Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิท...
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
บทบรรณาธิการ
World Think Tank Monitor ฉบับนี้นับเป็นฉบั...
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
สารบัญ
หน้า
บทบรรณาธิการ
ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ...
1
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ
ของ Think Tank ในภูมิภ...
2
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
CHATHUM HOUSE
ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา ส...
3
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
EUROPEAN COUNCIL ON FOREIGN RELATIONS
ในช่วงเดือนกันย...
4
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
GERMAN INSTITUTE OF GLOBAL AND AREA STUDIES
นอกจากสถา...
5
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
เอกสารอ้างอิง
David R Harper. The SDGs Can Help Stren...
6
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ
ของ Think Thank ในภูมิ...
7
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
BROOKING INSTITUTION
ในรอบเดือนสิงหาคม พ.ศ.2558 ที่ผ่...
8
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
นอกจากสองประเทศที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกหนึ่งประเทศที่มีเ...
9
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ระบอบราชาธิปไตยและการเมืองสมัยใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉี...
10
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
นอกจากนี้ ในประเทศกัมพูชา พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ...
11
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
เอกสารอ้างอิง
อ้างอิงจากบทความ : http://www.brooking...
12
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ
ของ Think Thank ในภูม...
13
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
MIDDLE EAST INSTITUTE
ในช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมาสถ...
14
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
อย่างไรก็ตาม Alex Vatanka ก็ได้ให้ภาพสิ่งที่จะเป็นทั...
15
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
การผงาดของเงินช่วยเหลือต่างประเทศจากตุรกี (The Rise ...
16
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
อย่างไรก็ตาม Gönül Tol ก็ให้ประเด็นวิพากษ์ในเรื่องนี...
17
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
เอกสารอ้างอิง
Alex Vatanka. The Saudis and Iran’s Mo...
18
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ
ของ Think Thank ในภูม...
19
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ASIA SOCIETY
ในรอบเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา สถ...
20
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
 ประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ สหรัฐฯมีความกังวลต่...
21
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
CHINA INSTITUTE OF INTERNATIONAL STUDIES
ในรอบเดือนก...
22
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
จานวน 18 ล้านคน ดังนั้นเศรษฐกิจจึงเป็นส่วนที่สาคัญขอ...
23
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ Cai Penghong ได้เห็นถึงความ...
24
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
เอกสารอ้างอิง
Kevin Rudd. “The Obama-Xi Summit Could...
25
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ
ของ Think Tank ในประเ...
26
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
(KLANGPANYA INSTIT...
27
สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ท้ายสุดที่ประชุมเห็นว่าเป้าหมายเชิงปฏิบัติที่จะเอื้อ...
World thank think monitor ครั้งที่ 4 เดือนกันยายน 2558
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

World thank think monitor ครั้งที่ 4 เดือนกันยายน 2558

276 views

Published on

World Think Thank Monitors ฉบับที่ 4 เดือน กันยายน พ.ศ.2558

เรียบเรียงโดย
น.ส.จุฑามาศ พูลสวัสดิ์
น.ส.อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล
นายวีรวิชญ์ เอี่ยมแสง
นายปาณัท ทองพ่วง

สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

World thank think monitor ครั้งที่ 4 เดือนกันยายน 2558

  1. 1. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ฉบับที่ 4 : กันยายน พ.ศ. 2558 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  2. 2. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต บทบรรณาธิการ World Think Tank Monitor ฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ 4 แล้ว เนื้อหาในรายงานฉบับนี้มีมากกว่า ฉบับอื่นๆที่ผ่านมา เนื่องจาก ทีมงานของสถาบันคลังปัญญาฯ ได้ติดตามงานของสถาบันวิจัย นโยบายเพิ่มขึ้นอีก ในภูมิภาคยุโรปคือ GERMAN INSTITUTE OF GLOBAL AND AREA STUDIES และในตะวันออกกลางคือ MIDDLE EAST INATITUTE สาหรับเนื้อหาในเดือนนี้ได้ครอบคลุมประเด็นที่กว้างขวาง หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น กล่าวคือ มีประเด็นการเสริมสร้างระบบสุขภาพในระดับสากลเพื่อมุ่งสูการพัฒนาอย่างยั่งยืน คลื่น มนุษย์ที่เป็นผู้อพยพลี้ภัยจากซีเรีย ความเคลื่อนไหวของตุรกีทั้งด้านนโยบายการต่างประเทศและ บทบาทตุรกีในไทย บทบาทของอินเดีย อิหร่าน และซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น สถาบันคลังปัญญาฯ โดย World Think Tank Monitor จะพยายามติดตามความเคลื่อนไหว จากองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งเป็น ความรู้ที่มาจากรายงานวิจัย บทวิเคราะห์และสังเคราะห์ของหน่วยงานหรือสถาบันวิจัยนโยบายชั้น นาระดับโลกในภูมิภาคต่างๆมานาเสนอ บรรณาธิการ
  3. 3. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สารบัญ หน้า บทบรรณาธิการ ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจของ Think Tank ในภูมิภาคยุโรป 1  CHATHUM HOUSE 2  EUROPEAN COUNCIL ON FOREIGN RELATIONS 3  GERMAN INSTITUTE OF GLOBAL AND AREA STUDIES 4 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจของ Think Tank ในภูมิภาคอเมริกา 6  BROOKING INSTITUTE 7 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจของ Think Tank ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 12  MIDDLE EAST INATITUTE 13 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจของ Think Tank ในภูมิภาคเอเชีย 18  ASIA SOCIETY 19  CHINA INSTITUTE OF INTERNATIONAL STUDIES 21 ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจของ Think Tank ในประเทศไทย 25  สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ (KLANGPANYA INSTITUTE FOR 26 NATIONAL DEVELOPMENT STRATEGIES)
  4. 4. 1 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ ของ Think Tank ในภูมิภาคยุโรป CHATHUM HOUSE EUROPEAN COUNCIL ON FOREIGN RELATIONS GERMAN INSTITUTE OF GLOBAL AND AREA STUDIES เรียบเรียงโดย จุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ผู้ช่วยนักวิจัย
  5. 5. 2 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต CHATHUM HOUSE ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา สถาบัน Chatham House ได้นาเสนอประเด็น สถานการณ์ระหว่างประเทศในด้านการสร้างเสริมสุขภาพที่น่าสนใจ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ การเสริมสร้างระบบสุขภาพในระดับสากลด้วยเป้ าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (The SDGs Can Help Strengthen Global Health) David R Harper ที่ปรึกษาอาวุโสประจาศูนย์ความมั่นคงด้านอนามัยของ Chatham House ได้วิเคราะห์ถึงความจาเป็นที่ต้องมีการปฏิรูปแนวทางการสร้างสุขภาพของประชากรทั่วโลกเพื่อ รับมือกับความรุนแรงของภัยคุกคามด้านสุขภาพ เช่น โรคระบาด ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผล การศึกษาของ The International Health Regulations (IHR) พบว่าทั่วโลกยังมีความบกพร่องใน เรื่องของการควบคุมโรคระบาดและการให้บริการสาธารณสุขแบบฉุกเฉิน Harper จึง สนับสนุนให้มีการจัดการระบบสาธารณสุขในวงกว้างขึ้นโดยบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนอื่น เข้ามาด้วยไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนด้านการคลัง สิ่งแวดล้อม การศึกษา เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาด้าน สุขอนามัยคูขนานไปกับการพัฒนาด้านการเมืองและเศรษฐกิจ จากการประชุมสุดยอดด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ ผ่านมา ผู้นาประเทศต่างๆ ได้มีความเห็นพ้องต้องกันในการนาหลักเป้ าหมายการพัฒนาอย่าง ยั่งยืน (The Sustainable Development Goals: SDGs) ไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้มีการกาหนดเป้าหมายด้านการพัฒนาสุขอนามัยที่ยั่งยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการมีสุขภาพที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนทุกพื้นที่ทุกเพศและทุกวัย โดยอาศัย SDGs เป็นกลไกในการ สร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ อย่างทั่วถึง เป้าหมายดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ประการ 1. พัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและการเข้าถึงการดูแลสุขอนามัยที่มีคุณภาพ 2. ลดอัตราการตายของเด็กแรกเกิดและมารดา ตลอดจนสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงบริการ ด้านอนามัยเจริญพันธุ์ 3. ต่อสู้กับโรคติดต่อและโรคระบาด รวมไปถึงป้องกันและรักษาโรคไม่ติดต่อ นอกจากแนวทางการพัฒนาข้างต้นแล้ว โลกปัจจุบันยังต้องการองค์กรกลางที่มีบทบาทกากับ ดูแลการพัฒนาด้านสุขอนามัยให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โดย Chatham House ได้มีข้อเสนอให้จัดตั้ง องค์การด้านสุขอนามัยแห่งสหประชาชาติขึ้นใหม่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับโครงการเอดส์แห่ง สหประชาชาติ (UNAIDS) แต่จะครอบคลุมการดูแลสุขภาพที่กว้างกว่า ทั้งนี้อาจกาหนดให้องค์การ ใหม่ที่ตั้งขึ้นดาเนินงานโดยมีองค์การอนามัยโลก(WHO) เป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้การดาเนินงาน จะต้องบูรณาการร่วมกับทั้งรัฐและตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ รวมไปถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาค ประชาสังคมที่เข้มแข็งเพื่อให้เกิดการพัฒนาสุขอนามัยที่ยั่งยืน
  6. 6. 3 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต EUROPEAN COUNCIL ON FOREIGN RELATIONS ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา สถาบัน European Council on Foreign Relations ได้นาเสนอประเด็นความเคลื่อนไหวของประเทศในภูมิเอเชียที่น่าสนใจ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ชาวอินเดียในฐานะแหล่งข้อมูลด้านอานาจอ่อน (Indians as a source of soft power) Angela Stanzel ที่ปรึกษาด้านนโยบายของสถาบัน European Council on Foreign Relations ได้วิเคราะห์ถึงบทบาทและท่าทีของอินเดียภายหลังที่นาย Narendra Modi นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีสหประชาชาติและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศกับนาย Barack Obama ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Stanzel ตั้งข้อสังเกตว่านโยบายการ ต่างประเทศของนาย Modi มีความแตกต่างกับรัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมาเนื่องจากให้ ความสาคัญกับการเสริมสร้างอานาจอ่อน (Soft Power) ผ่านหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นการ สร้างความร่วมมือกับประเทศมหาอานาจ การใช้เครือข่ายสังคมช่วยประชาสัมพันธ์บทบาท ของรัฐบาลและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์จากคนอินเดียพลัดเพื่อเสริมอานาจ ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียระบุว่าปัจจุบันมีชาวอินเดียที่ไปอาศัยอยู่ ต่างประเทศมากถึง 25 ล้านคน โดยอยู่ในสหรัฐฯ มากถึง 3.2 ล้านคน ซึ่งนาย Modi ได้พยายามใช้ ชาวอินเดียพลัดถิ่นเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงอินเดียกับประเทศอื่นๆ ปัจจุบันมีชาวอินเดียพลัดถิ่นโดยเฉพาะผู้ที่ย้ายไปพานักในอังกฤษและสหรัฐฯ จานวนมากที่ประสบ ความสาเร็จในชีวิต จึงถือเป็นโอกาสที่นาย Modi จะใช้ทักษะของคนเหล่านี้ย้อนกลับมาพัฒนาอินเดีย ตามแนวคิดที่มองว่า "สมองที่ไหลไปจะกลายเป็นกาไรสาหรับประเทศ" โดยนาย Modi ได้ เรียกร้องให้ประชาชนซึ่งเป็นมันสมองเหล่านี้โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีกลับมาใช้ ความรู้ความสามารถที่มีเพื่อพัฒนาประเทศบ้านเกิดของตน ในขณะเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง อินเดียและสหรัฐฯ ได้พยายามกระชับความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง อินเดียเองซึ่งอยู่ในฐานะ พันธมิตรของสหรัฐฯ จึงอาจใช้โอกาสจากความสัมพันธ์นี้ในการสร้างความเชื่อมโยงและการ แลกเปลี่ยนทางสังคมกับสหรัฐฯ รวมไปถึงการเชื่อมโยงกับชุมชนชาวอินเดียในสหรัฐฯ ด้วย
  7. 7. 4 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต GERMAN INSTITUTE OF GLOBAL AND AREA STUDIES นอกจากสถาบัน European Council on Foreign Relations แล้ว ในเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ที่ผ่านมาสถาบันคลังสมองอย่าง German Institute of Global and Area Studies ก็ได้นาเสนอ ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเทศอินเดียด้วยเช่นกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้ อินเดีย: มหาอานาจใหม่ของโลก (India: A New World Power) ในช่วงที่ผ่านมา อินเดียเป็นประเทศที่มีตัวเลขด้านการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชน จานวนมากพัฒนาสู่การเป็นชนชั้นกลาง ตลอดทั้งยังประสบความสาเร็จในการให้บริการด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศจนทาให้สามารถยกระดับตนเองขึ้นเป็นตัวแสดงที่มีบทบาทในระดับโลกได้ การ เติบโตอย่างต่อเนื่องนี้ทาให้อินเดียได้รับความสนใจมากขึ้นจากประเทศมหาอานาจในการเข้า มากระชับความสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ ดังจะเห็นได้จากการที่สหรัฐอเมริกา มองว่าอินเดียเป็นประเทศพันธมิตรประชาธิปไตยที่สาคัญและมีการพบปะกันระหว่างผู้นาอย่าง ต่อเนื่อง อีกทั้งในช่วงต้นเดือนตุลาคม นาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมันก็ได้เดินทางไปยัง ประเทศอินเดียเพื่อหารือ ร่วมกันระหว่างรัฐบาลเยอรมัน-อินเดียเป็นรอบที่สามอีกด้วย อินเดียเองก็มีความมุ่งมั่นที่จะมีอิทธิพลมากขึ้นในเวทีโลก โดยเดินหน้ากลยุทธ์การเข้ามา มีบทบาทสาคัญในภูมิภาคเอเชียใต้มากขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในอัฟกานิสถาน แต่ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันอินเดียก็ยังคงเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจนและมีความขัดแย้ง ทางศาสนาค่อนข้างรุนแรง นอกจากนี้ยังมีปัญหาความไม่ลงรอยกับปากีสถานที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสาคัญที่บั่นทอนสถานะของอินเดียในเวทีโลก ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นอุปสรรคที่ทาให้ อินเดียจาเป็นต้องกลับมาทบทวนและแก้ไขเพื่อการก้าวสู่การเป็นมหาอานาจใหม่อย่างมั่นคง
  8. 8. 5 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เอกสารอ้างอิง David R Harper. The SDGs Can Help Strengthen Global Health. Chathum House. ออนไลน์: https://www.chathamhouse.org/expert/comment/sdgs-can-help-strengthen- global-health Angela Stanzel. Indians as a source of soft power. European Council on Foreign Rela- tions. ออนไลน์: http://www.ecfr.eu/article/commentary_indians_as_a_source_of_soft_ power _4059 German Institute of Global and Area Studies. India: A New World Power. ออนไลน์: https:// www.giga-hamburg.de/en/news/india-a-new-world-power
  9. 9. 6 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ ของ Think Thank ในภูมิภาคอเมริกา BROOKING INSTITUTION เรียบเรียงโดย อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล ผู้ช่วยนักวิจัย
  10. 10. 7 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต BROOKING INSTITUTION ในรอบเดือนสิงหาคม พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา สถาบัน Brooking Institutionได้นาเสนอประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับทวีปเอเชียที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ ทาไมผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมากกว่าหนึ่งแสนคนถึงอพยพลี้ภัยไปยุโรป (Why 100,000s of Syrian refugees are fleeing to Europe) 1 อย่างที่ทราบกันดีว่าขณะนี้สหภาพยุโรปกาลังเผชิญหน้ากับผู้ลี้ภัยจานวนมากที่ขออพยพลี้ภัยเข้า ทางฝั่งทะเลของแต่ละประเทศ ตามรายงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 ถึงเดือนกรกฎาคม 2558 มี จานวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอพยพเข้าสู่ยุโรปทั้งหมดเกือบ 210,000 คน โดย UNHCR(United Nations High Commissioner for Refugees) เผยว่าในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว มีจานวนผู้ขอลี้ภัย มากกว่า 28,000 คน และมากกว่า 32,000 คนในเดือนกรกฎาคม จากผู้ลี้ภัยทั้งหมด มีจานวนของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมากที่สุด และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง หากย้อนกลับไปดูถึงสาเหตุของการอพยพ จะเห็นได้ว่าประเทศซีเรียได้เกิดวิกฤตสงคราม กลางเมืองที่ยืดเยื้อมามากกว่า 5 ปี ยิ่งไปกว่านั้น บางพื้นที่ในซีเรีย ณ ขณะนี้ ตกอยู่ภายใต้การ ควบคุมของกลุ่ม ISIS (Islamic State of Iraq and Syria) ฉะนั้น จึงมีความเป็นได้ว่าจานวนของผู้ อพยพจะยังคงหลั่งไหลเข้าสู่สหภาพยุโรปอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานได้แสดงให้เห็นว่า มีจานวนผู้ อพยพเคลื่อย้ายถิ่นฐานภายในประเทศซีเรียเองมากกว่า 7.6 ล้านคน ขณะที่จานวนผู้อพยพชาว ซีเรียที่ลี้ภัยไปยังประเทศข้างเคียงมีมากกว่า 4.2 ล้านคน ทั้งนี้โดยส่วนมากผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมักจะหนี เข้าไปยังประเทศข้างเคียงอาทิ เลบานอน จอร์แดน และตุรกี ด้วยพรหมแดนของซีเรีย ที่ติดต่อกับ เลบานอน จอร์แดน และตุรกี จึงทาให้ง่ายต่อการอพยพ ของผู้ลี้ภัย ทั้งนี้ สองประเทศที่ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ประเทศเลบานอน และ จอร์แดน อันเนื่องมาจาก ทั้งสองประเทศเป็นประเทศที่ไม่ได้มีศักยภาพเพียงพอต่อการรองรับและ ดูแลผู้ลี้ภัยที่มีจานวนมหาศาล ในเลบานอน ประชากรของเลบานอนทุก 4 คน จะมีชาวซีเรีย 1 คน ส่วนในจอร์แดน ตามรายงานศึกษาขององค์กรองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International La- bour Organization : ILO) แสดงให้เห็นว่าอัตราการว่างงานในจอร์แดนมีจานวนมากขึ้นอย่างมี นัยสาคัญ ตั้งแต่ปี 2011 ที่เริ่มมีการอพยพของชาวซีเรีย ทั้งนี้การอพยพของผู้ลี้ได้ส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงและการเมืองภายในของประเทศทั้งสองด้วย ———————————————— 1 Kemal Kirişci .http://www.brookings.edu/blogs/order-from-chaos/posts/2015/09/03-eu-refugee-crisis-kirisci
  11. 11. 8 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต นอกจากสองประเทศที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกหนึ่งประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเข้มแข็งที่สุดใน ภูมิภาคอย่างตุรกี ก็ถูกผลกระทบจากการอพยพของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเช่นกัน ทั้งในด้านทรัพยากร ความไม่พอใจของคนในประเทศส่งผลต่อความมั่นคงทางการเมืองภายในประเทศ ตามรายงานของ UNHCR ตุรกีเป็นประเทศที่มีอัตราการรองรับผู้ลี้ภัยมากที่สุดในโลก หากนับตั้งแต่การรับผู้ลี้ภัยจาก อิรัก ในปี 2014 ปัจจุบัน มีผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจานวนมาก ได้ลี้ภัยออกนอกประเทศผ่านขบวนการค้ามนุษย์ ภายใต้ สถานการณ์ที่ไร้ซึ่งความแน่นอนในชีวิต และปราศจากการช่วยเหลือจากสังนานาชาติ ทั้งสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงองค์กรนานาชาติต่างๆ ที่แทบจะไร้ซึ่งบทบาท ยิ่งไปกว่านั้น หลายฝ่ายยังมีท่าที ในการกีดกัน รวมถึงผลักภาระในการให้ความช่วยเหลือ และความรับผิดชอบต่อผู้ลี้ภัย ทั้งนี้จาก รายงานของเดือนสิงหาคม 2558 สหภาพยุโรป(European Union) และ United Nations ได้ให้ความ ช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยเพียงแค่ 3% จากจานวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียทั้งหมด โดยรายงานได้แสดงให้เห็นว่า มีผู้ ลี้ภัยชาวซีเรียอพยพเข้าไปในสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา น้อยกว่า 9,000 คน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 ซึ่งเป็นจานวนที่น้อยมากหากเปรียบเทียบกับการให้ความช่วยเหลือของ 3 ประเทศเพื่อนบ้านของซีเรีย อย่างจอร์แดน เลบานอน และตุรกี ขณะนี้สหภาพยุโรปยังไม่สามารถหาหนทางในการจัดการกับผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย 350,000 คนได้ โดย 3 ประเทศอย่างจอร์แดน เลบานอน ตุรกี ต้องรับภาระในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพชาว ซีเรียเป็นจานวนมากกว่า 4 ล้าน ถ้าหากเทียบรายได้มวลรวมประชาชาติ(GNI) ของ 3 ประเทศ จอร์แดน เลบานอน และตุรกี จะเท่ากับ 86,00 ดอลลาร์ ขณะที่ สหภาพยุโรปมีรายได้มวลรวม ประชาชาติ(GNI) ทั้งหมดเท่ากับ 35,680 ดอลลาร์สหรัฐ จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าปัญหาวิกฤตผู้ลี้ภัยในยุโรปได้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลว ด้านมนุษยธรรมของมวลมนุษยชาติ ต่อการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาวซีเรีย โดยนานาชาติได้โดด เดี่ยว และผลักภาระความรับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศข้างเคียงของซีเรียเท่านั้น ทั้งนี้นาย Antonio Guterres ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ได้ร้องต่อสหภาพยุโรป(European Union) และ United Nations เกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจถึงปัญหาผู้ลี้ภัย โดยเสนอว่าการให้ความ ช่วยเหลือต่อผู้ลี้ภัย คือความรับผิดชอบร่วมกันของมวลมนุษยชาติในระดับนานาชาติ ไม่ควรจะเป็น ความรับผิดชอบของประเทศใดประเทศหนึ่งตามที่ผู้ลี้ภัยหนีไป
  12. 12. 9 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบอบราชาธิปไตยและการเมืองสมัยใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Monarchy and mod- ern politics in Southeast Asia) ระบอบราชาธิปไตยของแต่ละประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีการผสมผสานระหว่าง ประเพณีของกษัตริย์สมัยก่อนยุคอณานิคม กับรูปแบบการปกครองสมัยใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดย ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังธารงไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์มี 5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ไทย มาเลเซีย กัมพูชา และอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนมากกษัตริย์จะได้รับการเชิดชูให้เป็นประมุขสูงสุดของรัฐ โดยมีบทบาทในเชิงสัญลักษณ์และต้องไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง กล่าวคือ กษัตริย์จะต้องมี บทบาทและสถานะที่อยู่เหนือการเมือง เว้นแต่ในประเทศบรูไนที่ใช้ระบอบการปกครองแบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ขณะเดียวกัน ในส่วนของอินโดนีเซีย ก็มีลักษณะที่ค่อนข้างแตกต่างจาก ประเทศดังที่กล่าวไป โดยราชวงศ์สุลต่านแห่งยอกยาการ์ตาได้เป็นราชวงศ์เดียวในประเทศอินโดนีเซีย ที่ยังคงมีบทบาทในเชิงสัญลักษณ์และบทบาททางการเมืองของส่วนเขตปกครองพิเศษยอกยาการ์ตา ทั้งนี้ ในหลากหลายครั้งที่บทบาทในเชิงสัญลักษณ์และบทบาททางการเมืองการปกครองของ สถาบันกษัตริย์กลับมีความคลุมเครือและทับซ้อนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่อยู่ภายใต้ สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในช่วยเปลี่ยนผ่านรัชสมัยของกษัตริย์ หรือสถาน กาณ์ความไม่มั่นคงทาการเมือง รูปแบบการปกครองแบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญโดยส่วนมาก ได้รับอิทธิพลและถูกนามาใช้ ภายหลังยุคสมัยจักรวรรดินิยม แต่ทั้งนี้ ในรูปแบบระบอบการปกครองของไทยในปัจจุบันนั้นได้รับ อิทธิพลจากแรงกดดันภายนอกที่ส่งผลมายังประเทศไทยจนทาให้เกิดการปฏิวัติและเปลี่ยนแปลงการ ปกครองมาสู่ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญขึ้น ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่เคยเสียเอกราชให้ จักรวรรดิใดๆก็ตาม ขณะเดียวกันในส่วนของมาเลเซีย มีการใช้ระบอบการปกครองเป็นสหพันธรัฐ โดย มีสุลต่านเป็นประมุข ใน ๙ รัฐ ได้แก่ เปรัค ปาหัง เซลังข-งอร์ เปอร์ลิส เคดาห์ เนกรีเซมบิลัน ยะโฮร์ กลันตัน และตรังกานู ซึ่งสุลต่านในแต่ละรัฐทาหน้าที่ในเชิงสัญลักษณ์ ทางด้านการรักษาประเพณีและ ศาสนาอิสลาม โดยมีประมุขของมาเลเซียภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์ เรียกว่า “สมเด็จพระราชาธิ บดี” หรือ “Yang Di-Pertuan Agong” หรือทั่วไปเรียกว่า “อากง” ทั้งนี้สมเด็จพระราชาธิบดีจะได้รับ เลือกจากที่ประชุมของสุลต่านของรัฐทั้ง 9 รัฐ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนดารงตาแหน่งคราวละ 5 ปี เมื่อ ครบวาระก็จะมีการเลือกใหม่ โดยที่สมเด็จพระราชาธิบดีองค์เดิมไม่มีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งในครั้งต่อไป ———————————————— 2 Michael Vatikiotis .http://www.brookings.edu/research/opinions/2015/09/03-monarchy-modern -politics-southeast-asia-vatikiotis
  13. 13. 10 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต นอกจากนี้ ในประเทศกัมพูชา พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตพระมหากษัตริย์แห่ง ราชอาณาจักรกัมพูชา เคยดารงตาแหน่งประมุขแห่งรัฐกัมพูชาในฐานะประธานธิปดี รวมทั้งเคยดารง ตาแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชาในหลายสมัย ตลอดจนเคยปลุกกระแสชาตินิยมต่อต้านฝรั่งเศส และได้นาประเทศสู่การประกาศเอกราชจากฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1953 ก่อนสละราชย์สมบัติแลงมาเล่น การเมือง จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการที่ระบอบกษัตริย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงดารงอยู่ได้จนถึง ทุกวันนี้ ท่ามกลางพลวัตรการเปลี่ยนแปลง ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของสถาบันกษัตริย์ที่เกินกว่า อานาจตามที่มีการบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่อยู่ภายใต้สถานการณ์ความ ตึงเครียดหรือความขัดแย้งทางการเมือง ยกตัวอย่าง กรณีที่ผู้ปกครองในรัฐยะโฮร์ได้มีการเผยแพร่ฐาน แนวคิดทางการเมืองและข้อคิดเห็นทางการเมืองต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันผ่าน เครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่นามาสู่คาถามที่ว่า ผู้ปกครองในมาเลเซียควรอยู่เหนือการเมืองในขณะที่ ประเทศชาติเผชิญหน้ากับวิกฤตทางการเมืองหรือไม่
  14. 14. 11 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เอกสารอ้างอิง อ้างอิงจากบทความ : http://www.brookings.edu/blogs/order-from-chaos/posts/2015/09/03-eu- refugee-crisis-kirisci โดย Kemal Kirişci นักวิจัยอาวุโส และผู้อานวยการของ the Center on the United States และโครงการ Europe's Turkey สถาบัน Brookings อ้างอิงจากบทความ : http://www.brookings.edu/research/opinions/2015/09/03-monarchy-modern -politics-southeast-asia-vatikiotis โดย Michael Vatikiotis นักหนังสือพิมพ์และผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบัน Center for East Asia Policy Studies สถาบัน Brooking
  15. 15. 12 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ ของ Think Thank ในภูมิภาคอเมริกา MIDDLE EAST INSTITUTE เรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง ผู้ช่วยนักวิจัย
  16. 16. 13 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต MIDDLE EAST INSTITUTE ในช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมาสถาบัน Middle East Institute ได้เสนอประเด็นความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ ความพยายามเชื่อมหากันของกลุ่มการเมืองสายกลางแห่งซาอุดิและอิหร่าน (The Saudis and Iran’s Moderates) Alex Vatanka Senior Fellow ของ The Middle East Institute ได้ยกประเด็นว่า ในระหว่าง ชาติศัตรูตลอดกาลสองชาติในการเมืองตะวันออกกลางร่วมสมัย คือ อิหร่านกับซาอุดิอาระเบีย นั้นยังมี ความพยายามเชื่อมโยงหรือรักษาช่องทางพูดคุยกันอยู่ โดยความพยายามของกลุ่มผู้นาสาย พิราบของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะจากฝ่ายอิหร่าน อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้นาสายพิราบที่นาโดย ประธานาธิบดี Hassan Rouhani แห่งอิหร่านนี้ ก็ต้องพบกับความท้าทายไม่น้อยทั้งจากกลุ่มการเมือง สายเหยี่ยวในประเทศตนและกลุ่มผู้นาใหม่ของซาอุดิอาระเบียที่นาโดยกษัตริย์ Salman กษัตริย์ พระองค์ใหม่ ประเด็นการเชื่อมหากันนี้น่าสนใจเพราะในโลกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความ เป็นอริของสองชาตินี้ถือว่าเป็นเรื่องคลาสสิก นับตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่านในปี 1979 และในปี 1987 ภาวะความเป็นศัตรูนั้นก็ได้ขึ้นสูงสุดด้วยเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างกองกาลังทั้งสองฝ่ายในนคร เมกกะ อิหร่านกับซาอุดิอาระเบียยังคงมีเรื่องราวขัดแย้งกันตลอดมาจนถึงปัจจุบัน สาหรับประเด็นร่วม สมัยก็มีเช่น ประเด็นข้อตกลงจากัดอาวุธนิวเคลียร์อิหร่านกับบรรดามหาอานาจตะวันตก หรือกระทั่ง ประเด็นล่าสุดที่เกิดการเหยียบกันจนมีผู้เสียชีวิตกว่าเจ็ดร้อยคนในพิธีฮัจย์ปีนี้ ซึ่งอิหร่านออกมา ประณามเหตุการณ์นั้นว่าเกิดจากการจัดการที่หละหลวมของทางการซาอุดิอาระเบียเอง (ถึงขั้นระบุว่า เพราะทางการซาอุดิอาระเบียปิดถนนบางส่วนให้ขบวนเสด็จของราชวงศ์ ทาให้ผู้แสวงบุญต้องแออัด ยัดเยียดจนนามาสู่โศกนาฎกรรม) นับแต่ประธานาธิบดี Rouhani ขึ้นสู่อานาจ นโยบายการต่างประเทศของอิหร่านก็หันเหมาทาง สายพิราบอย่างเห็นได้ชัด ความสาเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของกลุ่มการเมืองสายกลางในอิหร่านนี้ก็คือ การ สามารถเจรจาตกลงเรื่องการจากัดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านกับมหาอานาจตะวันตก เพื่อแลกกับการ ที่ชาติเหล่านั้นยกเลิกมาตรการคว่าบาตรอิหร่านทางเศรษฐกิจที่มีมายาวนาน
  17. 17. 14 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต อย่างไรก็ตาม Alex Vatanka ก็ได้ให้ภาพสิ่งที่จะเป็นทั้งปัจจัยบวกและลบต่อความพยายาม สร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อิหร่าน-ซาอุดิอาระเบียของ Rouhani และพวก ในด้านที่เป็นปัจจัย เสริมนั้น Vatanka ได้เล่าถึง ต้นทุนที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์ของกลุ่มการเมืองอิหร่านสายกลาง กล่าวคือ เมื่อต้นทศวรรษที่ 1990 หลังจากทั้งคู่แสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันอย่างเปิดเผยตลอดใน ทศวรรษ 1980 แต่การที่เตหะรานเลือกอยู่นิ่งในห้วงเวลาของความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียกับ อิรัก เป็นสิ่งที่ “ทาลายน้าแข็ง” ที่กั้นกลางระหว่างทั้งสอง ในสภาวการณ์การเมืองตะวันออกกลางที่ แปรเปลี่ยนในช่วงนั้น ประธานาธิบดีอิหร่านตอนนั้นคือ นาย Ali Akbar Hashemi Rafsanjani ได้รับ เชิญไปที่ริยาด ตามมาด้วยการส่งทูตกลับไปประจาการหลังจากเว้นวรรคความสัมพันธ์ระหว่างกันไป นานห้าปีก่อนหน้า จากนั้นกลุ่มการเมืองสายกลางของทั้งฝ่ายอิหร่านและซาอุดิอาระเบียก็ร่วมกันสาน สัมพันธ์ต่อด้วยการพยายามประสานงานกันมากขึ้นในเรื่องนโยบายการกาหนดราคาและการผลิต น้ามัน ต่อมาซาอุดิอาระเบียก็คืนโควตาอนุญาตให้ผู้แสวงบุญจากอิหร่านกลับมายังเมกกะได้เป็นครั้ง แรก หลังปี 1987 โดยสรุปนี่คือ ต้นทุนทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มการเมืองสายกลางสองฝ่ายที่ได้เริ่ม กันไว้เมื่อราวสามทศวรรษก่อน ที่มี Rafsanjani เป็นหัวหน้ากลุ่มในตอนนั้น ซึ่งในครั้งนั้นเขาก็ต้องเผชิญแรงต้านจากฝ่ายสายแข็งในเตหะรานเองที่แน่นอนว่ากล่าวหา Rafsanjani ว่าเป็นพวกขายชาติยอมอ่อนข้อให้ศัตรู ครั้งนั้น Rafsanjani ก็ผ่านแรงต้านภายในประเทศ ตนมาได้ แม้จะไม่ง่าย ส่วนหนึ่งเพราะมีฐานสนับสนุนจากสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน ซึ่ง หัวหน้าหน่วยดังกล่าวตอนนั้นชื่อนาย Hassan Rouhani ประธานาธิบดีอิหร่านในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ความพยายามเชื่อมหากันอีกครั้งของกลุ่มการเมืองสายกลาง นั้นไม่ง่าย เพราะ ในฝั่งอิหร่าน ซึ่งการเมืองแบ่งออกเป็นหลายขั้ว ประธานาธิบดี Rouhani และกลุ่ม สายกลางมิได้มีต้นทุนทางการเมืองที่ไม่จากัด และพวกเขาก็ใช้มันไปมากแล้วกว่าจะผลักดันข้อตกลง จากัดอาวุธนิวเคลียร์ของชาติกับมหาประเทศตะวันตกที่เพิ่งผ่านไปให้สาเร็จลงได้ และขณะนี้ก็กาลังถูก ฝ่ายสายแข็งโจมตีว่าขายชาติ ขณะที่ใน ฝั่งซาอุดิอาระเบีย ก็เพิ่งเกิดการเปลี่ยนถ่ายอานาจใหม่ในหมู่ ชนชั้นนา คือการขึ้นมาของกษัตริย์ซัลมาน แทนกษัตริย์อับดุลลาห์ที่เป็นสายกลางในเรื่องนี้มานาน ดังนั้น เตหะรานจึงยังต้องการเวลาประเมินท่าทีของผู้นาใหม่แห่งริยาดว่ามีความเต็มใจจะทาเรื่องยาก อย่างการเชื่อมสัมพันธ์กันใหม่อีกครั้งมากน้อยแค่ไหน
  18. 18. 15 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต การผงาดของเงินช่วยเหลือต่างประเทศจากตุรกี (The Rise of Turkish Foreign Aid) ถ้าพูดถึงบูรพาภิวัตน์ในตะวันออกกลางและยุโรป ตุรกีเป็นประเทศที่น่าจับตาที่สุดประเทศ หนึ่ง และกาลังทรงอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตุรกีเป็นตัวแบบของ “ตะวันออก” ที่กาลังกลับมายิ่งใหญ่ อีกครั้ง หลังสูญเสียดุลอานาจแก่ตะวันตกไปราวสองศตวรรษก่อน เช่นเดียวกับจีนในเอเชียตะวันออก เมื่อราวศตวรรษที่ 16-17 ตุรกีคืออาณาจักรออตโตมานอันยิ่งใหญ่ เสาหลักแห่งโลกมุสลิม ที่บรรดากษัตริย์ยุโรปต้องยาเกรง อานาจของออตโตมานมาเสื่อมลงไปก็ราวใน ศตวรรษที่ 19 หลังยุโรปขึ้นแซงหน้าด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรม และล่มสลายลงไปจริงๆหลัง สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่ร่ายประวัติศาสตร์มานี้ เพื่อปูพื้นให้เห็นความยิ่งใหญ่ในอดีตของประเทศตุรกี ซึ่งปัจจุบัน กาลังกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ในหลายๆด้าน แต่ที่จะพูดในที่นี้คือ ตุรกีกาลังสยายปีกอิทธิพลเป็น มหาอานาจอย่างน้อยในระดับภูมิภาคอีกครั้ง ผ่านบทบาทการเป็นผู้บริจาคเงินช่วยเหลือแก่ ต่างประเทศ (foreign aid) รายใหญ่รายใหม่ของโลก Gönül Tol ผู้อานวยการศูนย์ตุรกีศึกษา Middle East Institute สืบสาวเรื่องราวให้เห็นใน บทความเรื่อง The Rise of Turkish Foreign Aid ว่าอัตราการบริจาคเงินช่วยเหลือแก่ต่างชาติของตุรกี เพิ่มขึ้นมาก ภายหลังจากพรรค AKP พรรครัฐบาลในปัจจุบัน ก้าวขึ้นมามีอานาจในปี 2002 โดยที่ว่า เพิ่มนั้นเพิ่มขึ้นถึงกว่า 40 เท่า จากที่เคยบริจาคอยู่ที่ 67 ล้านเหรียญ มาเป็น 2.53 พันล้านเหรียญ ในช่วงสิบปีระหว่างปี 2003-2012 และมาถึง 3.3 พันล้านเหรียญในปี 2015 นี้ซึ่งคิดเป็นมูลค่าร้อยละ 1.5 ของงบประมาณแผ่นดินของตุรกี ทาให้ปัจจุบันตุรกีแซงหน้าประเทศอย่างสเปนหรือเบลเยียมไป แล้วในการเป็นผู้บริจาคเงินช่วยเหลือระหว่างประเทศ ส่วนเป้าหมายหรือประเทศผู้รับที่เงินของตุรกี ส่งไปถึงนั้น ส่วนมากคือประเทศมุสลิมต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และกลุ่ม ประเทศใต้ทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกา (Sub-Saharan Africa) องค์กรหลักที่รัฐบาลตุรกีใช้ ดาเนินการเรื่องนี้คือ TIKA (The Turkish Cooperation and Coordination Agency) ส่วนรูปแบบการ ช่วยเหลือก็มีหลากหลายเช่น ให้คาปรึกษา องค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ บริจาคเครื่องมืออุปกรณ์ และให้ งบประมาณในโครงการสร้างปัจจัยพื้นฐานแก่ประเทศเหล่านั้น นี่ถือเป็นยุทธวิธีในการเปลี่ยนแปลงทิศทางยุทธศาสตร์การต่างประเทศของตุรกีภายใต้การ บริหารของพรรค AKP ด้วยวิธีเพิ่มการให้เงินบริจาคระหว่างประเทศขึ้นมามากมายนี้ ถือเป็นการยก สถานะของตุรกีให้เป็นตัวแสดงระดับโลกใหม่ รื้อฟื้นสถานะมหาอานาจ อย่างน้อยก็ในระดับภูมิภาค ซึ่งเคยเป็นของอาณาจักรออตโตมันเมื่อหลายศตวรรษก่อน
  19. 19. 16 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต อย่างไรก็ตาม Gönül Tol ก็ให้ประเด็นวิพากษ์ในเรื่องนี้เอาไว้ข้อหนึ่งว่า การมอบเงิน ช่วยเหลือต่างประเทศของตุรกียุคนี้นั้นประสบความสาเร็จ แค่ในระดับที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างตุรกีกับประเทศผู้รับนั้นๆ ส่งเสริมภาพลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศของตุรกี แต่ยังไม่ ประสบความสาเร็จหากมองในแง่ความสาเร็จของโครงการเหล่านั้นที่ตุรกีให้เงินสนับสนุน กล่าวคือ มักเป็นโครงการระยะสั้น ที่ไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว หรือไม่ส่งเสริมการพัฒนาที่ เป็นประโยชน์กับกลุ่มคนด้อยโอกาสในสังคมผู้รับนั้นๆจริงๆ เช่น เด็ก สตรี หรือคนท้องถิ่นอย่าง แท้จริง โดยสรุป คือ จานวนเงินมหาศาลเหล่านี้ช่วยสร้างชื่อเสียงในลักษณะ soft power แก่ ตุรกีเองได้จริง แต่อาจไม่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและจริงจังกับประเทศผู้รับ ข้อต่อมาคือแม้ ในปัจจุบัน ประชาชนจานวนมากจะสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างบทบาท “มหาอานาจผู้ให้” แก่ประเทศตุรกี แต่สถานการณ์นี้มีแนวโน้มจะเปลี่ยนไป คานึงถึงสถานการณ์ทาง เศรษฐกิจของตุรกีที่ค่อนข้างเปราะบางในเวลานี้ อีกปัจจัยที่สาคัญคือเรื่องผู้อพยพโดยเฉพาะจากซีเรีย มากกว่าสองล้านที่ตุรกีแบกรับไว้ในค่ายตามชายแดน ซึ่งเริ่มสร้างความไม่พอใจแก่ชาวตุรกี ยิ่งใน สภาวะที่ประเทศต่างๆในยุโรปและกลุ่มประเทศอาหรับร่ารวยรอบอ่าวเปอร์เซียต่างพากัน “แบ่งรับแบ่ง สู้” สงวนท่าที หรือแม้แต่เพิกเฉยต่อคลื่นผู้อพยพเหล่านี้ เรื่องการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศของตุรกีนี้ อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสาหรับไทย แต่อัน ที่จริงนั้นไม่ใช่เพราะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราในระยะราวสิบปีที่ผ่านมานี้ ก็เป็นหนึ่งใน แหล่งที่รับทุนจากตุรกีในการพัฒนา อันที่จริงแล้ว ทุนตุรกีทั้งจากภาครัฐผ่านองค์กร TIKA และ เอกชน ถือเป็นทุนต่างชาติอันดับหนึ่งที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน ใต้โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่1 และเพิ่มอิทธิพลขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวคนในสามจังหวัด ชายแดนใต้และคนไทยที่จะต้องติดตาม เพราะไม่ว่าทุนตุรกีในบ้านเราจะเพิ่มหรือลดอิทธิพลลง ก็ต่างมี ผลกระทบต่อเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ———————————————— 1 อัชฮาร์ สารีมะเจ๊ะ. 2558. บทบาทตุรกีในประเทศไทย: มุมมองและข้อสังเกต. สถาบันคลังปัญญาด้าน ยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต.
  20. 20. 17 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เอกสารอ้างอิง Alex Vatanka. The Saudis and Iran’s Moderates. Middle East Institute. ออนไลน์: http://www.mei.edu/content/article/saudis-and-iran%E2%80%99s-moderates Gönül Tol. The Rise of Turkish Foreign Aid. Middle East Institute. ออนไลน์: http://www.mei.edu/content/article/rise-turkish-foreign-aid อัชฮาร์ สารีมะเจ๊ะ. 2558. บทบาทตุรกีในประเทศไทย: มุมมองและข้อสังเกต. สถาบันคลัง ปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต.
  21. 21. 18 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ ของ Think Thank ในภูมิภาคเอเชีย ASIA SOCIETY CHINA INSTITUTE OF INTERNATIONAL STUDIES เรียบเรียงโดย วีรวิชญ์ เอี่ยมแสง ผู้ช่วยนักวิจัย
  22. 22. 19 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ASIA SOCIETY ในรอบเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา สถาบัน Asia Society ได้นาเสนอความเคลื่อนไหว ระหว่างประเทศในประเด็นการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนกับสหรัฐอเมริกา : การเจราจาระหว่าง สี จิ้นผิง กับ บารัค โอบามา1 สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ ครั้งที่ 70 (UN General assembly ) ระหว่างวันที่ 22-25 กันยายน ณ ประเทศ สหรัฐอเมริกา การเดินทางไปยังสหรัฐฯของสี จิ้นผิง ในครั้งนี้เป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก โดยสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ (speech) ซึ่งเนื้อหาที่ผู้นาจีนกล่าวถึงครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจของจีน ความร่วมมือของจีนกับสหรัฐอเมริกา และด้านความมั่นคง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้กล่าวต่อที่ ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่า “จีนจะส่งทหาร 8,000 นายเข้าร่วมกองกาลังรักษา สันติภาพสหประชาชาติ” ทาให้เป็นที่ฮือฮากันในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศและนับเป็นความ เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของจีนในภารกิจรักษาสันติภาพของยูเอ็น นอกจากนี้ จีนยังจะ จัดสรรความช่วยเหลือทางทหารคิดเป็นมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ให้กับสหภาพแอฟริกา (AU) ในระยะ 5 ปีเพื่อสนับสนุนกาลังทหารและรับมือกับวิกฤตต่างๆ ในอนาคตอีกด้วย Kevin Rudd ประธานสถานบัน Asia Society Policy Institute (ASPI) ได้แสดงความคิดเห็น ต่อการกล่าวสุนทรพจน์ของ สี จิ้นผิง ว่า “การกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีขึ้นใน ขณะที่จีนพยายามแสดงบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลต่อการขยายแสนยานุภาพ ทางทหารของจีนและความขัดแย้งเรื่องเขตแดนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพราะฉะนั้นการเยือน สหรัฐฯในครั้งนี้จึงเป็นที่น่าสนใจมาก” นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ยังมีกาหนดการเข้าพบ บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Kevin Rudd ได้วิเคราะห์ถึงการพบปะระหว่างสี จิ้นผิง และบารัคโอบามาในครั้งนี้ว่า ไม่ใช่แค่การ กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเท่านั้น แต่จะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ต่อไปนี้ ———————————————— 1 Kevin Rudd. “The Obama-Xi Summit Could Be Difficult”. ที่มา http://asiasociety.org/blog/asia/kevin-rudd-obama-xi-summit -could-be-difficult
  23. 23. 20 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต  ประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ สหรัฐฯมีความกังวลต่อประเด็นนี้เป็นอย่างมากและ ต้องการให้ประเทศจีนหยุดดาเนินการในบริเวณดังกล่าว ประกอบกับให้พิจารณาถึง ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อภูมิภาคและยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้นกับประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ สหรัฐฯไม่สนับสนุนความพยายามในเข้าไปรุกรานในอาณาเขตทะเลจีนใต้ของทั้งสองฝ่าย  ประเด็นด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยี (cyber security) เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯกังวลว่ามี บุคคลและบริษัทในจีนเจาะระบบด้านเทคโนโลยีเข้ามาล้วงข้อมูลของภาคธุรกิจในสหรัฐฯ แม้ ทางการสหรัฐฯจะไม่ระบุชัดเจนว่ารัฐบาลจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ถือเป็นความ รับผิดชอบของรัฐบาลจีนที่ควบคุมดูแลไม่ให้เกิดการโจรกรรมข้อมูลบนโลกไซเบอร์  ประเด็นรัฐบาลจีนร่างกฎหมายควบคุมองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากาไร (NGO) ซึ่งร่าง กฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นความต้องการของประเทศจีนที่พยายามควบคุมการเข้ามาของ NGO ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรในประเทศสหรัฐฯ เนื่องจากทางรัฐบาลจีนกังวลว่า NGO เหล่านั้นจะกลายมาเป็นอานาจใหม่ (New powers) ที่จะเข้ามามีบทบาทในสังคมจีนิิ อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภาจึงต้องติดตามต่อไป  ประเด็นด้านเศรษฐกิจ การเดินทางไปเยือนสหรัฐฯของประธานาธิบดี สี จิ้นผิงในครั้งนี้หลาย ฝ่ายให้ความสนใจต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศจีนเป็นอย่างมาก นาย Kev- in Rudd ได้มีมุมมองต่อเศรษฐกิจจีนในอนาคตว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนมี การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตจีนจะมีนโยบาย ด้านการเงินและการควบคุมกิจกรรมทางการเงินที่มากขึ้นโดยเป็นผลมาจากการลงทุนของ เอกชนในระบบเศรษฐกิจ” ตลอดระยะเวลาการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯของ สี จิ้นผิง ได้เน้นย้าการร่วมมือทาง เศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ในรูปแบบต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์ ซึ่งผู้นาจีนได้ให้สัมภาษณ์ต่อ สื่อมวลชนว่า “การสานสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯไม่เพียงแค่ประชาชนทั้งสองประเทศที่จะได้ ประโยชน์ แต่ยังรวมถึงการร่วมสร้าง สันติสุข ความมั่นคง และการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสังคมโลกอีกด้วย”
  24. 24. 21 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต CHINA INSTITUTE OF INTERNATIONAL STUDIES ในรอบเดือนกันยายน พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา สถาบัน China Institute of International Studies ได้นาเสนอรายงานการวิเคราะห์เรื่องความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีนและประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ ความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียน (China-ASEAN Maritime Cooperation) สถาบัน China Institute of International Studies ได้เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง China -ASEAN Maritime Cooperation : Motivation and Prospect 2 โดย Cai Penghong นักวิจัยของ สถาบัน นาเสนอประเด็นความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียน ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่าง ภูมิภาคที่ริเริ่มโดย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียนดังกล่าวนั้น เป็นหนึ่งในความพยายามสร้าง “เส้นทางสายไหมใหม่ทางทะเลในศตวรรษที่ 21” (the Maritime Silk Road of the 21st century) ถือเป็นยุทธศาสตร์ยิ่งใหญ่ของรัฐบาลจีนในการขยายความร่วมมือ กับทุกประเทศในภูมิภาค ความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียนมีลักษณะเป็นยุทธศาสตร์ที่เกิดจากการร่วมมือหลาย ฝ่าย (multilateral cooperation) ทั้งด้านเศรษฐกิจทางทะเล การป้องกันสิ่งแวดล้อม และการจัดการ ภัยพิบัติ โดยทางรัฐบาลจีนมีความเชื่อว่าอาเซียนเป็นภูมิภาคที่สาคัญในบริบทสังคม การเมือง และ เศรษฐกิจของโลก ความร่วมมือระหว่างจีนกับอาเซียนจึงเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาของภูมิภาค แรงจูงใจที่ทาให้เกิดความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียน Cai Penghong ได้วิเคราะห์ถึงแรงจูงใจที่ทาให้เกิดการร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียน โดยใช้กรอบการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งประกอบด้วย  แรงจูงใจด้านการขยายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยที่ประเทศจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด และเป็นประเทศที่ลงทุนมากเป็นอันดับที่ 3 ของภูมิภาคอาเซียน ในปี 2013 ยอดมูลค่าการ ลงทุนระหว่างสองฝ่าย (จีน-อาเซียน) เป็นจานวนเงินสูงถึง 443,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เงิน ลงทุนรวมแล้วเป็น 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯจีนและอาเซียนมีประชากรที่ติดต่อไปมาหาสู่กัน ———————————————— 2 Cai Penghong. “China-ASEAN Maritime Cooperation: Motivation and Prospects” ที่ ม า : http://www.ciis.org.cn/ english/2015-09/25/content_8265850.htm
  25. 25. 22 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต จานวน 18 ล้านคน ดังนั้นเศรษฐกิจจึงเป็นส่วนที่สาคัญของการพัฒนาความร่วมมือทางทะเล ระหว่างจีนกับภูมิภาคอาเซียน  การสร้างความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีนและอาเซียนเป็นหนึ่งในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ เส้นทางสายไหมใหม่ทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นถึง ความสาคัญในการสร้างการเชื่อมต่อภูมิภาคทางทะเล (Maritime Connectivity) ซึ่งมีกลไกการ ขับเคลื่อนในด้านสถาบันเพื่อสร้างรูปแบบการร่วมมือผ่านการประชุมความร่วมมือทางทะเลของ อาเซียน (Asean Maritime Forum)  จุดแข็งของการร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียน คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ประกอบด้วย การสร้างระบบการคมนาคม ทั้งการเชื่อมต่อเส้นทางถนนและ เส้นทางรถไฟระหว่างเกาะในทะเลกับพื้นที่ในประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเพื่อ เชื่อมต่อการขนส่งมวลชนระหว่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลจีนได้จัดตั้ง “กองทุนความ ร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียน” (China-ASEAN Maritime Cooperation Fund) มูลค่า 3,000 ล้านหยวน เพื่อสนับสนุนโครงการความร่วมมือด้านกิจการทางทะเลระหว่างจีนกับ อาเซียน  ความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีนและอาเซียนได้สนับสนุนโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ (new industrialization) ได้แก่ การสร้างท่าเรือในประเทศจีนและบางประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยในปลายปี พ.ศ. 2557 ท่าเรือชินโจวได้เปิดเส้นทางการเดินเรือสู่ท่าเรือสาคัญในประเทศ สมาชิกอาเซียน และเริ่มจัดตั้งศูนย์ข้อมูลโลจิสติกส์ท่าเรือจีน-อาเซียน (China-ASEAN Port Logistics Information Center) เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับภูมิภาค อาเซียน ความท้าทายของความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียน  ด้านปัจจัยทางการเมืองและด้านความมั่นคง ประเทศในภูมิภาคอาเซียนมีความกังวลต่อการ แทรกแซงอานาจจากภายนอกภูมิภาค รวมถึงประเด็นด้านการทหาร (military) ระหว่างประเทศ จีนและประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเกิดกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ อาจนามาสู่อุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น ในการร่วมมือทางทะเลระหว่างจีน-อาเซียน  ปัญหาการกาหนดระดับของการมีส่วนร่วม (Level of Cooperation) ปัญหานี้เกิดมาตั้งแต่ริเริ่ม จัดทาข้อเสนอความร่วมมือทางทะเลของจีนและอาเซียนซึ่งเป็นผลมาจากการกาหนดโครงสร้าง ของการร่วมมือทางทะเลและการที่จีนต้องการผลักดันให้บางประเทศมีสิทธิเศษเหนือประเทศ อื่นๆ โดยสถานการณ์ดังกล่าวนั้นยังเป็นข้อถกเถียงต่อไป
  26. 26. 23 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ Cai Penghong ได้เห็นถึงความกังวลของแต่ละประเทศใน ภูมิภาคอาเซียนต่อความร่วมมือระหว่างจีน-อาเซียนดูเหมือนว่าจะหลีกเหลี่ยงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทางทะเล (maritime geopolitical) เพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกี่ยวกับเรื่องอาณาเขตทาง ทะเลของแต่ละประเทศในภูมิภาค นอกจากนี้ ทางรัฐบาลจีนได้ให้ข้อเสนอที่จะเพิ่มการลงทุนในประเทศกาลังพัฒนาของอาเซียน เพื่อกระชับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับประเทศตามลุ่มแม่น้าโขง โดยที่ Li Keqiang นายกรัฐมนตรีจีนได้กล่าวว่า “การร่วมมือทางทะเลระหว่างจีนและอาเซียนควรจะเป็นส่วนหนึ่งของ กรอบพัฒนาภูมิภาคเพื่อสร้างคุณูปการและปฏิบัติภารกิจพัฒนาอย่างสันติของเอเชียตลอดจนเอเชีย แปซิฟิก”
  27. 27. 24 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เอกสารอ้างอิง Kevin Rudd. “The Obama-Xi Summit Could Be Difficult”. ที่มา http://asiasociety.org/blog/asia/ kevin-rudd-obama-xi-summit-could-be-difficult Cai Penghong. “China-ASEAN Maritime Cooperation: Motivation and Prospects” ที่มา : http://www.ciis.org.cn/english/2015-09/25/content_8265850.htm
  28. 28. 25 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเด็นระหว่างประเทศที่น่าสนใจ ของ Think Tank ในประเทศไทย  สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ (KLANGPANYA INSTITUTE FOR NATIONAL DEVELOPMENT STRATEGIES) เรียบเรียงโดย ปาณัท ทองพ่วง ผู้ช่วยนักวิจัย
  29. 29. 26 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ (KLANGPANYA INSTITUTE FOR NATIONAL DEVELOP- MENT STRATEGIES) ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติได้จัด กิจกรรมต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ เวที Think Tank ครั้งที่ 9 : 1 ปีสปช. กับแง่คิดที่ได้และข้อเสนอที่มีต่อสังคม สถาบันคลังปัญญาฯ โดย ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ได้จัดกิจกรรมเวที Think Tank ครั้งที่ 9 เรื่อง 1 ปีสปช. กับแง่คิดที่ได้และข้อเสนอที่มีต่อสังคม เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2558 ณ ห้องวิมานทิพย์ โรงแรมรอยัลปริ้นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติ จาก ศ.นพ. ประเวศ วะสี เป็นประธาน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ในที่นี้รวมถึง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติหลายท่าน เข้าร่วมเวทีระดมสมองในครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันแสวงหาจุดแข็งและจุดอ่อนของการทางานปฏิรูปประเทศไทยตลอด ระยะเวลาหนึ่งที่ผ่านมาในเวทีของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จุดแข็ง นั้นได้แก่ การที่สปช. เป็น เวทีที่รวบรวมเอาคนทางานปฏิรูปประเทศไทยในสาขาต่างๆที่มีต้นทุนทางสังคมสูง กล่าวคือมี เครือข่ายและประสบการณ์รวมทั้งเป็นที่รู้จักในสังคมในสาขาของตน มามีปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยน ความเห็น ก่อตัวเป็นเครือข่ายนักปฏิรูปประเทศที่กว้างขวาง แต่ประเด็นที่ที่ประชุมอภิปรายกันอย่างกว้างขวางกว่าคือ จุดอ่อน ที่เวทีสปช. กลายมา เป็นอุปสรรคของการปฏิรูปเสียเอง ด้วยเหตุผลเดียวกับการปฏิรูปที่มีรัฐเป็นผู้ผลักดันหลักมาทุก ยุคทุกสมัยในสังคมไทย คือเป็นการปฏิรูปมีทิศทางจากบนลงล่าง (Top-down) ภาคประชาสังคม และคนท้องถิ่นไม่มีอานาจหรือบทบาทอย่างจริงจังในกระบวนการนี้ ในการนี้ที่ประชุมจึงเห็นร่วมกันว่า การทางานปฏิรูปประเทศไทยต่อจากนี้จะต้องทาแบบ ใหม่ โดยผู้นาการเปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นภาคพลเมืองมิใช่รัฐ ภาคพลเมืองและท้องถิ่นทั่วประเทศ จะต้องมีอานาจที่จะสะท้อนปัญหาของตนที่มีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่เพื่อนาไปสู่การออกแบบ ยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศในระยะยาวที่มีลักษณะบูรณาการ แต่ไม่รวมศูนย์ สอดคล้องกันใน ภาพรวมแต่เปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่ได้พัฒนาตนเองตามความถนัดและศักยภาพ (area-based reform)
  30. 30. 27 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ท้ายสุดที่ประชุมเห็นว่าเป้าหมายเชิงปฏิบัติที่จะเอื้อให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง และเป็นไป ในทิศทางที่ถูกต้องก็คือ การที่ประเทศไทยต้องมี ร่างยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวอย่างน้อย 20-50 ปี เป็นกรอบที่จะบรรจุการปฏิรูปด้านต่างๆเอาไว้ เพื่อสร้างประเทศไทยในอนาคตอย่างที่ “เรา” คือ“พลเมือง” ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันในการออกแบบเสียที

×