Sound

393 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
393
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
7
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Sound

  1. 1. • เสี ย งเกิ ด จากการสั ่ น สะเทื อ นของอนุ ภ าควั ส ดุ ที ่ ส ่ ง ถ่ า ย พลั ง งานต่ อ เนื ่ อ งกั บ ไปในลั ก ษณะของคลื ่ น จะทำ า ให้ โ มเลกุ ล อากาศสั ่ น ตามไปด้ ว ยความถี ่ เ ท่ า กั บ การสั ่ น ของแหล่ ง กำ า เนิ ด เสี ย ง ซึ ่ ง พลั ง งานของการสั ่ น จะแผ่ อ อกไปรอบๆแหล่ ง กำ า เนิ ด เสี ย ง การเปลี ่ ย นความดั น อากาศนี ้ เ คลื ่ อ นที ่ ไ ปข้ า งหน้ า จนถึ ง หู ข อง ผู ้ ฟ ั ง ทำ า ให้ ไ ด้
  2. 2. การเกิ ด คลื ่ น เสี ย งจากการสั ่ น ของสายกี ต ้ าเมื ่ อ คลื ่ น เสี ย งเดิ น ทางเข้ ากระทบเยื ่ อ แก้ ว หู เปลี ่ ย นความดั น อากาศเคลื ่ อ นที ่ไปถึ ง หู ท ำ า ให้ เ ยื ่ อ แก้ ว หูแปรเป็ น กระแสประสาทส่ งไปยั ง สมอง
  3. 3. • ระบบการได้ ย ิ น ของมนุ ษ ย์
  4. 4. • เมื ่ อ แหล่ ง กำ า เนิ ด เสี ย งเคลื ่ อ นที ่ ด ้ ว ยความเร็ ว เท่ า เสี ย ง หน้ า คลื ่ น ทางขวาจะถู ก อั ด กั น อยู ่ ท าง ด้ า นหน้ า เป็ น แนวเส้ น โค้ ง เรี ย กว่ า คลื ่ น กระแทก ( shock wave)
  5. 5. • ภาพเครื ่ อ งบิ น ไอพ่ น บิ น ผ่ า นทะลุ ก ำ า แพงเสี ย ง หรื อ บิ น เร็ ว เหนื อ เสี ย ง จะเห็ น คลื ่ น กระแทกเกิ ด ขึ ้ น เป็ น แนวกรวยอยู ่ ท างด้ า นหลั ง
  6. 6. ความสามารถในการได้ ย ิ น เสี ย งของมนุ ษ ย์ จะอยู ่ ในช่ ว ง 20-20,000 เฮิ ร ์ ซ โดยมี ค ่ า แตกต่ า งกั น เสี ย งพู ด ปกติ (125-8,000 เฮิ ร ์ ซ ) เสี ย งเปี ย นโน (31.5-4,000 เฮิ ร ์ ซ ) ความสามารถในการได้ ย ิ น ของคนหนุ ่ ม สาว (20-20,000เฮิ ร ์ ซ ) ความสามารถในการได้ ย ิ น ของผู ้ ส ู ง อายุ (20-4,000เฮิ ร ์ ซ )
  7. 7. ระดับเสียง (Decibel แหล่งกำำเนิดA) 10 เสียงใบไม้สีกั นเสียงกระซิบ 20 ห้องทำางาน 30 การสนทนาทั่วไป 40 สำานักงานทั่วไป 50 ร้านค้าใหญ่, การสนทนา 60 สำานักงานที่พลุกพล่าน 70 เครื่องดูดฝุ่น, การสัญจรบน 80 ถนน ดตำารวจ นกหวี 90 รถไฟใต้ดิน, เสียง 100 เครื่องพิมพ์ า เสียงขุดถนน รถไฟลอยฟ้ 120 ดิสโกเธค งปั๊มโลหะ เสียงปืน เสียงเครื่อ 140 ใหญ่ องบินไอพ่นขึน เสียงเครื ้
  8. 8. • เสี ย งพึ ง พอใจ (Sound) หมายถึ ง เสี ย งที ่ ม นุ ษ ย์ พ ึ ง พอใจในการรั บ รู ้• เสี ย งดั ง (Noise) หมายถึ ง เสี ย งที ่ ร บกวนการรั บ รู ้ เป็ น อั น ตรายต่ อ การได้ ย ิ น• เสี ย งรนกวน คื อ ระดั บ เสี ย งที ่ ผ ู ้ ฟ ั ง ไม่ ต ้ อ งการ ได้ ย ิ น เพราะสามารถกระทบต่ อ อารมณ์ ความ รู ้ ส ึ ก แม้ ไ ม่ เ กิ น เก็ ณ ฑ์ อ ั น ตราย
  9. 9. • เสี ย งที ่ ม ี ร ะดั บ คงที ่ (Continuous Noise) เป็ น เสี ย งที ่ ม ี แ ถบ เสี ย งกว้ า ง มี ร ะดั บ เสี ย งและความถี ่ ค ่ อ นข้ า งคงที ่ มี การเปลี ่ ย บของระดั บ เสี ย งน้ อ ยกว่ า 1 วิ น าที• เสี ย งดั ง เป็ น ครั ้ ง คราว (Intermittent Noise) เป็ น การได้ ย ิ น เลี ย งดั ง หลายๆครั ้ ง ในการทำ า งาน• เสี ย งกระทบ (Impact-Type Noise) เป็ น เสี ย งที ่ ม ี ล ั ก ษณะ เสี ย งแหลมและดั ง เช่ น เสี ย งค้ อ นหรื อ เสี ย งระเบิ ด ระยะเวลาที ่ เ กิ ด เสี ย ง น้ อ ยกว่ า 0.5 วิ น าที ต่ อ ครั ้ ง
  10. 10. ที ่ เ กิ ด ขึ ้ น ต่ อ คนเราเกิ ด ขึ ้ น ได้ 3 ลั ก ษณะคื อ• 1) เกิ ด ภาวะรำ า คาญ (Annoyance) อาทิ เสี ย งที ่ ด ั ง มี ค วามถี ่ ส ู ง และมี ก ารเปลี ่ ย นแปลงมาก• 2) ประสิ ท ธิ ภ าพการทำ า งาน (Work Efficiency) เสี ย งดนตรี เ บาๆ จะช่ ว ยให้ ค นฟั ง จิ ต ใจสงบและมี ส มาธิ ใ นการทำ า งาน• 3) มี ผ ลต่ อ สุ ข ภาพ (Health) หากคนเราฟั ง เสี ย งดั ง ๆเป็ น เวลา นาน อาจจะทำ า ให้ เ กิ ด อาการคลื ่ น ไส้ เวี ย นศี ร ษะ หรื อ หู หนวก ทำ า ให้ ร ะบบการไหลเวี ย นโลหิ ต ระบบประสาทและ ระบบต่ อ มไร้ ท ่ อ ทำ า งานผิ ด ปรกติ ทำ า ให้ ค วามดั น โลหิ ต สู ง กว่ า ปรกติ การเต้ น ของหั ว ใจและการหดตั ว ของเส้ น เลื อ ด ผิ ด ปรกติ
  11. 11. • อั น ตรายต่ อ ความปลอดภั บ ในการทำ า งาน• ทำ า ให้ พ ฤติ ก รรมส่ ว นบุ ค คล (Individual behavior effects) เปลี ่ ยแปลง เช่ น เกิ ด ความเชื ่ อ งช้ า และเกิ ด ความ วุ ่ น วายในการทำ า งาน• ทำ า ให้ ป ระสิ ท ธิ ภ าพในการทำ า งานลดลง• รบการการนอนหลั บ พั ก ผ่ อ น• รบกวนการสื ่ อ สาร
  12. 12. • ความเข้ ม หรื อ ความดั ง ของเสี ย ง• ความถี ่ ข องเสี ย ง• ระยะการได้ ย ิ น เสี ย ง• จำ า นวนปี ท ี ่ ท ำ า งาน• อายุ ข องคนงาน• การสู ญ เสี ย การได้ ย ิ น และโรคที ่ เ กี ่ ย วกั บ หู• ลั ก ษณะสิ ่ ง แวดล้ อ ม• ระยะทางจากแหล่ ง กำ า เนิ ด
  13. 13. • อั น ตรายจากการได้ ย ิ น การทำ า งานในที ่ เ สี ย งดั ง มากๆ จะส่ ง ผลให้ เ ซลล์ ข นรู ป หอย โข่ ง ในหู ช ั ้ น ใน ถู ก ทำ า ลายไปที ล ะน้ อ ย มี ผ ลให้ ห ู อ ื ้ อ หู ต ี ง เมื ่ อ เซลล์ ข นตายหมด จะไม่ ส ามารถรั ก ษาหรื อ ซ่ อ มแซมได้
  14. 14. เสี ย งส่ ง ผ่ า นเข้ า ไปในอาคารได้ ห ลายทางแบ่ งตามลั ก ษณะการส่ ง ผ่ า นของเสี ย ง เสี ย งแบ่ ง เป็ น 2ประเภท คื อ 1) Air-borne Sound เป็ นเสี ย งที ่ ม ี อ ากาศเป็ นตั ว กลางในการส่ ง ผ่ า นเช่ น เสี ย งตบมื อ , เสี ย งจากลำ า โพง เป็ น ต้ น 2) Structure-borne Soundเป็ น เสี ย งที ่ ส ่ ง ผ่ า นตั ว กลางต่ า งๆ อาทิ พื ้ นผนั ง หรื อ เสี ย งที ่ เ กิ ด จาก
  15. 15. การควบคุ ม เสี ย งสำ า หรั บ อาคาร เพื ่ อ ให้ เ กิ ดความเหมาะสมในการใช้ ง าน ของแต่ ล ะพื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อยเสี ย งที ่ ม ี ผ ลกระทบต่ อ อาคารจะแบ่ ง ออกเป็ น 2 ชนิ ดคื อ•เสี ย งจากภายนอกอาคาร (External Noises)•เสี ย งจากภายในอาคาร (Internal Noises) Internal Noises External Noises
  16. 16. การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ1) ควบคุ ม ด้ ว ยระยะทาง ทุ ก ระยะห่ า งจากต้ น กำ า เนิ ดเสี ย ง ความดั ง ของเสี ย งจะลดลง 2)หลี ก เลี ่ ย งบริ เ วณที ่ เ สี ย งกระทบโดยตรง อาทิ การทำ า แผงหรื อ ผนั ง กั น เสี ย ง ซึ ่ ง อาจเป็ น ผนั ง แนวรั ้ ว แนวต้ น ไม้ ที ่ จ ะช่ ว ยกั ้ น เสี ย งและลดความเข้ ม ของเสี ย งโดยตรงก่ อ นที ่ จ ะที ่ จ ะถึ ง ตั ว อาคาร
  17. 17. การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ3) การวางผั ง อาคาร โดยให้ พ ื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อยส่ ว นที ่ ไ ม่ต้ อ งการความเงี ย บมากเป็ น ตั ว ป้ อ งกั น เสี ย ง หรื อกำ า หนดตำ า แหน่ ง ช่ อ งเปิ ด ของอาคารหลี ก เลี ่ ย งแนวทางของเสี ย ง 4) การเลื อ กใช้ ว ั ส ดุ ก ั น เสี ย งให้ ก ั บ กรอบอาคาร อาทิการบุ ฉ นวนใยแก้ ว ให้ ก ั บ ผนั ง รอบอาคาร การเลื อ กใช้กระจกสองชั ้ น หรื อ การใส่ ฉ นวนกั น เสี ย งให้ ก ั บ ส่ ว นหลั ง คา
  18. 18. การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายใน สามารถที ่ จ ะป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆแบ่ ง เสี ย งภายในออกเป็ น 2 ประเภท คื อ 1) เสี ย งโดยตรง(Direct Noise) 2) เสี ย งสะท้ อ น (Reverberant Noise)
  19. 19. การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ1) ลดเสี ย งจากแหล่ ง กำ า เนิ ด เสี ย งโดยตรง ได้ ด ้ ว ยการใช้ แ ผงกั ้ น ระหว่ า งต้ น กำ า เนิ ด เสี ย งกั บ ผู ้ ฟ ั ง เก็ บ ต้ นกำ า เนิ ด เสี ย งไว้ ใ นกล่ อ ง /ห้ อ งที ่ ป ิ ด มิ ด ชิ ด ที ่ ท ำ า ด้ ว ยวั ส ดุ ป ้ อ งกั น เสี ย ง / ห้ อ งที ่ ม ี ผ นั ง หนาทึ บ หรื อ ทำ า พื ้ นสองชั ้ น ที ่ ม ี ค วามยื ด หยุ ่ น รองรั บ เครื ่ อ งกล เพื ่ อ ช่ ว ยลดStructure-borne Sound
  20. 20. การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ2) ลดเสี ย งที ่ ม าตกกระทบ โดยการวั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งและวั ส ดุ ป ้ อ งกั น เสี ย ง อาทิ การใช้ แ ผ่ น ฉนวนใยแก้ ว บุเสริ ม ตรงผนั ง ด้ า นที ่ เ ป็ น ทางต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง หรื อ บุแผ่ น ชานอ้ อ ยเพื ่ อ ดู ด ซั บ เสี ย งในโรงแสดงมหรสพ
  21. 21. การป้ อ งกั น เสี ย งจากภายนอก สามารถที ่ จ ะป้ อ งกั น เสี ย งได้ ด ้ ว ยวิ ธ ี ต ่ า งๆ3) การวางผั ง อาคาร โดยการแยกบริ เ วณที ่ ม ี เ สี ย งดั งออกจากบริ เ วณที ่ ต ้ อ งการความเงี ย บ หรื อ อาจจะกั ้ นพื ้ น ที ่ ส องส่ ว นนี ้ ด ้ ว ยห้ อ งอื ่ น
  22. 22. ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4 ลั ก ษณะ• วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ โ ปร่ ง เบาเป็ น ฝอยเป็ น รู พ รุ น (อาทิ ฉนวนใยแก้ ว ฉนวนใยหิ น ฉนวนเซลลู โ ลส โฟม ประเภทต่ า งๆ) และการใช้ ง าน เหมาะสำ า หรั บ เสี ย งที ่ ม ี ความถี ่ ส ู ง
  23. 23. ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4 ลั ก ษณะ• วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ ม ี ผ ิ ว ปรุ เ ป็ น รู (อาทิ แผ่ น ดู ด ซั บ เสี ย งยิ บ ซั บ บอร์ ด ที ่ ม ี ร ู แผ่ น ชานอ้ อ ยแผ่ น ไม้ ค อร์ ก ) สำ า หรั บ เพิ ่ ม พื ้ น ที ่ ผ ิ ว ในการรั บ เสี ย ง
  24. 24. ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4 ลั ก ษณะ• วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ เ ป็ น เยื ่ อ แผ่ น (อาทิ ผนั ง ที ่ ม ี ห ลาย ชั ้ น กระจกสองชั ้ น หรื อ การติ ด ผ้ า ม่ า นให้ ก ั บ ผนั ง / ช่ อ งเปิ ด ) สำ า หรั บ เสี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ต ำ ่ า
  25. 25. ที ่ ใ ช้ ก ั น อยู ่ ท ั ่ ว ไปมี ห ลายลั ก ษณะ แบ่ ง ออกได้ เ ป็ น 4 ลั ก ษณะ• วั ส ดุ ด ู ด ซั บ เสี ย งที ่ พ ื ้ น ผิ ว มาก ที ่ ช ่ ว ยลดเสี ย งสะท้ อ น (อาทิ ผนั ง ที ่ ม ี ก ารออกแบบ เป็ น ช่ อ งๆ รู ป แบบต่ า งๆ) จะใช้ ว ั ส ดุ ท ี ่ ม ี พ ื ้ น ผิ ว มากประกอบกั บ วั ส ดุ ท ี ่ เ ป็ น รู พรุ น
  26. 26. จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ประเภทของอาคาร ประเภทของห้ อ งหรื อ พื ้ น ที ่ ใ ช้ ส อยในแต่ ล ะส่ ว นตามการใช้ ง านเพื ่ อ ให้ ท ราบถึ ง ระดั บ ความดั ง ที ่ เ หมาะสม การออกแบบระบบเสี ย งเป็ น เรื ่ อ งสำ า คั ญ อาทิ การออกแบบภายในโรงภาพยนตร์ , โรงละคร หรื อ ห้ อ งฟั ง ดนตรี ที ่ ต ำ า แหน่ งของผู ้ ฟ ั ง ในทุ ก จุ ด ภายในห้ อ ง จะต้ อ งได้ ย ิ น เสี ย งชั ด เจนและเท่ า เที ย มกั น มี ร ะยะเวลาการสะท้ อ นเสี ย งที ่เหมาะสม
  27. 27. การออกแบบระบบเสี ย ง จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่ สำ า คั ญ• รู ป ร่ า งของห้ อ ง (Room Shape) ที ่ ค วรเป็ น รู ป สี ่ เ หลี ่ ย มผื น ผ้ า หรื อ สี ่ เ หลี ่ ย มคางหมู การแบ่ ง ผนั ง และเพดานเป็ น ส่ ว นจะช่ ว ยการกระจายเสี ย งที ่ ส มำ ่ า เสมอ
  28. 28. การออกแบบระบบเสี ย ง จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่ สำ า คั ญ• ขนาดของห้ อ ง (Room Size) การพู ด ธรรมดาจะได้ ย ิ น ได้ ในระยะประมาณ 20-30 เมตร หรื อ ทิ ศ ทางด้ า นหน้ า ของผู ้ พ ู ด ประมาณ 13 เมตร จึ ง มี ผ ลต่ อ การกำ า หนด ขนาดของห้ อ ง
  29. 29. การออกแบบระบบเสี ย ง จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่ สำ า คั ญ• ตำ า แหน่ ง ของต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง (Sound Source Position) ต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง ควรอยู ่ ด ้ า นหน้ า ของแผ่ น แข็ ง สะท้ อ น เสี ย ง หากความสู ง ของห้ อ งสู ง มาก ควรมี แ ผ่ น สะท้ อ น เสี ย งเหนื อ ต้ น กำ า เนิ ด เสี ย ง และปั จ จั ย สุ ด ท้ า ย
  30. 30. การออกแบบระบบเสี ย ง จะต้ อ งคำ า นึ ง ถึ ง ปั จ จั ย ต่ า งๆที ่ สำ า คั ญ• ช่ ว งเวลาเสี ย งสะท้ อ น (Reverberation Time)เ สี ย งสะท้ อ น เกิ ด จากการสะท้ อ นของเสี ย งตรงจากผนั ง และเพดาน ดั ง นั ้ น ช่ ว งเวลาที ่ ต ่ า งกั น มากระหว่ า งเสี ย งตรงกั บ เสี ย งสะท้ อ น จะทำ า ให้ เ กิ ด เสี ย งสะท้ อ น (Echo) ซึ ่ ง ต้ อ ง หลี ก เลี ่ ย ง
  31. 31. ลำ า โพง• ทวี ท เตอร์ tweeter คื อ ลำ า โพง ที ่ ม ี เ สี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ส ู ง ซึ ่ ง มี ความถี ่ 2,000 - 20,000 เฮิ ต ช์ มาจากเสี ย งของนกทวี ต เตอร์ ท ี ่ ม ี ค วามถี ่ ส ู ง• มิ ด เรนจ์ mid range คื อ ลำ า โพง ขนาดกลางเสี ย งในช่ ว ง ความถี ่ เ ป็ น กลางๆ คื อ ไม่ ส ู ง หรื อ ไม่ ต ำ ่ า มากเกิ น ไป• วู ฟ เฟอร์ คื อ ลำ า โพงที ่ ม ี ข นาด ใหญ่ ส ุ ด เสี ย งที ่ ม ี ค วามถี ่ ต ำ ่ า จากเสี ย งของสุ น ั ข จากเสี ย ง วู ฟ วู ฟ
  32. 32. • ระบบ Stereo จะสั ง เคราะห์ เ สี ย งออกทางลำ า โพงแบบ 2 แชนแนล ซมี เ สี ย งออกทั ้ ง ทางซ้ า ยและทางขวา เป็ น สั ญ ญาณแบบแอนะล็ อ ก เพื ่ อ ให้ เ กิ ด ประสิ ท ธิ ภ าพสู ง สุ ด แค่ วางลำ า โพง ไว้ ด ้ า นซ้ า ย-ขวา เท่ า นั ้ น
  33. 33. • ระบบเสี ย ง Dolby Digital ระบบเสี ย งแบบเซอราวนด์ ในรู ป แบบของสั ญ ญาณดิ จ ิ ต อล รองรั บ ช่ อ งสั ญ ญาณเสี ย ง 5.1 ช่ อ ง มาจากช่ อ งสั ญ ญาณ ทางซ้ า ย เซ็ น เตอร์ ขวา เซอ ราวนด์ --ซ้ า ย เซอราวนด์ ข วาและซั บ วู เ ฟอร์
  34. 34. • ระบบเสี ย ง Dolby Digital Surround EX พั ฒ นาจากระบบ Dolby Digital 5.1 ไดยเพิ ่ ม ช่ อ งสั ญ ญาณเสี ย งแบบเซอราวนด์ เพื ่ อ เพิ ่ ม ความสมจริ ง ยิ ่ ง ขึ ้ น สั ญ ญาณเสี ย ง ทางซ้ า ย เซ็ น เตอร์ ขวา เซอราวนด์ ซ ้ า ย เซอราวนด์ ข วา เซอราวนด์ ด ้ า น หลั ง และซั บ วู เ ฟอร์
  35. 35. • ระบบเสี ย ง Dolby Pro Logic เป็ น ระบบเสี ย งที ่ ม ี ก ารส่ ง สั ญ ญาณเสี ย งแบบหลายช่ อ งทาง เสมื อ นระบบเสี ย งที ่ ไ ด้ จากระบบโฮมเธี ย เตอร์ ซึ ่ ง จะทำ า การถอดรหั ส เสี ย งจาก ลำ า โพงทาง ด้ า นซ้ า ย ขวา เซ็ น เตอร์ แ ละเซอราวนด์
  36. 36. • ระบบเสี ย ง Dolby Pro Logic II รั บ สั ญ ญาณเสี ย งมาจาก 2 ช่ อ ง สั ญ ญาณเสี ย งหลั ก เช่ น จากเครื ่ อ งเล่ น CD, หรื อ วิ ด ี โ อเกม เป็ น ต้ น และกระจายเสี ย งที ่ ไ ด้ น ั ้ น ออกเป็ น 5 ช่ อ ง สั ญ ญาณ ได้ แ ก่ ช่ อ งเสี ย งทางซ้ า ย เซ็ น เตอร์ ทางขวา เซอราวนด์ - ซ้ า ยและเซอราวนด์ ข วา
  37. 37. • ระบบเสี ย ง DTS NEO:6 เครื ่ อ งหมายการค้ า ของ Digital Theater Systems, Inc ส่ ง สั ญ ญาณใน รู ป แบบของสั ญ ญาณดิ จ ิ ต อล เน้ น ลำ า โพงแบบ 2 ช่ อ งสั ญ ญาณเป็ น หลั ก ทั ้ ง ซ้ า ยและ ขวา ผสมผกั บ สั ญ ญาณเสี ย งเซอราวนด์ แ บบ 5.1 แชนแนล ทำ า ให้ เ กิ ด เสี ย งที ่ ม ี ม ิ ต ิ ร อบตั ว ของผู ้ ฟ ั ง
  38. 38. • ระบบเสี ย ง DTS 5.1 Discrete ทำ า งานในแบบ 5.1 แชนแนล ช่ อ ง สั ญ ญาณเสี ย ง ด้ า นซ้ า ย เซ็ น เตอร์ ขวา เซอราวนด์ ซ ้ า ย เซอราวนด์ ขวาและซั บ วู เ ฟอร์ โดยแต่ ล ะช่ อ งสั ญ ญาณ เสี ย งจะส่ ง คลื ่ น เสี ย งมายั ง รอบๆ ตั ว ผู ้ ฟ ั ง ซึ ่ ง จะให้ เ สี ย ง ที ่ เ ซอราวนด์
  39. 39. • ระบบเสี ย ง DTS 96/24 เป็ น ระบบเสี ย งแบบ 5.1 แชนแนล มี ระบบเสี ย งที ่ เ ซอราวนด์ ร อบทิ ศ ทาง สามารถที ่ จ ะให้ เสี ย งที ่ ม ี พ ลั ง และมี ค วามคมชั ด เป็ น ระบบเสี ย งคุ ณ ภาพ สู ง
  40. 40. • ระบบ THX พั ฒ นาขึ ้ น โดย Lucasfilm มาจาก Tomlinson Holmans eXperiment ระบบเสี ย งนี ้ จ ากโรงภาพยนตร์ โ ดยทั ่ ว ไป เพราะ ว่ า ในโรงภาพยนตร์ ท ี ่ ต ่ า งที ่ ก ั น จึ ง กำ า หนดมาตรฐาน เพื ่ อ ให้ โ รงภาพยนตร์ ม ี ร ะบบเสี ย งที ่ เ หมื อ นๆ กั น
  41. 41. • ระบบ SDDS : Sony Dynamic Digital Sound คิ ด ค้ น และพั ฒ นาโดย บริ ษ ั ท โซนี ่ มี ท ั ้ ง หมด 8 Channel เพิ ่ ม เข้ า ไปอี ก 2 Channel โดยเพิ ่ ม เสี ย ง จากลำ า โพงด้ า นหน้ า ตำ า แหน่ ง กลางซ้ า ย และกลางขวา ทำ า ให้ เ สี ย งจากภาพยนตร์ จ อใหญ่ ม ี ค วาม ลึ ก และครอบคลุ ม บริ เ วณได้ ม ากกว่ า ซึ ่ ง ทำ า ให้ เ กิ ด ความ เร้ า ใจในการชมมากขึ ้ น

×