Th forty newly_in_the_month_of_ramadan

293 views

Published on

Th forty newly in the month of ramadan

Published in: Science
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
293
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
7
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Th forty newly_in_the_month_of_ramadan

  1. 1. 40 บทหะดีษฺ สําหรับเดือนเราะมะฎอน ‫א‬  F‫א‬E  ‫א‬W‫א‬  จัดทําโดย : หองสมุดอิกเราะอ จัดพิมพโดย สํานักงานความรวมมือเพื่อเผยแพรและสอนอิสลาม อัร-ร็อบวะฮฺ กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย ‫ﻣﻦ‬‫إﺻﺪارات‬:
  2. 2. พิมพครั้งแรก : ฮ.ศ. 1427 - ค.ศ. 2006 สงวนลิขสิทธิ์โดย เว็บไซตอิสลามเฮาส อนุญาตใหใชประโยชนจากหนังสือ โดยไมบิดเบือนหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา เดิม หากมีขอสงสัย คําแนะนําหรือแกขอผิดพลาดใดๆ กรุณาติดตอเราทาง เว็บไซต : www.islamhouse.com (4761) ฮ.ศ.1427 - ค.ศ. 2006 สํานักงานความรวมมือเพื่อเผยแพรและสอนอิสลาม อัร-ร็อบวะฮฺ กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย โทร. +966-1-445 4900, 491 6065 www.islamhouse.com
  3. 3. ดวยพระนามของอัลลอฮฺ ผูทรงเมตตา ผูทรงปรานียิ่งเสมอ  
  4. 4. 40 บทหะดีษฺ สําหรับเดือนเราะมะฎอน จัดทําโดย หองสมุดอิกเราะอ บรรณาธิการ ซุฟอัม อุษมาน บรรณาธิการรวม อุษมาน อิดรีส พิสูจนอักษร ฮุซเซ็น หะยีนาแว รูปเลม อบู ฟยรูซ หนังสือในโครงการความรวมมือเพื่อจัดพิมพหนังสือ โดย หองสมุดอิกเราะอ www.iqra.in.th โดยความรวมมือและสนับสนุนของ สํานักงานความรวมมือเพื่อเผยแพรและสอนอิสลาม อัร-ร็อบวะฮฺ กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย www.islamhouse.com
  5. 5. สารบัญ หัวขอ หนา บทบัญญัติการถือศีลอดจากอัลกุรอาน...............................................................8 คุณคาของเดือนเราะมะฎอนจากอัลกุรอาน.......................................................9 หะดีษฺที่ 1 การถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนเปนศาสนบังคับ......................10 หะดีษฺที่ 2 ประตูสวรรคเปด ประตูนรกปด.........................................................11 หะดีษฺที่ 3 เปนไทจากการลงโทษในขุมนรก........................................................12 หะดีษฺที่ 4 การอภัยโทษสําหรับผูถือศีลอด.........................................................13 หะดีษฺที่ 5 ผลตอบแทนของการถือศีลอดเปนสิทธิของอัลลอฮฺ..........14 หะดีษฺที่ 6 การถือศีลอดเปนโลปองกัน..................................................................15 หะดีษฺที่ 7 การถือศีลอดทําใหอารมณใครลดลง..........................................16 หะดีษฺที่ 8 ความเบิกบานใจของผูถือศีลอด......................................................17 หะดีษฺที่ 9 กลิ่นปากของผูถือศีลอด......................................................................18 หะดีษฺที่ 10 ประตูสวรรค อัรฺ-ร็อยยาน สําหรับผูถือศีลอด...................19 หะดีษฺที่ 11 ปลอดภัยจากไฟนรก..............................................................................20 หะดีษฺที่ 12 รักษามารยาทในการถือศีลอด.........................................................21 หะดีษฺที่ 13 ภัยจากการพูดปดขณะถือศีลอด...................................................22 หะดีษฺที่ 14 ความประเสริฐของการทาน “สะหูรฺ”...........................................23 หะดีษฺที่ 15 ใหทาน “สะหูรฺ” ในชวงทายสุดของกลางคืน........................24 หะดีษฺที่ 16 ใหรีบละศีลอดทันทีเมื่อถึงเวลา......................................................25 หะดีษฺที่ 17 ละศีลอดดวยลูกอินทผาลัม..............................................................26 หะดีษฺที่ 18 หลักฐานที่สนับสนุนใหละหมาดตะรอวีหฺ.................................27 หะดีษฺที่ 19 ความประเสริฐของการละหมาดตะรอวีหฺ................................29
  6. 6. หะดีษฺที่ 20 สงเสริมใหทําบุญกุศลในเดือนเราะมะฎอน...........................30 หะดีษฺที่ 21 การชวยเหลือของอัลกุรอานและการถือศีลอด......................31 หะดีษฺที่ 22 ความประเสริฐของการใหอาหารละศีลอด............................32 หะดีษฺที่ 23 ดุอาอฺของผูถือศีลอดไมถูกผลักไส...........................................33 หะดีษฺที่ 24 ดุอาอฺเมื่อละศีลอด................................................................................34 หะดีษที่ 25 คืน “ลัยละตุล ก็อดรฺ”...........................................................................35 หะดีษฺที่ 26 คุณคาของอิบาดะฮฺในคืนลัยละตุล ก็อดรฺ............................36 หะดีษที่ 27 ใหมุงมั่นประกอบอิบาดะฮฺในชวงสิบวันสุดทาย................37 หะดีษฺที่ 28 คนหาลัยละตุล ก็อดรฺ ในชวงสิบวันสุดทาย........................38 หะดีษฺที่ 29 การอิอฺติกาฟในชวงสิบวันสุดทาย.............................................39 หะดีษฺที่ 30 ดุอาอฺสําหรับคืน ลัยละตุล ก็อดรฺ...............................................40 หะดีษฺที่ 31 การจายซะกาตฟฏเราะฮฺเปนฟรฎ...................................................41 หะดีษฺที่ 32 จุดประสงคของการจายซะกาตฟฏเราะฮฺ................................42 หะดีษฺที่ 33 วันอีดในบัญญัติอิสลาม...................................................................43 หะดีษฺที่ 34 เสื้อผาสําหรับออกไปละหมาดอีด..............................................44 หะดีษฺที่ 35 ใหทานอาหารเล็กนอยกอนออกไปละหมาดอีดุลฟฏรฺ...45 หะดีษฺที่ 36 ใหนําสตรีออกไปรวมละหมาดอีด..............................................46 หะดีษฺที่ 37 ใหทําทานในเชาวันอีด.........................................................................47 หะดีษฺที่ 38 ใหออกไปละหมาดทางหนึ่งและกลับอีกทางหนึ่ง............49 หะดีษฺที่ 39 ใหเดินเทาออกสูที่ละหมาดอีด.......................................................50 หะดีษฺที่ 40 การละหมาดอีดที่มุศ็อลลา(สนามละหมาด)เปนสุนนะฮฺ..51 หะดีษฺที่ 41 การถือศีลอดหกวันในเดือนเชาวาล............................................52
  7. 7. คํานํา หนังสือ 40 บทหะดีษฺ สําหรับเดือนเราะมะฎอน เปนการรวบรวม หะ ดีษฺตางๆ ของทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จํานวนสี่สิบ กวาหะดีษฺที่เกี่ยวกับคุณคาของเดือนเราะมะฎอน และอะมัลตางๆ ที่ สนับสนุนใหปฏิบัติในเดือนอันเปยมยิ่งดวยความประเสริฐนี้ ตนฉบับเดิมของหนังสือเรียบเรียงโดย อบู อัดนาน อัลฟาริ ตีย ในภาษายาวี ผูจัดทําไดนํามาถอดความเปนภาษาไทยโดยคัดเอา เฉพาะตัวบทหะดีษฺเทานั้น หะดีษบางบทไดนํามาอางอิงใหมโดยคัด เอาเฉพาะสายรายงานที่ถูกยอมรับโดยอุละมาอ หมายเลขของหะดีษฺ อาศัยโปรแกรมสารานุกรมหะดีษฺของบริษัท Harf เปนเกณฑ ยกเวน หนังสือหะดีษฺที่ไมมีระบุในโปรแกรม ผูจัดทําหวังอยางยิ่งวา หนังสือเลมนี้จะเปนประโยชนแก มุสลิมทุกทานที่ประสงคจะแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ ใน เดือนแหงความประเสริฐ เดือนเราะมะฎอน อัล-มุบาร็อก ดวยการ ปฏิบัติตามจริยวัตรของทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม และใครขอกลาวขอบคุณสํานักงานความรวมมือเพื่อเผยแพร และสอนอิสลาม สํานักงานอัร-ร็อบวะฮฺ กรุงริยาด ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย เจาของเว็บไซต www.islamhouse.com ที่ไดกรุณา รับจัดพิมพและเผยแพรหนังสือเลมนี้ สิ่งใดที่ปรากฏเปนขอผิดพลาด ทางผูจัดทําพรอมที่จะรับฟง คําแนะนําจากผูอานทุกทานดวยความยินดี ขออัลลอฮฺทรงประทาน เตาฟก ผูจัดทํา
  8. 8. 8 บทบัญญัติการถือศีลอดจากอัลกุรอาน $y㕃r'¯≈tƒt⎦⎪Ï%©!$#(#θãΖtΒ#u™|=ÏGä.ãΝà6ø‹n=tæãΠ$u‹Å_Á9$# $yϑx.|=ÏGä.’n?tãš⎥⎪Ï%©!$#⎯ÏΒöΝà6Î=ö7s%öΝä3ª=yès9 tβθà)−Gs?∩⊇∇⊂∪ F‫א‬W١٨٣E  ความวา โอบรรดาผูศรัทธาทั้งหลาย ไดถูกบัญญัติแกสูเจาซึ่งการถือศีล อด เชนที่เคยถูกบัญญัติแกประชาชาติกอนหนาสูเจามาแลว เผื่อสูเจา จะตักวา1 (สํารวมและยําเกรง) อัล-บะเกาะเราะฮฺ 183 1 ตักวา หมายถึง การยําเกรงตออัลลอฮฺ ดวยการสํารวมตนและปองกันตัวเองใหรอด พนจากการลงโทษของอัลลอฮฺ ดวยการปฏิบัติตามคําสั่งของพระองคและละทิ้งสิ่ง ตองหามทั้งหลายที่ทรงหาม
  9. 9. คุณคาของเดือนเราะมะฎอนจากอัลกุรอาน ãöκy−tβ$ŸÒtΒu‘ü“Ï%©!$#tΑÌ“Ρé&ÏμŠÏùãβ#u™öà)ø9$#”W‰èδ Ĩ$¨Ψ=Ïj9;M≈oΨÉit/uρz⎯ÏiΒ3“y‰ßγø9$#Èβ$s%öàø9$#uρ4 F‫א‬W١٨٥E  ความวา อันวาเดือนเราะมะฎอนนั้นเปนเดือนที่ถูกประทานลงมาซึ่ง คัมภีรอัลกุรอาน เพื่อเปนทางนําแกมวลมนุษย และเปนสิ่งอธิบาย เกี่ยวกับทางนําและการแยกแยะอันชัดแจงยิ่ง อัล-บะเกาะเราะฮฺ 185
  10. 10. หะดีษฺที่ 1 การถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนเปนศาสนบังคับ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺎﻟ‬ َ ‫ﻗ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺔ‬ َ ‫ِﺸ‬‫ﺋ‬ َ ‫ﺨ‬:َ‫اء‬ َ‫ر‬‫ﻮ‬ ُ ‫ﺷ‬ َ ‫ﺨ‬ ُ ‫م‬ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﻳ‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ ِ‫ﺔ‬ َّ ‫ﻴ‬ِ‫ﻠ‬ِ‫ﻫ‬‫ﺎ‬َ ْ ‫اﺠﻟ‬ ِ‫ﻲﻓ‬ ٌ ‫ﺶ‬ ْ ‫ﻳ‬ َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ُ ‫ﻮﻣ‬ ُ ‫ﺼ‬ َ ‫ﺗ‬، ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ َ‫و‬ ُ ‫ﻪ‬ ُ ‫ﻣ‬‫ﻮ‬ ُ ‫ﺼ‬ َ ‫ﻳ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬،َ‫ﺮ‬ َ ‫ﻣ‬ َ ‫أ‬ َ‫و‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻣ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﺻ‬ َ ‫ﺔ‬ َ ‫ﻳﻨ‬ ِ‫ﺪ‬ َ ‫ﻤ‬ ْ ‫ﻟ‬‫ا‬ َ ‫م‬ ِ‫ﺪ‬ َ ‫ﻗ‬ ‫ﺎ‬ َّ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ﻪ‬ِ‫ﻣ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻴ‬ ِ‫ﺼ‬ِ‫ﺑ‬،‫ﺎ‬ َّ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬َ‫اء‬َ‫ﻮر‬ ُ ‫ﺷ‬ َ ‫ﺨ‬ َ ‫م‬ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﻳ‬ َ ‫ك‬َ‫ﺮ‬ َ ‫ﺗ‬ ُ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬َ‫ر‬ َ ‫ض‬ِ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻓ‬،َ‫ﺎء‬ َ ‫ﺷ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻓ‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻛ‬َ‫ﺮ‬ َ ‫ﺗ‬ َ‫ﺎء‬ َ ‫ﺷ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬َ‫و‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﺎﻣ‬ َ ‫ﺻ‬. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٨٦٣‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٨٩٧( ความวา จากทานหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา กลาววา “วันอา ชูรออฺ(วันที่สิบของเดือนมุหัรฺร็อม) เปนวันที่พวกกุร็อยชถือศีลอดกัน ในยุค ญาฮิลียะฮฺ(ยุคกอนอิสลาม) ทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เองก็ไดถือศีลอดในวันนั้นเชนกันกอนที่ทานจะเปนรอซูล ครั้นเมื่อทานอพยพไปมะดีนะฮฺทานก็ยังไดถือศีลอดในวันนั้นอีกและ ไดสั่งใหคนอื่นๆ ถือศีลอดในวันนั้นอีกดวย จนกระทั่งเมื่อการถือศีล อดในเดือนเราะมะฎอนไดถูกบัญญัติขึ้น ทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะ ลัยฮิ วะสัลลัม จึงไดเลิกถือศีลอดวันอาชูรออฺ(หมายถึงไมไดเปน ศาสนกิจบังคับอีกตอไป) ผูใดก็ตามที่ตองการปฏิบัติเขาก็ถือศีลอด(ใน วันอาชูรออฺ)นั้น หรือผูใดไมตองการปฏิบัติเขาก็ละทิ้งมัน(ไมถือศีลอด ในวันอาชูรออฺ)” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม)
  11. 11. 11 หะดีษฺที่ 2 ประตูสวรรคเปด ประตูนรกปด ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َّ ‫ن‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬:» َّ ‫ﻨ‬َ ْ ‫اﺠﻟ‬ ُ ‫اب‬َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﺑ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺤ‬ ِّ ‫ﺘ‬ ُ ‫ﻓ‬ ُ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬َ‫ر‬ َ‫ﺎء‬ َ ‫ﺟ‬ ‫ا‬ َ ‫ذ‬ِ‫إ‬ِ‫ﺔ‬، ِ‫ﺎر‬َّ‫اﺠ‬ ُ ‫اب‬َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﺑ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﻘ‬ ِّ ‫ﻠ‬ ُ ‫ﻏ‬َ‫و‬،ُ‫ِﻦﻴ‬‫ﻃ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻴ‬ َّ ‫اﻟﺸ‬ ْ ‫ت‬ َ ‫ﺪ‬ ِّ ‫ﻔ‬ ُ ‫ﺻ‬َ‫و‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٧٦٦‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٧٩٣‫واﻟﻠﻔﻆ‬( ความวา จากทานอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาจากทานรอ ซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “เมื่อใดที่เราะ มะฎอนมาถึง ประตูทั้งหลายของสวรรคจะถูกเปดอา(อยางกวางขวาง) ประตูทั้งหลายของนรกจะถูกปดตรึง และเหลาชัยฏอนจะถูกมัดไว” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม สํานวนหะดีษเปนของมุสลิม)
  12. 12. 12 หะดีษฺที่ 3 เปนไทจากการลงโทษในขุมนรก َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬:» َ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬ َ‫ر‬ ِ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻬ‬ َ ‫ﺷ‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ ٍ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ْ َ ُ ‫ل‬ َّ‫و‬ َ ‫أ‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ ‫ا‬ َ ‫ذ‬ِ‫إ‬ ِّ‫ﻦ‬ِ ْ ‫اﺠﻟ‬ ُ ‫ة‬ َ ‫د‬َ‫ﺮ‬ َ ‫ﻣ‬َ‫و‬ ُ‫ِﻦﻴ‬‫ﻃ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻴ‬ َّ ‫اﻟﺸ‬ ْ ‫ت‬ َ ‫ﺪ‬ ِّ ‫ﻔ‬ ُ ‫ﺻ‬،ِ‫ﺎر‬َّ‫اﺠ‬ ُ ‫اب‬َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﺑ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﻘ‬ ِّ ‫ﻠ‬ ُ ‫ﻏ‬َ‫و‬،ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ ٌ ‫ﺎب‬ َ ‫ﺑ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ِ‫ﻣ‬ ْ ‫ﺢ‬ َ ‫ﺘ‬ ْ ‫ﻔ‬ ُ ‫ﻓ‬،َ ْ ‫اﺠﻟ‬ ُ ‫اب‬َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﺑ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺤ‬ ِّ ‫ﺘ‬ ُ ‫ﻓ‬ َ‫و‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ِ‫ﻣ‬ ْ ‫ﻖ‬ َ ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻐ‬ ُ ‫ﻓ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ﺔ‬ َّ ‫ﻨ‬ ٌ ‫ﺎب‬ َ ‫ﺑ‬،ٍ‫د‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻨ‬ ُ ‫ﻣ‬ ‫ِي‬‫د‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻨ‬ ُ ‫ﻳ‬ َ‫و‬: ْ ‫ﻞ‬ِ‫ﺒ‬ ْ ‫ﻗ‬ َ ‫أ‬ ِ ْ ‫ﺮﻴ‬ َ ْ ‫اﺨﻟ‬ َ ِ‫ﺎﻲﻏ‬ َ ‫ﺑ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻳ‬،ِّ َّ ‫اﻟﺮﺸ‬ َ ِ‫ﺎﻲﻏ‬ َ ‫ﺑ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻳ‬َ‫و‬ ْ ِ‫ﺮﺼ‬ ْ ‫ﻗ‬ َ ‫أ‬،َ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ ُ‫ﺎء‬ َ ‫ﻘ‬ َ ‫ﺘ‬ ُ ‫ﻗ‬ ِ َّ ِ‫ﺑ‬َ‫و‬ِ‫ﺎر‬َّ‫اﺠ‬،ٍ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ْ َ ُّ ُ ‫ﻞﻛ‬ َ ‫ﻟﻚ‬ َ ‫ذ‬َ‫و‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻟﺮﺘﻣﺬي‬٦١٨‫رﻗﻢ‬ ‫ﻟﻸﻛﺎ‬ ‫اﻟﺼﻐﺮﻴ‬ ‫اﺠﻟﺎﻣﻊ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬ ،٧٥٩:‫ﺣﺴﻦ‬( ความวา จากทานอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาจากทานรอ ซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “เมื่อคืนแรกของ เดือน เราะมะฎอนมาถึง เหลาชัยฏอนและญินที่ชั่วรายทั้งหลายจะ ถูกมัด ประตูทั้งหลายของนรกจะถูกปดตรึง ไมมีประตูใดของมันที่ถูก เปดอยูเลย ในขณะที่ประตูทั้งหลายของสวรรคจะถูกเปดอา ไมมีประตู ใดๆ เลยของมันที่ถูกปด และจะมีผูที่ปาวประกาศเรียกรองวา ‘โอผูที่ ขวนขวายความประเสริฐ จงรีบมาเถิด1 โอที่ผูขวยขวายความชั่วราย จงหยุดเถิด’ และสําหรับอัลลอฮฺนั้นมีผูที่พระองคจะทรงปลดปลอยพวก เขาจากนรก สิ่งเหลานั้น(การเรียกรองและการปลดปลอย) จะเกิดขึ้น ทุกค่ําคืน(ของเดือนเราะมะฎอน)” (รายงานโดย อัต-ติรฺมิซีย) 1 หมายถึง รีบมาแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺดวยการปฏิบัติความดี
  13. 13. 13 หะดีษฺที่ 4 การอภัยโทษสําหรับผูถือศีลอด َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬َ‫ﻢ‬:»َ‫ﺮ‬ِ‫ﻔ‬ ُ ‫ﻏ‬ ‫ﺎ‬ ً ‫ﺎﺑ‬ َ ‫ﺴ‬ِ‫ﺘ‬ ْ ‫اﺣ‬َ‫و‬ ‫ﺎ‬ ً ‫ﺎﻧ‬ َ ‫ﻳﻤ‬ِ‫إ‬ َ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎم‬ َ ‫ﺻ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ ِ‫ﻪ‬ِ‫ﺒ‬ ْ ‫ﻧ‬ َ ‫ذ‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ َ ‫م‬ َّ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻳ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬ ُ َ «. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬٣٧‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٢٧٦( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “ผูใดที่ถือศีลอด ในเดือนเราะ-มะฎอนดวยเปยมศรัทธาและหวังในผลบุญ เขาจะไดรับ การอภัยจากความผิดบาปที่ผานมาของเขา” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม)
  14. 14. 14 หะดีษฺที่ 5 ผลตอบแทนของการถือศีลอดเปนสิทธิของอัลลอฮฺ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﻦ‬ِ َ ‫أ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬:ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ ُ ‫ﺖ‬ ْ ‫ﻌ‬ِ‫ﻤ‬ َ ‫ﺳ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻓ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬:» َّ ‫ﻞ‬ َ ‫ﺟ‬َ‫و‬ َّ‫ﺰ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬:ِ‫ﻞ‬ َ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻗ‬ ُّ ُ ‫ﻞﻛ‬ َّ ‫ﻻ‬ِ‫إ‬ ُ َ َ ‫م‬ َ ‫آد‬ ِ‫ﻦ‬ ْ ‫اﺑ‬ َ ‫ﺎم‬ َ ‫ﻴ‬ ِّ ‫اﻟﺼ‬،ِ‫ﻪ‬ِ‫ﺑ‬ ‫ي‬ِ‫ﺰ‬ ْ ‫ﺟ‬ َ ‫أ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻧ‬ َ ‫أ‬َ‫و‬ ِ‫ﻲﻟ‬ َ‫ﻮ‬ ُ ‫ﻫ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬١٩٤٢( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “องคอัลลอฮฺ ผู ทรงเกรียงไกรและสูงสงไดมีดํารัสวา ‘การงานทุกประการของมนุษย นั้น(จะไดรับผลบุญ)ตามสวนที่เขาไดกระทํา ยกเวนการถือศีลอด (ผลตอบแทนตอ)การถือศีลอดนั้นเปนสิทธิของฉัน และฉันจะตอบ แทน(ตามความประสงคของฉัน)เอง’ 1 ” (รายงานโดยมุสลิม) 1 นั่นคือ พระองคจะทรงเพิ่มพูนผลตอบแทนการถือศีลอดใหเทาทวีดวยความเมตตา ของพระองคตามแตที่ทรงประสงคโดยไมมีกําหนดตายตัวเชน เจ็ดเทา สิบเทา เจ็ด รอยเทา ฯลฯเหมือนการปฏิบัติความดีอื่นๆ
  15. 15. 15 หะดีษฺที่ 6 การถือศีลอดเปนโลปองกัน ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َّ ‫ن‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ة‬ َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬ َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬:» ٌ ‫ﺔ‬ َّ ‫ﻨ‬ ُ ‫ﺟ‬ ُ ‫ﺎم‬ َ ‫ﻴ‬ ِّ ‫اﻟﺼ‬، َ ‫ﻼ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ﻻ‬َ‫و‬ ْ ‫ﺚ‬ ُ ‫ﻓ‬ْ‫ﺮ‬ َ ‫ﻳ‬ ْ ‫ﻞ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ َ ‫ﺠﻳ‬،ِ‫ن‬ِ‫إ‬َ‫و‬ ٌ‫ِﻢ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﺻ‬ ِّ ِ‫إ‬ ْ ‫ﻞ‬ ُ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻴ‬ ْ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻤ‬ َ ‫ﺎﻳ‬ َ ‫ﺷ‬ ْ‫و‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺎﺗ‬ َ ‫ﻗ‬ ٌ ‫ؤ‬ُ‫ﺮ‬ ْ ‫اﻣ‬‫ـ‬ِ ْ ‫ﻦﻴ‬ َ ‫ﻳ‬َّ‫ﺮ‬ َ ‫ﻣ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٧٦١( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “การถือศีลอด นั้นเปนโลปองกัน1 ดังนั้น(เมื่อผูใดถือศีลอด)แลว เขาอยาไดพูดจา หยาบโลนและอยาไดประพฤติเยี่ยงผูที่ไรจริยธรรม และหากแมนมีผูใด ตองการทะเลาะเบาะแวงหรือกลาวดาวารายเขา ก็ใหเขากลาวแกคนผู นั้นวา ‘แทจริงฉันเปนผูถือศีลอด แทจริงฉันเปนผูถือศีลอด’ 2 ” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย) 1 คือปองกันไมใหผูถือศีลอดประพฤติสิ่งที่ไมดี หรือปองกันเขาจากการตองเขานรก 2 คือใหกลาวเพียงเทานี้ โดยไมตองตอบโตดวยคําพูดอื่นที่อาจจะทําใหการถือศีลอด บกพรอง
  16. 16. 16 หะดีษฺที่ 7 การถือศีลอดทําใหอารมณใครลดลง ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ِ‫ﺪ‬ ْ ‫ﺒ‬ َ ‫ﻗ‬ِ َّ ‫اﺑ‬ٍ‫د‬‫ﻮ‬ ُ ‫ﻌ‬ ْ ‫ﺴ‬ َ ‫ﻣ‬ ‫ﺑﻦ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬:»ِ‫ب‬‫ﺎ‬ َ ‫ﺒ‬ َّ ‫ﻟﺸ‬‫ا‬ َ َ ‫ﺮﺸ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻣ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻳ‬،ِ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ ْ ‫ج‬ َّ‫و‬ َ َ ‫ﺰﺘ‬ َ ‫ﻴ‬ ْ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ة‬ َ‫ء‬‫ﺎ‬َ ْ ‫ﻛ‬‫ا‬ ْ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻜ‬ ْ ‫ﻨ‬ِ‫ﻣ‬ َ ‫ع‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻄ‬ َ ‫ﺘ‬ ْ ‫اﺳ‬‫؛‬ َّ ‫ﻧ‬ِ‫ﺈ‬ َ ‫ﻓ‬ِ َ‫ﺮﺼ‬ َ ‫ﺒ‬ ْ ‫ِﻠ‬‫ﻟ‬ ُّ ‫ﺾ‬ َ ‫ﻏ‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﻪ‬ ِ‫ج‬ْ‫ﺮ‬ َ ‫ﻔ‬ ْ ‫ِﻠ‬‫ﻟ‬ ُ‫ﻦ‬ َ ‫ﺼ‬ ْ ‫ﺣ‬ َ ‫أ‬َ‫و‬،ِ‫م‬ْ‫ﻮ‬ َّ ‫ﺎﻟﺼ‬ِ‫ﺑ‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻓ‬ ْ ‫ﻊ‬ِ‫ﻄ‬ َ ‫ﺘ‬ ْ ‫ﺴ‬ َ ‫ﻳ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻟ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ َ‫و‬‫؛‬ُ َ ُ ‫ﻪ‬ َّ ‫ﻧ‬ِ‫ﺈ‬ َ ‫ﻓ‬ ٌ‫ﺎء‬ َ ‫ﺟ‬ِ‫و‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬٤٦٧٨‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،٢٤٨٥( ความวา จากทานอับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาจาก ทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “บรรดาผู เปนหนุมทั้งหลาย ผูใดในหมูพวกทานที่มีความสามารถจะครองคูก็จง แตงงานเสีย เพราะแทจริงแลวมัน(การแตงงานนั้น)ทําใหลดสายตา (จากการมองสิ่งตองหาม)ไดดีกวา และใหการปกปองอวัยวะเพศ(จาก การประพฤติผิด)ไดดีกวา และหากผูใดไมมีความสามารถ ก็ใหเขาถือ ศีลอด เพราะมัน(การถือศีลอดนั้น)จะเปนตัวปองกัน(จากการประพฤติ ผิดในกามารมณ)” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม)
  17. 17. 17 หะดีษฺที่ 8 ความเบิกบานใจของผูถือศีลอด ‫ﻋﻦ‬ْ ِ َ ‫أ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ ‫ا‬َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬:»...‫ا‬ َ ‫ذ‬ِ‫إ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻤ‬ ُ ‫ﻬ‬ ُ ‫ﺣ‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻔ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ﺎن‬ َ ‫ﺘ‬ َ ‫ﺣ‬ْ‫ﺮ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ِﻢ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َّ ‫ِﻠﺼ‬‫ﻟ‬ َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ِ‫ﻣ‬ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﺼ‬ِ‫ﺑ‬ َ ‫ح‬ِ‫ﺮ‬ َ ‫ﻓ‬ ُ ‫ﻪ‬ َّ ‫ﺑ‬َ‫ر‬ َ ِ‫ﻲﻘ‬ َ ‫ﻟ‬ ‫ا‬ َ ‫ذ‬ِ‫إ‬َ‫و‬ِ‫ه‬ِ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻄ‬ِ‫ﻔ‬ِ‫ﺑ‬ َ ‫ح‬ِ‫ﺮ‬ َ ‫ﻓ‬ َ‫ﺮ‬ َ ‫ﻄ‬ ْ ‫ﻓ‬ َ ‫أ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬١٩٤٤( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “สําหรับผูถือศีล อดนั้นมีความเบิกบานใจอยูสองครั้ง เมื่อเขาละศีลอดเขาจะเบิกบาน ใจกับการละศีลอดนั้น และเมื่อเขาไดพบองคอภิบาลของเขา เขาจะ เบิกบานใจกับ(ผลบุญที่ไดจาก)การถือศีลอดของเขา” (รายงานโดย มุสลิม)
  18. 18. 18 หะดีษฺที่ 9 กลิ่นปากของผูถือศีลอด ‫ﻋﻦ‬ َ ‫أ‬ْ ِ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬: َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬ َ ‫ل‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬:»...ِ‫ه‬ ِ‫ﺪ‬ َ ‫ﻴ‬ِ‫ﻧ‬ ٍ‫ﺪ‬ َّ ‫ﻤ‬ َ ُ ‫ﺤﻣ‬ ُ ‫ﺲ‬ ْ ‫ﻔ‬ َ ‫ﻏ‬ ‫ي‬ ِ َّ ‫ا‬ َ‫و‬، ِ‫ﻳﺢ‬ِ‫ر‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ ِ‫ﺔ‬ َ ‫ﺎﻣ‬ َ ‫ﻴ‬ِ‫ﻘ‬ ْ ‫اﻟ‬ َ ‫م‬ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﻳ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﺪ‬ ْ ‫ِﻨ‬‫ﻋ‬ ُ‫ﺐ‬ َ ‫ﻴ‬ ْ ‫ﻃ‬ َ ‫أ‬ ِ‫ِﻢ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َّ ‫اﻟﺼ‬ ِ‫ﻢ‬ َ ‫ﻓ‬ ُ ‫ﻮف‬ ُ ‫ﻠ‬ ُ َ ‫ﺨﻟ‬ ِ‫ﻚ‬ ْ ‫ﺴ‬ِ‫ﻤ‬ ْ ‫اﻟ‬...«. )‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬١٩٤٤( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “ขอสาบาน ดวยอัลลอฮฺผูซึ่งชีวิตมุหัมมัดอยูในพระหัตถของพระองค แทจริงแลว กลิ่นปากของผูที่ถือ ศีลอดนั้น มีกลิ่นหอม ณ อัลลอฮฺ ในวันกิยามะฮฺ ยิ่งกวากลิ่นของน้ําหอมมิสกฺ(ชะมดเชียง)” (รายงานโดย มุสลิม)
  19. 19. 19 หะดีษฺที่ 10 ประตูสวรรค อัรฺ-ร็อยยาน สําหรับผูถือศีลอด ِ‫ﻞ‬ ْ ‫ﻬ‬ َ ‫ﺳ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﺑ‬ِ‫ﻦ‬ٍ‫ﺪ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﺳ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِّ ِ‫ﻲﺒ‬َّ‫ﺠ‬‫ا‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬ َ ِ َ‫ر‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬:» ُ ‫ﺎن‬ َّ ‫ﻳ‬َّ‫اﻟﺮ‬ ُ َ ُ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻘ‬ ُ ‫ﻓ‬ ‫ﺎ‬ ً ‫ﺎﺑ‬ َ ‫ﺑ‬ ِ‫ﺔ‬ َّ ‫ﻨ‬َ ْ ‫اﺠﻟ‬ ِ‫ﻲﻓ‬ َّ ‫ن‬ِ‫إ‬، ُ ‫ﻞ‬ ُ ‫ﺧ‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻳ‬ َ ‫ﻻ‬ ِ‫ﺔ‬ َ ‫ﺎﻣ‬ َ ‫ﻴ‬ِ‫ﻘ‬ ْ ‫اﻟ‬ َ ‫م‬ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﻳ‬ َ ‫ﻮن‬ ُ ‫ِﻤ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َّ ‫اﻟﺼ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ِﻨ‬‫ﻣ‬ْ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻫ‬ُ ْ ‫ﺮﻴ‬ َ ‫ﻟ‬ ٌ ‫ﺪ‬ َ ‫ﺣ‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ِﻨ‬‫ﻣ‬ ُ ‫ﻞ‬ ُ ‫ﺧ‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻳ‬، َ ‫ﻮن‬ ُ ‫ِﻤ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َّ ‫اﻟﺼ‬ َ‫ﻦ‬ ْ ‫ﻓ‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻘ‬ ُ ‫ﻓ‬‫؟‬ َ ‫ﻮن‬ ُ ‫ﻮﻣ‬ ُ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻓ‬، َ ‫ﻻ‬ ٌ ‫ﺪ‬ َ ‫ﺣ‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ِ‫ﻣ‬ ُ ‫ﻞ‬ ُ ‫ﺧ‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻳ‬ ْ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻫ‬ُ ْ ‫ﺮﻴ‬ َ ‫ﻟ‬، ُ ‫أ‬ ‫ﻮا‬ ُ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺧ‬ َ ‫د‬ ‫ا‬ َ ‫ذ‬ِ‫ﺈ‬ َ ‫ﻓ‬ ٌ ‫ﺪ‬ َ ‫ﺣ‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ِﻨ‬‫ﻣ‬ ْ ‫ﻞ‬ ُ ‫ﺧ‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻳ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ﻖ‬ِ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻏ‬« َ ‫ﺪ‬ ْ ‫ﻳ‬ِ‫وز‬ ‫ﻣﺎﺟﻪ‬ ‫اﺑﻦ‬ ‫ﻋﻨﺪ‬:»‫ا‬ ً ‫ﺪ‬ َ ‫ﺑ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ﺄ‬ َ ‫ﻤ‬ ْ ‫ﻈ‬ َ ‫ﻓ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻟ‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺧ‬ َ ‫د‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬َ‫و‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٧٦٣‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٩٤٧‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺎﺟﻪ‬ ‫اﺑﻦ‬ ،١٦٣٠( ความวา จากทาน สะหฺลิ อิบนุ สะอฺดิ ไดฟงจากทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “แทจริง ในสวรรคนั้นมีประตูหนึ่งมี ชื่อเรียกวา อัรฺ-ร็อยยาน ในวันกิยามะฮฺผูถือศีลอดจะเขาสวรรคจาก ประตูนี้ ไมมีผูใดสักคนเขาจากประตูนี้นอกจากพวกเขา จะมีเสียงถาม ขึ้นมาวา ‘ไหนเลาบรรดาผูถือศีลอด?’ (เพื่อเรียกใหพวกเขาไดเขา สวรรคจากประตูนี้) แลวพวกเขาก็จะยืนขึ้น ไมมีผูใดสักคนเขาจาก ประตูนี้นอกจากพวกเขา เมื่อพวกเขาไดเขาไปหมดแลว ประตูนี้ก็จะถูก ปด จึงไมมีผูใดไดเขาไปจากประตูนี้อีกนอกจากพวกเขา” มีสํานวน เพิ่มเติมจากสายรายงานของอิบนุ มาญะฮฺวา “ผูใดที่ไดเขาจากประตูนี้ เขาจะไมกระหายอีกเลยชั่วนิรันดร” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย, มุสลิม และอิบนุ มาญะฮฺ)
  20. 20. 20 หะดีษฺที่ 11 ปลอดภัยจากไฟนรก ٍ‫ﻴﺪ‬ِ‫ﻌ‬ َ ‫ﺳ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ ِّ‫ي‬ِ‫ر‬ ْ ‫ﺪ‬ ُ ْ ‫اﺨﻟ‬:َّ ِ‫ﻲﺒ‬َّ‫اﺠ‬ ُ ‫ﺖ‬ ْ ‫ﻌ‬ِ‫ﻤ‬ َ ‫ﺳ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻓ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬:»ِ‫ﻴﻞ‬ِ‫ﺒ‬ َ ‫ﺳ‬ ِ‫ﻲﻓ‬ ‫ﺎ‬ ً ‫ﻣ‬ ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﻳ‬ َ ‫ﺎم‬ َ ‫ﺻ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬،‫ﺎ‬ ً ‫ﻳﻔ‬ِ‫ﺮ‬ َ ‫ﺧ‬ َ‫ﻦﻴ‬ِ‫ﻌ‬ ْ ‫ﺒ‬ َ ‫ﺳ‬ ِ‫ﺎر‬َّ‫اﺠ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﺟ‬َ‫و‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﺪ‬ َّ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻧ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬٢٦٢٨‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٩٤٩( ความวา จากทาน อบู สะอี๊ด อัล-คุดรีย เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ไดฟง ทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กลาววา “ผูใดที่ถือศีลอด หนึ่งวันดวยความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ (ผลตอบแทนของเขาก็คือ) พระองคจะทรงทําใหเขาหางไกลจากไฟนรกถึงระยะทางเทากับเจ็ดสิบ ฤดูกาลในการเดินทาง” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม)
  21. 21. 21 หะดีษฺที่ 12 รักษามารยาทในการถือศีลอด َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬:‫ﻮ‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ل‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬:» َّ ‫ﻻ‬ِ‫إ‬ ِ‫ﻪ‬ِ‫ﻣ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻴ‬ ِ‫ﺻ‬ ْ ‫ﻦ‬ِ‫ﻣ‬ ُ َ َ ‫ﺲ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻟ‬ ٍ‫ِﻢ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﺻ‬ َّ ‫ب‬ ُ‫ر‬ ُ ‫ﻮع‬ُ ْ ‫اﺠﻟ‬،ِ‫إ‬ ِ‫ﻪ‬ِ‫ﻣ‬‫ﺎ‬ َ ‫ِﻴ‬‫ﻗ‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ ُ َ َ ‫ﺲ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻟ‬ ٍ‫ِﻢ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻗ‬ َّ ‫ب‬ُ‫ر‬َ‫و‬ َّ ‫ﻻ‬ُ‫ﺮ‬ َ ‫ﻬ‬ َّ ‫اﻟﺴ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺎﺟﻪ‬ ‫اﺑﻦ‬١٦٨٠‫رﻗﻢ‬ ‫ﻟﻸﻛﺎ‬ ‫ﻣﺎﺟﻪ‬ ‫اﺑﻦ‬ ‫ﺳﻦﻨ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬ ،١٣٧١:‫ﺻﺤﻴﺢ‬ ‫ﺣﺴﻦ‬( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “บอยครั้งที่ผูถือ ศีลอดไมไดรับผลตอบแทนจากการถือศีลอดของเขา นอกเสียจาก ความหิว(เพราะไมรักษามารยาทในการถือศีลอด) และบอยครั้งที่ผูยืน (ละหมาดในเวลากลางคืน)ไมไดรับผลตอบแทนจากการยืนละหมาด ของเขานอกเสียจากการอดนอน” (รายงานโดยอิบนุ มาญะฮฺ)
  22. 22. 22 หะดีษฺที่ 13 ภัยจากการพูดปดขณะถือศีลอด َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬:» ْ ‫ع‬ َ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻳ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻟ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ِ‫ﻪ‬ِ‫ﺑ‬ َ ‫ﻞ‬ َ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻌ‬ ْ ‫اﻟ‬ َ‫و‬ ِ‫ور‬ ُّ‫اﻟﺰ‬ َ ‫ل‬ ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫اﺑ‬َ َ ‫ﺮﺷ‬َ‫و‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﺎﻣ‬ َ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻃ‬ َ ‫ع‬ َ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻳ‬ ْ ‫ن‬ َ ‫أ‬ ِ‫ﻲﻓ‬ ٌ ‫ﺔ‬ َ ‫ﺎﺟ‬ َ ‫ﺣ‬ ِ َّ ِ‫ﺑ‬ َ ‫ﺲ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٧٧٠( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “ผูใดที่ไมละทิ้ง การพูดเท็จและยังปฏิบัติอยูอีก(ในขณะที่ถือศีลอด) ดังนั้นไมใช ความจําเปนเลยสําหรับอัลลอฮฺ ที่เขาผูนั้นตองละทิ้งอาหารการดื่มกิน ของเขา1 ” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย) 1 หมายความวา การถือศีลอดของเขาจะไมมีความหมายหรือผลตอบแทนใดๆ จากอัลลอฮฺ ตราบใดที่เขาไมละทิ้งการพูดเท็จในขณะที่ถือศีลอด
  23. 23. 23 หะดีษฺที่ 14 ความประเสริฐของการทาน “สะหูรฺ”1 ‫ﻦ‬ َ ‫ﻋ‬ٍ‫ﺲ‬ َ ‫ﻧ‬ َ ‫أ‬ِ‫ﻦ‬ ْ ‫ﺑ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ ٍ‫ِﻚ‬‫ﻟ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ُّ ِ‫ﻲﺒ‬َّ‫اﺠ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬:» ً ‫ﺔ‬ َ ‫ﻛ‬َ‫ﺮ‬ َ ‫ﺑ‬ ِ‫ﻮر‬ ُ ‫ﺤ‬ َّ ‫اﻟﺴ‬ ِ‫ﻲﻓ‬ َّ ‫ن‬ِ‫ﺈ‬ َ ‫ﻓ‬ ‫وا‬ُ‫ﺮ‬ َّ ‫ﺤ‬ َ ‫ﺴ‬ َ ‫ﺗ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٧٨٩‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٨٣٥( ความวา จากทานอะนัส อิบนุ มาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “พวกทานจงทาน สะหูรฺ เถิด เพราะใน สะหูรฺ นั้นมีบะเราะกัต(ความประเสริฐ)” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม) 1 อาหารที่ผูถือศีลอดทานตอนหัวรุงกอนการเริ่มถือศีลอดในแตละวัน
  24. 24. 24 หะดีษฺที่ 15 ใหทาน “สะหูรฺ” ในชวงทายสุดของกลางคืน ِ‫ﺲ‬ َ ‫ﻧ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ِ‫ﺑﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ِ‫ﻟ‬‫ﺎ‬ٍ‫ﻚ‬ ُ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ ٍ‫ﺖ‬ِ‫ﺎﺑ‬ َ ‫ﺛ‬ ِ‫ﻦ‬ ْ ‫ﺑ‬ ِ‫ﺪ‬ ْ ‫ﻳ‬ َ ‫ز‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺎل‬:َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ِ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ﻊ‬ َ ‫ﻣ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻧ‬ ْ‫ﺮ‬ َّ ‫ﺤ‬ َ ‫ﺴ‬ َ ‫ﺗ‬،َّ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻋ‬ َ ‫ﻼ‬ َّ ‫اﻟﺼ‬ َ ‫ﻰﻟ‬ِ‫إ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻨ‬ ْ ‫ﻤ‬ ُ ‫ﻗ‬ِ‫ة‬، ُ ‫ﺖ‬ ْ ‫ﻠ‬ ُ ‫ﻗ‬:‫ﺎ‬ َ ‫ﻤ‬ ُ ‫ﻬ‬ َ ‫ﻨ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﺑ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬ ُ‫ر‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻛ‬‫؟‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: ً ‫ﺔ‬ َ ‫آﻳ‬ َ‫ﻦﻴ‬ِ‫ﺴ‬ ْ َ ‫ﻤﺧ‬.‫رواﻳﺔ‬ ‫و‬: ً ‫ﺔ‬ َ ‫آﻳ‬ ِ‫ﻲﻨ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻓ‬ َ‫ﻦﻴ‬ ِّ ‫ﺘ‬ِ‫ﺳ‬ ْ‫و‬ َ ‫أ‬ َ‫ﻦﻴ‬ِ‫ﺴ‬ ْ َ ‫ﻤﺧ‬ ُ‫ر‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻗ‬. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬٥٤١‫ﻣﺴ‬ ،‫رﻗﻢ‬ ‫ﻠﻢ‬١٨٣٧( ความวา จากทาน อะนัส เลาจากทาน ซัยดฺ อิบนุ ซาบิต เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ไดกลาววา “พวกเราไดทานสะหูรฺกับทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะ ลัยฮิ วะสัลลัม เสร็จแลวก็ไดลุกขึ้นไปละหมาด(ศุบหฺ)กับทาน” ฉัน (อะนัส)ถามวา “ชวงเวลาเทาใดระหวางทั้งสอง? (หมายถึงหลังจากที่ ทานสะหูรฺเสร็จกับเวลาของการละหมาดศุบหฺ)” ซัยดฺตอบวา “หาสิบอา ยะฮฺ(หมายถึงชวงเวลาระหวางนั้นเทากับเวลาที่ใชในการอานอัลกุ รอานประมาณหาสิบอายะฮฺ)” ในอีกรายงานหนึ่งมีวา “ประมาณหาสิบ หรือหกสิบอายะฮฺ” 1 (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม) 1 บทเรียนจากหะดีษฺนี้คือ สุนัตใหทานสะหูรฺอยางลาที่สุดเทาที่สามารถทําได
  25. 25. 25 หะดีษฺที่ 16 ใหรีบละศีลอดทันทีเมื่อถึงเวลา ٍ‫ﺪ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﺳ‬ ِ‫ﻦ‬ ْ ‫ﺑ‬ ِ‫ﻞ‬ ْ ‫ﻬ‬ َ ‫ﺳ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َّ ‫ن‬ َ ‫أ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬:» َ ‫ﻻ‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻄ‬ِ‫ﻔ‬ ْ ‫اﻟ‬ ‫ﻮا‬ ُ ‫ﻠ‬ َّ ‫ﺠ‬ َ ‫ﻋ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬ ٍ ْ ‫ﺮﻴ‬ َ ِ‫ﺨﺑ‬ ُ ‫ﺎس‬َّ‫اﺠ‬ ُ ‫ال‬َ‫ﺰ‬ َ ‫ﻳ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٨٢١‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٨٣٨( َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِّ ِ‫ﻲﺒ‬َّ‫اﺠ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬:» َ ‫ﻻ‬َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻄ‬ِ‫ﻔ‬ ْ ‫اﻟ‬ ُ ‫ﺎس‬َّ‫اﺠ‬ َ ‫ﻞ‬ َّ ‫ﺠ‬ َ ‫ﻋ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬ ‫ا‬ً‫ِﺮ‬‫ﻫ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻇ‬ ُ‫ﻳﻦ‬ِّ ‫ا‬ ُ ‫ال‬َ‫ﺰ‬ َ ‫ﻳ‬، َ ‫ﻷ‬َ َ ‫ون‬ُ‫ﺮ‬ ِّ ‫ﺧ‬ َ ‫ﺆ‬ ُ ‫ﻳ‬ ‫ى‬َ‫ﺎر‬ َ ‫ﺼ‬َّ‫اﺠ‬َ‫و‬ َ ‫ﻮد‬ ُ ‫ﻬ‬َ ْ ‫ا‬ َّ ‫ن‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫داود‬ ‫أﺑﻮ‬٢٠٠٦،‫رﻗﻢ‬ ‫ﻟﻸﻛﺎ‬ ‫داود‬ ‫أ‬ ‫ﺳﻦﻨ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬٢٠٦٣:‫ﺣﺴﻦ‬( ความวา จากทาน สะหฺลิ อิบนุ สะอฺดิ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ วาทานรอ ซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ไดกลาววา “ผูคนทั้งหลายจะยังคงมี สุขภาพดี ตราบใดที่พวกเขารีบละศีลอดทันที(ที่ถึงเวลา)” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม) และจากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เลาจากทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “ศาสนาจะยังคงเชิด เดน ตราบใดที่ผูคนยังรีบละศีลอดทันที(เมื่อถึงเวลา) เพราะพวกยิว และคริสตจะชักชา(ไมรีบละศีลอดทันทีเมื่อถึงเวลา)” (รายงานโดย อบู ดาวูด)
  26. 26. 26 หะดีษฺที่ 17 ละศีลอดดวยลูกอินทผาลัม َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫أ‬ َ ‫ﻧ‬ٍ‫ﺲ‬ِ‫ﺑﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ ْ ‫ﺎ‬ِ‫ﻟ‬ٍ‫ﻚ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ‫اﷲ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺎل‬: َ ‫ﺎﻛ‬ َ ‫ن‬َّ‫اﺠ‬ُّ ِ‫ﻲﺒ‬ َ ‫ﺻ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ ُ‫اﷲ‬ َ ‫ﻋ‬ َ ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻴ‬ِ‫ﻪ‬َ‫و‬ َ ‫ﺳ‬ َّ ‫ﻠ‬َ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻓ‬ ْ ‫ﻔ‬ِ‫ﻄ‬ُ‫ﺮ‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﺒ‬ َ ‫ﻞ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ن‬ ُ ‫ﻳ‬ َ ‫ﺼ‬ْ ِّ ‫ﻲﻠ‬َ َ ‫ﺒﻟ‬ُ‫ر‬ َ ‫ﻃ‬ َ ‫ﺒ‬ ْ ‫ﺎ‬ٍ‫ت‬، َ ‫ﻓ‬ِ‫ﺈ‬ ْ ‫ن‬ َّ ‫ﻟ‬ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﺗ‬ ُ ‫ﻜ‬ ْ ‫ﻦ‬ُ‫ر‬ َ ‫ﻃ‬ َ ‫ﺒ‬ ْ ‫ﺎ‬ ٌ ‫ت‬ َ ‫ﻓ‬ ُ ‫ﺘ‬ َ ‫ﻤ‬َ ْ ‫ﺮﻴ‬ ْ ‫ا‬ٍ‫ت‬، َ ‫ﻓ‬ِ‫ﺈ‬ ْ ‫ن‬ َ ‫ﻟ‬ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﺗ‬ ُ ‫ﻜ‬ ْ ‫ﻦ‬ ُ ‫ﻳ‬ َ ‫ﻤ‬َ ْ ‫ﺮﻴ‬ ٌ ‫ت‬‫ا‬ َ ‫ﺣ‬ َ ‫ﺴ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﺣ‬ َ ‫ﺴ‬َ‫ﻮ‬ٍ‫ات‬ِ‫ﻣ‬ ْ ‫ﻦ‬ َّ ‫ﻣ‬‫ﺂ‬ٍ‫ء‬. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻟﺮﺘﻣﺬي‬٦٣٢‫رﻗﻢ‬ ‫ﻟﻸﻛﺎ‬ ‫اﻟﺮﺘﻣﺬي‬ ‫ﺳﻦﻨ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬ ،٥٦٠:‫ﺻﺤﻴﺢ‬( ความวา จากทาน อะนัส อิบนุ มาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาวา “ทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จะละศีลอดกอนละหมาด (มัฆริบ)ดวยลูกอินทผาลัมสดจํานวนเล็กนอย ถาไมมีอินทผาลัมสด ทานจะละศีลอดดวยอินทผาลัมแหงเล็กๆ จํานวนหนึ่ง หรือถาไมมี อินทผาลัมแหง ทานจะจิบหรือดื่มน้ําสองสามครั้ง” (รายงานโดย อัต-ติรฺมิซีย)
  27. 27. 27 หะดีษฺที่ 18 หลักฐานที่สนับสนุนใหละหมาดตะรอวีหฺ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺔ‬ َ ‫ِﺸ‬‫ﺋ‬ َ ‫ﺨ‬َ ِ َ‫ر‬ُ‫اﷲ‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺎﻟ‬ َ ‫ﻗ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ن‬ َ ‫أ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ ِ‫ﻲﻓ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺼ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ﻞ‬ ْ ‫ﻴ‬ َّ ‫ﻟﻠ‬ ‫ا‬ ِ‫ف‬ ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﺟ‬ ْ ‫ﻦ‬ ِ‫ﻣ‬ َ ‫ج‬ َ‫ﺮ‬ َ ‫ﺧ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬ َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬ ‫ا‬ ِ‫ﺪ‬ِ‫ﺠ‬ ْ ‫ﺴ‬ َ ‫ﻤ‬ ْ ‫اﻟ‬، َ ‫ﻼ‬ َ ‫ﺼ‬ِ‫ﺑ‬ ٌ ‫ﺎل‬ َ ‫ﺟ‬ِ‫ر‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺼ‬ َ ‫ﻓ‬ِ‫ﻪ‬ِ‫ﺗ‬، َ ‫ﻮن‬ ُ ‫ﺛ‬ َّ ‫ﺪ‬ َ ‫ﺤ‬ َ ‫ﺘ‬ َ ‫ﻓ‬ ُ ‫ﺎس‬َّ‫اﺠ‬ َ ‫ﺢ‬ َ ‫ﺒ‬ ْ ‫ﺻ‬ َ ‫ﺄ‬ َ ‫ﻓ‬ ْ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻬ‬ ْ ‫ِﻨ‬‫ﻣ‬ ُ َ ‫ﺮﺜ‬ ْ ‫ﻛ‬ َ ‫أ‬ َ ‫ﻊ‬ َ ‫ﻤ‬ َ ‫ﺘ‬ ْ ‫ﺎﺟ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ِﻚ‬‫ﻟ‬ َ ‫ﺬ‬ِ‫ﺑ‬، ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ج‬َ‫ﺮ‬ َ ‫ﺨ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻴ‬ َّ ‫ﻟﻠ‬‫ا‬ ِ‫ﻲﻓ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ َ ‫ﻼ‬ َ ‫ﺼ‬ِ‫ﺑ‬ ‫ا‬ْ‫ﻮ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺼ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ﺔ‬ َ ‫ِﻴ‬‫ﻏ‬‫ﺎ‬ َّ ‫ﺨﻛ‬‫ا‬ِ‫ﻪ‬ِ‫ﺗ‬، َ ‫ﺢ‬ َ ‫ﺒ‬ ْ ‫ﺻ‬ َ ‫ﺄ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ِﻚ‬‫ﻟ‬ َ ‫ذ‬ َ ‫ون‬ ُ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻛ‬ ْ ‫ﺬ‬ َ ‫ﻳ‬ ُ ‫ﺎس‬َّ‫اﺠ‬،َ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ ِ‫ﺪ‬ِ‫ﺠ‬ ْ ‫ﺴ‬ َ ‫ﻤ‬ ْ ‫اﻟ‬ ُ ‫ﻞ‬ ْ ‫ﻫ‬ َ ‫أ‬ َ ُ ‫ﺮﺜ‬ َ ‫ﻜ‬ َ ‫ﻓ‬ِ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻴ‬ َّ ‫اﻟﻠ‬ ِ‫ﺔ‬ َ ِ‫ﺎﺨﻛ‬ َّ ‫اﺨﻛ‬، َ ‫ﻼ‬ َ ‫ﺼ‬ِ‫ﺑ‬ ‫ا‬ْ‫ﻮ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺼ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ج‬َ‫ﺮ‬ َ ‫ﺨ‬ َ ‫ﻓ‬ِ‫ﻪ‬ِ‫ﺗ‬، َ ‫ﺎﻛ‬ ‫ﺎ‬ َّ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ِ‫ﺖ‬ َ ‫ﻧ‬ ُ ‫ﺔ‬ َ ‫ﻌ‬ِ‫اﺑ‬َّ‫اﻟﺮ‬ ُ ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻴ‬ َّ ‫اﻟﻠ‬ ِ‫ﻪ‬ِ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻫ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﺪ‬ِ‫ﺠ‬ ْ ‫ﺴ‬ َ ‫ﻤ‬ ْ ‫ﻟ‬‫ا‬ َ‫ﺰ‬ َ ‫ﺠ‬ َ ‫ﻋ‬،ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ل‬‫ﻮ‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ ْ‫ﻢ‬ِ‫ﻬ‬ْ َ ِ‫إ‬ ْ ‫ج‬ ُ‫ﺮ‬ ْ َ ‫ﺨﻳ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬،ِ‫ﻔ‬ َ ‫ﻄ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ن‬‫ﻮ‬ ُ ‫ﻟ‬‫ﻮ‬ ُ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻓ‬ ْ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ ِ‫ﻣ‬ ٌ ‫ل‬‫ﺎ‬ َ ‫ﺟ‬ ِ‫ر‬ َ ‫ﻖ‬: ‫ﻼ‬ َّ ‫اﻟﺼ‬ َ ‫ة‬، ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ ْ‫ﻢ‬ِ‫ﻬ‬ْ َ ِ‫إ‬ ْ ‫ج‬ُ‫ﺮ‬ ْ َ ‫ﺨﻳ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬، َ ‫ﻼ‬ َ ‫ِﺼ‬‫ﻟ‬ َ ‫ج‬ َ‫ﺮ‬ َ ‫ﺧ‬ َّ َ ‫ﺣ‬ِ‫ﺮ‬ ْ ‫ﺠ‬ َ ‫ﻔ‬ ْ ‫ﻟ‬‫ا‬ ِ‫ة‬، َ َ ‫ﺒﻟ‬ َ ‫ﻞ‬ َ ‫ﺒ‬ ْ ‫ﻗ‬ َ ‫أ‬ َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﺠ‬ َ ‫ﻔ‬ ْ ‫ﻟ‬‫ا‬ َ َ ‫ﻗ‬ ‫ﺎ‬ َّ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ﺪ‬ َّ ‫ﻬ‬ َ ‫ﺸ‬ َ ‫ﺗ‬ َّ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻋ‬ ِ‫س‬‫ﺎ‬َّ‫ﺠ‬‫ا‬، َ ‫ل‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻓ‬:» ُ ‫ﺪ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻧ‬ ‫ﺎ‬ َّ ‫ﻣ‬ َ ‫أ‬،َّ َ َ ‫ﻲﻠﻋ‬ َ ‫ﻒ‬ ْ َ ‫ﺨﻳ‬ ْ‫ﻢ‬ َ ‫ﻟ‬ ُ ‫ﻪ‬ َّ ‫ﻧ‬ِ‫ﺈ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻴ‬ َّ ‫ﻟﻠ‬‫ا‬ ْ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻜ‬ ُ ‫ﻧ‬ ْ ‫ﺄ‬ َ ‫ﺷ‬،ْ ِّ ‫ِﻲﻨ‬‫ﻜ‬ َ ‫ﻟ‬ َ‫و‬ ْ ‫ﻴ‬ِ‫ﺸ‬ َ ‫ﺧ‬ ُ ‫ﺖ‬ْ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻜ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ َ ‫ض‬ َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻔ‬ ُ ‫ﻳ‬ ْ ‫ن‬ َ ‫أ‬ َ ‫ﻼ‬ َ ‫ﺻ‬ ْ ‫ﻴ‬ َّ ‫اﻟﻠ‬ ُ ‫ة‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ‫وا‬ُ‫ﺰ‬ِ‫ﺠ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﺘ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ﻞ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬١٢٧١(
  28. 28. 28 ความวา จากทานหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา เลาวา ทานรอ ซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ไดออกไปยังมัสญิดในเวลาดึก(ของ เดือนเราะมะฎอน)แลวทําการละหมาด และไดมีผูชายบางคนละหมาด พรอมทาน เรื่องที่เกิดขึ้นไดกลายเปนที่โจษขานกันในหมูผูคน จนกระทั่งมีคนมาละหมาดกับทานรอซูลมากขึ้น คืนที่สองทานรอซูล ไดออกไปละหมาดอีก ไดมีผูคนมาละหมาดกับทานมากขึ้นอีก และ พวกเขาก็ไดพูดถึงเรื่องนี้ในเวลารุงขึ้น เมื่อถึงคืนที่สามทานรอซูลได ออกไปละหมาดอีกและมีผูคนมาละหมาดกับทานเหมือนเดิม พอถึง คืนที่สี่มัสญิดก็เต็มจนไมสามารถจุผูคนที่มีจํานวนเยอะได ทานรอซูล ไมไดออกมาในคืนนี้ ผูชายบางคนจึงไดกลาววา “อัศ-ศอลาฮฺ(มา ละหมาดกันเถิด)” ทานรอซูลยังคงไมไดออกไปจนกระทั่งถึงรุงเชา ทานจึงออกไปละหมาดฟจรฺ(ละหมาดศุบหฺ) เมื่อทานละหมาดเสร็จ ทานไดหันหนาเขาหาบรรดาผูที่รวมละหมาด ทานกลาวคําเริ่มตน เพื่อใหโอวาท และไดใหเทศนาวา “เอาละ แทจริงแลว เรื่องราวของ พวกทาน(การรวมตัวกันเพื่อละหมาด)เมื่อคืนนี้ ไมใชสิ่งที่ปกปด สําหรับฉันแตอยางใด(คือทานรอซูลรูเห็นการรวมตัวของเศาะหาบะฮฺ) หากแตฉันกลัววา(ถาฉันออกมาละหมาดกับพวกทานอีก)การละหมาด ในยามค่ําคืนจะถูกบัญญัติใหเปนภารกิจบังคับแกพวกทาน แลวพวก ทานก็จะออนแรงที่จะปฏิบัติมัน” (รายงานโดย มุสลิม)
  29. 29. 29 หะดีษฺที่ 19 ความประเสริฐของการละหมาดตะรอวีหฺ َ ‫ة‬ َ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻳ‬ َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬‫اﷲ‬ َ ِ َ‫ر‬ ُ ‫ﻨﻪ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َّ ‫ن‬ َ ‫أ‬ ُ َ َ‫ﺮ‬ِ‫ﻔ‬ ُ ‫ﻏ‬ ‫ﺎ‬ ً ‫ﺎﺑ‬ َ ‫ﺴ‬ِ‫ﺘ‬ ْ ‫اﺣ‬َ‫و‬ ‫ﺎ‬ ً ‫ﺎﻧ‬ َ ‫ﻳﻤ‬ِ‫إ‬ َ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎم‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ِ‫ﻪ‬ِ‫ﺒ‬ ْ ‫ﻧ‬ َ ‫ذ‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ َ ‫م‬ َّ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻳ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬٣٦‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٢٦٦( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “ผูใดที่ลุกขึ้น(เพื่อ ละหมาดและประกอบอิบาดะฮฺ)ในคืนของเดือนเราะมะฎอน ดวยความ ศรัทธาและหวังในความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ เขาจะไดรับการอภัย โทษจากความผิดบาปที่ผานมาของเขา” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม)
  30. 30. 30 หะดีษฺที่ 20 สงเสริมใหทําบุญกุศลในเดือนเราะมะฎอน ٍ‫ﺎس‬ َّ ‫ﺒ‬ َ ‫ﻗ‬ ِ‫ﻦ‬ ْ ‫اﺑ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻤ‬ ُ ‫ﻨﻬ‬ َ ‫ﻋ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ ِ ْ ‫ﺮﻴ‬ َ ْ ‫ﺨﻟ‬‫ﺎ‬ِ‫ﺑ‬ ِ‫س‬‫ﺎ‬َّ‫ﺠ‬‫ا‬ َ ‫د‬َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﺟ‬ َ ‫أ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬،‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬ َ ‫د‬َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﺟ‬ َ ‫أ‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ َ‫و‬ َ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬ َ‫ر‬ ِ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻬ‬ َ ‫ﺷ‬ ِ‫ﻲﻓ‬ ُ ‫ﻮن‬ ُ ‫ﻜ‬ َ ‫ﻳ‬،ِ‫إ‬ َ ‫ﻳﻞ‬ِ ْ ‫ﺮﺒ‬ِ‫ﺟ‬ َّ ‫ن‬ َ ‫ﻼ‬ َّ ‫اﻟﺴ‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ ‫م‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ َ ‫ﺦ‬ِ‫ﻠ‬ َ ‫ﺴ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻳ‬ َّ َ ‫ﺣ‬ َ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬ َ‫ر‬ ِ‫ﻲﻓ‬ ٍ‫ﺔ‬ َ ‫ﻨ‬ َ ‫ﺳ‬ ِّ ُ ‫ﻞﻛ‬ ِ‫ﻲﻓ‬ ُ‫ﺎه‬ َ ‫ﻘ‬ ْ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻳ‬،ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ ‫ض‬ِ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ن‬‫آ‬ ْ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻘ‬ ْ ‫ﻟ‬‫ا‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫ﺑ‬‫ا‬ ُ ‫ل‬‫ﻮ‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬، ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻴ‬ِ‫ﻘ‬ َ ‫ﻟ‬ ‫ا‬ َ ‫ذ‬ِ‫ﺈ‬ َ ‫ﻓ‬ َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﺟ‬ َ ‫أ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ ُ ‫ﻳﻞ‬ِ ْ ‫ﺮﺒ‬ِ‫ﺟ‬ِ ْ ‫ﺮﻴ‬ َ ْ ‫ﺎﺨﻟ‬ِ‫ﺑ‬ َ ‫د‬ ْ ‫ﻳ‬ِّ‫اﻟﺮ‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ِ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬ْ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻤ‬ ْ ‫اﻟ‬ ِ‫ﺢ‬. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬٥‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،٤٢٦٨( ความวา จากทาน อิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา เลาวา “ในหมู ผูคนทั้งหลายนั้นทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เปนผูใจ บุญที่สุดในการทําความดี1 และทานจะใจกวางที่สุดในเดือนเราะ มะฎอน ทั้งนี้ ทุกป ญิบรีลจะมาพบกับทานในทุกคืนของเราะมะฎอน จนกระทั่งหมดเดือน ทานรอซูลจะอานศึกษาอัลกุรอานกับญิบรีล และ แทจริงทานรอซูลนั้นเมื่อไดเจอญิบรีลแลว ทานจะเปนผูใจบุญในการ ทําความดีมากกวา/ยิ่งใหญกวาลมที่หอบพัดเสียอีก” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม) 1 หมายถึงการใหทานและการทําบุญอื่นๆ
  31. 31. 31 หะดีษฺที่ 21 การชวยเหลือของอัลกุรอานและการถือศีลอด ‫و‬ٍ‫ﺮ‬ ْ ‫ﻤ‬ َ ‫ﻗ‬ ِ‫ﻦ‬ ْ ‫ﺑ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ِ‫ﺪ‬ ْ ‫ﺒ‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬‫ﻤﺎ‬ ُ ‫ﻨﻬ‬ َ ‫ﻋ‬ ‫اﷲ‬ َ ِ َ‫ر‬ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َّ ‫ن‬ َ ‫أ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬:»ِ‫ﺎن‬ َ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻔ‬ ْ ‫ﺸ‬ َ ‫ﻳ‬ ُ ‫آن‬ ْ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻘ‬ ْ ‫اﻟ‬ َ‫و‬ ُ ‫ﺎم‬ َ ‫ﻴ‬ ِّ ‫اﻟﺼ‬ َ ‫ﻴ‬ِ‫ﻘ‬ ْ ‫اﻟ‬ َ ‫م‬ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﻳ‬ ِ‫ﺪ‬ ْ ‫ﺒ‬ َ ‫ﻌ‬ ْ ‫ِﻠ‬‫ﻟ‬ِ‫ﺔ‬ َ ‫ﺎﻣ‬، ُ ‫ﺎم‬ َ ‫ﻴ‬ ِّ ‫اﻟﺼ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻓ‬: َ ‫ﺎم‬ َ ‫ﻌ‬ َّ ‫اﻟﻄ‬ ُ ‫ﻪ‬ ُ ‫ﺘ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻣ‬ ِّ ‫ب‬َ‫ر‬ ْ ‫ي‬ َ ‫أ‬ ِ‫ﺎر‬ َ ‫ﻬ‬َّ‫ﺎﺠ‬ِ‫ﺑ‬ ِ‫ات‬َ‫ﻮ‬ َ ‫ﻬ‬ َّ ‫اﻟﺸ‬َ‫و‬،ِ‫ﻪ‬‫ِﻴ‬‫ﻓ‬ ِ‫ﻲﻨ‬ ْ ‫ﻌ‬ ِّ ‫ﻔ‬ َ ‫ﺸ‬ َ ‫ﻓ‬، ُ ‫آن‬ْ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻘ‬ ْ ‫اﻟ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻳ‬َ‫و‬: ُ ‫ﻪ‬ ُ ‫ﺘ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻣ‬ ِ‫ﻪ‬‫ِﻴ‬‫ﻓ‬ ِ‫ﻲﻨ‬ ْ ‫ﻌ‬ ِّ ‫ﻔ‬ َ ‫ﺸ‬ َ ‫ﻓ‬ ِ‫ﻞ‬ ْ ‫ﻴ‬ َّ ‫ﺎﻟﻠ‬ِ‫ﺑ‬ َ ‫م‬ْ‫ﻮ‬َّ‫اﺠ‬«، َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬:»ِ‫ﺎن‬ َ ‫ﻌ‬ َّ ‫ﻔ‬ َ ‫ﺸ‬ ُ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻓ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫أﻤﺣﺪ‬ ‫اﻹﻣﺎم‬ ‫ﻣﺴﻨﺪ‬٦٣٣٧‫ا‬ ‫اﺠﻟﺎﻣﻊ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬ ،‫رﻗﻢ‬ ‫ﻟﻸﻛﺎ‬ ‫ﻟﺼﻐﺮﻴ‬٣٨٨٢: ‫ﺻﺤﻴﺢ‬( ความวา จากทานอับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมรฺ อิบนุ อัล-อาศฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา เลาจากทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานได กลาววา “การถือศีลอดและอัลกุรอานนั้นจะมาใหความชวยเหลือแก บาวในวันกิยามะฮฺ การถือศีลอดจะพูดวา ‘โอผูอภิบาลแหงขา ขาได สกัดกั้นเขาจากอาหารและการสนองความใครในยามกลางวัน ดังนั้น ไดโปรดใหขาชวยเหลือเขาดวยเถิด’ อัลกุรอานก็จะพูดวา ‘โอผูอภิบาล แหงขา ขาไดสกัดกั้นเขาจากการหลับนอนในยามค่ําคืน ดังนั้นได โปรดใหขาชวยเหลือเขาดวยเถิด’ แลวทั้งสองก็ไดรับอนุญาตเพื่อให ความชวยเหลือ” (รายงานโดย อะหฺมัด)
  32. 32. 32 หะดีษฺที่ 22 ความประเสริฐของการใหอาหารละศีลอด ِّ ِ‫ﻲﻨ‬ َ ‫ﻬ‬ُ ْ ‫اﺠﻟ‬ ٍ ِ ‫ﺎ‬ َ ‫ﺧ‬ ِ‫ﻦ‬ ْ ‫ﺑ‬ ِ‫ﺪ‬ ْ ‫ﻳ‬ َ ‫ز‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ‫اﷲ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬:» ً ‫ِﻤ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﺻ‬ َ‫ﺮ‬ َّ ‫ﻄ‬ َ ‫ﻓ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ ُ ‫ﻞ‬ ْ ‫ِﺜ‬‫ﻣ‬ ُ َ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻻ‬ ُ ‫ﻪ‬ َّ ‫ﻧ‬ َ ‫ﻛ‬ َ ْ ‫ﺮﻴ‬ َ ‫ﻟ‬ِ‫ه‬ِ‫ﺮ‬ ْ ‫ﺟ‬ َ ‫أ‬‫ﺎ‬ ً ‫ﺌ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﺷ‬ ِ‫ِﻢ‬‫ﺋ‬‫ﺎ‬ َّ ‫اﻟﺼ‬ ِ‫ﺮ‬ ْ ‫ﺟ‬ َ ‫أ‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ ُ ‫ﺺ‬ ُ ‫ﻘ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻓ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻟﺮﺘﻣﺬي‬٧٣٥،‫رﻗﻢ‬ ‫اﻟﺮﺘﻣﺬي‬ ‫ﺳﻦﻨ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬٦٤٧:‫ﺻﺤﻴﺢ‬( ความวา จากทานซัยดฺ อิบนุ คอลิด อัล-ุฮะนีย เลาจากทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “ผูใดที่เลี้ยงอาหารละ ศีลอดแกผูถือศีลอด เขาจะไดรับผลบุญเทากับผลบุญของผูถือศีลอด(ที่ เขาใหอาหาร) โดยที่ผลบุญนั้น1 ไมไดลดนอยลงไปจากผูถือศีลอดนั้น แตอยางใด” (รายงานโดย อัต-ติรฺมิซีย) 1 หมายถึง ผลบุญเดิมของผูถือศีลอดที่เขาใหอาหาร
  33. 33. 33 หะดีษฺที่ 23 ดุอาอฺของผูถือศีลอดไมถูกผลักไส َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫أ‬ َ ‫ﻧ‬ِ‫ﺲ‬ِ‫ﺑﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ِ‫ﻟ‬‫ﺎ‬ٍ‫ﻚ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ‫اﷲ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺎل‬: َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﺎل‬َ‫ر‬ ُ ‫ﺳ‬ْ‫ﻮ‬ ُ ‫ل‬ِ‫ﷲ‬‫ا‬ َ ‫ﺛ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ َ ‫ﻼ‬ ُ ‫ث‬ َ ‫د‬ ْ ‫ﻋ‬َ‫ﻮ‬ٍ‫ات‬ َ ‫ﻻ‬ ُ ‫ﺗ‬َ‫ﺮ‬ ُّ ‫د‬: َ ‫د‬ ْ ‫ﻋ‬َ‫ﻮ‬ ُ ‫ة‬ ْ ‫اﻟ‬َ‫ﻮ‬ ْ ‫ا‬ِ ِ، َ‫و‬ َ ‫د‬ ْ ‫ﻋ‬َ‫ﻮ‬ ُ ‫ة‬ َّ ‫اﻟﺼ‬ِ‫ﺋ‬‫ﺎ‬ِ‫ﻢ‬،َ‫و‬ َ ‫د‬ ْ ‫ﻋ‬َ‫ﻮ‬ ُ ‫ة‬ ْ ‫اﻟ‬ ُ ‫ﻤ‬ َ ‫ﺴ‬ِ‫ﻓ‬‫ﺎ‬ِ‫ﺮ‬. )‫اﻟﻜﺮﺒى‬ ‫ﻲﻓ‬ ‫اﻛﻴﻬﻲﻘ‬‫رﻗﻢ‬٦١٨٥،‫رﻗﻢ‬ ‫ﻟﻸﻛﺎ‬ ‫اﻟﺼﻐﺮﻴ‬ ‫اﺠﻟﺎﻣﻊ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬٣٠٣٢:‫ﺣﺴﻦ‬( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “ดุอาอฺสาม ประเภทที่จะไมถูกผลักไส คือดุอาอฺของบุพการี(บิดามารดา) ดุอาอฺของ ผูถือศีลอด และดุอาอฺของผูเดินทาง” (รายงานโดย อัต-ติรฺมิซีย)
  34. 34. 34 หะดีษฺที่ 24 ดุอาอฺเมื่อละศีลอด ‫ﻋﻦ‬‫ا‬ِ‫ﻦ‬ ْ ‫ﺑ‬َ‫ﺮ‬ َ ‫ﻤ‬ ُ ‫ﻗ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻤ‬ ُ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ‫اﷲ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﺮ‬ َ ‫ﻄ‬ ْ ‫ﻓ‬ َ ‫أ‬ ‫ا‬ َ ‫ذ‬ِ‫إ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬:» ُ ‫ﺄ‬ َ ‫ﻤ‬ َّ ‫اﻟﻈ‬ َ‫ﺐ‬ َ ‫ﻫ‬ َ ‫ذ‬،ِ‫ﺖ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺘ‬ ْ ‫اﻧ‬َ‫و‬ ُ ‫وق‬ُ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻌ‬ ْ ‫اﻟ‬،‫ا‬ َ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺒ‬ َ ‫ﻋ‬َ‫و‬ َ ‫ﻷ‬ُ‫ﺮ‬ ْ ‫ﺟ‬، ُ َّ ‫اﺑ‬ َ‫ﺎء‬ َ ‫ﺷ‬ ْ ‫ن‬ِ‫إ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫داود‬ ‫أﺑﻮ‬٢٠١٠‫رﻗﻢ‬ ‫داود‬ ‫أ‬ ‫ﺳﻦﻨ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬ ،٢٠٦٦:‫ﺣﺴﻦ‬( ความวา จากทานอิบนุ อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา เลาจากทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เมื่อทานละศีลอดทานจะกลาววา » ُ ‫ﺄ‬ َ ‫ﻤ‬ َّ ‫اﻟﻈ‬ َ‫ﺐ‬ َ ‫ﻫ‬ َ ‫ذ‬،ِ‫ﺖ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺘ‬ ْ ‫اﻧ‬َ‫و‬ ُ ‫وق‬ُ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻌ‬ ْ ‫اﻟ‬، َ ‫اﻷ‬ َ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺒ‬ َ ‫ﻋ‬َ‫و‬ُ‫ﺮ‬ ْ ‫ﺟ‬، َ ‫ﺷ‬ ْ ‫ن‬ِ‫إ‬َ‫ﺎء‬ ُ َّ ‫اﺑ‬« “ความกระหายไดดับลงแลว เสนโลหิตก็เปยกชื้น และผลบุญก็ไดมั่นคง แลว อินชาอัลลอฮฺ (หากอัลลอฮฺทรงประสงค)” (รายงานโดย อบู ดาวูด)
  35. 35. 35 หะดีษที่ 25 คืน “ลัยละตุล ก็อดรฺ” َ ‫أ‬ ‫ﻋﻦ‬ْ ِ َ ‫ﺳ‬ِ‫ﻌ‬ ْ ‫ﻴ‬ٍ‫ﺪ‬ ُ ْ ‫اﺨﻟ‬ ْ ‫ﺪ‬ِ‫ر‬ِّ‫ي‬َ‫ر‬َ ُِ‫اﷲ‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﻨ‬ ُ ‫ﻪ‬ َ ‫أ‬ َّ ‫ن‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ِ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬:»ِ‫إ‬ْ ُِّ ‫أ‬ِ‫ر‬ ْ ‫ﻳ‬ ُ ‫ﺖ‬ْ ََ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺔ‬ ْ ‫اﻟ‬ َ ‫ﻘ‬ ْ ‫ﺪ‬ِ‫ر‬ ُ ‫ﻋ‬َّ‫ﻢ‬ ُ ‫أ‬ ْ ‫ﻧ‬ِ‫ﺴ‬ ْ ‫ﻴ‬ ُ ‫ﺘ‬ َ ‫ﻬ‬‫ﺎ‬ َ ‫أ‬ْ‫و‬ ُ ‫ﻧ‬ ِّ ‫ﺴ‬ ْ ‫ﻴ‬ ُ ‫ﺘ‬ َ ‫ﻬ‬ َ ‫ﻓ‬ ‫ﺎ‬َ ْ ‫ﺎﺤﻛ‬ِ‫ﻤ‬ ُ ‫ﺴ‬ْ‫ﻮ‬ َ ‫ﻫ‬ْ ِ‫ﻲﻓ‬ ‫ﺎ‬ ْ ‫اﻟ‬ َ ‫ﻌ‬ِ ْ ‫ﺮﺸ‬ َ ‫اﻷ‬َ‫و‬ِ‫ﺧ‬‫ا‬ِ‫ﺮ‬ْ ِ‫ﻲﻓ‬ ْ ‫اﻟ‬َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﺗ‬ِ‫ﺮ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٨٧٧( ความวา จากทานอบู สะอี๊ด อัล-คุดรีย เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาวา ทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ไดกลาววา “แทจริงฉันไดรับ การบอกใหรูเห็นคืนลัยละตุล ก็อดรฺแลว แตฉันก็ถูกทําใหลืมอีก ดังนั้นพวกทานจงหามันในค่ําคืนสิบวันสุดทาย(ของเราะมะฎอน) ใน ค่ําคืนที่เปนคี่” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย)
  36. 36. 36 หะดีษฺที่ 26 คุณคาของอิบาดะฮฺในคืนลัยละตุล ก็อดรฺ ْ ‫ﻳ‬َ‫ﺮ‬ ُ ‫ﻫ‬ ِ َ ‫أ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ِ‫ﻦ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ة‬َ‫ﺮ‬ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِّ ِ‫ﻲﺒ‬َّ‫اﺠ‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬:»ُ َ َ‫ﺮ‬ِ‫ﻔ‬ ُ ‫ﻏ‬ ‫ﺎ‬ ً ‫ﺎﺑ‬ َ ‫ﺴ‬ِ‫ﺘ‬ ْ ‫اﺣ‬َ‫و‬ ‫ﺎ‬ ً ‫ﺎﻧ‬ َ ‫ﻳﻤ‬ِ‫إ‬ ِ‫ر‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻘ‬ ْ ‫اﻟ‬ َ ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ْ َ َ ‫ﺎم‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻣ‬ ِ‫ﻪ‬ِ‫ﺒ‬ ْ ‫ﻧ‬ َ ‫ذ‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ َ ‫م‬ َّ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻳ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬«. )‫اﻛ‬‫رﻗﻢ‬ ‫ﺨﺎري‬١٧٦٨‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،١٢٦٨( ความวา จากทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เลาจากทาน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทานไดกลาววา “ผูใดที่ลุกขึ้น (ประกอบ อิบาดะฮฺ)ในคืนลัยละตุล ก็อดรฺ ดวยเปยมศรัทธาและ ความหวังในความโปรดปรานของอัลลอฮฺ เขาจะไดรับการอภัยโทษ จากความผิดบาปที่ผานมาของเขา” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม)
  37. 37. 37 หะดีษที่ 27 ใหมุงมั่นประกอบอิบาดะฮฺในชวงสิบวันสุดทาย ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺎﻟ‬ َ ‫ﻗ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺔ‬ َ ‫ِﺸ‬‫ﺋ‬ َ ‫ﺨ‬: ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ُّ ِ‫ﻲﺒ‬َّ‫اﺠ‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ُ‫ه‬ َ‫ر‬ َ ْ ‫ﺰﺌ‬ِ‫ﻣ‬ َّ ‫ﺪ‬ َ ‫ﺷ‬ ُ ْ ‫ﺮﺸ‬ َ ‫ﻌ‬ ْ ‫ﻟ‬‫ا‬ َ ‫ﻞ‬ َ ‫ﺧ‬ َ ‫د‬ ‫ا‬ َ ‫ذ‬ ِ‫إ‬ َ‫ﻢ‬، ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻠ‬ْ َ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻴ‬ ْ ‫ﺣ‬ َ ‫أ‬ َ‫و‬، ُ ‫ﻪ‬ َ ‫ﻠ‬ ْ ‫ﻫ‬ َ ‫أ‬ َ ‫ﻆ‬ َ ‫ﻘ‬ ْ ‫ﻓ‬ َ ‫أ‬َ‫و‬. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٨٨٤‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،٢٠٠٨( ความวา จากทานหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา เลาวาทานรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม นั้น เมื่อถึงชวงสิบวันสุดทายของเราะ มะฎอน ทานจะรัดสายคาดเอวไวแนน(หมายถึงไมรวมหลับนอนกับ ภรรยา) ทานจะใหชีวิตแกค่ําคืน(หมายถึงประกอบอิบาดะฮฺในยามค่ํา คืน) และทานจะปลุกบรรดาภริยาของทาน(ใหลุกขึ้นมาประกอบอิบา ดะฮฺ) (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม)
  38. 38. 38 หะดีษฺที่ 28 คนหาลัยละตุล ก็อดรฺ ในชวงสิบวันสุดทาย َ ‫ﺔ‬ َ ‫ِﺸ‬‫ﺋ‬ َ ‫ﺨ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺎﻟ‬ َ ‫ﻗ‬: َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِ َّ ‫اﺑ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫اﻷ‬ ِ ْ ‫ﺮﺸ‬ َ ‫ﻌ‬ ْ ‫اﻟ‬ ِ‫ﻲﻓ‬ ُ‫ر‬ِ‫ﺎو‬َ ُ ‫ﺠﻳ‬ َ‫ﻢ‬ِ‫ﺮ‬ِ‫اﺧ‬َ‫و‬ َ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬ َ‫ر‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬، ُ ‫ل‬‫ﻮ‬ ُ ‫ﻘ‬ َ ‫ﻳ‬ َ‫و‬:» َ ‫ﻠ‬ْ َ ‫ا‬ ْ‫و‬ َّ‫ﺮ‬َ َ ‫ﺤﺗ‬ َ ‫ﻷ‬‫ا‬ ِ ْ ‫ﺮﺸ‬ َ ‫ﻌ‬ ْ ‫ﻟ‬‫ا‬ ِ‫ﻲﻓ‬ ِ‫ر‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻘ‬ ْ ‫ﻟ‬‫ا‬ َ ‫ﺔ‬ ْ ‫ﻦ‬ِ‫ﻣ‬ ِ‫ﺮ‬ ِ‫ﺧ‬‫ا‬ َ‫و‬ َ ‫ﻣ‬َ‫ر‬ َ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٨٨٠( ความวา จากทานหญิง อาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา เลาวาทานรอ ซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ไดเก็บตัวอิอฺติกาฟในชวงสิบวัน สุดทายของเดือนเราะมะฎอน และทานไดกลาววา “พวกทานจงคนหา ลัยละตุล ก็อดรฺในชวงสิบวันสุดทายของเราะมะฎอน” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย)
  39. 39. 39 หะดีษฺที่ 29 การอิอฺติกาฟในชวงสิบวันสุดทาย ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ ِّ ِ‫ﻲﺒ‬َّ‫اﺠ‬ ِ‫ج‬ ْ‫و‬ َ ‫ز‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬ َ ‫ﺔ‬ َ ‫ِﺸ‬‫ﺋ‬ َ ‫ﺨ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ْ ‫ﺮﺸ‬ َ ‫ﻌ‬ ْ ‫اﻟ‬ ُ ‫ِﻒ‬‫ﻜ‬ َ ‫ﺘ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻓ‬ َ ‫ن‬ َ ‫ﺎﻛ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ِ‫ﻪ‬ ْ ‫ﻴ‬ َ ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َّ ‫ﻰﻠ‬ َ ‫ﺻ‬ َّ ِ‫ﻲﺒ‬َّ‫اﺠ‬ َّ ‫ن‬ َ ‫أ‬ َ‫ﻢ‬ َّ ‫ﻠ‬ َ ‫ﺳ‬َ‫و‬ ‫ا‬ َ ‫ﻷ‬ ُ ‫ﻪ‬ ُ ‫اﺟ‬َ‫و‬ ْ ‫ز‬ َ ‫أ‬ َ ‫ﻒ‬ َ ‫ﻜ‬ َ ‫ﺘ‬ ْ ‫اﻗ‬ َّ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻋ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ ُ‫ﺎه‬ َّ ‫ﻓ‬َ‫ﻮ‬ َ ‫ﺗ‬ َّ َ ‫ﺣ‬ َ ‫ﺎن‬ َ ‫ﻀ‬ َ ‫ﻣ‬َ‫ر‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬ َ‫ﺮ‬ِ‫ﺧ‬‫ا‬َ‫و‬ ِ‫ه‬ِ‫ﺪ‬ ْ ‫ﻌ‬ َ ‫ﻧ‬ ْ ‫ِﻦ‬‫ﻣ‬. )‫رﻗﻢ‬ ‫اﻛﺨﺎري‬١٨٨٦‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺴﻠﻢ‬ ،٢٠٠٦( ความวา จากทานหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา เลาวา ทานรอ ซูลไดทําการอิอฺติกาฟในชวงสิบวันสุดทายของเดือนเราะมะฎอน(โดย ไมเคยละทิ้ง) จนกระทั่งอัลลอฮฺไดนําชีวิตทานไป หลังจากนั้นบรรดา ภริยาของทานก็ไดเจริญรอยตามดวยการอิอฺติกาฟ หลังจากทาน เสียชีวิต (รายงานโดย อัล-บุคอรีย และมุสลิม)
  40. 40. 40 หะดีษฺที่ 30 ดุอาอฺสําหรับคืน ลัยละตุล ก็อดรฺ َ ‫ﺔ‬ َ ‫ِﺸ‬‫ﺋ‬ َ ‫ﺨ‬ ْ ‫ﻦ‬ َ ‫ﻗ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ َّ ‫اﺑ‬ َ ِ َ‫ر‬‫ﺎ‬ َ ‫ﻬ‬ ْ ‫ﻨ‬ ْ ‫ﺖ‬ َ ‫ﺎﻟ‬ َ ‫ﻗ‬: ُ ‫ﺖ‬ ْ ‫ﻠ‬ ُ ‫ﻗ‬:ِ َّ ‫اﺑ‬ َ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﺳ‬َ‫ر‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻳ‬، َّ‫ي‬ َ ‫أ‬ ُ ‫ﺖ‬ ْ ‫ﻤ‬ِ‫ﻠ‬ َ ‫ﻋ‬ ْ ‫ن‬ِ‫إ‬ َ ‫ﺖ‬ ْ ‫ﻳ‬ َ ‫أ‬َ‫ر‬ َ ‫أ‬ِ‫ر‬ ْ ‫ﺪ‬ َ ‫ﻘ‬ ْ ‫اﻟ‬ ُ ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ْ َ ٍ‫ﺔ‬ َ ‫ﻠ‬ْ َ ،‫ﺎ‬ َ ‫ِﻴﻬ‬‫ﻓ‬ ُ ‫ﻮل‬ ُ ‫ﻗ‬ َ ‫أ‬ ‫ﺎ‬ َ ‫ﻣ‬،‫؟‬ َ ‫ﺎل‬ َ ‫ﻗ‬ :» ِّ ‫ﻲﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻒ‬ ْ ‫ﺎﻗ‬ َ ‫ﻓ‬ َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﻔ‬ َ ‫ﻌ‬ ْ ‫اﻟ‬ ُّ‫ِﺐ‬ ُ ‫ﺤﺗ‬ ٌّ‫ﻮ‬ ُ ‫ﻔ‬ ُ ‫ﻗ‬ َ ‫ﻚ‬ َّ ‫ﻧ‬ِ‫إ‬ َّ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻬ‬ َّ ‫اﻟﻠ‬ ِ ‫ﻮ‬ ُ ‫ﻗ‬«. )‫رﻗﻢ‬ ‫ﻣﺎﺟﻪ‬ ‫اﺑﻦ‬٣٨٤٠‫ر‬ ‫ﻟﻸﻛﺎ‬ ‫اﻟﺼﻐﺮﻴ‬ ‫اﺠﻟﺎﻣﻊ‬ ‫ﺻﺤﻴﺢ‬ ،‫ﻗﻢ‬٤٤٢٣( ความวา จากทานหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา ไดถามทานรอ ซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม วา “บอกฉันเถิด ถาหากคืนใดฉันรู วาเปน ลัยละตุล ก็อดรฺ จะใหฉันกลาวดุอาอฺใด?” ทานรอซูลตอบวา “จงกลาววา َ‫ﻮ‬ ْ ‫ﻔ‬ َ ‫ﻌ‬ ْ ‫اﻟ‬ ُّ‫ِﺐ‬ ُ ‫ﺤﺗ‬ ٌّ‫ﻮ‬ ُ ‫ﻔ‬ ُ ‫ﻗ‬ َ ‫ﻚ‬ َّ ‫ﻧ‬ِ‫إ‬ َّ‫ﻢ‬ ُ ‫ﻬ‬ َّ ‫اﻟﻠ‬ ِّ ‫ﻲﻨ‬ َ ‫ﻗ‬ ُ ‫ﻒ‬ ْ ‫ﺎﻗ‬ َ ‫ﻓ‬ ‘โอองคอภิบาลแหงขา แทจริงพระองคนั้นทรงเปนผูอภัยยิ่ง พระองค ทรงรักการอภัย ดังนั้นไดโปรดอภัยใหแกขาพระองคดวยเถิด’” (รายงานโดย อิบนุ มาญะฮฺ)
  41. 41. 41 หะดีษฺที่ 31 การจายซ฀

×