Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

World Think Tank Monitor กุมภาพันธ์ 2560

381 views

Published on

World Think Tank Monitor ปีที่ 3 ฉบับที่ 2
สถาบันคลังปัญญาฯ

Published in: News & Politics
  • Hey guys! Who wants to chat with me? More photos with me here 👉 http://www.bit.ly/katekoxx
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

World Think Tank Monitor กุมภาพันธ์ 2560

  1. 1. ปี ที่ 3 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 กำลังดึงเอำนักวิชำกำรมำบริหำรประเทศมำกขึ้น และควำมถดถอยของสหรัฐฯ ในฐำนะมหำอำนำจโลก ไปอวกำศ!
  2. 2. i | WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 ยุวดี คาดการณ์ไกล อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ปลายฟ้า บุนนาค ปาณัท ทองพ่วง อุสมาน วาจิ ปลายฟ้า บุนนาค https://fruitofadventure.com/2012/01/ https://www.studenthousing.org/img/ EHS_slideShow_photo_NewYorker_9.jpg สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 637/1 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 http://rsu-brain.com/ Tel. (+66) 2938 8826 Fax. (+66) 2938 8864 ขึ้น แต่ยังคงเนื้อหาสาระไว้เช่นเดิม ในฉบับนี้ท่านจะพบเนื้อหาเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความสาคัญของชนชั้นกลางต่อเศรษฐกิจ โลก ในบทความเรื่อง ชนชั้นกลางซูปเปอร์เซฟเศรษฐกิจโลก เรื่องความเคลื่อนไหวของจีน ทั้งในการดึงนักวิชาการเข้ามา บริหารประเทศมากขึ้น การแสดงบทบาทที่โดดเด่นในเวทีสิ่งแวดล้อมโลก นโยบาย สหรัฐอเมริกาผู้เลื่องชื่อ ต่ออานาจของสหรัฐอเมริกาในยุคประธานาธิบดีทรัมป์ บรรณาธิการ ผู้ช่วยบรรณาธิการ กองบรรณาธิการ ออกแบบปกและรูปเล่ม ภาพปก ภาพปกใน เผยแพร่ CONTACT US WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017| ii สวัสดีท่านผู้อ่าน World Think Tank Monitor ของเราได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นให้มีรูปลักษณ์น่าติดตามมาก ขึ้น แต่ยังคงเนื้อหาสาระไว้เช่นเดิม ในฉบับนี้ท่านจะพบเนื้อหาเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความสาคัญของชนชั้นกลางต่อเศรษฐกิจ โลก ในบทความเรื่อง ชนชั้นกลางซูปเปอร์เซฟเศรษฐกิจโลก เรื่องความเคลื่อนไหวของจีน ทั้งในการดึงนักวิชาการเข้ามา บริหารประเทศมากขึ้น การแสดงบทบาทที่โดดเด่นในเวทีสิ่งแวดล้อมโลก COP-22 ที่โมรอคโค และมิติด้านอวกาศของ นโยบาย One Belt One Road และสุดท้ายคือบทความที่ว่าด้วยข้อวิพากษ์ของ Noam Chomsky นักวิจารณ์ สหรัฐอเมริกาผู้เลื่องชื่อ ต่ออานาจของสหรัฐอเมริกาในยุคประธานาธิบดีทรัมป์ เชิญติดตามเนื้อหาด้านในได้เลยค่ะ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ มุมมอง Chomsky 9 ต่อทรัมป์ ชนชั้นกลาง ซูปเปอร์เซฟเศรษฐกิจโลก 1 4 จีนดึงนักวิชาการ ช่วยบริหารประเทศ One Belt One Road 11 ไปอวกาศ จีนในเวที COP 22 7 สถาบันคลังปัญญาฯ 13
  3. 3. 1 | WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 Homi Kharas นักวิชาการด้านเศรษฐกิจโลก และการพัฒนาของสถาบัน Brookings ได้เผยแพร่ ผลงานเรื่อง How a Growing Global Middle Class Could Save the World’s economy ซึ่งในเนื้อหาได้กล่าวถึงการเกิดของชนชั้นกลางและ ผลกระทบของชนชั้นกลางที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะในแง่เศรษฐกิจ ชนชั้นกลางเกิดขึ้นภายหลังจากการปฏิวัติ อุตสาหกรรมในอังกฤษปี 1851 เมื่อเกิดการปฏิวัติดังกล่าว สังคมอังกฤษแบบเดิมไม่เอื้อต่อการทางาน จึงเกิดการ เปลี่ยนแปลงในการทางานของสังคมอังกฤษขึ้น มีงาน ใหม่ๆ เกิดขึ้น มีการจ้างงานมากขึ้น มีบริการภาครัฐ เช่น รถไฟและไปรษณีย์ที่รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม คนที่จะทางานต้องมีทักษะมากขึ้น ทั้งการอ่าน เขียนและ ต้องเข้าใจเลขด้วย อาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นเปลี่ยนโครงสร้าง เศรษฐกิจและสังคม คนกลุ่มนี้ออมเงินและลงทุนเพื่อ อนาคต ต้องการให้บุตรหลานได้รับการศึกษา พยายาม ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนและครอบครัวให้ดีขึ้น คนกลุ่ม นี้ถูกเรียกว่า “ชนชั้นกลาง” ชนชั้นกลางกลายเป็นชนชั้นบริโภคและเป็นผู้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จากที่มีชนชั้นกลางเฉพาะ ในประเทศพัฒนาแล้ว ก็ค่อยๆ ขยายตัวไปสู่ประเทศ เศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียและละติน อเมริกา ปัจจุบัน ชนชั้นกลางกลายเป็นกาลังหลักในการค้า ที่มา : https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/c3/ Hartmann_Maschinenhalle_1868_(01).jpg WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017| 2 จุนเศรษฐกิจโลก ในปี 2015 ชนชั้นกลางประมาณ 3 พันล้านคนทั่วโลกได้ใช้จ่ายเป็นเงิน 33 ล้านล้านเหรียญ สหรัฐ ซึ่งนับเป็นจานวนเงินสองในสามของการใช้จ่าย ทั้งหมดของผู้บริโภคทั่วโลก เมื่อชนชั้นกลางทั่วโลกขยายตัวอย่างรวดเร็วจึงเกิด คาถามตามมาว่า ชนชั้นกลางจะให้ประโยชน์อะไรกับ เศรษฐกิจโลกบ้าง เราจะทาให้การเติบโตทางเศรษฐกิจและ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศเป็นไปอย่างสมดุลได้ อย่างไร และจะจัดการกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ การเมืองได้อย่างไร คาตอบของคาถามเหล่านี้ มีโอกาสที่จะ เป็นตัวกาหนดทิศทางอนาคตโลกและความมั่นคงทางการ เงินของคนหลายพันล้านคน การที่จะตอบคาถามเหล่านั้นได้ อย่างแรกเราต้องรู้ สถานะของชนชั้นกลางทั่วโลก ซึ่งขณะนี้กาลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ชนชั้นกลางส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศกลุ่ม BRICs และ ประเทศกาลังพัฒนา การใช้จ่ายของชนชั้นกลางในประเทศ เหล่านี้เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8 ต่อปี ในขณะที่ในประเทศ พัฒนาแล้วเฉลี่ยเพียงร้อยละ 0.4 ต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็น ว่าเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น และ ยุโรป กาลังชะลอตัว IMF คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2020 จีนและอินเดียจะ มีชนชั้นกลางกว่า 1,500 ล้านคน ส่วนบราซิล เม็กซิโก และปากีสถาน จะมีชนชั้นกลางมากกว่า 100 ล้านคน ใน ฟิลิปปินส์และไทย ชนชั้นกลางอาจขยายตัวเท่าชนชั้นกลาง ในสหรัฐ ฝรั่งเศส หรืออิตาลี แม้ประเทศที่กล่าวมาเหล่านี้ อาจจะยังหนีไม่พ้นความยากจน แต่จะกลายเป็นตลาด ผู้บริโภคขนาดใหญ่ทีเดียว ส่วนบริษัทที่ปรึกษา McKin- sey & Co คาดการณ์ไว้ว่าจะมีการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ ในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้สูงกว่าในนิวยอร์ก โตเกียว หรือ ลอนดอนอีกด้วย ในช่วง 150 ปีของการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ผ่าน มา สะท้อนความสาคัญของชนชั้นกลางได้อย่างดี การที่ เศรษฐกิจเติบโตเพราะชนชั้นกลางเป็นกลไกสาคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดังกล่าว หนึ่งในความท้าทายที่เราต้องให้ความสาคัญเมื่อโลก มีชนชั้นกลางมากขึ้นนั่นคือการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ภูมิอากาศ เนื่องจากกลุ่มชนชั้นกลางเป็นกลุ่มที่บริโภค โปรตีนและสินค้าจากโรงงานจานวนมาก มีไลฟ์สไตล์ที่ต้อง ใช้พลังงานมาก ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองกว่ากลุ่มคนยากจน และมีจานวนมาก แต่แทนที่จะมองชนชั้นกลางในแง่ลบ ควรมองชนชั้นกลางในฐานะกลุ่มที่เป็นกาลังสาคัญที่จะช่วย ลดการปล่อยคาร์บอน หากผู้หญิงในชนชั้นกลางได้รับ การศึกษาและทางานมากขึ้น มีขนาดครอบครัวเล็กลง มีลูก น้อยลง จะทาให้อัตราการเติบโตชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อการ ปล่อยคาร์บอนและการบริโภคทรัพยากรที่ลดลง หากเป็นไป ในทิศทางนี้จริง ปี 2050 โลกจะมีประชากรน้อยกว่าที่เคย ประมาณไว้กว่า 600 ล้านคน ดังนั้น รัฐจึงต้องออกนโยบายสนับสนุนการศึกษา โดยเฉพาะในสตรี ตัวอย่างเช่น ในบราซิล การเพิ่มจานวน ของประชากรขณะนี้มีอัตราน้อยกว่าร้อยละ 1 เนื่องจากชน ชั้นกลางได้รับการศึกษามากขึ้นและมีความเป็นเมืองมากขึ้น นอกเหนือจากเศรษฐกิจโลกและสิ่งแวดล้อมแล้ว ชนชั้นกลางยังส่งผลต่อสังคมและการเมืองอีกด้วย จากการ สารวจในประเทศกาลังพัฒนา พบว่า ครอบครัวชนชั้นกลาง ต้องการให้รัฐอุดหนุนเงินสาหรับที่อยู่อาศัย การศึกษา เงิน บานาญ การขนส่ง และยังต้องการความมั่นคงในชีวิตและ อนาคตสาหรับตัวเขาและลูกๆ แต่พวกเขามีแนวโน้มที่จะไม่ ยอมจ่ายภาษีมากขึ้น แม้จะมีความต้องการให้รัฐสนับสนุน มากก็ตาม แต่จากหลักฐานที่มี ไม่ได้ชี้ให้เห็นว่ายิ่งมีชนชั้นกลาง มาก จะยิ่งสนับสนุนให้เกิดประชาธิปไตยมากตาม ตัวอย่างเช่น ชนชั้นกลางในอียิปต์หรือไทย สนับสนุนรัฐบาล ที่ให้ความมั่นคงแก่ชีวิตตนได้ แม้ผู้นาจะเป็นอดีตผู้นาทาง ทหารก็ตาม ภาพ : ชนชั้นกลางในจีน ที่มาภาพ : http://i.dailymail.co.uk/i/ pix/2012/12/10/article-2245987- 165DD882000005DC-500_634x435.jpg
  4. 4. 3 | WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 ปัญหาที่โลกศตวรรษที่ 21 กาลังเผชิญคือความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างประเทศกาลังพัฒนาและ ประเทศพัฒนาแล้ว เราจึงต้องออกแบบทิศทางโลกาภิวัตน์ ใหม่ ให้ได้ประโยชน์กับชนชั้นกลางทั้งในประเทศกาลัง พัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ กับประเทศกาลังพัฒนากาลังมองหาวิธีการเข้าไปมีส่วนร่วม ในการกาหนดกฎระเบียบโลกเพื่อให้ประเทศของตนได้รับ ผลประโยชน์ที่ดีขึ้น และโพลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ความ เชื่อมั่นในสถาบันพหุภาคีนั้นลดลง และองค์กรเหล่านี้ไม่ได้ ถูกมองว่าเป็นตัวแสดงสาคัญที่จะเป็นผู้ป้องกันความเสี่ยงที่ อาจเกิดจากโลกาภิวัตน์อีกต่อไปแล้ว ผู้เขียนบทความดังกล่าว ต้องการให้ทุกประเทศ ตระหนักและปรับตัวเข้ากับความจริงที่ว่า ความ เจริญรุ่งเรืองของโลกขึ้นอยู่กับโลกาภิวัตน์ เราจึงจาเป็นต้อง มีการจัดการโลกาภิวัตน์ที่ดีกว่าเดิม และผู้นาต้องตระหนัก ถึงการตอบสนองต่อความคาดหวังของชนชั้นกลาง ซึ่งกาลัง จะกลายเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของโลก โดยรวมแล้ว อนาคตของเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงทางการเงินของ คนหลายพันล้านคนขึ้นอยู่กับผู้กาหนดนโยบาย ผู้ออก กฎหมาย และผู้นาประเทศ รวมถึงภาคธุรกิจ ภาคประชา สังคมและภาคการศึกษา ผู้นาเหล่านี้เป็นผู้ที่สามารถ เปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้ โดยการออกแบบนโยบายที่ทา ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น ให้คนได้มีการศึกษามาก ขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิง หากทาได้ตามเงื่อนไขเหล่านี้ เศรษฐกิจโลกและชนชั้นกลางทั่วโลกจะเติบโตขึ้น และจะ เป็นโอกาสที่ดีมากของโลกที่จะมีอนาคตอันรุ่งโรจน์ร่วมกัน แปลและเรียบเรียงโดย ปลายฟ้า บุนนาค ภาพ : แผนภาพแสดงการใช้จ่ายของชนชั้นกลาง แบ่งเป็นภูมิภาค ที่มาภาพ : https://qz.com/43411/ the-worlds-middle-class-will- number-5-billion-by-2030/ WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017| 4 ในบทความเรื่อง Chinese think tanks: A new “revolving door” for elite recruitment ของสถาบัน Brookings เขียนโดย Cheng Li และ Lucy Xu กล่าวถึงกระแส ใหม่ในจีนเวลานี้ว่า สีจิ้นผิงกาลังพยายามดึงเอานักคิดนักวิชาการเข้ามาสู่ตาแหน่งระดับสูงในพรรคและรัฐ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านช่องทางของ Think Tank ภาพ:https://www.brookings.edu/wp-content/uploads/2017/02/chinapartycongress0011.jpg
  5. 5. 5 | WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงให้ความสาคัญมากกับการดึง นักวิชาการเข้ามาอยู่ในตาแหน่งสูงของพรรคและรัฐ เพื่อให้ รัฐจีนเป็นรัฐที่มีภูมิปัญญา มีวิชาการ บริหารประเทศด้วย ความรู้ความสามารถระดับสูง ในช่วงสองปีที่ผ่านมา สีย้า ตลอดถึงความจาเป็นที่จะต้องพัฒนาและส่งเสริม Think Tank ในประเทศจีนให้เข้มแข็ง ในการปราศรัยครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนเมษายน 2016 สีกล่าวว่าเขาพร้อมที่จะดึงคน จาก Think Tank เขามาเป็นผู้นาพรรคมากขึ้น เขายังมี วิสัยทัศน์ที่จะรวบรวมคนเก่งไว้ในบรรดาสถาบันวิจัยต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในจีน และทลายข้อจากัดขององค์กร เพื่อที่จะโยกย้ายถ่ายเทคนเก่งระหว่างภาคเอกชน รัฐบาล ราชการ และ Think Tank ให้คล่องแคล่วขึ้น เขาพูด ชัดเจนว่าจีนควรเอาแบบต่างชาติ (โดยเฉพาะตะวันตก) ในเรื่องที่มีการหมุนเวียนคนเก่งในวงวิชาการกับผู้ตัดสินใจ ทางนโยบายระดับสูง หรือที่เรียกว่า revolving doors ในสหรัฐอเมริกานั้น นักวิชาการใน Think Tank มักจะหมุนเวียนออกไปรับตาแหน่งในรัฐบาล ส่วนอดีต เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลก็เวียนเข้ามาอยู่ใน Think Tank คนที่เรารู้จักกันดีอย่าง Henry Kissinger ก็ เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก่อนมาเป็น National Security Advisor และรัฐมนตรีว่าการ ทรวงการต่างประเทศ แต่ในประเทศจีนที่ผ่านมา โดยทั่วไป การหมุนเวียนนี้เกิดขึ้นเพียงทางเดียว คือมีแต่ผู้บริหาร พรรคและรัฐระดับสูงที่หมดวาระแล้วไปดารงตาแหน่งใน Think Tank แต่ยังไม่มีการดึงเอานักวิชาการ นักคิดเข้า มาเป็นผู้บริหารระดับสูงในพรรคและรัฐ ทั้งนี้ ประสบการณ์ ในการนาในระดับมณฑลและท้องถิ่นยังคงเป็นหลักเกณฑ์ที่ สาคัญสาหรับผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นาระดับสูงในพรรค แต่ในยุคสี ธรรมเนียมนี้กาลังได้รับการอะลุ่มอล่วย สีพยายามดึงนักวิชาการเข้ามาเป็นชนชั้นนาในพรรคและรัฐ เพิ่มขึ้น Wang Huning กับ Liu He คือตัวอย่างของ คนข้างกายสาคัญของสีสองคนที่เติบโตมาจากสายวิชาการ และมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่ตาแหน่งผู้นาระดับสูงของพรรคใน การประชุมสมัชชาสมัยหน้า คือสมัยที่ 19 Wang Huning ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกกรมการเมือง (Politburo) และผู้อานวยการสานักวิจัยนโยบายประจา คณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นที่ปรึกษา ที่คอยติดตามประธานาธิบดีจีนมาถึงสามคน คือ เจียงเจ๋อห มิน หูจิ่นเทา และสีจิ้นผิงไปในทุกที่ ก็เติบโตมาจากสาย วิชาการ เช่นเดียวกับ Liu He ที่ปัจจุบันดารงตาแหน่ง ที่มาภาพ : https://jamestown.org/wp-content/uploads/2014/04/ Wang_Huning__right_has_been_given_a_crucial_role_running_one_of_Xis_new_central_leadin g_groups_Credit_Chinatimes.com_.jpg ภาพ : สีจิ้นผิงและหวังฮู่หนิง WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017| 6 ผู้ อ า น ว ย ก า ร Central Economic Leading Group ประจาคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ จีน ก็เคยทางานใน State Information Center แ ล ะ the State Council’s Development Research Center (DRC) มาก่อน ในสมัชชา 19 ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั้น Wang Huning อยู่ในข่ายที่มี โอกาสที่จะก้าวไปเป็นสมาชิกกรมการเมืองประจาของพรรค ส่วน Liu He ก็มีโอกาสจะก้าวไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี และสมาชิกกรมการเมือง โดยสรุป การที่คนอย่าง Wang และ Hu เข้ามาอยู่ในวงในแห่งอานาจของจีนได้ โดยอาศัยความสามารถในการเป็นนักคิดและผู้ให้ คาปรึกษา และโดยที่ต่างไม่เคยดารงตาแหน่งนาในระดับ มณฑลหรือท้องถิ่นมาก่อน เป็นสัญญาณว่าจีนกาลังเปิด โอกาสให้นักปราชญ์ขึ้นมาร่วมเป็นผู้นาประเทศมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเอานักปราชญ์เข้ามานาประเทศมาก ขึ้นนั้น คือ การเอา “นักเรียนนอก” เข้ามาบริหารประเทศ มากขึ้นด้วย เพราะนักวิชาการที่โดดเด่นของจีนจานวนไม่ น้อยเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาจากตะวันตก Wang Huning เคยเป็นศาสตราจารย์เยี่ยมเยือน (Visiting Professer) ที่มหาวิทยาลัยไอโอวาและแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ส่วน Liu He ได้รับปริญญาโทด้านบริหารรัฐกิจ (MPA) จาก Kennedy School of Govern- ment ของฮาร์วาร์ด ไม่เพียงแต่สองคนนี้ Chen Xi รู มเมทของสีจิ้นผิงครั้งเรียนในมหาวิทยาลัย ปัจจุบันดารง ตาแหน่งรองผู้อานวยการ Organization Depart- ment ประจาคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ก็ เคยเป็นนักวิชาการเยี่ยมเยือนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มาก่อน ส่วน Fang Xinghai รองประธาน Securi- ties Regulatory Commission ซึ่งกาลังมีบทบาท สาคัญในการควบคุมการปฏิรูปการเงินของจีนอยู่ในเวลานี้ ก็จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ข้อคิดจากเรื่องนี้คืออะไร? ประการแรก เราได้เห็นว่าจีนในยุคสีกาลังปฏิรูปเรื่องหนึ่งที่สาคัญยิ่งยวด ต่อพรรค และต่อประสิทธิภาพในการบริหารและสร้างความ เจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศจีน คือ เรื่องโครงสร้างการ คัดเลือกผู้นา ไปในทางที่ให้มีสัดส่วนของนักปราชญ์- นักวิชาการ ผู้ที่มีประสบการณ์ ความรู้จากภายนอกประเทศ จีนเข้ามามากขึ้น คิดต่อไป เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าสังคมจีน เป็นสังคมที่เล่าปี่ตามหาขงเบ้ง คือผู้มีอานาจเห็นคุณค่าและ พยายามหาที่ทางให้นักปราชญ์-ผู้ทรงภูมิปัญญาเข้ามามี บทบาทในการกาหนดทิศทางประเทศชาติ สาหรับไทยเราก็ มีนักปราชญ์ มีผู้ทรงภูมิปัญญามากมาย แต่ที่ผ่านมาเล่าปี่ มักไม่ค่อยตามหาขงเบ้ง กลับเป็นฝ่ายขงเบ้งที่ต้องไล่ตาม เล่าปี่ คือผู้มีอานาจยังไม่พยายามคิดระบบและโครงสร้าง เพื่อไปดึง ไปสนับสนุน ไปควานเอาคนเก่งให้มาอยู่ใน ตาแหน่งที่สามารถใช้ความเก่งของเขาให้เป็นประโยชน์กับ ชาติบ้านเมืองได้เท่าที่ควร เราคนไทยจึงควรนาเรื่องนี้มา ไตร่ตรองให้ดี และเรียนรู้จากตัวอย่างของจีนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคแห่งการปฏิรูปนี้ แปลและเรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง ภาพ : หลิวเหอ ผู้อานวยการ Central Economic Leading Group ประจาคณะกรรมการกลางของพรรค คอมมิวนิสต์จีน ที่ ม า ภ า พ : https://si.wsj.net/public/ r e s o u r c e s / i m a g e s / P 1 - BN430_crefor_G_20131006185959.jpg
  6. 6. 7 | WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 สี่ย เจิ้นหัว ผู้แทนด้านการจัดการภูมิอากาศ ผันผวนของจีนได้ให้คามั่นในที่ประชุม COP 22 ณ ประเทศโมรอคโคว่าจีนจะเป็นผู้นาในการแก้ปัญหา ภูมิอากาศผันผวนปรวนโดยร่วมมือกับประเทศซีกโลก ใต้ที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศกาลังพัฒนา ซึ่งจะทาให้ ข้อตกลงปารีสในการประชุม COP 21 อันมี เนื้อความว่าชาติต่างๆ จะลดการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ลงให้ได้ตามเป้าหมายนั้นเข้าใกล้ ความจริงมากขึ้น “นับแต่ปีนี้เป็นต้นไป จีนจะร่วมมือ กับประเทศกาลังพัฒนาเพื่อจัดตั้ง 10 พื้นที่ต้นแบบคาร์บอนต่า ริเริ่ม 100 โครงการลดก๊าซคาร์บอน และการฝึกอบรมสาหรับคนกว่า 1,000 คน มาตรการเหล่านี้เป็น ส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือ พิเศษเพื่อแก้ปัญหาภูมิอากาศผัน ผวนที่ชื่อ 10, 100, 1000” ที่มาภาพ : https://www.moroccoworldnews.com/wp-content/uploads/2016/09/cop22-640x336.png WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017| 8 การให้คามั่นสัญญาของจีนในครั้งนี้ได้รับ การชื่นชมจากที่ประชุมเป็นอย่างมาก โดย เดวิด นาบาร์โร ที่ปรึกษาพิเศษประจาสานักเลขาธิการ สหประชาชาติกล่าวว่าจีนได้เพิ่มขีดศักยภาพใหม่ ให้กับประเทศซีกโลกใต้ในการร่วมมือกันเพื่อ แก้ปัญหานี้ ในปัจจุบันปัญหาที่เกิดในทวีปแอฟริกาซึ่ง สืบเนื่องจากภาวะภูมิอากาศผันผวนนั้นอยู่ในขั้นร้ายแรง สหประชาชาติประเมินว่าในแต่ละปีต้องใช้เงินราว 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ภาวะแล้งที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโยที่กระทบ ความมั่นคงทางอาหารของประชากรกว่า 30 ล้านคน และหลายประเทศเองก็ไม่มีความพร้อมที่จะลดก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของภูมิอากาศผัน ผวนได้ ฉะนั้นความช่วยเหลือจากประเทศที่มีความ พร้อมมากกว่าจึงเป็นเรื่องจาเป็น โดยในปี 2015 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ให้คามั่นว่าจะมอบเงินกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนประเทศในซีก โลกใต้ในการแก้ปัญหาภูมิอากาศผันผวนและคาดว่า ภายในปี 2025 จะมีกว่า 25 ประเทศที่ได้รับ ประโยชน์จากเงินช่วยเหลือนี้ ไม่เพียงแต่เงินทุน สนับสนุนเท่านั้น จีนยังพร้อมที่จะสนับสนุนเทคโนโลยี ต่าง ๆ ที่จะช่วยฟื้นฟูธรรมชาติอีกด้วย เช่น การฟื้นฟู ป่าไม้ที่จีนประสบความสาเร็จอย่างสูง นอกจากนี้จีนยังแสดงบทบาทเป็นผู้สนับสนุน การประชุม COP 22 ด้วยการสนับสนุนรถบัสไฟฟ้า กว่า 50 คันเพื่อใช้ลาเลียงผู้เข้าร่วมประชุม และยังมี แผนจะตั้งโรงงานผลิตรถบัสไฟฟ้าในประเทศโมรอคโค เพื่อจาหน่ายไปยังตลาดแอฟริกาและยุโรปต่อไปใน อนาคต อีกทั้งจีนยังมอบเงินสนับสนุนการจัดการ ประชุม COP ครั้งที่ 23 แก่ประเทศฟิจิซึ่งเป็น เจ้าภาพร่วมในการจัดประชุมครั้งดังกล่าวอีกด้วย แปลและเรียบเรียงโดย อุสมาน วาจิ ภาพ : เสี่ย เจิ้นหัว ที่มาภาพ : http://www.scmp.com/ news/china/article/2047040/china- tells-trump-climate-change-not-hoax
  7. 7. 9 | WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปีที่แล้วราวหนึ่งเดือน ภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ Democ- racy Now! ซึ่งเป็นองค์กรสื่ออิสระที่มุ่งหวังการสร้าง ค่านิยมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคมได้จัดงานสัมมนา เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีขององค์กร โดยหนึ่งใน อ ง ค์ ป า ฐ ก ข อ ง ง า น นี้ คื อ Noam Chomsky นักวิชาการเลื่องชื่อจากสถาบัน MIT ที่ได้แสดงทรรศนะ ต่อการขึ้นมาสู่อานาจของ โดนัล ทรัมป์ และความ ถดถอยของสหรัฐฯ ในฐานะมหาอานาจโลกไว้อย่าง น่าสนใจ โดยสามารถสรุปโดยรวมได้ดังนี้ ในปัจจุบันโลกกาลังประสบกับปัญหาหลาย ประการด้วยกันที่แยกไม่ออกจากกระแสโลกาภิวัตน์ ยิ่ง ไปกว่านั้นยังเป็นปัญหาซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนใน ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ซึ่งมนุษยชาติทั้งมวลอัน รวมถึงปัจเจกแต่ละคนต่างไม่อาจหลีกเลี่ยงจากปัญหา เหล่านี้ได้เลย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนปีที่แล้วโลกได้ตกอยู่ ภายใต้ความตระหนกพอสมควรภายหลังผลการเลือกตั้งชี้ ชัดว่า โดนัล ทรัมป์ จะได้เป็นประธานาธิบดีคนถัดไปของ สหรัฐฯ ซึ่งในวันเดียวกันนี้เองที่การประชุมสุดยอด เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือ COP ครั้งที่ 22 ที่มีตัวแทนมากกว่า 200 ชาติที่เข้า ร่วม การประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างข้อตกลงว่า ชาติต่าง ๆ จะร่วมกันดาเนินตามกรอบของการประชุม COP ครั้งที่แล้วอย่างไรเพื่อให้มาตรการลดปัญหาสภาพ ภูมิอากาศนั้นถูกปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม อาจจะกล่าวได้ ว่าผลของการประชุมครั้งนี้มีอิทธิพลต่อชะตากรรมของโลก มากกว่าผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ เสียอีก แต่กลับไม่ได้รับ ความสนใจจากสื่อมากนัก และน่าเศร้าใจที่นับแต่การ ประชุมครั้งที่ 21 ที่สหรัฐฯ ในฐานะชาติมหาอานาจที่ ร่ารวยที่สุดและทรงอานาจที่สุดในประวัติศาสตร์ของ มนุษยชาติกลับปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงที่มีผลผูกมัด เนื่องจากสภาคองเกรซที่เป็นริพับลิกันนั้นไม่รับรอง ข้อตกลงดังกล่าว และในการประชุม COP ครั้งที่ 22 นี้ก็มีแนวโน้มที่สหรัฐฯ จะมีท่าทีเช่นเดิมอีกครั้งเพราะ ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ นั้นแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ เชื่อในวิกฤติภาวะโลกร้อน ปัญหานี้หาใช่ปัญหาของชาติ ใดชาติหนึ่ง หากแต่เป็นปัญหาซึ่งจะกระทบผู้คนทั้งโลก แม้ว่าเขาผู้นั้นจะมีส่วนในการสร้างปัญหาหรือไม่ก็ตาม หากโลกยังคงมีอุณหภูมิสูงอยู่เช่นนี้จนทาให้ระดับน้าทะเล สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานเราจะพบคลื่นการอพยพ ครั้งใหญ่ที่ผู้ลี้ภัยหลายสิบล้านคนต้องอพยพออกจากที่อยู่ อาศัยชายฝั่งเนื่องจากถูกน้าทะเลท่วมถึง การอพยพ ดังกล่าวนั้นจะเป็นปัญหาใหญ่มากที่ชาติต่าง ๆ ต้อง ช่วยกันรับมือ โดยเฉพาะชาติที่ก่อมลพิษมากที่สุดอย่าง สหรัฐฯ จาต้องรับผู้อพยพหลายล้านคนให้ได้ ปัญหาจาก สิ่งแวดล้อมไม่เพียงจะกระทบต่อมนุษย์โดยตรงเท่านั้น แต่ยังก็ให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีก เช่น สงคราม ระหว่างชาติต่าง ๆ เพื่อแย่งชิงทรัพยากรที่จาเป็นต่อการ ดารงชีวิตของมนุษย์ และสงครามนี้จะยิ่งเลวร้ายไปอีก หากชาติเหล่านั้นเป็นชาติที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ซึ่ง เป็นภัยต่อมนุษยชาติโดยรวมอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความฉงนที่สุดในการ ประชุม COP ครั้งที่ 22 นั้นคือการที่จีนได้แสดง บทบาทอย่างชัดเจนว่าจะช่วยลดวิกฤติการณ์โลกร้อน นอกจากจะลดปัญหาที่เกิดขึ้นจากภายในประเทศเองแล้ว ก็ยังให้คามั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือชาติอื่นๆ ด้วยเช่นกัน WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017| 10 จีนซึ่งปกครองโดยระบอบเผด็จการกลายเป็นผู้ที่โลก ฝากความหวังแทนสหรัฐฯ ในฐานะผู้นาโลกเสรีไปเสีย แล้ว การล่าถอยออกจากเวทีโลกของสหรัฐฯ นั้น ไม่ได้มีเพียงในมิติของสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมไปถึงมิติ ทางเศรษฐกิจและการทหารที่เป็นจุดแข็งของชาติด้วย เช่นกัน แม้แต่ในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่เปรียบดั่งหลัง บ้านของสหรัฐฯ ก็ยังดาเนินนโยบายที่เป็นอิสระมากขึ้น และพึ่งพาสหรัฐฯ น้อยลง ในปัจจุบันฐานทัพสหรัฐฯ และกองทุน IMF ที่เป็นดั่งตัวแทนด้านการเงินของ สหรัฐฯ ถูกผลักออกไปจากภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อย และเมื่อมองไปไกลกว่านั้นยังภูมิภาคเอเชียก็ยิ่งเห็นถึง ความถดถอย เมื่อข้อตกลงการค้า TPP ที่สหรัฐฯ ได้ จูงใจให้ชาติเอเชียกลับมาพึ่งพาสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อโดด เดี่ยวจีนนั้นถูกยกเลิก ในทางกลับกันข้อตกลงทาง การค้าและกองทุนที่จีนเป็นผู้ริเริ่มกลับประสบ ความสาเร็จที่จะดึงพันธมิตรของสหรัฐฯ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลียและญี่ปุ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมจนกลายเป็น สหรัฐฯ ที่ถูกโดดเดี่ยวแทน และหากมองเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นในยุโรปก็จะเห็นว่ารัสเซียเริ่มแผ่อิทธิพลมากขึ้น โดยที่สหรัฐฯ หมดความสามารถที่จะต้านทาน แม้อิทธิพลของสหรัฐฯ จะถดถอยลง แต่ใช่ว่า สหรัฐฯ จะตามหลังชาติอื่น ๆ จนเสียอานาจในการ ชี้นาโลกไปเสียหมด แม้ปัจจุบันความมั่งคั่งของสหรัฐฯ จะลดลงมาก เมื่อมองจากปี 1945 ภายหลัง สงครามโลกครั้งที่สองซึ่งชาติต่าง ๆ ได้บอบช้าจาก สงครามทาให้สหรัฐฯ ปราศจากคู่แข่งทางการค้าและ สามารถครอง GDP ราวครึ่งหนึ่งของโลก ซึ่งตลอด หน้าประวัติศาสตร์ไม่เคยมีมหาอานาจใดทาได้มาก่อน แต่นับตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา GDP ของสหรัฐฯ ได้ลดลงเหลือราว 1 ใน 4 ของโลกเท่านั้นเนื่องจาก ชาติอื่น ๆ เริ่มฟื้นตัวตามลาดับ อย่างไรก็ตามในยุค โลกาภิวัตน์และเสรีนิยมใหม่เช่นปัจจุบัน อิทธิพลของรัฐ ค่อย ๆ ลดลงแต่อิทธิพลของบรรษัทข้ามชาตินั้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามลาดับ และเมื่อมองบรรษัทข้ามชาติที่ร่ารวย แล้วจะพบว่ากว่าครึ่งหนึ่งนั้นเป็นสัญชาติสหรัฐฯ แน่นอนว่าบรรษัทย่อมต้องคานึงถึงผลประโยชน์ของผู้ ถือหุ้นเป็นที่สุด แต่ก็พอจะเป็นตัวชี้วัดได้บ้างว่าสหรัฐฯ มิได้สูญเสียตาแหน่งผู้นาเศรษฐกิจโลกเสียทีเดียว ส่วน ในด้านการทหารนั้นแม้จะลดบทบาทลงเนื่องจาก เศรษฐกิจที่ถดถอย แต่ก็สหรัฐฯ ก็ยังมีกาลังทหารที่ เข้มแข็งกว่ามหาอานาจชาติอื่น ๆ อยู่มากจนยากจะมี ใครมาเทียบเคียงได้ในอนาคตอันใกล้ เพียงแต่อานาจ ในการชี้นาจะลดน้อยลงและชาติอื่น ๆ จะมีบทบาทใน การร่วมกาหนดทิศทางโลกมากขึ้นเท่านั้นเอง แปลและเรียบเรียงโดย อุสมาน วาจิ Democracy Now! https://www.youtube.com/ watch?v=Yp74MQBGMnk - ที่มาภาพ : http://www.dailystormer.com/wp- content/uploads/2014/07/noam-chomsky- 005.jpg
  8. 8. 11 | WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 ากันว่า One Belt One Road หรือ Belt and Road ของจีน ซึ่งประกอบด้วยสองส่วน สาคัญ คือเส้นทาง “Belt” ทางบก วิ่งขึ้นเหนือผ่าน เอเชียกลาง และรัสเซียไปสู่ยุโรป กับเส้นทาง “Road” ทางทะเล มุ่งลงใต้ผ่านเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกาด้านตะวันออก นั้นเป็นอะไร ที่ “เล่นใหญ่” สุดๆ แล้ว เพราะกินพื้นที่ไปแล้วครึ่ง โลก อย่างไรก็ตาม มาวันนี้ พื้นที่ดาเนินการของ One Belt One Road จะขยับไปอีกขั้น คือลามออกไปสู่ อวกาศด้วย รายงานเรื่อง China’s ‘One Belt, One Road’ Takes to Space ของหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ของสหรัฐ เปิดเผยถึงมิติด้าน อวกาศของอภิมหาโครงการนี้ โดยอ้างเอกสารนโยบาย (policy paper) เรื่องนโยบายด้านอวกาศ ที่ออก โดยสานักข่าวสารประจาคณะมนตรีแห่งรัฐของจีน (State Council Information Office) เมื่อ วันที่ 27 ธันวาคม 2559 ซึ่งกล่าวว่าจีนจะใช้ เทคโนโลยีอวกาศของตนไปสนับสนุนการเชื่อมโยงของ โครงการอันยิ่งใหญ่บนแผ่นดินและทะเล (OBOR) และร้อยรัดประเทศสมาชิกบนเส้นทางเหล่านั้นเข้ากับ แผนงานโครงการ OBOR ของจีนให้มากขึ้นได้อย่างไร ตัวอย่างหนึ่งในเวลานี้คือ การประกาศใน เอกสารดังกล่าวว่า ภายในปี 2018 ผู้คนในประเทศ ต่างๆ ที่เข้าร่วม OBOR ทั้งทางบกและทางทะเล จะ เป็นกลุ่มแรกที่เข้าถึงบริการของโครงข่ายนาร่องทาง ดาวเทียม (Satellite Navigation) ใหม่ล่าสุดของ จีน ชื่อ Beidou-2 ที่จะแผ่ไปถึง และให้บริการ เครือข่ายบริการด้านต่างๆ ทางดาวเทียม เช่น การเชื่อม ข้อมูลสารสนเทศ การสารวจพื้นผิวโลก การสื่อสาร ฯลฯ สาหรับเครือข่ายดาวเทียม Beidou ของจีน ซึ่งเริ่มดาเนินการมาตั้งแต่ปี 2013 นั้น ในขณะนี้มี ดาวเทียมในสังกัด 14 ดวง และมีขอบเขตของโครงข่าย ดาวเทียมแผ่ครอบคลุมเพื่อนบ้านใกล้เคียงของจีนแล้ว ปัจจุบันประเทศอย่างไทยกับเวียดนามก็ใช้บริการ โครงข่ายดาวเทียม Beidou อยู่ในการนาส่งข้อมูลด้าน การนาร่อง (navigational data) โครงข่าย ดาวเทียม Beidou กาลังขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ทั้ง ขอบเขตการให้บริการ และจานวนดาวเทียม โดยตาม แผนจะเพิ่มจานวนดาวเทียมให้เป็น 35 ดวงภายในปี 2020 ในภาพรวม Wall Street Journal กล่าว ว่า ภายในปี 2018 จีนต้องการให้โครงข่ายดาวเทียม Beidou และ Beidou-2 นี้ มาเป็นทางเลือกของ โครงข่ายดาวเทียมสารสนเทศของโลก ที่ นอกเหนือไปจากระบบ Global Positioning System (GPS) ของรัฐบาลสหรัฐ และช่วยในการ เชื่อมโยงทางดิจิทัลระหว่างโครงการต่างๆ บนบกและใน ทะเลของ OBOR ไม่ว่าทางรถไฟ ถนน ท่าเรือ และ นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017| 12 ในภาพรวม เอกสารนโยบายฉบับนี้จึงแสดงให้ เห็นว่า นอกเหนือไปจากการเชื่อมโยงด้านโครงสร้าง กายภาพ ราง ถนน เรือ การเชื่อมโยงทางระเบียบ กติกาทางการค้า การภาษีและศุลกากร และการ เชื่อมโยงทางวัฒนธรรมแล้ว อภิมหาโครงการ OBOR ของจีนยังมีมิติของการเชื่อมโยงทางเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ผ่านเทคโนโลยีอวกาศด้วย เรียกได้ว่า เป็นอภิมหายุทธศาสตร์ที่รอบด้าน เอาทุก ทางอย่างแท้จริง แปลและเรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง http://blogs.wsj.com/ chinarealtime/2016/12/28/chinas-one-belt- one-road-takes-to-space/ ภาพ : จรวดกาลังนาดาวเทียมสองดวงขึ้นไปเพิ่ม ในระบบดาวเทียม Beidou ที่มาภาพ : Xie Qiyong/European Pressphoto Agency
  9. 9. 13 | WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 สถาบันคลังปัญญาฯ ขอแนะนารายงานวิจัย เรื่อง แนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก ในอนาคต (Global Trend) ที่อาจส่งผลกระทบ ต่อประเทศไทยและความเป็นไปในสังคมไทย โดย ผศ.ดร.วรารัก เฉลิมพันธุศักดิ์ อาจารย์ประจาคณะ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ดาเนินการวิจัยภายใต้สถาบันคลังปัญญาด้าน ยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต แนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก ในอนาคต (Global Trend) ที่อาจส่งผลกระทบ ต่อประเทศไทยและความเป็นไปในสังคมไทย กล่าวถึงเทรนด์สาคัญๆ ของโลกในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดคะเนถึงการเปลี่ยนแปลง ในการเมืองระหว่างประเทศ สิ่งแวดล้อม และ เทคโนโลยี ที่จะมีผลต่อโลกและประเทศไทย ดาวน์โหลดรายงานวิจัยได้จากเว็บไซต์สถาบันคลัง ปัญญาฯ www. Rsu-brain.com WORLD THINK TANK Monitor FEBUARY 2017 | 14 ในปัจจุบันภาวะ Islamophobia หรือความ หวาดกลัวอิสลาม(และมุสลิม)ได้กระจายไปยังหลายพื้นที่ ทั่วโลก สาเหตุสาคัญประการหนึ่งคือกระแสการก่อการ ร้ายที่สร้างความหวั่นวิตกให้แก่ผู้คนโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ แม้แต่ประเทศมหาอานาจก็มิอาจปกป้องประชาชนของตน จากการตกเป็นเหยื่อได้ ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายที่มีอิทธิพล และเป็นที่หวั่นเกรงมากที่สุดในปัจจุบันคงไม่มีกลุ่มไหน นอกจาก “ขบวนการรัฐอิสลาม” อีกแล้ว แต่เพราะเหตุ ใดกันคนกลุ่มนี้จึงลุกขึ้นมาจับอาวุธเพื่อทาในสิ่งที่คน ทั้งหลายต่างประณามว่าเป็นความเลวร้ายโดยไม่หวั่น เกรงว่าต้องสูญเสียกระทั่งชีวิตตนเอง แน่นอนว่าไม่มีสิ่ง ใดที่เกิดขึ้นโดยไร้มูลเหตุ หนังสือ “ขบวนการรัฐ อิสลาม” จึงถูกเขียนขึ้นเพื่อหาสาเหตุ แนวโน้ม และ แนวทางแก้ไขของวัฏจักรการก่อการร้ายที่คุกคาม สันติภาพของโลกมาโดยตลอด โดยมีจุดประสงค์หลักคือ การทาความเข้าใจปรากฏการณ์อันซับซ้อนนี้มากกว่าจะให้ เพียงคาพิพากษาว่าใครเป็นคนผิด
  10. 10. ไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บูรพาภิวัตน์ ศ.ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ จีนมุ่งลงใต้ อินเดียมุ่งตะวันออก ศ.ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ เพ่งประชาธิปไตยโลก พิศประชาธิปไตยไทย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ขบวนการรัฐอิสลาม(Islamic State) อาทิตย์ ทองอินทร์ Coming soon สั่งซื้อได้ที่ ... 1 ) ร้านหนังสือออนไลน์ : CPWIBOOKS.lnwshop.com 2) เบอร์โทรศัพท์ 02-938-8826 (ในเวลาราชการ) 3) Facebook Page : สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัย รัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2557 จากดาริของ ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ โดยความเห็นชอบและสนับสนุน จาก ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เนื่องด้วยความ ปรารถนาที่ต้องการให้เป็นคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีพันธกิจ ดังนี้ เพื่อการพัฒนา ประเทศอย่างมีสุขภาวะท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคบูรพาภิวัตน์ ระหว่างสถาบันทาง วิชาการต่างๆ ในประเทศให้เกิดการเชื่อมโยงศึกษาต่อย่อยประเด็นวิชาการเพื่อการพัฒนา เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อร่วมระดมความคิด หาทางออกและชี้แนะแนวทางยุทธศาสตร์ เพื่ออภิวัฒน์ประเทศไทย ให้ได้มีโอกาสเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดอย่างสร้างสรรค์ ผ่านช่องทางสื่อสาธารณะเพื่อให้สาธารณะสามารถเข้าถึงเพื่อการเรียนรู้ กับสังคมในวงกว้าง สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ ได้ริเริ่มจัดทาโครงการ คลังปัญญาเพื่อการอภิวัฒน์ประเทศไทย มีชื่อ ภาษาอังกฤษว่า “Klangpanya” โดยการสนับสนุนของสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีความปรารถนาที่จะเป็นคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ โดยรวบรวมนักคิด นักยุทธศาสตร์ นักวิชาการ และผู้นาที่มี ประสบการณ์ มาระดมความคิด เพื่อกรองประเด็นออกมาเป็นทั้งความรู้และข้อเสนอด้านยุทธศาสตร์ ผ่านการจัดเวที การประชุมต่างๆ เช่น เวทียุทธศาสตร์ ที่มีการจัดมาอย่างต่อเนื่อง
  11. 11. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 637/1 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 Website: www.furd-rsu.org Tel. (+66) 2938 8826 Fax. (+66) 2938 8864

×