Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

World Think Tank Monitors l เมษายน 2559

313 views

Published on

World Think Tank Monitors l เมษายน 2559 l ปีที่ 2 ฉบับที่ 3

- ความท้าทายด้านการจัดการสุขภาวะ: กรณีวิกฤตผู้ลี้ภัย (Chatham House)
- การถ่ายโอนอำนาจในยุคแห่ง “เมือง”: พลังของเมืองกับการแก้ปัญหา
(Brookings)
- Big Data Economy: อัศวินขี่ม้าขาวของเศรษฐกิจจีน? (CASS)
- สถาบันคลังปัญญาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิจัยจาก CASS ประเทศจีน

Published in: Government & Nonprofit
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

World Think Tank Monitors l เมษายน 2559

  1. 1. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มีนาคม 2559 l ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 การถ่ายโอนอานาจ ในยุคแห่ง “ เมือง ” ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 เมษายน 2559
  2. 2. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต บทบรรณาธิการ สวัสดีปีใหม่ 2559 ค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในวันที่ 13 เมษายนนี้ คนไทยและเมืองไทยของเรา ได้ก้าวเข้าสู่ปีใหม่อย่างเต็มตัว เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้นทาอะไรใหม่ๆ เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น ตามความสามารถและโอกาสที่เราจะทาได้ ซึ่งถ้าหากเป็นคนแล้วก็ต้องวางแผน วางเป้าหมายกัน ประมาณหนึ่ง และถ้าหากเป็นชาติก็ต้องมียุทธศาสตร์เช่นกัน เพื่อการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเป็น ระบบ และบรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ และในการวางยุทธศาสตร์ของประเทศการดูตัวอย่างจาก ประเทศอื่นก็เป็นสิ่งจาเป็นอย่างยิ่ง World Think Tank Monitors ฉบับเมษายนนี้ ยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวของสถาบันคลัง ปัญญาชั้นนาทั้งฝั่งตะวันตกอย่าง Chatham House ของอังกฤษ Brookings ของอเมริกา และ ตะวันออกอย่าง Chinese Academy of Social Sciences (CASS) สถาบันคลังปัญญาด้าน สังคมศาสตร์อันดับหนึ่งของประเทศจีน ซึ่งเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา นักวิจัยจาก CASS ก็ ได้มาเยี่ยมสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติของเรา และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันทั้ง ในเรื่องการสร้างความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต กับทั้งแนวทางการพัฒนาประเทศของจีนและ ประเทศต่างๆด้วย เชิญเข้าสู่เนื้อหาได้เลยค่ะ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ
  3. 3. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สารบัญ หน้า บทบรรณาธิการ ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในภูมิภาคยุโรป  CHATHAM HOUSE ความท้าทายด้านการจัดการสุขภาวะ : กรณีวิกฤตผู้ลี้ภัย 1 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในภูมิภาคอเมริกา  BROOKINGS การถ่ายโอนอานาจในยุคแห่ง “เมือง” : พลังของเมืองกับการแก้ปัญหา 3 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในภูมิภาคเอเชีย  CHINESE ACADEMY OF SOCIAL SCIENCES Big Data Economy: อัศวินขี่ม้าขาวของเศรษฐกิจจีน? 6 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในประเทศไทย  สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ KLANGPANYA INSTITUTE FOR NATIONAL STRATEGIES DEVELOPMENT สถาบันคลังปัญญาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิจัยจากCASS ประเทศจีน 8
  4. 4. 1 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในภูมิภาคยุโรป CHATHAM HOUSE เรียบเรียงโดย จุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ผู้ช่วยนักวิจัย CHATHAM HOUSE การเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านการจัดการสุขภาวะ : กรณีวิกฤตผู้ลี้ภัย ภาพจาก soschilderensvillages.com ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา วิกฤตผู้อพยพลี้ภัยได้กลายเป็นปัญหาสาคัญที่ส่งผลกระทบระดับโลก ในหลายด้าน ข้อมูลจาก Chatham House พบว่า มีประชากรผู้พลัดถิ่นทั่วโลกมากถึง 60 ล้านคน ซึ่ง ในจานวนนี้ 86% พานักอยู่ในประเทศกาลังพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับต่า แต่ปัจจุบันผู้อพยพ เหล่านี้เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศพัฒนาแล้วมากขึ้นจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงด้านสุขภาพที่ ทุกฝ่ายต้องหันมาพิจารณาอย่างจริงจัง ปัญหาที่เป็นความท้าทายในการจัดการด้านสุขภาวะของผู้อพยพ ปัญหาสาคัญที่พบในกรณีดังกล่าว คือ การขาดการประสานเชื่อมโยงระหว่างระบบการย้ายถิ่น ของผู้อพยพกับระบบการเฝ้าระวังโรคติดต่อ การหลั่งไหลเข้ามาของประชากรต่างถิ่นจึงอาจมาพร้อม กับความเสี่ยงด้านสุขภาพได้ อย่างไรก็ตาม การลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในหมู่ผู้ อพยพก็เป็นเรื่องที่จัดการได้ไม่ยากนัก ซึ่งอาจทาได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้แก่ผู้อพยพตั้งแต่ ระยะแรกที่เดินทางเข้าประเทศ แต่การจัดการนี้จะสาเร็จได้ต้องอาศัยบทบาทของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมีจุดแข็งในด้านการมีหน่วยงานรับผิดชอบที่เก่งและเชี่ยวชาญ ตลอดจนมีความสามารถในการ คิดค้นนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความท้าทายด้านสุขภาวะ อีกทั้งประเทศพัฒนาแล้วยังสามารถใช้
  5. 5. 2 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประโยชน์จากศักยภาพด้านเศรษฐกิจและสังคม (Socioeconomic) ที่มีอยู่มาเสริมสร้างภารกิจด้าน สาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ทว่า ความท้าทายอีกประการที่รัฐบาลไม่ควรละเลยคือการ แพร่ระบาดของโรคติดต่อที่ไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่จะเกิดขึ้นหลังจากผู้อพยพเข้ามาในอยู่ ประเทศนานระยะหนึ่ง เช่น วัณโรค โรคผิวหนังติดเชื้อ ฯลฯ ซึ่งงานวิจัยของประเทศอังกฤษชี้ว่ามีผู้ อพยพมากถึง 77% ที่เพิ่งถูกตรวจพบโรคภายหลังเข้ามาในประเทศนานถึง 2 ปี ประเด็นดังกล่าวนี้ จะยิ่งสร้างความเสี่ยงให้กับพื้นที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นและมีการจัดบริการสุขภาพที่ไม่ทั่วถึง แม้บ่อยครั้งการจัดการด้านสุขภาวะอันเนื่องมาจากผู้อพยพจะถูกมองว่าเป็นภาระที่รัฐบาล ประเทศปลายทางต้องรับผิดชอบ แต่ในการจัดการก็ควรยึดมั่นไว้เสมอถึงการปฏิบัติต่อผู้อพยพใน ฐานะเพื่อนมนุษย์ที่ควรได้รับสิทธิตามที่บุคคลหนึ่งพึงมี นั่นคือได้รับการตรวจรักษาสุขภาพตาม หลักเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนา และผลการวินิจฉัยใดๆ จะต้องไม่ถูกนามาเป็นข้ออ้างในการ ผลักดันหรือกีดกันผู้อพยพออกนอกประเทศ ซึ่งปัญหาสาคัญที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือการให้ความ ช่วยเหลือผู้อพยพตามแนวทางดังกล่าวกลับไม่ได้รับความร่วมมือจากประเทศต่างๆ มากเท่าที่ควร แนวทางการบรรเทาปัญหา แนวทางสาคัญในการบรรเทาความรุนแรงของปัญหาความไม่เท่าเทียมในการรับการดูแลด้าน สาธารณสุขของผู้อพยพที่เป็นไปได้ที่สุดควรเริ่มจากการกาหนดนโยบายที่เป็นรูปธรรมประกอบกับ การร่วมมือกันอย่างจริงจังของประเทศต่างๆ ภายใต้กรอบการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพร่วมกัน โดยในเบื้องต้น สภาพยุโรปได้อนุมัติงบประมาณกว่า 1.8 พันล้านยูโรในการพัฒนาเศรษฐกิจและ เพิ่มการจ้างงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้แก่ประเทศในแอฟริกาโดยมีความหวังใน การลดอัตราผู้อพยพออกนอกประเทศซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง แต่ทั้งนี้สาหรับการ แก้ปัญหาที่ปลายทางรัฐบาลของประเทศที่ให้การพักพิงแก่ผู้อพยพจะต้องสร้างมาตรฐานที่เหมาะสม ในการให้บริการด้านสุขภาพบนพื้นฐานของการยอมรับความหลากหลายและการเคารพสิทธิ มนุษยชน เอกสารอ้างอิง Abbas Omaar, Osman Dar and Professor Ali Zumla. Facing the Health Challenges of the Global Refugee Crisis. Chathum House. ออนไลน์:https://www.chathamhouse.org/ expert/comment/facing-health-challenges-global-refugee-crisis
  6. 6. 3 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในภูมิภาคอเมริกา Brookings เรียบเรียงโดย ปลายฟ้ า บุนนาค ผู้ช่วยนักวิจัย       BROOKINGS การถ่ายโอนอานาจในยุคแห่ง “เมือง” : พลังของเมืองกับการแก้ปัญหา ภาพจาก https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/de/Houston_night.jpg Bruce Katz นักวิจัยจากสถาบัน Brookings ได้เขียนหนังสือร่วมกับ Jennifer Bradley เรื่อง The Metropolitan Revolution เกี่ยวกับเรื่องของการที่ผู้นามหานครต่างๆเป็นตัวนาการเปลี่ยนแปลง รูปแบบเศรษฐกิจและแก้ไขระบบการเมืองที่เสื่อมโทรม ครั้งนี้ Bruce Katz ได้เขียนบทความเรื่อง Devolution for an urban age: City power and problem-solving ไว้อย่างน่าสนใจ สรุปได้ดังนี้ ในศตวรรษที่ 21 เมืองขึ้นมามีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนประเทศ ผู้นาท้องถิ่นมี บทบาทสาคัญมากในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกลุ่มทุน บริษัทชั้นนาระดับ โลกและผู้นาระดับชาติ การถ่ายโอนอานาจตามความเข้าใจดั้งเดิมคือ การที่รัฐบาลแบ่งอานาจและความรับผิดชอบมา ให้แก่ท้องถิ่นอย่างเป็นทางการ แต่การถ่ายโอนอานาจอย่างเป็นทางการดังกล่าว ปัจจุบันกาลังถูก แซงหน้าด้วยกระแสที่เรียกว่า “การถ่ายโอนอานาจอย่างไม่เป็นทางการ” ซึ่งการถ่ายโอนอานาจอย่าง ไม่เป็นทางการเกิดจากการที่ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาของรัฐบาลกลางเองลดลง รวมทั้ง ข้อจากัดด้านงบประมาณ เมืองและมหานครต่างๆจึงต้องลุกขึ้นมาสวมบทบาทแก้ไขปัญหาและคิด สร้างนวัตกรรมพัฒนาเมืองของตนด้วยตนเองไปโดยปริยาย
  7. 7. 4 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต การบริหารเมืองต่างๆแบบรวมศูนย์ โดยการบังคับใช้นโยบายเดียวจากส่วนกลางกับพื้นที่ต่างๆ ที่มีความแตกต่างกันทั่วทั้งประเทศ กาลังกลายเป็นสิ่งที่ล้าหลังอย่างมากและนับวันจะยิ่งเป็นอดีต สาหรับแนวทางการพัฒนาเมืองของศตวรรษที่ 21 เพราะในยุคนี้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องการการจัดการที่รวดเร็วด้วยนโยบายการพัฒนาที่วางแผนมาโดยเฉพาะสาหรับแต่ละเมืองแต่ละ พื้นที่ รวมทั้งต้องใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบองค์รวม บูรณาการความเชี่ยวชาญ ประสิทธิภาพ และ ทรัพยากรของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในแต่ละพื้นที่เข้ามาใช้ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนเมืองไป ข้างหน้า การรวมตัวของเครือข่ายทั้งสามภาคส่วนนี้ช่วยให้เมืองสามารถคิดค้นนวัตกรรมที่หลากหลายใน การจัดการกับความท้าทายใหม่ๆในทุกวันนี้ โดยการสร้าง 1) เครื่องมือใหม่ๆ เช่น ใช้เครื่องมือทาง การเงินดึงดูดทุนไปสู่กิจกรรมการพัฒนาเมืองแบบที่ยั่งยืนและเปิดกว้างให้คนหลากหลายในสังคม 2) หน่วยงานตัวกลางที่เกิดขึ้นเพื่อรวมภาคส่วนต่างๆของสังคมเข้าด้วยกัน ในการทางานเพื่อ สาธารณะของเมือง เช่น Texas Medical Center ในเมืองฮูสตัน สหรัฐอเมริกา เป็นสถาบันที่ทาหน้าที่ เป็นตัวเชื่อมระหว่างมหาวิทยาลัยกับโรงพยาบาล เพื่อร่วมกันพัฒนาการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ 3) พบว่า หลายเมืองในปัจจุบันกาลัง สร้างองค์กรรูปแบบใหม่ๆที่ทางานสาธารณะ ขึ้นมาเพื่อความยืดหยุ่นมาก ขึ้นในการทางาน เช่น สถาบันที่ทางานสาธารณะเฉพาะทาง เฉพาะด้าน สถาบันกึ่งสาธารณะ และ องค์กรภาคพลเมือง ตัวอย่างเช่น เทศบาลเมืองฮัมบวร์ก ในเยอรมนี ตั้งบริษัทชื่อ HafenCity Hamburg GmbH เพื่อปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ย่านท่าเรือและเขตโรงงานเก่าของเมือง ในฐานะส่วนหนึ่งของ โครงการฟื้นฟูเขตเมืองชั้นในที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ส่วนเทศบาลเมืองโคเปนเฮเกนกับรัฐบาลชาติของ เดนมาร์กก็ร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ CPH City and Port Development เพื่อพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้า การขับเคลื่อนเมืองด้วยเครือข่ายสามขา รัฐ-เอกชน-ประชาสังคมในพื้นที่แบบนี้จะเป็นแนว ทางการบริหารในอนาคตของเมืองในการจัดการปัญหาและความท้าทายในพื้นที่ของตนโดยไม่ต้องนั่ง รอคาสั่งหรือนโยบายจากส่วนกลางอีกต่อไป โดยตัวอย่างของวาระสาคัญในการพัฒนาเมืองนั้นอยู่ที่ ประเด็นเรื่อง การสร้างคน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในแบบที่ยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาดและการ หาวิธีใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงประเด็นของการดึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเป็น เครื่องมือสาคัญของการพัฒนาเมือง เป็นต้น
  8. 8. 5 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ดังนั้น แม้ว่ารัฐบาลกลางจะยังคงจาเป็นในบทบาทสาคัญหลายๆอย่าง เช่น การต่างประเทศ การระดมทุนวิจัยขั้นพื้นฐาน และใช้ประโยชน์จากการลงทุนของภาคเอกชนในโครงสร้างพื้นฐานขนาด ใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้น การกาหนดนโยบายแบบรวมศูนย์และการปฏิบัติงานจากส่วนกลางเพียงอย่าง เดียวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในศตวรรษที่ 21 นี้ เมื่อรัฐบาลกลางไม่สามารถ ตามโลกได้ทัน ต้องตระหนักไว้ว่า โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงจากล่างขึ้นบนด้วยเช่นกัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลง นี้ขับเคลื่อนโดยกลุ่มเครือข่ายต่างๆที่สร้างนวัตกรรมใหม่ๆในเมืองและมหานคร หรืออีกนัยหนึ่ง คือ เมืองและมหานครเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศนั่นเอง เอกสารอ้างอิง Bruce Katz. Devolution for an urban age: City power and problem-solving. Brookings. ออนไลน์ http://www.brookings.edu/blogs/metropolitan-revolution/posts/2016/03/25-city- power-problem-solving-katz
  9. 9. 6 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในภูมิภาคเอเชีย  CHINESE ACADEMY OF SOCIAL SCIENCES (CASS) เรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง ผู้ช่วยนักวิจัย  CHINESE ACADEMY OF SOCIAL SCIENCES (CASS) Big Data Economy: อัศวินขี่ม้าขาวของเศรษฐกิจจีน? ภาพจาก http://english.cssn.cn/research/economics/201603/t20160317_2927612.shtml ในรายงานวิจัยเรื่อง Seismic effect of big data ushers in new economic cycle Cai Yuezhou นักวิจัยของ Institute of Quantitative and Technical Economics, Chinese Academy of Social Sciences (CASS) ประเทศจีน อ้างว่า เทคโนโลยี Big Data จะเป็น “จักรกลตัว ใหม่” ของเศรษฐกิจจีนในยุค New Normal ที่เศรษฐกิจแบบดั้งเดิมในยุคสามสิบกว่าปีที่ผ่านมาของจีน ที่มีฐานอยู่ที่การผลิตแบบ Mass production กาลังมาถึงจุดอิ่มตัว ตัวแบบเศรษฐกิจอันใหม่ที่อยู่บน ฐานการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Big Data นี้จะเป็นคาตอบสาหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนใน ระยะต่อไป เพื่อให้จีนหนีพ้นจากการ “ลื่นไถล” ลงสู่กับดักของประเทศรายได้ปานกลาง นักวิจัยจาก CASS เรียก Big Data ว่าเป็นการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งที่ 6 ของมนุษยชาติ โดยใช้กรอบการมองแบบวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ (historical Materialism) ของสานัก Marxism ซึ่งเชื่อ ว่าประวัติศาสตร์ของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้เมื่อเกิดนวัตกรรมใหม่ เทคโนโลยีใหม่ๆ นามาซึ่งการ เปลี่ยนแปลงวิถีการผลิต รูปแบบและโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการปฏิวัติครั้ง
  10. 10. 7 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต แรกๆ นั้นย้อนไปตั้งแต่การประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้าและรถไฟ มาสู่ประดิษฐ์ไฟฟ้าและการผลิตแบบ สายพานขนาดใหญ่ มาจนถึงการปรากฏตัวของ “เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์” จากการประดิษฐ์ตัว ประมวลผลแบบ 40 บิต ของ Intel 4004 ในปี 1971 ซึ่งทาให้คอมพิวเตอร์แพร่หลายกลายเป็นของ ปกติสาหรับทุกคนและเป็นปัจจัยการผลิตที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ การปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งที่ 5 ส่วนการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งที่ 6 ที่เรียกว่าการปฏิวัติ Big Data นี้ นักวิจัยจาก CASS ได้ อธิบายไว้คร่าวๆว่า มีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1) ปรากฏการณ์ที่แทบทุกอย่างใน ปัจจุบันขึ้นไปอยู่บน เชื่อมโยงกับ หรือเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ที่เรียกกันว่า Internet of Things 2) Cloud Computing หรือการจัดการข้อมูลผ่านตัวกลางที่เสมือน “ลอยอยู่ในอากาศ” เช่น iCloud, iTunes, Google Drive เป็นต้น และ 3) การแพร่หลายของเทคโนโลยี Big Data ซึ่งนักวิจัยจาก CASS ได้อธิบายไว้ว่า คือ เทคโนโลยีที่ทาให้สามารถเก็บสะสม จัดระเบียบ ประมวลผล และ ตอบสนองหรือตีความหมายชุดข้อมูลขนาดมหาศาลในเวลารวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน องค์ประกอบทั้งสามประกอบกันเป็นคุณลักษณะสาคัญของการปฎิวัติ Big Data ซึ่งจะช่วย ปรับเปลี่ยนห่วงโซ่การผลิต ด้วยการลดต้นทุนของปัจจัยการผลิตทั้งทุนและแรงงาน และเพิ่ม ประสิทธิภาพในการผลิตของเศรษฐกิจจีน นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา พบการเติบโตของ ผู้ประกอบการของจีนที่จัดอยู่ในธุรกิจที่ใช้ Big Data อย่างเช่น Alibaba นักวิจัยของ CASS ทิ้งท้ายว่า ตัวแบบของ Big Data Economy จะเป็นสิ่งที่สามารถนาพา เศรษฐกิจจีนให้ก้าวหน้าขึ้นไปสู่อีกระดับของการพัฒนา ไม่ใช่ชะลอตัวหรือตกลง ซึ่งฟังดูแล้วชวนให้ นึกถึง Digital Economy ที่รัฐบาลไทยกาลังพูดถึงอยู่ในเวลานี้ แต่ต้องศึกษาให้ดีว่า Digital Econo- my กับ Big Data Economy นั้นเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ เอกสารอ้างอิง Cai Yuezhou. Seismic effect of big data ushers in new economic cycle. Chinese Social Science Net (Sponsored by CASS). ออนไลน์: http://english.cssn.cn/research/ economics/201603/t20160317_2927612.shtml
  11. 11. 8 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในประเทศไทย  สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ KLANGPANYA INSTITUTE FOR NATIONAL STRATEGIES DEVELOPMENT เรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง ผู้ช่วยนักวิจัย สถาบันคลังปัญญาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับนักวิจัยจาก CASS ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2559 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและหาแนวทางสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับนักวิชาการจากสถาบันวิจัยของจีน โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร. Zhou Fangye จากภาควิชารัฐศาสตร์ National Institute of Interna- tional Strategy, Chinese Academy of Social Sciences (NIIS, CASS) สถาบันคลังปัญญา (Think Tank) ด้านสังคมศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ในโอกาสนี้ ผศ.ดร. Zhou Fangye ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับสถาบันคลังปัญญาใน หลากหลายหัวข้อ เช่น โครงสร้างองค์กรของ CASS โอกาสและความท้าทายในระบบการศึกษา ระบบมหาวิทยาลัยและสถาบันคลังปัญญาในประเทศจีนรวมทั้งความก้าวหน้าและความท้าทายของ การพัฒนาประเทศของจีนในปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรมและเทคโนโลยี
  12. 12. 9 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ในตอนหนึ่ง ดร. Zhou กล่าวถึงความท้าทายประการหนึ่งของรัฐบาลจีนในการจัดการ เศรษฐกิจ นั่นคือคาถามที่ว่า จีนมาถูกทางแล้วหรือไม่ กับการเลือกลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรม พลังงานทางเลือก? โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งภายหลังรับการถ่ายทอด เทคโนโลยีดังกล่าวจากเยอรมนี เมื่อหลายสิบปีก่อน ปัจจุบันจีนเป็นผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ส่งออก รายใหญ่ที่สุดของโลก แต่จากภาวะราคาน้ามันโลกราคาตกลงมากจากที่เคยอยู่ในระดับ 100 USD ต่อบาร์เรลเมื่อสองสามปีที่แล้ว ปัจจุบันตกไปอยู่ที่ราว 30 USD ต่อบาร์เรลเท่านั้น ทาให้ต้นทุนของ พลังงานทางเลือกเมื่อเทียบกับราคาน้ามันนั้นสูงขึ้นอย่างมาก จึงน่าดึงดูดน้อยลงสาหรับ ผู้ประกอบการที่จะซื้อโซลาร์เซลล์ไปใช้ ทุกวันนี้อุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ของจีนจึงอยู่ในภาวะ ขาดทุนต่อเนื่องอย่างหนัก อยู่ได้ด้วยการอุ้มจากรัฐบาล ทุกวันนี้รัฐบาลจีนจึงต้องเผชิญกับการ ตัดสินใจที่ยากยิ่งว่าจีนจะยังคงทุ่มเททรัพยากรเพื่อประคับประคองอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก ขนาดใหญ่ของตนไปก่อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะต้องอุ้มไปอีกนานแค่ไหน แต่หากจะล้มเลิก เพื่อเอาเงินไป พัฒนาหรือช่วยเหลือวงการอื่นๆ ธุรกิจพลังงานทางเลือกของจีนก็จะต้องล้มละลาย และหากล้มใน ครั้งนี้ก็ยากที่จะฟื้นกลับมาได้อีก เท่ากับว่าการเลือกทางเดินเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีด้าน พลังงานทางเลือกหลายสิบปีที่ผ่านมาของจีนก็จะสูญเปล่า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงปัญหาที่จีนต้อง ตัดสินใจในวงการหนึ่งเท่านั้น เรื่องนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงภาระอันยากเย็นที่รัฐบาลจีนกาลังประสบอยู่ ภายในซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รับรู้กันภายนอก เป็นตัวอย่างของความท้าทายที่ประเทศมหาอานาจที่กาลัง จะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกต้องเผชิญ สาหรับ Chinese Academy of Social Sciences นั้น มีสานักงานใหญ่ที่กรุงปักกิ่ง และมี สาขาย่อยตามมณฑลต่างๆ มีนักวิจัยจานวนหลายพันคน เป็นสถาบันวิจัยที่ขึ้นกับรัฐบาลจีน ได้รับ การสนับสนุนทุนวิจัยทั้งหมดจากกระทรวงการคลังของจีน แต่เป็นหน่วยงานแยกที่ค่อนข้างมีอิสระ ในการเลือกหัวข้อวิจัย โดยมีสาขาวิจัยหลากหลาย ครอบคลุมสังคมศาสตร์ทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็น 4 สาขาใหญ่คือ 1) ปรัชญา ประวัติศาสตร์ และภาษาศาสตร์ 2) รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ พฤติกรรม ศาสตร์ 3) เศรษฐศาสตร์ 4) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยในปัจจุบัน หน่วยงานฝ่ายไทยที่มี กรอบความร่วมมือทางวิชาการกับ CASS อยู่คือสานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
  13. 13. 10 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้อานวยการสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: นางสาวยุวดี คาดการณ์ไกล เรียบเรียง: นางสาวจุฑามาศ พูลสวัสดิ์ นางสาวปลายฟ้า บุนนาค นายปาณัท ทองพ่วง ปีที่เผยแพร่: เมษายน 2559 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064

×