้อและรางขณะ รถไฟวิ่งบนทางโค้ง โดยความดังและความถี่ เสียงที่เกิดขึ้นๆ อยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ สภาพราง ความโค้งของราง ความเร็วรถไฟ เป็นต้น Adiv = 20 log d + 11 dO Adiv = 10 log d 25 เดซิเบล หรือเดซิเบลเอ …….สมการที่ (3) M
  17. 17. No.24 September 2013 Green Research 15 3. Aair ค่าการดูดกลืนเนื่องจากสภาพ บรรยากาศ(Atmospheric absorption) มีค่า ขึ้นอยู่กับระยะทางระหว่างแหล่งก�ำเนิดกับ จุดรับเสียง และความถี่เสียง โดยเสียงที่มี ความถี่ต�่ำสูงถูกดูดกลืน พลังงานมากกว่า เสียงความถี่ ตัวอย่างสมการที่ (7) แสดง สมการหาค่าการดูดกลืนเสียงของอากาศ แนะน�ำโดย ISO 9613-2 โดย d คือ ระยะห่างจากรางรถไฟ หน่วยเป็นเมตร a เป็นค่าคงที่ โดยที่ do และ 25 คือ ระยะทาง ระหว่างแหล่งก�ำเนิดถึงจุดวัดเสียงอ้างอิง มี หน่วยเป็นเมตรd คือระยะทางระหว่างแหล่ง ก�ำเนิดถึงจุดวัดเสียงที่สนใจ รูปที่ 3 ที่ระยะ r1 พลังงานเสียงกระจายอยู่ในพื้นที่ a ที่ระยะ r2 พลังงานเสียงแพร่กระจายอยู่ ในพื้นที่ 4a ทำ�ให้ความเข้มเสียงมีค่าลดลง 2. Ag ค่าการดูดกลืน เนื่องจาก ค่า สัมประสิทธ์การดูดกลืนของพื้นที่ที่เสียงเดิน ทางผ่าน(Groundeffect)มีค่าขึ้นอยู่กับระยะ ทางระหว่างแหล่งก�ำเนิดถึงจุดรับเสียงและ ความสูงของจุดรับเสียง แต่ในบางแบบ จ�ำลองฯ รวมเอาผลจากสภาพพื้นผิวเข้ามา ไว้ในแบบจ�ำลองด้วย เช่น พื้นคอนกรีตมี สัมประสิทธิ์การดูดกลืนน้อยกว่าพื้นสนามหญ้า เป็นต้น ดังตัวอย่างสมการที่(6)แสดงสมการ ค่าการดูดกลืนเสียงของพื้นที่ ใช้ในแบบ จ�ำลองของสหราชอาณาจักร โดย d คือ ระยะห่างจากรางรถไฟ หน่วยเป็นเมตร h คือ ความสูงของจุดรับเสียงจากพื้น หน่วย เป็นเมตร ….สมการที่ (6)Ag = - d 130 h ….สมการที่ (7)Aair = - ad 1000 h แหล่งกำ�เนิดถึงจุดรับเสียงและความสูงของจุด รับเสียงแต่ในบางแบบจำ�ลองฯ รวมเอาผลจาก สภาพพื้นผิวเข้ามาไว้ในแบบจำ�ลองด้วย
  18. 18. เรื่องเด่นประจ�ำฉบับเรื่องเด่นประจ�ำฉบับ 16 Green Research No.24 September 2013 การคำ�นวณหาระยะห่างระหว่างรางรถไฟกับจุดรับเสียงหรือการ คำ�นวณหาความสูงกำ�แพงกั้นเสียงที่เหมาะสมในการลดระดับ เสียงจากรถไฟ 5. Ar ค่าแก้เนื่องจากการสะท้อน (Reflection) ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก คือ มุม ระหว่างแหล่งก�ำเนิดและจุดรับเสียง และ ขนาดของตัวสะท้อน 6. Am ค่าแก้เนื่องจากสภาพ อากาศ (Meteorological correction) ขึ้นกับ ปัจจัยต่างๆ ทางอุตุนิยมวิทยา เช่น ความเร็ว ลม อุณหภูมิ เป็นต้น นอกจากนี้ ในตัวแบบจ�ำลองฯ อาจ เพิ่มเติมเทอมที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยแวดล้อม อื่นๆ อีกเช่น ต้นไม้ อาคารบ้านเรือน ริมราง รถไฟ เป็นต้น และจากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าว มาจะเห็นได้ว่า แบบจ�ำลองฯ ที่เหมาะกับ พื้นที่หนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกพื้นที่หนึ่งก็ได้ ดังนั้นจึงควรมีการพัฒนาแบบจ�ำลองฯที่ เหมาะสมกับพื้นที่โดยเฉพาะ รวมทั้งมีการ ตรวจสอบและปรับปรุงแบบจ�ำลองก่อนใช้งาน บทบาทของแบบจ�ำลองทางคณิตศาสตร์ส�ำหรับคาดการณ์ระดับเสียง ในการแก้ไข ปัญหาเสียงจากรถไฟ เราสามารถแบ่งบทบาทในการแก้ไขปัญหาของแบบจ�ำลองคาดการณ์ระดับเสียงฯตาม กระบวนการจัดการแก้ไขปัญหาด้านเสียงทั้ง 3 องค์ประกอบได้ดังนี้ 1. บทบาทในการควบคุมเสียงที่แหล่งก�ำเนิด (source path) เช่น การค�ำนวณหา อัตราเร็วที่เหมาะสมของรถไฟที่ท�ำให้ระดับเสียงไม่เกินระดับที่เหมาะสม 2. บทบาทในการควบคุมเสียงที่ทางผ่าน(propagationpath)เช่นการค�ำนวณหาระยะ ห่างระหว่างรางรถไฟกับจุดรับเสียง หรือ การค�ำนวณหาความสูงก�ำแพงกั้นเสียงที่ เหมาะสมในการลดระดับเสียงจากรถไฟ 3. บทบาทในการควบคุมเสียงที่ผู้รับเสียง (receiver path) ในการออกแบบอาคาร เพื่อลดผลกระทบด้านเสียงจ�ำเป็นต้องทราบข้อมูลระดับเสียง ณ บริเวณอาคาร ซึ่งในบาง กรณีข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัดจริงไม่เพียงพอ จึงจ�ำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากการ ค�ำนวณจากแบบจ�ำลองทางคณิตศาสตร์ช่วยในการออกแบบ เป็นต้น เอกสารอ้างอิง Cowan, James P. (1994). Handbook of Environmental Acoustics. ISO 9613-2 : 1996-Acoustic-Attenuation of Sound During Propagation Outdoor. István L vér and Leo L. Baranek. (2005). Noise and Vibration Control Engineering. Thompson, David. (2008). Railway Noise and Vibration Mechanisms, Modelling and Means of Control. Van Leeuwen, Hans J.A. Railway Noise Prediction Models a Comparision. http://www.railway.co.th http://www.railway-technical.com http://www.rtri.or.jp 4. Ab ค่าแก้เนื่องจากสิ่งกีดขวาง (Screening) เมื่อเสียงเดินทางมาประทะกับ สิ่งกีดขวางซึ่งอาจจะเป็นก�ำแพงกั้นเสียงเนิน ดินฯลฯจะเกิดการสูญเสียพลังงานเนื่องจาก การเลี้ยวเบน โดยขนาดระดับเสียงระดับที่ ลดลงขึ้นอยู่กับความยาวและความสูงของสิ่ง กีดขวาง รวมทั้งความถี่ของเสียงดังตัวอย่าง สมการที่ (8) สมการค่าแก้เนื่องจากสิ่ง กีดขวางที่ใช้ในยุโรปบางประเทศ ….สมการที่ (8) โดยที่ คือค่า Fresnel number แนะนำ�โดย Makeawa 1 20 N+3 Adiv = - 10 log
  19. 19. ติดตามเฝ้าระวัง No.24 September 2013 Green Research 17 แฟรดาซ์ มาเหล็ม* และพีรพงษ์ สุนทรเดชะ* โครงการวางระบบโครงข่ายตรวจสอบสารอินทรีย์ระเหยในไอสารในดิน (soilgas monitoring system) โดยขุด à

×