Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

World Think Tank Monitors l มีนาคม 2559

356 views

Published on

World Think Tank Monitors l มีนาคม 2559 ปีที่ 2 ฉบับที่ 2
ติดตามความเคลื่อนไหวโลกผ่านสายตาของสถาบันคลังสมองชั้นนำ
"มองโลก เพื่อย้อนมองไทย"

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

World Think Tank Monitors l มีนาคม 2559

  1. 1. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มีนาคม 2559 l ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 เหลียวหลัง แลหน้า 2015-2016.. — เอเชียผงาด ปัญหายาราคาแพง ตะวันออกกลางปั่นป่วน อันดับ THINK TANK โลก 2015 —
  2. 2. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต บทบรรณาธิการ World Think Tank Monitors ฉบับนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาหลายประเด็นอยู่ด้วยกัน ทั้งเรื่อง ปัญหาราคายาแพง ผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัลกับระบบตลาดและเศรษฐกิจ ข้อดีข้อเสียของ Uber ประเด็นเหล่านี้ล้วนน่าสนใจและเป็นแนวโน้มใหม่ๆของโลกที่เหล่าสถาบันคลังสมองชั้นนาให้ ความสนใจหยิบยกขึ้นมาศึกษาติดตาม นอกจากจะติดตามเรื่องที่เป็นอนาคต เป็นกระแสใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ ของโลกแล้ว ในการ จัดทา World Think Tank Monitors ฉบับนี้ เรายังพบว่าสถาบันคลังสมองชั้นนาของโลกหลายแห่ง ได้เผยแพร่บทสรุปรวบยอด “โลกในปี 2015” ที่ผ่านมา ออกมาในรูปแบบต่างๆด้วย เช่น 2015 Global Go To Think Tank Index Report รายงานการจัดอันดับ Think Tank ทั่วโลกประจาปี 2015 ของ Think Tanks and Civil Societies Program (TTCSP) “สถาบันคลังสมองเรื่องสถาบัน คลังสมอง (Think Tank’s Think Tank) ของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (ซึ่ง Brookings ยังคงรั้ง อันดับ 1 ตามโผนี้) ในขณะที่ Carnegie Endowment for International Peace (ซึ่งรั้งอันดับ 3 ใน โผเดียวกัน) ได้จัดทา 2015 Annual Report สรุปเรื่อง “โลก” ในปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นภูมิภาคต่างๆ ไว้อย่างน่าสนใจ เห็นภาพของการสะท้อน มองย้อน เหลียวหลัง และแลหน้า ของบรรดาสถาบันคลัง สมองโลกในห้วงเวลานี้! ในส่วนของสถาบันคลังปัญญาฯนั้น มีความภูมิใจนาเสนอ ผลงานหนังสือเล่มล่าสุดของ ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อานวยการสถาบันของเรา ในชื่อว่า “เพ่งประชาธิปไตยโลก พิศ ประชาธิปไตยไทย” กล่าวถึงเรื่อง “เก่าๆ” แบบ “ประชาธิปไตย” ด้วยมุมมอง เนื้อหา และ ทัศนะ “ใหม่ๆ” ดังที่ได้ปริทัศน์เนื้อหาไว้โดยย่อในส่วนสุดท้ายของ World Think Tank Monitors เล่มนี้ เชิญผู้อ่านทุกท่านอ่านต่อด้านในได้เลยค่ะ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ
  3. 3. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สารบัญ หน้า บทบรรณาธิการ ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในภูมิภาคยุโรป 1  CHATHAM HOUSE 1  BRUEGEL 3 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในภูมิภาคอเมริกา 6  BROOKINGS 6  UNIVERSITY OF PENNSYLVANIA 8 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในภูมิภาคเอเชีย  CARNEGIE-TSINGHUA 10  CARNEGIE ENDOWMENT FOR INTERNATIONAL PEACE 12 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 15  CARNEGIE ENDOWMENT FOR INTERNATIONAL PEACE 15 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจจาก Think Tank ในประเทศไทย 17  สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ KLANGPANYA INSTITUTE FOR NATIONAL STRATEGIES DEVELOPMENT 17
  4. 4. 1 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในภูมิภาคยุโรป CHATHAM HOUSE BRUEGEL เรียบเรียงโดย จุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ผู้ช่วยนักวิจัย CHATHAM HOUSE แนวทางที่ดีกว่าในการควบคุมราคายารักษาโรค ปัจจุบัน เรื่องราคายาเป็นประเด็นสาคัญที่มีความเกี่ยวโยงไปถึงมิติด้านสังคม การเมือง และ เศรษฐกิจระดับโลก จากการรวบรวมข้อมูล พบว่า ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ผู้ป่วยโรคเอดส์ในประเทศ กาลังพัฒนาต้องจ่ายเงินมากถึง 10,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 350,000 บาทต่อปีในการซื้อยาเพื่อต่อ ชีวิต จนต่อมาได้เกิดการรวมตัวของประชาชนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องราคายา ประกอบ กับมีการพัฒนายาที่มีคุณภาพแต่ราคาถูกลงจากบริษัทของอินเดียและการจัดหาเงินอุดหนุนเพิ่มเติม จากองค์การระหว่างประเทศ จึงทาให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาลดลงเหลือเพียง 1,000 ดอลลาร์หรือ ประมาณ 3,500 บาทต่อปี ซึ่งนั่นเป็นผลให้ประชาชนกว่า 15 ล้านคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงการรักษา ได้มากขึ้น และยังลดอัตราการติดเชื้อ HIV ของผู้ป่วยรายใหม่ได้มากถึง 33% ทว่าในปัจจุบัน ราคายาโดยเฉลี่ยทุกประเภทก็ยังคงสูงเกินกว่าที่จะใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่าง ทั่วถึง และในขณะนี้การกาหนดราคายาเองก็มีความสัมพันธ์กับวาระทางการเมืองของประเทศ มหาอานาจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่กาลังอยู่ในช่วงเตรียมการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งหนึ่งในผู้สมัครคือ Hillary Clinton ได้ชูนโยบายปรับลดราคายาอย่างจริงจัง
  5. 5. 2 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ในความเป็นจริงแล้วยารักษาโรคส่วนใหญ่มีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างต่า แต่ภายหลังมักถูก เพิ่มมูลค่าโดยบริษัทผู้ผลิตด้วยเหตุผลด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมไปถึงการผูกขาดสิทธิบัตร โดยเฉพาะกระบวนการวิจัยและพัฒนายาที่แต่ละบริษัทต่างก็แข่งขันกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อ เพิ่มกาไร ยิ่งทาให้ราคายาสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ดังนั้น ประเด็นสาคัญที่ควรถูกหยิบยกมาพิจารณา จึงอยู่ที่ว่า การวิจัยและพัฒนายาเพื่อรักษาโรคแต่ละประเภทควรลงทุนมากน้อยเพียงใดจึงจะได้ยาที่ มีคุณภาพและมีระดับราคาที่เหมาะสม เพราะปัจจุบันมีโรคอีกมากมายที่กาลังเกิดในประเทศกาลัง พัฒนา เช่น ไข้มาลาเรีย อีโบลา ฯลฯ ซึ่งล้วนจาเป็นต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนายาเพื่อการรักษา แต่บริษัทผลิตยากลับเลือกที่จะไม่ลงทุนเพราะมองว่าอาจทากาไรได้น้อย และแม้ที่ผ่านมาหน่วยงาน ด้านสุขภาพทั่วโลกจะพยายามสร้างตัวแบบเพื่อแก้ไขปัญหาให้ราคายามีความสมเหตุสมผลมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตเท่าใดนัก จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด คณะทางานของสถาบัน Chatham House จึงได้ เผยแพร่รายงานเพื่อเสนอทางออกให้กับปัญหาดังกล่าว โดยมีข้อเสนอว่า บริษัทผู้ผลิตควรจะได้รับ ผลตอบแทนจากการวิจัยและพัฒนายาในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นโดยไม่จากัดอยู่เฉพาะยอดขายแต่ เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ หากมีการพัฒนากลไกเพื่อให้บริษัทได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมจากการ ลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนายานอกเหนือจากการใช้วิธีขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ยาแล้ว ก็ย่อมเปิดโอกาส ให้บริษัทจาหน่ายยาได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับต้นทุนที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้จะช่วยให้ ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของยาและนวัตกรรมด้านการรักษาที่ต้องการได้ในระดับราคาที่เอื้อมถึง
  6. 6. 3 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต  BRUEGEL Uber กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจในรูปแบบของเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) “เศรษฐกิจแบ่งปัน” (Sharing Economy) เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่เน้นการสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจจากกาลังการผลิตที่เหลือของทรัพยากรที่มีอยู่ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการแบ่งเช่า หรือแบ่งขายทรัพย์สินที่ปัจเจกบุคคลมีอยู่ผ่านตลาดออนไลน์ อาทิ บ้านพัก รถยนต์ กระเป๋า เป็นต้น ซึ่ง Uber ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ดาเนินการตามแนวทางดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีรถส่วนตัว สามารถนารถมาขับเป็นรถโดยสารได้ ภายในเวลาไม่นาน Uber ก็เติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยใน เดือนธันวาคม ค.ศ.2015 บริษัทมีมูลค่าทางธุรกิจสูงถึง 68,000 ล้านบาท และยังใช้เวลาเพียง 6 ปีใน การเติบโตจนแซงหน้าบริษัทเก่าแก่อย่าง General Motors และ Ford ได้
  7. 7. 4 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต  Uber กับ Taxi ในสายตาของผู้โดยสาร Uber เป็นการเสนอบริการรถโดยสารที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่กับผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นใน สมาร์ทโฟนที่ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการรถคันที่อยู่ใกล้ที่สุดได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ซึ่ง บริการของ Uber นี้ทาให้ผู้โดยสารพึงพอใจกว่ามากเมื่อเทียบกับแท็กซี่ อย่างไรก็ตาม การกาหนด อัตราค่าบริการของ Uber จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในแต่ละช่วงเวลา หากช่วงใดที่มีความ ต้องการใช้มาก แต่รถให้บริการมีน้อย ช่วงเวลานั้นอัตราค่าบริการก็จะปรับเพิ่มขึ้น กลไกราคา ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ขับมากขึ้นและในขณะเดียวกันราคาที่สูงขึ้นก็อาจทาให้ผู้โดยสาร หันไปเลือกใช้บริการรถชนิดอื่นแทนซึ่งจะช่วยให้อุปสงค์และอุปทานปรับสู่จุดสมดุลได้ ข้อดีของ Uber ที่เหนือกว่ารถแท็กซี่ทั่วไปในมุมมองของผู้โดยสารมีอยู่ด้วยกันหลาย ประการ ได้แก่ 1. Uber มีอัตราค่าบริการโดยเฉลี่ยถูกกว่ารถแท็กซี่ทั่วไปในการเรียกใช้บริการ ผู้โดยสารไม่ จาเป็นต้องรอโบกรถตามริมถนนเหมือนรถแท็กซี่ธรรมดา แต่สามารถนัดหมายตาแหน่ง จอดรับกับผู้ขับได้เอง 2. ผู้โดยสารสามารถติดตามตาแหน่งและเวลาที่รถจะเดินทางมาถึงได้ผ่านแอพพลิเคชั่น 3. การชาระค่าโดยสารสามารถทาผ่านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่จาเป็นต้องชาระด้วย เงินสด 4. ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลของคนขับรถก่อนที่จะเลือกใช้บริการและสามารถให้ คะแนนความพึงพอใจภายหลังใช้บริการได้ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและความ เชื่อมั่นในการใช้บริการให้มากขึ้น ผลกระทบของ Uber ต่ออุตสาหกรรมรถแท็กซี่ ความสาเร็จของ Uber ได้สร้างผลเสียให้แก่อุตสาหกรรมรถแท็กซี่ดั้งเดิมเป็นอย่างมาก ใน สมัยก่อนการขอใบอนุญาตขับรถแท็กซี่เป็นสิ่งที่ทาได้ยาก คนขับแท็กซี่จึงมีจานวนไม่มากและ กลายเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง ทว่า Uber จะใช้ระบบการจ้างงานแบบไม่เป็นทางการซึ่งไม่มีการ คุ้มครองสิทธิแรงงานเหมือนรถแท็กซี่ จึงทาให้ผู้ขับขี่ที่ไม่จาเป็นต้องมีใบอนุญาตจานวนมาก หลั่งไหลเข้ามาจนส่งผลให้คนขับรถแท็กซี่ถูกแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดไป ดังกรณีตัวอย่างที่ เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาซึ่งพบว่าผู้โดยสารเดินทางด้วยรถแท็กซี่ลดลงถึง 65% ภายในเวลา 2 ปี หลังจากที่ Uber เริ่มให้บริการ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงทาให้รถแท็กซี่ดั้งเดิมต้องเริ่มปรับปรุงคุณภาพ ทั้งด้านราคาและบริการเพื่อให้สามารถแข่งขันและดึงดูดผู้โดยสารได้มากขึ้น  
  8. 8. 5 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ความเดือดร้อนของอุตสาหกรรมรถแท็กซี่ดั้งเดิมยังนาไปสู่การฟ้องร้องเพื่อมิให้ Uber ดาเนินการต่อในหลายประเทศของยุโรปด้วยข้ออ้างที่ว่า Uber ขัดกับกฎระเบียบของแท็กซี่และเป็น เหตุให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม การกระทาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่ภูมิภาคยุโรปเองก็ อาจยังไม่พร้อมสาหรับการก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจแบ่งปันอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากหน่วยงานที่กากับดูแล ยังไม่สามารถตอบสนองต่อแนวปฏิบัติในการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสนอแนะ 1. ควรลดระเบียบของอุตสาหกรรมรถแท็กซี่ที่เน้นปกป้องผู้ขับรถแท็กซี่ให้น้อยลงและส่งเสริมให้ มีการแข่งขันเพื่อยกระดับคุณภาพของรถแท็กซี่และ Uber ในตลาดมากขึ้น เพื่อให้ผู้โดยสาร ได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ 2. ควรให้สนับสนุนให้ผู้ขับ Uber ซึ่งถือเป็นแรงงานในระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน ได้รับความ คุ้มครองตามสิทธิที่แรงงานโดยทั่วไปพึงมี 3. ควรใช้เทคโนโลยีเป็นกลไกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารระหว่างผู้ให้บริการและ ผู้รับบริการ ทั้งในธุรกิจรถโดยสาร รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน เอกสารอ้างอิง Charles Clift, Kevin Outterson and John-Arne Røttingen. Medicines Pricing: Is There a Better Way. Chatham House. ออนไลน์: https://www.chathamhouse.org/expert/comment/ medicines-pricing-there-better-way Georgios Petropoulos. Uber and the economic impact of sharing economy platforms. Bruegel. ออนไลน์: http://bruegel.org/2016/02/uber-and-the-economic-impact-of-sharing- economy-platforms/
  9. 9. 6 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในภูมิภาคอเมริกา Brookings University of Pennsylvania เรียบเรียงโดย ปลายฟ้ า บุนนาค ผู้ช่วยนักวิจัย       BROOKINGS ข้อดี-ข้อเสีย เมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล ปัจจุบันจานวนของประชากรทั่วโลกที่มีโทรศัพท์และ สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ลงทะเบียนระบุตัวตนและมีเลข บัญชีเป็นของตัวเองได้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 200-300 ล้านคน ต่อปี สถาบัน Brookings จึงสนใจผลกระทบจากเทคโนโลยี ดิจิตอลในอีก 10 ปีข้างหน้าว่าจะมีแนวโน้มอย่างไรและมีผล อย่างไรต่อการทาธุรกิจและพัฒนาองค์กร และจะมีความเสี่ยง ใดบ้างจากเศรษฐกิจดิจิตอลแบบใหม่นี้ โดยจากการศึกษา ประวัติศาสตร์ทาให้พบว่าการแพร่หลายของโทรศัพท์มือถือ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในประเทศกาลัง พัฒนา ทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนี้ ข้อดี ของเทคโนโลยีดิจิตอลคือ ช่วยลดทอนความเป็นชายขอบของผู้ที่มีรายได้ต่าที่ อาศัยอยู่ในสังคมชายขอบในโลกที่ 3 ซึ่งการติดต่อสื่อสาร การเข้าถึงตลาดและบริการของรัฐนั้นจากัด พวกเขาเหล่านี้ต้องพึ่งพาเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการและมีขนาดเล็ก ชายขอบยังหมายรวมถึงคนที่มี รายได้ต่า ถูกกีดกันทางด้านข้อมูลและอานาจต่างๆ เช่น ในพื้นที่แห้งแล้ง เป็นต้น เมื่อเทคโนโลยี ดิจิตอลเข้ามาทาให้คนที่อยู่ชายขอบสามารถเข้าถึงการติดต่อสื่อสาร ทาการค้าขาย เข้าถึงการ ให้บริการธุรกรรมทางการเงินขั้นพื้นฐาน ข้อมูลต่างๆ การอ้างสิทธิ์และแสดงตัวตน ได้มากขึ้น การ เข้าถึงสิ่งต่างๆเหล่านี้จะนาไปสู่การช่วยลดความยากจนด้วย
  10. 10. 7 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยให้รัฐบาล องค์กรการกุศลและผู้บริจาคต่างๆ สามารถตั้งกลุ่มเป้าหมายผู้ ยากไร้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือและกาหนดความต้องการในการช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น และยังมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภาพรวมอีกด้วย โดยเข้ามาช่วยลดต้นทุนในทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาส ทางการค้าและเศรษฐกิจ และทาให้ได้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ชาวประมงในรัฐเคราลา อินเดีย สามารถหาตลาดเพื่อขายปลาในราคาที่พอใจได้ด้วยการยกหูโทรศัพท์ เพียงครั้งเดียว แทนที่จะต้องแล่นเรือเข้าออกตามท่าต่างๆให้เปลืองเชื้อเพลิงเพื่อเจรจาขายปลาให้ได้ใน ราคาที่ต้องการ อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการสร้างตลาดใหม่ เช่น Amazon และ Alibaba และ สร้างความสะดวกสบาย เช่น แอปพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ Uber อย่างไรก็ตาม ข้อเสีย ของเทคโนโลยีดิจิตอลคือการเข้ามาทาลายและแทนที่การทางานของคนใน บางหน้าที่ โดยมีความกังวลไม่น้อยว่าการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอลจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อ ตลาดแรงงาน โดยมีหลักฐานว่าในประเทศกาลังพัฒนาเริ่มขาดแรงงานกึ่งฝีมือ เช่น ช่างไม้ ช่างเทคนิค เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในโลกตะวันตกในช่วงต้นศตวรรษ 2000 เป็นต้นมา แม้ว่าประเทศกาลังพัฒนาจะมี อัตราการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางมากขึ้นก็ตาม แต่ Brookings เสนอว่าหากพิจารณาในภาพรวมแล้ว การเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลในระบบเศรษฐกิจนั้น เข้ามาเป็นส่วนเติมเต็มมากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่ แรงงานคนโดยสิ้นเชิง จุดอ่อนอีกประการของการมีระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงโดยเครือข่ายดิจิตอลคือการโจมตีในโลก ไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นความกังวลที่สาคัญ โดยเฉพาะประเด็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคล ประเทศไทยในฐานะประเทศกาลังพัฒนา ควรมองให้เห็นถึงโอกาสที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิตอลมา เป็นตัวเปลี่ยนเกม เพื่อมองหาลู่ทางในการทาให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะกลัวการเข้ามาของเทคโนโลยี ดังกล่าว เอกสารอ้างอิง Laurence Chandy, Kemal Derviş, George Ingram and Homi Kharas. Disrupting development with digital technologies. Brookings. ออนไลน์. http://www.brookings.edu/research/ reports/2016/01/disrupting-development-digital-technologies.
  11. 11. 8 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต University of Pennsylvania รายงานการจัดอันดับ Think Tank โลก ประจาปี 2015 ของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2016 มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ได้เผยแพร่ 2015 Global Go To Think Tank Index Report รายงานการจัดอันดับสถาบันคลังสมองชั้นนาของโลกครั้งล่าสุดประจาปี 2015 ออกมา ซึ่งนับเป็นการจัดอันดับครั้งที่ 9 ติดต่อกันของ Global Go To Think Tank Index Report โดยในปีนี้ 5 อันดับแรกยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2014 คือได้แก่ Brookings Institution (สหรัฐ) Chatham House (อังกฤษ) Carnegie Endowment for International Peace (สหรัฐ) Center for Stra- tegic and International Studies (CSIS) (สหรัฐ) และ Bruegel (เบลเยียม) ตามลาดับ ส่วน Council on Foreign Relations (CFR) (สหรัฐ) International Institute for Strategic Stud- ies (IISS) (อังกฤษ) RAND Corporation (สหรัฐ) Woodrow Wilson International Center for Schol- ars (สหรัฐ) และ Amnesty International (AI) (อังกฤษ) อยู่ในลาดับที่ 6-10 ตามลาดับ ในจานวนสถาบันคลังสมองชั้นนาทั่วโลกที่ได้รับการสารวจทั้งสิ้น 6,846 แห่งประจาปี 2015 นี้ ภูมิภาคที่มีสถาบันคลังสมองหรือสถาบันวิจัยนโยบายมากที่สุดคือ อเมริกาเหนือ 1,931 แห่ง ตามด้วย ยุโรป 1,770 แห่ง และเอเชีย 1,262 แห่ง หรือคิดเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ 26 เปอร์เซ็นต์ และ 18 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ
  12. 12. 9 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต แต่หากดูรายประเทศ ประเทศที่มีจานวนสถาบันคลังสมองมากที่สุดได้แก่ สหรัฐ คือ 1,835 แห่ง ตามด้วยอันดับสองคือ จีน ที่มี 435 แห่ง ตามมาด้วยอังกฤษ อินเดีย เยอรมันนี ฝรั่งเศส อาร์เจนติน่า รัสเซีย ญี่ปุ่น และแคนาดา ตามลาดับ ในสิบอันดับแรก สถาบัน Carnegie-Tsinghua อยู่ในอันดับ 9 ของสถาบันคลังสมองในจีน อินเดีย ญี่ปุ่นและ เกาหลีใต้ ส่วนสถาบันคลังสมองจากประเทศไทยที่ติดอันดับในรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) และสถาบันความมั่นคงและนานาชาติศึกษา (Institute of Security and International Studies: ISIS) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อยู่ในลาดับที่ 13 และ 36 ของสถาบันคลังสมองในภูมิภาค อาเซียนและแปซิฟิก ตามลาดับ เอกสารอ้างอิง James G. McGann. 2015 Global Go To Think Tank Index Report. Think Tanks and Civil Soci eties Program (TTCSP). University of Pennsylvania. ออนไลน์. http:// repository. upenn. edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1009&context=think_tanks
  13. 13. 10 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในภูมิภาคเอเชีย  CARNEGIE-TSINGHUA CARNEGIE ENDOWMENT FOR INTERNATIONAL PEACE เรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง ผู้ช่วยนักวิจัย  CARNEGIE-TSINGHUA ข้อคิดเห็นบางประการว่าด้วย One Belt One Road (ตอนที่ 1) One Belt One Road (OBOR) The New Silk Road และ Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) เป็นเรื่องเดียวกัน OBOR หรือที่บางครั้งเรียกว่า The New Silk Road นั้นเป็น “อภิมหา โครงการ” ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศของทางการจีนในยุคสีจิ้นผิง โดยหลักคือการฟื้นเส้นทางสาย ไหม เส้นทางการค้าขายและคมนาคมที่เชื่อมระหว่างเอเชียกับยุโรป ขึ้นใหม่ โดยจะมีสองเส้นทางหลัก ตามภาพ คือ เส้นทางสายไหมทางบกและเส้นทางสายไหมทางทะเล ด้วยขนาด ผลกระทบ รวมทั้ง อุปสรรคที่นโยบายนี้จะต้องเผชิญ จึงเรียกได้ว่าเป็นนโยบายต่างประเทศที่สาคัญที่สุดของยุคสีจิ้นผิง และของจีนในศตวรรษที่ 21 ต่อไปเป็นข้อคิดเห็นบางประการว่าด้วย OBOR ที่สรุปจากการสัมภาษณ์ Xie Tao อาจารย์ ประจาคณะรัฐศาสตร์ Beijing Foreign Studies University โดยPual Haenle ผู้อานวยการ Carnegie- Tsinghua Center for Global Policy และอดีตผู้อานวยการฝ่ายจีน ไต้หวัน และมองโกเลีย ของสภา ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (National Security Council) ที่ให้คาปรึกษาแก่ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช และโอบามา ระหว่างปี 2007-2009
  14. 14. 11 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 1. กว่า One Belt One Road จะเป็น ทอล์คออฟเดอะทาวน์ ทุกวันนี้ในประเทศจีน มีแต่ผู้คนกล่าวถึง “ความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (The Belt and Road Initiative : OBOR) (Nation-wide craze over the Belt and the Road) OBOR ถึงกับถูก ขนานนามว่าเป็น “นโยบายต่างประเทศของจีนที่มีการถกเถียง ศึกษา มากที่สุดในแวดวง ข้าราชการจีน นักวิเคราะห์และผู้ติดตามเรื่องจีน รวมทั้งสื่อมวลชนจีน (indisputably the most discussed and studied topic among Chinese officials, analysts and journalists) มากยิ่งกว่า ประเด็นใหญ่อื่นๆ ที่เป็นที่สนใจพูดถึงกันในแวดวงการต่างประเทศจีน เช่น เรื่องความสัมพันธ์แบบ ใหม่ระหว่างมหาอานาจ (New type of major powers’ relations) และเรื่องธนาคาร AIIB เป็นต้น อย่างไรก็ดี เมื่อ OBOR ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปลายปี 2013 โดยสีจิ้นผิง นั้น ไม่ค่อยได้รับความสนใจอย่างจริงจังนัก ทั้งในจีนเองและภายนอกประเทศ ในปี 2014 ก็เช่นกัน มีจานวนบทความหรือบทวิเคราะห์ในเรื่องดังกล่าวที่ได้รับการตีพิมพ์ออกมาน้อยมาก Xie Tao วิเคราะห์ถึงเรื่องนี้ว่า เป็นเพราะตอนที่สีจิ้นผิงประกาศเรื่องเส้นทางสายไหมใหม่ (The New Silk Road) ที่คาซัคสถานและเส้นทางสายไหมทางทะเล (The Maritime Silk Road) ที่ อินโดนีเซีย เมื่อเดือนกันยายนและตุลาคม 2013 ตามลาดับนั้น ผู้คนทั้งในและนอกประเทศจีนยังไม่ แน่ใจว่านี่คือการประกาศ “พิมพ์เขียว” ของอภิมหาโครงการ หรือเป็นเพียงการโยนหินถามทางของ ผู้นาจีนเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองจากประเทศอื่น กล่าวง่ายๆคือ ผู้คนยังไม่เห็นว่า ทางการจีนจะ “เอา จริงเอาจัง” กับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด จุดเปลี่ยนสาคัญเกิดขึ้นในช่วงท้ายของปี 2014 เมื่อสานักข่าวจีนและโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งสถาบันคลังสมองชั้นนาของจีน เช่น มหาวิทยาลัย Renmin และที่อื่นๆ เริ่มจับสัญญาณได้เป็น พวกแรกๆว่า OBOR จะเป็นอภิมหาโครงการของจีนจริงๆ จากการที่ OBOR ถูกระบุถึงเป็นครั้ง แรกในเอกสารเผยแพร่ของการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 18 ครั้งที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายน 2014 ซึ่งเรียกร้องให้เร่งก่อสร้างโครงข่ายระบบการขนส่ง พื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านเพื่ออานวยความสะดวกให้กับความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง การ ปรากฏตัวของ OBOR ในเอกสารสาคัญนี้ทาให้สื่อมวลชนและวงวิชาการของจีนเริ่มตระหนักว่า OBOR เป็นเรื่องสาคัญ อย่างไรก็ตาม นั่นก็ยังถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส OBOR ในประเทศจีน เพราะจนถึงสิ้น ปี 2014 ความตื่นตัวเรื่อง OBOR ยังจากัดอยู่ในแวดวงสื่อและปัญญาชน ไม่ลงไปสู่ประชาชนทั่วไป ของจีน จุดเปลี่ยนแบบก้าวกระโดดมาถึงอีกครั้ง ในปี 2015 ซึ่งพบว่าจานวนบทความ/บทวิเคราะห์ เกี่ยวกับ OBOR ที่ตีพิมพ์ในจีนกระโดดจากร้อยกว่าๆ ในปี 2014 ขึ้นไปถึงมากกว่าหนึ่งพันชิ้น เพิ่มขึ้นราวสิบเท่า
  15. 15. 12 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เหตุผลสาคัญคือ เงินทุนสนับสนุนที่รัฐบาลจีนทุ่มให้ในการจัดกิจกรรมวิชาการเกี่ยวกับ OBOR ซึ่งเป็นปัจจัยสาคัญให้ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมามีการจัดกิจกรรมวิชาการหลายรูปแบบ เกี่ยวกับ OBOR ทั้งงานสัมมนา เสวนา เวทีวิชาการต่างๆ ขึ้นหลายร้อยงานในประเทศจีน อีกหนึ่งสัญญาณที่ทาให้คนจีนทั่วไปตระหนักว่าทางการจีนจริงจังกับ OBOR ก็คือ เมื่อ รัฐบาลท้องถิ่น ตั้งแต่ระดับมณฑล เทศบาล เมือง นคร มหานคร ต่างๆของจีนแต่ละแห่ง เริ่มเผยแพร่ “พิมพ์เขียว” ว่าเมืองของตนจะเป็นส่วนหนึ่งในโครงการเส้นทางสายไหมใหม่นี้ได้ อย่างไร ประเด็นหลักตรงนี้ทาให้เห็นว่า ข้อดีของการที่มีความสอดประสานกันระหว่างรัฐบาล วง วิชาการ วงการสื่อ ในประเทศจีนนั้น ทาให้สามารถขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ เช่น เรื่อง OBOR ออก สู่สาธารณะได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว CARNEGIE ENDOWMENT FOR INTERNATIONAL PEACE การผงาดของเอเชีย-แปซิฟิ ค ด้านหนึ่ง โลกาภิวัตน์กับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของนวัตกรรมการติดต่อสื่อสารยุคดิจิทัล ทาให้ระยะทางดูจะเป็นเรื่องของอดีต แต่ในโลกของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องภูมิ รัฐศาสตร์ จุดยุทธศาสตร์ และทาเลที่ตั้ง ได้กลับเข้ามาทวงตาแหน่งสาคัญยิ่งบนเวทีการเมือง ระหว่างประเทศอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค
  16. 16. 13 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ล่าสุด ในรายงานสรุปภูมิทัศน์การเมืองโลกประจาปี 2015 ของสถาบัน Carnegie Endow- ment for International Peace (สถาบันคลังสมองด้านการต่างประเทศอันดับหนึ่งของโลก จากการจัด อันดับของ Chinese Academy of Social Science ในปี 2015 และอันดับสามของโลก โดยการจัด อันดับของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประจาปี 20151 ) ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา ได้กล่าวถึงภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค โดยเริ่มต้นว่า “ในศตวรรษที่ 21 ไม่มีภูมิภาคใดสาคัญต่อระเบียบโลกมากกว่าเอเชียแป ซิฟิ ค ภูมิภาคที่ไล่ยาวตั้งแต่อินเดียจรดชายฝั่งด้านแปซิฟิ คของอเมริกา อีกแล้ว” ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เอเชียแปซิฟิคสร้างความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและการลด ความยากจนได้มาก “อย่างที่ไม่เคยมีใครเคยทาได้มาก่อนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ” ปัจ จุ บั น เอเชียแปซิฟิคสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจและการค้าขายมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตทางเศรษฐกิจและ การค้าทั้งหมดในโลก และภายในหนึ่งหรือสองทศวรรษข้างหน้า ชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของ โลกสี่ชาติแรกจะได้แก่มหาอานาจแห่งเอเชียแปซิฟิคทั้งสิ้น (สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย: ไม่ไล่ตามลาดับ) จากที่ในปัจจุบันคือปี 2016 สี่ชาติที่ครองตาแหน่งนี้คือ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และเยอรมันนี ตามลาดับ2 แน่นอนว่า หากพูดถึงเอเชียแปซิฟิคในเวลานี้ ไม่มีเงาของประเทศใดที่จะแผ่ใหญ่เท่าเงาของ ประเทศจีน ด้วยขนาดประเทศ เศรษฐกิจ จานวนประชากร และอิทธิพลในหลายมิติที่จีนมีอยู่ ในโลกเวลานี้ ทาให้คาถามว่าจีนจะทาได้ดีเพียงใดในการรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของตน อย่างมีคุณภาพในระยะยาว กับการจัดการปัญหาภายในประเทศ เช่น การเดินหน้านโยบายปฏิรูป ระดับชาติถึงท้องถิ่นของสีจิ้นผิง เป็นประเด็นที่สถาบัน Carnegie ให้ความสาคัญและติดตามอย่าง ใกล้ชิด เพราะจะส่งผลกระทบอย่างสาคัญต่อระเบียบภายในภูมิภาคนี้และระเบียบโลก นอกจากภาพของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ก้าวกระโดด อีกภาพที่น่าจับตาสาหรับเอเชีย แปซิฟิคคือ ความมั่นคงในภูมิภาคที่กาลังคุกรุ่น เต็มไปด้วยการขยับขยายสรรพกาลังของชาติต่างๆ การเพิ่มงบประมาณทางทหารอย่างมากในภูมิภาค ปัญหาพิพาทดินแดนในทะเลจีนตะวันออกและ ทะเลจีนใต้ เรื่องนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ภาพเหล่านี้ทาให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะนาไปสู่การปะทะกัน ระหว่างจีนที่กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งในศตวรรษนี้กับสหรัฐผู้มีอิทธิพลเดิมในเอเชียแปซิฟิคนับแต่หลัง สงครามโลกครั้งที่สอง _______________________________ 1 James G. McGann. 2015 Global Go To Think Tank Index Report. ออนไลน์. http://repository.upenn.edu/ cgi/viewcontent.cgi?article=1009&context=think_tanks 2 Prableen Bajpai. The World's Top 10 Economies. ออนไลน์. http://www.investopedia.com/articles/ investing/022415/worlds-top-10-economies.asp
  17. 17. 14 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ญี่ปุ่น เป็นอีกปัจจัยสาคัญในภูมิทัศน์ทางการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ บัดนี้ พบว่าภายหลังสองทศวรรษของการ “หันกลับเข้าทบทวนตนเอง” ญี่ปุ่นได้พยายามสลัดตนเองให้พ้น จากกับดักของภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจที่เรียกกันว่า “ทศวรรษที่หายไป (the lost decade)” ญี่ปุ่น เวลานี้เป็นญี่ปุ่นที่กลับมากระตือรือร้นอีกครั้ง ทั้งมีบทบาททางการทูตและการทหารที่เป็นเชิงรุกมากขึ้น หนึ่งในประเด็นที่น่าจับตาจึงเป็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐ ซึ่งจะส่งผล กระทบที่สาคัญยิ่งต่อความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค เพราะนับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็น ต้นมา ญี่ปุ่นถูกมองในฐานะตัวแทนอันดับหนึ่งของอเมริกาในเอเชียแปซิฟิค จิ้กซอว์อีกชิ้นที่กาลังร้อนแรงและจะขาดเสียมิได้เมื่อพูดถึงเอเชียแปซิฟิค ก็คือ เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวมกันเป็น อาเซียน แล้วในเวลานี้ ซึ่งเป็นอีกบริเวณที่สถาบัน Carnegie มุ่งให้ความสนใจ ในฐานะที่มีทาเลที่ตั้งอันเป็นสุดยอดแห่งศตวรรษ เพราะอยู่ตรงใจกลางการแข่งขัน ระหว่างสหรัฐกับจีนในเอเชียแปซิฟิค และอยู่ระหว่างจีนกับอินเดีย ซึ่งกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในยุคนี้ ทั้ง ยังเป็นเจ้าของช่องทางเดินเรือที่แคบและวุ่นวายที่สุดในโลกอย่างช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นช่องทางที่ การขนถ่ายน้ามันทางเรือจานวนถึงหนึ่งในสี่ของโลกต้องผ่าน สรุปคือ ถ้าในศตวรรษที่ 21 การถ่วงดุล อานาจในโลกได้เคลื่อนมาสู่เอเชียแปซิฟิค อาเซียนก็คือจุดศูนย์กลางในเกมแห่งการถ่วงดุลอานาจนั้น ส้มหล่นลงมาสู่อาเซียนแล้ว! เอกสารอ้างอิง Xie Tao and Paul Haenle. Is China’s Belt and Road a Strategy? Carnegie-Tsinghua. ออนไลน์. http://carnegietsinghua.org/2016/01/19/one-belt-one-road/isxv. 2015 Annual Report. The Rise of Asia-Pacific. Carnegie Endowment for International Peace. ออนไลน์. http://carnegieendowment.org/about/annualreport/2015/#asia.
  18. 18. 15 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในภูมิภาคตะวันออกกลาง CARNEGIE ENDOWMENT FOR INTERNATIONAL PEACE เรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง ผู้ช่วยนักวิจัย ตะวันออกกลางอันปั่นป่วน ในรายงานสรุปประจาปี 2015 ของ Carnegie Endowment for International Peace ได้ กล่าวถึงภาพรวมของดินแดนตะวันออกกลางในปีที่ผ่านมาว่า โลกอาหรับกาลังเผชิญ “การ เปลี่ยนแปลง” ครั้งยิ่งใหญ่ สงคราม การล่มสลายของรัฐต่างๆ ขบวนการก่อการร้ายของมุสลิมสาย สุดโต่ง เศรษฐกิจและระเบียบสังคมที่ระส่าระสาย และการอพยพย้ายถิ่นของผู้ลี้ภัยระลอกใหญ่ที่สุดครั้ง หนึ่งเท่าที่เคยมีมา อันเป็นผลจากสงครามยืดเยื้อในซีเรีย ซึ่ง “หายนะ” ทางการเมืองและมนุษยธรรมที่ เกิดขึ้นตามมาจากสงครามในซีเรียนี้ จะยังคงส่งผลกระทบในภูมิภาคนี้ต่อไปอีกหลายทศวรรษ รวมทั้ง ส่งแรงกระเพื่อมไปยังดินแดนต่างๆทั่วโลก ที่แรกที่เห็นได้ชัดที่สุดได้แก่ยุโรป ดินแดนเพื่อนบ้านทาง ตะวันตก ซึ่งเมื่อเจอปัญหาเศรษฐกิจที่มีอยู่ก่อนหน้าบวกกับปัญหาผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางที่ซ้าเข้า มา ก็ทาให้สั่นคลอนไปถึงรากฐานความอยู่รอดของ “นวัตกรรมทางสังคม” ซึ่งเคยเป็นตัวแบบที่ได้รับ การมองอย่างชื่นชมและเป็นความภูมิใจของยุโรป ที่เรียกว่า “สหภาพยุโรป”
  19. 19. 16 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบัน Carnegie ประจาภูมิภาคตะวันออกกลาง (Carnegie Middle East Center) ซึ่ง World Think Tank Monitors ติดตามมาตลอดนั้น ตั้งอยู่ในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ไม่ไกลจาก ชายแดนซีเรีย-เลบานอน (ซึ่งเป็นที่พานักของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียราวหนึ่งล้านคนในเวลานี้) ปัจจุบันสถาบัน ดังกล่าวมีอายุได้สิบปีแล้ว และเพิ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถาบันคลังสมองอันดับหนึ่งของภูมิภาค ตะวันออกกลาง ประจาปี 2015 จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย3 มีนักวิชาการประจาสถาบันมากกว่า สิบคนที่เป็นคนท้องถิ่นจากแปดประเทศในตะวันออกกลาง สถาบัน Carnegie ประจาภูมิภาคตะวันออกกลาง มุ่งความสนใจทั้งในประเด็นที่เป็นแนวโน้ม ของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของทั้งภูมิภาค เช่น การต่อสู้เพื่อสร้างสังคมที่เป็นพหุนิยมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายในระบบรัฐชาติอาหรับ ความเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานใน ภูมิภาค และประเด็นอื่นภายในแต่ละประเทศ เช่น สงครามกลางเมืองในลิเบีย อิรัก และซีเรีย ขบวนการก่อการร้ายจิฮาดในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ IS การเมืองที่แบ่งขั้วในอียิปต์ การสืบ ทอดอานาจของบรรดาผู้นาในประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย การเมืองอันซับซ้อนของปาเลสไตน์และตูนิเซีย การเมืองภายในของอิหร่านที่เข้าสู่ยุคใหม่ภายหลังบรรลุข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์เรื่องการจากัด อาวุธนิวเคลียร์กับมหาประเทศตะวันตก และยุคใหม่ของความสัมพันธ์อิหร่าน-อเมริกา เป็นต้น ซึ่ง World Think Tank Monitors จะได้เลือกติดตามประเด็นเหล่านี้ในฉบับต่อๆไป เอกสารอ้างอิง 2015 Annual Report. A Changing Middle East. Carnegie Endowment for International Peace. ออนไลน์ http://carnegieendowment.org/about/annualreport/2015/#middle-east ___________________________________________ James G. McGann. 2015 Global Go To Think Tank Index Report. ออนไลน์. http://repository.upenn.edu/cgi/ viewcontent.cgi?article=1009&context=think_tanks
  20. 20. 17 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Think Tank ในประเทศไทย  สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ KLANGPANYA INSTITUTE FOR NATIONAL STRATEGIES DEVELOPMENT เรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง ผู้ช่วยนักวิจัย เพ่งประชาธิปไตยโลก พิศประชาธิปไตยไทย “ประชาธิปไตย” จะมีอะไรใหม่ได้อีก? เป็นคาถามที่คงจะผุดขึ้นมาสาหรับหลายคน เมื่อได้ยินคาว่า “ประชาธิปไตย” ในวันที่การ เมืองไทยวกวนวุ่นวายอยู่รอบๆ คาๆนี้ มาอย่างหนักหน่วงในช่วงสิบกว่าปีมานี้ ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า “ประชาธิปไตย” เป็นคาที่ “ช้า” แล้ว และน่าจะเป็นหนึ่งในคาที่ช้า ที่สุดในการศึกษาทางรัฐศาสตร์ก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าทหาร เผด็จการ อนุรักษ์นิยม ทุนนิยม ต่างก็หา กินกับคาว่า ประชาธิปไตย พยายามดึงประชาธิปไตยมาเป็นพวก ทุกวันนี้ไม่มีใครออกมาพูดว่าเป็น ศัตรูกับประชาธิปไตย จึงไม่รู้แล้วว่า ประชาธิปไตยที่พูดกันวันนี้หมายความว่าอะไร ประชาธิปไตย สูญเสียความเป็นพลังสร้างสรรค์และความดึงดูดสาหรับคนหนุ่มสาวแบบที่เคยมีเมื่อหลายสิบปีก่อน ไปแล้ว ประชาธิปไตย “ช้า” จนยากจะคิดว่าจะมีอะไรใหม่ที่ชวนให้ศึกษาอย่างสร้างสรรค์ได้อีก
  21. 21. 18 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ภาวะนี้มิได้เป็นแต่สาหรับประชาธิปไตยไทยเท่านั้น แต่เป็นกับประชาธิปไตยโลกด้วย ความ พยายามในการส่งออกระบอบประชาธิปไตยโดยสหรัฐให้เป็นระบบการปกครองสากลเดียวของโลก อันเคยเป็นความหวังของผู้อยู่ใต้ระบอบเผด็จการทั่วโลกนั้น มาในวันนี้ โดยเฉพาะจากความปั่นป่วน ทางสังคมอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางหลังยุคอาหรับสปริงส์เป็นต้นมา เลยไม่รู้ว่า ประชาธิปไตยช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างปัญหากันแน่? ในภาวะที่การคิดถึงเรื่องประชาธิปไตยมาถึง “ทางตัน” นี้เอง ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อานวยการสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ และอธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงย้อนกลับไปทาความเข้าใจและท้าทายหลายความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับ ระบอบการปกครองที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย” อีกครั้ง โดยอาศัยมุมมองทางประวัติศาสตร์และ มุมมองของ “นานาประชาธิปไตย” ในหนังสือเรื่อง เพ่งประชาธิปไตยโลก พิศประชาธิปไตยไทย โดย มีข้อถกเถียงที่น่าสนใจ เช่น  ประชาธิปไตยไม่ได้เป็นของตะวันตกแต่ผู้เดียว แต่คนในหลายอารยธรรมโบราณของ โลกตะวันออกก็รู้จักใช้ระบอบการปกครองที่คล้ายๆกับประชาธิปไตยมานานพอๆหรืออาจจะ นานกว่าเอเธนส์ด้วยซ้า  ประชาธิปไตยไทยไม่ได้ล้มลุกคลุกคลานอยู่ที่เดียว เพราะเมื่อมองไปที่พัฒนาการ ประชาธิปไตยของโลกตะวันตก เช่น สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส จะพบว่าแต่ละที่ใช้ระยะเวลาสอง ถึงสามร้อยปีเป็นอย่างน้อย ผ่านทั้ง สงครามกลางเมือง รัฐประหาร การฟื้นระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ เผด็จการสามัญชน ฯลฯ มามากกว่าไทยนัก  ประชาธิปไตย (แบบตะวันตก) มิใช่จุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ หรือ “ชะตากรรมที่เลี่ยง ไม่ได้” ที่ทุกสังคมในโลกต้องเป็นตามไปในที่สุด เราต้องคิดเช่นนี้เพื่อจะได้ “ปลดล็อค ความคิด” ให้เราสามารถคิดถึงการสร้างประชาธิปไตยทางเลือกใหม่ (ที่มิใช่คาสุภาพของ ระบอบเผด็จการ) ได้  แนวทางการปฏิรูปประชาธิปไตยไทยโดยอาศัยบทเรียนจากนานาประชาธิปไตย เช่น ตัวแบบประชาธิปไตยแบบเสียงทั้งหมดร่วมกันปกครอง (Consociational Democracy) ตัว แบบประชาธิปไตยที่ฉลาดและมีสติปัญญา (Intelligent Democracy) ที่ผสมระหว่าง De- mocracy (ระบอบที่เน้นพลเมืองมีส่วนรวมในการปกครอง) ของตะวันตกกับ Meritocracy (ระบบที่เน้นใช้คนเก่งปกครอง) ของจีน และตัวแบบประชาธิปไตยที่เน้นการมีส่วนร่วม โดยตรงของพลเมืองในการปกครอง (Civic Republicanism)
  22. 22. 19 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้อานวยการสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: นางสาวยุวดี คาดการณ์ไกล เรียบเรียง: นางสาวจุฑามาศ พูลสวัสดิ์ นางสาวปลายฟ้า บุนนาค นายปาณัท ทองพ่วง ปีที่เผยแพร่: มีนาคม 2559 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064

×