ใบงาน1ประมวลผลคำ

2,542 views

Published on

จัดเอกสาร ,ใบงาน

Published in: Education
1 Comment
5 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
2,542
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
1
Likes
5
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ใบงาน1ประมวลผลคำ

  1. 1. หน่วยที่ 4เรื่อง การใช้โปรแกรมประมวลผลคาในการจัดทาเอกสารหัวข้อเรื่อง1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําในการจัดทําเอกสาร2. หลักการพิมพ์เอกสารด้วยระบบสัมผัสเบื้องต้น3. การจัดรูปแบบเอกสาร4. การทํางานกับข้อความ5. การจัดรูปแบบตัวอักษร6. การสร้างและปรับแต่งตาราง7. การแทรกเอกสารด้วยรูปภาพและกราฟิก8. การนําเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ9. จดหมายเวียน10. การพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์สาระสาคัญโปรแกรมจัดการด้านเอกสาร หมายถึง โปรแกรมที่มีการนําเอาคําหลาย ๆ คํา มาเรียงต่อกันให้อยู่ในรูปแบบที่กําหนด โดยสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้การพิมพ์ด้วยระบบสัมผัส นับว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจําวันมากขึ้น การพิมพ์ได้เร็วจะช่วยทําให้การทํางานในด้านต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโปรแกรมไมโครซอฟท์ เวิร์ด 2007 เป็นโปรแกรมด้านการจัดการด้านเอกสาร หรือโปรแกรมประมวลผลคําโปรแกรมหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และเป็นโปรแกรมหนึ่งในชุด ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 ซึ่งทํางานอยู่ภายใต้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ก่อนที่จะสามารถใช้งานโปรแกรมเพื่อการสร้างรายงานหรือเอกสารต่าง ๆ นั้น จําเป็นต้องเรียนรู้วิธีการเรียกใช้งานโปรแกรมและการปิดโปรแกรม ส่วนประกอบของโปรแกรม การใช้งาน
  2. 2. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 2เมนูต่าง ๆ แถบเครื่องมือ ตลอดจนหลักการจัดการกับเอกสารในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่จําเป็นที่ต้องเรียนรู้ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเข้าสู่โปรแกรมจะปรากฏแท็บคําสั่งต่าง ๆ ซึ่งแต่ละแท็บจะทําหน้าที่ต่างกัน จึงจําเป็นที่จะต้องทราบและเรียนรู้ถึงส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น หน้าที่ของปุ่ มคําสั่ง และแท็บต่าง ๆ การจัดรูปแบบของเอกสาร เป็นต้น ซึ่งสามารถที่จะซ่อนหรือแสดงแถบเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการใช้งานในการสร้างเอกสารใหม่นั้น ต้องพิมพ์ข้อความต่าง ๆ ลงไปในเอกสารซึ่งในขั้นตอนการพิมพ์นี้อาจจะต้องมีการเลื่อนตัวชี้เมาส์ไปยังตําแหน่งของเอกสารต่าง ๆ เพื่อป้ อนข้อความ พิมพ์แทรก พิมพ์ทับ เลือกข้อความ ลบข้อความ คัดลอก และเคลื่อนย้ายข้อความ เป็นต้น และเมื่อพิมพ์และแก้ไขเอกสารจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว จะต้องมีการเก็บบันทึกข้อมูลนั้น ๆ ลงในสื่อบันทึกข้อมูลเพื่อให้สามารถนํางานหรือเอกสารนั้นกลับมาใช้งานได้ใหม่หรือที่เรียกว่า การบันทึกข้อมูลและการเปิดแฟ้มเอกสาร โดยเมื่อเปิดเอกสารขึ้นมาใช้งาน สามารถเปลี่ยนมุมมองให้กับเอกสารบนหน้าจอได้หลายรูปแบบ ทําให้สามารถทํางานกับเอกสารบนจอภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพการเก็บข้อมูลอีกลักษณะหนึ่งที่นิยมใช้ คือตาราง การเก็บข้อมูลในลักษณะของตาราง โดยการจัดข้อมูลเป็นแถวและคอลัมน์ จากนั้นจึงกรอกข้อความลงในช่องตารางแต่ละช่องในโปรแกรมไมโครซอฟท์ เวิร์ด นอกจากจะสร้างเอกสารที่ประกอบด้วยข้อความแล้ว ยังสามารถใส่รูปภาพ กราฟิกต่าง ๆ และแผนภูมิลงในเอกสาร เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเอกสารได้อีกด้วยเมื่อมีการสร้างเอกสารรายงานต่าง ๆ ด้วยโปรแกรมแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่สําคัญอย่างหนึ่งคือ การสั่งพิมพ์เอกสารหรือรายงานที่ได้จัดทําไว้ออกทางเครื่องพิมพ์ ซึ่งก่อนที่จะพิมพ์เอกสารหรือรายงาน ควรตรวจสอบเอกสารก่อนการพิมพ์จริงเสียก่อน เพื่อเอกสารรายงานที่พิมพ์ออกมานั้นมีความถูกต้อง สมบูรณ์ สวยงาม และมีความประณีต สามารถสร้างความน่าสนใจ ความประทับใจให้กับผู้อ่านเอกสารรายงานนั้น ๆจุดประสงค์การเรียนรู้จุดประสงค์ทั่วไป1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําในการจัดทําเอกสาร หลักการพิมพ์เอกสารด้วยระบบสัมผัสเบื้องต้น การจัดรูปแบบเอกสาร การทํางานกับข้อความ การจัดรูปแบบตัวอักษร การสร้างและปรับแต่งตาราง การแทรกเอกสารด้วยรูปภาพและกราฟิก การนําเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ จดหมายเวียน และการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์
  3. 3. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 32. เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถปฏิบัติการเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสารด้วยระบบสัมผัสเบื้องต้น การจัดรูปแบบเอกสาร การทํางานกับข้อความ การจัดรูปแบบตัวอักษร การสร้างและปรับแต่งตาราง การแทรกเอกสารด้วยรูปภาพและกราฟิก การนําเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ จดหมายเวียน และการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์3. เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ในการใช้โปรแกรมประมวลผลคําในการจัดทําเอกสาร มีกิจนิสัยในการทํางานอย่างเป็นระบบด้วยความอดทน ประณีตรอบคอบและปลอดภัยจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม1. บอก/อธิบาย ความรู้เกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําในการจัดทําเอกสาร หลักการพิมพ์เอกสารด้วยระบบสัมผัสเบื้องต้น การจัดรูปแบบเอกสาร การทํางานกับข้อความ การจัดรูปแบบตัวอักษร การสร้างและปรับแต่งตาราง การแทรกเอกสารด้วยรูปภาพและกราฟิก การนําเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ จดหมายเวียน และการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์2. ปฏิบัติการใช้งานโปรแกรมประมวลผลคําในการจัดทําเอกสาร หลักการพิมพ์เอกสารด้วยระบบสัมผัสเบื้องต้น การจัดรูปแบบเอกสาร การทํางานกับข้อความ การจัดรูปแบบตัวอักษรการสร้างและปรับแต่งตาราง การแทรกเอกสารด้วยรูปภาพและกราฟิก การนําเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ จดหมายเวียน และการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์3. มีความตระหนักและกิจนิสัยที่ดี ในการใช้งานโปรแกรมประมวลผลคําในการจัดทําเอกสารกิจกรรมหลัก1. อธิบายพร้อมสาธิตตามเนื้อหาสาระ2. แบ่งกลุ่มผู้เรียนค้นหาและอภิปรายหัวข้อเรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคําในการจัดทําเอกสาร และหลักการพิมพ์เอกสารด้วยระบบสัมผัสเบื้องต้น3. ผู้เรียนฝึกปฏิบัติการพิมพ์เอกสารด้วยระบบสัมผัสเบื้องต้น4. ครูผู้สอนอธิบายพร้อมสาธิต เรื่องการจัดรูปแบบเอกสาร การทํางานกับข้อความ การจัดรูปแบบตัวอักษร การสร้างและปรับแต่งตาราง การแทรกเอกสารด้วยรูปภาพและกราฟิก การนําเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ จดหมายเวียน และการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์5. ผู้เรียนฝึกปฏิบัติการจัดรูปแบบเอกสาร การทํางานกับข้อความ การจัดรูปแบบตัวอักษร การสร้างและปรับแต่งตาราง การแทรกเอกสารด้วยรูปภาพและกราฟิก การนําเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ จดหมายเวียน และการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์
  4. 4. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 46. ครูผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปผลการเรียนหน่วยที่ 47. เมื่อหมดคาบเรียนให้ผู้เรียนตรวจสอบและจัดเก็บอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมเก้าอี้ให้เรียบร้อยเนื้อหาสาระ1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคาในการจัดทาเอกสารโปรแกรมจัดการด้านเอกสารที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือ โปรแกรมไมโครซอฟท์ เวิร์ด เป็นโปรแกรมจัดการด้านเอกสารที่มีความสามารถอย่างมากและเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดโปรแกรมหนึ่งในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ง่ายต่อการใช้งาน มีความสามารถในการจัดการเกี่ยวกับเอกสาร การบันทึก การเปลี่ยนแปลงแก้ไข การแทรกรูปภาพแผนภูมิ ตาราง การพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์เป็นโปรแกรมหนึ่งโปรแกรมในชุด โปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 ที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่โปรแกรม ไมโครซอฟท์ เวิร์ด 97โปรแกรม ไมโครซอฟท์ เวิร์ด XP ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีการใช้งานที่ง่ายต่อการเรียนรู้ มีเมนูคําสั่งทั้งระบบภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ลักษณะเด่นและความสามารถของโปรแกรมที่ทําให้การสร้างเอกสารสามารถทําได้ดีและง่ายดาย เช่น สามารถช่วยสร้างเอกสาร รายงาน รวมทั้งจดหมายสําหรับงานด้านต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้แบบฟอร์มจดหมายที่มีอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังสามารถทําจดหมายเวียน เพื่อสร้างจดหมายที่มีเนื้อหาข้อความเหมือนกันส่งไปยังผู้รับต่าง ๆ ได้ง่ายดาย สามารถตกแต่งเอกสารได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยการสร้างสีสันและการใส่รูปภาพเพื่อสร้างความน่าสนใจ โดยการเน้นข้อความในลักษณะต่าง ๆ มีแม่แบบ (Template) สําหรับเอกสารที่ต้องใช้กันบ่อย ๆ เช่น รายงาน ใบเสนอราคารวมทั้งสามารถสร้างเอกสารแม่แบบที่ต้องการได้อีกด้วย สามารถนําเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ สามารถเลือกสร้างตารางข้อมูลได้อย่างรวดเร็วรวมทั้งการแทรกผังองค์กร และไดอะแกรมแบบอื่น ๆ ได้ด้วย ทํางานกับแฟ้มข้อมูลรูปแบบอื่นในชุดของโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ได้อย่างสะดวก เช่น การดึงข้อมูลของไมโครซอฟท์ เอกซ์เซล มาใส่ในโปรแกรมหรือการนําข้อมูลจากโปรแกรมไปใส่ในโปรแกรมไมโครซอฟท์ พาวเวอร์พอยต์ เป็นต้น
  5. 5. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 5 สามารถแปลงเอกสารที่สร้างเป็นเอกสารเว็บเพจ เพื่อการเผยแพร่ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรได้ เมนูและคําสั่งต่าง ๆ ถูกรวมไว้ในแถบที่เรียกว่า ริบบอน (Ribbon) แฟ้มที่บันทึกมีส่วนขยายเป็น .docx แทน .doc แต่สามารถบันทึกแฟ้มจาก .docx เป็น.doc เพื่อแก้ปัญหาไม่สามารถเปิดแฟ้มด้วยโปรแกรมรุ่นเก่าได้ การปรับแต่งเมนู แฟ้ม ถูกเปลี่ยนเป็นปุ่มออฟฟิศ (Office Button) ซึ่งอยู่มุมซ้ายด้านบนของโปรแกรมปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ได้พัฒนามาถึงรุ่น 2010 แต่ในเอกสารประกอบการสอนเล่มนี้ ผู้เรียบเรียงเลือกใช้ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 เนื่องจากยังมีผู้ใช้งานอยู่เป็นจํานวนมาก1.1 ความหมายของโปรแกรมจัดการด้านเอกสารโปรแกรมจัดการด้านเอกสาร หรือที่นิยมเรียกกันว่า โปรแกรมเวิร์ดโปรเซสซิ่ง(WordProcessing) คือโปรแกรมที่ทําหน้าที่ในการประมวลผลคํา คือการจัดการกับคํา หรือข้อความต่าง ๆให้อยู่ในรูปแบบที่กําหนด ซึ่งการจัดการนั้น เริ่มตั้งแต่การจัดการเกี่ยวกับรูปแบบของเอกสาร การจัดการเกี่ยวกับรูปแบบและคุณสมบัติของตัวอักษร การจัดการเกี่ยวกับการพิมพ์ข้อความ การจัดการเกี่ยวกับแฟ้ มข้อมูล การแทรกรูปภาพและกราฟิกต่าง ๆ การจัดการเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์ ซึ่งสามารถทําได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยโปรแกรมทางด้านการจัดการเอกสาร1.2 การเรียกใช้งานโปรแกรมการเรียกใช้งานหรือเข้าสู่โปรแกรมมีวิธีปฏิบัติได้หลายวิธี ดังนี้1.2.1 โดยการคลิกปุ่ม Start มีขั้นตอนดังนี้1) คลิกปุ่ม Start ของวินโดวส์ คลิกเลือก Program2) คลิกเลือก Microsoft Office3) คลิกเลือก Microsoft Word 2007ภาพที่ 4 - 1 การเรียกใช้งานโปรแกรมโดยการคลิกปุ่ม Start
  6. 6. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 61.2.2 โดยการเปิดแฟ้ มข้อมูลโดยตรง เช่น การเปิดแฟ้ มข้อมูลด้วย WindowsExplorer เป็นต้น มีขั้นตอนดังต่อไปนี้1) เปิดโปรแกรม Windows Explorer จะด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งภาพที่ 4 - 2 เปิดโปรแกรม Windows Explorer2) ค้นหาแฟ้ มข้อมูลของโปรแกรมที่ต้องการจะเรียกใช้งานที่อยู่ในตําแหน่งหรือโฟลเดอร์ต่าง ๆ และ ดับเบิลคลิกแฟ้มข้อมูลนั้น ๆภาพที่ 4 - 3 เลือกแฟ้มข้อมูลที่ต้องการ
  7. 7. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 71.2.3 โดยการดับเบิลคลิกไอคอนของโปรแกรมบนเดสก์ท็อปถ้าบนเดสก์ท็อปมีการสร้างปุ่มลัดของโปรแกรมไว้ สามารถดับเบิลคลิกเพื่อเปิดโปรแกรมได้ทันทีภาพที่ 4 - 4 การเรียกใช้งานโปรแกรมโดยการดับเบิลคลิกไอคอนบนเดสก์ท็อป1.3 ส่วนประกอบของหน้าต่างโปรแกรมหลังจากได้เข้าสู่โปรแกรมโดยวิธีใดวิธีหนึ่งแล้ว จะปรากฏหน้าจอหลัก ซึ่งประกอบด้วยส่วนสําคัญที่แยกออกเป็นส่วน ๆ เพื่อการทํางานดังนี้ภาพที่ 4 - 5 หน้าต่างของโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด
  8. 8. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 81.3.1 แถบเครื่องมือด่วน (Quick Access Button) แถบเครื่องมือที่รวมคําสั่งที่ใช้งานเป็นประจํา เพื่อให้เรียกใช้งานง่ายและรวดเร็วภาพที่ 4 - 6 แถบเครื่องมือด่วน1.3.2 แถบชื่อเรื่อง (Title Bar) บอกชื่อของโปรแกรมไมโครซอฟท์ เวิร์ด และชื่อแฟ้มข้อมูลที่ถูกเปิดใช้งานในปัจจุบันภาพที่ 4 - 7 แถบชื่อเรื่อง1.3.3 ปุ่มออฟฟิศ เป็นที่รวบรวมคําสั่งที่ใช้งานกับแฟ้มงานทั้งหมดภาพที่ 4 - 8 ปุ่มออฟฟิศ1.3.4 ริบบอน ส่วนติดต่อกับผู้ใช้โดยแบ่งออกเป็นแท็บ (Tab)ภาพที่ 4 - 9 ริบบอน
  9. 9. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 91.3.5 กลุ่มคําสั่งย่อยในแถบริบบอน รวมปุ่มคําสั่งที่ใช้ควบคุมการสร้างงานทั้งหมดภาพที่ 4 - 10 กลุ่มคําสั่งย่อยในแถบริบบอน1.3.6 แถบแสดงสถานะ (Status Bars) ทําหน้าที่แสดงตําแหน่งของตัวแทรกข้อความว่าอยู่ที่หน้าใด จํานวนของเอกสารว่ามีทั้งหมดกี่หน้า รวมทั้งสถานะต่าง ๆ เกี่ยวกับด้านการพิมพ์และการแก้ไขเอกสารต่าง ๆภาพที่ 4 - 11 แถบแสดงสถานะ1.3.7 มุมมองย่อ ขยาย (Zoom View) เป็นส่วนที่ใช้สําหรับมุมมองงานเอกสาร ย่อและขยายภาพที่ 4 - 12 มุมมองย่อ ขยาย1.3.8 มุมมองเอกสาร (View) แสดงปุ่มคําสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนมุมมองของเอกสารภาพที่ 4 - 13 มุมมองเอกสาร1.3.9 แถบเลื่อน (Scroll Bars) ทําหน้าที่เลื่อนมุมมองต่าง ๆ ของจอภาพในลักษณะแนวนอนและแนวตั้ง เมื่อจอภาพไม่สามารถแสดงได้ในหนึ่งหน้าจอภาพภาพที่ 4 - 14 แถบเลื่อน
  10. 10. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 101.3.10 ตัวแทรกข้อความ (Insertion Point) ทําหน้าที่เป็นตัวอักษรที่จะบอกตําแหน่งที่จะพิมพ์หรือตําแหน่งที่จะแก้ไขภาพที่ 4 - 15 ตัวแทรกข้อความ1.4 ปุ่มออฟฟิศปุ่มออฟฟิศ เป็นส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานได้รับการออกแบบใหม่ แทนที่เมนูแฟ้ ม จะแสดงอยู่ที่มุมบนซ้ายสุดของหน้าต่างโปรแกรม ซึ่งจะพบในโปรแกรมชุด ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ2007 ทุกโปรแกรม ใช้สําหรับการเรียกเปิดเมนูการใช้งานพื้นฐานเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล เช่น สร้าง เปิดบันทึก บันทึกเป็น พิมพ์เป็นต้นภาพที่ 4 - 16 คําสั่งในปุ่มออฟฟิศ1.4.1 สร้าง (New) สร้างเอกสารใหม่1.4.2 เปิด (Open) นําเอกสารเก่าที่บันทึกเก็บไว้ขึ้นมาใช้งาน1.4.3 บันทึก (Save) การบันทึกเอกสาร
  11. 11. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 111.4.4 บันทึกเป็น (Save As) การบันทึกเอกสารที่ได้บันทึกแล้วเป็นชื่อใหม่ หรือเก็บไว้ในโฟลเดอร์ใหม่ หรือรูปแบบเอกสารใหม่1.4.5 พิมพ์ (Print) เป็นคําสั่งเกี่ยวกับการพิมพ์เอกสารทั้งหมด ได้แก่ พิมพ์ พิมพ์ด่วน และแสดงตัวอย่างก่อนพิมพ์ เป็นต้น1.4.6 จัดเตรียม (Prepare) รวบรวมคําสั่งเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมให้เอกสารก่อนการนําไปเผยแพร่1.4.7 ส่ง (Send) ส่งเอกสารที่สร้างไปทางอีเมล และโทรสารอินเทอร์เน็ต1.4.8 ประกาศ (Publish) การนําเอกสารที่สร้างขึ้น Blog (เป็นคํารวมมาจากคําว่าเว็บล็อก (weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลําดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือบล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทําให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที) หรือขึ้นเครื่องแม่ข่าย (Server)1.5 การใช้งานแถบเครื่องมือด่วนแถบเครื่องมือด่วน เป็นแถบเก็บปุ่มคําสั่งต่าง ๆ ที่ต้องใช้งานประจํา โดยพื้นฐานเมื่อติดตั้งโปรแกรมจะมีอยู่เพียง 3 ปุ่ม ซึ่งจะพบในโปรแกรมชุด ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 ทุกโปรแกรม เช่นกัน แต่สามารถเพิ่มคําสั่งที่ต้องใช้งานอยู่เป็นประจําเพิ่มเติมหรือเอาออกได้ ดังนี้1.5.1 การเพิ่มคําสั่งในแถบเครื่องมือด่วนการเพิ่มคําสั่งในแถบเครื่องมือด่วน สามารถเลือกคําสั่งต่าง ๆ โดยเลือกจากกําหนดแถบเครื่องมือด่วนเองในรายการที่มีอยู่ สามารถทําได้ดังนี้1) คลิกปุ่ม กําหนดแถบเครื่องมือด่วนเอง บริเวณด้านท้ายของแถบเครื่องมือด่วนภาพที่ 4 - 17 ปุ่ม กําหนดแถบเครื่องมือด่วนเอง
  12. 12. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 122) คลิกเลือกปุ่มคําสั่งที่ต้องการเพิ่มในแถบเครื่องมือด่วนภาพที่ 4 - 18 เลือกปุ่มคําสั่งที่ต้องการเพิ่ม1.5.2 การเพิ่มคําสั่งจากคําสั่งรวมทั้งหมดการเพิ่มคําสั่งจากคําสั่งรวมทั้งหมด เป็นการเพิ่มปุ่มคําสั่งที่มีอยู่ในโปรแกรมทั้งหมด สามารถทําได้ดังนี้1) คลิกปุ่ม กําหนดแถบเครื่องมือด่วนเองภาพที่ 4 - 19 คลิกปุ่ม กําหนดแถบเครื่องมือด่วนเอง
  13. 13. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 132) คลิก คําสั่งเพิ่มเติมภาพที่ 4 - 20 คําสั่งเพิ่มเติม3) จะปรากฏกรอบหน้าต่าง ตัวเลือกของ Wordภาพที่ 4 - 21 กรอบหน้าต่าง ตัวเลือกของ Word
  14. 14. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 144) ให้คลิกเลือกปุ่มคําสั่งที่ต้องการทางด้านซ้ายมือ และคลิกปุ่ม เพิ่มภาพที่ 4 - 22 เลือกปุ่มคําสั่งที่ต้องการทางด้านซ้ายมือ5) ถ้าต้องการเอาปุ่มคําสั่งไหนออกให้คลิกเลือกทางด้านขวา แล้วคลิกปุ่มเอาออกภาพที่ 4 - 23 เลือกปุ่มคําสั่งที่ต้องการเอาออกทางด้านขวามือ
  15. 15. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 156) ถ้าต้องการกลับไปใช้ค่าที่โปรแกรมกําหนดไว้คลิกเลือก ตั้งค่าใหม่1.5.3 การเพิ่มคําสั่งจากแท็บริบบอน (Ribbon Tab)การเพิ่มคําสั่งจากแท็บริบบอน สามารถทําได้โดยการคลิกเมาส์ขวาบนปุ่มคําสั่งที่ต้องการ แล้วเลือก เพิ่มลงในแถบเครื่องมือด่วนภาพที่ 4 - 24 การเพิ่มปุ่มคําสั่งบนแถบเครื่องมือด่วนจากแท็บริบบอนและหากต้องการเอาปุ่มคําสั่งออกจากแถบเครื่องมือด่วน ให้คลิกเมาส์ขวาบนปุ่มคําสั่งนั้น แล้วเลือก เอาออกจากแถบเครื่องมือด่วนภาพที่ 4 - 25 การเอาปุ่มคําสั่งออกจากแถบเครื่องมือด่วน1.6 การใช้งานแถบริบบอนของโปรแกรมริบบอนเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาให้แทนที่ส่วนของเมนู และทูลบาร์แบบเดิมโดยการรวมคําสั่งเข้าด้วยกันแล้วแบ่งออกเป็นแท็บแทน ซึ่งแต่ละแท็บจะประกอบด้วยกลุ่มคําสั่งต่าง ๆ ที่ใช้งานในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน นอกจากนี้หากในกลุ่มคําสั่งใด ยังมีคําสั่งย่อยอื่น ๆ อีก จะมีปุ่ม ที่อยู่บริเวณมุมล่างขวาของกลุ่มนั้น ๆ สําหรับคลิกเปิดไดอะล็อกบ็อกซ์ เพิ่มเติมได้
  16. 16. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 161.6.1 ริบบอนหน้าแรก (Home)ริบบอนหน้าแรก เป็นที่รวบรวมคําสั่งพื้นฐานของโปรแกรม เช่น การคัดลอกเคลื่อนย้าย การวาง การจัดรูปแบบตัวอักษร การค้นหา และแทนที่ข้อความ เป็นต้นภาพที่ 4 - 26 ริบบอนหน้าแรก1.6.2 ริบบอนแทรก (Insert)ริบบอนแทรก เป็นริบบอนที่รวบรวมคําสั่งการแทรกวัตถุลงในเอกสาร เช่นรูปภาพ ตาราง แผนภูมิ สมการ สัญลักษณ์ การสร้างหัวกระดาษ ท้ายกระดาษ แทรกหมายเลขหน้าตัวอักษรศิลป์ เป็นต้นภาพที่ 4 - 27 ริบบอนแทรก1.6.3 ริบบอนเค้าโครงหน้ากระดาษ (Page Layout)ริบบอนเค้าโครงหน้ากระดาษ เป็นริบบอนที่รวบรวมคําสั่งเกี่ยวกับ การจัดการกับธีม ขอบกระดาษ การจัดวางกระดาษแนวตั้งแนวนอน ขนาดของกระดาษ การแบ่งหน้ากระดาษ การสร้างคอลัมน์ การใช้ลายนํ้าให้กับเอกสาร สีพื้นกระดาษ เส้นขอบกระดาษกําหนดระยะห่างระหว่างย่อหน้า จัดตําแหน่งวัตถุ หมุนภาพหรือข้อความ ชุดรูปแบบเอกสาร ระยะขอบ การวางแนวหน้ากระดาษ กําหนดขนาดของกระดาษ การจัดคอลัมน์ภาพที่ 4 - 28 ริบบอนเค้าโครงหน้ากระดาษ
  17. 17. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 171.6.4 ริบบอนการอ้างอิง (References)ริบบอนการอ้างอิง กลุ่มคําสั่งที่เกี่ยวกับการพิมพ์รายงานหรือหนังสือ เช่นคําสั่งเกี่ยวกับการสร้างสารบัญ สร้างดัชนี หมายเหตุ การอ้างอิง ที่ต้องใช้ในการพิมพ์หนังสือเป็นต้นภาพที่ 4 - 29 ริบบอนการอ้างอิง1.6.5 ริบบอนการส่งจดหมาย (Mailings)ริบบอนการส่งจดหมาย เป็นริบบอนที่รวบรวมคําสั่งเกี่ยวกับการสร้างซองจดหมาย ป้ายผนึก การสร้างจดหมายเวียนภาพที่ 4 - 30 ริบบอนการส่งจดหมาย1.6.6 ริบบอนตรวจทาน (Review)ริบบอนตรวจทาน เป็ นที่รวบรวมคําสั่งเกี่ยวกับการตรวจคําผิด ตรวจไวยากรณ์ของเอกสารที่ได้พิมพ์ การนับคําในเอกสาร การตรวจความถูกต้องของข้อความ การจัดการกับข้อคิดเห็น การป้ องกันเอกสารภาพที่ 4 - 31 ริบบอนตรวจทาน
  18. 18. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 181.6.7 ริบบอนมุมมอง (View)ริบบอนมุมมอง เป็นริบบอนรวมคําสั่งการดูเอกสารในมุมมองต่าง ๆ เช่น ดูแบบเต็มจอภาพ ดูเอกสารแบบโครงร่างเหมือนจริง ดูแบบเว็บ การซ่อนหรือแสดงไม้บรรทัด การซูม หน้าจอ การจัดการกับหน้าจอเอกสาร จัดเรียงหน้าจอกรณีที่เปิดไว้หลาย ๆ แฟ้ ม การสลับหน้าจอเอกสาร การจัดการกับมาโคร เป็นต้นภาพที่ 4 - 32 ริบบอนมุมมอง1.6.8 ริบบอนคําสั่งเฉพาะ (Contextual tabs)ริบบอนคําสั่งเฉพาะจะปรากฏขึ้นเมื่อมีการใช้คําสั่งบางอย่างที่มีคําสั่งย่อยอื่น ๆซึ่งจะมีแท็บพิเศษเพิ่มขึ้นมาโดยอัตโนมัติ อาจจะเป็นเพียง 1 แท็บ หรือบางคําสั่งอาจจะมีหลายแท็บอยู่ด้านขวาสุดในแถบชื่อเรื่อง ดังตัวอย่างเมื่อมีการแทรกรูปภาพและคลิกเลือกที่รูปภาพ จะมีแท็บคําสั่งเครื่องมือรูปภาพ และมีแท็บย่อยอีก 1 แท็บ คือรูปแบบภาพที่ 4 - 33 ริบบอนคําสั่งเฉพาะ1.6.9 การซ่อนและแสดงแท็บริบบอนแท็บริบบอนจะประกอบไปด้วยแถบเครื่องมือจํานวนมาก จึงต้องใช้พื้นที่ในการแสดงข้อมูลที่มากตามไปด้วย ในกรณีที่ต้องการซ่อนแท็บริบบอนทําได้โดยการคลิกเมาส์ขวาที่บริเวณแท็บริบบอนแท็บใด ๆ แล้วเลือกคําสั่ง ย่อ Ribbon ให้เล็กสุดภาพที่ 4 - 34 การซ่อนแท็บริบบอน
  19. 19. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 19หากต้องการให้แสดงแท็บริบบอนให้คลิกแท็บริบบอนอีกครั้งเพื่อเอาเครื่องหมายถูกหน้าคําสั่ง ย่อ Ribbon ให้เล็กสุด ออกภาพที่ 4 - 35 การแสดงแท็บริบบอน1.7 การใช้แป้ นพิมพ์เพื่อทํางานกับแท็บริบบอนแป้ นพิมพ์ลัดเป็นวิธีใช้คําสั่งอย่างรวดเร็วโดยการกดแป้ นเพียงไม่กี่ครั้ง จะอยู่ที่ตําแหน่งใดในโปรแกรม ทุกคําสั่งในโปรแกรมที่ใช้ริบบอนสามารถเข้าถึงได้โดยใช้แป้ นพิมพ์ลัดโดยสามารถเรียกใช้คําสั่งส่วนใหญ่ได้โดยการกดแป้ นพิมพ์เพียงไม่กี่ครั้ง โดยมีขั้นตอนปฏิบัติ ดังนี้ภาพที่ 4 - 36 แสดงแป้ นพิมพ์เพื่อทํางานกับแท็บริบบอน1) กดแป้น Alt บนแป้นพิมพ์ 1 ครั้งแล้วปล่อย2) จะปรากฏตัวอักษร หรือตัวเลขกํากับที่แท็บริบบอน และที่แท็บเครื่องมือด่วน3) กดตัวอักษรหรือตัวเลขที่แสดงบนคุณลักษณะที่ต้องการใช้งาน4) จะแสดงตัวอักษรหรือตัวเลขเพิ่มเติมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแถบเครื่องมือที่กดตัวอย่างเช่น แท็บ มุมมอง ถูกใช้งานอยู่ขณะที่กด ช แท็บ หน้าแรก จะแสดงขึ้นพร้อมกับเคล็ดลับแป้ นพิมพ์สําหรับกลุ่มต่าง ๆ ในแท็บ หน้าแรกภาพที่ 4 - 37 การใช้แป้ นพิมพ์เพื่อทํางานกับแท็บริบบอน
  20. 20. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 201.8 มุมมองเอกสารแบบต่าง ๆเพื่อความสะดวกในการสร้างเอกสารและทํางานกับเอกสาร สามารถแสดงเอกสารได้หลากหลายรูปแบบ โดยการสลับมุมมองแต่ละมุมมองที่แท็บมุมมอง หรือปุ่มเครื่องมือมุมมองที่ด้านล่างของหน้าต่างโปรแกรมภาพที่ 4 - 38 มุมมองเอกสารแบบต่าง ๆภาพที่ 4 - 39 ปุ่มเครื่องมือมุมมองรูปแบบต่าง ๆการจะใช้มุมมองของเอกสารในลักษณะใดขึ้นอยู่กับความจําเป็นของการใช้งาน โดยมุมมองในแต่ละรูปแบบมีดังนี้1.8.1 มุมมองเค้าโครงเหมือนพิมพ์ ( Print Layout View)มุมมองเค้าโครงเหมือนพิมพ์ เป็นมุมมองพื้นฐานเมื่อเปิดเอกสารในครั้งแรกเป็นมุมมองที่แสดงผลลัพธ์ เช่น แสดงรูปภาพ เลขที่หน้า หัวกระดาษ การเว้นระยะระหว่างข้อความเป็นต้นภาพที่ 4 - 40 มุมมองเค้าโครงเหมือนพิมพ์
  21. 21. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 211.8.2 มุมมองการอ่านแบบเต็มจอ (Reading View)มุมมองการอ่านแบบเต็มจอ มุมมองที่สามารถอ่านเอกสารคล้ายกับการอ่านหนังสือ โดยมีการแบ่งเอกสารออกเป็นสองหน้า และจัดเอกสารโดยอัตโนมัติให้มีอักษรขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถอ่านได้สะดวกภาพที่ 4 - 41 มุมมองการอ่านแบบเต็มจอ1.8.3 มุมมองเค้าโครงเว็บ (Web Layout View)มุมมองเค้าโครงเว็บ สามารถอ่านและค้นหาหัวข้อในเอกสารได้ง่าย มีขนาดอักษร ความยาวหน้ากระดาษที่แสดงข้อความ เพื่อให้เหมาะสําหรับการอ่านเอกสารในลักษณะเว็บภาพที่ 4 - 42 มุมมองเค้าโครงเว็บ
  22. 22. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 221.8.4 มุมมองเค้าร่าง (Outline View)มุมมองเค้าร่าง เป็นมุมมองที่แสดงเฉพาะข้อความในเอกสารเท่านั้น โดยจะแสดงเป็นโครงสร้างของเอกสารว่า ประกอบด้วยหัวข้ออะไรบ้าง และแต่ละหัวข้อมีหัวข้อย่อยลงไปอีกกี่ระดับภาพที่ 4 - 43 มุมมองเค้าร่าง1.8.5 มุมมองแบบร่าง (Draft View)มุมมองแบบร่าง เป็นมุมมองที่แสดงเอกสารเป็นแบบร่าง เพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เช่น หัวกระดาษ และท้ายกระดาษ เป็นต้นภาพที่ 4 - 44 มุมมองแบบร่าง
  23. 23. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 231.9 การสร้างเอกสารใหม่การสร้างแฟ้ มเอกสารใหม่ คือการพิมพ์ตัวอักษร ข้อความหรือบทความต่าง ๆ ลงบนโปรแกรมแล้วสั่งพิมพ์เอกสารนั้นลงบนกระดาษโดยออกทางเครื่องพิมพ์ และบันทึกข้อมูลที่ได้จัดพิมพ์เก็บไว้ใช้ในโอกาสต่อไปหรือแก้ไขปรับปรุงเมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมขึ้นมาครั้งแรก โปรแกรมจะสร้างหน้าเอกสารใหม่ให้ทันทีเพื่อการใช้งาน แต่ถ้าต้องการสร้างเอกสารขึ้นมาใหม่อาจเลือกสร้างจากเอกสารเปล่าขึ้นมา หรือสร้างจากแม่แบบที่โปรแกรมจัดเตรียมไว้นอกจากนั้นยังสามารถเลือกสร้างแฟ้มเอกสารในรูปแบบอื่น ๆ ได้อีกมากมายในการสร้างเอกสารใหม่นั้น มีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติดังนี้1.9.2 สร้างเอกสารเปล่า หากต้องการสร้างเอกสารโดยทั่วไป หรือกําลังทํางานกับเอกสารหนึ่งอยู่ และต้องการสร้างเอกสารใหม่ขึ้นมาหรือเริ่มใช้งานโปรแกรม ไม่ต้องการรูปแบบที่ซับซ้อนมากนัก การสร้างโดยวิธีนี้เป็นวิธีหลักในการทํางานของโปรแกรม โดยสามารถพิมพ์ข้อมูลและปรับแต่งเอกสารได้ตามต้องการ มีขั้นตอนดังนี้1) คลิกปุ่ม ออฟฟิศ หรือกดแป้น Ctrl + N จะเป็นการสร้างเอกสารใหม่อย่างรวดเร็วภาพที่ 4 - 45 คลิกปุ่ม ออฟฟิศ2) จะปรากฏเมนูคําสั่งของปุ่มออฟฟิศ ให้คลิกคําสั่ง สร้างภาพที่ 4 - 46 เมนูคําสั่งของปุ่มออฟฟิศ ให้คลิกคําสั่ง สร้าง
  24. 24. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 243) จะปรากฏหน้าต่าง เอกสารใหม่ คลิกเลือก ว่างและล่าสุด และ เอกสารเปล่าภาพที่ 4 - 47 หน้าต่างเอกสารใหม่4) จากนั้นคลิกปุ่ม สร้างภาพที่ 4 - 48 คลิกปุ่ม สร้าง1.9.3 สร้างเอกสารใหม่จากแม่แบบ แม่แบบ (Template) เป็นต้นแบบของเอกสารที่มีการจัดวางรูปแบบของข้อความบนหน้าเอกสารไว้ให้แล้ว เช่น มีการกําหนดข้อความบนหัวกระดาษและท้ายกระดาษไว้หรือกําหนดพื้นหลังของเอกสารไว้เพียงเลือกสร้างจากแม่แบบ และเริ่มต้นพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการลงไปได้ทันทีทําให้ไม่ต้องปรับแต่งเอกสารใหม่ทั้งหมดเหมือนกับการเลือกสร้างเป็นแบบเอกสารเปล่า มีขั้นตอนดังนี้1) คลิกปุ่มออฟฟิศภาพที่ 4 - 49 คลิกปุ่มออฟฟิศ
  25. 25. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 252) จะปรากฏเมนูคําสั่งของปุ่มออฟฟิศ ให้คลิกคําสั่ง สร้างภาพที่ 4 - 50 เมนูคําสั่งของปุ่มออฟฟิศ ให้คลิกคําสั่ง สร้าง3) คลิกแถบแม่แบบที่ติดตั้งภาพที่ 4 - 51 คลิกแถบแม่แบบที่ติดตั้ง4) คลิกเลือกรูปแบบของแม่แบบที่ต้องการภาพที่ 4 - 52 เลือกรูปแบบของแม่แบบที่ต้องการ
  26. 26. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 265) จากนั้นคลิกปุ่ม สร้างภาพที่ 4 - 53 คลิกปุ่ม สร้างจะได้เอกสารที่สร้างขึ้นใหม่ โดยที่ได้ต้นแบบของแม่แบบที่เลือกมาเป็นรูปแบบและข้อมูลในเบื้องต้นเพื่อจะได้พิมพ์ข้อความต่าง ๆ ลงบนเอกสารต่อไป1.10 การบันทึกเอกสารเมื่อมีการจัดทําเอกสารข้อมูลหรือการแก้ไขข้อมูลแล้ว จะต้องมีการบันทึกแฟ้ มเอกสารนั้นเก็บไว้เป็นแฟ้ มข้อมูล เพื่อการเรียกใช้งานในภายหลัง ซึ่งการบันทึกงานเอกสาร มีขั้นตอนในแต่ละกรณีดังนี้คือ1.10.1 ในกรณีที่เป็นการบันทึกเอกสารครั้งแรก มีขั้นตอน ดังนี้1) นําเมาส์คลิกปุ่มออฟฟิศ เลือกคําสั่ง บันทึก หรือ บันทึกเป็น หรือ นําเมาส์คลิกแถบเครื่องมือด่วนรูปแผ่นดิสก์ หรือกดแป้น Ctrl + S บนแป้นพิมพ์ภาพที่ 4 - 54 คลิกปุ่มออฟฟิศ เลือกคําสั่ง บันทึก
  27. 27. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 27ถ้าเลือกบันทึกเป็นจะปรากฏไดอะล็อกบอกซ์ บันทึกสําเนาเอกสาร ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้(1) เอกสาร Word : บันทึกเป็นเอกสารของโปรแกรม (.docx)(2) แม่แบบ Word : บันทึกเป็นแฟ้มแม่แบบของโปรแกรม(3) Word 97-2003 : เป็นการบันทึกเพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้ในโปรแกรม เวอร์ชั่น 97-2003(4) ค้นหา Add-in : เป็นการบันทึกแฟ้มเป็นรูปแบบอื่น ๆ เช่น PDF,XPS เป็นต้น(5) รูปแบบอื่น ๆ : บันทึกโดยสามารถเลือกรูปแบบทั้งหมดเองได้ภาพที่ 4 - 55 เลือกรูปแบบการบันทึกเอกสารใหม่2) ปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ บันทึกเป็น ให้กําหนดโฟลเดอร์ที่จะบันทึกเอกสารในช่องบันทึกในภาพที่ 4 - 56 กําหนดโฟลเดอร์3) ในกรณีต้องการสร้างโฟลเดอร์ใหม่จะต้องคลิกปุ่ ม (สร้างโฟลเดอร์ใหม่) เพื่อการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบ จะปรากฏกรอบการสร้างโฟลเดอร์ให้พิมพ์ชื่อโฟลเดอร์ใหม่ลงไป
  28. 28. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 28ภาพที่ 4 - 57 สร้างโฟลเดอร์ใหม่4) พิมพ์ชื่อของแฟ้ มเอกสารลงในช่อง ชื่อแฟ้ ม เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ แต่ต้องไม่เกิน 256 ตัวอักษร และห้ามใช้ชื่อที่ต้องห้ามหรือมีสัญลักษณ์พิเศษอื่นใดภาพที่ 4 - 58 พิมพ์ชื่อของแฟ้ มเอกสารลงในช่อง ชื่อแฟ้ม5) นําเมาส์คลิกปุ่ม บันทึก แฟ้ มข้อมูลที่บันทึกของโปรแกรม จะมีส่วนขยายหรือนามสกุลเป็น .docxภาพที่ 4 - 59 คลิกปุ่ม บันทึกการตั้งชื่อและกําหนดโฟลเดอร์สําหรับการบันทึกเอกสารนี้ จะปรากฏขึ้นเพียงครั้งแรกครั้งเดียวเมื่อบันทึกงานครั้งแรกเท่านั้น1.10.2 ในกรณีที่บันทึกเอกสารหลังจากที่มีการจัดเก็บมาก่อนหน้าแล้วถ้าได้จัดเก็บเอกสารไว้แล้ว และได้เปิดเอกสารออกมาใช้งานหรือแก้ไขและต้องการจัดเก็บอีกครั้งหนึ่งในชื่อเดิมและโฟลเดอร์เดิม สามารถปฏิบัติได้ตามวิธีการดังนี้1) นําเมาส์คลิกแถบเครื่องมือด่วนรูปแผ่นดิสก์ หรือใช้คําสั่งลัดโดยกดแป้น Ctrl + S บนแป้ นพิมพ์2) โปรแกรมจะบันทึกแฟ้มข้อมูลโดยไม่ต้องตั้งชื่อใหม่ถ้าต้องการที่จะบันทึกแฟ้ มข้อมูลเดิม แต่ต้องการสร้างเป็นแฟ้มใหม่ และมีชื่อใหม่จะต้องใช้เมนูคําสั่ง บันทึกเป็น ส่วนขั้นตอนเหมือนกับในกรณีที่เป็นการบันทึกเอกสารครั้งแรก
  29. 29. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 29การจัดเก็บงานเอกสารในโปรแกรมไมโครซอฟท์ เวิร์ด 2007 นอกจากจะบันทึกเป็นแฟ้มข้อมูลของโปรแกรมเองแล้ว ยังสามารถบันทึกเป็นแฟ้มข้อมูลในรูปแบบอื่น ๆ เช่น htm, html,mht เป็นต้น เพื่อใช้ในการแสดงนําเสนอเอกสารทางอินเทอร์เน็ต ทําให้สามารถใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น1.11 การเปิดเอกสารขึ้นมาใช้งานเมื่อได้บันทึกเอกสารไว้แล้วและต้องการที่จะนําเอกสารเดิมที่บันทึกมาใช้งานใหม่หรือต้องการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้1.11.1 นําเมาส์คลิกปุ่ม ออฟฟิศ หรือสามารถเลือกเปิดจากรายการเอกสารล่าสุดหรือคลิกปุ่มคําสั่ง บนแถบเครื่องมือด่วนภาพที่ 4 - 60 คลิกปุ่มออฟฟิศ เลือกคําสั่ง เปิด1.11.2 เลือกคําสั่ง เปิด บนคําสั่งย่อย หรือกดแป้ น Ctrl + O หน้าจอจะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ เปิดภาพที่ 4 - 61 ไดอะล็อกบ็อกซ์ เปิด
  30. 30. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 301.11.3 ที่ช่อง มองหาใน ให้ระบุชื่อโฟลเดอร์ที่จัดเก็บข้อมูลงานเอกสารไว้ภาพที่ 4 - 62 ระบุชื่อโฟลเดอร์1.11.4 ช่อง ชื่อแฟ้ ม ให้พิมพ์ชื่อแฟ้มข้อมูลที่ต้องการลงไปหรือคลิกชื่อแฟ้มข้อมูลที่ต้องการแล้วดับเบิลคลิกภาพที่ 4 - 63 พิมพ์ชื่อแฟ้มข้อมูลที่ต้องการ1.11.5 หรือคลิกปุ่ม เปิดภาพที่ 4 - 64 คลิกปุ่ม เปิดนอกจากการเปิดเอกสารด้วยคําสั่งเปิดแล้ว สามารถเปิดเอกสารได้ด้วยการเลือกจากเอกสารล่าสุด ซึ่งมีเอกสารล่าสุดที่ได้เคยเปิดขึ้นมาใช้งานให้เลือกเปิดได้ โดยส่วนของเอกสารล่าสุดจะแสดงเมื่อคลิกปุ่ม ออฟฟิศภาพที่ 4 - 65 การเปิดเอกสารขึ้นมาใช้งานจากเอกสารล่าสุด
  31. 31. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 31ในทางปฏิบัติแล้วสามารถเปิ ดแฟ้ มงานเอกสารเก่ามาใช้งานได้โดยการเปิ ดโปรแกรม Windows Explorer แล้วค้นหาแฟ้มงานเอกสารที่มีอยู่ตามโฟลเดอร์ต่าง ๆ จากนั้นดับเบิลคลิกเพื่อเปิดการใช้งาน1.12 การปิดแฟ้มงานเอกสารหลังจากที่บันทึกงานเอกสารแล้ว ถ้าแฟ้มงานเอกสารนี้ไม่ต้องการทํางานอีกต่อไปในตอนนี้ ควรจะปิดแฟ้มนั้น โดยมีขั้นตอนดังนี้1.12.1 คลิกปุ่ม ออฟฟิศ เลือก ปิดภาพที่ 4 - 66 การปิดแฟ้มงานเอกสารโดยคลิกปุ่มปิด1.12.2 หรือคลิกปุ่ม Close มุมบนขวาสุดของหน้าต่างเอกสารภาพที่ 4 - 67 การปิดแฟ้มงานเอกสารโดยคลิกปุ่ม Close1.12.3 ถ้าการสั่งปิดเอกสารโดยยังไม่ได้มีการบันทึกเอกสารหลังจากการแก้ไขล่าสุด จะมีข้อความเตือนก่อนการปิดเอกสารนี้ภาพที่ 4 - 68 ข้อความเตือนในกรณียังไม่ได้บันทึกเอกสารครั้งล่าสุด
  32. 32. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 321.13 การปิดโปรแกรมการปิดหรือการออกจากโปรแกรม สามารถทําได้หลากหลายวิธีเช่นเดียวกับการเรียกใช้งานโปรแกรม ซึ่งจะต้องทําเมื่อต้องการปิดเครื่องหรือไม่ต้องการใช้งานแล้ว ซึ่งถ้ายังไม่ได้บันทึกเอกสารโปรแกรมจะถามยืนยันว่าจะบันทึกเอกสารก่อนหรือไม่ เช่นเดียวกับการปิดเอกสาร1.13.1 ดับเบิลคลิกปุ่ม ออฟฟิศภาพที่ 4 - 69 ดับเบิลคลิกปุ่ม ออฟฟิศ1.13.2 หรือคลิกปุ่ม ออฟฟิศ และเลือก ออกจาก Wordภาพที่ 4 - 70 การเรียกใช้คําสั่งออกจาก Word1.13.3 หรือคลิกปุ่ม Close มุมบนขวาสุดของหน้าต่างเอกสารภาพที่ 4 - 71 การปิดโปรแกรมโดยคลิกปุ่ม Close1.13.4 การปิดโปรแกรมโดยการกดแป้น Alt + F4 บนแป้นพิมพ์
  33. 33. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 332. หลักการพิมพ์เอกสารด้วยระบบสัมผัสเบื้องต้นการพิมพ์ด้วยวิธีพิมพ์สัมผัส เป็นการฝึกใช้นิ้วมือเพื่อพิมพ์อย่างมีแบบแผนว่าควรใช้นิ้วไหนพิมพ์แป้ นอะไร โดยคํานึงถึงความสัมพันธ์ของการก้าวนิ้วไปยังแป้ นต่าง ๆ เป็นสําคัญ ทั้งนี้เพื่อทําให้กล้ามเนื้อทุกส่วนใช้งานได้อย่างเหมาะสมตามลักษณะกายภาพของนิ้วมือ และเมื่อมีการฝึกฝนอยู่เป็นประจํา สมองจะจดจําการสัมผัส จนสามารถก้าวนิ้วเพื่อพิมพ์แต่ละแป้ นได้เองโดยอัตโนมัติ โดยไม่จําเป็นต้องก้มมองที่แป้ นพิมพ์ หรือจิ้มดีดแป้ นพิมพ์ทีละตัว ส่งผลให้ผู้ฝึกฝนเกิดความชํานาญ สามารถพิมพ์งานหรือข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความถูกต้อง ความรวดเร็ว และความแม่นยํา2.1 หลักการพิมพ์สัมผัสบนแป้นพิมพ์ปัจจุบัน แม้ว่าบทบาทของเครื่องพิมพ์ดีดจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่หลักการพิมพ์ด้วยวิธีสัมผัสยังสามารถนํามาประยุกต์ใช้กับการพิมพ์งานหรือป้ อนข้อมูลบนแป้ นพิมพ์ได้เช่นกัน สังเกตได้จากตําแหน่งต่าง ๆ บนแป้ นพิมพ์ที่ไม่แตกต่างกับเครื่องพิมพ์ดีดนอกจากบนแป้นพิมพ์จะมีแป้ นคําสั่งต่าง ๆ มากกว่า รวมถึงมีรูปแบบการใช้งานที่ยืดหยุ่นมากกว่าแม้ตําแหน่งของแป้ นอักขระต่าง ๆ บนแป้ นพิมพ์ จะถูกพัฒนาโดยมีพื้นฐานมาจากเครื่องพิมพ์ดีด แต่จะเห็นว่าบนแป้ นพิมพ์จะมีแป้ นคําสั่งต่าง ๆ มากกว่า และหากมองในแง่ของการใช้งานแล้วเครื่องพิมพ์ดีดและแป้ นพิมพ์กลับมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดจะเป็นการพิมพ์ต้นฉบับลงในกระดาษ หากพิมพ์ผิดอาจต้องแก้ไขด้วยนํ้ายาลบคําผิดหรือไม่ต้องเปลี่ยนกระดาษใหม่ ส่วนการพิมพ์บนแป้ นพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่พิมพ์จะปรากฏบนจอภาพก่อน ซึ่งหากผิดสามารถแก้ไขได้ทันที2.2 ทักษะพื้นฐานในการพิมพ์สัมผัสด้วยตัวเองในระยะเริ่มต้นของการฝึกพิมพ์ด้วยวิธีสัมผัสบนแป้ นพิมพ์นั้น สิ่งที่ผู้ฝึกต้องเรียนรู้เป็นแนวทางการปฏิบัติและเข้มงวดต่อตัวเองให้มาก คือเรื่องของทักษะพื้นฐาน ตั้งแต่ท่านั่งพิมพ์ลักษณะการวางนิ้ว การขึ้นบรรทัดใหม่ การเคาะวรรค การเคาะแท็บ การกดแป้ นอักษรบน (Shift)รวมถึงการสลับภาษาของแป้ นพิมพ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกฝังตัวเองให้เกิดทักษะที่ดีในการพิมพ์ตั้งแต่เริ่มต้น และเมื่อหมั่นฝึกฝนจนติดเป็นนิสัย จะทําให้สามารถใช้แป้ นพิมพ์เพื่อพิมพ์งานหรือป้ อนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  34. 34. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 342.2.1 ท่านั่งพิมพ์ที่ถูกต้องการนั่งพิมพ์ด้วยท่านั่งที่ถูกวิธี ไม่เพียงช่วยให้ผู้ฝึกสามารถเคลื่อนนิ้วเพื่อพิมพ์งานได้อย่างคล่องแคล่วเท่านั้น แต่ยังช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดต้นคอ และบรรเทาอาการเมื่อยล้าในการพิมพ์ได้ด้วย การนั่งพิมพ์ด้วยท่านั่งที่ถูกวิธี ควรปฏิบัติดังนี้1) หลัง ตรงไม่งอ2) แขนท่อนล่าง งอหักมุมได้ฉากกับลําตัว3) ข้อศอก ไม่เกร็งและไม่ควรชิดลําตัวมากเกินไป4) ขาท่อนล่าง ขนานกับลําตัว ไม่นั่งไขว่ห้าง5) ศรีษะ ไม่เอียง ต้องตั้งตรงเสมอ6) ตา ต้องไม่ก้มมองแป้ นบนแป้ นพิมพ์7) ข้อมือ ลาดตํ่าขนานกับแป้ นพิมพ์ภาพที่ 4 - 72 ท่านั่งพิมพ์ที่ถูกต้องที่มา : กองบรรณาธิการ, 2554.หลัง ตรงไม่งอแขนท่อนล่าง งอหักมุมได้ฉากข้อศอก ไม่เกร็งและไม่ชิดลําตัวมากเกินไปขา ท่อนล่างขนานไปกับลําตัวไม่นั่งไขว่ห้างข้อมือ ลาดตํ่าขนานกับแป้ นพิมพ์ตา ไม่ก้มมองแป้ นพิมพ์ศรีษะ ไม่เอียง ต้องตั้งตรงเสมอ
  35. 35. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 352.2.2 การวางนิ้วการวางนิ้ว เปรียบได้กับท่าเตรียมพร้อมในการเริ่มพิมพ์ จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องทั้งตําแหน่งการวางนิ้วและลักษณะการวางนิ้ว โดยเฉพาะตําแหน่งการวางนิ้วนั้น ถือเป็นหัวใจหลักของการพิมพ์ด้วยวิธีสัมผัส โดยตําแหน่งการวางนิ้วที่ถูกต้อง ให้วางนิ้วทั้งแปดวางพักประจําไว้ที่แป้ นเหย้าเสมอ แป้ นเหย้า (Home Keys) หมายถึงแป้ นอักษรซึ่งใช้เป็นที่พักนิ้ว ได้แก่แป้น ฟ ห ก ด า ส ว ในภาษาไทย หรือ a s d f j k l ; ในภาษาอังกฤษแป้ นเหย้าถือเป็นหลักสําคัญในการวางนิ้วก่อนจะลงมือพิมพ์ ซึ่งจะอยู่แถวที่ 2จากแถวล่างสุด โดยนิ้วก้อยซ้ายจะอยู่ที่อักษร ฟ นิ้วนางซ้ายจะอยู่ที่อักษร ห นิ้วกลางซ้ายจะอยู่ที่อักษร ก นิ้วชี้ซ้ายจะอยู่ที่อักษร ด นิ้วก้อยขวาจะอยู่ที่อักษร ว นิ้วนางขวาจะอยู่ที่อักษร ส นิ้วกลางขวาจะอยู่ที่ สระ า และนิ้วชี้ขวาจะอยู่ที่วรรณยุกต์ ˡ(ไม้เอก) ส่วนนิ้วโป้ งทั้งสองข้างจะอยู่ที่แป้ นเว้นวรรค นิ้วใดจะก้าวไปพิมพ์แป้ นตัวไหน เมื่อเคาะแป้ นอักษรที่ต้องการเสร็จแล้ว จะต้องชักนิ้วนั้นกลับมาไว้บนตําแหน่งแป้ นเหย้าเสมอทันทีภาพที่ 4 - 73 การวางนิ้วที่ถูกต้อง2.2.3 การก้าวนิ้วการก้าวนิ้วเพื่อพิมพ์แป้ นใด ๆ ที่ไม่ใช่แป้ นเหย้า ขณะก้าวนิ้วจะต้องพยายามไม่ให้นิ้วที่เหลือเคลื่อนที่จากตําแหน่งแป้ นเหย้า (หรือเคลื่อนจากตําแหน่งให้น้อยที่สุด) และทุกครั้งเมื่อก้าวนิ้วไปเคาะแป้ นนั้น ๆ เสร็จแล้วจะต้องดึงนิ้วกลับมาวางบนตําแหน่งแป้ นเหย้าทันทีฟ ห ก ด ˡ า ส ว
  36. 36. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 36ภาพที่ 4 - 74 การก้าวนิ้วที่ถูกต้อง2.2.4 การเคาะแป้นวรรคในการเว้นวรรคนั้น แป้ นที่ใช้รับคําสั่งบนแป้ นพิมพ์คือ แป้ น Space โดยเมื่อต้องเว้นวรรค ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือขวาเคาะที่แป้ น Space แล้วรีบยกนิ้วขึ้นมาตามเดิม ขณะที่นิ้วทั้งแปดให้วางพักไว้ที่แป้ นเหย้าตามปกติ และการเคาะที่แป้ นหนึ่งครั้งจะแทนการเว้นวรรคหนึ่งช่องตัวอักษรภาพที่ 4 - 75 การเคาะแป้ นเว้นวรรคที่ถูกต้อง
  37. 37. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 372.2.5 การเคาะแท็บเมื่อต้องการเยื้องอักษรไปทางขวาหนึ่งช่วง ตามระยะที่ตั้งไว้ แป้ นที่ใช้รับคําสั่งบนแป้ นพิมพ์ คือ แป้ น Tab ให้ก้าวนิ้วก้อยซ้ายขึ้นไปเคาะที่แป้ นแท็บ และทุกครั้งเมื่อก้าวนิ้วไปเคาะที่แป้ นแท็บเสร็จแล้ว จะต้องดึงนิ้วกลับมาวางบนตําแหน่งแป้ นเหย้าทันที โดยการเคาะที่แป้ นแท็บหนึ่งครั้ง แทนการเยื้องขวาตามค่าที่ตั้งไว้หนึ่งช่วงภาพที่ 4 - 76 การเคาะแป้ นแท็บที่ถูกต้อง2.2.6 การลบอักขระที่พิมพ์ความยืดหยุ่นที่ดีประการหนึ่งของการพิมพ์บนแป้ นพิมพ์คอมพิวเตอร์ คือ เมื่อพิมพ์ผิดสามารถแก้ไขด้วยการลบอักขระที่ผิดพิมพ์ได้ทันที และแป้ นที่ใช้สําหรับการลบบนแป้นพิมพ์คือแป้น Backspace (เป็นการสั่งลบตัวอักขระที่อยู่หน้าเคอร์เซอร์) และเมื่อต้องการสั่งลบให้ใช้นิ้วก้อยขวาก้าวขึ้นไปเคาะแป้ น Backspace เสร็จแล้วให้รีบดึงนิ้วกลับมาวางที่แป้ นอักษรเหย้าทันที
  38. 38. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 38ภาพที่ 4 - 77 การลบอักขระที่พิมพ์2.2.7 การพิมพ์แป้นอักษรบน (Shift)เมื่อต้องการพิมพ์แป้ นอักษรบน จะเป็นแป้ นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ แป้ นที่ใช้รับคําสั่งบนแป้ นพิมพ์คือ แป้ น Shift จะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวา ซึ่งการจะเลือกเคาะแป้ นข้างซ้ายหรือข้างขวา ให้ยึดหลักเกณฑ์ดังนี้1) กรณีเมื่อใช้มือขวาในการพิมพ์แป้นอักษรบนให้ใช้นิ้วก้อยซ้ายก้าวไปกดแป้ น Shift ข้างซ้ายค้างไว้ เช่น เมื่อต้องการพิมพ์“ ณ” ให้ก้าวนิ้วก้อยซ้ายไปกดแป้ น Shift ข้างซ้ายค้างไว้แล้วจึงก้าวนิ้วชี้ขวา ไปเคาะที่แป้ น“ ณ” เสร็จแล้วให้รีบดึงนิ้วกลับมาวางที่แป้ นเหย้าทันทีภาพที่ 4 - 78 การพิมพ์แป้นอักษรบนกรณีเมื่อใช้มือขวาในการพิมพ์แป้นอักษรบน
  39. 39. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 392) กรณีเมื่อใช้มือซ้ายในการพิมพ์แป้นอักษรบนให้ใช้นิ้วก้อยขวาก้าวไปกดแป้ น Shift ข้างขวาค้างไว้ เช่น เมื่อต้องการพิมพ์“ ธ” ให้ก้าวนิ้วก้อยขวาไปกดแป้ น Shift ข้างขวาค้างไว้แล้วจึงก้าวนิ้วชี้ซ้าย ไปเคาะที่แป้น“ ธ” เสร็จแล้วให้รีบดึงนิ้วกลับมาวางที่แป้ นเหย้าทันทีภาพที่ 4 - 79 การพิมพ์แป้นอักษรบนกรณีเมื่อใช้มือซ้ายในการพิมพ์แป้นอักษรบน2.2.8 การขึ้นบรรทัดใหม่ในการสั่งขึ้นบรรทัดใหม่หรือย่อหน้าใหม่ แป้ นที่ใช้รับคําสั่งคือแป้ น Enterโดยเมื่อต้องการขึ้นบรรทัดใหม่ให้ก้าวนิ้วก้อยขวาไปเคาะที่แป้ น Enter และเมื่อเคาะเสร็จแล้วให้รีบดึงนิ้วกลับมายังตําแหน่งแป้ นเหย้าทันที โดยการเคาะหนึ่งครั้ง หมายถึงการสั่งขึ้นบรรทัดใหม่หนึ่งบรรทัดภาพที่ 4 - 80 การขึ้นบรรทัดใหม่
  40. 40. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 402.2.9 การสลับภาษาแป้นพิมพ์การสลับภาษาแป้ นพิมพ์ระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐานจะกําหนดด้วยตัวอักษร Grave Accent (`) หรือว่าแป้ น Left Alt + Shift หรือแป้ น Ctrl + Shift ฉะนั้นหลักการก้าวนิ้วเพื่อสลับภาษาของแป้ นพิมพ์จึงแตกต่างกัน ดังนี้1) การสลับภาษาแป้นพิมพ์ด้วยแป้น Grave Accent (`)ภาพที่ 4 - 81 การสลับภาษาแป้นพิมพ์ด้วยแป้น Grave Accent (`)การสลับภาษาแป้ นพิมพ์ด้วยแป้ น Grave Accent (`)โดยเมื่อต้องการสลับภาษาแป้ นพิมพ์ให้ก้าวนิ้วก้อยซ้ายขึ้นไปเคาะที่แป้ น ` และเมื่อเคาะเสร็จแล้วให้รีบดึงนิ้วกลับมายังตําแหน่งแป้ นเหย้าทันที2) การสลับภาษาแป้นพิมพ์ด้วยแป้น Left Alt + Shiftโดยเมื่อต้องการสลับภาษาแป้ นพิมพ์ให้ก้าวนิ้วก้อยซ้ายลงมากดค้างที่แป้ น Alt และก้าวนิ้วก้อยขวาเคาะที่แป้ น Shift เมื่อเคาะเสร็จแล้วให้รีบดึงนิ้วกลับมายังตําแหน่งแป้นเหย้าทันที
  41. 41. คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 2001 - 0001 41ภาพที่ 4 - 82 การสลับภาษาแป้นพิมพ์ด้วยแป้น Left Alt + Shift3) การสลับภาษาแป้นพิมพ์ด้วยแป้น Ctrl + Shiftโดยเมื่อต้องการสลับภาษาแป้ นพิมพ์ให้ก้าวนิ้วก้อยซ้ายลงมากดค้างที่แป้ น Ctrl และก้าวนิ้วก้อยขวาเคาะที่แป้ น Shift เมื่อเคาะเสร็จแล้วให้รีบดึงนิ้วกลับมายังตําแหน่งแป้นเหย้าทันทีภาพที่ 4 - 83 การสลับภาษาแป้นพิมพ์ด้วยแป้น Ctrl + Shift

×