Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

World Think Tank Monitor เมษายน 2561

110 views

Published on

สถาบันคลังปัญญา

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

World Think Tank Monitor เมษายน 2561

  1. 1. ปี ที่ 4 ฉบับที่ 3 เมษายน 2561 ฤาโลกกาลังมุ่งสู่สงครามนิวเคลียร์? : มุมมองจากนักวิชาการจีน ยุทธศาสตร์ของจีนว่าด้วยองค์การ ระหว่างประเทศ
  2. 2. i | WORLD THINK TANK Monitor เมษายน 2018 ยุวดี คาดการณ์ไกล ปลายฟ้า บุนนาค ปลายฟ้า บุนนาค ปาณัท ทองพ่วง อุสมาน วาจิ ปลายฟ้า บุนนาค https://www.theasset.com/storage/Image/2017/ May/1494316563AIIB.jpg https://thumbs.dreamstime.com/b/explos%C3% A3o-nuclear-dos-desenhos-animados- 34187282.jpg เมษายน 2561 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 637/1 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 http://rsu-brain.com/ Tel. (+66) 2938 8826 Fax. (+66) 2938 8864 บรรณาธิการ ผู้ช่วยบรรณาธิการ กองบรรณาธิการ ออกแบบและจัดรูปเล่ม ภาพปก เผยแพร่ CONTACT US ภาพปกใน
  3. 3. สวัสดีท่านผู้อ่าน สาหรับ World Think Tank Monitor ฉบับนี้ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติของ เราได้มุ่งความสนใจไปที่ยุทธศาสตร์ของจีนว่าด้วยองค์การระหว่างประเทศ ที่นาโดย AIIB ซึ่งเพิ่มความสาคัญขึ้นอย่างมากใน บทบาทเวทีโลก และสถานการณ์การใช้อาวุธนิวเคลียร์ของทั่วโลก มุมมองจากนักวิชาการชาวจีน เชิญติดตามได้เลยค่ะ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ ยุทธศาสตร์ของจีนว่าด้วย องค์การระหว่างประเทศ 1 ฤาโลกกาลังมุ่งสู่สงคราม นิวเคลียร์ ? :มุมมองจากนักวิชาการ จีน 4 CPWI BOOKSTORE 8
  4. 4. 1 | WORLD THINK TANK Monitor เมษายน 2018 ในปัจจุบันจีนเป็นประเทศหนึ่งที่ยกระดับตัวเอง ขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นมหาอานาจอันดับสองของ โลกรองจากสหรัฐฯ เมื่อจีนมีอานาจมากขึ้นแล้วบทบาท ที่มีในทางระหว่างประเทศก็เพิ่มมากขึ้นตามลาดับ คาถามสาคัญที่ชาติซึ่งเป็น Rising Power ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะจีนต้องตอบให้ได้คือจะใช้อิทธิพลใน ทางการต่างประเทศที่มีมากขึ้นอย่างไรเพื่อเสริมสร้าง ความก้าวหน้าของตน โดยเฉพาะในกรณีของจีนที่ก้าว ขึ้นมาเป็นอันดับสองแล้วจะท้าทายอานาจของ มหาอานาจอันดับหนึ่งอย่างไรสหรัฐฯ ได้อย่างไรให้เกิด ผลเสียน้อยที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หากจีนจะ ยังคงความต้องการที่จะยกระดับของตนต่อไป ในปัจจุบันองค์การระหว่างซึ่งเป็นหน่วยที่มี บทบาทสาคัญในการกาหนดทิศทางของความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศมักอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ หรือไม่ก็พันธมิตรของสหรัฐฯ เช่น สหประชาชาติ ธนาคารโลก และ IMF ซึ่งองค์การเหล่านี้ครอบคลุม ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ความมั่นคง การเงินและเศรษฐกิจ ในหลายกรณีองค์การเหล่านี้ กลายเป็นช่องทางที่สหรัฐฯ และพันธมิตรใช้ในการ รักษาผลประโยชน์ของตน เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นผู้มี บทบาทสาคัญในการก่อตั้งองค์การเหล่านี้ภายหลังที่ตน กลายเป็นมหาอานาจ แน่นอนว่าหากจีนยังมุ่งหวังที่จะ รักษาการเติบโตของตนไว้จึงต้องท้าทายระบบเหล่านี้ ด้วยสองแนวทาง แนวทางแรกคือการเพิ่มบทบาทของ ตนในองค์การระหว่างประเทศที่มีอยู่เดิม และอีก แนวทางหนึ่งคือสนับสนุนหรือสร้างองค์การและสถาบัน ในระดับระหว่างประเทศขึ้นใหม่ซึ่งตนมีอิทธิพลใน องค์การเหล่านั้น เช่น New Development Bank (NDB) และ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (AIIB) ในภูมิภาคอาเซียนจีนก็ก่อตั้ง “ความร่วมมือทาง เศรษฐกิจในภูมิภาคของอาเซียน” (RCEP) น่าสนใจ ว่าการมีบทบาทในแง่องค์การระหว่างประเทศมากขึ้นนี้ จีนมีหลักคิดและเหตุผลเบื้องหลังอย่างไร ? ซึ่งมี คาอธิบายอยู่หลายชุดด้วยกัน ที่มาภาพ https://www.liepin.com/company/9272694/
  5. 5. WORLD THINK TANK Monitor เมษายน 2018| 2 คาอธิบายแรกคือเมื่อจีนกลายเป็นประเทศ มหาอานาจแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อโลกมากขึ้น (responsible stakeholder) ด้วยการเข้ามามี บทบาทในการรักษาระเบียบระหว่างประเทศที่มีอยู่แล้ว ซึ่งถูกวางไว้โดยสหรัฐฯ เช่นเดียวกับโลกตะวันตกที่มี บทบาทในองค์การระหว่างประเทศมากขึ้นตามความ เจริญของตน ในปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าขณะที่โลกตะวันตก กาลังละทิ้งจากการค้าเสรีมากขึ้น จีนกลับกลายเป็น ผู้เรียกร้องให้โลกยังคงเชื่อมั่นในการค้าเสรีต่อไป แต่ใน อีกแง่หนึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกันว่าจีนเข้าไปมี บทบาทในองค์การระหว่างประเทศเพื่อให้ชาติอื่น ๆ ยอมรับในอิทธิพลของจีนเป็นหลัก จีนไม่ได้ต้องการ รักษาระเบียบโลกโดยตรงแต่อย่างใด อีกคาอธิบายหนึ่ง คือจีนไม่ได้ยอมรับในระบบที่มีอยู่เท่าใดนัก เห็นได้จาก องค์การระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นใหม่ภายใต้การ สนับสนุนของจีน เพื่อการเข้าใจในท่าทีอันชาญฉลาดของจีนในด้าน องค์การระหว่างประเทศ ต้องใช้อย่างน้อยสามแง่มุมใน การวิเคราะห์ แง่มุมแรกนั้นต้องเข้าใจว่าจีนในปัจจุบัน มุ่งที่จะสร้างความสัมพันธ์กับนานาชาติตลอดจนองค์การ ระหว่างประเทศหลายองค์การทั้งในภูมิภาคและระดับ โลก การที่จีนสร้างหรือสนับสนุนองค์การระหว่าง ประเทศใหม่ขึ้นมาซึ่งมีอิทธิพลไม่น้อยนั้นก็สามารถมอง ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเข้าหาโลกของจีนเช่นกัน แต่บางแง่มุมจีนก็วิพากษ์วิจารณ์ระบบระหว่างประเทศ เดิมและสร้างองค์การใหม่เข้าแข่งขัน เช่นนี้แล้วจีน ต้องการที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบเดิมหรือต้องการ สร้างระบบใหม่กันแน่ ? ในความเป็นจริงแล้วระบบ ระหว่างประเทศนั้นมีทั้งอิทธิพลความเป็นเจ้าของสหรัฐฯ ความร่วมมือระหว่างประเทศบนฐานเสรีนิยม และระบบ อธิปไตยและรัฐชาติที่เป็นรากฐาน ซึ่งจีนตอบสนองต่อ สามสิ่งนี้แตกต่างกันไปตามผลประโยชน์ที่เห็นสมควร ไม่ได้ค้านหรือสนับสนุนทั้งหมด ประการต่อมา การเข้าไปมีบทบาทในองค์การ ระหว่างประเทศนั้น ไม่จาเป็นว่าต้องล้มระบบเดิมหรือ เป็นส่วนหนึ่งของระบบเดิมอย่างใดอย่างหนึ่ง ยังมี ทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งรัฐ rising power สามารถเลือก ได้ เช่น เข้าเป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศที่มี อยู่เดิมแล้วเข้าแทรกแซงให้มากขึ้นเพื่อกาหนดทิศทาง องค์การ หรือสร้างองค์การใหม่ที่นาหน้าที่คล้ายกันเข้า แข่งขัน ในภาวะที่จีนมีอานาจมากเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง แปลกอะไรที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์การระหว่าง ภาพ : งบประมาณที่AIIB ได้อนุมัติเงินกู้กว่า 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จนถึงกลางปี 2017 ครอบคลุม 16 โครงการ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในทวีปเอเชีย ที่มาภาพ : https://www.bloomberg.com/news/articles/2017-06-18/aiib-pledges-to-do-more-by-itself-as- regional-influence-expands
  6. 6. 3 | WORLD THINK TANK Monitor เมษายน 2018 ประเทศเดิมและเพิ่มบทบาทที่ตนมี หรือกระทั่งสร้าง องค์การใหม่ขึ้นมาแข่งขัน ประการที่สาม จีนได้ก่อตั้ง AIIB ซึ่งเป็นสถาบัน การเงินที่มีลักษณะพหุภาคีโดยมีจีนเป็นผู้นา องค์การ ระหว่างประเทศนั้นเป็นหน่วยสาคัญที่กาหนดความ เป็นไปของระบบระหว่างประเทศ การศึกษา AIIB อย่างท่องแท้จึงจะช่วยให้เข้าใจว่าจีนกาลังเข้าหาระบบ ระหว่างประเทศและกาลังท้าทายระบบเดิมอย่างไร โดยเฉพาะต่อสหรัฐฯ ทั้งในแง่ของการให้กู้เงินเพื่อการ พัฒนาและระบบระหว่างประเทศที่นาโดยโลกเสรี จีน อาจปฏิรูประเบียบข้อบังคับที่สหรัฐฯ เป็นผู้กาหนด เพิ่ม บทบาทของตนในองค์การระหว่างประเทศซึ่งในอีกแง่ หนึ่งคือการเบียดขับอิทธิพลของสหรัฐฯ ให้ลดลง และ สุดท้ายคือการค่อย ๆ สร้างฐานสาหรับระเบียบโลกใหม่ ที่จีนเป็นผู้มีบทบาทมากกว่าระบบปัจจุบันที่นาโดย สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจีนจะสามารถกาหนด ทิศทางโลกได้ทั้งหมด เพราะองค์การระหว่างประเทศ นั้นมีลักษณะพหุภาคีซึ่งหมายถึงการที่ชาติอื่นๆ ต้อง ดาเนินนโยบายอย่างสอดคล้องกับจีนด้วย อีกทั้งจีนเอง ก็ได้ประโยชน์จากระบบระหว่างประเทศเดิมอยู่มาก การ ที่จีนพยายามสนับสนุนระบบระหว่างประเทศเดิมในส่วน ที่ตนได้ประโยชน์นั้นในแง่หนึ่งจึงเป็นการสร้างความ มั่นคงให้กับระบบด้วยเช่นกัน กล่าวโดยสรุป เมื่อพิจารณาประกอบจากมุมของ สหรัฐฯ ภายหลังการดารงตาแหน่งของประธานาธิบดี ทรัมป์ที่มีแนวโน้มจะนาสหรัฐฯ ให้ออกห่างจากระบบ ระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งต้องจับตาดูต่อไปว่าจะมีผล อย่างไรบ้างต่อระบบและต่อจีนเอง เพราะในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนได้ประโยชน์จากระบบการค้าเสรีมาก หากสหรัฐฯ ถอนตัวจากการเป็นผู้นาของการค้าเสรีแล้ว อาจมีความจาเป็นที่จีนต้องเข้ามามีบทบาทในการรักษา ระบบนี้มากขึ้น จีนเองก็ไม่ได้กาหนดนโยบายที่แข็งตัว ว่าต้องต่อต้านหรือสนับสนุนระบบระหว่างประเทศอย่าง ใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ปรับเปลี่ยนไปตามแต่ ผลประโยชน์ที่จะได้รับ ฉะนั้น ในสถานการณ์ที่เป็น เช่นนี้จึงคาดการณ์ได้ว่าระบบระหว่างประเทศที่ถูก วางรากฐานโดยโลกเสรีนั้นยังคงมีอยู่เช่นเดิมแม้จะได้รับ การสนับสนุนน้อยลงก็ตาม ที่มา G. John Ikenberry & Darren Lim, China’s emerging institutional state- craft, Brookings Institution, https:// www.brookings.edu/research/chinas- emerging-institutional-statecraft. ภาพ : ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง กล่าวปกป้องการค้าเสรีและเรียกร้องให้นานาชาติหลีกเลี่ยงการทาสงครามการค้า ณ การประชุม World Economic Forum 2017 ที่มาภาพ : http://www.settakid.com/wef2017/
  7. 7. WORLD THINK TANK Monitor เมษายน 2018| 4 อาวุธนิวเคลียร์นั้นถือว่ามีประสิทธิภาพใน การทาลายล้างสูงกว่าอาวุธอื่นมาก จนทาให้ นานาชาติมีมาตรการต่าง ๆ ที่จะลดความเสี่ยงใน การที่ชาติใดชาติหนึ่งจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสงคราม แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการทหารที่ก้าวหน้า อาวุธประเภทอื่น ๆ จึงถูกพัฒนาให้มีสมรรถนะและ ประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย เช่น จรวด ความเร็วสูงที่สามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ อาวุธไซ เบอร์ที่สามารถเจาะระบบนิวเคลียร์ ระบบต่อต้าน ทางอากาศที่ตรวจจับอาวุธนิวเคลียร์ได้ อาวุธเหล่านี้ สามารถสร้างความเสียหายให้กับอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับอาวุธชนิดนี้ซึ่งได้แก่ การ สั่งการ การควบคุม การสื่อสาร และการจัดการ ข้อมูล (command, control, communi- cation, and information systems) หรือที่เรียกอย่างสั้นว่า‘ระบบ C3I’ และในทาง กลับกันเทคโนโลยีใหม่ก็สามารถที่จะเสริมพลังให้ อาวุธนิวเคลียร์มีความน่ากลัวมากขึ้นได้เช่นกัน ทา ให้ในปัจจุบันอาวุธนิวเคลียร์จึงอาจจะถูกบรรจุเข้าสู่ ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การรบอีกครั้งเพื่อประกัน ความมั่นคงของชาติเช่นเดียวกับอาวุธประเภทอื่น ๆ เนื่องจากเกรงว่าฝ่ายศัตรูอาจคิดใช้อาวุธนิวเคลียร์ใน การรบหรือคิดจะโจมตีคลังอาวุธนิวเคลียร์ก็เป็นได้ ความเสี่ยงในการเกิดสงครามนิวเคลียร์จึงมากขึ้นไป ด้วย ที่ผ่านมามีการศึกษาวิจัยถึงแนวโน้มนี้จากมุม ของสหรัฐฯ มากพอสมควร แต่การวิจัยโดยมองจาก มุมของจีนนั้นยังถือว่าน้อยอยู่เนื่องจากการเข้าถึง ข้อมูลเป็นไปได้ยากกว่าและผู้เชี่ยวชาญในโลก ตะวันตกนั้นอาจไม่เข้าใจจีนดีพอ เพราะโดย ยุทธศาสตร์การทาสงครามของจีนนับแต่อดีตมานั้น ฤาโลกกาลังมุ่งสู่สงครามนิวเคลียร์ ? : มุมมองจากนักวิชาการจีน
  8. 8. 5 | WORLD THINK TANK Monitor เมษายน 2018 คือการสร้างความสับสนแก่ศัตรูเพื่อสร้างความ ได้เปรียบของตน แต่นั่นอาจหมายถึงการที่คู่สงคราม ของจีนจะเข้าใจผิดจนนาไปสู่การเกิดสงคราม ทิศทางของความตึงเครียดจากการสะสม อาวุธชนิดอื่นที่อาจนาสู่การเกิดสงครามนิวเคลียร์ สาคัญต่อจีนมาก เพราะเทคโนโลยีทางทหารของ สหรัฐฯ ก้าวหน้ามากที่สุดและมีศักยภาพที่จะเป็นภัย ต่อระบบนิวเคลียร์ของจีน แน่นอนว่าจีนจึงจับตามอง สหรัฐฯ อยู่เช่นเดียวกันกับที่เฝ้าดูรัสเซีย และจีนเอง ก็กาลังพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารใหม่ ๆ ใน ทานองเดียวกันด้วยซึ่งอาจเป็นภัยต่อระบบนิวเคลียร์ ของสหรัฐได้เช่นกัน การเข้าใจเรื่องนี้จากมุมมองของ นักวิชาการชาวจีนที่เข้าใจเรื่องจีนอย่างแท้จริงจึง สาคัญมากในการวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต ซึ่ง นักวิชาการจีนสองท่าน คือ TONG ZHAO และ LI BIN ได้วิเคราะห์และประมวลความเสี่ยงในสี่ ประเด็นจากมุมมองของจีนที่อาจทาให้สงคราม นิวเคลียร์กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ประการแรก มีความเสี่ยงจากการตีความที่ ต่างกันต่อการโจมตีต่ออาวุธยุทโธปกรณ์หนึ่งว่าเป็น การท้าทายสู่การใช้อาวุธนิวเคลียร์ ตัวอย่างเช่น หาก เกิดสงครามระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในช่องแคบ ไต้หวัน จีนอาจโจมตีดาวเทียมเตือนภัยของสหรัฐฯ เพื่อหวังทาลายระบบป้องกันขีปนาวุธเท่านั้น แต่ สหรัฐฯ อาจจะตีความว่านี่คือก้าวแรกในการที่จีนจะ ใช้อาวุธนิวเคลียร์เพราะดาวเทียวเดียวกันนี้สามารถ ใช้ในการเตือนภัยต่ออาวุธนิวเคลียร์ได้เช่นกัน ประการที่สอง ความเข้าใจยุทธศาสตร์ทาง ทหารที่แตกต่างกันอาจนาไปสู่การเพิ่มความขัดแย้ง ได้ อาวุธบางอย่างนั้นมีศักยภาพมากกว่าเป้าประสงค์ ที่ฝ่ายหนึ่งต้องการ เช่น การติดตั้งระบบป้องกัน ขีปนาวุธ THAAD ในเกาหลีใต้ ที่สหรัฐฯ และ เกาหลีใต้มองว่าจาเป็นในการต่อต้านขีปนาวุธจาก เกาหลีเหนือ เนื่องจากในระยะหลังมานี้เกิดภาวะตึง เครียดในคาบสมุทรเกาหลีจากการทดลองอาวุธ นิวเคลียร์ แต่จีนมองว่าระยะพิสัยของระบบนี้นั้น ประชิดเขตแดนของตนเกินไป อีกทั้งยังอาจสอดแนม การทหารรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ของตน และอาจเป็น ภาพ : ระบบ early-warning satellites ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยาในการตรวจจับขีปนาวุธต่าง ๆ รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ ที่มาภาพ : http://news.bbc.co.uk/nol/shared/bsp/hi/dhtml_slides/10/missile/img/slide01.jpg
  9. 9. WORLD THINK TANK Monitor เมษายน 2018| 6 หนึ่งในยุทธศาสตร์‘ล้อมกรอบจีน’ของสหรัฐฯ ก็ เป็นได้ ประการที่สาม ด้วยวิทยาการทางทหารที่ ก้าวหน้าทาให้อาวุธต่าง ๆ มีอานุภาพมากขึ้น อานุภาพนี้อาจทาให้อีกฝ่ายหวาดกลัวและเสี่ยงที่จะ ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อนเพื่อหวังชัยชนะในสงครามก็ได้ เมื่อปี 2014 มีรายงานอย่างเป็นทางการว่าสหรัฐฯ พยายามเจาะระบบเพื่อทาลายระบบอิเลคทรอนิกส์ และระบบไซเบอร์เพื่อไม้ให้เกาหลีเหนือสามารถ ปล่อยขีปนาวุธได้ หากสมมุติวันหนึ่งสหรัฐฯ และจีน ทาสงครามระหว่างกัน จีนอาจจะเกรงว่าด้วยอาวุธ เหนือกว่าของสหรัฐฯ จะทาให้จีนพ่ายแพ้และไม่ สามารถใช้อาวุธนิวเคลียร์ได้เพราะระบบ C3I ถูก ทาลายไปแล้ว ฉะนั้นจีนจึงอาจจะเป็นฝ่ายใช้อาวุธ นิวเคลียร์ก่อนหากเห็นว่าจาเป็น โดยเฉพาะหาก ตรวจจับได้ว่ากาลังถูกเจาะระบบจะยิ่งเพิ่มความตึง เครียดขึ้นอีกเพราะมีเวลาไม่มากนักก่อนที่อีกฝ่ายจะ เจาะระบบสาเร็จ เช่นเดียวกันที่ทางกลับกันสหรัฐฯ ก็อาจประเมินแบบเดียวกันได้ แม้ในช่วงที่ยังมี สันติภาพระหว่างกันก็อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็น ระยะ เพราะการที่จะมั่นใจว่าสามารถเจาะระบบของ อีกฝ่ายในยามสงครามนั้นต้องมีการเก็บข้อมูลและ ทดสอบจริงเสียก่อนหลายครั้ง ซึ่งในบางครั้งก็ถูก ตรวจจับได้และนามาสู่ความตึงเครียดระหว่างกัน ประการสุดท้าย เทคโนโลยีทางทหารต่าง ๆ ทาให้การข่าวกรองทาได้ยากขึ้น ในปัจจุบันจีนได้ เพิ่มขีดความสามารถของระบบไซเบอร์ในกองทัพของ ตนมากขึ้นอันจะเป็นประโยชน์ต่อการดาเนินการของ กองทัพ และยังช่วยป้องกันอีกทั้งตรวจจับความ ผิดปกติที่เกิดกับระบบไซเบอร์ของตนด้วย ในทาง กลับกันชาติมหาอานาจต่างก็ทาแบบเดียวกันทั้งสิ้น ทาให้ประหนึ่งว่ามีม่านหมอกคอยปิดบังขีด ความสามารถของแต่ละฝ่ายไว้ และหากต้องรบกัน จริงแล้วก็จะไม่มีใครทราบขีดความสามารถที่แท้จริง ของอีกฝ่ายได้กระทั่งอาจทาให้เกิดการตัดสินใจใช้ อาวุธนิวเคลียร์ขึ้นจากการประเมินท่าทีของศัตรูผิดไป ที่มา : รัศมีเรดาห์ของระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ซ้อนทับพื้นที่บางส่วนของจีน ที่มาภาพ : https://www.youtube.com/watch?v=ZZFGw-nmI-M
  10. 10. 7 | WORLD THINK TANK Monitor เมษายน 2018 แน่นอนว่า จีน สหรัฐฯ หรือประเทศใด ๆ ก็ตามต่างเห็นตรงกันว่าอาวุธนิวเคลียร์คือตัวเลือกสุดท้าย เท่านั้น คาถามสาคัญคือชาติต่าง ๆ จะช่วยกันสร้างหลักประกันว่าอาวุธนิวเคลียร์จะไม่ถูกใช้ได้อย่างไร ใน กรณีของจีนและสหรัฐฯ นั้นแน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างไม่ต้องการเปิดเผยความลับของกองทัพจนหมดสิ้นเพราะจะ กระทบความมั่นคงของชาติ แต่สิ่งที่จะมาทดแทนให้ทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นระหว่างกันได้คือความสัมพันธ์ในทาง การเมืองในหลายระดับ ทั้งในระดับของผู้นา ผู้ปฏิบัติการ และนักวิชาการ การสร้างความสัมพันธ์นี้ในระยะ ยาวจะช่วยให้อีกฝ่ายมั่นใจใน‘หลักคิด’แม้จะไม่สามารถรับรู้ข้อมูลแสนยานุภาพของอีกฝ่ายได้ทั้งหมดก็ตาม แต่การได้แลกเปลี่ยนในประเด็นที่ต่างฝ่ายต่างมีความกังวลและเสนอแนะเพื่อหาทางออกร่วมกันบนโต๊ะเจรจา ย่อมดีกว่าปล่อยให้มีความไม่เข้าใจและความแน่นอนเกิดขึ้น จนอาจนาไปสู่การใช้อาวุธนิวเคลียร์ในวันใดวัน หนึ่ง ที่มา http://carnegieendowment.org/2017/11/08/non-nuclear-weapons-and-risk-of- nuclear-war-chinese-perspective-event-5733
  11. 11. เอนกทรรศน์ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ตะวันออก-ตะวันตก ใครสร้างโลกสมัยใหม่ ศ.ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ จีนมุ่งลงใต้ อินเดียมุ่งตะวันออก ศ.ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ เพ่งประชาธิปไตยโลก พิศประชาธิปไตยไทย ราชาธิปไตย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ สั่งซื้อได้ที่ ... 1 ) ร้านหนังสือออนไลน์ : CPWIBOOKS.lnwshop.com 2) เบอร์โทรศัพท์ 02-938-8826 (ในเวลาราชการ) 3) Facebook Page : สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ CPWI Bookstore
  12. 12. วิทยาลัย รัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2557 จากดาริของ ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ โดยความเห็นชอบและสนับสนุน จาก ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เนื่องด้วยความ ปรารถนาที่ต้องการให้เป็นคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีพันธกิจ ดังนี้ เพื่อการพัฒนา ประเทศอย่างมีสุขภาวะท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคบูรพาภิวัตน์ ระหว่างสถาบันทาง วิชาการต่างๆ ในประเทศให้เกิดการเชื่อมโยงศึกษาต่อย่อยประเด็นวิชาการเพื่อการพัฒนา เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อร่วมระดมความคิด หาทางออกและชี้แนะแนวทางยุทธศาสตร์ เพื่ออภิวัฒน์ประเทศไทย ให้ได้มีโอกาสเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดอย่างสร้างสรรค์ ผ่านช่องทางสื่อสาธารณะเพื่อให้สาธารณะสามารถเข้าถึงเพื่อการเรียนรู้ กับสังคมในวงกว้าง สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ ได้ริเริ่มจัดทาโครงการ คลังปัญญาเพื่อการอภิวัฒน์ประเทศไทย มีชื่อ ภาษาอังกฤษว่า “Klangpanya” โดยการสนับสนุนของสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีความปรารถนาที่จะเป็นคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ โดยรวบรวมนักคิด นักยุทธศาสตร์ นักวิชาการ และผู้นาที่มี ประสบการณ์ มาระดมความคิด เพื่อกรองประเด็นออกมาเป็นทั้งความรู้และข้อเสนอด้านยุทธศาสตร์ ผ่านการจัดเวที การประชุมต่างๆ เช่น เวทียุทธศาสตร์ ที่มีการจัดมาอย่างต่อเนื่อง
  13. 13. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 637/1 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 Website: www.furd-rsu.org Tel. (+66) 2938 8826 Fax. (+66) 2938 8864

×