ความสัมพันธ์ของยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์สากลและประวัติศาสตร์ไทย
สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ วันนี้เราสองคนก็ได้นำความรู้ด้านประวัติศาสตร์มาเล่าให้เพื่อนๆฟังกันนะครับ
ก่อนอื่นเราก็มาทำความรู้จักกับหลักฐานและองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ไทยกันก่อนนะคะ
ครับ สำหรับหลักฐานและองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ไทยนั้นก็แบ่งออกเป็น ลักษณะด้วยกัน คือ 1.  จารหรือจารึก (1)  “ จาร ”   หมายถึ...
2.  ตำนาน 2.1  “ ตำนาน ”   คือเรื่องราวที่สืบต่อๆ กันมาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน  ต่อมามีการนำมาบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร  ...
3.  พงศาวดาร 3.1  หมายถึง  การบันทึกเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติและพระมหากษัตริย์  เช่น  พระราช...
4.  ประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบัน 4.1  งานเขียนประวัติศาสตร์ไทยสมัยปัจจุบันเริ่มมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่  4  เป็นต้นมา  โดยได้รับ...
ครับ เราก็ได้รู้เกี่ยวกับหลักฐานและองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ไทยไปแล้วนะครับ คงตอบข้อข้องใจของใครหลายคนกันได้แล้วนะครับ
แล้วหลักฐาน และองค์ความรู้ประวัติศาสตร์สากลล่ะคะ
อ่อ  !   การใช้หลักฐานศึกษาพัฒนาการของมนุษยชาติ สมัยก่อนประวัติศาสตร์  และสมัยประวัติศาสตร์
1.  การใช้หลักฐานศึกษาพัฒนาการของมนุษยชาติ  “ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ” แหล่งอารยธรรมของมนุษย์ในภูมิภาคต่าง ๆ  มีการพัฒนาการ...
การใช้หลักฐานศึกษาพัฒนาการของมนุษยชาติ  “ สมัยประวัติศาสตร์ ” มนุษย์ก้าวเข้าสู่ยุค  “ สมัยประวัติศาสตร์ ”   เมื่อประดิษฐ์ต...
องค์ความรู้ประวัติศาสตร์สากล งานเขียนหรืองานศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์สากล  แบ่งเป็น  3  ยุคสมัย  ดังนี้ 1  งานเขียนประว...
งานเขียนประวัติศาสตร์โบราณ งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยโบราณมีลักษณะ  ดังนี้ 9.1  งานเขียนสมัยโบราณในระยะแรก  มีลักษณะเป็นกึ่...
งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยกลาง ลักษณะงานเขียนทางประวัติศาสตร์สมัยกลาง  มีดังนี้ 1  เน้นรับใช้ศาสนาและพระเจ้า  เนื่องจากในช่...
งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยใหม่ งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยใหม่มีลักษณะสำคัญ  ดังนี้ 1  ได้รับอิทธิพลจากความเจริญก้าวหน้าทางวิ...
แล้วความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์สมัยโบราณกับสมัยกลาง 1   ประวัติศาสตร์สากล  “ สมัยโบราณ ”  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอารยธรรมข...
แล้วความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทยล่ะคะ  มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง
มีอยู่ด้วยกัน  2  สมัย คือ 1.  ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์สมัยอยุธยากับสมัยธนบุรี 1.1  เมื่ออารณจักรกรุงศรีอยุธยาล่มส...
2.  ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์สมัยอยุธยากับสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  รัชกาลที่  1  ทร...
ทุกๆคนคงได้รู้กันแล้วนะครับ ว่าความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลและประวัติศาสตร์ไทยมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
งั้นเรามาลองทำแบบทดสอบกันเลยนะคะ
แบบทดสอบ <ul><li>1.  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทยประเภทใด เป็นเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาโดยเชื่อว่ามี </li></ul><ul><li>...
<ul><li>3.  การบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ของมนุษย์และสังคม ลงบนแผ่นศิลา โลหะ หรือใบลานถือ </li></ul><ul><li>เป็นหลักฐา...
<ul><li>5.  พระราชพงศาวดารฉบับใด เขียนในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาและ </li></ul><ul><li>ได้รับยกย่องว่ามี...
<ul><li>7.  ปัจจัยข้อใด ทำให้งานเขียนประวัติศาสตร์ของไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นแบบสมัยปัจจุบัน ตั้งแต่สมัยราชกาลที่ 4  แห่งกร...
<ul><li>9.  งานเขียนประวัติศาสตร์ของ  “  เฮโรโดตุส  ”  ชาวกรีก สะท้อนปรัชญาความเชื่อตามแนว </li></ul><ul><li>มนุษยนิยมของป...
<ul><li>11.  ข้อใด แสดงความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลระหว่าง  “  สมัยโบราณ  ”   กับ  </li></ul><ul><li>“  สมัย...
เฉลย <ul><li>1.  ตอบ ข .  ตำนาน </li></ul><ul><li>2.  ตอบ ค .  พระมหากษัตริย์และประเทศชาติ </li></ul><ul><li>3.  ตอบ ก .  ...
สวัสดีครับ  /  สวัสดีค่ะ
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ประวัติศาสตร์ ม.2

124,161 views

Published on

Published in: Education

ประวัติศาสตร์ ม.2

  1. 1. ความสัมพันธ์ของยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์สากลและประวัติศาสตร์ไทย
  2. 2. สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ วันนี้เราสองคนก็ได้นำความรู้ด้านประวัติศาสตร์มาเล่าให้เพื่อนๆฟังกันนะครับ
  3. 3. ก่อนอื่นเราก็มาทำความรู้จักกับหลักฐานและองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ไทยกันก่อนนะคะ
  4. 4. ครับ สำหรับหลักฐานและองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ไทยนั้นก็แบ่งออกเป็น ลักษณะด้วยกัน คือ 1. จารหรือจารึก (1) “ จาร ” หมายถึง การใช้เหล็กแหลมเขียนลงบนใบลานให้เป็นตัวหนังสือ (2) “ จารึก ” หมายถึง การเขียนรอยลึกให้เป็นตัวอักษรบนแผ่นศิลาหรือโลหะ (3) ความหมายของ “ จารึก ” ทางประวัติศาสตร์ หมายถึง บันทึกหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆ ของมนุษย์ เป็นการบอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อให้เป็นหลักฐานแก่คนรุ่นหลัง จารึก เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชั้นต้น ( Primary Sources ) หรือหลักฐานร่วมสมัย ซึ่งผู้จัดทำเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ลักษณะสำคัญของจารึก คือ (1) มีกำหนดสถานที่ เวลา และผู้จัดทำไว้อย่างชัดเจน (2) ข้อจำกัดของจารึก คือ ภาษาที่ใช้เป็นภาษาโบราณ ซึ่งแปลความหมายให้เข้าใจได้ยากและตัวจารึกมักมีปัญหาความไม่สมบูรณ์ตามสภาพกาลเวลา เช่น ชำรุด แตกหัก หรือลบเลือน เป็นต้น
  5. 5. 2. ตำนาน 2.1 “ ตำนาน ” คือเรื่องราวที่สืบต่อๆ กันมาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน ต่อมามีการนำมาบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ตำนานเมืองหริภุญชัย ตำนานจามเทวีวงศ์ และตำนานสิงหนวัติ เป็นต้น นักวิชาการถือว่า “ ตำนาน ” เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุเก่าแก่มาก 2.2 ข้อมูลหรือเรื่องราวที่ปรากฏในตำนานส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา มีลักษณะเป็นการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ นิทานพื้นบ้าน ความเชื่อของคนในท้องถิ่น และสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ ส่วนใหญ่บันทึกเป็นภาษาบาลี 2.3 เนื้อหาสาระของตำนาน สะท้อนถึงอิทธิพลของพระพุทธศาสนาที่มีต่อสังคมไทย มักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ การเผยแพร่พระพุทธศาสนาของพระมหากษัตริย์องค์ต่างๆ รวมทั้งเรื่องราวการสร้างบ้านแปลงเมืองในสมัยโบราณ เป็นต้น 2.4 คุณค่าของตำนาน จัดว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าน้อย เพราะขาดหลักฐาน การอ้างอิงที่หน้าเชื่อถือ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่ง และมักสอดแทรกเรื่องราวลี้ลับและอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ มากจนไม่น่าเชื่อ แต่เหมาะสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
  6. 6. 3. พงศาวดาร 3.1 หมายถึง การบันทึกเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติและพระมหากษัตริย์ เช่น พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ เขียนขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้รับยกย่องว่ามีเนื้อหาสมบูรณ์ที่สุด 3.2 เนื้อหาสาระของพงศาวดาร สะท้อนถึงอิทธิพลของอาณาจักรและบทบาทของพระมหากษัตริย์ เช่น พระราชกรณียกิจด้านการทำสงคราม ละวันเดือนปีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ เป็นต้น โดยบันทึกเป็นภาษาไทย
  7. 7. 4. ประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบัน 4.1 งานเขียนประวัติศาสตร์ไทยสมัยปัจจุบันเริ่มมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา โดยได้รับถ่ายทอดปรัชญาแนวความคิดจากนักประวัติศาสตร์ชาติตะวันตะคนสำคัญ คือ เลโอปอล์ด ฟอน รังเกอ ซึ่งกำหนดให้มี “ วิธีการทางประวัติศาสตร์ ” 4.2 วิธีการทางประวัติศาสตร์ ช่วยให้การศึกษาประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบันมีระเบียบแบบแผนน่าเชื่อถือเน้นการใช้หลักฐาน มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุผล เพื่อให้ได้ขอเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องและชัดเจนมากที่สุด 4.3 สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นผู้นำวิธีศึกษาประวัติศาสตร์แผนใหม่ดังกล่าวมาใช้เป็นพระองค์แรก ทำให้ได้ภาพความจริงเก่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น จึงทรงได้รับยกย่องให้เป็น “ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ”
  8. 8. ครับ เราก็ได้รู้เกี่ยวกับหลักฐานและองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ไทยไปแล้วนะครับ คงตอบข้อข้องใจของใครหลายคนกันได้แล้วนะครับ
  9. 9. แล้วหลักฐาน และองค์ความรู้ประวัติศาสตร์สากลล่ะคะ
  10. 10. อ่อ ! การใช้หลักฐานศึกษาพัฒนาการของมนุษยชาติ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์
  11. 11. 1. การใช้หลักฐานศึกษาพัฒนาการของมนุษยชาติ “ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ” แหล่งอารยธรรมของมนุษย์ในภูมิภาคต่าง ๆ มีการพัฒนาการความเจริญเร็วหรือช้าไม่เท่ากัน ลักษณะความเจริญในด้านต่างๆ ก็แตกต่างกัน หลักฐานที่นำมาใช้เพื่อศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของ “ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ” จึงย่อมแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค อาจจำแนกออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1 โบราณวัตถุ เช่น เครื่องหินขัด ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา อาวุธและภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ ที่ทำด้วยทองแดง สำริด และเหล็ก ซากโครงสร้างกระดูกมนุษย์ และลูกปัดหินสีต่างๆ เป็นต้น 2 โบราณสถาน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อต่างๆ เช่น ถ้ำ เนผาหิน สถานที่ฝังศพ ซากเนินดินเมืองโบราณ ฯลฯ 3 โบราณศิลปกรรม ได้แก่ ภาพเขียนสีตามผนังถ้ำ และภาพแกะสลักนูนต่ำตามผนังถ้ำ เช่น ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้นครับ
  12. 12. การใช้หลักฐานศึกษาพัฒนาการของมนุษยชาติ “ สมัยประวัติศาสตร์ ” มนุษย์ก้าวเข้าสู่ยุค “ สมัยประวัติศาสตร์ ” เมื่อประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้ ซึ่งแหล่งอารยธรรมในภูมิภาคต่างๆ ของโลกต่างเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ ในระยะเวลาไม่พร้อมกัน โดยทราบจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบ ในที่นี้ จำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ 1 หลักฐานทางโบราณคดี เช่น โบราณสถานสิ่งก่อสร้างต่างๆ โบราณวัตถุจำพวกอาวุธ ภาชนะเครื่องมือและเครื่องใช้ต่างๆ ที่ทำด้วยเหล็ก โลหะสำริด เครื่องเคลือบ เหรียญตรา ฯลฯ 2 หลักฐานที่เป็นรายลักษณ์อักษร แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ (1) หลักฐานชั้นต้น เป็นอกสารร่วมสมัยซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์นั้นๆ เช่น หลักศิลาจารึก จดหมายเหตุ บันทึกของบุคคลสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ หนังสือพิมพ์ หนังสือเอกสารของทางราชการ และบทสัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ เป็นต้น (2) หลักฐานชั้นรอง เป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นภายหลังเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เช่น บทความทางวิชาการ งานวิจัยทางประวัติศาสตร์ หนังสือและตำราแบบเรียนทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น
  13. 13. องค์ความรู้ประวัติศาสตร์สากล งานเขียนหรืองานศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์สากล แบ่งเป็น 3 ยุคสมัย ดังนี้ 1 งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยโบราณ 2 งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยกลาง 3 งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยใหม่
  14. 14. งานเขียนประวัติศาสตร์โบราณ งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยโบราณมีลักษณะ ดังนี้ 9.1 งานเขียนสมัยโบราณในระยะแรก มีลักษณะเป็นกึ่งประวัติศาสตร์และตำนานทางศาสนา โดยกล่าวถึงเรื่องราวของพระเจ้ามากกว่ามนุษย์ 9.2 งานเขียนสมัยโบราณระยะหลัง เน้นบทบาทและความสำคัญของมนุษย์มากขึ้นตามความคิดแบบมนุษย์นิยม ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์เป็นผู้กำหนดและเปลี่ยนแปลงสังคม มิใช่เกิดจากพระเจ้าเป็นผู้กำหนดเหมือนดังแต่ก่อน 9.3 นักประวัติศาสตร์สมัยโบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ เฮโรโดตัส นักปราชญ์ชาวกรีก เป็นผู้ริเริ่มงานเขียนทางประวัติศาสตร์ที่มีเหตุผลน่าเชื่อถือ โดยเน้นบทบาทของมนุษย์ มีการระบุช่วงเวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆ อย่างชัดเจน จึงได้รับยกย่องให้เป็น “ บิดาแห่งวิชาประวัติศาสตร์ ” ของโลก
  15. 15. งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยกลาง ลักษณะงานเขียนทางประวัติศาสตร์สมัยกลาง มีดังนี้ 1 เน้นรับใช้ศาสนาและพระเจ้า เนื่องจากในช่วงประวัติศาสตร์ “ สมัยกลาง ” คริสต์ศาสนามีอิทธิพลต่อวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษยชาติอย่างมาก ทั้งในหมู่ชนชั้นปกครองและราษฎรในแว่นแคว้นต่างๆ ของยุโรป งานเขียนทางประวัติศาสตร์จึงเน้นเรื่องราวของพระเจ้าและคริสต์จักรเป็นศรัทธาและความจงรักภักดีต่อพระเจ้า 2 นักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของสมัยกลาง คือ นักบุญออกัสติน มีงานเขียนทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ “ เทวนคร ” เน้นให้มนุษย์มีความศรัทธาและจงรักภักดีต่อพระเจ้า
  16. 16. งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยใหม่ งานเขียนประวัติศาสตร์สมัยใหม่มีลักษณะสำคัญ ดังนี้ 1 ได้รับอิทธิพลจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของมนุษยชาติ ทำให้นักประวัติศาสตร์ให้ความสำคัญกับเหตุผลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากขึ้น เพื่อค้นคว้าหาความจริงที่เกดขึ้นในอดีต 2 นักประวัติศาสตร์คนสำคัญของสมัยใหม่ คือ เลโอปอล์ด ฟอน รังเกอ ชาวเยอรมัน โดยเป็นผู้คิด “ ระเบียบวิธีการทางประวัติศาสตร์ ” เพื่อใช้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ตามแนวทางวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้วิชาประวัติศาสตร์พัฒนาก้าวหน้าไปมากในปัจจุบัน
  17. 17. แล้วความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง
  18. 18. ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์สมัยโบราณกับสมัยกลาง 1 ประวัติศาสตร์สากล “ สมัยโบราณ ” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอารยธรรมของชนชาติตะวันตก ซึ่งนักประวัติศาสตร์ถือเอาเหตุการณ์ล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก เมื่อปี ค . ศ . 476 เป็นการสิ้นสุดยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของ “ สมัยโบราณ ” 2 ประวัติศาสตร์สมัยโบราณมีความสัมพันธ์เชื่อมต่อสมัยกลาง โดยข้อเท็จจริงประวัติศาสตร์สมัยโบราณยังไม่สิ้นสุดลงในทันทีทันใด แต่ยังคงมีอารยธรรมในด้านต่างๆ มีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อมาถึง “ สมัยกลาง ” เฉพาะที่สำคัญ มีดังนี้ (1) มรดกอารยธรรมของจักรวรรดิโรมัน ยังคงมีอิทธิพลต่อเนื่องมาถึง “ สมัยกลาง ” เช่น งานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม การปกครอง และศิลปะวิทยาการแขนงต่างๆ (2) คริสต์ศาสนา เมื่อผู้นำของจักรวรรดิโรมันตะวันตกยอมรับนับถือคริสต์ศาสนาอย่างเป็นทางการ ทำให้คริสต์ศาสนามีฐานะมั่นคงและเป็นรากฐานอารยธรรมของชาติตะวันตกหรือยุโรปสืบต่อมา จนเมื่อเข้าสู่ “ สมัยกลาง ” พระสันตะปาปา ประมุขของคริสตจักรที่สำนักวาติกัน มีฐานะ บทบาท ความสำคัญ และมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและฝ่ายบ้านเมืองอย่างมาก
  19. 19. แล้วความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทยล่ะคะ มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง
  20. 20. มีอยู่ด้วยกัน 2 สมัย คือ 1. ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์สมัยอยุธยากับสมัยธนบุรี 1.1 เมื่ออารณจักรกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย ในปี พ . ศ . 2310 ถือเป็นการสิ้นสุดอำนาจการปกครองของอาณาจักรหรือราชธานีเดิม แต่อารยธรรมความเจริญของกรุงศรีอยุธยาในด้านต่างๆ มิได้สิ้นสุดลงแต่อย่างใดแต่ได้รับการสืบทอดให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยในสมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์สืบต่อมา 1.2 ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี ( พ . ศ . 2310-2325) สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพยายามสร้างความเจริญรุ่งเรืองของกรุงธนบุรีให้เหมือนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เช่น ด้านการปกครอง ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ แต่มีอุปสรรคในด้านต่างๆ เช่น บ้านเมืองติดศึกสงครามไม่ว่างเว้น และฐานะทางเศรษฐกิจ ไม่เอื้ออำนวย เป็นต้น ครับ
  21. 21. 2. ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์สมัยอยุธยากับสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็น ราชธานี เมื่อ พ . ศ . 2325 ทรงตั้งพระทัยจะสร้างราชธานีแห่งใหม่ให้เจริญรุ่งเรืองเหมือนกรุงศรีอยุธยาโดยจำลองรูปแบบความเจริญในด้านต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยามาไว้ที่กรุงเทพ ฯ เช่น 2.1 ด้านปกครอง ยังคงใช้รูปแบบการปกครองสมัยอยุธยา เช่น การปกครองแบบจุสดมภ์ในส่วนกลาง และการปกครองหัวเมืองในส่วนภูมิภาค เป็นต้น 2.2 ด้านเศรษฐกิจ การหารายได้เข้าท้องพระคลังหลวงยังคงใช้ระบบการผูกขาดการค้าโดยรัฐโดยการทำหน้าที่ของ “ พระคลังสินค้า ” เหมือนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี 2.3 ด้านสังคม เน้นให้บ้านเมืองมีสภาพสังคมคล้ายคลึงกับสมัยอยุธยา ดังนี้ (1) ประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยชำระกฎหมายใหม่ให้เป็นระเบียบ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสร้างความสงบสุขให้แก่สังคม เรียกว่า “ กฎหมายตราสามดวง ” (2) ความมั่นคงของสถาบันพระพุทธศาสนา เพื่อให้เป็นที่พึ่งทางจิตใจของอาณาประชาราษฎร์ โดยการจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ใหม่ และทำสังคายนาพระไตรปิฎก เป็นต้น
  22. 22. ทุกๆคนคงได้รู้กันแล้วนะครับ ว่าความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลและประวัติศาสตร์ไทยมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
  23. 23. งั้นเรามาลองทำแบบทดสอบกันเลยนะคะ
  24. 24. แบบทดสอบ <ul><li>1. หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทยประเภทใด เป็นเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาโดยเชื่อว่ามี </li></ul><ul><li>อายุเก่าแก่ที่สุดและมีมาก่อนที่จะได้รับการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร </li></ul><ul><li>ก . พงศาวดาร ข . ศิลาจารึก </li></ul><ul><li>ค . ตำนาน ง . จดหมายเหตุ </li></ul><ul><li>2. การศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์จาก “ พงศาวดาร ” จะทำให้ทราบเรื่องราวเหตุการณ์เกี่ยว </li></ul><ul><li>กับข้อใด </li></ul><ul><li>ก . พระพุทธศาสนา ข . ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร </li></ul><ul><li>ค . พระมหากษัตริย์และประเทศชาติ ง . การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ </li></ul>
  25. 25. <ul><li>3. การบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ของมนุษย์และสังคม ลงบนแผ่นศิลา โลหะ หรือใบลานถือ </li></ul><ul><li>เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทใด </li></ul><ul><li>ก . จารึก ข . สาราณุกรม </li></ul><ul><li>ค . พงศาวดาร ง . ราชกิจจานุเบกษา </li></ul><ul><li>4. ข้อจำกัดหรือความไม่สมบูรณ์ในการใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทจาลึก คือข้ดใด </li></ul><ul><li>ก . ไม่ระบุการเวลา ข . ไม่ระบุชื่อตัวละครในเหตุการณ์ </li></ul><ul><li>ค . เน้นอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์เหนือจริง ง . ข้อความลบเลือน หรือใช้ภาษาโบราณ </li></ul>
  26. 26. <ul><li>5. พระราชพงศาวดารฉบับใด เขียนในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาและ </li></ul><ul><li>ได้รับยกย่องว่ามีเนื้อหาสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาพงศาวดารทั้งหมดของไทย </li></ul><ul><li>ก . ฉบับพระราชหัตถเลขา ข . ฉบับหลวงประเสริฐ </li></ul><ul><li>ค . ฉบับพันจันทนุมาศ ง . ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ </li></ul><ul><li>6. ข้อใดแสดงถึงความสัมพันธ์ของยุคสมัยประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ </li></ul><ul><li>ก . ทรงจำลองความเจริญรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยามาไว้ที่กรุงรัตนโกสินทร์ </li></ul><ul><li>ข . ทรงสร้างพระบรมมหาราชวังแยกจากบริเวณวัดเหมือนสมัยอยุธยา </li></ul><ul><li>ค . ทรงย้านยราชธานีจากกรุงธนบุรีมายังกรุงรัตนโกสินทร์ </li></ul><ul><li>ง . ทรงจัดระเบียบการปกครองคล้ายกับสมัยอยุธยา </li></ul>
  27. 27. <ul><li>7. ปัจจัยข้อใด ทำให้งานเขียนประวัติศาสตร์ของไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นแบบสมัยปัจจุบัน ตั้งแต่สมัยราชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา </li></ul><ul><li>ก . รัชกาลที่ 4 ทรงตรัสภาษาอังกฤษได้ </li></ul><ul><li>ข . การเผชิญหน้ากับลักธิล่าอาณานิคม </li></ul><ul><li>ค . ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการพิมพ์ </li></ul><ul><li>ง . อิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตก </li></ul><ul><li>8. การศึกษาประวัติศาตร์อย่างมีระเบียบ เน้นการใช้หลักฐานอย่างสมบูรณ์ ที่เรียกว่า “ วิธีการ </li></ul><ul><li>ทางประวัติศาสตร์ ” เกิดจากความคิดริเริ่มของนักประวัติศาสตร์ท่านใด </li></ul><ul><li>ก . สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ข . พระยาอนุมานราชธน </li></ul><ul><li>ค . เฮโรโดตุส ง . รังเกอ </li></ul>
  28. 28. <ul><li>9. งานเขียนประวัติศาสตร์ของ “ เฮโรโดตุส ” ชาวกรีก สะท้อนปรัชญาความเชื่อตามแนว </li></ul><ul><li>มนุษยนิยมของประวัติศาสตร์สมัยโบราณอย่างไร </li></ul><ul><li>ก . ความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ ข . มนุษย์เป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคม </li></ul><ul><li>ค . ความศรัทธาในคริสต์ศาสนา ง . พระเจ้าเป็นผู้ลิขิต ของมนุษย์ </li></ul><ul><li>10. ลักษณะงานเขียนประวัติศาสตร์สากลของ “ สมัยกลาง ” ได้รับอิทธิพลจากสิ่งใดมากที่สุด </li></ul><ul><li>ก . กฎหมายโรมัน ข . กษัตริย์ ขุนนาง และอัศวิน </li></ul><ul><li>ค . พระผู้เป็นเจ้าและคริสต์ศาสนา ง . ความเชื่อในเทพเจ้าของชาวกรีก </li></ul>
  29. 29. <ul><li>11. ข้อใด แสดงความสัมพันธ์ของยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากลระหว่าง “ สมัยโบราณ ” กับ </li></ul><ul><li>“ สมัยกลาง ” </li></ul><ul><li>ก . การรวมชาติในยุโรป ข . การนับถือคริสต์ศาสนา </li></ul><ul><li>ค . การเดินเรือสำรวจโลก ง . การใช้ระบบศักดินาสวามิภักดิ์ </li></ul><ul><li>12. ศิลปวัฒนธรรมของสมัยกลางที่ได้รับการถ่ายทอดจากอารยธรรมโรมันมากที่สุด คือข้อใด </li></ul><ul><li>ก . ศิลปะแบบโรมาเนสก์ ข . ศิลปะแบบโรแมนติก </li></ul><ul><li>ค . ศิลปะแบบคิวบิสม์ ง . ศิลปะแบบบาร็อก </li></ul>
  30. 30. เฉลย <ul><li>1. ตอบ ข . ตำนาน </li></ul><ul><li>2. ตอบ ค . พระมหากษัตริย์และประเทศชาติ </li></ul><ul><li>3. ตอบ ก . จารึก </li></ul><ul><li>4. ตอบ ง . ข้อความลบเลือน หรือใช้ภาษาโบราณ </li></ul><ul><li>5. ตอบ ข . ฉบับหลวงประเสริฐ </li></ul><ul><li>6. ตอบ ก . ทรงจำลองความเจริญรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยามาไว้ที่กรุงรัตนโกสินทร์ </li></ul><ul><li>7. ตอบ ง . อิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตก </li></ul><ul><li>8. ตอบ ง . รังเกอ </li></ul><ul><li>9. ตอบ ข . มนุษย์เป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคม </li></ul><ul><li>10. ตอบ ค . พระผู้เป็นเจ้าและคริสต์ศาสนา </li></ul><ul><li>11. ตอบ ข . การนับถือคริสต์ศาสนา </li></ul><ul><li>12. ตอบ ก . ศิลปะแบบโรมาเนสก์ </li></ul>
  31. 31. สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ

×