เศาะฮาบะฮฺ(ปลาย).Pdf

16,644 views

Published on

เศาะฮาบะฮฺ(ปลาย).Pdf

  1. 1. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 1ทานอัมร อิบนุทานอัมร อิบนุทานอัมร อิบนุทานอัมร อิบนุ ญะมัวะฮญะมัวะฮญะมัวะฮญะมัวะฮชายชราที่ตองการเขาสวรรค ทั้งๆที่มีขาพิการชายชราที่ตองการเขาสวรรค ทั้งๆที่มีขาพิการชายชราที่ตองการเขาสวรรค ทั้งๆที่มีขาพิการชายชราที่ตองการเขาสวรรค ทั้งๆที่มีขาพิการในสมัยญาฮิลียะฮฺนั้น บรรดาผูดีมีเกียรติมียศถาบรรดาศักดิ์ ตองมีรูปปนอยูในบานเปนสวนตัวทุกคนเพื่อบูชาและขอความศิริมงคลทุกเชาเย็น นอกจากนั้นเมื่อถึงวันสําคัญๆ ก็ตองเชือดสัตว ถวายและขอความคุมครองปองกันใหพนเคราะหรายภัยพิบัติและความหายนะ
  2. 2. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 2รูปปนของอัมรุบนุลญะมัวะหนั้นมีชื่อวา """"มะนาตมะนาตมะนาตมะนาต"""" ซึ่งถูกสรางมาจากแกนไมอันล้ําคา เขาเอาใจใสดูแลเปนพิเศษใชน้ําหอมอยางดีลูบไลเปนประจํา ตองสิ้นเปลืองคาบํารุงรักษา มิใชนอยเมื่อแสงรัศมีแหงการศรัทธาเริ่มกระจายปกคลุมเกือบทั่วทุกบานในเมืองยัษริบทั้งนี้ดวยการ เผยแผของทานมุศอับ บินอุมัยรฺ ซึ่งขณะนั้นทานอัมรุบนุลญะมัวะฮฺ มีอายุมากกวา 60 ป และลูก ทั้งสามคน คือ มุเอาวัซ มุอาซและคอลลาด ตางก็ศรัทธาในศาสนาอิสลาม ตลอดจนพี่เลี้ยงคนสนิท ชื่อมุอาซ อิบนิล ญะบัล และภรรยาที่ชื่อฮินดฺก็รับอิสลามพรอมลูกๆดวย โดยที่อัมรุบนุลญะมัวะฮฺ ไมรูเรื่องระแคะระคายมากอนเลยฮินดฺภรรยาของอัมรุบนุลญะมัวะฮฺเห็นวา ชาวเมืองยัษริบ สวนมากรับอิสลามกันหมดแลว ไมมีหัวหนาคนใดที่ยังจมปลักอยูในชิรกฺ นอกจากสามีของนางและอีกไมกี่คนเธอรักและเทิดทูนสามีคอยดูแลเอาใจใสอยูเสมอเกรงวาเขาจะตายในสภาพที่เปนกุฟรฺซึ่งจะตองอยู ในนรกตลอดกาลในขณะเดียวกัน อัมรุบนุลญะมัวะฮฺก็กลัววาลูกๆจะทิ้งศาสนาของปูยาตายายและ คลอยตามทานมุศอับ บิน อุมัยรฺ นักดะอฺวะห ผูสามารถใชเวลาเพียงเล็กนอยเปลี่ยนแปลงประชาชนสวนมากใหเลิกนับถือศาสนาดั้งเดิมกลับมานับถือศาสนาอิสลาม ที่ทานนบีมุฮัมมัด นํามาอัมรุบนุลญะมัวะฮฺจึงพูดกับภรรยาวา :“ฮินดฺเอย..จงระมัดระวังลูกๆอยาใหไปพบกับชายผูนั้นนะ(หมายถึงทานมุศอับบิน อุมัยรฺ) จนกวาเรา จะเห็นดวยเสียกอน”ฮินดฺตอบวา :“เกี่ยวกับเรื่องนี้ฉันจะระวังลูกๆเอง ไมตองเปนหวงหรอก วาแตวาทานจะลองฟงลูกมุอาซเลาเรื่องราว ของชายผูนั้นสักนิดหนอยไหม? “
  3. 3. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 3อัมรุบนุลญะมัวะฮฺพูดวา :“เธอเลวมาก..นี่มุอาซของเราออกนอกศาสนาไปเสียแลว โดยที่เราไมรูเรื่องเลยหรือ? “ภรรยาที่แสนดียังคงรักษาน้ําใจสามีผูชราภาพ เธอตอบวา :“ไมใชเชนนั้นดอก มุอาซเพียงแตเคยรวมรับฟงคําเชิญชวนในบางสถานที่และจดจํามาบาง เล็กนอยเทานั้นเอง”สามีจึงสั่งวา :“ถาเชนนั้นจงเรียกเขามาหาฉันหนอยซิ”เมื่อมุอาซมาถึงก็กลาววา :“คุณพอครับ โปรดฟงสิ่งที่ผมไดยินมาจากชายผูนั้นสักนิดกอนนะครับ”แลวเขาก็อานอัลกุรอาน "อัลฟาติฮะห" ซึ่งมีความวา :" ดวยพระนามของอัลเลาะห ผูทรงกรุณาปรานี ผูทรงเมตตาเสมอ การสรรเสริญทั้งหลายนั้นเปนสิทธิ์ ของอัลเลาะหผูเปนเจาแหงสากลโลก ผูทรงกรุณาปรานี ผูทรงเมตตาเสมอ ผูทรงอภิสิทธิ์แหงวันตอบแทนเฉพาะพระองคเทานั้นที่ขาพระองคเคารพอิบาดะห และเฉพาะพระองคเทานั้นที่พวกขาพระองคขอความชวยเหลือ ขอพระองคทรงแนะนําพวก ขาพระองคซึ่งทางอันเที่ยงตรง คือทางของบรรดาผูที่พระองคทรงโปรดปรานแกพวกเขามาแลว และไมใชทางของพวกที่หลงผิด"เมื่ออัมรุบนิลญะมัวะฮฺฟงลูกอานจบจึงกลาววา :“เปนถอยคําที่ซาบซึ้งนาประทับใจจริงๆ นี่ชายผูนั้นบอกอยางนี้ทั้งหมดหรือ? “มุอาซตอบวา :“คุณพอครับ ถอยคําที่ประทับใจยิ่งกวานี้ยังมีอีกครับ แลวคุณพอจะยอมรับเขาไดแลวหรือยังครับ ทั้งๆที่หมูคณะของคุณพอก็ยอมรับเขาหมดแลว”
  4. 4. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 4ชายชราหยุดนิ่งครูหนึ่ง ตอจากนั้นก็กลาววา :“พอจะยังไมทําอะไรทั้งสิ้น จนกวาจะตองขอคําแนะนําจากมะนาตเสียกอนและจะคอยดูวา ทานจะบอกอยางไร”ชายหนุมผูเปนบุตรจึงกลาววา :“คุณพอครับ ไมมีวันที่มะนาตจะบอกอะไรคุณพอไดหรอกครับ เพราะมันเปนเพียงไมทอนหนึ่ง หูหนวก ตาบอด ไมมีปญญา ไมสามารถพูดจาใดๆไดเลย”ชายชราผูเปนพอจึงพูดวา :“นี่พอบอกเจาแลวนะวา อยาเพิ่งตัดสินอะไรๆในตอนนี้ ปลอยใหเปนหนาที่ของมะนาต ดีกวา”ตอมา อัมรุบนุลญะมัวะฮฺจึงเขาไปยืนดานหนาของมะนาตตามปกติในสมัยญาฮิลียะฮฺนั้น เมื่อตองการจะใหรูปปนบอกสิ่งใดเขาก็จะใหหญิงชราคนหนึ่งยืนอยูดานหลังรูปปนเพราะพวกเขาเชื่อวารูปปนจะดลใจใหหญิงผูนั้นตอบ เขาจึงยืนตรงตอหนารูปปนโดยยึดขาขางหนึ่งเปนหลัก สวนขาอีกขางหนึ่งของเขานั้นไมสามารถใชการไดเพราะไมสมประกอบพลางกลาวคําสดุดีและเริ่มกลาววา :“โอ มะนาต แนนอนเหลือเกินวาทานตองรูเรื่องของนักเชิญชวนชาวมักกะหที่มาเผยแผศาสนาใหม ใหแกพวกของเรา เขามุงมาเพื่อจะทําลายทานโดยเฉพาะ เพราะวาเขาหามพวกเราใหเลิกอิบาดะหเคารพภักดีตอทาน และตัวขาเองไมอยากจะไปสวามิภักดิ์กับเขาดวยหรอก จนกวาจะไดรับคําแนะนําจากทานเสียกอน ทั้งๆที่ขาประทับใจในถอยคําที่เขานํามาเหลือเกิน ดังนั้น จงบอกขามาเถิดวาจะเอาอยางไรดี”แตมะนาตไมใหคําตอบใดๆเลย เขาจึงกลาวขึ้นวา :
  5. 5. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 5“คิดวาทานคงโกรธ เอาละ ตอไปจะไมทําอะไรที่จะเปนเรื่องรบกวนทานอีก แตไมเปนไรขาจะปลอย ทานใหอยูตามลําพังสักชั่วระยะหนึ่งจนกวาทานจะหายโกรธ”บรรดาลูกๆ ของอัมรุบนุลญะมัวะฮฺ รูดีถึงความผูกพันของพอกับรูปปนมะนาตแตเมื่อสักครูนี้ ไดเกิดอะไรขึ้นหรือวาความสัมพันธเจือจางลงแลว? พวกเขารูไดทันทีวา ในหัวใจของพอเกิดความหวั่นไหวไมมั่นใจ ในฐานะของมะนาตเสียแลว ดังนั้น จําเปนตองฉวยโอกาสนี้แยงตัวของพอใหหลุดพนจากการเคารพรูปปนนี้ใหได เพราะนั่นคือหนทางเดียวที่จะนําเขาออกไปสูแสงสวางแหงความศรัทธาในยามดึกสงัดของคืนหนึ่ง บุตรของอัมรุบนุลญะมัวะฮฺกับพี่นองที่ชื่อ มุอาช อิบนิ ญะบัล จึงยองเขาไป หารูปปนมะนาตแลวก็แบกออกไปจากที่นั้น นําไปทิ้งในบอทิ้งขยะของ บนีซะละมะห เสร็จแลวก็กลับเขาบานโดยที่ไมมีใครรูเรื่องเลย จนกระทั่งเชาตรูของวันใหม อัมรุบนุลณะมัวะฮฺ เดินเขาไปหามะนาตอยางสงบเสงี่ยมเพื่อจะเคารพบูชา แตเขาไมพบมันเสียแลว จึงออกมาสอบถามกับลูกวา :“พวกเองนี่เลว.....แทๆ เมื่อคืนนี้ใครกันนะที่บังอาจทํากับพระเจาเราได? “ทุกคนเงียบกริบไมมีใครปริปาก จึงทําใหอัมรุบนุลญะมัวะฮฺตองคนหาทั้งในบานและนอกบาน เขาอารมณเสีย โกรธจัด ถึงกับคาดโทษเอากับลูกๆ ตางๆ นาๆ จนกระทั่งพบรูปปนหัวทิ่มอยูในบอทิ้งขยะ จึงนํามาชําระลางทําความสะอาดลูบไลดวยน้ําหอมราคาแพง เสร็จแลวจึงนํากลับมาไว ณ ที่เดิมเขากลาววา :“ขอสาบานตออัลเลาะห หากรูวาใครคือผูทําการกับเจาอยางนี้ขาจะตอบแทนทําโทษใหสาสมทีเดียว”
  6. 6. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 6ในคืนตอมา ชายหนุมที่เปนบุตรเหลานั้นก็ยองเงียบเขาไปเอารูปปนทิ้งบอเนาเหม็นนั้นอีก และพอ รุงเชาชายชราผูเปนพอก็ออกคนหาจนพบรูปปนอยูในบอเปรอะเปอนขยะเนาเหม็นสกปรก เขาก็นํา มาลางทําความสะอาด ชะโลมดวยน้ําหอมและนํากลับไปไวที่เดิมอีก ชายหนุมเหลานั้นยังคงทําอยูเชนนั้นทุกวัน โดยผูเปนพอไมสามารถจับไดวาใครคือตัวการวันหนึ่งพอ ของพวกเขา นําดาบมาแขวนไวกับคอรูปปนและกลาววา :“โอมะนาต ขาขอสาบานตออัลเลาะหวา ขาไมรูจริงๆวาใครมันบังอาจทํากับเจาไดถึงเพียงนี้ หากเจามีความดีอยูบางมีฤทธิ์เดชก็จงปกปองความชั่วใหพนตัวเจาเองดวยเถอะนะ และนั่น ดาบอยูที่คอเจาแลว”พูดจบเขาก็เขานอน เมื่อชายหนุมผูเปนลูกแนใจวา พอนอนหลับสนิทแลวจึงยองไปที่รูปปนนั้นอีก ถอดดาบที่แขวนอยูออกจากคอ แลวนําออกมานอกบาน ใชเชือกมัดรูปปนนั้นติดกับสุนัขตาย เสร็จเรียบรอยก็โยนทั้งคูลงไป ในบอเนาเหม็นของบนีซะละมะห จมปลักอยูกับสิ่งโสโครกรวมอยูในบอนั้น ครั้นพอตื่นขึ้นมาไมเห็นรูปปนจึงออกคนหาอีก และพบวามันคว่ําหนาอยูในบอเนาเหม็นนั้นเอง มิหนําซ้ําคราวนี้ยังถูกผูกมัดติดกับสุนัขตายตัวหนึ่งดวย แถมยังถูกยึดดาบไปอีกในครั้งนี้ เขาไมนํา รูปปนนั้นขึ้นมาอีกแลวปลอยทิ้งไวในนั้นเลย เขากลาววา :“ขอสาบานตออัลลอฮฺ ถาหากรูปปนนี้เปนพระเจาที่แทจริงมันจะตองไมนอนคว่ําหนาอยูกับสุนัขตาย ทามกลางบอเนาเหม็นเชนนี้”ตอมาเขาจึงเขารับนับถือศาสนาอิสลามของอัลเลาะหอัมรุบนุลญะมัวะฮฺไดลิ้มรสหวานชื่นของการศรัทธา เขาเสียใจตอวันเวลาที่ผานพนมาในชวงที่เขาทําชิรกฺ จึงทําใหเขาทุมเททั้งรางกาย และวิญญาณเพื่อ รับใชศาสนาใหม
  7. 7. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 7อยางสุดจิตสุดใจ มอบตัวเองทรัพยสินเงินทองและบุตรใหอยูในการฎออะห เชื่อฟงปฎิบัติตามอัลลอฮฺและรอซูลของพระองคจนกระทั่งเกิดสงครามอุฮุด อัมรุบนุลญะมัวะฮฺและบุตรทั้งสามคนเตรียมตัวออกศึกสงคราม เพื่อเผชิญหนากับฝายศัตรูของอัลเลาะห เขาพิจารณาดูบุตรทุกคนซึ่งมีความทะเยอทะยานกระตือรือรน คลายกับสิงโตรายที่อยูกลางปา เรารอนปรารถนาจะตายชะฮีดในสนามรบ ตามความพอพระทัยของอัลเลาะห ภาพนั้น ทําใหเขาเกิด ความปรารถนาอยางแรงกลา เขาจึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยววาตองการออกรบพรอมกับลูกๆภายใตธงของ ทานรอซูล ใหจงไดแตลูกๆมีความเห็นตรงกันวา พอไมควรออกศึกสงคราม เพราะอายุก็ชรามากแลว แถมยังมีขาขางหนึ่ง ไมสมประกอบอีกดวย และ อัลลอฮฺ ทรงผอนผันใหผูมีอุปสรรค ดังนั้นแลวพอจะบังคับ ตัวเองในเรื่องทีพระองคทรงผอนผันทําไม?คําพูดของลูกๆทําใหชายชราผูเปนพอโกรธ จึงไปหา ทานรอซูล รองเรียนเรื่องดังกลาวโดยกลาววา :“โอทานนบีของอัลเลาะห ลูกๆของฉันพยายามจะกีดกันไมใหไดรับความดีดวยการออกศึกสงคราม ในครั้งนี้ เขาบอกวาฉันมีขาไมสมประกอบ ขอสาบานตออัลเลาะห ฉันหวังเหลือเกินวาจะไดเดินบน สวรรคทั้งๆที่มีขาไมสมประกอบเชนนี้แหละ”เมื่อทานรอซูล ไดฟงดังนั้น ทานจึงกลาวกับบุตรของเขาวา :“จงปลอยเขาเถิด หวังวาอัลเลาะห จะทรงใหเขาไดรับชะฮีดโดยการตายในสนามรบ”
  8. 8. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 8พวกลูกๆจึงยอมปลอยใหทานเขารวมสงครามอุฮุดดวยตามคําสั่งของทานรอซูลกอนจะถึงเวลาออกทําสงคราม ทานอัมรุมนุลญะมัวะฮฺไดกลาวคําอําลาศรีภรรยาเปนครั้งสุดทาย คลายกับวาจะไมไดพบกันอีก เสร็จแลวทานจึงหันหนาไปทาง "กิบลัต" พลางยกมือกลาวดุอาอฺวา :“โออัลลอฮฺ โปรดประทานชะฮีด การตายในสนามรบใหขาพระองคดวยเถิดอยาใหขาพระองคตองกลับ มาหาครอบครัวดวยความลมเหลวเลย”แลวทานก็ออกสงคราม ทามกลางลูกๆทั้งสามคน และพรรคพวกจากบะนีซะละมะหอีกจํานวนมากเมื่อการรบเริ่มขึ้น เหลาทหารหาญก็กระจายกําลังกันเพื่อปองกันทานรอซูลทานอัมรุบนุลญะมัวะฮฺนั้น อยูแนวหนากระโดดดวยขาขางเดียวโดยสงเสียงกองวา :“ฉันคิดถึงสวรรคเหลือเกินๆ ”โดยมีลูกชายของทานชื่อคอลลาด อยูขางหลัง ทั้งพอและลูกตางเขาฟาดฟนศัตรูเพื่อปกปองทาน รอซูล จนกระทั่งสิ้นชีวิตในสนามรบดวยกันทั้งคู กลาวคือพอตายและอีกไมกี่นาทีตอมาลูกก็ตายตาม ไปดวยเมื่อสงครามสงบลง ทานรอซูล ก็กลบหลุมศพเหลาทหารหาญที่ตายชะฮีดและทานไดกลาวกับบรรดาศอหะบะฮฺวา :“จงฝงพวกเขาไวทั้งเลือดและบาดแผลนั้นแหละ ฉันจะเปนพยานใหแกพวกเขาเอง”และทานกลาววา :
  9. 9. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 9“เฉพาะมุสลิมที่ตายในสนามรบนั้น ในวันกิยามะห เลือดของเขาจะไหลออกมา สีเลือดนั้นเหมือนสีหญาฝรั่น กลิ่นเลือดนั้นเหมือนกลิ่นชมดเชียง”และทานกลาวอีกวา :“จงฝงอัมรุบนุลญะมัวะฮฺ ในหลุมเดียวกับ อับดุลลอฮฺ อิบนิ อัมรฺ เพราะทั้งสองเต็มใจสละโลกนี้”ขออัลเลาะหทรงพอพระทัยทานอัมรุบนุลญะมัวะฮฺ และเหลาทหารหาญที่ตายชะฮีดในสงครามอุฮุดและขอใหพระองค ทรงบันดาลใหหลุมฝงศพของพวกเขา มีแสงรัสมีสวางเจิดจา ดวยเทอญวัสสลาม
  10. 10. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 10ทานซัลมานทานซัลมานทานซัลมานทานซัลมาน อัลฟาริซียอัลฟาริซียอัลฟาริซียอัลฟาริซียเราจะเปดโอกาสใหทานเลาเหตุการณตางๆดวยตนเอง เพราะทานมีความรูสึกอันล้ําลึกและรายงานเหตุการณไดละเอียดออนแมนยํากวา
  11. 11. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 11ทานซัลมานไดเลาไววา :ฉันเปนชายหนุมชาวเปอรเซีย อาศัยอยู ณ เมืองอัซบะฮาน ซึ่งตั้งอยูในตําบลญัยยาน บิดาเปนผูนําประจําหมูบาน ครอบครัวของฉันร่ํารวยที่สุด มีบานพักใหญโตระโหฐาน กวาครอบครัวอื่นๆ นอกจากนั้น ตัวฉันเองนับตั้งแตลืมตาดูโลก ก็กลายเปนสมบัติอันล้ําคาชิ้นเดียวที่บิดารักมากที่สุด ความรักที่บิดามอบใหฉันนั้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งถึงกับไดกักกันตัวฉันไวในบาน คลายกับวา ฉันเปนลูกผูหญิง เพราะเกรงวาหากปลอยใหออกนอกบานอาจจะไดรับอันตรายฉันตั้งหนาปฏิบัติศาสนกิจ ตามลัทธิบูชาไฟ อยางเครงครัด จนกลายเปนผูมีหนาที่ยืนถือไฟ ที่พวกเรากราบไหวใครจะปฏิบัติพิธีกรรมบูชาไฟ จะตองจุดตอจากตนไฟที่ฉันถืออยู จนกระทั่ง ไฟไมเคยดับเลยตลอดวันตลอดคืนบิดาของฉันเปนเจาของไร ทานดูแลเอาใจใสเปนอยางดี คอยเก็บผลไมเปนประจํา จึงมีรายได จากผลิตผลมากมายมหาศาลอยูมาวันหนึ่งทานติดธุระในเมือง ไมสามารถไปไรไดตามปกติ ทานจึงกลาวแกฉันวา :ลูกรัก พอไปทํางานในไรทุกวัน ดังที่เจาเห็นแลวนั่นแหละ วันนี้ ขอใหเจาจัดการดูแลแทนพอดวย เพราะพอมีธุระที่จะตองทําฉันจึงออกจากบาน มุงไปไรทันที ระหวางทางนั้น ฉันเดินผานโบสถหลังหนึ่งซึ่งเปนของศาสนาคริสต ไดยินเสียงพวกเขาสวดวิงวอน อยูในนั้น จึงทําใหฉันเกิดความสนใจขึ้นมาทันที ฉันไมเคยรูเรื่องเกี่ยวกับศาสนาคริสตหรือ ศาสนาอื่นๆมากอนเลยเพราะพอใหฉันอยูแตในบาน คอยกักกันไมใหพบปะกับใคร เมื่อฉันไดยินเสียงของพวกเขาจึงเขาไปดูเพื่อที่จะไดดูพิธีที่พวกเขากําลังปฎิบัติอยู
  12. 12. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 12เมื่อฉันได พินิจพิจารณาดูการสวดวิงวอน ทําใหฉันประหลาดใจและประทับใจศาสนาของพวกเขามาก จึงกลาวกับตัวเองวา :ขอสาบานวา ศาสนานี้ดีกวาศาสนาที่เรานับถืออยู ขอสาบานวาวันนี้ฉันจะอยูกับพวกเขาจนดวง อาทิตยตก ฉันไมไปไรของพออีกแลวหลังจากนั้น ฉันจึงถามพวกเขาวา :ตนกําเนิดของศาสนานี้อยูที่ไหน?พวกเขาตอบวา :อยูที่ชาม หรือ ซีเรียมืดแลว ฉันกลับถึงบาน พอไตถามวา :ไดไปทํางานอะไรในไรบาง?ฉันจึงกลาววา :คุณพอครับ ลูกเดินผานคนกลุมหนึ่งซึ่งพวกเขากําลังสวดวิงวอนอยูในโบสถ สิ่งที่ลูกเห็น จากการปฎิบัติศาสนกิจทําใหลูกประหลาดใจมากลูกจึงอยูที่นั่นจนตะวันตกดินเมื่อบิดาไดฟงดังนั้น ทานกลัวมาก และกลาววา :ลูกรัก ศาสนาที่ลูกไดพบมานั้นไมดีเลย ศาสนาของเจาและศาสนาของบรรพบุรุษของเจาซิ ดีกวาฉันคานวา :ไมจริงหรอกพอ ลูกสาบานใหก็ไดวาศาสนาของพวกเขานั้น ดีกวาศาสนาของเรา
  13. 13. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 13เมื่อพอไดยินฉันพูดเชนนั้นก็ยิ่งกลัวมากขึ้น กลัววาฉันจะออกจากศาสนาเดิมที่นับถืออยู คือบูชาไฟ พอจึงขังฉันไวในบาน คราวนี้มัดเทาทั้งสองของฉันดวยเมื่อโอกาสเหมาะ ฉันจึงสงคนหนึ่งไปหาพวกคริสต และสั่งวา :ถาหากมีกองคาราวานบรรทุกสินคามาถึงที่นี่ และจะไปเมืองชามก็จงชวยสงขาวใหฉันทราบดวยอีกไมกี่วันตอมา ไดมีกองคาราวานบรรทุกสินคามุงหนาไปเมืองชาม พวกคริสตจึงแจงขาวนี้ ใหฉันทราบ ฉันพยายามแกเชือกที่มัดเทาทั้งสองขางจนสําเร็จ และหลบซอนออกจากบาน แอบเดินทางไปกับกองคาราวาน จนกระทั่งถึงเมืองชามฉันพักอยูที่นั่น ถามพวกเขาวา : ใครคือผูประเสริฐสุด ของศาสนานี้พวกเขาตอบวา : บาทหลวงที่โบสถแหงหนึ่งฉันจึงไปหาบาทหลวงผูนั้น และแจงความประสงควา :ฉันประทับใจชาวคริสตมาก และปรารถนาจะอยูกับทาน รับใชทานร่ําเรียนเรื่องศาสนา และจะไดสวดวิงวอนพรอมทานดวยบาทหลวงผูนั้นตอบวา : ยินดีตอนรับ ขอเชิญมาอยูกับเราเถิดฉันจึงไดเขาไปอาศัยอยู ณ โบสถแหงหนึ่งนั้น และรับใชบาทหลวงในกิจการของโบสถพรอมกันไป ตอมาฉันรูวาชายผูเปนบาทหลวงนั้น มีพฤติกรรมไมดี คือเขาใชประชาชนบริจาคทาน และบอกวา ผูบริจาคนั้นจะไดผลบุญผลตอบแทนอยางมากมาย
  14. 14. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 14แตเมื่อประชาชนบริจาคทรัพยใหเขาใชจายในกิจการของพระเจา เขากลับนําเอาทรัพยนั้นไปสะสมไวเปนกรรมสิทธิ์ของตนเองแตเพียงผูเดียว ไมเคยแจกจายใหคนยากจนเลยแมแตนอย จนกระทั่งสะสมทองคําไวจนเต็มเหยือกน้ําขนาดใหญ มีจํานวนถึงเจ็ดเหยือกเมื่อเห็นเชนนั้น ฉันจึงโกรธ และเกลียดเขามากที่สุดตอมา บาทหลวงผูนั้นก็ถึงแกกรรม มีพี่นองชาวคริสตมารวมพิธีฝงศพจํานวนมาก ฉันจึงเปดเผย ใหทราบวาแทจริงทานผูนี้มีพฤติกรรมที่ไมดี เพราะใชและสงเสริมใหพวกทานบริจาคทรัพยสินเงินทอง แตเมื่อพวกทานนํามาบริจาคแลว เขากลับเก็บสะสมทรัพยนั้นไวเปนกรรมสิทธิ์ของตนแตเพียงผูเดียว ไมเคยแจกจายแกผูยากไรเลยแมแตนอยประชาชนตางก็ถามฉันวา : ทานรูเชนนั้นไดอยางไร?ฉันตอบวา : ขาพเจาจะชี้แหลงขุมทรัพยใหพวกทานทราบพวกเขากลาววา : ไดซิ..ถาเชนนั้นก็จงบอกเราเถิดฉันจึงนําไปดูสถานที่ที่ซุกซอนทรัพย พวกเขาจึงนําเงินและทองคําออกมาทั้งหมดซึ่งมีจํานวนถึง เจ็ดเหยือกใหญ ประชาชนเห็นเชนนั้นจึงโกรธมาก พวกเขากลาววา :ขอสาบานวา เราจะไมฝงศพเขาเด็ดขาดตอจากนั้นพวกเขาก็ชวยกันจับศพบาทหลวงนั้นตรึงกางเขนและขวางดวยกอนหินตอมา อีกไมกี่วัน ประชาชนก็แตงตั้งบาทหลวงคนใหมและฉันก็ยังประจําอยูกับเขา ณ โบสถแหงนั้น เขาเปนคนสละโลก ซึ่งฉันไมเคยเห็นใครเหมือนเขาเลยไมเคยเห็นใครปรารถนาโลกหนา ยิ่งไปกวาเขา แถมยังเปนผูขยันขันแข็งในเรื่องพิธีกรรมศาสนาทั้งวันทั้ง
  15. 15. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 15คืน โดยมิไดหยุดหยอน ฉันรักเขาและศรัทธาในตัวเขามาก ฉันอยูกับเขาระยะหนึ่งจนกระทั่งเขาถึงแกกรรม และกอนที่ เขาจะสิ้นใจ ฉันถามวา :ทานครับ..บอกหนอยไดไหมวาหลังจากที่ทานถึงแกกรรมแลว ฉันจะไปอยูกับใครอีกตอไป?ทานตอบวา :ลูกรัก ไมมีใครรูเรื่องศาสนาที่เราเคยปฎิบัตินั้นอีกเลย นอกจากชายผูหนึ่งซึ่งอยูที่ " เมาซิล " เพราะเขาไมบิดเบือน ไมเปลี่ยนแปลงศาสนา และสัจธรรมอยูกับเขาเมื่อเขาถึงแกกรรม ฉันก็เดินทางตอไปยัง " เมาซิล " ทันทีเพื่อที่จะไดพบกับชายที่บาทหลวงบอกไว ครั้นพบชายผูนั้น ณ ที่เมือง " เมาซิล " แลว ฉันจึงเลาเรื่องราวใหเขาทราบวาไดมีบาทหลวงทานหนึ่ง สั่งไวกอนตายวาใหมาหาทานเพื่อแสวงหาสัจจะธรรมชายผูนั้นไดทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงกลาววา : จงอยูกับเราที่นี่เถิดฉันจึงอยูที่นั่น พบวาเขาเปนคนดีอยางที่บาทหลวงคนกอนบอกไวจริงๆ ขอสาบานไดวาฉันอยูไมกี่วัน เขาก็ตองมีอันเปนไปอีกคนหนึ่ง กอนที่เขาจะตาย ฉันกลาวกับเขาวาทานครับ..ทานก็ทราบจุดประสงคของฉันแลว บอกฉันหนอยไดไหมครับวาจะไปอยูกับใคร ตอไปจึงจะดี?เขาตอบวา :ลูกรัก ขอสาบานวาเราไมเคยทราบมากอนเลยวาใครจะรอบรูเกี่ยวกับเรื่องศาสนาของเรา ดียิ่งไปกวาชายผูหนึ่งซึ่งอยูที่ " นัซซีบีน "จงไปอยูกับเขาเถิด
  16. 16. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 16หลังจากฝงศพเสร็จแลว ฉันจึงไปหาชายที่อยู " นัซซีบีน " และบอกใหทราบวาชายที่อยู " เมาซิล " สั่งใหมาอาศัยอยูดวยเขากลาววา : จงอยูกับเราเถิดฉันจึงอยูกับเขา และพบวาเขาเปนคนดีจริงๆ ขอสาบานวาฉันมาอยูที่นั่นไมกี่วันชายผูนั้นก็ถึง แกกรรม และกอนตายฉันกลาวแกเขาวา :ทานก็ทราบเรื่องของฉันดีอยูแลวทานจะสั่งฉันใหไปอยูกับใครตอไปเขากลาววา :ลูกรัก เราไมเคยทราบมากอนเลยวาจะเหลือผูใดที่จะรอบรูกิจการของเรานอกจากชายผูหนึ่ง ซึ่งอยูที่ "อัมมูรียะห" สัจจธรรมอยูกับเขาจงไปหาเขาเถอะตอจากนั้นฉันจึงไปหาชายที่อยู "อัมมูรียะห" และไดเลาเรื่องทั้งหมดใหเขาทราบเขากลาววา : เธอจงพํานักอยูกับเราที่นี่เถิดฉันจึงอยู ณ ที่นั้น ขอสาบานวาเขาเปนคนดีจริงๆ และฉันก็ทํางานเลี้ยงวัวเลี้ยงแกะใหดวย ตอมาไมนานเขาก็ตายไปอีกคนหนึ่ง และกอนตายฉันถามวา :ทานทราบดีอยูแลววาฉันมาเพื่อแสวงหาสัจจธรรม จงบอกฉันหนอยเถิดวาจะไปหาใครที่ไหนอีก และจะใหฉันทําอยางไร?เขากลาววา :ลูกรักลูกรักลูกรักลูกรัก ฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือปฎิบัติปฎิบัติปฎิบัติปฎิบัติ แตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอยงการรอคอยงการรอคอยงการรอคอย เพราะจะมีนบีทานหนึ่งเพราะจะมีนบีทานหนึ่งเพราะจะมีนบีทานหนึ่งเพราะจะมีนบีทานหนึ่ง
  17. 17. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 17เกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับ ทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่ง ซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมทานผูทานผูทานผูทานผูนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดียะหยะหยะหยะห แตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บา ทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณ ดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นแลว เจาก็จงกระแลว เจาก็จงกระแลว เจาก็จงกระแลว เจาก็จงกระทําเถิดทําเถิดทําเถิดทําเถิดตอมา บาทหลวงผูนั้นก็ถึงแกกรรม มีพี่นองชาวคริสตมารวมพิธีฝงศพจํานวนมากฉันจึงเปดเผย ใหทราบวาแทจริงทานผูนี้มีพฤติกรรมที่ไมดี เพราะใชและสงเสริมใหพวกทานบริจาคทรัพยสินเงินทอง แตเมื่อพวกทานนํามาบริจาคแลว เขากลับเก็บสะสมทรัพยนั้นไวเปนกรรมสิทธิ์ของตนแตเพียงผูเดียว ไมเคยแจกจายแกผูยากไรเลยแมแตนอยประชาชนตางก็ถามฉันวา : ทานรูเชนนั้นไดอยางไร?ฉันตอบวา : ขาพเจาจะชี้แหลงขุมทรัพยใหพวกทานทราบพวกเขากลาววา : ไดซิ..ถาเชนนั้นก็จงบอกเราเถิดฉันจึงนําไปดูสถานที่ที่ซุกซอนทรัพย พวกเขาจึงนําเงินและทองคําออกมาทั้งหมดซึ่งมีจํานวนถึง เจ็ดเหยือกใหญ ประชาชนเห็นเชนนั้นจึงโกรธมาก พวกเขากลาววา :ขอสาบานวา เราจะไมฝงศพเขาเด็ดขาดตอจากนั้นพวกเขาก็ชวยกันจับศพบาทหลวงนั้นตรึงกางเขนและขวางดวยกอนหินตอมา อีกไมกี่วัน ประชาชนก็แตงตั้งบาทหลวงคนใหมและฉันก็ยังประจําอยูกับเขา ณ โบสถแหงนั้น เขาเปนคนสละโลก ซึ่งฉันไมเคยเห็นใครเหมือนเขาเลยไมเคยเห็นใคร
  18. 18. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 18ปรารถนาโลกหนา ยิ่งไปกวาเขา แถมยังเปนผูขยันขันแข็งในเรื่องพิธีกรรมศาสนาทั้งวันทั้งคืน โดยมิไดหยุดหยอน ฉันรักเขาและศรัทธาในตัวเขามาก ฉันอยูกับเขาระยะหนึ่งจนกระทั่งเขาถึงแกกรรม และกอนที่ เขาจะสิ้นใจ ฉันถามวา :ทานครับ..บอกหนอยไดไหมวาหลังจากที่ทานถึงแกกรรมแลว ฉันจะไปอยูกับใครอีกตอไป?ทานตอบวา :ลูกรัก ไมมีใครรูเรื่องศาสนาที่เราเคยปฎิบัตินั้นอีกเลย นอกจากชายผูหนึ่งซึ่งอยูที่ " เมาซิล " เพราะเขาไมบิดเบือน ไมเปลี่ยนแปลงศาสนา และสัจธรรมอยูกับเขาเมื่อเขาถึงแกกรรม ฉันก็เดินทางตอไปยัง " เมาซิล " ทันทีเพื่อที่จะไดพบกับชายที่บาทหลวงบอกไว ครั้นพบชายผูนั้น ณ ที่เมือง " เมาซิล " แลว ฉันจึงเลาเรื่องราวใหเขาทราบวาไดมีบาทหลวงทานหนึ่ง สั่งไวกอนตายวาใหมาหาทานเพื่อแสวงหาสัจจะธรรมชายผูนั้นไดทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงกลาววา : จงอยูกับเราที่นี่เถิดฉันจึงอยูที่นั่น พบวาเขาเปนคนดีอยางที่บาทหลวงคนกอนบอกไวจริงๆ ขอสาบานไดวาฉันอยูไมกี่วัน เขาก็ตองมีอันเปนไปอีกคนหนึ่ง กอนที่เขาจะตาย ฉันกลาวกับเขาวาทานครับ..ทานก็ทราบจุดประสงคของฉันแลว บอกฉันหนอยไดไหมครับวาจะไปอยูกับใคร ตอไปจึงจะดี?เขาตอบวา :ลูกรัก ขอสาบานวาเราไมเคยทราบมากอนเลยวาใครจะรอบรูเกี่ยวกับเรื่องศาสนาของเรา ดียิ่งไปกวาชายผูหนึ่งซึ่งอยูที่ " นัซซีบีน "จงไปอยูกับเขาเถิด
  19. 19. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 19หลังจากฝงศพเสร็จแลว ฉันจึงไปหาชายที่อยู " นัซซีบีน " และบอกใหทราบวาชายที่อยู " เมาซิล " สั่งใหมาอาศัยอยูดวยเขากลาววา : จงอยูกับเราเถิดฉันจึงอยูกับเขา และพบวาเขาเปนคนดีจริงๆ ขอสาบานวาฉันมาอยูที่นั่นไมกี่วันชายผูนั้นก็ถึง แกกรรม และกอนตายฉันกลาวแกเขาวา :ทานก็ทราบเรื่องของฉันดีอยูแลวทานจะสั่งฉันใหไปอยูกับใครตอไปเขากลาววา : ลูกรัก เราไมเคยทราบมากอนเลยวาจะเหลือผูใดที่จะรอบรูกิจการของเรานอกจากชายผูหนึ่ง ซึ่งอยูที่ "อัมมูรียะห" สัจจธรรมอยูกับเขาจงไปหาเขาเถอะตอจากนั้นฉันจึงไปหาชายที่อยู "อัมมูรียะห" และไดเลาเรื่องทั้งหมดใหเขาทราบเขากลาววา : เธอจงพํานักอยูกับเราที่นี่เถิดฉันจึงอยู ณ ที่นั้น ขอสาบานวาเขาเปนคนดีจริงๆ และฉันก็ทํางานเลี้ยงวัวเลี้ยงแกะใหดวย ตอมาไมนานเขาก็ตายไปอีกคนหนึ่ง และกอนตายฉันถามวา :ทานทราบดีอยูแลววาฉันมาเพื่อแสวงหาสัจจธรรม จงบอกฉันหนอยเถิดวาจะไปหาใครที่ไหนอีก และจะใหฉันทําอยางไร?เขากลาววา :ลูกรักลูกรักลูกรักลูกรัก ฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยฉันขอสาบานวาไมมีใครอีกแลวที่จะยึดถือและปฎิบัติไดอยางที่เราเคยยึดถือปฎิบัติยึดถือปฎิบัติยึดถือปฎิบัติยึดถือปฎิบัติ แตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอแตขณะนี้ใกลจะถึงเวลาแลว ซึ่งเปนเวลาแหงการรอคอยยยย เพราะจะมีนบีทานเพราะจะมีนบีทานเพราะจะมีนบีทานเพราะจะมีนบีทานหนึ่งเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับหนึ่งเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับหนึ่งเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับหนึ่งเกิดขึ้น ในดินแดนอาหรับ ทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมทานผูนี้ถูกแตงตั้งใหเผยแผตามศาสนาของทานนบี อิบรอฮีมและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่งและทานผูนี้จะอพยพจากบานเกิด เมืองนอนมายังดินแดนแหงหนึ่ง ซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมซึ่งมีตนอินทผลัมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคมมากมาย อยูระหวางหินรอนที่มีสีดําคล้ําและ แหลมคม
  20. 20. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 20ทานผูนี้มีเคทานผูนี้มีเคทานผูนี้มีเคทานผูนี้มีเครื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีรื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีรื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดีรื่องหมายเปนขอสังเกตไดอยางชัดเจน คือทานจะรับประทานของฮะดียะหยะหยะหยะห แตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บาแตจะไมรับประทานสิ่งที่ถูกมอบใหเปนซอดะเกาะห และที่บา ทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงทั้งสองขางจะมีตราแหงการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณการเปนนบีประทับอยู ถาเจาสามารถไปหาทานผูนี้ได ณ ดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นดินแดนที่มีลักษณะ ดังกลาวนั้นแลว เจาก็จงกระทําเถิดแลว เจาก็จงกระทําเถิดแลว เจาก็จงกระทําเถิดแลว เจาก็จงกระทําเถิดตอมาเมื่อเขาถึงแกกรรม ฉันยังอยูที่อัมมูรียะหอีกชั่วระยะหนึ่ง จนกระทั้งไดมีพวกพอคาชาวอาหรับ เผากัลบฺ ผานมาถึงอัมมูรียะหฉันจึงเสนอตอเขาวา : ถาหากพวกทานสัญญาวาจะพาฉันไปยังดินแดนอาหรับ ฉันจะใหวัวและแกะแกพวกทานพวกนั้นกลาววา : ไดซิ พวกเราจะพาทานไปฉันจึงมอบวัวและแกะให พวกเขาไดพาฉันเดินทางมาจนกระทั่งถึง วาดีอัล กุรอซึ่งเปนบริเวณหุบเขาแหงหนึ่งอยูระหวาง มะดีนะหกับชามพวกเขาก็ผิดสัญญา และไดรวมหัวกันจับฉันขายใหเปนทาสแกชาวยิวคนหนึ่ง ฉันจึงจําตองอยูรับใชชาวยิวผูนั้น จนกระทั่งอีกไมกี่วันตอมา มีลูกพี่ลูกนองของเขาคนหนึ่งซึ่งเปนชาวเผา " บนี กุรอยเซาะห " ไดมาเยี่ยมเยียนและขอซื้อตัวฉันอีกทอดหนึ่งเขาพาฉันมาอยูมะดีนะห ฉันมองเห็นตนอินทผลัมซึ่งครั้งหนึ่งชายจากอัมมูรียะหเคยบอกไว มาคราวนี้ฉันเองไดรูจักเมือง มะดีนะหซึ่งเปนเมืองที่มีลักษณะเหมือนกับที่ชายจากอัมมูรียะหเคยบอกไว ฉะนั้นฉันจึงอยูที่มะดีนะหเพื่อรับใชนายคนใหม ซึ่งเปนชาวยิวเผา บนีกุรอยเซาะหผูนั้น ฝายทานนบี ขณะนั้นกําลังเรียกรองเชิญชวนหมูคณะในมักกะหใหรับอิสลาม แตฉันก็ไมเคยทราบ ขาวคราวความเคลื่อนไหวของทานเลย เพราะตองทําแตงานตามหนาที่ในฐานะเปนทาส
  21. 21. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 21ตอมาทานรอซูลไดอพยพมายัษริบ หรือมะดีนะห ฉันขอสาบานวา ขณะนั้นฉันกําลังอยูบนยอดตนอินทผลัม ขณะนั้นไดมีลูกพี่ลูกนองของเขาคนหนึ่งมาหาและกลาววา :ขอใหพระเจาจงจัดการเผาบนีกอลละหดวยเถิดอันหมายถึงเอาซฺและค็อซฺรอจญ ขอสาบานวาขณะนั้นพวกนั้นกําลังชุมนุมอยูที่กุบาอฺ ซึ่งเปนสถานที่ แหงหนึ่งอยูชานเมืองมะดีนะห เพราะวันนี้ไดมีชายชาวมักกะหอพยพมาถึงที่นั่น และชายผูนั้น ไดอางตนวาเปน นบี เมื่อฉันไดยินขอความทั้งหมดก็เกิดความรูสึกหนาวๆรอนๆ รางกายสั่นสะทานคลายกับจะเปนไข จนฉันเกรงวาจะตกลงมาโดนนายที่อยูขางลางฉันจึงรีบลงมาจากยอดอินทผลัมโดยเร็ว และไตถาม ชายผูมาเยือนทันทีวา :เมื่อสักครูนี้ทานพูดวาอยางไรนะครับ ไดโปรดทบทวนใหฟงอีกครั้งจะไดไหม?คําถามของฉันตอชายผูนั้นทําใหนายโกรธมาก เขาจึงใชกําปนทุบฉันเปรี้ยงหนึ่ง และกลาวสําทับวา :มันเปนกงการอะไรของเอ็งเกี่ยวกับเรื่องนี้ดวยหรือ ไปๆ จงกลับไปทํางานตอเดี๋ยวนี้เย็นวันนั้น หลังจากเก็บผลอินทผลัมเสร็จเรียบรอยแลว ฉันจึงหยิบไวนิดหนอยและมุงไปกุบาอฺซึ่ง ทานรอซูลกําลังพักอยู ณ ที่นั้น ฉันจึงเขาไปหาและกลาววา :ทราบขาววาทานเปนคนดี มีพรรคพวกอพยพติดตามมาดวย เปนคนตางถิ่นซึ่งตองการความ ชวยเหลือ และนี่อินทผลัมของฉัน ซึ่งฉันนําติดตัวมาเปนศอดะเกาะห และทานนั้นเหมาะสมที่จะไดรับ ยิ่งกวาผูอื่น
  22. 22. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 22แลวฉันก็วางอินทผลัมไวใกลๆทาน ทานรอซูลก็กลาวแกบรรดาศอฮาบะหวา :พวกทานจงรับประทานซิแตตัวทานเองมิไดแตะตองเลย ฉันจึงรูแกใจวาไดพบเครื่องหมายการเปนนบีอยางหนึ่งแลวคือ ไมกินของที่นํามาเปนศอดะเกาะห ฉันลาทานกลับมากอน หลังจากนั้นก็เริ่มเก็บอินทผลัมเตรียมไวอีก เมื่อทานรอซูลออกจากกุบาอฺ ยายเขามาอยูมะดีนะหฉันก็มาหาทานอีกแลวกลาววา :ฉันทราบวาทานไมรับประทานสิ่งที่เปน ศอดะเกาะห แตนี่คือ ฮะดียะฮหของขวัญซึ่งฉันนํามา ใหเพื่อเปนเกียรติแดทาน คราวนี้ทานรับประทานอินทผลัมนั้นรวมกับศอฮาบะหดวย ฉันจึงพูดกับตัวเองในใจวา :นี่แหละคือเครื่องหมายการเปนนบีขอที่สองละ คือจะรับประทานของ ฮะดียะหคือที่ถูกนํามาใหเปนของกํานัล และฉันไดพบทานรอซูลอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ทานอยูที่บะเกี้ยอฺ เพื่อฝงศพศอฮาบะหทานหนึ่ง ฉันเห็นทานรอซูลนั่งอยูมีเสื้อคลุมสองตัวฉันกลาวคําใหสลามและเดินวกไปทางดานหลัง หวังใจวา จะไดเห็นตราประทับดังที่ชายจากอัมมูรียะหเคยบอกไว เมื่อทานนบีเห็นฉันกําลังจองมองดานหลังของทาน คลายกับจะคนหาอะไรสักอยาง ทานก็รูความ ประสงคของฉันทันที ทานจึงหยอนผาคลุมจากหลังของทาน ฉันจึงมองเห็นตราประทับไดอยางถนัดตา ดังนั้นฉันจึงรูวาทานคือนบี ฉันตรงเขาสวมกอดรองไหดวยความปลื้มปติเปนลนพน ทานรอซูลจึงถามวา :เรื่องราวของทานเปนอยางไรรึ?ฉันจึงเลาเหตุการณทั้งหมดใหทานฟงตั้งแตตนจนจบ ทานรอซูลแปลกใจและดีใจเปนอยางยิ่ง และบอก ใหบรรดาศอฮาบะหฟงเรื่องราวของฉันดวย ฉันจึงเลาใหฟงโดย
  23. 23. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 23ตลอด สรางความฉงนสนเทหใหเหลาศอฮาบะหยิ่งนัก พวกเขาตางแสดงความปลื้มปติและดีใจตอฉันมากขอความสันติสุขไดประสบแกทาน ซัลมาน อัลฟาริซียฺ วันที่เขาไดคนหาสัจจธรรมไปทั่วทุกหัวระแหงขอความสันติสุขไดมีแดทาน ซัลมาน อัลฟารีซียฺ วันที่เขาพบสัจจธรรม และไดศรัทธาอยางแนนแฟนขอความสันติสุขไดประสบแดทาน ซัลมาน อัลฟาริซียฺ วันที่ทานสิ้นชีวิต และวันที่ทานจะกลับฟนคืนชีพอีกครั้งหนึ่งวัสสลาม
  24. 24. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 24ทานอัฏฏฟยลฺ อิบนุทานอัฏฏฟยลฺ อิบนุทานอัฏฏฟยลฺ อิบนุทานอัฏฏฟยลฺ อิบนุ อัมรฺ อัดเดาซียอัมรฺ อัดเดาซียอัมรฺ อัดเดาซียอัมรฺ อัดเดาซียทานฏฟยลฺ บุตรของอัมรฺ อัดเดาซีย เปนหัวหนาตระกูลเดาซ ในสมัยญาฮิลียะห(สมัยกอนอิสลาม)ทานเปนบุคคลที่มีเกียรติคนหนึ่งในบรรดาผูที่มีเกียรติในหมูชาวอาหรับทั้งหลาย นอกจากนี้แลวทานยังเปนผูมีใจเอื้อเฟอเผื่อแผโอบออมอารีตอผูคนทั่วไปโดยเฉพาะอยางยิ่งตอผูที่ออนแอขัดสนและอนาถา
  25. 25. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 25ทานเปนบุคคลที่กวางขวาง มีผูคนไปมาหาสูอยูเปนประจํา จนมีคํากลาวเกี่ยวกับการปฎิบัติของทานวา"หมอของเขาไมเคยลงจากเตา และประตูบานของเขาไมถูกปดตอผูที่มาหา"คํากลาวนี้เปนการชี้ใหเห็นวาทานอัฎฎฟยลฺ มีใจบุญจนถึงขนาดเลี้ยงอาหารแกทุกคนที่มาหา และประตูบานของทานเปดตอนรับแขกอยูตลอดเวลาทานใหอาหารแกผูที่หิวกระหายทานใหความอบอุนแกผูที่ถูกขมเหงและมีความกังวลใจทานเปนผูที่ใหความคุมครองแกผูที่ไดรับภัยอันตรายนอกจากนี้แลวทานยังเปนคนเฉลียวฉลาดเปนนักกวี เปนผูมีหูตาไว มองการณไกล มีไหวพริบดี คําพูดของทานมีอิทธิพลจูงใจผูคนใหเชื่อถือตามทานทานออกจากบานเกิดเมืองนอนของทานซึ่งอยูในดินแดนฎิฮามะห (อยูชายฝงทะเลแดงระหวางเมืองฎออีฟกับเมืองอับฮา ปจจุบันอยูในซาอุดิอาระเบีย) มุงหนาไปสูนครมักกะห ในชวงระยะเวลานั้นพวกกุฟฟารกุเรชไดกระทําการรุนแรงตอ ทานรอซูล และผูนับถือศาสนาอิสลามทานรอซูลพยายามอยางยิ่งที่จะชักชวนบุคคลทั้งหลายใหรูจักอัลเลาะห ดวยพลังการอิมานและสัจธรรมทานรอซูล ทําหนาที่นี้กับทุกคนไมวาจะเปนชาวมักกะหหรือบุคคลภายนอกที่เขามา ณ นครมักกะห แตพวกกุเรชพยายามขัดขวางการเชิญชวนของทานทุกวิถีทาง เมื่อทานฎฟยลฺพบกับปญหานี้ ซึ่งทานเองไมประสงคที่จะเขารวมกับฝายใดฝายหนึ่ง และทานก็ไมเคย คิดมากอนเลยวา ณ นครมักกะหจะมีผูประกาศศาสนาเปนทานมุฮัมหมัด และทานไมเคยรูเรื่องมากอนเลยวาเกิดเรื่องกันขึ้นระหวางทานมุฮัมหมัดกับพวกกุเรช
  26. 26. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 26ทั้งๆที่ทานฎฟยลฺไมทราบเรื่องเหลานี้ แตบังเอิญทานก็ไดพบวาตัวทานไดเขารวมอยูในเหตุการณ ครั้งนี้โดยไมไดตั้งใจ ขอใหเราฟงคําของทานฎฟยลฺเองในเรื่องนี้ ซึ่งนับวาเปนเรื่องที่นาแปลกประหลาดยิ่งเรื่องหนึ่งทานฎฟยลฺเลาวา :“เมื่อฉันไดมาถึงมักกะฮฺ หัวหนาของกุเรชคนสําคัญๆไดมาหาฉันและไดใหการตอนรับฉันอยาง สมเกียรติ”หัวหนาพวกกุเรชไดกลาวแกฉันวา :“โอทานฎฟยลฺ ทานไดถึงเมือง(มักกะห) ของเราแลว และผูชายคนนี้ (หมายถึงทานนบีมุฮัมหมัด) ไดอางตัวเปนนบี จึงทําใหพวกเราแตกแยกกัน เราเกรงวา การที่ทานคบคาสมาคมติดตอกับเขา จะทําใหพวกของทานแตกแยกกัน และประสบเหตุการณเชนเดียวกับที่เรากําลังประสบอยู ดังนั้นทานจงอยาพูดหรือฟงสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากคนๆนี้เลยแทจริงคําพูดของเขามีอิทธิพลเหมือนไสยศาสตร สรางความแตกแยกระหวางพอกับลูกระหวางพี่กับนองและสามีกับภรรยา”ฎฟยลฺกลาววา :“ฉันขอสาบานวา พวกเขา(กุเรช) ยังคงเลาเรื่องแปลกประหลาดในดานการลบหลูทานมุฮัมหมัด และยังพยายามใหเกิดมีความหวาดกลัวแกฉันและหมูคณะของฉันในเรื่องของทานมุฮัมหมัด จนกระทั่ง ฉันตั้งใจและตัดสินที่จะไมเขาใกลกับทาน จะไมพูดและจะไมฟงสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากทาน(มุฮัมหมัด)เลย”วันรุงขึ้นฉันเดินไปมัสยิดเพื่อทําการฎอวาฟรอบกะอฺบะหและขอความจําเริญและบารมีจากรูปปนที่วางอยูรอบๆกะบะห *(รูปปนดังกลาวไดถูกทําลายลงเมื่อทานรอซูล และบรรดามุสลิมไดเขาพิชิตมักกะห)
  27. 27. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 27รูปปนเหลานี้แหละที่เรามุงไปใหเกียรติและใหการเคารพและฉันไดเอาสําลีอุดหูไวเพื่อไมตองการจะไดยินคําพูดของมุฮัมหมัดเลย ทันใดที่ฉันเขาไปในมัสญิด ฉันก็เห็นทานมุฮัมหมัดยืนละหมาดที่อัลกะอฺบะห การละหมาดของทานมุฮัมหมัดไมเหมือนกับการละหมาดของพวกเราและการปฎิบัติศาสนกิจของทานไมเหมือนกับการปฎิบัติศาสนกิจของพวกเรา (มุชริกีน) ภาพนี้ไดสรางความประทับใจแกฉัน การอิบาดะหของทานทําใหฉันรูสึกตื่นเตน ฉันเห็นตัวฉันกําลังเดินเขาไปใกลทานทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งฉันไดเขาไปอยูใกลทานทั้งๆที่ฉันไมมีเจตนาที่จะเขาไปใกลทานเลย แตอัลเลาะหไมทรงประสงคตามที่ฉันตองการพระองคจึงทําใหฉันไดยินคําพูดที่ดีๆจากปากของทานฉันกลาวแกตัวเองวา :“โอ ฎฟยลฺขอความพินาศจงมาสูเจาเถิด แทจริงเจาเปนบุคคลที่เฉลียวฉลาดเปนนักกวี และเจาสามารถจําแนกสิ่งที่ดีจากสิ่งที่เลวไดฉะนั้น อะไรเลาที่กีดกันเจาไมใหสดับฟงคําพูดที่ทานมุฮัมหมัดพูด หากคําพูดของทานมุฮัมหมัด นําสิ่งที่ดีมา ฉันก็จะรับไว และหากคําพูดของทานนําสิ่งที่เลวมาฉันก็จะละทิ้งมันเสีย”ทานฎฟยลฺกลาววา : “แลวฉันยังคงอยูที่มัสยิดจนกระทั่งทานมุฮัมหมัดกลับบานฉันเดินตามทานไปและเขาไปในบาน ของทานมุฮัมหมัด”ฉันกลาวแกทานวา :“โอมุฮัมมัด แทจริงหมูคณะของทาน(กุเรช)ไดกลาวเกี่ยวกับทานอยางนั้น อยางนี้ และพวกเขา พยายามกระทําเชนนี้ จนกระทั่งฉันเกิดความหวาดกลัวทาน ฉันไดเอาสําลีอุดหูสองขางของฉัน เพื่อไมใหไดยินคําพูดของทาน แตแลวอัลเลาะหไมทรงประสงคนอกจากจะใหฉันไดยินคําพูดของทาน ฉันจึงไดยินและไดพบคําพูดดีๆจากทาน ดังนั้น ทานโปรดเลาเรื่องราวของทานใหฉันฟงเถิด”
  28. 28. ชีวประวัติเศาะฮาบะฮฺ 28ทานรอซูลจึงไดเลาเรื่องราวของทานใหฎฟยลฺฟงและทานไดอานซูเราะห อัลอิคลาศ (กุล ฮุวัลลอฮุ อะฮัด) และซูเราะหตุลฟะลัก ใหเขาฟงเขากลาววา :“ขอสาบานดวยอัลเลาะหวา ฉันไมเคยไดยินคําพูดใดๆที่ดียิ่งกวาคําพูดของทานและฉันไมเคยเห็น กิจการใดๆที่มีความยุติธรรมยิ่งกวากิจการของทาน”ณ ที่นี้ฉันจึงยื่นมือทั้งสองออกมาเพื่อทําสัตยาบัน กับทานนบี แลวฉันก็ปฎิญาณตนเขารับนับถือศาสนาอิสลาม โดยกลาววา""""อัชฮะดุ อันลาอิลาฮะอัชฮะดุ อันลาอิลาฮะอัชฮะดุ อันลาอิลาฮะอัชฮะดุ อันลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัร รออิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัร รออิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัร รออิลลัลลอฮ วะอัชฮะดุ อันนะมุฮัมมะดัร รอซูลุลลอฮซูลุลลอฮซูลุลลอฮซูลุลลอฮ””””มีความวามีความวามีความวามีความวา :::: ฉันขอปฎิญาณวา ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลเลาะห และฉันฉันขอปฎิญาณวา ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลเลาะห และฉันฉันขอปฎิญาณวา ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจากอัลเลาะห และฉันฉันขอปฎิญาณวา ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจา1

×