Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Egypt

4,281 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Egypt

  1. 1. แผนที่อียิปต
  2. 2. วิถีชวิตชาวอียิปตริมฝงแมนําไนลในปจจุบัน ี ้
  3. 3. สังคมและชนชั้นชาวอียิปตในอดีต
  4. 4. ตนกกปาปรัส ใชเปลือกทํากระดาษบันทักอักษรฮีโรกลิฟฟค
  5. 5. ศิลปกรรมอียิปตแบงไดดงนี้ ั 1. สมัยอาณาจักรเกาหรืออาณาจักรโบราณ 3,300-2,475 ป กอนค.ศ. แบงไดคือ ราชวงศตน เริ่มจาก- ฟาโรหนาเมอร เปนปฐมกษัตริย รวมอาณาจักรบนและลางเขาดวยกัน นา- ฟาโรหโซเซอรสรางมาสตาบา ( MASTABA = มานั่ง)เปนที่เก็บศพ โซ สร- ราชวงศที่ 3 สราง ปรามิดขั้นบันได (Step Pyramid) ออกแบบโดย รามิ อิมโฮเตป (Imhotep)- ราชวงศที่ 4 สรางหมูปรามิดของฟาหโรคูฟู (คีออป) คาเฟร( คีเฟรน) และ  รามิ โรคู เมนกาเร (ไมเซอเรนัส )ที่เมืองกิเซ
  6. 6. 2. สมัยกอนอาณาจักรกลาง ( 2475 – 2160 B.C.) - เกิดการรบพุง ศิลปะเสื่อมโทรมลง ไมคอยเหลือผลงานใหเห็นมากนัก
  7. 7. 3. สมัยอาณาจักรกลาง (2160 – 1790 B.C.) - เก็บศพในลักษณะ Rock – Cut – Tombs - จิตรกรรมเหมือนจริงยิ่งขึ้น
  8. 8. 4. สมัยอาณาจักรใหม 1507 – 1085 B.C. นิยมสลักหนาผาเปนที่เก็บศพ และมีการสรางอาคารยื่นออกมา ดานหนา ในบริเวณที่เรียกวาหุบเขากษัตริย ( Valley of King )เชน - Temple of Hatstepsut ที่ไดเอล บาหรี(Deir – el – Bahari)1500 รี B C. - สุสานฟาโรห Ramses II ที่อาบูซิมเบล อาบูซิมเบล - ประติมากรรมNefetiti (ภรรยาอาเมนโฮเตปที่ 4 และ ลูกๆ) เรียก Amarra Style( ตามชื่อเมืองอมารา) - ค.ศ. 1922 พบสุสาน ตูตังกาเมน ซึ่งสรางเมื่อ 1,360 B.C.
  9. 9. 5. สมัยอาณาจักรสุดทาย (1085 – 332 B.C.)แบงไดเปน - สมัยปโตเลมี (332 – 30 B.C.) อิทธิพลกรีก - สมัยโรมัน (30 B.C. – 393 A.D.) พระนางคลีโอพัตรา ราชินีองคสุดทายสิ้นพระชนม ตกอยูใต โอพั อิทธิพลโรมัน (จิตรกรรม + ประติมากรรม) - สมัยคอปติก( Coptic Art ) 395 – 640 A.D. เรียกชาวอียิปตที่นับถือศาสนาคริสตวาพวกคอป( Copt ) สรางงานแบบByzantinecและแบบอียิปตดั้งเดิม - สมัยมุสลิม 650 A.D. เกิดศิลปะแบบผสมผสาน หลังอิสลามเขามา เรียกแบบ Sarrazen Egypt
  10. 10. ศิลปกรรมสมัยอาณาจักรเกา หรืออาณาจักรโบราณ-ฟาหโรเมเนส ปฐมกษัตริยแหงราชวงศที่ 1 รวมอียิปตบนและลางเขาดวยกัน โร- ราชวงศที่ 3 ตั้งเมืองหลวงทีเมมฟส ่ เมมฟ-มีการสรางสุสานเก็บศพ ในรูปแบบมาสตาบาและสเตปปรามิด ซึ่งเกาแกที่สุดคือ รามิที่ซัคคาราและเมดุม ซั- ปรามิดเกาแกที่สุดอยูที่กิเซห ใกลกรุงไคโร รามิ เซห
  11. 11. อักษรฮีโรกลิฟฟค จารึกบนเปลือกปาปรส ั
  12. 12. อักษรฮีโรกลิฟฟค( Hieroglyphic )หรืออักษรภาพ ของอียิปต
  13. 13. อักษรฮีโรกลิฟฟค จารึกลงบนแผนหิน พบที่เมืองRosettaชองปยอง ชาวฝรั่งเศส คือ ผูที่ถอดอักษรภาพออกมาได
  14. 14. แผนหินนารเมอร ราชวงศตน 3,000 ป กอน ค.ศ. 196 ปกอน ค.ศ. 
  15. 15. ความหมายของภาพในแผนหินนารเมอร ดานหนา • ดานหนาแสดงภาพกษัตริยเมเนสหรือนารเมอรทรงมงกุฎ เมเนสหรื ทรงมงกุ อียิปตเหนือ กําลังยึดผมศัตรู หัตถขวาเงื้อตลุมพุกเพื่อฆา มพุ ศัตรู • มุมบนขวา มีเหยี่ยว สัญลักษณของเทพโฮรุส อียิปตบน (ใต) กําลังเหยียบตนปาปรุส คือ อียิปตลาง(เหนือ) • ซายมือ มีมหาดเล็กถือรองพระบาทคูและกระปุกน้ํามนต • สวนลางมีคนนอนตาย 2 คน แสดงวาตายในกําแพงเมือง
  16. 16. ความหมายของภาพในแผนหินนารเมอร ดานหลัง- ฟาหโรทรงมงกุฎอียิปตใต เดินตรวจศัตรู โรทรงมงกุที่ถกฆาตาย ู- มีธงนําขบวนและมีมหาดเล็กติดตาม- สวนลางสุดมีวัวตัวผู หมายถึงฟาหโร โรขวิดกําแพงของศัตรูพังทลาย
  17. 17. ภาพจิตรกรรมฝาผนัง คน เรือ และสัตว ประมาณกอน ค.ศ. 3,200 ป
  18. 18. ภาพจิตรกรรม การเขียนยังผิดหลักทัศนียภาพ
  19. 19. สถาปตยกรรมที่ฝงศพ อาณาจักเกา เริ่มจาก- Mastaba- Step Pyramid
  20. 20. มาสตาบา
  21. 21. มาสตาบา
  22. 22. มาสตาบา
  23. 23. มาสตาบา
  24. 24. Step Pyramid
  25. 25. ปรามิดขั้นบันไดของฟาหโร Zoser ที่ซัคคารา 2,800 ปกอน ค.ศ. รามิ โร ซั
  26. 26. อาณาจักรเกาปรามิดขั้นบันไดของ Zoser ที่ซัคคารา 2,800ปกอนค.ศ. ซั
  27. 27. ภาพแสดงภายในStep Pyramid
  28. 28. ปรามิดอาณาจักรเกา รามิ
  29. 29. หมูปรามิดที่เมืองกิเซ (Giza) ของคีเฟรน และ ของคูฟู
  30. 30. หมูปรามิดที่เมืองกิเซ (Giza)(องคซาย) ของคีเฟรน (องคขวา) ของคูฟู
  31. 31. ปรามิดที่เมืองกิเซ (Giza) ของคีเฟรน
  32. 32. อาณาจักรเกาปรามิดที่เมืองกิเซ
  33. 33. อาณาจักรเกาปรามิดที่เมืองกิเซ
  34. 34. อาณาจักรเกาปรามิดที่เมืองกิเซ
  35. 35. อาณาจักรเกาสฟงค ใบหนา คีเฟรน
  36. 36. อาณาจักรเกาอาลักษณ (The Seribe) บันทึกราชบัญชากอน ค.ศ. 2,500 ป
  37. 37. อาณาจักรเกาไมแกะสลัก รูป Hesy-Ra จากซัคคารา 2,660 ป กอน ค.ศ. สูง 45 นิ้ว
  38. 38. ฟาหโรเมนเคอรและมเหสี ราชวงศที่ 4(Menkaur and His Wife )สูง 4 ฟุต 8 นิว พบที่กิเซห ้
  39. 39. อาณาจักรเกาRahotep and His wife หินสลัก เขียนสี 2,575 ป กอน ค.ศ.
  40. 40. เมนเคอร หรือ King MycerinusซายเทพHathor ขวาdiospolis
  41. 41. อาณาจักรกลาง- เกิดสงครามรบพุงกัน เปนระยะๆ- ขาดกําลังทรัพยและกําลังคนที่จะสรางปรามิด รามิ จึงใชการเจาะภูเขาเปนสุสานเก็บศพเรียกวา “ Rock – Cut – Tombs”
  42. 42. Rock – Cut – Tombsสุสานหนาผาสมัยกลาง ของฟาหโรอเมเนมเฮทที่ 1 ที่เบนี ฮาซัน เบนี
  43. 43. ภาพการใหอาหารโอริซิส เขียนบนผนังสุสาน แหงหนึ่งทีเ่ มืองเบนี ฮาซัน อียิปตบน 1,920 ปกอน ค.ศ. ซิ เปนภาพที่แสดงชีวิตประจําวันของชาวอียิปต ดวยเสนที่อิสระและงดงาม
  44. 44. ประติมากรรม Sesostris ที่ 3 สูง 6 ½ นิ้ว 1,850 BC.แสดงลักษณะของฟาหโรวา มิใชเทพ แตเปน โรว สมมติเทพ พระพักตรเศรา เพราะสภาพ บานเมืองไมคอยสงบ
  45. 45. 4 อาณาจักรใหม
  46. 46. 4. สมัยอาณาจักรใหม 1507 – 1085 B.C. นิยมสลักหนาผาเปนที่เก็บศพ และมีการสรางอาคารยื่นออกมา ดานหนา ในบริเวณที่เรียกวาหุบเขากษัตริย ( Valley of King )เชน - Temple of Hatstepsut ที่ไดเอล บาหรี(Deir – el – Bahari)1500 รี B C. - สุสานฟาโรห Ramses II ที่อาบูซิมเบล อาบูซิมเบล - ประติมากรรมNefetiti (ภรรยาอาเมนโฮเตปที่ 4 และ ลูกๆ) เรียก Amarra Style( ตามชื่อเมืองอมารา) - ค.ศ. 1922 พบสุสาน ตูตังกาเมน ซึ่งสรางเมื่อ 1,360 B.C.
  47. 47. วิหารพระนางฮัท เชฟซุท (Hutshepsut) 1480 B.C.
  48. 48. Temple of Hatstepsut ทีไดเอล บาหรี(Deir – el – Bahari) ่ ได รี 1,500 B C. • เปนวิหารที่ใชเปนสุสาน( Mortuary Temple )ดานหนามีถนนขนาด ใหญตัดตรงสูวิหาร • สองขางทางมีสฟงซเรียง ดานหนามีเสาหินโอเบลิสก(Obelisk )ตั้งอยู เรี • ตัววิหารยกพื้นและตัวอาคารซอนกัน เหมือนขั้นบันได • ดานหลังติดภูเขา เจาะอุโมงคเปนสุสาน
  49. 49. อาณาจักรใหมวิหารพระนางฮัท เชฟซุท (Hutshepsut) 1480 B.C.
  50. 50. วิหารพระนางฮัท เชฟซุท (Hutshepsut) 1480 B.C.
  51. 51. สุสานตูตังกาเมน 1,425 B.C. บริเวณValley of the king ฝงตะวันตกของแมน้ําไนล
  52. 52. บริเวณสุสานตูตังกาเมน 1,425 B.C.
  53. 53. สุสาน Ramses II ที่อาบูซิมเบล 1250 B.C. อาบูซิมเบล
  54. 54. ประติมากรรม รามเซสที่ 2 ทางเขาสุสาน ที่อาบูซิมเบล อาบูซิมเบล
  55. 55. สุสาน Ramses II ที่อาบูซิมเบล 1250 B.C. อาบูซิมเบล
  56. 56. วิหารอาบูซิมเบล ของฟาหโรรามเซสที่ 2 ซิมเบล โรราม
  57. 57. สุสาน Ramses II ที่อาบูซิมเบล 1250 B.C. อาบูซิมเบล
  58. 58. ประติมากรรม ทางเขาสุสาน รามเซสที่ 2
  59. 59. สฟงซ จากวิหารามเซส ที่ 2 1304-1237 กอนค.ศ. แมน้ําไนล
  60. 60. ประติมากรรม รามเซสที่ 2
  61. 61. ประติมากรรม รามเซสที่ 2 ชวงการเคลื่อนยาย
  62. 62. วิธีการเคลื่อนยายสุสานรามเซสที่ 2
  63. 63. จิตรกรรมอาณาจักรใหม จิตรกรรม หลุมศพพระนางNefertari ภรรยา รามเซสที่ 2
  64. 64. วิหารอียิปต ยุคอาณาจักรใหม เปนอาคารประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
  65. 65. อาณาจักรใหม เสา และหัวเสาวิหารอียิปต ใชรองรับคาน ไดแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัวเชน กกปาปรัสดอกบัว และตนปาลม หรือมีเทพีที่เกี่ยวกับความเชื่อ เชน เทพฮาธอร มีรูปหัววัว เปนหัวเสา โดยสวนใหญมักจะออกมาเปนรูปดอกไมตูม ดอกไมบาน และใบไม
  66. 66. วิหารคารนัค
  67. 67. วิหารที่ลักซอร
  68. 68. วิหารที่คารนัค
  69. 69. อาณาจักรใหมเสาโอเบลิสก (Obelisk) รามเซสที่ 2
  70. 70. รูปสลักหิน อิคนาเต็น 1353 B.C.
  71. 71. อาณาจักรใหมรูปสลักใบหนาอิคนาเต็น 1353 B.C.
  72. 72. ครอบครัวเอกนาตัน
  73. 73. อาณาจักรใหมรูปสลักหินปูน นูนต่ํา อิคนาเต็น
  74. 74. อาณาจักรใหมรูปสลักหินปูน ระบายสี พระนางเนเฟอตีตี 1360 B.C.
  75. 75. อาณาจักรใหมรูปสลักหินปูน ระบายสี พระนางเนเฟอตีตี 1360 B.C.
  76. 76. อาณาจักรใหมรูปสลักหินปูน ระบายสี พระนางเนเฟอตีตี 1360 B.C.
  77. 77. พระนางเนเฟอตีตี 1360 B.C.
  78. 78. รูปทรงศีรษะที่ไดรับความนิยมวางงดงามของอียิปตโบราณ
  79. 79. รูปลูกๆ ของอิคนาเต็น จิตรกรรมฝาผนัง 1360 B.C. สีเฟรสโก
  80. 80. ยุวกษัตริยตูตังกาเมน วกษั ตู
  81. 81. หนากากทอง ตูหันกาเมน(Tutankhamen) 1340 B.C.
  82. 82. หีบศพ ตูตังกาเมน (Tutankhamen) 1340 B.C.
  83. 83. หนากากทอง ตูตันกาเมน (Tutankhamen) 1340 B.C.
  84. 84. หนากากทอง ตูตันกาเมน (Tutankhamen) 1340 B.C.
  85. 85. บัลลังกยุวกษัตริยตูตังกาเมน วกษั ตูแผนทองลงยาภาพการปรนนิบัติจากมเหสีดวยการทาน้ําหอม
  86. 86. อาณาจักรสุดทาย
  87. 87. อาณาจักรสุดทายหีบศพและหนากากพระผูหญิง 1085-935 B.C.
  88. 88. ยุคปโตเลมี(อิทธิพลกรีก)
  89. 89. ยุคปโตเลมี (อิทธิพลกรีก)
  90. 90. ยุคปโตเลมี (อิทธิพลกรีก)
  91. 91. ยุคปโตเลมี (อิทธิพลกรีก)รูปสลักนูนต่ําปโตเลมีที่ 6 (Philometes) 181-145 B.C. จากเอดฟู
  92. 92. ยุคปโตเลมี (อิทธิพลกรีก)รูปสลักนูนต่ําปโตเลมี Dionysus 200 B.C.
  93. 93. ยุคโรมัน
  94. 94. ยุคโรมันหีบศพของ Artemidorus ตน ศ.ว. ที่ 2
  95. 95. หนากากมัมมีชายหนุมจากเมืองไฟยุม( Fayum ) อียิปต โดยเทคนิคEncoustic คือ การเขียนสีขผึ้งรอน ทา ี้บนแผนไม ใชสี ขี้ผึ้ง ยางสน อุนใหรอนตลอดระยะเวลาที่เขียน เมื่อเขียนเสร็จปลอยใหเย็น ขัดดวยผาใหขึ้นเงาค.ศ. 160
  96. 96. ยุคโรมันหีบศพ เด็กชาย ศ.ว. ที่ 2
  97. 97. • ตัวอยางมัมมีตางๆ
  98. 98. ฟาโรห รามเซสที่ 2
  99. 99. มัมมีสัตว เชน เหยี่ยว แมว
  100. 100. เครื่องมือศัลยแพทยอียิปตโบราณ
  101. 101. อุปกรณชางเย็บผาอียิปตโบราณ
  102. 102. วิกผมอียิปตโบราณ กผม
  103. 103. การใชวิกผมที่พบจากประติมากรรมของอียิปยต
  104. 104. ภาพจิตรกรรม นักดนตรีใสวิกผม
  105. 105. กระจก, หวี สําหรับสตรี
  106. 106. สิ่งกอสรางสมัยใหมทไดรับอิทธิพลจากอียิปต ี่
  107. 107. Washington Monument อิทธิพลเสาโอเบลิสก อียิปต
  108. 108. Washington Monumentอิทธิพลเสาโอเบลิสก อียิปต
  109. 109. Washington Monument อิทธิพลเสาโอเบลิสก อียิปต
  110. 110. โรงแรม LUXOR ลาสเวกัส อิทธิพลปรามิด อียิปต

×