Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
สรุ ปประเด็นการสัมมนาเปิ ดตัวโครงการเพิ่มประสิทธิภาพห่ วงโซ่ อุปทานอุตสาหกรรมและโครงการพัฒนาความร่ วมมือในระดับห่ วงโซ่ อุ...
2.2 แนวโน้ มเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้ านมีแนวโน้ มเติบโตขึ ้น จึงเป็ นโอกาสในการขยายตัวธุรกิจของไทยใน                  อนาคต ...
เสวนาเรื่อง “การพัฒนาและยกระดับธุรกิจ SME ด้ วยคลัสเตอร์ และกลยุทธ์ ห่วงโซอุปทาน”วิทยากร : นายสวัสดิ์ โสภะ รองกรรมการผู้จั...
โรงงานให้ เหมาะสมกับสินค้ า เช่นสินค้ าที่จาเป็ นต้ องผลิตจานวนมากๆ (Mass Production) ก็ควรพิจารณาการนาเครื่ องจักรมาใช้ เ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

2013-03-14 สรุปโครงการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม

1,719 views

Published on

สรุปประเด็นการสัมมนาเปิดตัว โครงการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมและโครงการพัฒนาความร่วมมือในระดับห่วงโซ่อุปทาน (Industrial Supply Chain Efficiency Improvement)
วันที่ 14 มีนาคม 2556 เวลา 08.30-16.00 น.
ณ. ห้องคอนเวนชั่น A,B โรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท 11 กรุงเทพมหานคร
จัดโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
สรุปโดย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย

Published in: Business
  • Be the first to comment

2013-03-14 สรุปโครงการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม

  1. 1. สรุ ปประเด็นการสัมมนาเปิ ดตัวโครงการเพิ่มประสิทธิภาพห่ วงโซ่ อุปทานอุตสาหกรรมและโครงการพัฒนาความร่ วมมือในระดับห่ วงโซ่ อุปทาน (Industrial Supply Chain Efficiency Improvement) วันที่ 14 มีนาคม 2556 เวลา 08.30-16.00 น. ณ. ห้ องคอนเวนชั่น A,B โรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท 11 กรุ งเทพผู้แทน สรท. เข้ าร่ วมสัมมนา 1. คุณนพพร เทพสิทธา รองประธาน สรท. 2. คุณอรรคเดช พัฒนนุสนธุ เจ้ าหน้ าที่ ฝ่ ายโลจิสติกส์ สรท. ิ โครงการดังกล่าวมีวตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม และการพัฒนาความ ัร่ ว มมื อ ในระดับห่ว งโซ่อุป ทานของอุต สาหกรรมไทยโดยเฉพาะอย่า งยิ่ ง SME เนื่ องจาก 94% ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย เป็ น SME ดังนันกระทรวงอุตสาหกรรมจึงเล็ งเห็นความสาคัญ โดยสนับสนุน การให้ ความรู้ กับ ้ผู้ประกอบการและผู้เข้ าร่ วมโครงในการบริ หารจัดการระบบห่วงโซ่อปทานในการลดต้ นทุนและสร้ างความร่ วมมือตลอด ุห่วงโซ่อปทานจากต้ นน ้าถึงปลายน ้า เพื่อให้ SME ไทยสามารถยืนหยัดอยูบนเวทีการค้ าโลกได้ อย่างยังยืน โดยได้ รับเกียรติ ุ ่ ่จาก นายประเสริ ฐ บุญชัยสุข รัฐมาตรี ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็ นประธานเปิ ดงาน ซึ่งสรุ ปใจความสาคัญ ของการสัมมนาในครังนี ้ ดังนี ้ ้ ปาฐกถาพิเศษ “ซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ปี 2013 อนาคตของประเทศไทย”วิทยากร : คุณนพพร เทพสิทธา ปั จจัยที่มีผลกระทบต่อซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ของประเทศไทย ประกอบด้ วย 1. บริบทภายในประเทศ 1.1 การหยุดชะงักของโซ่อปทาน (Disruption) จากปั จจัยเสี่ยงภายในประเทศ ผู้ประกอบการไทยต้ องคานึงถึง ุ แผนบริ หารจัดการความต่อเนื่องของธุรกิจและเส้ นทางการขนส่งและโลจิสติกส์ในกรณีฉกเฉินมากขึ ้น ุ 1.2 ไทยมีการพัฒนาความเชื่อมโยงการค้ าชายแดนเพิ่มมากขึ ้น จึงสร้ างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ 1.3 ภาคธุรกิจไทยมีความตื่นตัวสูงต่อการเปิ ดตลาด AEC แต่มีข้อจากัดด้ านองค์ความรู้ เชิงลึกในการเข้ าถึง ตลาดนันๆ ้ 1.4 สถานการณ์ขาดแคลนแรงงานภายในประเทศและแน้ วโน้ มค่าแรงที่สงขึ ้นในทุกสาขาของกิจกรรมโลจิสติกส์ ู จึงเป็ นแรงพลักดันให้ เกิดการย้ ายฐานการผลิตไปสูประเทศเพื่อบ้ านมากยิ่งขึ ้น ่ 1.5 การเติบโตของเมืองที่ไม่มีการวางแผนและการจัดการอย่างเป็ นระบบ จึงเป็ นข้ อจากัดต่อการเคลื่อนย้ าย สินค้ าที่มีประสิทธิภาพ 2. บริบทภายนอกประเทศ 2.1 ศูนย์กลางกิจกรรมการค้ าของโลกได้ ย้ายจากเดิม (ยุโรป อเมริ กา ญี่ ปน) ไปสู่ตลาดใหม่ (GMS จีน และ ุ่ เอเชีย) ดังนันไทยจาเป็ นจะต้ องปรับทิศทางยุทธศาสตร์ โลจิสติกส์ให้ เน้ นความเชื่อมโยงเส้ นทางไปสูประเทศ ้ ่ เพื่อนบ้ านในภูมิภาคมากขึ ้น พร้ อมทังส่งเสริ มการพัฒนาเครื อข่ายบริ การและเส้ นทางการค้ า (Trade Lane) ้ ให้ ครอบคลุมไปสูกลุมประเทศคูค้าใหม่นอกเหนือจากอาเซียนด้ วย ่ ่ ่ Page 1 of 4
  2. 2. 2.2 แนวโน้ มเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้ านมีแนวโน้ มเติบโตขึ ้น จึงเป็ นโอกาสในการขยายตัวธุรกิจของไทยใน อนาคต 2.3 โครงการก่อสร้ างนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรื อทวาย ก่อให้ เกิดโอกาสสาหรับห่วงโซ่อปทานในภูมิภาค ุ 2.4 ความพยายามในการลดความเหลื่อมล ้าทางเศรษฐกิจในภูมิภาค จะเป็ นการเปิ ดโอกาสให้ ผ้ ประกอบการ ู ไทยสามารถขยายการค้ าและการบริ การไปยังประเทศเพื่อนบ้ านที่มรกาลังซื ้อสูงขึ ้นได้ แนวโน้ มโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน ปี 2013 1. ให้ ความสาคัญในการบริ หารจัดการห่วงโซ่อปทานและมีความตื่นตัวมากขึ ้น ุ 2. เน้ นการบริ หารจัดการตังแต่ต้นน ้าถึงปลายน ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และลดต้ นทุนการผลิต ให้ ้ สามารถแข่งขันในเวทีการค้ าโลกได้ 3. สร้ างความร่ วมมือในระดับห่วงโซ่อุปทานมากขึ ้น โดยการรวมกลุ่มและร่ วมมือของอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่ อุปทานเพื่อความยังยืน ่ 4. ให้ ความสาคัญกับแนวคิด Green Logistics มากขึ ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้ อม และใช้ ในการรับมือกับ การกีดกันทางการค้ าที่ไม่ใช่ภาษี 5. มาตรฐานการบริ การและมาตรฐานผลิตภัณฑ์มีความสาคัญมากขึ ้น 6. มีการใช้ เทคโนโลยีในการบริ หารจัดการซัพพลายเชนที่ทนสมัยมากขึ ้นในการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลตลอดห่วง ั โซ่อปทานและการลดต้ นทุน ุ บทสรุ ปอนาคตของประเทศไทย วิวฒนาการของการพัฒนาซัพพลายเชน (Stage of Supply Evolution) ประกอบไปด้ วย 4 ขันดังนี ้ ั ้ 1. Conventional supply chain 2. Developing supply chain 3. Transforming supply chain 4. Demand-driven value network ซึงผู้ประกอบการในประเทศส่วนใหญ่จะอยูในวิวฒนาการขัน 1 ถ้ าผู้ประกอบการไทยยังไม่ตื่นตัวในการพัฒนาซ ่ ่ ั ้ห่วงโซ่อปทานให้ อยูวิวฒนาการในขันที่ 2 หรื อมากกว่า จะทาให้ ผ้ ประกอบการไทยไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันใน ุ ่ ั ้ ูเวทีโลกได้ ดังนันบทสรุปที่ประเทศไทยควรจะดาเนินการเพื่อให้ ผ้ ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ มีดงนี ้ ้ ู ั  ผู้ประกอบการไทยต้ องพัฒนาซัพพลายเชนให้ อยูในวิวฒนาการขันที่ 2 Developing stage ให้ ได้ ่ ั ้  ใช้ บริ ษัทที่อยู่ในวิวฒนาการขันที่ 3 Transforming stage เป็ นต้ นแบบให้ กบผู้ประกอบการ SME หรื อ ั ้ ั บริ ษัทที่อยูในขันที่ต่ากว่า เพื่อเป็ นแนวทางและให้ คาปรึกษาในการพัฒนาต่อไป ่ ้  ต้ อ งมี แ นวคิ ด การพัฒ นาอย่ า งต่ อ เนื่ อ ง (Continuous improvement) เพื่ อ การพัฒ นาที่ ยั่ง ยื น (Sustainability)  ระบบห่วงโซ่อปทานต้ องสามารถตรวจสอบและมองเห็นได้ ตลอดการไหลของห่วงโซ่อปทาน(Supply ุ ุ chain visibility) รวมถึงต้ องมีการร่วมมือทังภายในและภายนอกองค์กรตลอดห่วงโซ่อปทาน (Supply ้ ุ chain Collaboration) เพื่อไปสูเ่ ปาหมายและแนวทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ ้  ผู้ประกอบการ SME ถือว่าเป็ นผู้ประกอบการหลักของประเทศ ดังนันต้ องมีการสนับสนุนผู้ประกอบการ ้ SME อย่างต่อเนื่อง โดยการรวมกลุมของผู้ประกอบการ SME ให้ มีความเข็มแข็งมากขึ ้น ่ Page 2 of 4
  3. 3. เสวนาเรื่อง “การพัฒนาและยกระดับธุรกิจ SME ด้ วยคลัสเตอร์ และกลยุทธ์ ห่วงโซอุปทาน”วิทยากร : นายสวัสดิ์ โสภะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จากัด(มหาชน) การพัฒนาห่วงโซ่อปทานถือว่ามีความสาคัญต่อบริ ษัทไทยเบฟอย่างมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริ ษัทมีความ ุหลากหลายและเป็ นสินค้ าอุปโภคบริ โภค ซึ่งเป็ นสินค้ าที่ สามารถทดแทนกัน สินค้ าทดแทนกันได้ หมายถึง สินค้ าที่ใช้ แทนกันด้ วยวัตถุประสงค์เดียวกันและความสามารถใช้ แทนกันได้ ของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในท้ องตลาด ดังนันการเข้ าถึงตลาดที่ ้ทันเวลาและสถานที่ เพียงพอต่อความต้ องการ รวมถึงต้ องเข้ าใจความต้ องการของลูกค้ า ซึงปั จจัยดังกล่าวถือว่าสาคัญใน ่การวางแผนการบริ หารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อให้ ตอบสนองความต้ องการของลูกค้ า ดังนันบริ ษัทจึงได้ เล็งเห็นถึง ้ความสาคัญในเรื่ องดังโดยเน้ นไปที่การกระจายสินค้ าของบริ ษัทให้ ทวถึงและเพียงพอต่อความต้ องการของลูกค้ า ซึ่งการ ั่กระจายสินค้ าของบริ ษัทส่วนมากจะผ่านร้ านค้ ารายย่อยและเป็ นธุรกิจ SME จากการบริ หารสินค้ าคงคลัง (stocking) ที่ยยังไม่เป็ นระบบและไม่มีประสิทธิ ภาพ ทางบริ ษัทจึงได้ วางแผนกลยุทธ์ ในการพัฒนาและยกระดับร้ านค้ า รายย่อยให้ มีประสิทธิ ภาพในการบริ หารจัดการร้ านค้ า อย่างเป็ นระบบมากขึ ้น โดยให้ ความช่วยเหลือทังในด้ านความรู้ การบริ หาร ้คลังสินค้ าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงให้ ความช่วยเหลือทางด้ านไอที เพื่อให้ ง่ายต่อการตรวจสอบสินค้ าคงคลังและการจัดซื ้อ ซึงถือว่าเป็ นกลยุทธ์หวงโซ่อปทานและเป็ นการยกระดับ SME ที่ทางบริ ษัทได้ ดาเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ่ ่ ุ วิทยากร : นายพิบูลย์ มนัสพล นายกสมาคมคลัสเตอร์ สิ่งทอเพชรเกษม สมาคมคลัสเตอร์ สงทอเพชรเกษม เป็ นการรวมกลุมกันของผู้ผลิตเส้ นใย โรงงานย้ อมผ้ า โรงงานทอผ้ า และฯลฯ ิ่ ่มากกว่า 50 โรงงาน ซึ่งเป็ นการรวมกลุม กันของห่วงโซ่อปทานตังแต่ต้นน ้าถึงปลายน ้าในทุกสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้ องกับ ่ ุ ้กระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งคุณพิบลย์กล่าวว่าการรวมกลุมคลัสเตอร์ ของอุตสาหกรรม SME ไทยถือว่ามี ู ่ความสาคัญ เพื่อสร้ างความเข้ มแข้ งในการแข่งขันบนเวทีการค้ าโลก สามารถเพิ่มอานาจในการต่อรองทางการค้ าจากการรวมกลุม โดยคุณสมบัติของสมาชิกภายในกลุมคลัสเตอร์ จะต้ องไม่มีการกีดกันและการแข่งขันกันเองภายในกลุม ต้ องมี ่ ่ ่การแลกเปลียนความรู้ และให้ การสนับสนุนซึงกันและกัน โดยกลุมคลัสเตอร์ ต้องมีทิศทางไปในแนวเดียวกันเพื่อตอบสนอง ่ ่ ่ความต้ องการของลูกค้ าเป็ นสาคัญ ซึงแนวคิดดังกล่าวจะสามารถสร้ างความยังยืนของห่วงโซ่อปทานอย่างแท้ จริ ง ่ ่ ุวิทยากร : นายประเสริฐ สัมฤทธิ์วณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัทแสงเจริญ ทูลส์ เซ็นเตอร์ จากัด ทางภาคอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ได้ เริ่ มเล็งเห็นถึงความสาคัญของการรวมกลุมคลัสเตอร์ และการพัฒนา ่ห่วงโซ่อปทานมากขึ ้น ซึงในขณะนี ้ได้ เริ่ มโครงการสร้ างกลุมคลัสเตอร์ อตสาหกรรมยานยนต์เพื่อความร่วมมือกันตลอดห่วง ุ ่ ่ ุโซ่ออุปทานเป็ นปี แรก โดยจะได้ นาแนวทางการรวมกลุมคลัสเตอร์ ดงกล่าวจากสมาคมคลัสเตอร์ สงทอเพชรเกษมมาเป็ น ่ ั ิ่แบบอย่างในการพัฒนากลุมต่อไป ่ บรรยายเรื่อง “ห่ วงโซ่ อุปทานกับยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย”วิทยากร : นายกร ทัพพะรั งสี นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่าแนวคิดการบริ หารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เริ่ มจากการพิจารณาจากทรัพยากรและวัตถุดิบที่มีอยู่ก่อนจากนันจึง วิเคราะห์ ถึงการได้ มาของวัตถุดิบต่างๆนัน เช่นที่ตงของวัตถุดิบ อยู่ที่ใด ช่องทางและวิธีการขนส่งการขนส่ง ้ ้ ั้วัตถุดิบเป็ นอย่างไร จากนันจึงวิเคราะห์ถึงสถานที่ตงโรงงาน ควรจะตังให้ ใกล้ วตถุดิบหรื อไม่หรื อควรตังโรงงานในเขตนิคม ้ ั้ ้ ั ้อุตสาหกรรมเพื่อให้ ได้ รับสิทธิ พิเศษทางด้ านภาษี จากนันจึงทาการวิเคราะห์ เครื่ องมือหรื อเครื่ องจักรที่จะนามาใช้ ใน ้ Page 3 of 4
  4. 4. โรงงานให้ เหมาะสมกับสินค้ า เช่นสินค้ าที่จาเป็ นต้ องผลิตจานวนมากๆ (Mass Production) ก็ควรพิจารณาการนาเครื่ องจักรมาใช้ เพื่อเพิ่มจานวนการผลิตให้ เพียงพอต่อความต้ องการ ในทางกลับกันถ้ าสินค้ าที่ผลิตต้ องใช้ งานฝี มือ หรื อผลิตในปริ มาณที่น้อยก็อาจไม่จาเป็ นต้ องใช้ เครื่ องจักรเนื่องจากต้ องใช้ เงินลงทุนสูง อย่างไรก็ตามการที่จะผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์จาเป็ นจะต้ องศึกษาคุณลักษณะและความต้ องการของผู้บริ โภค รวมถึงการศึกษาคู่แข่งทางการค้ าว่ามีจุดเด่นหรื อจุดด้ อยอย่างไรโดยนาข้ อมูลดังกล่าวมาใช้ เพื่อการเปรี ยบเทียบการทางานในด้ านต่างๆในการปรับปรุ งการทางานของบริ ษัทอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาถึงความต้ องการของลูกค้ า คูแข่งทางการค้ า การได้ มาของวัตถุดิบและการวางแผนการ ่ผลิตแล้ ว จากนันจะต้ องพิจารณาถึง ช่องทางการกระจายสินค้ าไปสู่ผ้ บริ โภคอย่างมีคุณภาพตรงตามความต้ องการของ ้ ูลูกค้ า คือ ตรงเวลา ตรงตามสถานที่ที่กาหนด และตรงตามคุณภาพที่ลกค้ าต้ องการ ู สาหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยเป็ นที่ทราบกันดีอยู่แล้ วว่าอุตสาหกรรม SME ที่สาคัญของประเทศคือภาคการเกษตร แต่ยังคงมี จุด ด้ อ ยในหลาย เช่น ขาดองค์ ความรู้ ในการบริ หารจัด การห่วงโซ่อุป ทานและการพัฒนากระบวนการผลิต ขาดการเข้ าถึงเทคโนโลยี จากปั ญหาดังกล่าวส่งผลให้ ปริ มาณผลผลิต ต่อไร่ ต่าเมื่อเปรี ยบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้ าน ดังนัน SME ไทยจะต้ องนาความรู้ จากงานวิจยของสถาบันการศึกษาต่างๆมาปรับปรุ งขบวนการผลิต ้ ัรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ มีคณภาพและมาตรฐานตรงตามความต้ องการของลูกค้ า ุ ********************** สภาผู้สงสินค้ าทางเรื อแห่งประเทศไทย ่ 18 มีนาคม 2556 Page 4 of 4

×