Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
ถอดความและเรียบเรียงจากเวทีวิชาการเรื่อง การเมืองและการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ วิทยากรโดย ศาสตราจารย์ ดร. Dong
Xiangrong ...
2
ประธานสถาบันคลังปัญญาฯ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
บรรณาธิการ: น.ส.ยุวดี คาดการณ์ไกล
ผู้บรรยาย : ศาสตราจารย์ ดร.Dong Xian...
ความแตกแยกและเอกภาพของคาบสมุทรเกาหลี
จากมุมมองทางประวัติศาสตร์
สถานการณ์ในปัจจุบันที่มีความขัดแย้งแตกแยกบนคาบสมุทรเกาหลีนั...
ภาพที่ 1 Rhee Syngman (리승만) ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้
ภาพที่ 2 Kim II Sung ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีเหนือ (김일성)
แม้ภา...
ปัจจุบัน เพราะการยุติสงครามเกาหลีในปี 1953 นั้น แท้จริงเป็นเพียงการยุติด้วยข้อตกลงหยุดยิง
เท่านั้น ดังนั้น แม้การสู้รบจะหย...
สาหรับนโยบายของเกาหลีใต้ต่อเกาหลีเหนือ ในยุคแรกๆ ตั้งแต่สมัยของประธานาธิบดี Rhee
Syngman เกาหลีใต้ใช้นโยบายทางทหารเพื่อให้...
ดังนั้น ในความเป็นจริง การมองปัญหาคาบสมุทรเกาหลีจึงต้องใช้มุมมองทางประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาก็ยังคงใช้กรอบทฤ...
เกาหลีเหนือนั้นยังต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นปกติกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และ
เกาหลีใต้ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จีน...
ความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ ซึ่ง ณ เวลานั้น คิม อิล ซุง ก็ไม่เห็นด้วย แต่จีนก็คิดว่าต้องสร้าง
ความสัมพันธ์ทางการทูตก...
ทุนนิยม แต่หลังจากจีนได้ปฏิรูปประเทศแล้ว ในขณะนี้จีนก็มองว่าตัวเองค่อนข้างได้เข้าเป็นส่วนหนึ่ง
ของประชาคมโลกแล้ว อย่างไรก็...
เกาหลีเหนือ จนผู้คนล้มตายไปเป็นจานวนมาก กับในช่วงปี 2012 ที่คิม จอง อิล ผู้นาคนก่อนป่วยใกล้
เสียชีวิต สหรัฐอเมริกาและเกาหล...
ปัญหาเกาหลีไม่ว่าสามฝ่าย สี่ฝ่าย หรือหกฝ่ายนั้นมีผลน้อย และทุกวันนี้จีนเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับ
ผลกระทบทางลบจากปัญหาบนคา...
คนมาเช้ากลับเย็น หรือมาอยู่ครึ่งปีแล้วค่อยกลับ ตอนนี้จีนยังอนุญาตอยู่ใช่ไหม
ตอบ : คนเกาหลีเหนือออกมาทางานต่างประเทศ โดยประ...
ก็เพื่ออยากจะได้ความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของผู้นา สิ่งที่จีนทาได้ คือ จีนพยายามที่
จะเรียกร้องให้ทางสหรัฐ เกาหลีใต...
ผศ.ดร.วรารัก เฉลิมพันธุศักดิ์
ถาม : ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด จีนมีการเดินก้าวที่ช้า หรือการเปิ ดช่องโหว่ให้สหรัฐได้
ผลประโย...
ปัญหาของการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และป้ องกันไม่ให้เกิดสงครามได้อย่างไร
และจะหาวิธีการกาจัดอาวุธนิวเคลียร์ที่อย...
ตอบ : ข่าวที่อาจารย์จานงพูดถึง มันเป็นข่าวที่มาจาก Global Times ซึ่งไม่ใช่หนังสือพิมพ์ทางการของ
จีน เป็นหนังสือพิมพ์ที่เชิ...
นักศึกษาและนักวิชาการของไทย ทาความเข้าใจจีนโดยผ่านช่องทาง Global Times ทาให้จีน
มองว่า ช่องทางที่จะสื่อสารกับต่างประเทศ จี...
หรือตะวันตกมาหลายสิบปี ตอนนี้โลกเริ่มเปลี่ยน ตอนนี้คนเริ่มทาความเข้าใจกับโลกใหม่ๆ
สถานการณ์ใหม่ๆ และบังเอิญตอนนี้มีทรัมป์ข...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

การเมืองและการต่างประเทศเกาหลีเหนือ : มุมมองนักวิชาการจีน

271 views

Published on

ศ.ดร. Dong Xiangrong
ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐศาสตร์ ประจำสำนักยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ สถาบันสังคมศาสตร์แห่งประเทศจีน

Published in: Government & Nonprofit
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

การเมืองและการต่างประเทศเกาหลีเหนือ : มุมมองนักวิชาการจีน

  1. 1. ถอดความและเรียบเรียงจากเวทีวิชาการเรื่อง การเมืองและการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ วิทยากรโดย ศาสตราจารย์ ดร. Dong Xiangrong ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีศึกษา ผู้อานวยการฝ่ายรัฐศาสตร์ สานักยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ สถาบันสังคมศาสตร์แห่งประเทศ จีน (Chinese Academy of Social Sciences - CASS) สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 1 เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 3/2560 ศ.ดร.Dong Xiangrong ผู้อานวยการฝ่ายรัฐศาสตร์ประจาสานักยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ สถาบันสังคมศาสตร์แห่งประเทศจีน การเมืองและการต่างประเทศเกาหลีเหนือ : มุมมองนักวิชาการจีน
  2. 2. 2 ประธานสถาบันคลังปัญญาฯ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: น.ส.ยุวดี คาดการณ์ไกล ผู้บรรยาย : ศาสตราจารย์ ดร.Dong Xiangrong ถอดความและเรียบเรียง : นายปาณัท ทองพ่วง และ น.ส.ปลายฟ้า บุนนาค จัดรูปเล่ม : นางสาวปลายฟ้า บุนนาค ปีที่พิมพ์: ตุลาคม 2560 สานักพิมพ์: มูลนิธิสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ ภาพปก : https://i.ndtvimg.com/mt/2014-10/KimJongUnAFP_360x270_1.jpg เพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 2 เพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com
  3. 3. ความแตกแยกและเอกภาพของคาบสมุทรเกาหลี จากมุมมองทางประวัติศาสตร์ สถานการณ์ในปัจจุบันที่มีความขัดแย้งแตกแยกบนคาบสมุทรเกาหลีนั้น ความจริงแล้วต้นเหตุ เกิดจากทั้งสองฝ่ายคู่ขัดแย้งต่างต้องการรวมเกาหลีให้เป็นเอกภาพ แต่ต่างกันในวิธีการ ก่อนหน้านี้ไม่มี “ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี” ปัญหาคาบสมุทรเกาหลีเริ่มมานับตั้งแต่สมัยที่คาบสมุทรเกาหลีตกเป็นเมืองขึ้น ของญี่ปุ่น ระหว่างปี 1910-1945 ในช่วงระหว่างนั้น คนเกาหลียังไม่มีความสามารถที่จะต่อสู้กับญี่ปุ่นเพื่อ กู้เอกราชของประเทศได้เอง ในช่วงเวลานั้นมีกาลังสามฝ่ายจากจีนที่ขับเคลื่อนเกี่ยวกับกิจการของเกาหลี ได้แก่ กาลังฝ่ายพรรคก๊กมินตั๋ง ฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์จีน และฝ่ายสหพรรคจากภาคอีสานของจีน (ที่อยู่ ติดกับคาบสมุทรเกาหลี) กาลังทั้งสามฝ่ายนี้ปฏิบัติการจากแผ่นดินจีน ในปี 1943 ในแถลงการณ์ไคไร (Cairo Declaration) 3 มหาอานาจ คือ จีน สหรัฐอเมริกา และโซ เวียตได้ประชุมกันและวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ของเกาหลีว่าไม่มีพลังอานาจของชนชาติเกาหลีเอง พอที่จะบริหารประเทศเองได้ 3 ชาติจึงตกลงกันว่าจะเข้ามาช่วยบริหารเกาหลีก่อนในระยะเวลาหนึ่ง เพราะฉะนั้น กล่าวได้ว่า ในเวลาที่เกาหลีเรียกร้องเอกราช ในความเป็นจริงแล้วไม่มีศักยภาพที่จะทาเอง ได้ ชะตากรรมของเกาหลีไม่ได้อยู่ในมือของคนเกาหลีเอง ต่อมาในปี 1945 ในการประชุมที่ยัลตา สหรัฐอเมริกาและโซเวียตได้เสนอตัวเข้ามาจัดการปัญหา เกาหลี โดยสหรัฐและโซเวียตตกลงกันว่าจะร่วมกันบริหารคาบสมุทรเกาหลีด้วยกาลังของอเมริกาและโซ เวียตเป็นเวลา 20-30 ปี แต่ในความเป็นจริง อเมริกาอยู่บริหารเกาหลีใต้และโซเวียตอยู่บริหารเกาหลี เหนือเพียง 3 ปี จะว่าไปแล้ว ในช่วงต้นของการแยกประเทศเกาหลีเป็นฝ่ายเหนือและใต้นั้น มีโอกาสที่จะรวมเป็น เอกภาพได้อยู่ แต่น่าเสียดายว่าในช่วงเวลานั้น ไม่มีอานาจทั้งทางกาลังทหารและกาลังการเมืองบน คาบสมุทรเกาหลีที่เข้มแข็งพอที่จะทาให้รวมกันได้ ทาให้ทั้งสองฝ่ายต่อสู้ขัดแย้งจนไม่สามารถที่จะมา ร่วมกันได้ ประธานาธิบดี Rhee Syngman (1875-1965) ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ จบการศึกษา ระดับปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยพรินซตัน สหรัฐอเมริกา ส่วนคิม อิล ซุง (1912-1994) ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีเหนือ ขึ้นเป็นผู้นาในปี 1945 เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ขณะมีอายุได้เพียง 33 ปีเท่านั้น เช่นเดียวกับ คิม จอง อึน (Kim Jong Un) ซึ่งเกิดปี 1982 ก็ขึ้นมาเป็นผู้นาประเทศในอายุ ไล่เลี่ยกัน ดังนั้น เกาหลีเหนือจึงไม่ขาดคนหนุ่มมาเป็นผู้นาประเทศ และคิม จอง อึนก็ไว้ทรงผมและแต่ง กายคล้ายปู่ของเขา คล้ายกับเป็นธรรมเนียมของผู้นาเกาหลีเหนือ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 3
  4. 4. ภาพที่ 1 Rhee Syngman (리승만) ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ ภาพที่ 2 Kim II Sung ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีเหนือ (김일성) แม้ภายหลังการสถาปนาประเทศเกาหลีเหนือและใต้ขึ้นมาแล้ว ความฝันหรือเป้าหมายในการ รวมเกาหลีเป็นหนึ่งเดียวก็ยังคงอยู่ตลอดมาบนคาบสมุทรเกาหลี แต่ด้วยการปะทะทั้งทางวาจาและ ทางทหาร และด้วยวิธีการที่ต่างกันในการไปสู่เป้าหมายคือเอกภาพเกาหลี รวมทั้งความขัดแย้งว่าจะใช้ ฝ่ายใดมารวมประเทศ การรวมชาติเกาหลีจึงยังไม่สาเร็จ เมื่อหันมาดูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ในปัจจุบัน จะพบว่ามี ความพิเศษ เพราะอานาจบังคับบัญชาทางการทหารยังคงอยู่ในมือของสหรัฐอเมริกาในกรณีที่เกิด สงคราม ซึ่งเป็นสิ่งที่โดดเด่นในความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้ แม้โดยทั่วไปจะเห็นว่าคาบสมุทรเกาหลีมีสันติภาพมาเป็นเวลากว่า 60 ปีแล้ว นับตั้งแต่จบ สงครามเกาหลีในปี 1953 แต่ในความเป็นจริง คาบสมุทรเกาหลียังคงอยู่ในภาวะสงครามมาจนถึง 4 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 4
  5. 5. ปัจจุบัน เพราะการยุติสงครามเกาหลีในปี 1953 นั้น แท้จริงเป็นเพียงการยุติด้วยข้อตกลงหยุดยิง เท่านั้น ดังนั้น แม้การสู้รบจะหยุดลง แต่ในสายตาคนเกาหลีเหนือและใต้คาบสมุทรเกาหลียังอยู่ใน สภาวะสงคราม เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่สหรัฐอเมริกากับเกาหลีใต้ร่วมกันฝึกซ้อมรบ จึงนามาสู่ความตึง เครียดบนคาบสมุทรเกาหลีทันที รัฐบาลจีนในเวลานี้ แนะนาให้ทั้งสหรัฐอเมริกากับเกาหลีใต้หยุดการ ซ้อมรบทางทหาร และเกาหลีเหนือหยุดทดลองอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายหันมาใช้สันติวิธี แก้ปัญหา และจีนเสนอให้ใช้ 2 tracks ในการแก้ปัญหา ภาพที่ 3 ป้ายแสดงจานวนวันนับจากวันหยุดยิงบนคาบสมุทรเกาหลีในปี 1953 จนถึงปัจจุบัน ภาพนี้ ถ่ายในปี 2009 จากฝั่งเกาหลีใต้ นับจากวันหยุดยิงถึงเวลานั้นเป็นจานวน 20,389 วัน (อักษร จีน 4 คาบรรทัดล่างแปลว่า “จงเตรียมพร้อมอยู่เสมอ”) ที่ผ่านมามีความพยายามทั้งการใช้กาลังทหารและการทูตในการให้ได้มาซึ่งเอกภาพเกาหลี ความจริงในช่วงสงครามเกาหลี (1950-53) นั้นกาลังทหารของเกาหลีเหนือมีจานวนมากกว่าเกาหลีใต้ เพราะฐานอุตสาหกรรมอยู่ทางเหนือเป็นหลัก ประกอบกับมีกาลังทหารหลายกองพลจากจีนกลับมา ช่วยเสริม แต่หลังจากนั้น เมื่อเกาหลีใต้พัฒนาทางเศรษฐกิจ ดุลอานาจบนคาบสมุทรจึงเอนมาทาง เกาหลีใต้ 5สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 5
  6. 6. สาหรับนโยบายของเกาหลีใต้ต่อเกาหลีเหนือ ในยุคแรกๆ ตั้งแต่สมัยของประธานาธิบดี Rhee Syngman เกาหลีใต้ใช้นโยบายทางทหารเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกภาพบนคาบสมุทรเกาหลี แต่ภายหลัง สงครามเกาหลีหยุดลง ในภาพรวมเกาหลีใต้จะใช้วิธีการแบบสันติในการให้ได้มาซึ่งเอกภาพ โดยจะ แบ่งเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยม ฝ่ายเสรีนิยม เช่น ประธานาธิบดีคิม แต จุง (Kim Dae-jung) โน มู เฮียน (Roh Moo-hyun) และประธานาธิบดีคนปัจจุบัน มูน แจ อิน (Moon Jae-in) จะมี แนวนโยบายที่ใช้วิธีที่อ่อนกว่าในการรวมเกาหลี ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม เช่น ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ (Park Geun-hye) เป็นต้น จะสนับสนุนการใช้กาลังทหารและมีนโยบายที่แข็งกร้าวกว่าในการให้ ได้มาซึ่งเอกภาพของเกาหลี เหตุใดเกาหลีเหนือจึงทดลองอาวุธนิวเคลียร์ หากเปรียบเทียบกาลังทางเศรษฐกิจของสองเกาหลีในปัจจุบัน ประชากรของเกาหลีใต้เป็น สองเท่าของเกาหลีเหนือ มีมูลค่า GDP รวมเป็น 45 เท่าของเกาหลีเหนือ และหากคิดเป็น GDP เฉลี่ยต่อคนจะเป็น 22 เท่าของเกาหลีเหนือ ดังนั้น ในทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เกาหลีเหนือจึงเป็นรอง เกาหลีใต้ ส่วนในด้านกาลังทหาร ปัจจุบันเกาหลีเหนือมีทหารประจาการทั้งหมด 1 ล้าน 2 แสนนาย ขณะที่เกาหลีใต้มีประมาณครึ่งหนึ่งของเกาหลีเหนือคือ 6 แสนนาย กับทหารอเมริกันอีกราว 28,000 นายที่ประจาการอยู่ในเกาหลีใต้ ถ้าดูจากจานวน เกาหลีเหนือจึงได้เปรียบเกาหลีใต้ แต่หากพิจารณา เรื่องกาลังอาวุธและเทคโนโลยีต่างๆ แน่นอนว่าเกาหลีใต้เหนือกว่าเกาหลีเหนือ เพราะฉะนั้น เกาหลีเหนือจึงเสียเปรียบเกาหลีใต้ทั้งในทางกาลังเศรษฐกิจและกาลังทหาร ดังนั้น ในการถ่วงดุลอานาจบนคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีเหนือจึงหันไปหาวิธีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อเป็น “ทางลัด” ในการต่อรองอานาจบนคาบสมุทร จนถึงปัจจุบัน เกาหลีเหนือได้ทาการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์มาแล้ว 7 ครั้ง (2006, 2009, 2013 (2 ครั้ง), 2016 (2 ครั้ง) และ 2017) ทุกครั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จะมีมติออกมาคัดค้าน แต่ก็ไม่มีความหมายเท่าไรนักต่อเกาหลีเหนือ การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์จึงเป็นวิธีเดียวสาหรับประเทศเกาหลีเหนือที่จะประกันความมั่นคง ของชาติและความอยู่รอดของระบอบการเมือง ยิ่งมีการกดดันด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจจาก นานาชาติ ยิ่งกระตุ้นให้เกาหลีเหนือเร่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ 6สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 6
  7. 7. ดังนั้น ในความเป็นจริง การมองปัญหาคาบสมุทรเกาหลีจึงต้องใช้มุมมองทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาก็ยังคงใช้กรอบทฤษฎีแบบสัจนิยม (Realism) มามอง อันนาไปสู่การ กาหนดนโยบายที่นาไปสู่ Security Dilemma กล่าวคือเมื่อประเทศหนึ่งรู้สึกไม่มั่นคง แล้วใช้วิธีการเพิ่ม กาลังหรือเสริมความแข็งแกร่งหรือยั่วยุทางทหารโดยเปรียบเทียบต่ออีกฝ่าย เพื่อให้ตัวเองรู้สึกมั่นคง ขึ้น โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็จะไปคุกคามความมั่นคงของประเทศอีกฝ่าย ซึ่งในทานองเดียวกัน ก็จะเพิ่มกาลัง ทหาร/เสริมความแข็งแกร่ง/ยั่วยุทางทหารเพื่อตอบโต้เช่นกัน ทาให้บรรยากาศความมั่นคงโดยรวมที่ คาดว่าจะดีขึ้นกลับเท่าเดิมหรือแย่ลง ฉะนั้น หากยังคงใช้กรอบทฤษฎีหรือมุมมองเช่นนี้มาวิเคราะห์ หรือพยายามแก้ไขปัญหาคาบสมุทรเกาหลีก็คงยากที่จะทาให้สถานการณ์ดีขึ้น มีแต่จะทาให้แย่ลง ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเกาหลีใต้จะไม่ได้มีพฤติกรรมยั่วยุด้วยวาจาแบบเกาหลีเหนือ แต่ก็ได้กระทา การหลายอย่างที่ทาให้สถานการณ์ตึงเครียดเช่นกัน ไม่ว่าการตั้งกลไกคณะทางานขึ้นมาเพื่อรวมชาติ เกาหลี หรือการวาดแผนที่ของเกาหลีใต้ที่รวมเกาหลีเหนือเข้าไปด้วย แปลว่าอย่างน้อยในทางนิตินัย เกาหลีใต้ไม่ยอมรับว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศ และไม่ยอมรับว่าปัญหาคาบสมุทรเกาหลีเป็นเรื่อง ระหว่างประเทศ แต่เป็นความขัดแย้ง “ภายใน” ประเทศ เพราะฉะนั้น การใช้มุมมองแบบ Realism หรือใช้ไม้แข็งในการแก้ปัญหาเกาหลีจึงยิ่งเพิ่ม ความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัยให้แก่ทั้งสองฝ่ายที่ขัดแย้งกัน และไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกาหลีได้ ยิ่งใน ยุคที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี ก็ยิ่งทาให้เกาหลีเหนือวิตกกังวล เพราะก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกาก็ได้ใช้ กาลังไปโจมตีถล่มตะวันออกกลางมาแล้ว เกาหลีเหนือเห็นดังนั้นจึงยิ่งต้องรีบหาเครื่องมือที่จะประกัน ความอยู่รอดของตนไว้ บทบาทของจีนในปัญหาคาบสมุทรเกาหลี แม้สื่อต่างๆ ในโลกซึ่งเอนเอียงไปทางฝ่ายตะวันตกมักจะกล่าวในทานองว่าจีนแสดงบทบาทไม่ เพียงพอในการแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี หากแต่รัฐบาลจีนมิได้มองเช่นนั้น ในการวิเคราะห์ว่าแท้จริง นั้นเกาหลีเหนือต้องการอะไร รัฐบาลจีนมองว่าเกาหลีเหนือมีความต้องการพื้นฐานสามประการ คือ 1. ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ 2. ความมั่นคงปลอดภัยของระบอบการเมืองที่ปกครองเกาหลีเหนือ อยู่ และ 3. ความปลอดภัยของผู้นาเกาหลีเหนือ ซึ่งประเทศจีนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะให้หรือประกัน ความมั่นคงปลอดภัยทั้งสามประการแก่เกาหลีเหนือได้ จีนมองว่า แท้จริงแล้ว ผู้ที่จะ “ให้” หรือ ประกันความมั่นคงปลอดภัยขั้นพื้นฐานทั้งสามข้อแก่ เกาหลีเหนือได้ดีที่สุดก็คือ สหรัฐอเมริกา แต่สหรัฐอเมริกาไม่ได้ทาเช่นนั้น 7สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  8. 8. เกาหลีเหนือนั้นยังต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นปกติกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จีนเห็นว่าไม่ได้อยู่ในมือของประเทศจีน แต่อยู่ในมือของสหรัฐอเมริกา เพราะในช่วงแรกที่เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์นั้น ก็เพื่อเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกามาพูดคุยด้วย ในการสร้างสันติภาพระหว่างสองประเทศ และให้มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานั้น สหรัฐอเมริกาประเมินว่าผู้นาและระบอบการเมืองของเกาหลีเหนือกาลังจะล้มลง และ ไม่ได้พยายามที่จะเข้าหาเจรจากับเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง จึงนามาสู่การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีก หลายครั้งในเวลาต่อมาของเกาหลีเหนือ จีนจึงสรุปว่า กุญแจในการแก้ไขปัญหาคาบสมุทรเกาหลีอยู่ในมือของสหรัฐอเมริกา ไม่ได้อยู่ใน มือของประเทศจีน และประเทศจีนมีบทบาทในเรื่องนี้ได้น้อย อีกเหตุผลสาคัญหนึ่งที่ทาให้จีนมองว่าตนมีบทบาทในเรื่องนี้ได้จากัด เพราะความสัมพันธ์ ระหว่างเกาหลีเหนือและจีนเองก็ไม่ได้ดีอย่างที่เคยเป็นมา และทัศนคติของทั้งสองประเทศก็แตกต่างกัน ในเรื่องสาคัญบางประการ ส่งผลให้ยากต่อการพูดคุยกัน สืบเนื่องตั้งแต่ในปี 1991 ที่ทั้งเกาหลีเหนือและใต้เข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งจีนมองว่า ทั้งสองประเทศเป็นประเทศเอกราช จึงได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีทั้งสองในปี 1992 ซึ่งจีนมองว่าในเมื่อเวลานั้น ประชาคมโลกได้รับสองประเทศนี้เข้ามาแล้ว ด้วยการรับทั้งสองเข้าเป็น สมาชิกสหประชาชาติ และก่อนหน้านี้จีนเองก็มีความสัมพันธ์ทางการค้า วัฒนธรรม และการไปมาหาสู่ กันของประชาชนกับเกาหลีใต้มาโดยตลอด จึงเป็นเรื่องปกติที่จะถึงเวลาที่จีนจะสถาปนาความสัมพันธ์ ทางการทูตกับเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือไม่ได้มองเช่นนี้ แต่มองว่าการที่รัฐบาลจีนไป สถาปนาความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้เป็นการ “หักหลัง” ความสัมพันธ์กับตน ซึ่งมีมานับตั้งแต่ยุคโซเวียต แล้ว ในกรณีอาจจะอธิบายได้ด้วยหลักทางจิตวิทยาที่เรียกว่า False consensus effect หรือผลจาก การคิดว่าผู้อื่นเห็นด้วยกับเรา มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งทาให้พฤติกรรมหรือทัศนคติของเราเกินความ จริง ดังที่รัฐบาลจีนมองว่าการสถาปนาความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้เป็นเรื่องปกติ แต่เกาหลีเหนือกลับ มองว่าเป็นการหักหลังอย่างร้ายแรง ในปี 1992 ประธานาธิบดีหยาง ซ่างคุน (Yang Shangkun) ไปร่วมงานฉลองวันเกิดปีที่ 80 ของประธานาธิบดีคิม อิล ซุงของเกาหลีเหนือ พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ให้ประธานาธิบดีหยาง ซ่างคุน แจ้งทางเกาหลีเหนือว่า จีนวิเคราะห์สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว คิดว่าจะสถาปนา 8สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  9. 9. ความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ ซึ่ง ณ เวลานั้น คิม อิล ซุง ก็ไม่เห็นด้วย แต่จีนก็คิดว่าต้องสร้าง ความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ ซึ่งเกาหลีเหนือมองว่าเป็นการหักหลังระบบสังคมนิยมอย่าง ร้ายแรง และเป็นการกระทาที่จีนต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม แม้เกาหลีเหนือจะมองเช่นนั้น ทุกวันนี้จีนก็ยังคงดาเนินการช่วยเหลือเกาหลี เหนือตามข้อตกลงร่วมกันที่มีอยู่ ซึ่งนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจีน เช่น ศาสตราจารย์ Yan Xuetong แห่งมหาวิทยาลัย Tsinghua ได้วิเคราะห์ว่า ความคิดกระแสหลักของจีน มองว่า ปัจจุบันจีนช่วยป้องกันเกาหลีเหนืออยู่ไม่ให้อเมริกาหรือเกาหลีใต้มาคุกคาม เพราะถือตัวอย่าง จากประวัติศาสตร์ว่า เมื่อโซเวียตอ่อนแอลง ยูโกสลาเวียก็ล่มสลาย เช่นเดียวกัน หากจีนอ่อนแอลงและ ไม่สนับสนุนเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือก็จะโดนคุกคาม นักวิชาการจีนจึงมองว่า ทุกวันนี้จีนกาลังปกป้อง เกาหลีเหนืออยู่ อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือมิได้มองเช่นนี้ แต่มองว่านับตั้งแต่สงครามเกาหลีเป็นต้นมาเกือบ 70 ปี เกาหลีเหนือถือว่าตนเป็นรัฐกันชนของจีน ตนอยู่ในแนวหน้าทางภาคอีสานของจีน ช่วยป้องกัน ความปลอดภัยของแผ่นดินจีน จีนจึงต้องขอบคุณเกาหลีเหนือด้วยซ้า เพราะฉะนั้น ทุกวันนี้จีนมองว่าจีนได้ช่วยเหลือและปกป้องเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีเหนือก็ มองว่าเกาหลีเหนือช่วยเป็นรัฐกันชนของจีน เมื่อไม่มีความเห็นพ้องต้องกันเช่นนี้ ก็ทาให้นโยบายของ ประเทศไม่สอดคล้องกัน ประชาชนก็จะมีความเข้าใจผิดต่อกัน จากนั้นก็จะคุยกันยาก เหตุผลที่ยกมาเหล่านี้ส่งผลให้จีนมีบทบาทได้น้อยในการแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี เพราะจีน ก็มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้อยู่ และจีนก็เป็นประเทศที่จะพยายามไม่ให้ตนเสียหน้า ทางการทูต จึงดาเนินการในเรื่องนี้ได้ยาก หลังจากจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ ได้มีการพัฒนาความสัมพันธ์ ระหว่างกันไปอมาก ในขณะที่ความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือทาได้เพียงแค่เพียงรักษาเอาไว้ เมื่อเป็น เช่นนี้ จึงทาให้เกิดการเปรียบเทียบกันได้ง่าย คิม จอง อึน ดารงตาแหน่งประธานาธิบดีของเกาหลี เหนือมาได้ 6 ปี แต่ยังไม่เคยพบกับผู้นาของจีน ขณะที่ในยุคประธานาธิบดีปาร์ก กิน เฮ ของเกาหลีใต้ มีการพบกับผู้นาจีนถึง 8 ครั้ง ภายในเวลา 4 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีใต้นั้นอยู่ระบบสากล ในประชาคมโลก ขณะที่เกาหลีเหนือ นั้นอยู่แบบโดดเดี่ยว เป็นฝ่ายค้านอยู่เสมอต่อประชาคมโลก ถ้ามองจากมุมมองของจีน ก่อนเริ่มการ ปฏิรูปประเทศในปี 1978 จีนก็ถือว่าตนอยู่นอกระบบสากลมาก่อน ต่อต้านสหรัฐอเมริกา และต่อต้าน 9สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  10. 10. ทุนนิยม แต่หลังจากจีนได้ปฏิรูปประเทศแล้ว ในขณะนี้จีนก็มองว่าตัวเองค่อนข้างได้เข้าเป็นส่วนหนึ่ง ของประชาคมโลกแล้ว อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือมีทัศนะต่อเรื่องนี้ในทานองที่ว่าวันนี้จีนถือว่าตนเอง เป็นประเทศ “ปกติ” ในระบบโลกแล้ว แต่จีนได้ลืมอดีตของตนว่าในยุคหนึ่งก็เคยเป็นประเทศแบบ เกาหลีเหนือไป เมื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีทั้งสองในปัจจุบัน จีนกับเกาหลีใต้มีมูลค่า การค้าระหว่างกัน 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มีนักท่องเที่ยวไปมาหาสู่กันในปี 2016 มากกว่า 12 ล้าน คน ในขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือมีเพียง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีการไปมาหา สู่ระหว่างกันน้อยมาก ในด้านการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา ปัจจุบัน มีนักศึกษาเกาหลีใต้มาศึกษาใน ประเทศจีนประมาณ 6 หมื่นคน ขณะที่มีนักศึกษาชาวจีนเดินทางไปศึกษาที่ประเทศเกาหลีใต้ประมาณ 6 หมื่น 7 พันคน เพราะฉะนั้น เมื่อในปัจจุบัน จีนกับเกาหลีเหนือมีความสัมพันธ์ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน การศึกษา หรือการไปมาหาสู่กันระหว่างผู้นาและประชาชนน้อยมาก จีนจึงมองว่าตนไม่อาจ มีบทบาทหรือเครื่องมืออะไรที่จะใช้ไปกดดันหรือแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนือได้มากนัก อย่างไรก็ตาม จีนมองว่าถึงปัจจุบันประเทศจีนประสบความสาเร็จ เนื่องจากสามารถปฏิรูป ประเทศ พัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนาเศรษฐกิจภายในของตนได้ดี จีนมี ความหวังว่าเกาหลีเหนือจะปฏิรูปประเทศของตนบ้าง ซึ่งจีนมองว่าเกาหลีเหนือในปัจจุบัน มีปัจจัยที่ ดีกว่าสาหรับการจะปฏิรูปประเทศถ้าเทียบกับจีนในช่วงแรกของการปฏิรูป ทั้งประเทศก็มีขนาดเล็กกว่า และมีประชากรน้อยกว่าจีนมาก คือเพียง 20 กว่าล้านคน และยังมีคนเกาหลีเหนือ “โพ้นทะเล” ที่อยู่ใน ประเทศอื่นอีกมากที่จะมาช่วยเหลือประเทศเกาหลีเหนือได้ จีนจึงหวังว่าหากเกาหลีเหนือดาเนินการ ปฏิรูปตนเอง ก็จะสามารถประสบความสาเร็จได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จีนตระหนักว่านี่เป็นความหวังของจีนเอง เกาหลีเหนือมิได้คิดเช่นนี้ จีนตระหนัก ว่า ปัจจุบัน การกาหนดนโยบายต่างประเทศของจีนต่อเกาหลีเหนือนั้นทาโดยใช้ความคิดของจีนเอง จากมุมมองของจีนเอง โดยไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง นั่นคือการเข้าใจความคิดหรือตรรกะ ของเกาหลีเหนือว่าเกาหลีเหนือเองต้องการอะไร ประสงค์จะพัฒนาประเทศของตนไปอย่างไร ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกากับเกาหลีใต้ก็มีความหวังต่อเกาหลีเหนือเช่นกัน แต่ความหวังของ สองประเทศนั้นคือการคิดอยู่เสมอว่าเมื่อใดระบอบการเมืองของเกาหลีเหนือจะล่มสลายลง จะได้เข้ามา จัดการประเทศนี้ตามที่ตนเห็นควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงปี 1994-1996 ที่เกิดวิกฤตขาดอาหารใน 10สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  11. 11. เกาหลีเหนือ จนผู้คนล้มตายไปเป็นจานวนมาก กับในช่วงปี 2012 ที่คิม จอง อิล ผู้นาคนก่อนป่วยใกล้ เสียชีวิต สหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้มิได้มองว่าเกาหลีเหนือก็เป็นประเทศเอกราชประเทศหนึ่งที่เป็น สมาชิกสหประชาชาติ อันหมายความว่าเป็นประเทศที่มีความเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ และใช้วิธีการ ทางสันติภาพเข้ามาเจรจา นอกจากสหรัฐและเกาหลีใต้จะมีทัศนคติต่อเกาหลีเหนือที่ไม่ดีแล้ว ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาและ เกาหลีใต้เองยังมีข้อมูลและความเข้าใจต่อเกาหลีเหนือที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงด้วย ตัวอย่างเช่น ในด้านข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือในปัจจุบัน ซึ่งตลอดมาสหรัฐและเกาหลีใต้ มองว่าเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือตกต่า กระทั่งมีอัตราการขยายตัวของ GDP ติดลบ และจึงพยายามใช้ มาตรการทางเศรษฐกิจมากดดันเกาหลีเหนือให้จนตรอก แต่นักวิชาการจีนได้ไปเห็นด้วยตาของตนว่า เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือในเวลานี้ไม่ได้ตกต่า แต่ “ค่อนข้างคึกคัก” คล้ายกับเศรษฐกิจในช่วงปลาย ทศวรรษ 1970 ของจีน มีคนลักลอบนาเข้าสินค้าหนีภาษีจากต่างประเทศเข้ามาค้าขาย จีนจึงมองว่า GDP ของเกาหลีเหนือมิได้ติดลบ และในปีที่ผ่านมา แม้แต่ธนาคารกลางเกาหลีใต้เองยังประเมิน GDP ของเกาหลีเหนือว่าเติบโตกว่าร้อยละ 3 อย่างไรก็ตาม แม้ล่าสุดเกาหลีใต้จะประเมินเศรษฐกิจเกาหลี เหนือเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ก็ยังคงคิดว่าหากใช้มาตรการทางเศรษฐกิจต่างๆ มากดดันเกาหลีเหนือ ก็ จะสามารถดึงให้อัตราการเติบโตของ GDP ของเกาหลีเหนือตกลงได้เท่าไรๆ ได้ตามใจ โดยมิได้ ตระหนักว่านั่นก็เป็นเพียงการ “คิดไปเอง” เพราะทุกวันนี้ เกาหลีเหนือก็มีวิธีของตนที่จะเอาตัวรอดจาก ผลของมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่างๆ จากภายนอก เช่น ลดขนาดหน่วยการผลิตให้เล็กลง ให้ อิสระแก่ประชาชนมากขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจคล่องตัวและมีผลิตภาพ (productivity) สูงขึ้น กล่าวโดยสรุป เมื่อวิเคราะห์จากปัจจัยหลายๆ ด้านว่าเหตุใดปัญหาคาบสมุทรเกาหลีจึง “เละ” เช่นทุกวันนี้ พบว่าทั้งจีน สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ต่างก็มีส่วนมากน้อยในปัญหานี้ด้วยกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม จีนมองว่าจีนมีบทบาทหรือความสามารถในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้น้อย กุญแจในการ แก้ปัญหาเรื่องนี้ที่แท้จริงอยู่ในมือสหรัฐอเมริกา เพราะในความเป็นจริง สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นาในการ “แก้ไข” หรือเข้ามาบริหารจัดการปัญหาคาบสมุทรเกาหลีมาแต่ต้น นับตั้งแต่ปี 1945 จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้น หากในเวลานี้สหรัฐอเมริกาจะมา “โยน” ความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลีมาให้ จีนเป็นผู้นา ก็ไม่มีทางที่จะแก้ได้สาเร็จ อนึ่ง ในช่วงที่เกิดวิกฤตนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีครั้งแรกนั้นมีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา จากสหประชาชาติ จีนยังไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนั้น เป็นเพียงผู้ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ครั้งที่ สองสหรัฐอเมริกาจึงเชิญจีนเข้าร่วมในการเจรจาแก้ไขปัญหาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เวทีเจรจาแก้ไข 11สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  12. 12. ปัญหาเกาหลีไม่ว่าสามฝ่าย สี่ฝ่าย หรือหกฝ่ายนั้นมีผลน้อย และทุกวันนี้จีนเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับ ผลกระทบทางลบจากปัญหาบนคาบสมุทรเกาหลีที่ยังไม่สามารถคลี่คลายได้นี้ด้วยเช่นกัน ถาม-ตอบ อดีตเอกอัครราชทูตสมปอง สงวนบรรพ์ ถาม : การที่ผู้นาเกาหลีเหนือปัจจุบันไม่ได้พบกับผู้นาจีนเลยนับตั้งแต่ขึ้นมามีอานาจ ได้มีการ ส่งสัญญาณจากผู้นาเกาหลีเหนือไหมว่าอยากจะพบ หรืออยากเชิญผู้นาจีนมาพบ มาหารือ ระดับสูงสุดของผู้นาจีนระดับไหนที่ได้พบกับผู้นาเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ตอบ : ในตอนนี้ ค่อนข้างจะยากที่จะวิเคราะห์ว่าผู้นาเกาหลีเหนือมีประสงค์ว่าอยากจะพบผู้นาจีน แต่ที่ ผ่านมา ผู้นาระดับสูงของจีนกับเกาหลีเหนือเคยพบกัน คือ งานกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่รัสเซีย จิน หย่ง หนาน ถือว่าเป็นผู้นาของประเทศเกาหลีเหนือ พบกับ สี จิ้นผิงในงานกีฬา อีกครั้งคือ จือ หลงไห่ ที่มา จีนในปี 2015 ในงานสวนสนามที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน นอกจากนี้ยังมี หลิว อินซาง และ หลี่ หยวนเฉา คนเหล่านี้คือ 1 ใน 7 คณะกรรมการการเมืองของจีน ไปเปียงยาง พบกับคิม จองอึน ในวันที่สวนสนาม ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ถี่มาก จีนมองว่า ณ สถานการณ์แบบนี้ไม่ ควรพบปะในระดับผู้นาประเทศ แม้จะมีความอยากเจอก็ตาม ถ้าจะให้ สี จิ้นผิง พบกับ ผู้นาเกาหลี เหนือ คงเป็นไปได้ยาก ยกเว้นว่าทางเกาหลีเหนือ มีความปรารถนาที่จะพบกับผู้นาจีน บนพื้นฐาน ข้อตกลงร่วมกันในการประชุมหกฝ่าย ในวันที่ 19 กันยายน ปี 2015 หากเกาหลีเหนือมีจุดยืนบน พื้นฐานนั้น ก็สามารถที่จะกลับมาพบปะและพูดคุยกันได้ ส่วนเรื่องที่ถามว่าผู้นาเกาหลีเหนือเคยมีท่าทีว่าอยากพบผู้นาจีนไหม เรื่องนี้ตอบค่อนข้าง ลาบาก เพราะมันต้องมีการแถลงการณ์ ถึงจะเป็นสัญญาณชัดเจน แต่ในยุคผู้นาเกาหลีเหนือคนเก่า คิม จองอิล เคยมาเยือนจีนโดยนั่งรถไฟจากทางอีสานของจีน คุณยุวดี คาดการณ์ไกล ถาม : Prof.Dong เคยเข้าเกาหลีเหนือ 3 หน ครั้งล่าสุดเมื่อไร และสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ตอบ : ครั้งล่าสุดที่ไปเกาหลีเหนือคือปี 2014 แต่ไปเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในมณฑลฉีหลิน ที่ติดกับ รัสเซีย ในเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น หลักๆ ก็จะมีจีนและรัสเซียมาลงทุน และมีการสร้างท่าเรือหลัวชิน แต่ อันนี้อาจไม่ได้บ่งชี้ถึงทั้งประเทศเกาหลีเหนือว่ามีสภาพอย่างไร ถาม : ทราบว่ามีคนเกาหลีเหนือข้ามแดนมาทางานในจีน ทุกวันนี้ยังมีอย่างนั้นอยู่ใช่ไหม บาง 12สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  13. 13. คนมาเช้ากลับเย็น หรือมาอยู่ครึ่งปีแล้วค่อยกลับ ตอนนี้จีนยังอนุญาตอยู่ใช่ไหม ตอบ : คนเกาหลีเหนือออกมาทางานต่างประเทศ โดยประมาณ 140,000 คน โดยเฉพาะในภาคอีสาน ของจีน มีประมาณ 20,000 คน สัญญาส่วนใหญ่คนเกาหลีเหนือจะอยู่ทางานในจีนได้เป็นเวลา 2 ปี หมดสัญญาก็ต่อใหม่ ส่วนตอนนี้ที่ UN มีมติใหม่เพิ่งออกมา (คว่าบาตรเกาหลีเหนือ) จีนก็คงจะไม่รับ คนใหม่มาแล้ว ส่วนคนเก่าที่อยู่ในจีน 20,000 กว่าคน อาจจะมีมาตรการใหม่ออกมารองรับ ต้องดูอีกที อาจจะให้กลับก่อน หรือเมื่อครบสัญญา 2 ปีแล้วไม่ต่อสัญญา ต้องพิจารณาอีกครั้ง ผศ.ดร.วรารัก เฉลิมพันธุศักดิ์ ถาม : จริงๆ แล้วทรัมป์ ก็ไม่ได้พูดให้ชัดว่าอยากจะเห็นการแก้ปัญหาอะไรกับเกาหลีเหนือ ส่วน จีนก็บอกว่าที่มีปัญหาในคาบสมุทรเกาหลีก็เพราะอเมริกา เหมือนทั้งจีนและอเมริกา ต่างฝ่าย ต่างโทษกันไปมา และ “เล่นกันจนเละบนคาบสมุทรเกาหลี” เละแบบนี้ แล้วใกล้บ้านจีนด้วย จริงๆ แล้วจีนอยากจะเห็นการแก้ปัญหาแบบไหน จีนจะทาอะไร และอาจารย์ก็บอกว่า Realism มันไม่ได้ผลในการมอง Security Dilemma เป็นปัญหา และถ้าหากจีนไม่อยากจะได้การมองการ แก้ปัญหาแบบ Realism จีนจะทาอะไร คุณกิตติพส พุทธิวนิช ถาม : ผมขอถามไปพร้อมอาจารย์วรารัก เพราะประเด็นใกล้เคียงกัน Prof.Dong บอกว่าทาง สหรัฐโยนมาให้จีนแก้ปัญหาทั้งๆ ที่จีนแทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ในตอนที่ต่างประเทศ มี การคว่าบาตร (sanction) เกาหลีเหนือ (ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา)้้ แต่ก็มีจีนที่คอยให้การ ช่วยเหลือเกาหลีเหนือมาตลอด ซึ่งจีนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จีนมีบทบาทสาคัญที่ทาให้การคว่า บาตรไม่ได้ผล ซึ่งอาจคิดได้ 2 แบบ คือ 1.จีนสนับสนุนเกาหลีเหนือลับๆ หรือ 2. จีนมองว่าการ คว่าบาตรเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้ผล เพราะฉะนั้น จีนคิดว่า วิธีการใดที่จีนคิดว่า ถูกต้อง ตอบ : ปัญหาคาบสมุทรเกาหลีตอนนี้เป็นสิ่งที่จีนไม่อยากเห็น เพราะเป็นการคุกคามประเทศจีน แต่ ความต้องการของเกาหลีเหนือจริงๆ แล้วคือความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศเกาหลีเหนือ ที่ เขาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาก็เพื่อเรียกร้องจากทางสหรัฐ อยากจะให้สหรัฐมาพูดคุยกัน โดยทาให้ เกาหลีเหนือรู้สึกปลอดภัย แต่ทางจีนไม่สามารถที่จะให้ตรงนี้ได้ ตอนนี้ที่เกาหลีเหนือทดลองอาวุธต่างๆ 13สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  14. 14. ก็เพื่ออยากจะได้ความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของผู้นา สิ่งที่จีนทาได้ คือ จีนพยายามที่ จะเรียกร้องให้ทางสหรัฐ เกาหลีใต้ มาเจรจาคุยกันกับเกาหลีเหนือ ส่วนช่วงที่คว่าบาตรแต่จีนเหมือนจะไปสนับสนุนเกาหลีเหนือ ความจริงคือจีนไม่ได้สนับสนุน เกาหลีเหนือในด้านเทคโนโลยีการผลิตอาวุธ จีนส่งออกเครื่องจักรที่นาไปใช้ในอุตสาหกรรมแต่สามารถ นาไปประยุกต์ใช้ในการทหารได้ ซึ่งจีนไม่ได้ต้องการจะส่งเสริมตรงจุดนั้น ตอนนี้จีนจึงเข้มงวดในการค้า ขายกับเกาหลีเหนือมากขึ้น มีการตรวจสอบว่าสามารถขายอะไรให้เกาหลีเหนือได้บ้าง แต่หากจะให้จีน ใช้เครื่องมือทางทหารมาลงโทษเกาหลีเหนือ จีนก็ทาไม่ได้ ในทางปฏิบัติ ถึงแม้ว่ารัฐบาลกลางของจีนมีนโยบายนี้ออกมา แต่รัฐบาลท้องถิ่น มณฑล ชายแดน หรือบริษัท ก็คงมีแอบทาบ้างเพราะได้กาไร ที่ผ่านมาก็คงมี แต่ตอนนี้จีนได้สังเกตเห็นปัญหา นี้แล้ว และเข้มงวดมากขึ้น ในความเป็นจริง เกาหลีเหนือเขาได้ประโยชน์จากการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐ และก็ยังมีคน จีนส่วนหนึ่งมองว่าเกาหลีเหนือเปรียบเสมือนรัฐกันชน เป็นความคิดแบบเดิมๆ ที่ยังคงมีอยู่ จีนเองก็ไม่อยากให้เกาหลีเหนือไปเข้ากับสหรัฐ 100% แต่ในขณะเดียวกัน สหรัฐก็มีแผนของ เขา จริงๆ แล้ว สหรัฐอยากจะใช้ปัญหาตรงนี้เพิ่มกาลังทหารเพื่อปิดล้อมจีนระหว่าง สหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ยิ่งในตอนนี้ที่มีระบบป้องกันขีปนาวุธ ยิ่งทาให้จีนรู้สึกว่า ถ้ายังไม่ถึงวันที่เกาหลีเหนือยิง ขีปนาวุธไปถึงสหรัฐ สหรัฐก็คงจะไม่ทาอะไรจริงจัง ไม่แก้ไขปัญหาอะไรจริงจัง ตอนนี้สหรัฐแค่อยาก เพิ่มกาลังทหารในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้พูดว่าระหว่างที่เราพยายามแก้ไขปัญหา คาบสมุทรเกาหลี ก็มีคนเอามีดแทงหลัง คือ การที่เอาระบบต่อต้านขีปนาวุธข้ามทวีปในชั้นบรรยากาศ ปลายทาง” หรือ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) เข้ามาทาให้สถานการณ์มันแย่ลง ทั้งที่จริงมันมีแนวโน้มที่จะคุยกันอยู่แล้ว แต่พอเอาระบบ Thaad เข้ามาก็เหมือนเอามีดแทงหลัง สรุปคือ จีนไม่ได้ไม่อยากจะแก้ไขปัญหา แต่เป็นเพราะจีนแก้ไขไม่ได้ ในขณะที่สหรัฐมี ความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่ตอนนี้สหรัฐยังไม่ทา คิดว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะตอนนี้ปัญหา คาบสมุทรตรงนี้ ยังไม่ได้ไปคุกคามถึงสหรัฐ เขายังได้รับผลประโยชน์จากปัญหาตรงนี้ด้วยซ้า เกาหลีเหนือมองว่าการที่สหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นซ้อมรบกัน และจะมาสร้างระบบขีปนาวุธ นั้น สหรัฐไม่ใช่มาคุกคามแค่เกาหลีเหนือ แต่ตั้งใจคุกคามจีนด้วย 14สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  15. 15. ผศ.ดร.วรารัก เฉลิมพันธุศักดิ์ ถาม : ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด จีนมีการเดินก้าวที่ช้า หรือการเปิ ดช่องโหว่ให้สหรัฐได้ ผลประโยชน์ จีนจะมีการทบทวนไหมในการประชุมในเดือนตุลาที่จะมาถึง และถ้าไม่มีการ พูดคุย หรือยังไม่มีความชัดเจน จะปล่อยให้สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีเป็นแบบนี้ไปอีก นานเท่าไร เพราะเห็นด้วยกับที่อาจารย์บอกว่า สถานการณ์แบบนี้ ก็ยังไม่ใช่สถานการณ์คอ ขาดบาดตายของสหรัฐ แต่อาจจะส่งผลดีด้วย เพราะในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น จะได้มีการตั้งฐาน ยิงต่อต้านขีปนาวุธ Thaad จะขายได้มาก ถ้าเป็นแบบนี้ จะยิ่งไปย้อนซ้าคอนเส็ป Security Di- lemma แล้วแถมด้วย Balance of Threat ด้วยซ้า ถ้าเป็นอย่างนั้น จีนจาเป็นไหมที่จะต้องปรับ ยุทธศาสตร์การทหารที่กาลังจะเคลื่อนลงใต้ ต้องดันขึ้นเหนือแทนหรือเปล่า ตอบ : การประชุมสมัชชา ครั้งที่ 19 ในเดือนตุลาคมที่จะถึง เป็นการประชุมการเมืองภายในประเทศ ของจีน ส่วนการเมืองระหว่างประเทศอาจจะมีเล็กน้อย ซึ่งคงจะไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมาก ส่วนเรื่อง การคว่าบาตรเกาหลีเหนือโดยใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ ตอนนี้จีนก็ทาอยู่ แม้ว่าจีนจะเป็นประเทศที่ ค้าขายกับเกาหลีเหนือมากที่สุด คิดเป็น 80% ของการค้าระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ แต่จานวน มันลดลงมากแล้ว แต่สัดส่วนยังเป็น 80% อยู่ แต่จีนก็มองว่า ในมาตรฐานทางเศรษฐกิจตรงนี้ คงไม่ได้ ทาอะไรมากกว่านี้ จีนจะไม่ทาอะไรจนสุดขั้ว เครื่องมือทางด้านทหาร ก่อนหน้านี้ ที่มีผู้นาทางทหารของสหรัฐมาเยือนจีน และมาถึงกองทัพ เหนือของจีน ที่เสิ่นหยาง ก็มีการพูดคุยกัน คงเดาว่าให้ทั้งสหรัฐกับจีนไว้เนื้อเชื่อใจกัน อย่าอ่าน สถานการณ์ผิดพลาดไป เพราะจีนไม่อยากให้เกิดสงครามอยู่แล้ว รศ.ดร.จานง สรพิพัฒน์ ถาม : ตอนนี้เกาหลีเหนือ มีจรวดข้ามทวีปและไฮโดรเจนบอมบ์เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ความเป็นจริงคือเกาหลีเหนือมีเทคโนโลยีและศักยภาพที่จะผลิตอาวุธเหล่านี้ได้ ถ้าเราดูวิธีการ ของประเทศมหาอานาจ รวมถึงจีน และสหรัฐที่ผ่านมา เมื่อมีความรู้ตรงนี้แล้ว สิ่งที่จะทาต่อไป คือสะสมจานวนระเบิดกับขีปนาวุธ ในเมื่อเกาหลีเหนือมีทั้งเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ต่อไปก็คง สะสมอาวุธเหล่านี้ และการที่จะไปจัดการไม่ให้เกาหลีเหนือไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก โดยความเป็นไปได้คือมี 3 วิธี 1. ใช้มาตรการคว่าบาตรทางเศรษฐกิจที่ทาอยู่ 2. เจรจาทางการ ทูต 3.ใช้กาลังทางทหารโดยตรง ไปทาสงคราม คาถามคือ การทาสงครามขนาดใหญ่ มันเป็นเรื่องซึ่งกระทบคนทั้งโลก รุนแรงมาก เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ ในความเห็นของอาจารย์ Dong จีนจะมีนโยบายอย่างไรในการคลี่คลาย 15สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  16. 16. ปัญหาของการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และป้ องกันไม่ให้เกิดสงครามได้อย่างไร และจะหาวิธีการกาจัดอาวุธนิวเคลียร์ที่อยู่ในคาบสมุทรเกาหลีได้อย่างไร ตอบ : อาจารย์จานงพูดถึงมาตรการว่ามีเครื่องมือ 3 อย่าง ทางจีนมองว่าการคว่าบาตรทางเศรษฐกิจ ไม่มีผลที่จะทาให้เกาหลีเหนือหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพราะถึงแม้ว่าเราจะไม่ให้มีการค้าเข้าไปกับ เกาหลีเหนือเลย เขาก็ยังสามารถกลับไปอยู่แบบเดิมๆ ทาเกษตรกรรมได้ แต่ยังสามารถมีการพัฒนา อาวุธนิวเคลียร์อยู่ แต่อาจจะค่อยเป็นค่อยไป การคว่าบาตรทางเศรษฐกิจทาได้แค่เป็นการแสดงท่าที เท่านั้น แต่จีนมองว่าไม่มีผลต่อการกาจัดอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนการใช้เครื่องมือทางการทหารมาแก้ไข ปัญหา รัฐบาลจีนก็แสดงท่าทีว่าไม่เห็นด้วย หรือต่อต้านการใช้เครื่องมือทางการทหาร แต่ในวงวิชาการ ของจีนหรือภาคสังคมของจีนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเหมือนกัน เพราะเครื่องมือทางทหารก็ไม่ใช่ ว่าเป็นสงครามทั้งประเทศ มันมีหลายช่องทาง แน่นอนว่าถ้าเกิดสงครามนิวเคลียร์มันเป็นภัยทั้งโลก แต่ ก่อนจะไปถึงสงครามนิวเคลียร์ อาจจะมีสงครามเล็กๆ แล้วจะสามารถหยุดเกาหลีเหนือได้ไหม ใน ประเด็นนี้จีนก็มีการถกเถียงกันอยู่ แต่ทางการจีนไม่เห็นด้วยกับสหรัฐที่จะใช้วิธีทางกาลังทางการทหาร มาแก้ไขปัญหา ตอนนี้จีนมองว่าในยุคทรัมป์ กับคิมจองอึน มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะสูงกว่าสมัยก่อน เพราะในยุคนี้ คิมจองอึน เขาก็มีความสามารถที่จะยิงขีปนาวุธข้ามทวีปไปถึงน่านน้าเกาะกวมได้ ทรัมป์ ก็ไม่เหมือนโอบาม่า เป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าให้จีนแนะนา ควรจะใช้วิธีทางการ ทูตมาเจรจากัน แต่คิดว่าคงยากที่จะไปควบคุมจุดที่เกิดข้อพิพาทกันได้ เพราะหลังจากเกาหลีเหนือยิง ขีปนาวุธข้ามทวีปข้ามญี่ปุ่นไปถึงน่านน้าเกาะกวมก็ทาให้ญี่ปุ่นปั่นป่วน จีนมองว่าคิมจองอึนมีสิทธิ์ที่จะ ถล่มจริง ยิงจริง เพราะตอนนี้อาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือของทรัมป์และคิมจองอึนซึ่งเป็นคนที่คาดเดาได้ ยาก น่ากลัว ถาม : คาถามที่สอง สองคนนี้คาดเดาไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าบทบาทของจีนที่จะมีต่อสองประเทศนี้ มีความสาคัญมาก และสาคัญกว่ารัสเซียด้วย เพื่อจะไม่ให้เกิดสงคราม มันมีข่าวในโซเชียล มีเดียของคนไทย ผมสนใจมากว่าข่าวนี้จริงหรือไม่ คือ เขาบอกว่าวันที่เกาหลีเหนือยิงจรวด ข้ามทวีป ผ่านญี่ปุ่นไป แล้วมีการประกาศว่าถ้าอเมริกา มารุกรานเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือ พร้อมที่จะยิงใส่เกาะกวมของอเมริกา จากการประกาศอันนี้ ก็มีข่าวในโซเชียลมีเดียของ ประเทศไทยว่า สี จิ้นผิงได้แจ้งไปกับรัฐบาลเกาหลีเหนือและรัฐบาลสหรัฐว่า หากสหรัฐเป็น ฝ่ายรุกรานเกาหลีเหนือก่อน จีนจะส่งทหารและอาวุธร่วมรบ ปกป้ องเกาหลีเหนือ แต่ในทาง กลับกัน หากเกาหลีเหนือยิงอาวุธเข้าไปในประเทศสหรัฐหรือประเทศพันธมิตรของสหรัฐ จีน จะไม่ทาอะไร ยอมให้สหรัฐกับพันธมิตรของสหรัฐรุกเข้าไปในเกาหลีเหนือ จะถือว่าเป็นเรื่อง ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า 16สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  17. 17. ตอบ : ข่าวที่อาจารย์จานงพูดถึง มันเป็นข่าวที่มาจาก Global Times ซึ่งไม่ใช่หนังสือพิมพ์ทางการของ จีน เป็นหนังสือพิมพ์ที่เชิดชูชาตินิยม และเรียกร้องความสนใจของผู้อ่าน ถาม : เป็นไปได้ไหมที่เป็นการโยนหินถามทางผ่าน Global Times ตอบ : ไม่เห็นด้วยที่ว่าเป็นการโยนหินถามทาง เพราะจีนกับเกาหลีเหนือมีข้อตกลงว่าในยามใดจีนจึง จะช่วยเหลือทางทหารกับเกาหลีเหนือ ถ้าเกาหลีเหนือหาเรื่องใส่ตัวเอง แล้วอยากจะให้จีนช่วยทาง การทหาร ภายในจีนก็ต้องมีการถกเถียงกันใหญ่อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลงจีนก็ไม่ ช่วยอยู่แล้ว คุณกิตติพส พุทธิวนิช ถาม : สรุป ข่าวที่ออกจาก Global Times จริงหรือไม่จริง ซึ่งถ้ามันไม่จริง จีนจัดการกับปัญหา อย่างไร มันคือเรื่องการ Management Information ซึ่งมันทาให้เกิดการเข้าใจผิดได้ ตอบ : ตอนนี้ ของจีนก็มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น มันก็มีข้อคิดเห็นจากหลายฝ่าย เช่น ฝ่าย นักวิชาการ หรือฝ่ายนายพลที่เกษียณ แต่ท่าทีทางการต้องดูจากโฆษกของรัฐบาล ต้องดูจากการ ประกาศของรัฐบาลหรือของกระทรวงการต่างประเทศ คือต้องรู้ว่าใครพูด จีนก็มีฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ก็ เท่ากับว่าจีน ในสื่อเริ่มมีประชาธิปไตย ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะพูด ถาม : แต่การจัดการสิ่งที่จะพูดเป็นเรื่องสาคัญ ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เกาหลีเหนือ ไทยเคยมี ประเด็น ว่าจีนต้องการขุดคอคอดกระ ซึ่งข่าวออกมาจาก Global Times แต่อีก 1 สัปดาห์ให้ หลังกระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ออกมาปฏิเสธ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทาให้คนไทยเข้าใจผิดไป พอสมควร และทาให้คนไทยต่อต้านจีนเยอะมาก ตอบ : ในตอนนี้ ประเทศจีนถือว่าเป็นประเทศที่ผงาดขึ้นมาได้เป็นเบอร์ 2 ของโลกในทางด้าน เศรษฐกิจ แต่ในทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้าน Soft Power การพูดจาอย่างไรที่จะทาให้ ผู้ฟังมาเข้าใจจีนอย่างถ่องแท้ ถ้าเปรียบเทียบกับสหรัฐ จีนยังสู้กับสหรัฐไม่ได้ หนังสือพิมพ์ Global Times ในจีนเองก็มีทั้งฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่าง สิ้นเชิง Global Times ก็ส่งผลประทบเกาหลีใต้เช่นกัน มีบทความที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และทาง เกาหลีใต้ก็เขียนบทความโต้แย้งกลับมา 17สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  18. 18. นักศึกษาและนักวิชาการของไทย ทาความเข้าใจจีนโดยผ่านช่องทาง Global Times ทาให้จีน มองว่า ช่องทางที่จะสื่อสารกับต่างประเทศ จีนคงต้องทาการบ้านต่อไป แต่หนังสือพิมพ์จะมีฉบับทั้ง ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ซึ่งสองฉบับนี้จะไม่เหมือนกัน ฉบับภาษาอังกฤษจะใช้การนัดสัมภาษณ์ นักวิชาการ หรือนายทหารที่เกษียณแล้ว สัมภาษณ์เป็นภาษาจีน แล้วนาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่ ตอนที่แปลถูกต้องไหม ต้องตั้งคาถามไว้ ถ้านักวิชาการไทยอยากจะเข้าใจจีน ต้องดูจากสื่อ Renmin Ribao (People's Daily Online) หรือของ CCTV และความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศจีนที่ แถลงออกมา นี่เป็นท่าทีที่เป็นกระแสหลักของจีนจริงๆ สรุป อดีตเอกอัครราชทูตสมปอง สงวนบรรพ์ สิ่งที่อาจารย์ Dong พยายามอธิบาย คือเป็นการอธิบายในเชิงวิชาการ และมีหลักฐานชัดเจน ว่าบทบาทของจีนต่อเกาหลีเหนือ คงไม่ใช่ภาพที่คนข้างนอกเข้าใจ จุดสาคัญ คือการที่จีนไปรับรองหรือ มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ อันนี้เห็นชัดว่าเป็นสิ่งที่ทาให้เกาหลีเหนือเริ่มที่จะหวั่นไหว และ ไม่มั่นใจ ในแง่ของการปกป้องอธิปไตยหรือการรักษาความมั่นคง เสถียรภาพของตนจะพึ่งจีนต่อไปได้ หรือไม่ เพราะจีนก็ได้เข้าไปในกระแสโลกแล้ว สิ่งที่จีนมีความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ ก็ชัดเจนก็คือเติบโต ก้าวหน้า ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือก็ถดถอย ในภาพรวมนี้ สาหรับผม ผมเห็น ชัดเจนว่าปัญหาของคาบสมุทรเกาหลีตอนนี้ ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจว่าอยู่ที่ทรัมป์กับคิมจองอึนเท่านั้น สอง คนจะทาอย่างไร คงจะไม่มีใครไปควบคุมกากับได้ และประเด็นที่เรายกสื่อ Global Times มาพูด ซึ่งเป็นสื่อขนาดเล็ก ขณะเดียวกันโซเชียลมีเดียก็ นามาถ่ายทอดต่อ ในแง่ของวิชาการเราก็ควรที่จะชั่งน้าหนักได้ว่าอะไรควรที่จะเชื่อถือ อะไรควรที่จะ เพิกเฉย แน่นอนว่าสื่อเล็กๆ หรือข่าวเล็กๆ บางครั้งอาจเป็นสัญญาณที่จะนาไปสู่เรื่องใหญ่ๆ ได้ แต่ใน กรณีนี้ชัดเจนว่าไม่น่าจะใช่ และคาถามที่ผมถามว่า ผู้นาเกาหลีเหนือได้ส่งสัญญาณอยากพบผู้นาจีน หรือไม่ ผมว่าในทางการทูตมันมีนัยสาคัญอยู่ว่า เขาเองก็ยังไม่พอใจที่จะดีกับจีน หรือหวังพึ่งจีน ท่าที เขาก็คงต้องเริ่มเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นในแง่การบรรยายของอาจารย์ Dong ทาให้เห็นภาพชัดเจน ยิ่งขึ้น อย่างน้อยก็ทาให้เห็นชัดว่าปัญหาอยู่ตรงไหน กลับมาเรื่อง Soft Power ของจีน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราก็เห็นสิ่งที่จีนพยายามที่จะทา ที่จะ ให้โลกเข้าใจ หลายปีที่ผ่านมาก็เห็นว่าจีนได้พยายามทุกช่องทาง มีนักวิชาการมา พยายาม ประชุมสัมมนาในทุกเรื่อง ผมถือเป็นความสาเร็จระดับหนึ่งแล้ว เส้นทางนี้ที่จีนทาคือยึดมั่นในการมี นโยบาย Good Neighboring หรือการสร้างสภาพแวดล้อมสันติภาพ การส่งเสริมการเชื่อมโยงทาง เศรษฐกิจกับโลก เป็นนโยบายที่เป็นที่ยอมรับ รับรอง เห็นด้วยอยู่แล้ว จีนก็ไม่น่าที่จะต้องกังวล หรือไม่ สบายใจอะไร ส่วนความเข้าใจจีนก็คงต้องค่อยๆ ทา เพราะคนที่อยู่ภายใต้อิทธิพลครอบงาของสหรัฐ 18สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  19. 19. หรือตะวันตกมาหลายสิบปี ตอนนี้โลกเริ่มเปลี่ยน ตอนนี้คนเริ่มทาความเข้าใจกับโลกใหม่ๆ สถานการณ์ใหม่ๆ และบังเอิญตอนนี้มีทรัมป์ขึ้นมาเป็น ปธน. สหรัฐ ก็ยิ่งทาให้ภาพของตะวันตกเสื่อม ลงอย่างเห็นได้ชัด ในแง่ของประเทศไทย เราก็ดาเนินนโยบายเป็นมิตรกับทุกประเทศอยู่แล้ว เปิดรับ แนวคิดหรือความร่วมมือใดๆ เกือบทุกอย่าง เพราะฉะนั้น ผมเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับ ไทยก็จะคืบหน้าต่อไป ในทางวิชาการ เราก็พยายามที่จะเชื่อมสัมพันธ์ และทางานให้เกิดผลเป็น รูปธรรมมากขึ้น Prof.Dong Xiangrong ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี ทาให้เรามองเห็นว่าการสื่อสารกับต่างประเทศของจีน ท่าทีของจีนจะสื่อ อย่างไรให้ต่างประเทศเข้าใจ อันนี้เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน และในปัญหาคาบสมุทรเกาหลีเราต้องคิด ในฐานะที่เขาคิด คือจีนจะส่งสัญญาณหรือแสดงออกอย่างไรให้ต่างประเทศเข้าใจจีน จีนคงต้องขยาย ช่องทาง ในเมื่อตอนนี้จีนพัฒนามาเป็นประเทศใหญ่อันดับสองของโลกแล้ว ถ้าเราไม่ไปแก้ไข หรือไป เพิ่มจุดด้อยของจีนตรงนี้ คงต้องทาให้พลังของจีนลดลง สุดท้ายต้องขอขอบคุณสถาบันคลังปัญญาฯ และท่านทูตสมปอง ที่ให้โอกาสได้มาพูดและช่วยให้คาชี้แนะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในครั้งนี้ ศ.ดร. Dong Xiangrong 19สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

×