Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

บทที่ 3 สารละลาย

22,000 views

Published on

  • Follow the link, new dating source: ❤❤❤ http://bit.ly/2ZDZFYj ❤❤❤
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Dating direct: ❤❤❤ http://bit.ly/2ZDZFYj ❤❤❤
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • คือว่าตั้งแต่งหน้า 33 ขึ้นมาอ่ะครับ มันเป็นบทที่ 2 ช่วยรบกวนแกให้หน่อยได้มั๊ยครับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

บทที่ 3 สารละลาย

  1. 1. บทที่ 3สารละลายTeacher : Miss Thidarat Soyjak The learning area of Science Yasothonpittayakom school
  2. 2. กิจกรรม 3.1องค์ประกอบของสารละลาย
  3. 3. จุดประสงค์1. ทดลองและอธิ บ ายองค์ ประกอบของ สารละลาย2. อธิบายวิธีตรวจสอบองค์ประกอบของ สารละลาย
  4. 4. วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี1. น้้าเชื่อม 1% โดยมวลต่อปริมาตร 1 cm32. น้้าเกลือ 1% โดยมวลต่อปริมาตร 1 cm33. น้้าอัดลม 1 cm 34. จานหลุมโลหะ 1 ใบ5. ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลม และตะแกรงลวด 1 ชุด
  5. 5. การเตรียมตัวล่วงหน้าเตรียมสารละลายต่าง ๆ ดังนี้1. น้้าเชื่อม 1% โดยมวลต่อปริมาตร น้าน้้าตาลทราย 1 g มาละลายในน้้าให้มีปริมาตรเป็น 100 cm32. น้้าเกลือ 1% โดยมวลต่อปริมาตร น้าเกลือแกง 1 g มาละลายในน้้าให้มีปริมาตรเป็น 100 cm33. น้้าอัดลมให้ใช้น้าอัดลมชนิดที่ไม่ผสมสี ที่มีจ้าหน่าย ในท้องตลาดและเวลาจะใช้จึงเปิดขวดน้้าอัดลม
  6. 6. ข้อเสนอแนะ1. การต้ ม ของเหลวในจานหลุ ม โลหะ ให้ สั ง เกตการ เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เริ่มต้นของเหลว ต้องคอยระวังอย่า ให้ ข องเหลวเดื อ ดแรงเกิ น ไป เพราะของเหลวจะ กระเด็นหรือรวมกับของเหลวในจานหลุมอื่นได้2. การใช้ ตะเกียงแอลกอฮอล์ให้ ใส่แอลกอฮอล์ ประมาณ 2/3 ของตะเกียง ไม่ควรดึงไส้ตะเกียงขึ้นมาสูงเกินไป เมื่อจะจุดตะเกียงให้จุดด้วยไม้ขีดไฟ ห้ามยกตะเกียงจุด ต่อกัน เมื่อจะดับตะเกียงให้ใช้ปิดด้วยฝาครอบตะเกียง
  7. 7. วิธีการทดลอง
  8. 8. ผลการทดลองของเหลว ผลที่สงเกตได้กอนให้ความร้อน ั ่ ผลที่สงเกตได้เมือให้ความร้อนจนแห้ง ั ่น้้าเชื่อมน้้าเกลือน้้าอัดลม
  9. 9. ผลการทดลองของเหลว ผลที่สงเกตได้กอนให้ ั ่ ผลที่สงเกตได้เมือให้ความร้อนจนแห้ง ั ่ ความร้อนน้้าเชื่อม ของเหลวใส ไม่มีสี หรือ มีตะกอนสีน้าตาลอ่อนหรือสีน้าตาลเข้มอยู่ก้นจาน สีน้าตาลอ่อน หลุม (ขึ้นอยู่กับความร้อน ถ้าความร้อนสูงจะได้สี (ขึ้นอยู่กับสีน้าตาลที่ใช้) น้้าตาลเข้ม)น้้าเกลือ ของเหลวใส ไม่มีสี มีตะกอนละเอียดสีขาว อยู่ก้นจานหลุมน้้าอัดลม ของเหลวใส ไม่มีสี มีตะกอนละเอียดสีขาวหรือสีน้าตาลอ่อนอยู่ก้นจาน (อาจเห็นฟองแก๊ส) หลุม
  10. 10. สรุปผลการทดลอง- ลักษณะของเหลวที่สังเกตได้ก่อนให้ความร้อน น้้าเชื่อมน้้าเกลือ น้้าอัดลม เป็นของเหลวใสเนื้อเดียว ไม่มีสี เมื่อน้าของเหลวไปให้ ความร้ อนจนแห้ง ทั้งน้้าเชื่อม น้้าเกลือ และน้้ า อั ด ลม มี ส ารที่ เ ป็ น ของแข็ ง เหลื อ อยู่ แสดงว่ า น้้ า เชื่ อ มน้้ า เกลื อ น้้ า อั ด ลม มี อ งค์ ป ระกอบมากกว่ า หนึ่ ง ชนิ ดประกอบด้วยตัวท้าละลายซึงเป็นน้าระเหยไป และตัวละลายเป็น ่ ้ของแข็งอย่างน้อยหนึ่งชนิด
  11. 11. สรุปผลการทดลอง สรุปได้ว่าสารละลายเป็นสารผสมประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ตัวท้าละลายที่มีปริมาณมากที่สุดในของผสมและตัวละลายที่อาจมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ได้ การให้ความร้อนแก่สารละลายจนของเหลวระเหยกลายเป็นไอแห้งหมด ใช้ตรวจสอบองค์ประกอบของสารละลายได้ เป็นวิธีแยกสารโดยให้ความร้อน เรียกว่า การระเหยแห้ง เป็นวิธีที่ใช้ตรวจสอบได้ดีกับตัวละลายที่เป็นของแข็งระเหยยาก
  12. 12. ? สิ่งที่เหลืออยู่บนจานหลุมโลหะแต่ละหลุมเหมือนหรือต่างกันอย่างไร- ต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของของเหลวตัวอย่าง ดังนี้- น้้าหวานจะมีตะกอนสีน้าตาลอ่อน ซึ่งเป็นน้้าตาล ถ้า ความร้อนสูงอาจได้สีน้าตาลเข้มหรือน้้าตาลไหม้- น้้าเกลือ จะมีตะกอนละเอียดสีขาว ซึ่งเป็นเกลือ- น้้าอัดลม จะมีตะกอนละเอียดสีขาว อาจเป็นน้้าตาล แต่มีปริมาณไม่มากนัก
  13. 13. ? มีสารเหลืออยู่ในหลุมทุกหลุมหรือไม่ เพราะเหตุใด- มีสารเหลืออยู่ทุกหลุม เพราะของเหลวที่น้ามาระเหย แห้งนั้นเป็นสารละลายที่มีตัวท้าละลายเป็นน้้า และตัว ละลายเป็นของแข็งระเหยยากอยู่ด้วย จึงเหลือสารค้าง ที่จานหลุมโลหะ
  14. 14. ? เราจะมีวิธีการตรวจสอบองค์ประกอบของสารละลายเหล่านี้ได้อย่างไร- เช่น น้าสารละลายไประเหยแห้งหรือน้าไปกลั่น ซึ่งจะ ตรวจสอบได้ว่ามีองค์ประกอบชนิดเดียวหรือมากกว่า หนึ่งชนิด ซึ่งจะใช้ได้เฉพาะตัวละลายที่ระเหยได้ยาก
  15. 15. ? น้้าหวานและน้้าอัดลมเป็นสารละลายมีองค์ประกอบเพียง 2 ชนิด หรือไม่ เพราะเหตุใด- น้้าเชื่อมและน้้าอัดลมบอกได้ว่ามีองค์ประกอบอย่างน้อย 2 ชนิด เพราะจากการทดลอง น้้าเชื่อมจะมีตะกอนสี น้้าตาลอ่อนเหลื ออยู่ และน้้าอัดลมมมีตะกอนละเอียดสี ขาวเหลื ออยู่ แต่ยังไม่ตรวจสอบว่าตัวละลายหรือน้้าที่ ระเหยไปมี อ ะไรปนอยู่ ด้ วยหรื อ ไม่ หรื อ ตะกอนที่ เ หลื อ อาจจะมีสารมากกว่า 1 ชนิด
  16. 16. ? ในกรณีน้าสารตัวอย่างมาระเหยแห้งบนจานหลุมโลหะแล้ วพบว่าไม่เหลือสารใด ๆ จะสรุปสารตั ว อย่ า งมี อ งค์ ป ระกอบเพี ยงชนิ ด เดี ยวได้หรือไม่ เพราะเหตุใด- ยังสรุปไม่ได้ เพราะสารตัวอย่างนั้นอาจประกอบด้วย สารชนิดเดียวหรือหลายชนิดที่ระเหยง่ายเมื่อได้รับความ ร้อน เช่น แก๊สหรือของเหลว เมื่อน้าไประเหยแห้งจะไม่มี สารใดเหลืออยู่เลย
  17. 17. ? ถ้าน้าดินมาผสมกับน้้าจะเป็นสารผสมประเภทใด เพราะเหตุใด- สารเนื้อผสมที่ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน เพราะดินไม่ละลายน้้า หรือละลายได้น้อยมาก ซึ่งเมื่อผสมกันจะได้ของเหลวขุ่น หรือน้้าโคลน เมื่อทิ้งไว้จะตกตะกอนนอนก้นและสามารถ แยกดินออกจากน้้าได้โดยการกรอง
  18. 18. ? สมบัติของตัวท้าละลายและตัวละลายมีผลต่อการละลายของสารหรือไม่ อย่างไร- มี สารบางอย่างไม่ละลายในน้้าเย็นแต่ละลายในน้้าร้อน เช่น เครื่องดื่มซองหรือชากาแฟบางชนิดที่ต้องผสมน้้า ร้อนในการดื่ม สารบางอย่างละลายในน้้า แต่ไม่ละลาย ในน้้ามัน เช่น น้้าตาลทราย สมบัติเหล่านี้จึงน้าไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจ้าวัน
  19. 19. การละลายของตัวละลายในตัวท้าละลายและการน้าการระเหยแห้งไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน- เช่น การท้าน้้าตาลมะพร้าว การผลิตเครื่องดื่ม ที่เปลี่ยนจากสารละลายเป็นเป็นเครื่องดื่มชนิด ผง เช่น ขิงผง เก๊กฮวยผง มะตูมผง เห็ดหอม ผง ชาผง กาแฟผง เป็นต้น
  20. 20. ? ตัวท้าละลายชนิดเดียวกันจะละลายตัวละลายต่างชนิดได้เหมือนหรือต่างกัน
  21. 21. กิจกรรม 3.2การละลายของสาร
  22. 22. จุดประสงค์ ทดลองและอธิ บ ายการละลายของตั ว ละลายชนิ ด เดี ย วกั น ในตั ว ท้ าละลายต่ างชนิด และการละลายของตัวละลายต่ า งชนิ ด ในตั ว ท้ า ละลายชนิ ดเดียวกัน
  23. 23. วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี1. เอทานอล 6 cm32. น้้ากลั่น 30 cm33. น้้าตาลทราย 2 ช้อนเบอร์ 14. หลอดทดลองขนาดกลาง 2 หลอด5. กระบอกตวงขนาด 10 cm3 1 อัน6. ที่ตั้งหลอดทดลอง 1 ชุด
  24. 24. ข้อเสนอแนะ1. ปริมาณสารที่ ใช้ ถ้าเป็ นของเหลว อาจใช้ หลอดหยด จ้านวน 20 หยดแทน 1 cm32. การตวงสารโดยใช้กระบอกตวงให้วัดปริมาตรสารที่ ระดับสายตาและระดับของเหลวอยู่ส่วนโค้งต่้าสุดตาม ปริมาตรที่ต้องการ3. การตวงสารโดยใช้ช้อนตักสาร ให้ตวงสารเต็มช้อน แล้วปาดด้วยด้ามช้อนตวงอีกอันหนึ่งให้พอดีขอบช้อน ตามขนาดช้อนตวงที่ต้องการ
  25. 25. 4. ข้อเสนอแนะนั้น ให้เขย่า การเขย่าขวดทดลองเพื่อให้สารผสมกัน โดยเคาะหลอดที่บรรจุสารกับฝ่ามือจะช่วยให้สารผสม กันได้ง่ายขึ้น โดยเขย่าแต่ละครั้งนานประมาณ 1 นาที อย่าเขย่าแรงเกินไปเพราะสารอาจกระเด็นออกนอกหลอดทดลอง หรือเขย่าเบาเกินไป สารจะไม่ผสมกันหรือผสมกันได้ช้ามาก และเขย่าแต่ละหลอดให้เหมือนกัน
  26. 26. วิธีการทดลอง
  27. 27. ผลการทดลองตอนที่ 1 ตัวละลาย ผลทีสงเกตได้เมือละลายในตัวท้าละลาย ่ ั ่ น้้า เอทานอล (หลอดที่ 1) (หลอดที่ 2)น้้าตาลทราย
  28. 28. ผลการทดลองตอนที่ 1 ตัวละลาย ผลทีสงเกตได้เมือละลายในตัวท้าละลาย ่ ั ่ น้้า เอทานอล (หลอดที่ 1) (หลอดที่ 2)น้้าตาลทราย น้้าตาลทรายหายไปเป็นของเหลว น้้าตาลทราย ไม่ละลาย ใส ไม่มีสี เนื้อเดียวกัน
  29. 29. สรุปผลตอนที่ 1 น้้าตาลทรายละลายได้ดีในน้้า น้้าเป็นตัวท้าละลาย และน้้ าตาลทรายเป็ น ตั ว ละลาย แต่ ไ ม่ละลายในเอทานอล แสดงว่ า ตั ว ละลายชนิ ดเดียวกันละลายได้ไม่เท่ากันในตัวท้าละลายต่างชนิดกัน
  30. 30. ผลการทดลองตอนที่ 2ตัวท้า ผลทีสงเกตได้เมือเติมตัวละลาย ่ ั ่ละลาย เอทานอล น้้ามันพืช น้้าตาล ดินเหนียว คอปเปอร์ ทราย บดละเอียด ซัลเฟต น้้า
  31. 31. ผลการทดลองตอนที่ 2ตัวท้า ผลทีสงเกตได้เมือเติมตัวละลาย ่ ั ่ละลาย เอทานอล น้้ามันพืช น้้าตาล ดินเหนียว คอปเปอร์ ทราย บดละเอียด ซัลเฟต น้้า ละลายได้ ไม่ละลาย ละลายได้ ไม่ละลาย ละลายได้ ของเหลวใส แยกชั้น ของเหลว สารมี ของเหลว เป็นเนื้อเดียว ใสเป็นเนื้อ ลักษณะขุ่น ใส สีฟ้า เดียว ขาว มี เป็นเนื้อ ตะกอนอยู่ที่ เดียว ก้นหลอด
  32. 32. สรุปผลตอนที่ 2 น้้าตาลทรายละลายได้ดีในน้้า น้้าเป็นตัวท้าละลาย และน้้ าตาลทรายเป็ น ตั ว ละลาย แต่ ไ ม่ละลายในเอทานอล แสดงว่ า ตั ว ละลายชนิ ดเดียวกันละลายได้ไม่เท่ากันในตัวท้าละลายต่างชนิดกัน
  33. 33. ? ท้าไมเรือที่ท้าจากเหล็กจึงลอยที่ผิวน้้าได้- มวลต่ อ ปริ ม าตรหรื อ ความหนาแน่ นของเรือน้อยกว่าน้้า
  34. 34. กราฟ
  35. 35. สรุปผลการทดลองขณะที่น้าแข็งก้าลังหลอมเหลว กราฟเป็นเส้นขนานกับแกนนอน และเมื่อน้้าแข็งหลอมเหลวหมดแล้ว เส้นกราฟมี ลั ก ษณะชั น ขึ้ น เป็ น เส้ น ตรง เมื่ อ น้้ า เดื อ ดเป็ น ไอน้้ าเส้นกราฟจะขนานกับแกนนอน ช่วงที่อุณหภูมิคงที่มี 2ช่วง คือ ขณะที่น้าแข็งหลอมเหลว และขณะที่น้าเดือดกลายเป็นไอน้้า อธิบายได้ว่าความร้อนที่น้าได้รับถูกใช้ไปท้าให้น้าแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นน้้า และน้้าเปลี่ยนสถานะเป็นไอน้้า อุณหภูมิจึงคงที่
  36. 36. ? น้้าผสมน้้าแข็งมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและสถานะอย่างไร- ขณะที่ น้ า แข็ ง ก้ า ลั ง หลอมเหลวเป็ น น้้ าน้้ า แข็ ง จะเปลี่ ย นสถานะจากของแข็ ง เป็ นของเหลว แต่ อุณหภู มิจะไม่ เปลี่ยนแปลง คื อ0 ๐C คงที่ จากนั้นเมื่อน้้าหลอมเหลวอุณหภูมิจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเท่ากับอุณหภูมิห้อง
  37. 37. ?จุดเดือดและจุดหลอมเหลวเป็นสมบัติเฉพาะตัวของสารหรือไม่- ใ ช่ เ ช่ น มี เ ท น มี จุ ด เ ดื อ ด แ ล ะ จุ ดหลอมเหลวไม่เท่ากับโพรเพนและบิวเทน และไม่เท่ากับสารอื่นๆ เช่น น้้า แอลกอฮอล์
  38. 38. ? ตาราง 2.3 มีสารใดบ้างมี ส ถานะเป็ น ของแข็ ง ที่ อุ ณ หภู มิ25 ๐C- โซเดียม
  39. 39. ? ถ้าต้องการเก็บเอทิลอีเทอร์ที่เป็ นของเหลวโดยให้ กลายเป็ นไอน้อยที่สุด ควรจะเก็บไว้ที่อุณหภูมิประมาณเท่าไร เพราะเหตุใด- ต่้ากว่าจุดเดือด คือ 34.4 ๐C
  40. 40. ของเหลวการแข็งตัว การควบแน่น การระเหิด ของแข็ง แก๊ส การระเหิดกลับ
  41. 41. การระเหิดลูกเหม็นการบูร หรือ แนพทาลีนน้้าแข็งแห้ง
  42. 42. การน้าความรู้เรื่องการเปลี่ยน สถานะไปใช้ในชีวิตประจ้าวันการท้าไอศกรีมการตกแต่งเวทีแสดงละคร ดนตรีเครื่องท้าความเย็น
  43. 43. 2.4 การถ่ายโอนความร้อน
  44. 44. กิจกรรม 2.3การพาความร้อนของน้้า
  45. 45. จุดประสงค์1. ทดลองและอธิบายการถ่ายโอนความ ร้อนของน้้า2. อธิบายการพาความร้อนของน้้า3. ยกตัวอย่างการน้าความรู้เรื่องการน้า ความร้อนไปใช้ประโยชน์
  46. 46. วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี1. ด่างทับทิม ช้อนเบอร์ 12. น้้ากลั่น 250 cm 33. บีกเกอร์ขนาด 250 cm3 1 ใบ4. เทอร์มอมิเตอร์ 2 อัน5. ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลม และตะแกรงลวด 1 ชุด6. ขาตั้งและที่จับหลอดทดลอง 2 ชุด
  47. 47. วิธีการทดลอง
  48. 48. ผลการทดลอง เวลา อุณหภูมของน้า (๐ อุณหภูมของน้า ิ ้ ิ ้ การเปลียนแปลงทีสงเกตได้ ่ ่ ั(วินาที) C) ที่กนบีกเกอร์ (๐C) ที่ผิวน้า ้ ้ 0 30 28 เกล็ดด่างทับทิมจมลงที่ก้นบีกเกอร์ 30 32 29 เกล็ดด่างทับทิมละลายสารละลายมีสีม่วง 60 35 31 สีม่วงเคลื่อนที่ลอยขึ้น 90 38 35 สีม่วงเคลื่อนที่ลอยขึ้นเป็นทางยาว 120 40 38 สีม่วงเคลื่อนที่ลอยขึ้นถึงผิวบนแล้ววนลงมา 150 43 40 สีม่วงเคลื่อนที่วนลงมาแล้วขึ้นไปคล้ายวงกลม และกระจายสารละลายเป็นสีชมพู
  49. 49. ผลการทดลอง เวลา อุณหภูมของน้า (๐ อุณหภูมของน้า ิ ้ ิ ้ การเปลียนแปลงทีสงเกตได้ ่ ่ ั(วินาที) C) ที่กนบีกเกอร์ (๐C) ที่ผิวน้า ้ ้ 180 45 43 สีชมพูเคลื่อนที่ลักษณะเดียวกับสีม่วง เคลื่อนไปที่ผิวน้้าและวนลงมาด้านล่าง 210 46 44 สีชมพูกระจายในสารละลายบางส่วน 240 49 48 สีชมพูกระจายในสารละลายเพิ่มขึ้น 270 50 49 สีชมพูกระจายในสารละลายส่วนใหญ่ 300 51 51 สารละลายสีชมพูกระจายทั่วบีกเกอร์
  50. 50. สรุปผลการทดลองการกระจายสีของด่างทับทิมในน้้ามีการเปลี่ยนแปลง สีของด่ า งทั บ ทิ ม จะเคลื่ อ นที่ จ ะเคลื่ อ นที่ จ ากก้ น บี ก เกอร์ลอยตั ว สู ง ขึ้ น แล้ ววนกลั บมาที่ ก้ น บี กเกอร์ อี ก เพราะอนุภาคน้้าที่พาสีของด่างทับทิมด้านล่างจะพาความร้อนมาด้ ว ย ท้ า ให้ อ นุ ภาคน้้ า ที่ อ ยู่ ร อบๆ มี ความหนาแน่ นมากกว่า เข้าแทนที่อุณหภูมิของเทอร์มอมิเตอร์อันบนจึงสูงขึ้น และสีของด่างทับทิมจะกระจายทั่วบีกเกอร์
  51. 51. กิจกรรม 2.4การน้าความร้อน
  52. 52. จุดประสงค์1. ทดลองการถ่ า ยโอนความร้ อ นของ โลหะ2. อธิบายการน้าความร้อนของโลหะ3. ยกตัวอย่างการน้าความรู้เรื่องการน้า ความร้อนไปใช้ประโยชน์
  53. 53. วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี1. เทียนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เล่ม 1x15 cm2. แผ่นอะลูมิเนียมขนาด 2x20 cm 1 แผ่น3. ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลม และตะแกรงลวด 1 ชุด6. ขาตั้งและที่จับหลอดทดลอง 1 ชุด
  54. 54. วิธีการทดลอง
  55. 55. ผลการทดลองหยดเทียนที่อยู่ใกล้เปลวไฟจะตกมาก่อนตามด้วยหยดเที ย นที่ อ ยู่ ไกลออกไปตามล้าดับ
  56. 56. สรุปผลการทดลองหยดเทียนที่อยู่ใกล้เปลวไฟตกมาก่อน เนื่องจากความร้อนถ่ายโอนไปยังอนุภาคของอะลูมิเนียมที่อยู่ใกล้เปลวไฟก่อนท้าให้ อนุ ภาคของอะลู มิเนี ยมสั่ นมากขึ้ น และไปชนกั บอนุภาคที่อยู่ติดกัน ท้าให้อนุภาคที่อยู่ติดกันสั่นมากขึ้น ท้าให้ความร้อนถ่ายโอนจากปลายด้านหนึ่งไปสู่ปลายอีกด้านหนึ่ ง ได้ โดยการสั่ น ของอนุ ภ าค เรี ย กการถ่ า ยโอนพลังงานนี้ว่า การน้าความร้อน
  57. 57. ? หยดเทียนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพราะเหตุใด- ความร้อนจากโลหะอะลูมิเนียมจะถ่ายโอนความร้อนให้หยดเทียนหลอมละลายหยดลงมาเพราะโลหะได้รับความร้อนจากแอลกอฮอล์ท้าให้อนุภาคโลหะสั่นมากขึ้น แล้วชนกับอนุภาคที่ติดกันสั่นมากขึ้นตามไปด้วย
  58. 58. ? อะลูมิเนียม ทองแดง เหล็กแก้ว วัสดุใดมีความสามารถในการน้าความร้อนได้ดีกว่ากัน มีวิธีการตรวจสอบเพื่อหาค้าตอบได้อย่างไร- มากไปน้ อ ย คื อ ทองแดง อะลู มิ เ นี ย มเหล็ก แก้ว
  59. 59.  ฉนวนความร้อน คือ วัตถุที่น้าความ ร้อนได้น้อยมาก เช่น ไม้ พลาสติก อากาศ ตัวกลาง คือ อนุภาคทีเป็นตัวส่งผ่าน ่
  60. 60. ตารางการน้าความร้อนและฉนวนความร้อนของร้อน จากมากไปน้อย ตัวน้าความร้อน ฉนวนความร้อน เงิน สุญญากาศ ทองแดง อากาศ อะลูมิเนียม คอร์ก เหล็ก แก้ว ตะกั่ว น้้า
  61. 61. กิจกรรม 2.5การดูดซับความร้อนของ วัตถุที่มีสีผิวต่างกัน
  62. 62. จุดประสงค์1. ทดลองสีของวัตถุกับการรับพลังงานความร้อน2. ทดลองการถ่ายโอนความร้อนโดยการแผ่รังสี3. อธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการแผ่รังสี4. ยกตัวอย่างการแผ่รังสีไปใช้ประโยชน์
  63. 63. วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี1. แผ่นโลหะชนิดแข็ง 2 แผ่น มีขนาดเท่ากัน แผ่นหนึ่งสีขาว และอีกแผ่นทาสีด้า มีที่ติดเทอร์มอมิเตอร์ตรงกลาง 2 แผ่น2. เทอร์มอมิเตอร์ 2 อัน3. หลอดไฟ 1 ดวง
  64. 64. วิธีการทดลอง
  65. 65. ผลการทดลอง อุณหภูมิของ อุณหภูมิของแผ่นโลหะสีขาว แผ่นโลหะสีด้า ต่้ากว่า สูงกว่า
  66. 66. สรุปผลการทดลอง ความร้อนจากหลอดไฟเป็นความร้อนจากรังสีอินฟาเรด เป็ น คลื่ น แม่ เ หล็ ก ไฟฟ้ า โลหะทั้ ง สองสี มีความสามารถในการดูดซับความร้อนจากรังอิน ฟาเรดได้ แตกต่ างกัน โลหะสีด้าจะดูดซับความร้ อนได้ดีกว่าโลหะสีขาว การถ่ายโอนความร้อนโดยไม่มีตัวกลาง เรียกว่าการแผ่รังสี
  67. 67. ? วิธีใดเปรียบได้กับการถ่ายโอนความร้อนแบบการน้า การพา และการแผ่รงสี ั- แบบที่ 1 การน้าความร้อน เพราะสิ่งของที่ส่งไปนั้น ผู้ส่งไม่เคลื่อนที่- แบบที่ 2 การพาความร้อน เพราะสิ่งของที่ส่งมี ผู้น้าไปส่งท้าให้เคลื่อนที่ไป- แบบที่ 3 การแผ่รังสี เพราะสิ่งของที่ส่งนั้น ไม่ได้ อาศัยตัวกลางในการส่ง
  68. 68. ? ความรู้เรื่องการน้าและการพาความร้อนน้ามาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ้าวันได้อย่างไร- การติดเครื่องปรับอากาศในห้องท้างาน- การต้มน้้าแบบขดลวด- กระติกเก็บน้้าร้อน
  69. 69. 2.5 การจัดกลุ่มสารตามลักษณะเนื้อสารและขนาดของอนุภาค
  70. 70. สารเนื้อเดียวคือ สารที่มีองค์ประกอบ และสมบัติของสารเหมือนกันทุกส่วน มองด้วยตาเปล่าคล้ายเป็นสารเพียงชนิดเดียว อาจเป็นสารเพียงชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้ ได้แก่
  71. 71. • สารบริสุทธิ์ ( ธาตุ, สารประกอบ ) เป็นสารเพียงชนิดเดียวไม่มีสารอื่นเจือปน มีสมบัติ เฉพาะตัวคงที่ และเมื่อสลายตัวให้สารใหม่มีสมบัติ แตกต่างไปจากเดิม• สารละลาย ( ของผสมเนื้อเดียว ) ประกอบด้วยตัวถูกละลาย และตัวท้าละลายปนกัน กลมกลืน มีสมบัติเปลี่ยนแปลงตามอัตราส่วนของตัวถูก ละลายและตัวท้าละลาย
  72. 72. • สารเนือผสม คือ สารที่มีเนื้อไม่กลมกลืนกันตลอด ้ (แต่อาจมองเห็นไม่ชัด)เกิดจากการผสมสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกัน ได้แก่ สารคอลลอยด์ เกิดจากอนุภาคของสารขนาดเล็กๆ เส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 10-7 ถึง 10-4 cm. กระจายปนอยู่ในตัวกลางได้โดยไม่ตกตะกอน สารทีมอนุภาคขนาด ่ ี นี้สามารถผ่านกระดาษกรองได้ แต่ผ่านแผ่นเซลโลเฟนไม่ได้ เช่น นมสด วุ้น เจลลี่ หมอก สเปรย์ เป็นต้นสารแขวนลอย คือ สารเนือผสมทีมอนุภาคองค์ประกอบขนาดใหญ่กว่า 10-4 cm. แขวนลอย ้ ่ ี อยู่ในตัวกลาง เมื่อทิงไว้จะตกตะกอนได้เอง ไม่สามารถผ่านกระดาษกรอง ้
  73. 73. สมบัติทั่วไปของคอลลอยด์1. เมื่อผ่านล้าแสงเกิดปรากฏการณ์ Tyndall effect 2. อนุภาคมีการเคลือนที่แบบบราวน์เนียน ่3. อนุภาคคอลลอยด์มประจุไฟฟ้า อาจเป็นบวกหรือลบก็ได้ ี ซึ่งสามารถถูกดูดด้วยขัวไฟฟ้าตรงกันข้ามในสนาม ้4. อนุภาคโดยทัวจะไม่ตกตะกอน เพราะมีการเคลือนที่ ่ ่ ตลอดเวลา 5. อาจกล่าวโดยสรุป คอลลอยด์จะมีสมบัตเกียวกับแสง ิ ่ การเคลื่อนทีและสมบัตทางประจุไฟฟ้า ่ ิ
  74. 74. ชนิดของคอลลอยด์ คอลลอยด์มีหลายชนิด มีชื่อเรียกต่างๆกัน ขึ้นอยู่กับสถานะ อนุภาคกับสถานะของตัวกลาง1 .แอโรซอล เป็นคอลลอยด์ที่มีสถานะอนุภาคเป็นของแข็งหรือของเหลวในสถานะของตัวกลางที่เป็นก๊าซ ตัวอย่างเช่นเมฆ หมอก ฝุ่นละอองในอากาศ2.เจล เป็นคอลลอยด์ที่มีสถานะอนุภาคเป็นของแข็งในสถานะตัวกลางที่เป็นของเหลวตัวอย่างเช่น เยลลี่ วุ้น ยาสีฟัน แยม
  75. 75. ชนิดของคอลลอยด์ 3. โฟม เป็นคอลลอยด์ที่มีสถานะของอนุภาคเป็นก๊าซ ในสถานะตัวกลางที่เป็นทั้งของแข็งและของเหลว ตัวอย่างเช่นฟองสบู่ ครีมโกนหนวด 4. อิมัลชัน เป็นคอลลอยด์ที่มีอนุภาคเป็นของเหลวแขวนลอยอยู่ใน ่ตัวกลางที่เป็นของเหลว ซึ่งไม่ละลายเข้าด้วยกัน จึงต้องอาศัยสารอีกชนิดหนึ่งมาเป็นตัวกลางเชื่อมประสานของเหลวนั้นจนละลาย เท่ากันเป็นคอลลอยด์ ตัวเชื่อมนี้เรียกว่า อิมัลซิฟาย-เออร์ ตัวอย่าง อิมัลชั่นเช่น น้้ากับน้้ามัน โดยมีสบู่เป็นตัวเป็นตัวเชื่อม
  76. 76. ชนิดของคอลลอยด์ 5. อิมัลซิฟายเออร์ คือ สารที่เติมลงไปเพื่อท้าหน้าที่เป็นตัวเชื่อม หรือประสานของเหลวตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป ให้อนุภาคกระจายไปทั่วได้ เช่น สบู่ ผงซักฟอกไข่แดง เคซิน และน้้าดี
  77. 77. การเปรียบเทียบ สารละลาย คอลลอยด์ สารแขวนลอย ตัวอย่างสาร สารละลาย CuSO4 นมสด นมสดผสมกรด ลักษณะเนื้อสาร เนื้อเดียว เนื้อเดียว เนื้อผสม ขนาดเส้นผ่าน น้อยกว่า 10-7 cm 10-7 ถึง 10-4cm มากกว่า 10-4cmศูนย์กลางของอนุภาค การลอดผ่าน ได้ ได้ ไม่ได้ กระดาษกรอง การลอดผ่านถุงเซล ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ โลเฟน ปรากฏการณ์ ไม่เกิด เกิด เกิด ทินดอลล์
  78. 78. กิจกรรม 2.6การตรวจสอบขนาดของ เนื้อสาร
  79. 79. จุดประสงค์1.ส้ารวจ สังเกต อธิบายสมบัติและยกตัวอย่างสาร แขวนลอย คอลลอยด์ และสารละลายที่ พ บใน ชีวิตประจ้าวัน2.ทดลองและเปรียบเทียบขนาดของอนุภาคสาร โดย ใช้กระดาษกรองและเซลโลเฟน3.จั ดกลุ่ มสารโดยใช้ อนุ ภาคสารเป็ นเกณฑ์ ในการ จัดเป็นสารแขวนลอย คอลลอยด์ และสารละลาย
  80. 80. วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี1. น้้าโคลนหรือน้้าแป้งดิบ 200 cm32. นมสดหรือน้้าแป้งสุก 200 cm33. น้้าหวานที่ใส่สี 200 cm 34. บีกเกอร์ขนาด 250 cm 3 6 ใบ5. กระดาษกรองขนาด 11cm 3 แผ่น6. กระดาษเซลโลเฟนขนาด 10x10cm 3 แผ่น
  81. 81. วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี7. กรวยพลาสติก 1 อัน8. ขวดรูปกรวยขนาด 250 1 อัน9. แท่งแก้วคนสาร 1 อัน10. ขาตั้งพร้อมที่จับ 1 ชุด11. ยางรัดของ 3 เส้น12. ช้อนตักสารเบอร์ 2 1 อัน
  82. 82. วิธีการทดลอง
  83. 83. ผลการทดลอง ผลที่สงเกต ั ลักษณะของเหลวสารตัวอย่าง เมื่อกรองด้วย เมื่อผ่าน ที่สังเกตได้ กระดาษกรอง ถุงเซลโลเฟนน้้าแป้งดิบน้้าแป้งสุก น้้าหวาน
  84. 84. ผลการทดลอง ผลที่สงเกต ั ลักษณะของเหลวสารตัวอย่าง เมื่อกรองด้วยกระดาษกรอง เมื่อผ่านถุงเซล ที่สังเกตได้ โลเฟน น้้าแป้งดิบ สีขาวขุ่น มีตะกอน มีตะกอนขาวติดอยู่บน น้้าในบีกเกอร์ไม่ กระดาษกรอง และได้ เปลี่ยนแปลง ของเหลวใส น้้าแป้งสุก ของเหลวขุ่น ไม่มีสารตกค้างบนกระดาษ น้้าในบีกเกอร์ไม่ เล็กน้อย ไม่มี กรอง และได้ของเหลวขุ่น เปลี่ยนแปลง ตะกอน เล็กน้อย น้้าหวาน ของเหลวใสมีสี ได้ของเหลวใสมีสีเดียวกับ น้้าในบีกเกอร์มีสี น้้าหวาน เดียวกับน้้าหวาน
  85. 85. สรุปผลการทดลองน้้าแป้งดิบ สารแขวนลอยน้้าแป้งสุก คอลลอยด์น้้าหวาน สารละลาย
  86. 86. •เขียนสรุปแนวความคิดหลักที่ได้เรียนรู้•เขียนสิ่งที่จะน้าไปใช้ประโยชน์ 2 เรื่อง•เขียนค้าถามสิ่งที่ยังสงสัยจากการเรียนรู้ 1 ค้าถาม
  87. 87. สาร เนื้อสารเป็นเกณฑ์ สารเนื้อเดียว คอลลอยด์ สารเนื้อผสมสารละลาย สารบริสุทธิ์ สารแขวนลอย ธาตุ สารประกอบโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ
  88. 88. สาร ความบริสุทธิ์เป็นเกณฑ์ สารบริสุทธิ์ สารผสมธาตุ สารประกอบ สารเนื้อเดียว คอลลอยด์ สารเนื้อผสมโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ สารละลาย สารแขวนลอย

×