Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

World Think Tank Monitors l กันยายน 2559

262 views

Published on

World Think Tank Monitors l กันยายน 2559 l ปีที่ 2 ฉบับที่ 8
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

World Think Tank Monitors l กันยายน 2559

  1. 1. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มีนาคม 2559 l ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 CHATHAM HOUSE การวางแผนด้านนวัตกรรมของจีนที่มุ่งสู่ความสาเร็จด้านสิ่งแวดล้อม BROOKINGS  จีนในฐานะผู้ลงทุนรายใหญ่ของโลก G20G20 ปีที่ 2 ฉบับที่ 8 กันยายน 2559 รัฐธรรมนูญไทยฉบับใหม่ ไม่ช่วยอะไรเลย? มายาคติต่อการลงทุน ของจีนในแอฟริกา ตุรกีกาลังมุ่งตะวันออก กับวิสัยทัศน์ “โลกที่นาร่วมกัน” ของจีนจีน
  2. 2. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต บทบรรณาธิการ สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมายังมีสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทั่วโลก เกิดขึ้นมากมายเช่นเคย โดยเฉพาะการประชุม G20 ประจาปี 2016 ระหว่างวันที่ 4—5 กันยายน ที่จีนได้รับโอกาสให้เป็นเจ้าภาพครั้งแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภูมิทัศน์เศรษฐกิจการเมืองโลกที่ เปลี่ยนแปลงไป World Think Tank Monitor จึงมีความยินดีที่จะนาเสนอบทความที่วิเคราะห์ถึง บทบาทของจีนในเวที G20 อีกทั้งยังถือเป็นโอกาสพิเศษที่เราจะได้เห็นบทวิเคราะห์ถึงลงประชามติ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทยผ่านมุมมองของสถาบันคลังสมองชั้นนาอย่าง Chatham House นอกจากนี้ สถาบันคลังสมองอื่นๆ ยังได้วิเคราะห์ถึงประเด็นระหว่างประเทศในอีก หลากหลายแง่มุมทั้ง การลงทุนของจีนในแอฟริกา และนโยบายที่ตุรกีมีต่อโลกตะวันออก ด้านสถาบันคลังปัญญาฯ ได้จัดการประชุมเวทียุทธศาสตร์ เรื่อง สถานการณ์และแนวโน้ม ใหม่ของโลกกับการยุทธศาสตร์การพัฒนาของไทย ซึ่งการแลกเปลี่ยนจากการประชุมครั้งนี้ได้นามา สู่แนวคิดอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในหลายประการ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ
  3. 3. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สารบัญ หน้า บทบรรณาธิการ CHATHAM HOUSE รัฐธรรมนูญไทยฉบับใหม่ ไม่ช่วยอะไรเลย? 1 BROOKINGS มายาคติต่อการลงทุนของจีนในแอฟริกา 3 BROOKINGS TSINGHUA G20 กับวิสัยทัศน์ “โลกที่นาร่วมกัน” ของจีน 6 CARNEGIE MIDDLE EAST CENTER ตุรกีกาลังมุ่งตะวันออก 8 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ สถานการณ์และแนวโน้มใหม่ของโลก 10 กับการกาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาของไทย
  4. 4. 1 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต CHATHAM HOUSE รัฐธรรมนูญไทยฉบับใหม่ ไม่ช่วยอะไรเลย? ผลการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ ผ่านมา ซึ่งประชาชนไทยเสียงข้างมากร้อยละ 61 เห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นับเป็น ความสาเร็จครั้งสาคัญของคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (NCPO) รัฐบาลไทยชุดปัจจุบันที่ปกครอง ประเทศโดยการทารัฐประหารมาตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2014 แม้ก่อนหน้านั้นร่างรัฐธรรมนูญจะถูก คัดค้านทั้งจากผู้นาพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรค คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปปัตย์ก็ตาม สาหรับผลในระยะสั้นที่จะเกิด ข้อยุติจาก การลงประชามติในครั้งนี้จะช่วยลดความขัดแย้งด้าน ทัศนคติและความไม่แน่นอนทางการเมืองลงได้ ระดับหนึ่ง เนื่องจากผลการตัดสินของประชาชน เสียงข้างมากทาให้ขั้วการเมืองฝ่ายต่างๆ หมด เหตุผลในการใช้หลักประชาธิปไตยแสดงจุดยืน ต่อต้านการปฏิบัติงานของรัฐบาล คสช. นอกจากนี้ ยังช่วยให้แผนดาเนินงาน (Road Map) ซึ่งคาดว่าจะ แล้วเสร็จภายในปี 2017 รุดหน้าต่อไปได้ แม้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะได้รับการ เห็นชอบ แต่นั่นก็มิได้เป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาล คสช. จะได้รับการรับรองหรือการยอมรับจาก ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามไปด้วย โดยก่อนที่วัน ลงประชามติจะมาถึง รัฐบาลได้ออกมาตรการห้าม การจัดเวทีสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายเรื่อง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตลอดทั้งยังจับกุมนัก เคลื่อนไหวที่เห็นต่างไปกว่าร้อยคน การจากัดสิทธิที่ ผ่านมาเหล่านี้ก่อให้เกิดมุมมองในแง่ลบของ ประชาชนมีต่อ คสช. อยู่ไม่น้อย และไม่น่าแปลกใจ หากผลการลงประชามติในพื้นที่แต่ละภูมิภาคจะมี ความหลากหลายเกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ
  5. 5. 2 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 23 จังหวัดทั่ว ประเทศที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งพร้อมใจกันออก เสียงปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในมุมมองของ Dr. Nigel Gould-Davies ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียของสถาบัน Chatham House มีความเห็นว่ารัฐธรรมนูญไทยฉบับใหม่จะมอบ บทบาทในการปกครองคืนสู่รัฐบาลที่มาจากการ เลือกตั้ง แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลภายใต้แนวทาง ของรัฐธรรมนูญใหม่นี้ก็มีเสรีภาพในการบริหาร จัดการจากัดลงกว่าที่เคยผ่านมา พรรคการเมืองใหญ่ จะลดบทบาทลงในขณะที่พรรคเล็กจะมีโอกาสมาก ขึ้น นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนให้สมาชิกวุฒิสภามา จากแต่งตั้งทั้งหมดมีอานาจเลือกนายกรัฐมนตรีและ ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานสาคัญยังถือเป็นการ แทรกแซงทาให้ฝ่ายบริหารอ่อนแอลงซึ่งตรงกับ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มีจุดมุ่งหมายในการ สร้างรัฐบาลผสมซึ่งมีเอกภาพไม่มากจนเกินไปเพื่อ ลดการผูกขาดอานาจ อย่างไรก็ดี แม้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะช่วย ลดความไม่แน่นอนทางการเมืองได้ในระยะสั้น ทว่า ในระยะยาว Dr. Nigel Gould-Davies สรุปว่าอนาคต ของการเมืองไทยอาจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ใน 3 ประการ ประการแรก รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ กาหนดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจานวน 10 ฉบับ ซึ่งเป็นที่น่าพิจารณาว่าบทบัญญัติในกฎหมาย เหล่านี้จะนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทิศทางใด ประการที่สอง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะ ทาให้พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมจาเป็นต้องปรับตัว ตลอดทั้งยังมีแนวโน้มว่าอาจมีการจัดตั้งพรรค การเมืองนิยมกองทัพขึ้น ประการที่สาม รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้สร้างเสถียรภาพทางการเมือง และสังคมได้ในระยะยาว ประกอบกับเมื่อเกิดปัญหา ขึ้น ชนชั้นนายังคงมีแนวคิดในการสร้างกลไกใหม่ ขึ้นมาแก้ปัญหามากกว่าที่จะปรับตัวและรองรับการ เปลี่ยนแปลง สาเหตุเหล่านี้จึงทาให้ประเทศไทยมี รัฐธรรมนูญที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 4.2 ปีต่อฉบับเท่านั้น อนึ่ง แม้ คสช.จะมีภาพลักษณ์เชิงลบใน สายตาโลกตะวันตกอยู่มากจากการใช้อานาจเผด็จ การเร่งรัดปฏิรูประเบียบการเมืองของประเทศใหม่ ตลอดจนการพยายามกาจัดอิทธิพลของกลุ่มอานาจ การเมืองเดิมอย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรและ กลุ่มคนเสื้อแดงจนทาให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ ประเทศประชาธิปไตยในโลกตะวันตกทั้งสหรัฐฯ อังกฤษและสหภาพยุโรปย่าแย่การลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประชามติของไทยในเดือนสิงหาคมจะตกเป็นที่ วิพากษ์วิจารณ์จากประเทศเหล่านี้ค่อนข้างมาก แต่ก็ ยังถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาท พลเมืองที่เพิ่มขึ้นแม้จะยังอยู่ในวงจากัด และเป็นที่น่า ติดตามว่าการเมืองของไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ต่อไป เอกสารอ้างอิง Nigel Gould-Davies. New Thai Constitution Does Little to Reduce Uncertainty. Chatham House. ออนไลน์ https:// www.chathamhouse.org/expert/comment/ new-thai-constitution-does-little-reduce- uncertainty%20%20
  6. 6. 3 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต BROOKINGS INSTITUTION มายาคติต่อการลงทุนของจีนในแอฟริกา สถาบัน Brookings ได้เผยแพร่งานวิจัย เรื่อง Why is China investing in Africa? Evidence from the firm level ขอ ง David Dollar ร่ว มกับ Heiwai Tang และ Wenjie Chen ในงานวิจัยชิ้นนี้ได้ นาเสนอข้อมูลที่ทาให้เป็นภาพการลงทุนโดยตรงใน ต่างประเทศ (outward direct investment: ODI) ของ จีนในแอฟริกาได้อย่างชัดเจนขึ้น โดยใช้ข้อมูลที่ได้จาก งานค้นคว้าเรื่องการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของ จีนในทวีปแอฟริกาทั้งระดับมหภาคและจุลภาค ข้อมูลแรก คือ เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการ ลงทุนโดยตรงของจีนในแต่ละประเทศในทวีปแอฟริกา มันสามารถหักล้างความเชื่อที่ว่าแอฟริกาตกอยู่ใต้การ ครอบงาของจีนได้ แท้จริงแล้ว การลงทุนโดยตรง ของจีนในแอฟริกามีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 3 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งหมด ในแอฟริกา และถึงแม้การลงทุนโดยตรงของจีนใน แอฟริกาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สัดส่วนยังค่อนข้าง น้อย ความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติเป็น ตัวดึงดูดการลงทุนจากจีน ซึ่งคล้ายคลึงกับตะวันตกแต่ การลงทุนจากจีนก็ยังไม่มากเท่าการลงทุนจาก ตะวันตกอยู่ดี ซึ่งเห็นได้ว่าทั้งจีนและตะวันตกสนใจ ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ ต่างกัน แต่ข้อแตกต่างระหว่างจีนกับยุโรป ที่งานวิจัย ชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็น คือ จีนจะไม่สนใจสิทธิใน ทรัพย์สินของประเทศที่เข้าไปลงทุน และไม่สนใจว่าจะ ใช้การปกครองโดยยึดหลักนิติรัฐหรือไม่ ในขณะที่ ประเทศตะวันตกมีแนวโน้มที่จะอยู่ห่างๆ จากประเทศ ที่มีการปกครองที่ไม่ค่อยดี การลงทุนของจีนใน ประเทศที่มีการจัดการที่ดีและไม่ค่อยดีมีสัดส่วน ใกล้เคียงกัน แต่มีแนวโน้มจะสูงกว่าในประเทศที่มี
  7. 7. 4 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ธรรมาภิบาลที่อ่อนแอ(ประเทศที่การปกครองไม่ค่อย เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยตะวันตก) ในขณะที่ ตะวันตกจะเน้นลงทุนในประเทศที่มีการปกครองที่ดี เสียมากกว่า ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่ เกิดจากข้อตกลงใหญ่ๆ ในระดับมหภาค ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นการลงทุนของรัฐวิสาหกิจจีนในโครงการ ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนข้อมูลชุดที่สองที่ใช้ในวิจัย ชิ้นนี้ คือ ข้อมูลบริษัทจีนทั้งหมดที่ลงทุนในแอฟริกา ระหว่างปี 1998-20012 ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลระดับ จุลภาคที่ได้จากกระทรวงพาณิชย์ของจีน (MOFCOM) ข้อมูลชุดนี้แสดงให้เห็นภาพที่ถูกต้องและชัดเจนว่า บริษัทเอกชนขนาดย่อยและขนาดกลางของจีนเข้าไป ทาอะไรในแอฟริกา พบว่า บริษัทจีนเข้าไปลงทุนใน ธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าไปลงทุนในธุรกิจภาคการ บริการรวมไปถึงในภาคการผลิตด้วย (ดูจากตาราง ที่ 1) และเข้าไปทั่วทั้งทวีปแอฟริกา ตารางที่ 1 แสดงสัดส่วนการลงทุนของจีนในแต่ละภาคธุรกิจ (Section) ในแอฟริกา Sector ID Sector Description Number of Deals Agricultural and Manufacturing 4 mineral products 319 14 base metals and articles of base metal 148 12 articles of stone, plaster, cement, etc. 96 15 machinery and mechanical appliances; electrical equipment; parts thereof. 76 10 textiles and textile articles 75 2 vegetable products 72 3 prepared foodstuffs; beverages, spirits and vinegar; tobacco 64 11 footwear, headgear, umbrellas, etc. 54 5 products of the chemical or allied industries 45 13 other manufacturing 45 1 live animals; animal products 41 16 vehicles, aircraft, vessels and associated transport equipment 40 8 wood and articles of wood. 35 6 plastics and articles thereof; rubber and articles thereof 22 17 miscellaneous manufactured articles 17 9 pulp of wood or of other fibrous cellulosic material 15 7 raw hides and skins, leather, etc. 9
  8. 8. 5 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Service 21 business service 1053 20 wholesale and retail 693 24 import and export 539 18 construction, transportation, storage and postal services 392 22 finance 68 19 information transmission, computer services and software 14 23 social service 12 Mining 25 petroleum, water and electricity production and supply 45 ที่มา : China’s Ministry of Commerce Transaction-level ODI Data (1998-2012) นอกจากนี้ งานชิ้นนี้ยังแสดงให้เห็นอีกว่า จีนกระจายการลงทุนแบบ ODI อย่างไรในประเทศ ต่างๆ และเลือกลงทุนในธุรกิจอย่างไร พบว่า สิ่งที่ ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากจีนได้คือการมีเสถียรภาพ ทางการเมืองของประเทศนั้นๆ โดยไม่สาคัญว่าจะต้อง มีการปกครองโดยใช้หลักนิติรัฐหรือไม่ อีกทั้งยังพบ หลักฐานอีกว่าการลงทุนแบบ ODI ของจีนนั้น ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ และการลงทุนของจีนในแอฟริกาที่มีทีท่าเหมือนจะ ถดถอยลงในทุกภาคธุรกิจ ไม่ได้หมายความจีนจะ ถอนการลงทุนออกไปจากภูมิภาคนี้ เพียงแต่เปลี่ยน ยุทธศาสตร์การลงทุน ไปลงทุนในภาคธุรกิจที่ต้องใช้ ทักษะขั้นสูงและแรงงานมีทักษะ การลงทุนโดยตรงใน ต่างประเทศของจีนตอนนี้แทบจะครอบงาธุรกิจภาค บริการของประเทศที่ไปลงทุนซึ่งเป็นประเทศที่มี ทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ สรุป งานวิจัยชิ้นนี้ในแง่หนึ่งเป็นงานวิจัยที่ดี นาเสนอ การลงทุนของจีนในแอฟริกาให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ว่า จีนนั้นไม่ได้ครอบงาแอฟริกาอย่างที่เราคิด สัดส่วน การลงทุนของจีนใสแอฟริกาเป็นเพียงร้อยละ 3 ของ การลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด อีกทั้งยังเห็นว่าจีน เน้นการลงทุนในภาคส่วนธุรกิจการบริการและธุรกิจที่ ใช้ทักษะขั้นสูงมากกว่าจะเป็นธุรกิจด้านทรัพยากร ธรรมชาติ แต่แน่นอนว่าจีนมักจะเลือกลงทุนใน ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ในขณะเดียวกัน ในงานวิจัยชิ้นนี้เรามักจะมองเห็นการ สอดแทรกความคิดและมุมมองแบบตะวันตกอยู่มาก โดยยกเรื่องหลักนิติรัฐ (rule of law) และความ พยายามโยงไปว่าจีนนั้นไม่ได้สนใจเรื่องความเป็น ประชาธิปไตยและสิทธิในทรัพย์สินของประเทศที่เข้า ไปลงทุนสักเท่าไร เอกสารอ้างอิง David Dollar, Heiwai Tang and Wenjie Chen. Why is China investing in Africa? Evidence from the firm level. Brookings Institution. ออนไลน์ https://www.brookings.edu/wp- content/uploads/2016/06/Why-is-China- investing-in-Africa.pdf
  9. 9. 6 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต BROOKINGS TSINGHUA G20 กับวิสัยทัศน์ “โลกที่นาร่วมกัน” ของจีน ในบทความเรื่อง G-20 ushers in collective leadership ของ Brookings เขียนโดย Cheng Li และ Chen Weihua กล่าวว่าการประชุม G-20 2016 ที่จีน เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 4—5 กันยายนที่ผ่านมา ณ เมืองหางโจว เป็นการประชุมที่ สะท้อนให้เห็นถึงภูมิทัศน์เศรษฐกิจการเมืองโลกที่ เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นโลกที่เหล่าประเทศดาวรุ่ง (emerging countries) จะร่วมมีอานาจบทบาทในการ กาหนดชะตากรรมโลกมากขึ้น แต่ทั้งนี้ จะไม่ใช่เป็น การก้าวขึ้นมาแทนที่อานาจเก่า แต่จะเป็นการนาพา โลกไปร่วมกันระหว่างประเทศมหาอานาจเก่ากับ มหาอานาจใหม่ (“It is not about one country replac- ing another, but rather the collective leadership in global governance”) การประชุม G20 ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการ ประชุมที่ “สมดุล” กับดุลอานาจใหม่ของโลกมากกว่า การกระชุม G7 ที่ในปีนี้จัดขึ้นที่ญี่ปุ่น เมื่อเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา เพราะในขณะที่ G7 เป็น “คลับ” ของประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น G20 รวมเข้ามาทั้ง ประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศดาวรุ่งชั้นนาของโลก เช่น BRICS และในหางโจวซัมมิทนี้เป็นครั้งแรกที่ ประธานกลุ่มประเทศกาลังพัฒนา G77 ซึ่งในปีนี้คือ ไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุม G20 ด้วย นอกจากนี้ G20 ครั้งนี้ได้จัดขึ้นในยามที่ “กระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์” แพร่สะพัดอยู่ในหลายส่วน ของโลก โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา ในสหภาพ ยุโรปประสบทั้งกรณี Brexit และกระแสต้านผู้อพยพ จากตะวันออกกลางมากขึ้นๆ แม้แต่ประเทศที่เคยเป็น ตัวตั้งตัวตีว่าจะอ้าแขนรับอย่างเยอรมนี มาวันนี้เสียง มหาชนก็เอียงไปในทางไม่รับเสียแล้ว ขณะที่อีกฟาก หนึ่งของโลกตะวันตก ในสหรัฐอเมริกา กระแสต้าน โลกาภิวัตน์ถูกกระพือขึ้นอย่างรุนแรงตลอดหลายเดือน ที่ผ่านมาในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่ เพียงแต่ Donald Trump ตัวแทนพรรครีพับลิกัน เท่านั้นที่ต่อต้านผู้อพยพ ต้านการรวมกลุ่มทาง เศรษฐกิจ ฯลฯ แต่ทั้ง Trump และ Hillary Clinton ตัวแทนพรรคเดโมแครตต่างก็ประกาศจุดยืนในการหา เสียงว่าไม่เอาโครงการ TPP (Trans Pacific Partner- ship) ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐกับประเทศรอบ มหาสมุทรแปซิฟิก 11 ประเทศ ของรัฐบาลโอบามา ภาพ: http://i.imgur.com/epM1Wyt.jpg
  10. 10. 7 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต แต่ Cheng Li นักวิชาการจีนผู้เขียนบทความ นี้มองว่ากระแสต้านโลกภิวัตน์จะเป็นแค่ของชั่วคราว มากกว่า เพราะมาถึงวันนี้ โลกาภิวัตน์ได้กลายเป็น ทิศทางความเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของโลก ไปเสียแล้ว ที่ผ่านมา จีนก็เป็นผู้ได้รับประโยชน์จาก โลกาภิวัตน์ไม่น้อยกว่าใคร เพราะโลกาภิวัตน์ทีเดียว ที่ทาให้จีนกระโดดข้ามการสะสมทุนในประเทศได้ ไป ใช้ทุนที่สะสมมาจากทั่วโลกในการพัฒนาเศรษฐกิจ ภายในประเทศ เปลี่ยนจากประเทศยากจนมาเป็น ประเทศเศรษฐกิจอันดับสองของโลกได้ในประมาณ 40 ปี ดังนั้น จีนจะไม่ปฏิเสธโลกาภิวัตน์ และในระยะ ยาวโลกก็ไม่ควรและไม่สามารถปฏิเสธโลกาภิวัตน์ได้ แทนที่แต่ละชาติจะพยายามผลักไสปิดกั้นโลกาภิ วัตน์และกระโดดไปยึดเอานโยบายโดดเดี่ยว (isolationism) มาเป็นหลักในการบริหารประเทศอีก ครั้ง ควรร่วมกันแก้ไขจุดบกพร่องของโลกาภิวัตน์ และร่วมกันสร้างระบบโลกที่เป็นการนาร่วมกันของ ชาติต่างๆ ให้กว้างขวางครอบคลุมที่สุดเท่าที่ทาได้ จะดีกว่า เอกสารอ้างอิง Cheng Li และ Chen Weihua. G-20 ushers in collective leadership. Brookings Tsinghua. ออนไลน์ https://www.brookings.edu/on-the- record/g-20-ushers-in-collective-leadership/
  11. 11. 8 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต CARNEGIE MIDDLE EAST CENTER ตุรกีกาลังมุ่งตะวันออก ตุรกีเป็นประเทศที่ว่ากันว่าเป็นจุดที่ ตะวันออกมาพบกับตะวันตก ดินแดน 97 เปอร์เซ็นต์ ของตุรกีอยู่ในเอเชีย เพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จัด ว่าอยู่ในเขตบอลข่านของยุโรป อย่างไรก็ตาม นับแต่ การสร้างชาติตุรกีสมัยใหม่โดยเคมาล อตาเติร์กเป็น ต้นมา ตุรกีก็พยายามจะเป็นตะวันตกมาตลอด ทั้งใน การปรับปรุงพัฒนาประเทศให้เป็นแบบตะวันตก แยก ศาสนาออกจากรัฐ และดาเนินนโยบายใกล้ชิดเป็น พันธมิตรกับตะวันตก จนถึงในช่วงทศวรรษ 2000 ประเทศตุรกีภายใต้การนาของพรรค AK ก็ยังคงทา นโยบายต่างประเทศแบบ “มุ่งตะวันตก” พยายามเข้า เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเต็มที่ แต่มาในปี 2016 โดยเฉพาะหลังการกบฏ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ตุรกี ภายใต้พรรค AK วันนี้กาลังทาท่าจะหันหน้านโยบาย ต่างประเทศมาสู่ตะวันออกแทน Yildirim ผู้เขียนบทความเรื่อง Turkey’s Impending Eastern Turn ของสถาบัน Carnegie Middle East Center กล่าวว่ากบฏ 15 ก.ค. น่าจะ เป็นความตั้งใจของรัฐบาลเอร์โดอานเองที่จะสร้าง “ทางลัด” กระชับอานาจภายในประเทศและเปลี่ยนทิศ นโยบายต่างประเทศออกจากตะวันตก เป็นตัวของ ตัวเอง เป็นมหาอานาจในตะวันออกกลางได้มากขึ้น การรัฐประหารที่ล้มเหลวนี้ได้ช่วยหันเหความสนใจ ของสาธารณชนจากคดีทุจริตที่คนในรัฐบาลตกเป็น เป้า นอกจากนั้น การกวาดล้างฝ่ายกบฏยังเป็น โอกาสในการปฏิรูปกองทัพ ปลดนายพลมากถึง ภาพ: http://www.turkishnews.com/en/content/wp-content/uploads/2009/11/ErdoganOnMinaret.jpg
  12. 12. 9 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 45 เปอร์เซ็นต์ออก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝ่ายที่สนับสนุน NATO เพื่อปรับทิศทางของกองทัพให้สอดรับกับ นโยบายต่างประเทศใหม่และเพื่อเสถียรภาพของ รัฐบาลเอง ส่วนในทางต่างประเทศ ภายหลังการกบฏ รัฐบาลก็ออกมาพูดในทานองว่าสหรัฐเป็นผู้อยู่ เบื้องหลังไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมผ่านการ สนับสนุนฟัตตุลเลาะฮ์ กุเลน ทาให้ชาวตุรกีส่วน ใหญ่มองสหรัฐและตะวันตกว่าพยายามแทรกแซง กิจการภายในประเทศ ว่าสหรัฐ “พยายามโค่นล้ม เอร์โดอาน เพราะเขาทาให้ตุรกีเข้มแข็งมากเกินไป” เป็นข้อกล่าวหาที่ทาให้กระแสในประเทศที่เคย อยากจะเป็นตะวันตกมาตลอด หันออกจาก ตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ Yildirim ผู้เขียน บอกว่าเป็นเสมือน Fast-track ให้รัฐบาลเปลี่ยนโฉม หน้าการเมือง-การต่างประเทศของตุรกีได้อย่าง ฉับพลัน ตุรกีในวันข้างหน้าดูจะเดินไปสู่การเป็น ประเทศที่อิสระ เป็นตัวของตัวเอง และสามารถเล่น บทมหาอานาจในภูมิภาคตะวันออกกลางได้มาก ยิ่งขึ้น รวมทั้งหันหน้าสู่ตะวันออก สู่เอเชียมาก ยิ่งขึ้น ตุรกีในวันนี้กาลังจะเป็น “เพื่อน” ใน ตะวันออกกลางคนล่าสุดที่ตะวันตก ทั้งสหรัฐและ ยุโรป กาลังจะสูญเสียไป อย่างเดียวกับที่เคย สูญเสียอียิปต์สมัยประธานาธิบดีนัสเซอร์และ อิหร่านในทศวรรษ 1970 มาแล้ว เอกสารอ้างอิง A. Kadir Yildirim. Turkey’s Impending Eastern Turn. Carnegie Middle East Center. ออนไลน์ http://carnegie-mec.org/ sada/64358.
  13. 13. 10 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ สถานการณ์และแนวโน้มใหม่ของโลก กับการกาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาของไทย เมื่อวันพุธที่ 24 กันยายน 2559 สถาบันคลัง ปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหา วิทยาลัยรังสิต จัดเวทีระดมสมองเรื่องยุทธศาสตร์ครั้ง ที่ 2 เรื่อง สถานการณ์และแนวโน้มใหม่ของโลกกับ การกาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาของไทย โดย ได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธานและ รศ.ดร. สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ รศ. ดร. ปณิ ธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ อาจารย์ประจาภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากร และร่วมอภิปราย ได้แนวคิดและข้อเสนอเพื่อพัฒนา ยุทธศาสตร์ชาติใน 3 ด้านหลักดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์ด้านการปฏิรูประบบบริหาร ราชการภายในประเทศ ต้องมีการสร้างโครงสร้าง การทางานร่วมกัน เพื่อ “ยกเครื่อง” การบริหารงาน ของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาเป็นประเทศ “เครื่อง หลุด” หน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ทางานแยกกันไปตาม ภารกิจเฉพาะด้านของตน เมื่อมีปัญหาที่ต้องแก้ หรือ เรื่องที่ต้องผลักดันร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ จะ ทาได้ยากมาก หากปราศจากอานาจพิเศษ เราจึงควร สร้าง “โครงสร้างการทางานร่วมกัน” เพื่อมาร่วมกันทา ยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ทั้งภาครัฐ รัฐบาล ราชการ เอกชน กองทัพ ประชาสังคม ท้องถิ่น ฯลฯ เป็น โครงสร้างการทางานที่เชื่อมโยงกันจากส่วนบนถึง ส่วนล่างของสังคม เพื่อกาหนดเป้าหมายของประเทศ ให้เป็นไปในทางเดียวกัน 2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างคน หัวใจของ ยุทธศาสตร์ชาตินั้นคือการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนมี คุณภาพสอดรับกับความต้องการในระยะยาวของชาติ และสังคมในระดับต่างๆ ซึ่งมีประเด็นสาคัญที่การ ปฏิรูประบบการศึกษา การวางแผนผลิตคน และ วางแผนการใช้กาลังคน
  14. 14. 11 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 3. ยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ ควร วางตัวให้เป็นประเทศอานาจขนาดกลาง (middle power) วางท่าทีต่อมหาอานาจให้สมดุล ไม่เอียงข้าง สหรัฐหรือจีนจนเกินไป ไม่ติดการวิเคราะห์โลกแบบ ตะวันตก ฝึกมองแต่ละชาติจากมุมมองเขา เพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญที่รู้และเข้าอกเข้าใจฝ่ายอื่นๆ นอกจาก ตะวันตก เช่น จีน โลกมุสลิมและโลกรัสเซีย ให้เข้ามา อยู่ในวงการนักปฏิบัติ วงนักกาหนดนโยบาย เพื่อให้ ยุทธศาสตร์ต่างประเทศสมดุลขึ้น และที่สาคัญควร เรียนรู้เพื่อนบ้านมากกว่านี้ รวมทั้งสร้างนักการทูต นัก เจรจารุ่นใหม่ที่เก่งและสามารถอ่านสถานการณ์รอบตัว ได้ทะลุปรุโปร่ง
  15. 15. 12 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้อานวยการสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: นางสาวยุวดี คาดการณ์ไกล เรียบเรียง: นางสาวจุฑามาศ พูลสวัสดิ์ นางสาวปลายฟ้า บุนนาค นายปาณัท ทองพ่วง ภาพปก: http://www.chinausfocus.com/wp-content/uploads/2016/09/G20-bridge.jpg ปีที่เผยแพร่: กันยายน 2559 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064

×