Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาอัลอัคลาก ปี 4 เทอม 2 ปีการศึกษา 2555

13,696 views

Published on

  • Be the first to comment

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาอัลอัคลาก ปี 4 เทอม 2 ปีการศึกษา 2555

  1. 1. วิชา : อัลอัคลากชั้น : ระดับอิสลามศึกษาตอนปลายชั้นปที่ 4ภาคเรียน / ปการศึกษา : 2 / 2555อาจารยผูสอน : ออ..มูหัมหมัดรุสดี อัลมะอาริฟมูหัมหมัดรุสดี อัลมะอาริฟยยโรงเรียนสามารถดีวิทยาอําเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  2. 2. บันทึกขอความที วสว. 017 / 2555วันที พฤศจิกายน พ.ศ. 2555เรือง ขออนุมัติการใช้แผนการจัดการเรียนรู้เรียน ผู้อํานวยการโรงเรียนสามารถดีวิทยาด้วยฝ่ายวิชาการอิสลามศึกษา โรงเรียนสามารถดีวิทยา ได้มีนโยบายเกียวกับการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพจึงได้กําหนดให้ครูผู้สอนมีการจัดทําแผนการจัดการเรียนรู้ทีเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ บัดนี ข้าพเจ้าได้จัดทําแผนการจัดการเรียนรู้ประจําภาคเรียนที 2/2555 เรียบร้อย ดังรายละเอียดทีปรากฏในแผนการจัดการเรียนรู้ในการนีจึงขออนุมัติใช้แผนการจัดการเรียนรู้ลงชือ………………………………ผู้ขอใช้แผน(นายมูหัมหมัดรุสดี อัลมะอาริฟีย์)ครูผู้สอนลงชือ………………………………ผู้ตรวจสอบ(นายมาหะมะ บาราเตะ)รองหัวหน้าฝ่ายวิชาการอิสลามศึกษาลงชือ………………………………ผู้อนุมัติใช้แผน(นายอําพล พลาสิน)ผู้อํานวยการโรงเรียนสามารถดีวิทยา
  3. 3. คําอธิบายรายวิชารายวิชา อัลอัคลาก กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมและจริยธรรมชันอิสลามศึกษาปีที 4 ภาคเรียนที 2 รหัสวิชา สจ 41162เวลา 20 ชัวโมง จํานวน 0.5 หน่วยกิตศึกษา ค้นคว้า สังเกต รายงานและอภิปรายหลักฐานจากอัลกุรอานและอัลฮะดีษถึงความสําคัญของจริยธรรมอิสลามในเรือง การมีมารยาทในการสามัคคีการห้ามคิดร้ายต่อผู้อืน การห้ามนินทา และห้ามแตกแยกเพือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความเชือมัน พึงพอใจ ชืนชมในการปฏิบัติตามมารยาทต่างๆในการดําเนินชีวิตเพือการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
  4. 4. โครงสร้างรายวิชา อัลอัคลาก (ภาคเรียนที 2)ชันอิสลามศึกษาปีที 4ลําดับทีชือหน่วยการเรียนมาตรฐานการเรียนรู้สาระสําคัญเวลา(ชัวโมง)5การประชุมระบบชูรอในอิสลามสจ 2.1 , 2.2 ชูรอ คือ การเสนอความคิดเห็นที่แตกตางกันตอเรื่องใด เรื่องหนึ่งโดยที่มีการตรวจสอบพิจารณาโดยนักคิด ผูเชี่ยวชาญ จนกระทั่งคนพบความจริง หรือทัศนะที่สูงสุดและถูกตองสําหรับการนําไปประยุกตใชในกิจการนั้น ‫ﻣﺟﻠس‬‫اﻟﺷورى‬ คือ สภาชูรอ /สํานักชูรอ66การช่วยเหลือสิงทีดีและการตักวาสจ 2.1 , 2.2 การใหความชวยเหลือกันระหวางผูศรัทธานั้นจะตองดูใหครบทุกๆดาน ทุกๆเรื่อง ไมวาจะเปนเรื่องในทางโลกอาคิเราะห หรือการดําเนินชีวิตในดุนยา เปรียบไดกับอาคาร ทุกชิ้นสวนของมันจะตองยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกัน จึงจะทําใหอาคารนั้นแข็งแรงมั่นคง47คุณค่าของเวลา สจ 2.1 , 2.2 เวลาเปนสิ่งมีคา ชาวตะวันตกถือวาเวลาคือทองคํา แตอิสลามสอนวาเวลามีคายิ่งกวานั้นเพราะเวลาคือชวงชีวิตที่พระเจามอบใหมนุษยแตละคนในโลกนี้เพื่อเตรียมตัวไวสําหรับอนาคตในโลกหนา ในอดีต นักวิชาการมุสลิมเขาใจถึงคุณคาของเวลาดีกวาชาวตะวันตกเสียอีกและการรูจักคุณคาของเวลานี้เองคือเหตุผลที่ทําใหทําใหบรรพชนมุสลิมในอดีตประสบความสําเร็จในการฟนฟูศาสนา58การนินทาผู้อืน สจ 2.1 , 2.2 การนินทาวาราย ถือวาเปนการกระทําที่ไมดีอยางมาก และเปนการแสดงออกถึงความไรจรรยามารยาท ผูที่มีจิตใจออนแอและมีจิตใจที่ไรอีหมานจะไมสามารถหลีกเหลี่ยงจากการกระทําอันนี้ไดและมันยังเปนบาปใหญที่มุสลิมจะตองละทิ้ง การนินทาเปรียบเสมือนการคาที่ประสบกับการขาดทุน โดยที่ผลของการนินทาจะมากัดกรอนความดีของเขาใหหมดไป ความผิดบาปจะเขามาแทนที่ความดี5
  5. 5. ตารางโครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา อัลอัคลาก ชันอิสลามศึกษาปีที 4ภาคเรียนที 2 เวลา 20 ชัวโมงหน่วยการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้วิธีสอน / กระบวนการจัดการเรียนรู้ทักษะการคิดเวลา(ชัวโมง)หน่วยการเรียนรู้ที5การประชุมระบบชูรอในอิสลาม1. ความหมายการชูรอ ความสําคัญประวัติความเป็นมาหุกุมและหลักฐาน1. วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่ม2. วิธีสอนแบบกระบวนการสร้างความตระหนัก1. ทักษะการคิดวิเคราะห์2. ทักษะการคิดสร้างสรรค์42. คุณสมบัติทีปรึกษาและเป้ าหมาย- วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ1. ทักษะการคิดวิเคราะห์2. ทักษะการคิดสร้างสรรค์2หน่วยการเรียนรู้ที6การช่วยเหลือสิงทีดีและการตักวา3. ความหมายและความสําคัญของการช่วยเหลือ1. วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่ม2. วิธีสอนแบบกระบวนการสร้างความตระหนัก1. ทักษะการคิดวิเคราะห์2. ทักษะการคิดสร้างสรรค์24. หลักฐานและปัจจัยเกือหนุน1. วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่ม2. วิธีสอนแบบกระบวนการสืบค้น- ทักษะการคิดวิเคราะห์ 2หน่วยการเรียนรู้ที7คุณค่าของเวลา5. ความหมายหลักฐานและประโยชน์ของเวลา- วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่ม 1. ทักษะการคิดวิเคราะห์2. ทักษะการคิดสร้างสรรค์36. วิธีการบริหารเวลา - วิธีสอนแบบกระบวนการสร้างความตระหนัก1. ทักษะการคิดวิเคราะห์2. ทักษะการคิดสร้างสรรค์2หน่วยการเรียนรู้ที8การนินทาผู้อืน7. ความหมาย หุกุมหลักฐานและสาเหตุของการนิทา1. วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่ม2. วิธีสอนแบบกระบวนการสร้างความตระหนัก1. ทักษะการคิดวิเคราะห์2. ทักษะการคิดสร้างสรรค์38. วิธีการป้ องกันและรักษา1. วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่ม2. วิธีสอนแบบกระบวนการสืบค้น- ทักษะการคิดวิเคราะห์ 2
  6. 6. 5อัลอัคลากกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมและจริยธรรมชันอิสลามศึกษาปีที 4 เวลาเรียน 6 ชัวโมงมาตรฐานการเรียนรู้สจ 2.1 เขาใจ จริยธรรมอิสลามและนําไปใชในการพัฒนาตน บําเพ็ญประโยชนตอครอบครัวสังคม และสิ่งแวดลอม เพื่อการอยูรวมกันไดอยางสันติสุขสจ 2.2 ยึดมั่นและปฏิบัติตามจริยธรรมในการพัฒนาดําเนินชีวิตสาระสําคัญชูรอ คือ การเสนอความคิดเห็นที่แตกตางกันตอเรื่องใด เรื่องหนึ่งโดยที่มีการตรวจสอบพิจารณาโดยนักคิด ผูเชี่ยวชาญ จนกระทั่งคนพบความจริง หรือทัศนะที่สูงสุดและถูกตองสําหรับการนําไปประยุกตใชในกิจการนั้น ‫اﻟﺷورى‬ ‫ﻣﺟﻠس‬ คือ สภาชูรอ /สํานักชูรอผลการเรียนรู้ทีคาดหวัง/ตัวชีวัด3.1 รูและเขาใจเกี่ยวกับความสําคัญของการประชุม3.2 เห็นความสําคัญของการประชุม3.3 บอกและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการประชุมในชีวิตประจําวันจุดประสงค์การเรียนรู้4.1 บอกและอธิบายความหมายของการประชุมได4.2 บอกและอธิบายความสําคัญของการประชุมได4.3 บอกและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการประชุมในชีวิตประจําวันไดสาระการเรียนรู้5.1 การประชุม(ชูรอ)- ความหมายและความสําคัญของการประชุม
  7. 7. - ประวัติความเปนมา- หุกุมและหลักฐาน- คุณสมบัติสมาชิกการประชุม- เปาหมายการประชุมกิจกรรมการเรียนรู้กิจกรรมการจัดการเรียนรู(การจัดกระบวนการเรียนการสอนตามหลัก “CIPPA”) ดังนี้ขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ 1111 การทบทวนความรูเดิมการทบทวนความรูเดิมการทบทวนความรูเดิมการทบทวนความรูเดิมอุสตาษฺทบทวนความรูเดิมโดยซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการชูรอ จากนั้นอุสตาษฺเขียนหัวขอบนกระดานดํา และใหนักเรียนถกเกี่ยวกับการชูรอ ดังกลาวขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ 2222 การแสวงหาความรูใหมการแสวงหาความรูใหมการแสวงหาความรูใหมการแสวงหาความรูใหมอุสตาษฺอธิบายเกี่ยวกับความหมายการชูรอ โดยอุสตาษฺแจกใบความรูที่ 1 ใหนักเรียนศึกษาจากนั้นอุสตาษฺอธิบายเกี่ยวกับ1. วิธีการชูรอ2. ความสําคัญของการชูรอขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ 3333 การศึกษาทําความเขาใจขอมูลการศึกษาทําความเขาใจขอมูลการศึกษาทําความเขาใจขอมูลการศึกษาทําความเขาใจขอมูล////ความรูใหมความรูใหมความรูใหมความรูใหมอุสตาษฺใหนักเรียนแบงกลุม จากนั้นแจกใบงานที่ 1 ใหนักเรียนศึกษารายละเอียดของการชูรอในอิสลามขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ 4444 การแลกเปลี่ยนความรูความเขาใจกับกลุมการแลกเปลี่ยนความรูความเขาใจกับกลุมการแลกเปลี่ยนความรูความเขาใจกับกลุมการแลกเปลี่ยนความรูความเขาใจกับกลุมเมื่อนักเรียนทํางานเสร็จแลวใหนักเรียนทําความเขาใจ แลกเปลี่ยน หรือตรวจความถูกตองภายในกลุมขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ 5555 การสรุปการสรุปการสรุปการสรุปอุสตาษฺใหนักเรียนชวยกันสรุปขอมูลที่ไดศึกษาการชูรอและรัฐศาสตรอิสลามในยุคปจจุบันขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ 6666 การแสดงผลงานการแสดงผลงานการแสดงผลงานการแสดงผลงานอุสตาษฺใหนักเรียน 6 คน ออกมานําเสนอขอมูลโดยสรุปจากที่ไดศึกษาบนกระดาน จากนั้นใหนักเรียนทุกคนชวยกันตรวจสอบขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ขั้นที่ 7777 การประยุกตใชความรูการประยุกตใชความรูการประยุกตใชความรูการประยุกตใชความรูอุสตาษฺแจกแบบฝกหัดใหนักเรียนทําเปนการบานและทดสอบเก็บคะแนนการวัดและการประเมินผลวิธีกวิธีกวิธีกวิธีการประเมินารประเมินารประเมินารประเมิน1. สังเกตจากการรวมกิจกรรม(การตอบคําถาม)2. การอานและทองจํา3. ตรวจใบงาน
  8. 8. เครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผล1. แบบสังเกตพฤติกรรม2. แบบประเมินการอานและทองจํา3. แบบประเมินชิ้นงาน
  9. 9. 1ความหมายความหมายความหมายความหมายของคําวาชูรอ ทางหลักภาษาอาหรับ คือ ปรึกษาหารือ ขอคําเสนอแนะ ขอความคิดเห็นความหมายความหมายความหมายความหมายทางหลักนิติศาสตรอิสลาม อัชชูรอ คือ การประชุมในกิจการหนึ่งๆ เพื่อหารือกันระหวางผูเขารวมประชุม ประสงคที่จะบรรลุสูความเห็นที่ดีและเหมาะสมในกิจการนั้นๆ . มัจลิส อัชชูรอ คือ สภาที่ประชุมหลักฐานบงชี้ถึงระบบอัชชูรอในอิสลามหลักฐานบงชี้ถึงระบบอัชชูรอในอิสลามหลักฐานบงชี้ถึงระบบอัชชูรอในอิสลามหลักฐานบงชี้ถึงระบบอัชชูรอในอิสลามหลักฐานจากอัลกุรอานْ‫م‬ُ‫ھ‬ْ‫ر‬ِ‫او‬َ‫ش‬َ‫و‬‫ي‬ِ‫ف‬ِ‫ر‬ْ‫م‬َ‫األ‬‫ا‬َ‫ذ‬ِ‫إ‬َ‫ف‬َ‫ت‬ْ‫م‬َ‫ز‬َ‫ع‬ْ‫ل‬‫ﱠ‬‫ك‬َ‫و‬َ‫ت‬َ‫ف‬‫ى‬َ‫ل‬َ‫ع‬ِ ّ‫ﷲ‬‫ﱠ‬‫ن‬ِ‫إ‬َ ّ‫ﷲ‬‫بﱡ‬ِ‫ح‬ُ‫ي‬َ‫ين‬ِ‫ل‬‫ﱢ‬‫ك‬َ‫و‬َ‫ت‬ُ‫م‬ْ‫ال‬{และจงปรึกษาหารือกับพวกเขาในกิจการทั้งหลาย ครั้นเมื่อเจาไดตัดสินใจแลว ก็จงมอบหมายแดอัลลอฮเถิดแทจริงอัลลอฮทรงรักใครผูมอบหมายทั้งหลาย (อาลิ อิมรอน 159)َ‫ين‬ِ‫ذ‬‫ﱠ‬‫ال‬َ‫و‬‫ُوا‬‫ب‬‫ا‬َ‫ج‬َ‫ت‬ْ‫س‬‫ا‬ْ‫م‬ِ‫ھ‬‫ﱢ‬‫ب‬َ‫ر‬ِ‫ل‬‫وا‬ُ‫م‬‫ا‬َ‫ق‬َ‫أ‬َ‫و‬َ‫ة‬ َ‫ﱠال‬‫ص‬‫ال‬ْ‫م‬ُ‫ھ‬ُ‫ر‬ْ‫م‬َ‫أ‬َ‫و‬‫ى‬َ‫ر‬‫و‬ُ‫ش‬ْ‫م‬ُ‫ھ‬َ‫ن‬ْ‫ي‬َ‫ب‬‫ا‬‫ﱠ‬‫م‬ِ‫م‬َ‫و‬ْ‫م‬ُ‫ھ‬‫ا‬َ‫ن‬ْ‫ق‬َ‫ز‬َ‫ر‬َ‫ون‬ُ‫ق‬ِ‫ف‬‫ُن‬‫ي‬และบรรดาผูตอบรับตอพระเจาของพวกเขาและดํารงละหมาด และกิจการของพวกเขามีการปรึกษาหารือระหวางพวกเขาและเขาบริจาคสิ่งที่เราได ใหเครื่องปจจัยยังชีพแกพวกเขา (อัชชูรอ 38)หลักฐานจากสุนนะฮนบีมุหัมมัดหลักฐานจากสุนนะฮนบีมุหัมมัดหลักฐานจากสุนนะฮนบีมุหัมมัดหลักฐานจากสุนนะฮนบีมุหัมมัด1.รายงานโดยทานอบูฮุรอยเราะฮ (ร.ฮ.) กลาววา (ฉันไมเคยเห็นผูใดที่ปรึกษาหารือในกิจการตางๆกับสหายของเคามากกวาทาน รอซูล อีกแลว) บันทีกโดยอัตติรมิซี(4/213).2.ทานรอซูล ไดปรีกษาหารือ(ชูรอ) กับบรรดาศอฮาบะฮในสงครามบะดัร เกี่ยวกับยุทธศาสตรการรบ. (ซีเราะฮอิบนุฮิชาม 2/272)
  10. 10. 3.ทานรอซูล ไดปรีกษาบรรดาศอฮาบะฮในการออกสงครามอุฮุดวาสมควรออกไปหรือไม(ฟตฮุลบารีย 17/103-104)4.ทานหะซัน อัลบัศรียกลาววา ทานรอซูล ไดปรีกษาหารือไมเวนแมกระทั่งสตรี และหลอนก็ไดใหคําแนะนํา ทานรอซูลไดปฏิบัติตามคําแนะนําของหลอน (ศอเฮี้ยะ อัลบุคอรี เรื่องสงครามหุดัยบียะฮ)ระบบชูรอเปนระบบสําคัญและมีมาตั้งแตการกอตั้งรัฐอิสลามแหงแรกในมะดีนะฮ โดยทานนบีมุฮัมมัด นับแตทานไดฮิจเราะฮสูนครมะดีนะฮ นับแตนั้นไดถือกําเนิดระบบชูรอ และรัฐอิสลาม. ทานรอซูล ในฐานะผูนําประเทศไดปฏิบัติเปนแบบอยางในเรื่องการบริหารโดยใชระบบชูรอ. ดังเชนทานมักจะปรีกษาทานอบูบักร และอุมัร(ร.ฮ.) และบรรดาศอฮาบะฮทานอื่นๆ แลวแตกรณี.ขอบเขตของการชูรอขอบเขตของการชูรอขอบเขตของการชูรอขอบเขตของการชูรอการใชระบบชูรอ หรือการปรึกษาหารือนั้น นบีไดทําเปนแบบอยางหลายดาน กลาวไดวาระบบชูรอที่เปนรากฐานอันสําคัญของรัฐอิสลามคือ นับตั้งแตการเลือกตั้งผูนํา ผานสภาชูรอที่เลือกตั้งโดยประชาชน ไปจนถึงการศึกสงคราม หรือการบริหารองคกรหนึ่งๆ หรือวินิจฉัยปญหาศาสนาหรือการศึกษา เศรษฐกิจ และอื่นๆ เปนตน กลาวไดวาระบบชูรอครอบคลุมชีวิตมุสลิมทุกๆดานรูปแบบการชูรอชูรอไมไดมีรูปแบบตายตัว แตสามารถปรับใชในหลายๆกิจการแลวแตความเหมาะสม อาจสรุปได หลักๆ ดังตอไปนี้1.การปรึกษา โดยอาศัยที่ปรึกษา หนี่งหรือสองคน ดังเชนการปรึกษาของทานนบีกับทานอบูบักรและอุมัร(ร.ฮ.).2.การตั้งสภาที่ปรีกษา(มัจลิสชูรอ) ดังเชนนบีไดเลือกผูนําจากเผาตางๆเปนสมาชิกสภาชูรอของรัฐ เพื่อลงมติและเสนอความคิดเห็นในกิจการตางๆของรัฐ.ระบบชูรอในการเลือกผูนํารัฐหรือองคกรระบบชูรอในการเลือกผูนํารัฐหรือองคกรระบบชูรอในการเลือกผูนํารัฐหรือองคกรระบบชูรอในการเลือกผูนํารัฐหรือองคกรการเลือกตั้งผูนํารัฐในอิสลามมีสองรูปแบบหลักๆ คือ1.การเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน2.การเลือกตั้งโดยระบบชูรอ คือ ประชาชนเลือกตัวแทนเพื่อประกอบเปนสภาชูรอ และสมาชิกเหลานั้นเปนผูลงมติออกเสียงในการเลือกผูนําการตั้งสภาชูรอ1.สมาชิกสภาชูรอนั้นตองเปนผูที่ยึดมั่นในหลักศาสนา อีกทั้งเปนผูรูในเรื่องศาสนา นี่คือบุคคลประเภทแรกที่ตองมีในสภาชูรอ2.ไมจํากัดเพศ เพราะการออกความคิดเห็นนั้นคํานึงถึงหลักการและความถูกตอง3.คํานึงถึงประเภทขององคกร เชน สหกรณ ตองมีผูรูดานเศรฐกิจการเงิน หรือชมรม ตองมีผูรูดานบริหาร การจัดการ การบริการ เปนตน
  11. 11. เพราะเหตุใดตองมีบุคคลสองประเภทขางตน ?1.เพราะผูรูทางศาสนานั้นคอยใหคําชี้แนะ ไมใหการลงมติขัดแยงกับหลักการศาสนา2.ผูรูทางศาสนาคอยตรวจสอบมติ และตักเตือนสมาชิกสภาชูรอ3.สวนผูเชี่ยวชาญเฉพาะดาน เพื่อการบริหารองคกรที่มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชนสูงสุดตอสมาชิกองคกรหลักเกณฑการตัดสินในการลงมติชูรอหลักเกณฑการตัดสินในการลงมติชูรอหลักเกณฑการตัดสินในการลงมติชูรอหลักเกณฑการตัดสินในการลงมติชูรอการลงมติชูรอในสภาชูรอนั้น ควรคํานึงถึงเรื่องที่ถูกนํามาเขาสภาชูรอ เพื่อวินิจฉัยลงมติเปนหลัก1.ในกรณีเปนการวินิจฉัยขอขัดแยงในทางศาสนา ตองอาศัยผูรู(อุลามา)ในการตัดสินและเปนแหลงอางอิง และผูรูนั้นเปนผูที่ยึดมั่นในอัลกุรอานและอัซซุนนะฮ2.ถาเปนการลงมติในเรื่องศาสตร ความรูเฉพาะดาน หรือเทคนิคการบริหาร อาทิเชน การลงมติในเรื่องทิศทางการเงินขององคกร ตองอาศัยขอมูลและขอเท็จจริง และตองลงมติหลังจากไดผานการชูรออันประกอบดวยผูเชี่ยวชาญเฉพาะดาน3.ถาเปนการบริหารงานทั่วไป หรือการเลือกผูนํานั้นตองคํานึงถึงความเห็นชอบของสมาชิกสภาทั้งหมด หรือเสียงขางมาก เพราะทานนบีไดถือเอามติขางมากของบรรดาศอฮาบะฮในหลายๆกรณีดวยกันผูนํา(อามีรหรืออามีเราะฮ)สามารถขัดมติของสภาชูรอไดหรือไม?อุลามาในประเด็นนี้มีความเห็นขัดแยงกัน เปนสองทรรศนะ1.ทรรศนะแรกคือ ผูนําไมควรขัดมติสภาชูรอ แตไมถือวามตินั้นวาญิบตองปฏิบัติ2.ทรรศนะที่สองคือ มติที่วาเด็ดขาด(วาญิบ) ผูนําตองปฏิบัติตามที่ถูกตองคือ ทรรศนะที่สอง เพราะอิสลามสนับสนุนใหมีการชูรอเพื่อใหมติหางไกลจากการใชอารมณ และมติเสียงขางมากจากสมาชิกสภาชูรอที่คัดเลือกอยางเหมาะสมนั้นจะหางไกล จากการหลองลวงของชัยฏอน และเพื่อปองกันการใชอํานาจเผด็จการของผูนํา และมุสลิมควรยึดถือแบบอยางของทานนบีมุฮัมมัด(ซ.ล.) ....ใบงานที 1
  12. 12. หน่วยการเรียนรู้ที 1 เรือง การชูรอ ชัน( อป )ปีที 4/2การชูรอในอิสลามคําสังที 1 : ให้นักเรียนตอบคําถามต่อไปนีให้ถูกต้อง1. การชูรอในอิสลาม คืออะไร ?.............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................คําสังที 2 : ให้นักเรียนบอกและอธิบายหลักฐานของการชูรอจากอัลกุรอาน__________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________.จากอัลฮะดีษ__________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________.แบบสังเกตพฤติกรรมแบบสังเกตพฤติกรรมแบบสังเกตพฤติกรรมแบบสังเกตพฤติกรรม ((((ครั้งที่ครั้งที่ครั้งที่ครั้งที่........................))))ชั้นชั้นชั้นชั้น((((อปอปอปอป)))) ปที่ปที่ปที่ปที่ 4444////2222 วันที่วันที่วันที่วันที่ ...../.........../...................../.........../...................../.........../...................../.........../................
  13. 13. เกณฑ์การประเมินของพฤติกรรม 1 = ปรับปรุง 2 = พอใช้ 3 = ดีแบบประเมินชิ้นงานที่แบบประเมินชิ้นงานที่แบบประเมินชิ้นงานที่แบบประเมินชิ้นงานที่........................................................ชั้นชั้นชั้นชั้น((((อปอปอปอป))))ปที่ปที่ปที่ปที่ 4/24/24/24/2 เรื่องเรื่องเรื่องเรื่อง............................................................................................................................................................................................................................ วันที่วันที่วันที่วันที่...../....../.........../....../.........../....../.........../....../..................ที ชือ - สกุลพฤติกรรมทีจะประเมินรวมคะแนนสรุปความสนใจความร่วมมือการแสดงออกการรับผิดชอบ ผ่าน ไม่ผ่าน1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 31234567891011121314151617181920212223242526272829303132333435
  14. 14. ที ชือ – สกุลเกณฑ์การประเมินรวม 10คะแนนสรุปความสมบูรณ์ชัดเจน2ความถูกต้อง2สะอาดเรียบร้อยสวยงาม2สาระตรงประเด็น2ความคิดสร้างสรรค์2ผ่านไม่ผ่าน1234567891011121314151617181920212223242526272829303132333435เกณฑ์การประเมิน ได้ 7 คะแนนขึนไปถือว่าผ่านแบบประเมินการอ่านและท่องจําที..............ชัน(อป)ปีที 4/2เรือง............................................................................. วันที.........................................
  15. 15. ทีชือ - สกุลเกณฑ์การประเมิน รวม10คะแนนสรุปการอ่าน การท่องจําผ่าน ไม่ผ่านครังที ครังที1 2 1 2123456789101112131415161718192021222324252627เกณฑ์การประเมิน ได้ 7 คะแนนขึนไปถือว่าผ่านสือ/แหล่งการเรียนรู้8.1 สือการเรียนรู้1. หนังสือเรียน อัลอัคลาก อป.1 2. บัตรภาพ3. ใบความรู้ 4. ใบงาน8.2 แหล่งการเรียนรู้
  16. 16. แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที 51. ห้องสมุด2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
  17. 17. แผนการจัดการเรียนรูที่แผนการจัดการเรียนรูที่แผนการจัดการเรียนรูที่แผนการจัดการเรียนรูที่ 1111สาระที่สาระที่สาระที่สาระที่ 2222 (((( อัลอัคลากอัลอัคลากอัลอัคลากอัลอัคลาก )))) ชชชชวงชั้นที่วงชั้นที่วงชั้นที่วงชั้นที่ 4444 ปที่ปที่ปที่ปที่ 1เรื่องเรื่องเรื่องเรื่อง ความหมายของการชูรอ ความสําคัญ ความเปนมา หุกุมและหลักฐานความหมายของการชูรอ ความสําคัญ ความเปนมา หุกุมและหลักฐานความหมายของการชูรอ ความสําคัญ ความเปนมา หุกุมและหลักฐานความหมายของการชูรอ ความสําคัญ ความเปนมา หุกุมและหลักฐาน เวลาเวลาเวลาเวลา 4444 คาบคาบคาบคาบ ⁄ ชั่วโมงชั่วโมงชั่วโมงชั่วโมง.......................................................................................................1.1.1.1.มาตรฐานการเรียนรูมาตรฐานการเรียนรูมาตรฐานการเรียนรูมาตรฐานการเรียนรูสจ 2.1 เขาใจ จริยธรรมอิสลามและนําไปใชในการพัฒนาตน บําเพ็ญประโยชนตอครอบครัวสังคม และสิ่งแวดลอม เพื่อการอยูรวมกันไดอยางสันติสุขสจ 2.2 ยึดมั่นและปฏิบัติตามจริยธรรมในการดําเนินชีวิต2.2.2.2. สาระสําคัญสาระสําคัญสาระสําคัญสาระสําคัญ
  18. 18. ชูรอ คือ การเสนอความคิดเห็นที่แตกตางกันตอเรื่องใด เรื่องหนึ่งโดยที่มีการตรวจสอบพิจารณาโดยนักคิด ผูเชี่ยวชาญ จนกระทั่งคนพบความจริง หรือทัศนะที่สูงสุดและถูกตองสําหรับการนําไปประยุกตใชในกิจการนั้น ‫اﻟﺷورى‬ ‫ﻣﺟﻠس‬ คือ สภาชูรอ /สํานักชูรอ3.... ผลการเรียนรูที่คาดหวังผลการเรียนรูที่คาดหวังผลการเรียนรูที่คาดหวังผลการเรียนรูที่คาดหวัง3.1 รูและเขาใจเกี่ยวกับความสําคัญของการประชุม3.2 เห็นความสําคัญของการประชุม3.3 บอกและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการประชุมในชีวิตประจําวัน4.4.4.4. จุดประสงคการเรียนรูจุดประสงคการเรียนรูจุดประสงคการเรียนรูจุดประสงคการเรียนรู4.1 บอกและอธิบายความหมายของการประชุมได4.2 บอกและอธิบายความสําคัญของการประชุมได4.3 บอกและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการประชุมในชีวิตประจําวันได5.5.5.5. สาระการเรียนรูสาระการเรียนรูสาระการเรียนรูสาระการเรียนรู5.1 การประชุม(ชูรอ)- ความหมายและความสําคัญของการประชุม- ความเปนมา หุกุมและหลักฐาน6.6.6.6.กิจกรรมการเรียนรูกิจกรรมการเรียนรูกิจกรรมการเรียนรูกิจกรรมการเรียนรูขั้นเริ่มเรียนขั้นเริ่มเรียนขั้นเริ่มเรียนขั้นเริ่มเรียน6.1 ครูกลาวสะลาม6.2 รวมกันอานซูเราะฮฺ อัล- ฟาตีฮะห และอานดุอาอฺ พรอมกันขั้นนําเขาสูบทเรียนขั้นนําเขาสูบทเรียนขั้นนําเขาสูบทเรียนขั้นนําเขาสูบทเรียน6.3 ครูเลาประวัติศาสตรอิสลามเกี่ยวกับการประชุมใหนักเรียนฟง6.4 ทดสอบความรูของนักเรียนเกี่ยวกับการประชุมในอิสลาม6.5 ซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการประชุมในอิสลามขั้นสอนขั้นสอนขั้นสอนขั้นสอน6.6 ครูแจกใบความรูใหนักเรียนทุกคนอาน6.7 สุมนักเรียน2-3คนเพื่ออานใบความรูใหเพื่อนๆรวมหองฟง6.8 อธิบายความหมายของการประชุมในอิสลามใหนักเรียนเขาใจ6.9 สุมนักเรียน2-3คนเพื่อบอกความหมายของประชุมใหเพื่อนๆรวมหองฟง6.10 แจกใบงานใหนักเรียนทุกคนตอบคําถามเกี่ยวกับมารยาทในการประชุมขั้นสรุปขั้นสรุปขั้นสรุปขั้นสรุป6.11 รวมกันสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับมารยาทในการประชุม6.12 รวมกันอานซูเราะฮฺ อัล-อัศรฺ และดุอาอฺกีฟารัต7.7.7.7. สื่อการเรียนรูสื่อการเรียนรูสื่อการเรียนรูสื่อการเรียนรู7.1 ใบความรู เรืองการประชุมในอิสลาม7.2 ใบงาน8.8.8.8. การวัดและประเมินผลการเรียนรูการวัดและประเมินผลการเรียนรูการวัดและประเมินผลการเรียนรูการวัดและประเมินผลการเรียนรู
  19. 19. วิธีการประเมินวิธีการประเมินวิธีการประเมินวิธีการประเมิน8.1 สังเกตจากการรวมกิจกรรม(การตอบคําถาม)8.2 การอานและทองจํา8.3 ตรวจใบงานเครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผล8.4 แบบสังเกตพฤติกรรม8.5 แบบประเมินการอานและทองจํา8.6 แบบประเมินชิ้นงาน9.9.9.9. บันทึกหลังการจัดการเรียนรูบันทึกหลังการจัดการเรียนรูบันทึกหลังการจัดการเรียนรูบันทึกหลังการจัดการเรียนรูคาบที วัน/เดือน/ปีผลการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ปัญหาทีประสบในการจัดการเรียนรู้แนวทางแก้ไข10.10.10.10.ขอเสนอแนขอเสนอแนขอเสนอแนขอเสนอแนะะะะลงชือ ...........................................................ผู้สอน( นายมูหัมหมัดรุสดี อัลมะอาริฟีย์)
  20. 20. ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ .แผนการจัดการเรียนรูที่แผนการจัดการเรียนรูที่แผนการจัดการเรียนรูที่แผนการจัดการเรียนรูที่ 2222สาระที่สาระที่สาระที่สาระที่ 2222 (((( อัลอัคลากอัลอัคลากอัลอัคลากอัลอัคลาก )))) ชชชชวงชั้นที่วงชั้นที่วงชั้นที่วงชั้นที่ 4444 ปที่ปที่ปที่ปที่ 1เรื่องเรื่องเรื่องเรื่อง คุณสมบัติสมาชิกและเปาหมคุณสมบัติสมาชิกและเปาหมคุณสมบัติสมาชิกและเปาหมคุณสมบัติสมาชิกและเปาหมายของการประชุมายของการประชุมายของการประชุมายของการประชุม เวลาเวลาเวลาเวลา 2222 คาบคาบคาบคาบ ⁄ชั่วโมงชั่วโมงชั่วโมงชั่วโมง.......................................................................................................ลงชือ ...........................................................ผู้ตรวจ( นายมาฮามะ บาราเต๊ะ )ตําแหน่ง รองหัวหน้าฝ่ายวิชาการอิสลามศึกษา
  21. 21. 1.1.1.1.มาตรฐานการเรียนรูมาตรฐานการเรียนรูมาตรฐานการเรียนรูมาตรฐานการเรียนรูสจ 2.1 เขาใจ จริยธรรมอิสลามและนําไปใชในการพัฒนาตน บําเพ็ญประโยชนตอครอบครัวสังคม และสิ่งแวดลอม เพื่อการอยูรวมกันไดอยางสันติสุขสจ 2.2 ยึดมั่นและปฏิบัติตามจริยธรรมในการดําเนินชีวิต2.2.2.2. สาระสําคัญสาระสําคัญสาระสําคัญสาระสําคัญชูรอ คือ การเสนอความคิดเห็นที่แตกตางกันตอเรื่องใด เรื่องหนึ่งโดยที่มีการตรวจสอบพิจารณาโดยนักคิด ผูเชี่ยวชาญ จนกระทั่งคนพบความจริง หรือทัศนะที่สูงสุดและถูกตองสําหรับการนําไปประยุกตใชในกิจการนั้น ‫اﻟﺷورى‬ ‫ﻣﺟﻠس‬ คือ สภาชูรอ /สํานักชูรอ3.... ผลการเรียนรูที่คาดหวังผลการเรียนรูที่คาดหวังผลการเรียนรูที่คาดหวังผลการเรียนรูที่คาดหวัง3.1 รูและเขาใจเกี่ยวกับความสําคัญของการประชุม3.2 เห็นความสําคัญของการประชุม3.3 บอกและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการประชุมในชีวิตประจําวัน4.4.4.4. จุดประสงคการเรียนรูจุดประสงคการเรียนรูจุดประสงคการเรียนรูจุดประสงคการเรียนรู4.1 บอกและอธิบายความหมายของการประชุมได4.2 บอกและอธิบายความสําคัญของการประชุมได4.3 บอกและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการประชุมในชีวิตประจําวันได5.5.5.5. สาระการเรียนรูสาระการเรียนรูสาระการเรียนรูสาระการเรียนรู5.1 การประชุม(ชูรอ)- คุณสมบัติสมาชิกการประชุม- เปาหมายของการประชุม6.6.6.6.กิจกรรมการเรียนรูกิจกรรมการเรียนรูกิจกรรมการเรียนรูกิจกรรมการเรียนรูขั้นเริ่มเรียนขั้นเริ่มเรียนขั้นเริ่มเรียนขั้นเริ่มเรียน6.1 ครูกลาวสะลาม6.2 รวมกันอานซูเราะฮฺ อัล- ฟาตีฮะห และอานดุอาอฺ พรอมกันขั้นนําเขาสูบทเรียนขั้นนําเขาสูบทเรียนขั้นนําเขาสูบทเรียนขั้นนําเขาสูบทเรียน6.3 ครูเลาประวัติศาสตรอิสลามเกี่ยวกับคุณสมบัติสมาชิกการประชุมใหนักเรียนฟง6.4 ทดสอบความรูของนักเรียนเกี่ยวกับการประชุมในอิสลาม6.5 ซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการประชุมในอิสลามขั้นสอนขั้นสอนขั้นสอนขั้นสอน6.6 ครูแจกใบความรูใหนักเรียนทุกคนอาน6.7 สุมนักเรียน2-3คนเพื่ออานใบความรูใหเพื่อนๆรวมหองฟง6.8 อธิบายคุณสมบัติสมาชิกและเปาหมายการประชุมในอิสลามใหนักเรียนเขาใจ6.9 สุมนักเรียน2-3คนเพื่อบอกคุณสมบัติสมาชิกและเปาหมายของประชุมใหเพื่อนๆรวมหองฟง6.10 แจกใบงานใหนักเรียนทุกคนตอบคําถามเกี่ยวกับมารยาทในการประชุมขั้นสรุปขั้นสรุปขั้นสรุปขั้นสรุป6.11 รวมกันสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับมารยาทในการประชุม
  22. 22. 6.12 รวมกันอานซูเราะฮฺ อัล-อัศรฺ และดุอาอฺกีฟารัต7.7.7.7. สื่อกาสื่อกาสื่อกาสื่อการเรียนรูรเรียนรูรเรียนรูรเรียนรู7.1 ใบความรู เรืองการประชุมในอิสลาม7.2 ใบงาน8.8.8.8. การวัดและประเมินผลการเรียนรูการวัดและประเมินผลการเรียนรูการวัดและประเมินผลการเรียนรูการวัดและประเมินผลการเรียนรูวิธีการประเมินวิธีการประเมินวิธีการประเมินวิธีการประเมิน8.1 สังเกตจากการรวมกิจกรรม(การตอบคําถาม)8.2 การอานและทองจํา8.3 ตรวจใบงานเครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผลเครื่องมือประเมินผล8.4 แบบสังเกตพฤติกรรม8.5 แบบประเมินการอานและทองจํา8.6 แบบประเมินชิ้นงาน9.9.9.9. บันทึกหลังการจัดการเรียนรูบันทึกหลังการจัดการเรียนรูบันทึกหลังการจัดการเรียนรูบันทึกหลังการจัดการเรียนรูคาบที วัน/เดือน/ปีผลการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ปัญหาทีประสบในการจัดการเรียนรู้แนวทางแก้ไข
  23. 23. 10.10.10.10.ขอเสนอแนขอเสนอแนขอเสนอแนขอเสนอแนะะะะ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ .ลงชือ ...........................................................ผู้ตรวจ( นายมาฮามะ บาราเต๊ะ )ตําแหน่ง รองหัวหน้าฝ่ายวิชาการอิสลามศึกษาลงชือ ...........................................................ผู้สอน( นายมูหัมหมัดรุสดี อัลมะอาริฟีย์)
  24. 24. 6อัลอัคลากกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมและจริยธรรมชันอิสลามศึกษาปีที 4 เวลาเรียน 4 ชัวโมงมาตรฐานการเรียนรู้สจ 2.1 เขาใจ จริยธรรมอิสลามและนําไปใชในการพัฒนาตน บําเพ็ญประโยชนตอครอบครัวสังคม และสิ่งแวดลอม เพื่อการอยูรวมกันไดอยางสันติสุขสจ 2.2 ยึดมั่นและปฏิบัติตามจริยธรรมในการพัฒนาดําเนินชีวิตสาระสําคัญการใหความชวยเหลือกันระหวางผูศรัทธานั้น จะตองดูใหครบทุกๆดาน ทุกๆเรื่อง ไมวาจะเปนเรื่องในทางโลกอาคิเราะห หรือการดําเนินชีวิตในดุนยา เปรียบไดกับอาคาร ทุกชิ้นสวนของมันจะตองยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกัน จึงจะทําใหอาคารนั้นแข็งแรงมั่นคงผลการเรียนรู้ทีคาดหวัง/ตัวชีวัด3.1 รูและเขาใจเกี่ยวกับความสําคัญของการชวยเหลือ3.2 เห็นความสําคัญ หลักฐานและปจจัยเกื้อหนุนของการชวยเหลือ3.3 บอกและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการชวยเหลือในชีวิตประจําวันจุดประสงค์การเรียนรู้4.1 บอกและอธิบายความหมายของการชวยเหลือได4.2 บอกและอธิบายความสําคัญ หลักฐานและปจจัยเกื้อหนุนของการชวยเหลือได4.3 บอกและปฏิบัติตนเกี่ยวกับการชวยเหลือในชีวิตประจําวันไดสาระการเรียนรู้5.1 การชวยเหลือ- ความหมายและความสําคัญของการชวยเหลือ- หลักฐาน
  25. 25. - ปจจัยเกื้อหนุนกิจกรรมการเรียนรู้กิจกรรมการจัดการเรียนรู ดังนี้ขั้นนําขั้นนําขั้นนําขั้นนํา1. อุสตาษสนทนาซักถามนักเรียนวา การชวยเหลือพี่นองมนุษยชาติมีอะไรบาง และเพราะเหตุใดจําเปนตองมีการชวยเหลือ ใหนักเรียนผลัดกันตอบตามความคิดเห็นของตน2. อุสตาษเฉลยกลไกสําคัญในการชวยเหลือพี่นองในอิสลามใหนักเรียนฟง แลวอธิบายวา การชวยเหลือมีความสําคัญตอการดําเนินชีวิตของมนุษยเพราะเปนการเสียสละและแสดงความรักภายใตหลักอิสลาม3. อุสตาษสุมถามนักเรียน 4-5 คนวา ชุมชนใครบางที่เคยชวยเหลือพี่นองบาง ใหนักเรียนผลัดกันเลาใหเพื่อนๆ ฟงขั้นสอนขั้นสอนขั้นสอนขั้นสอน1. อุสตาษใหนักเรียนเปดหนังสือ (หนา 37-39) แลวใหอาสาสมัคร 2-3 คน อานใหเพื่อนๆฟง2. อุสตาษและนักเรียนรวมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสําคัญของการชวยเหลือพี่นองและสรุปผลการเรียนรูลงในสมุด3. อุสตาษตั้งประเด็นคําถามเกี่ยวกับการชวยเหลือพี่นองใหนักเรียนชวยกันตอบ (แนวคําถาม)เชน1) นักเรียนเคยเห็นการชวยเหลือพี่นองอะไรบาง2) การชวยเหลือพี่นองมีความสําคัญอยางไร3) การชวยเหลือพี่นองมีรูปแบบใดบาง4) ถานักเรียนมีทรัพยสินมากๆ นักเรียนจะชวยเหลือผูอื่นหรือไมเพราะเหตุใด5) นักเรียนคิดวาการชวยเหลือพี่นองเกิดผลเสียอยางไรบาง4. อุสตาษใหนักเรียนสมมุติการลงคะแนนการชวยเหลือพี่นองยางใดอยางหนึ่ง แลวสรุปขั้นตอนการชวยเหลือพี่นองเปนขอๆ ลงในสมุด เพื่อสงอุสตาษตรวจ5. นักเรียนศึกษาใบความรูที่ 2 และสรุปเพื่อสงอุสตาษตรวจขั้นสรุปขั้นสรุปขั้นสรุปขั้นสรุป1. อุสตาษและนักเรียนรวมกันอภิปรายและสรุปความรูที่ไดจากการเรียนเรื่องการชวยเหลือพี่นองจากนั้นอุสตาษเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามเพิ่มเติมในสวนที่นักเรียนยังมีขอสงสัย โดยอุสตาษคอยอธิบายใหนักเรียนเขาใจ2. นักเรียนนําความรูไปใชในการทําใบงานที่ 2 เพื่อสงอุสตาษตรวจและเก็บเปนผลงาน3. อุสตาษใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการชวยเหลือพี่นองจากแหลงเรียนรูอื่นๆ เชน หนังสือ อินเทอรเน็ตและหองสมุด
  26. 26. 4. เมื่อเรียนจบ อุสตาษแจกแบบทดสอบหลังเรียนเมื่อทําเสร็จ แลวสงอุสตาษ เพื่อใชเปนคะแนนการประเมินผลการวัดและการประเมินผลประเด็นทีประเมิน วิธีการวัดและประเมินผล เครืองมือวัดและประเมินผล- ความรู้ความเข้าใจเรือง•••• การช่วยเหลือ ดังนีนิยามหลักฐานหุกุมความสําคัญวิธีการ- สังเกตจากการร่วมอภิปรายในร ะ ห ว่ า งเรียน- ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน- สังเกตการณ์บันทึกผลการเรียนรู้- ตรวจแบบบันทึกชินงาน- แบบประเมินการร่วมอภิปราย- แบบทดสอบที 2- แบบบันทึกผลการเรียนรู้- แบบบันทึกชินงานนักเรียน- ทักษะ / กระบวนการ - สังเกตทักษะ/กระบวนการในการทํางาน โดยดูในด้านต่อไปนี• การสืบค้นข้อมูล• การปฏิบัติกิจกรรม• การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง• การนําความรู้ไปใช้- กิจกรรมฝึกปฏิบัติ- กิจกรรมประเมิน- แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ- กิจกรรมเสนอแนะ- ทักษะการทํางานกลุ่ม - สังเกตการทํางานกลุ่มในขณะร่วมกิจกรรมในชันเรียน- แบบประเมินการปฏิบัติงานกลุ่ม- ทักษะการคิดวิเคราะห์ - สังเกตการให้เหตุผลทีเหมาะสมสนับสนุนความคิดในการตอบคําถาม- สังเกตการให้เหตุผลของคําตอบในกิจกรรมประเมิน- การตังประเด็นคําถามของครูทีกระตุ้นความคิด- กิจกรรมประเมิน- แบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์- คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม - สังเกตจากพฤติกรรมการเรียนและการร่วมกิจกรรมในชันเรียน- แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน2
  27. 27. อิสลามสนับสนุนการติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างตัวเรากับเพือนมนุษย์ การติดต่อสัมพันธ์นันต้องเริมด้วยความบริสุทธิใจเพือให้อัลลอฮ์ ทรงตอบรับและให้ความจําเริญแก่งานนี ดังนันเราจึงสามารถคบหากับเพือนมนุษย์ได้ด้วยความบริสุทธิใจและสนิทใจ ดังจากโองการจากอัลกุอานทีมีความว่า“ในวันกิยามะฮ์นัน บรรดาผู้ทีเคยเป็นเพือนกัน ต่างก็จะกลายเป็นศัตรูกัน นอกจากบรรดาผู้ทีมีความยําเกรงต่ออัลลอฮ์เท่านัน”ซูเราะฮ์ อัซ ซุครุฟ: 67อิสลามสนับสนุนการอยู่อย่างสันโดษ เพือทีเราจะได้ใช้ความคิดตรึกตรองสิงต่างๆในโลกนีหรือเพือหาความสงบทางกายและจิตใจ แต่อิสลามก็ไม่ได้ห้ามการติดต่อหรือคบค้าสมาคมกับเพือนมนุษย์ แต่ในทางตรงกันข้ามกลับได้ชือว่าเป็นมุสลิมทีมีความดี ดังฮะดีสทีมีความว่า“มุอฺมินทีคบค้าสมาคมกับเพือนมนุษย์ และมีความอดทนต่อการทําร้ายของพวกเขานันย่อมดีกว่ามุอฺมินทีมิได้คบค้าสมาคมกับเพือนมนุษย์ และไม่มีความอดทนต่อการทําร้ายของพวกเขา”บันทึกโดย อัตติรมีซีย์อิสลามเน้นอยู่เสมอถึงการแสดงสัญลักษณ์แห่งความยิงใหญ่โดยสนับสนุนการรวมตัวของมุสลิม และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ยิงจํานวนมุสลิมมีมากขึนเท่าใดก็ยิงเพิมความจําเริญจากอัลลอฮ์ มากเพียงนัน ดังฮะดีสทีท่านเราะซูล กล่าวไว้มีความว่า“การละหมาดของคนคนหนึงร่วมกับอีกคนหนึงนัน ดียิงกว่าการละหมาดของคนๆนันคนเดียว
  28. 28. และการทีเขาละหมาดร่วมกับคนสองคนนันย่อมดีกว่าการละหมาดกับคนคนเดียวและถ้ายิงมีคนเพิมมากขึนเท่าใด นันก็คือความโปรดปรานของอัลลอฮ์ อัซซะวะญัลมากเท่านัน”บันทึกโดย อัตติรมีซีย์ถ้ามุสลิมอยู่อย่างโดดเดียว โดยตีตัวออกห่างจากผู้คนมากเท่าใดก็จะยิงพลาดโอกาสทีจะต่อสู้ในงานทีเป็นความดี หรือมีโอกาสน้อยทีจะยืนหยัดต่อสู้เพืออิสลาม และเขาก็จะกลายเป็นผู้ทีไม่ให้ความช่วยเหลือเพือนของเขาในยามคับขัน แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้วมักชอบสมาคม บางคนถึงกับวิงเข้าไปหา และสนทนากับผู้คนด้วยใบหน้าทียิมแย้มแจ่มใสแต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทังสองลักษณะนีอิสลามได้ชีแนวทางไว้ให้โดยคํากล่าวทีว่า“จงคบค้าสมาคมกับเพือน แต่อย่าให้กระทบกระเทือนกับศาสนา”และคํากล่าวทีว่า “มุอฺมินคือผู้ทีอ่อนน้อม เป็นมิตรสนิทสนมกัน”การอยู่อย่างสันโดษ และการอยู่โดยร่วมสังคมกับผู้อืน นับเป็นสองลักษณะทีมุสลิมควรรู้จักเลือกว่า เวลาใดควรจะอยู่ในลักษณะใดจึงจะเหมาะสม เพือทีจะให้สองลักษณะนี มีประโยชน์แก่ตัวของเขาเอง และแก่สังคมรอบข้างด้วยในการคบค้ากับเพือนฝูง ขอให้มีรากฐานสําคัญคือความบริสุทธิใจ และให้ทุกอย่างก้าวไปในหนทางของอีมาน และนันคือความหมายทีว่า “รักกันเพืออัลลอฮ์ ไม่รักกันกันเพืออัลลอฮ์” และนีคือความรักในแบบอิสลามทีแท้จริง เมือความปราถนาของมุสลิมในการคบเพือนเพืออัลลอฮ์ นัน เขาก็จะได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาลดังฮะดีสกุดซีย์ ท่านเราะซูล กล่าวว่า อัลลอฮ์ ตรัสไว้มีความว่า“บรรดาผู้ทีรักกันอันเนืองจากความยิงใหญ่และเดชานุภาพของข้านันเขาจะอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งอะรัชของข้า ในวันทีไม่มีร่มเงาใดๆนอกจากร่มเงาของข้าเท่านัน”บันทึกโดย อะหฺมัดมุสลิมนันจะต้องรักกันเพืออัลลอฮ์ และเช่นกันการไม่รักกันนันก็เพืออัลลอฮ์ เพือทีเขาจะได้ลิมรสความหวานชืนแห่งการศรัทธา ดังฮะดีสรายงานโดย ท่านอนัส อิบนิ มาลิก เราะฏิยัลลอฮุอันฮุ แจ้งว่า ท่านเราะซูล กล่าวว่า“มีอยู่สามอย่าง ถ้าผู้ใดมีลักษณะทังสามอย่างดังต่อไปนีอยู่ในตัวของเขาแล้ว เขาก็จะต้องพบและลิมรสกับความหวานชืนของการศรัทธา กล่าวคือ1. ให้อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์เป็นทีรักยิงแก่เขายิงกว่าสิงอืนใด
  29. 29. 2. ให้รักเพือนมนุษย์เพราะอัลลอฮ์ และเกลียดกันเพืออัลลอฮ์3. ให้เกลียดชังทีจะกลับไปสู่การกุฟรฺ ประดุจดังเกลียดชังทีจะถูกโยนเข้าสู่ไฟนรก”บันทึกโดย มุสลิม อัตติรมีซีย์ และอันนะซาอีย์เมือคนสองคนรักกันเพือทีจะเป็นเพือนกันในหนทางของอัลลอฮ์ ดังจะเห็นได้จากฮะดีสกุดซีย์ มีรายงานจากท่านเราะซูล แจ้งว่า อัลลอฮ์ ตรัสว่า“ความรักของข้านันจะปรากฏแก่บรรดาผู้ทีรักกันเพือข้า และผู้ทีเยียมเยือนกันเพือข้า และผู้ทีให้กันเพือข้า และผู้ทีเป็นมิตรกันเพือข้า”บันทึกโดย อะหฺมัด และอัฏฏ็อบรอนีย์เพือนทีดีนันย่อมจะนําพาเพือนของเขาสู่ชัยชนะทังในโลกนีและโลกหน้า ส่วนเพือนทีไม่ดีนัน กีมากน้อยแล้วทีสร้างความเจ็บปวดให้แก่เพือนของเขา เพราะทังสองนันได้ตกอยู่ภายใต้การชักนําของชัยฏอน ดังทีอัลลอฮ์ ได้ตรัสไว้มีความว่า“ในวันทีผู้อธรรมต่อตนเองจะกัดมือของเขา (วันกิยามะฮ์) แล้วกล่าวว่า หวังว่าฉันจะได้อยู่ในหนทางของท่านเราะซูลเหลือเกินโอ้ความวิบัติเอ๋ย หวังว่าฉันจะไม่เอาคนๆนันมาเป็นเพือนอีก เพราะเขาทําให้ฉันหันเหออกจากอัลกุรอาน ภายหลังจากทีอัลกุรอานได้มีมายังฉันแล้วและแท้จริงมันนันเป็นผู้หลอกลวง”ซูเราะฮ์ อัลฟุรกอน: 27-29ท่านเราะซูล ได้เตือนเกียวกับการเลือกคบเพือน โดยทีเราเลือกทีจะนําตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มบุคคลเหล่านันดังทีท่านเราะซูล กล่าวว่า“อุปมาเพือนทีดี อุปมัยดังคนทีมีของหอม(ชะมดเชียง) แม้ว่าจะไม่มีสิงใดจากของหอมนันมาถูกท่านเลยแต่กลินของมันก็จะมาถูกท่านด้วยและอุปมัยเพือนทีเลว อุปมัยดังช่างหลอมเหล็ก แม้ว่าสิงสกปรกจากเตาฟืนจะไม่ถูกท่าน แต่เถ้าถ่านของมันก็จะถูกท่าน”รายงานโดย อบูดาวู๊ด
  30. 30. ในกลุ่มเพือนทีเราเข้าไปอยู่นัน ถ้าเป็นคนไม่ดีแล้วก็จะเป็นอันตรายแก่เรา ส่วนเพือนทีดีทีฉลาดปราดเปรืองเขาก็จะยกฐานะของเพือนให้อยู่ในระดับสูงด้วยเช่นกันเพือนทีดีนันจะต้องตังมันอยู่บนหลักการศรัทธา และปฏิบัติงานตามทีเขาศรัทธาคือเป็นมุสลิมทีดีทังดุนยาและอาคิเราะฮ์ เขามีความดีอยู่ในตัวทุกด้าน ไม่ว่าทางกายหรือวาจาทีเปล่งออกมา หรือความนึกคิดก็จะเต็มไปด้วยความยุติธรรม ดังคํากล่าวทีว่า“ใครทีทําธุรกิจร่วมกับเพือนมนุษย์ โดยทีเขาไม่ขมเหง เมือพูดกับเขาก็ไม่โกหกเขาเมือสัญญากับเขาก็ไม่ผิดสัญญา นับว่าเขาผู้นันเป็นผู้ทีมีเกียรติอย่างสมบูรณ์ มีความเป็นธรรมอย่างบริสุทธิ”ท่านนบี ยังได้สอนแก่เราว่า ถ้ารักเพือนคนใดก็ให้บอกแก่เขาว่าเรารักเขา ทังนีเพือทีจะเป็นการเชือมความสัมพันธ์ให้กระชับยิงขึน ดังฮะดีสของท่านบี ซึงมีความว่า“เมือคนหนึงคนใดในพวกเจ้ารักพีน้องของเขา ก็จงบอกให้เขารู้ว่ารักเขา”บันทึกโดย อะหฺมัดท่านนบี ยังได้เสริมอีกว่า ถ้าเราจะคบเพือนคนใดก็ให้ถามชือ สกุล และควรจะรู้ว่าเขามาจากไหน เป็นใครกัน“เมือคนหนึงคนใดเป็นมิตรกัน ก็จงถามถึงชือของเขา และชือบิดาของเขา ว่าเป็นใคร เพราะจะทําให้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึน”บันทึกโดย อัตติรมีซีย์ท่านนบี ได้ส่งเสริมให้เราผูกมัดจิตใจของเพือน เพือให้ความรักนันยาวนานโดยการให้ของขวัญ ซึงของขวัญนันไม่จําเป็นต้องมีค่าเป็นวัตถุ หรือใหญ่โต เพียงแต่ให้รู้ว่ามีค่าแห่งนําใจระหว่างเพือนก็เพียงพอแล้ว ดังถ้อยคําของท่านเราะซูล ทีว่า“จงให้ของขวัญกันเถิด เพราะการให้ของขวัญกันนัน จะเป็นการขจัดความขุ่นข้องหมองใจกัน”บันทึกโดย อัตติรมีซีย์อิสลามสนับสนุนการคบค้าสมาคมกัน ดังนัน คําว่า “เพือน” จึงมีความสําคัญต่อมนุษย์ แต่ก่อนทีเราจะคบเพือนคนใดก็ขอให้เราพิจารณา ตรึกตรองให้ดี แล้วเราก็จะมีความสุขอยู่ในหมู่เพือนฝูงเหล่านัน คือเขาและเราต่างก็เป็นผู้ศรัทธาซึงกันและกัน เมือจะทําอะไรก็จะคิดอยู่เสมอว่าสิงนีอยู่ในหนทางของศาสนาหรือไม่ เมือบุคคลกลุ่มใดมีความคิดเช่นนีแล้ว อินชาอัลลอฮ์ พระองค์อัลลอฮ์คงจะโปรดให้เขาปลอดภัยจากมารร้ายต่างๆ และให้เขาเป็นมุอฺมินทีศรัทธาอย่างแท้จริง
  31. 31. ใบงานที 2หน่วยการเรียนรู้ที 6 เรือง การช่วยเหลือเพือนมนุษย์ ชัน( อป )ปีที 4/2การช่วยเหลือในอิสลามคําสังที : ให้นักเรียนตอบคําถามต่อไปนีให้ถูกต้อง1.ให้นักเรียนสรุปการช่วยเหลือในอิสลาม?........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

×