Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

มุสลิมในภาคตะวันออกของจีน

323 views

Published on

มุสลิมในภาคตะวันออกของจีน

Published in: Government & Nonprofit
  • Hey guys! Who wants to chat with me? More photos with me here 👉 http://www.bit.ly/katekoxx
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

มุสลิมในภาคตะวันออกของจีน

  1. 1. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะตัวแสดงระหว่างประเทศ : นัยต่อโลก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทย มุสลิมในภาคตะวันออกของจีน อุสมาน วาจิ ผู้ช่วยนักวิจัย
  2. 2. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มุสลิมในภาคตะวันออกของจีน สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.rsu-brain.com บรรณาธิการ: ยุวดี คาดการณ์ไกล ผู้เขียน : อุสมาน วาจิ ผู้ช่วยบรรณาธิการ : ปาณัท ทองพ่วง ภาพปก : http://www.mei.edu/sites/default/files/publications/Imams.jpg เผยแพร่ : กรกฎาคม 2560 ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-938-8826 โทรสาร 02-938-8864
  3. 3. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 1 ความเป็ นมาของมุสลิมและอิสลามในประเทศจีน ศาสนาอิสลามนั้นได้ถูกเผยแพร่เข้าสู่ประเทศจีนครั้งแรกนับแต่ 1,400 ปีที่แล้ว1 ซึ่งนับว่าเป็นดินแดน นอกภูมิภาคอาหรับซึ่งอิสลามเดินทางเข้ามาเป็นพื้นที่แรก ๆ เนื่องจากมีขบวนการค้าที่เดินทางจากภูมิภาคอาหรับ สู่ดินแดนจีนเพื่อทาการค้าเป็นปกตินับแต่โบราณ ในปัจจุบันมุสลิมถือเป็นศาสนาที่ชนกลุ่มน้อยที่สาคัญของจีนนับ ถือ เช่น ชาวหุย ซึ่งเป็นชาติพันธุ์มุสลิมที่มีจานวนมากที่สุด ชาวอุยกูร์ ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ในรัฐปกครองตนเองซิ นเจียงซึ่งอยู่ทางฟากตะวันตกของประเทศ และนอกจากนั้นมีบางส่วนที่อพยพไปอาศัยในเมือง Ningxia, Gansu, และ Qinghai อีกด้วย ในกลุ่มชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยทั้ง 55 กลุ่มที่มีอยู่ในประเทศจีน มีถึง 10 กลุ่มด้วยกันที่ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ในปัจจุบันประชากรจีนมีอยู่ราว 1,300 ล้านคน ในจานวนนี้มีมุสลิมอยู่ราว 20 ล้านคนเท่านั้น2 คิดเป็น ร้อยละ 1.5 ของประชากรทั้งหมดซึ่งอาจจะนับว่ามีจานวนน้อยมาก แต่หากเทียบกับประเทศมุสลิมบางประเทศ แล้วจะพบว่าจีนมีประชากรมุสลิมจานวนมากทีเดียว เช่น จานวนประชากรมุสลิมในอัฟกานิสถานมีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ซาอุดิอารเบีย 26 ล้านคน และ ซูดาน 27 ล้านคน ในแง่นี้จึงไม่อาจมองว่าจีนเป็นประเทศที่มีมุสลิม น้อยได้เลย และความพิเศษของมุสลิมของประเทศจีนประการหนึ่งคือมีความหลากหลายด้านชาติพันธุ์สูง มุสลิม ในประเทศใดก็ตามมักจะมีชาติพันธุ์เดียวกันทั้งประเทศ แต่มุสลิมในประเทศจีนนั้นประกอบขึ้นด้วยชนชาติต่างๆ ถึง 10 ชนชาติ ได้แก่ หุย (Hui) อุยเกอร์ (Uyghur)คาซัก (Kazahs) เคอร์จิซ (Kyrgyz) ซาลาร์ (Salar) ทาจิก (Tajik) ตาตาร์ (Tatar) ตงเซียง (Dongxiang) เปาอัน (Baoan) และ อุซเบก (Uzbek) ซึ่งมีประเพณีและ วัฒนธรรมที่ต่างกัน โดยรวมแล้วเราสามารถแยกประชากรมุสลิมจีนออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มเตอร์กิช พูด ภาษาเตอร์กิช ใช้ตัวอักษรอารบิก และกลุ่มที่เป็นชาวจีนพูดภาษาแมนดารินหรือจีนกลางเหมือนชาวจีนทั่วไป3 กลุ่มเตอร์กิช หรือชาวซินเจียง (Xinjiang Muslims) รวมแล้วมีชาวมุสลิมกลุ่มเตอร์กิช 11.67 ล้านคน ประกอบด้วยชาติพันธุ์ อุยเกอร์ (อุยกูร) 9.9 ล้านคน คาซัก 1.5 ล้านคน เคอร์จิซ 200,000 คน ทาจิก 50,000 คน อุซเบก 20,000 คน ตาร์ตาร์ 6,000 คน ส่วนกลุ่มชาวจีนที่พูดภาษาแมนดาริน หรือ ชาวจีนมุสลิม (Inland Muslims/Chinese-speaking Muslims/ Sino-Muslims) โดยรวมมี 11.64 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วยชาติพันธุ์ หุย 11 ล้านคน ตงเซียง 520,000 คน ซา ลาร์ 120,000 คน เปาอัน 20,000 คน ส่วนชนกลุ่มใหญ่ของประเทศคือชาวฮั่นนั้น มีชาวฮั่นที่เปลี่ยนมานับถืออิสลามประมาณ 50,000- 60,000 คน ชาวฮั่นที่เปลี่ยนมานับถืออิสลามก่อนปี ค.ศ.1949 ถูกจัดให้เป็นชาวหุย แต่กลุ่มที่รับอิสลามหลังปี ค.ศ.1949 ยังถือเป็นชาวฮั่นตามเดิม มุสลิมในภาคตะวันออกของจีน
  4. 4. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 2 แหล่งที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิม ชาวมุสลิมส่วนใหญ่อาศัยอยู่แถบตะวันตกเฉียงเหนือในเขตปกครอง ตนเองซินเจียงอุยเกอร์ (The Xinjiang Uygur Autonomous Region) เขตปกครองตนเองหนิฝงเซี่ยหุย (The Ningxia Hui Autonomous Region) นอกจากนี้ชาวหุยอาศัยอยู่ในที่ราบภาคกลางแถบแม่น้าเหลือง กันซู่ (Gansu), ชิงไห่ (Qinhai), เหอหนัน (Henan), เหอเป่ย (Hebei), ซันตง (Shandong), มณฑลยูนนาน (Yunnan) ทางตะวันตกเฉียง ใต้ ในเมืองใหญ่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของจีน รวมทั้งเกาะไหหลา (Hainan) อิหม่ามและสุเหร่า จากสถิติของสมาคมอิสลามแห่งประเทศจีน (Chinese Islamic Association) ระบุว่า ประเทศจีนมี โต๊ะอิหม่าม(ผู้นา)แบบเต็มเวลา (ที่ได้รับเงินเดือน) จานวนกว่า 40,000 คน และจานวนสุเหร่าที่กระจายตัว ในหัวเมืองต่าง ๆ ถึงกว่า 23,000 แห่ง อาทิ4 กรุงปักกิ่ง (Beijing) มีสุเหร่าสาคัญ 32 แห่ง เมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) มีสุเหร่าสาคัญ 1 แห่ง นครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) มีสุเหร่าสาคัญ 7 แห่ง นครกว่างโจว (Guangzhou) มีสุเหร่าสาคัญ 6 แห่ง นครซีอาน (Xian) มีสุเหร่าสาคัญ 11 แห่ง นครเฉิงตู (Chengdu) มีสุเหร่าสาคัญ 9 แห่ง เมืองกุ้ยหลิน (Guilin) มีสุเหร่าสาคัญ 6 แห่ง นครคุนหมิง (Kunming) มีสุเหร่าสาคัญ 6 แห่ง อี้อูเมืองที่ประชากรมุสลิมเพิ่มจานวนมากที่สุดในประเทศจีน หากย้อนเวลากลับไปเพียงราว 10 ปี กลุ่มมุสลิมที่อาศัยอยู่ในเมืองอี้อูซึ่งอยู่ภาคตะวันออกของ ประเทศจีนจาต้องเช่าห้องพักเพื่อทาเป็นสถานที่ละหมาดร่วมกัน หลังจากนั้นเมือมีมุสลิมอพยพเข้ามาอาศัย มากขึ้นจึงได้ขยายพื้นที่ออกไปแต่ก็ยังคับแคบไม่พอต่อความต้องการ จนกระทั้งในปัจจุบันมีมุสลิมอพยพ เข้ามาอาศัยอยู่จานวนมาก และแม้มีการสร้างมัสยิดหลังใหม่ที่ใช้ทุนในการสร้างถึง 25 ล้านหยวนแต่ก็ยังไม่ พอต่อการรองรับมุสลิมที่เข้ามาใช้พื้นที่มัสยิดเพื่อทาการละหมาดอยู่เช่นเดิม ซึ่งมุสลิมที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ นอกจากจะเป็นคนจีนที่อพยพมาจากพื้นที่อื่นแล้วยังมีชาวเอเชียและอาหรับอีกด้วย และมีทั้งกลุ่มที่ตั้งรกราก ถาวรและอาศัยเพียงชั่วคราว จากการประมาณการณ์คาดว่ามีมุสลิมอยู่ในเมืองอี้อูราว 35,000 คนโดยที่ ครึ่งหนึ่งนั้นเป็นชาวต่างชาติ5 แน่นอนที่สุดว่าเมืองนี้คือศูนย์กลางของมุสลิมแห่งหนึ่งของภูมิภาคตะวันออก ของจีน แม้จะมีมุสลิมไม่มากเท่าเมืองอื่น ๆ เช่น กวางโจว แต่ความพิเศษคือมุสลิมที่เมืองนี้จะอยู่รวมกัน เป็นลักษณะชุมชนที่มีความผูกพันธ์กันมากกว่าเนื่องจากมีพื้นที่อาศัยน้อยกว่า ตลาดอี้อูซึ่งเป็นตลาดที่จาหน่ายสินค้าราคาถูกจากโรงงานในประเทศจีน และอาจจะเป็นตลาดสินค้า ราคาถูกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นแหล่งดึงดูดให้พ่อค้าทั่วโลกรวมถึงพ่อค้าชาวมุสลิมเข้ามาซื้อ สินค้าจากเมืองนี้เพื่อนาไปขายต่อยังประเทศอื่น ๆ ต่อไป และยังเป็นการดึงดูดมุสลิมจีนในพื้นที่อื่น ๆ ที่มี ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศให้เข้ามาทางานเป็นล่ามจานวนมากเช่นกัน แม้แต่ผู้ที่มิใช่มุสลิมยังถือ เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีมุสลิมเข้ามาอาศัยเป็นจานวนมากเพราะทาให้เศรษฐกิจของเมืองเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้นับว่าชาวจีนในจังหวัด Zhejiang เป็นคนที่เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาแต่เดิมแล้ว เนื่องจากเป็นเมืองการค้ามาแต่อดีต ทาให้การปรับตัวกับชาวต่างชาตินั้นไม่ใช่เรื่องยากนัก
  5. 5. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 3 มุสลิมในเซี่ยงไฮ้ ประวัติศาสตร์ของชาติพันธุ์‘หุย’ในเซี่ยงไห้นั้นเริ่มนับได้ตั้งแต่ช่วงปลายของราชวงศ์ซ่งและต้นราชวงศ์ หยวน (1341-1868) ในตอนนั้นเนื่องจากมีการเดินทัพมายังพื้นที่เซี่ยงไฮ้และได้รับมอบหมายให้ทาหน้าที่ ปกป้องเมืองชายฝั่ง ทาให้มีนายทหารบางส่วนตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในเมืองนี้ โดยมีหลักฐานสิ่งปลูกสร้าง สาคัญคือมัสยิด Songjiang ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หยวน ในปัจจุบันชาวหุยในเซียงไฮ้แม้จะเป็นชาติพันธุ์ที่ เป็นชนกลุ่มน้อย แต่ก็เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจานวนมากที่สุด ซึ่งได้กระจายตัวกันอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของเมือง และยัง มีย่านชุมชนอีกหลายย่านเช่นกัน มีการจัดตั้งสมาคมมุสลิมและศูนย์การเรียนรู้อยู่หลายแห่งเช่นกัน จากการสารวจ ในปี 2010 พบว่ามีชาวหุยอาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้ราว 78,163 คน5 และยังมีมุสลิมที่เป็นชาติพันธุ์ ๆ อีก 9 ชาติพันธุ์ แต่มีจานวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับชาวหุย ภาพแสดงที่ตั้งของร้านอาหารฮาลาลซึ่งจัดทาโดยสมาคมอิสลามแห่งเซี่ยงไฮ้ มุสลิมในปักกิ่ง ในปักกิ่งนั้นชาวหุยถือเป็นชาติพันธุ์ที่มีจานวนมากที่สุด จากการบันทึกทางประวัติศาสตร์พบว่ามีชุมชน มุสลิมและการสร้างมัสยิดนับแต่ราชวงศ์หยวน ซึ่งในปัจจุบันชาวหุยได้อาศัยอยู่ในย่านเมืองสาคัญ เช่น Niujie, Huashi, Madian, Daxing, Changping, Shunyi, และ Miyun การใช้ชีวิตของมุสลิมในปักกิ่งนั้นถือว่าค่อนข้าง สะดวกสะบาย เนื่องจากมีมัสยิดและร้านอาหารหลายแห่ง โดยเฉพาะในย่านที่เรียกว่า Niujie ซึ่งเป็นย่านชุมชน มุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ในย่านนี้ประกอบไปด้วย อาหารอิสลาม สถาปัตยกรรมอิสลาม และที่สาคัญที่สุดคือ มัสยิดซึ่งนับเป็นจุดสาคัญของย่าน มัสยิดนี้นั้นถูกสร้างขึ้นนับแต่ราชวงศ์ซ่ง และมีขนาดใหญ่สามารถรองรับคนได้ ราว 1,000 คน จากการสารวจในปี 2010 พบว่ามีชาวหุยอาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้ราว 249,223 คน7
  6. 6. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 4 มุสลิมในมณฑลเจ้อเจียง เช่นเดียวกับเซี่ยงไฮ้ ประชากรมุสลิมส่วนใหญ่ในมณฑลเจ้อเจียงยังเป็นชาติพันธุ์หุย ซึ่งชาวหุยที่เข้ามา อาศยในเมืองนี้นั้นกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ เช่น หังโจวและหนิงโบ และเมืองอื่น ๆ เช่น Jiaxing, Lishui, และ Quzhou จากการสารวจในปี 2010 พบว่ามีชาวหุยอาศัยอยู่ในเมืองนี้ราว 38,192 คน ในปัจจุบันมณฑลเจ้อเจียง เป็นเมืองการค้าที่สาคัญ มีการค้าขายกับประเทศมุสลิมหลายชาติ ในถนนย่านการค้าของเมืองนั้นจะพบร้านอาหาร อิสลามอยู่หลายร้านด้วยกัน8 สถานที่สาคัญของเมืองนี้คือมัสยิด Fenghuang ซึ่งถูกสร้างขึ้นนับแต่ราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 มัสยิด สาคัญของเมืองชายฝั่งตะวันตกของจีน ภาพแสดงอาหารที่ขายในตลาดนัดวันศุกร์ของมณฑลเจ้อเจียงซึ่งมีความแตกต่างจากอาหารจีนโดยทั่วไป
  7. 7. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 5 ชุมชนอาหรับในเมืองอี้อู เหตุการณ์ 9/11 ถือเป็นจุดที่ทาให้การค้าระหว่างโลกอาหรับและโลกตะวันตกสั่นคลอนเป็นอย่างมาก เนื่องจากการค้าขายและการเดินทางระหว่างกันนั้นมีข้อจากัดและระเบียบที่ยุ่งยากกว่าเดิมมาก ด้วยเหตุนี้เองทาให้ ชาวอาหรับจานวนหนึ่งเบนเข็มทิศจากทิศตะวันตกแล้วมุ่งสู่จีนแทน เนื่องจากจีนนั้นมีสินค้าแทบทุกประเภทที่ พ่อค้าชาวอาหรับต้องการและยังมีราคาที่ถูกพอที่จะนาไปจาหน่ายต่อได้ จากปี 2004 ที่ประมาณกันว่าอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท ขยับขึ้นเรื่อยมาจนมีมูลค่าสูงถึง 200,000 ล้านบาทในปี 20119 แน่นอนว่าในการทาการค้านี้ จึงทาให้ชาวอาหรับอพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามายังบริเวณที่เป็นย่านการค้าของประเทศจีน ซึ่งแหล่งสาคัญมากที่สุด แห่งหนึ่งก็คืออี้อู ซึ่งตลาดของเมืองนี้ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติว่าเป็นตลาดขายส่งที่มีความขนาดใหญ่ ที่สุดในโลก นับแต่ปี 2000 เป็นต้นมามีชาวอาหรับอพยพมาอาศัยอยู่ในเมืองนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในจานวนประชากร ทั้งหมดที่มีอยู่ 2 ล้านคนแต่มีชาวอาหรับอยู่หลายหมื่นคน จนกระทั่งเกิดกระแสการแต่งงานกันระหว่างชาว อาหรับและชาวจีนแล้วตั้งรกรากถาวรโดยไม่กลับไปยังประเทศบ้านเกิดอีก สิ่งบ่งชี้สาคัญคือสามารถหาร้านอาหาร หรับได้อย่างง่ายดายในเมืองนี้ และมีความหลากหลายตามแต่ละภูมิลาเนาประเทศอาหรับที่มีความต่างกัน ซึ่งนี่ เป็นผลโดยตรงจากนโยบายผ่อนปรนการเข้าเมืองจากรัฐบาลจีนเอง ซึ่งนี่นามาสู่ข้อสังเกตสาคัญที่รัฐบาลดูจะให้ เสรีภาพกับมุสลิมที่อยู่ในจีนฝั่งตะวันออก แต่กลับริดรอนสิทธิทางศาสนาของมุสลิมในฟากตะวันตกเป็นอย่างมาก อันที่จริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างโลกอาหรับและจีนผ่านการค้าขายนั้นเกิดขึ้นมาแล้วนับพันปีผ่าน เส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทางทะเล อีกทั้งมีการแลกเปลี่ยนวิทยาการระหว่างกันจนเกิดเป็นสานวนอาหรับ ที่ว่า “จงแสวงหาความรู้แม้จะถึงเมืองจีนก็ตาม” และแม่ทัพเรือเจิ้งเหอซึ่งเป็นผู้นากองเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โบราณก็เป็นมุสลิมและเคยเดินเรือไปยังมหานครมักกะฮด้วย แต่ในช่วงที่จีนทาการปิดประเทศและสมาทาน แนวคิดคอมมิวนิสต์ที่ต่อต้านศาสนาอย่างแข็งขัน ทาให้ความสัมพันธ์ที่มีกับโลกอาหรับหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ในภายหลังเมื่อจีนเปิดประเทศมากขึ้นและผ่อนคลายการบีบบังคับในเรื่องศาสนา ทาให้การค้าที่มีกับโลกอาหรับ กลับมาเฟื่ องฟูอีกครั้ง ที่เห็นได้ชัดคือสินค้าจากจีนคือสินค้าที่ส่งขายในโลกอาหรับมากกว่าชาติใด ๆ และ ในขณะเดียวกันผู้ซื้อน้ามันรายใหญ่ที่สุดจากโลกอาหรับก็คือจีนนั่นเอง
  8. 8. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 6 เครื่องแต่งกายของมุสลิมซึ่งมีวางจาหน่ายอยู่จานวนมากในตลาดของเมืองอี้อู
  9. 9. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 7 ภาคผนวก:โอกาสของไทย เอสเอ็มอีสินค้าฮาลาล : โอกาสทางการตลาดจากไทยสู่จีน10 โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ด้วยอัตราการขยายตัวของจานวนประชากร (เนื่องจากชาวจีนมุสลิมได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม นโยบายลูกคนเดียว (One-Child Policy) ของรัฐบาลจีนที่กาหนดใช้ถึงกว่า 30 ปีนับแต่เปิดประเทศครั้งใหม่) และความมั่งคั่งของชาวมุสลิมในจีน ทาให้ตลาดสินค้าฮาลาลกาลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในเชิงปริมาณและ คุณภาพ ภาครัฐและเอกชนของหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อิหร่าน ตุรกี อียิปต์ และบราซิล จึง ต่างหันมาให้ความสนใจในการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือด้านการผลิตและทาตลาดสินค้าอาหารฮาลาลใน จีนกันมากขึ้น นอกจากนี้การที่มุสลิมส่วนใหญ่ยังใช้ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลเป็นปัจจัยสาคัญประกอบการ ตัดสินใจในการดาเนินธุรกิจระหว่างกัน ก็ทาให้ภาครัฐและเอกชนของไทยต้องเร่งศึกษาวิเคราะห์และสนับสนุน ส่งเสริมการ ทาตลาดสินค้านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะตลาดนี้นับว่า “สร้างยาก” แต่เมื่อสร้างขึ้นมาได้แล้ว ก็ “ง่ายต่อการขยาย” ตลาด ในทางกลับกันหากเราสูญเสียตลาดนี้ให้คู่แข่งขัน ก็จะเป็นการ “ยากที่จะเรียก คืนกลับมา” Shanghai Hotelex งานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ของเมืองเซี่ยงไฮ้ ในด้านซีกตะวันออกของจีน เซี่ยงไฮ้นับเป็นศูนย์กลางของงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติในจีน โดยมี งานแสดงสินค้าที่สาคัญได้แก่ SIAL, HOTELEX และ FHC และเนื่องจากงาน แสดงสินค้าดังกล่าวในเซี่ยงไฮ้จะมี ผู้ซื้อจากหลายมณฑลในจีนและจากทั่วทุกมุม โลก รวมทั้งผู้ที่ทาตลาดสินค้าฮาลาล เดินทางมาเยี่ยมชมงาน ดังกล่าว ทาให้ผู้จัดงานนิยมจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งนาเสนออาหารฮาลาลภายในงานแสดงสินค้า ของตนขึ้นเป็นการ เฉพาะ ขณะเดียวกัน ยังมีงานแสดงสินค้าอาหารฮาลาลที่จัดโดยรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ร่วมกับรัฐบาลของมณฑล ที่มีชาว มุสลิมอาศัยอยู่มาก แต่ตลาดส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นในนครเซี่ยงไฮ้และมณฑลใกล้เคียงเท่านั้น
  10. 10. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 8 งานแสดงสินค้าในมณฑลด้านซีกตะวันออกไล่ไปจนถึงอีสานจีนส่วนใหญ่เป็นงาน สินค้าอาหารทั่วไป ที่มี การนาเสนอสินค้าอาหารฮาลาลปะปนอยู่ ขณะที่ศูนย์ค้าส่งสินค้าเกษตรในหลายเมือง อาทิ เซี่ยงไฮ้ และอี้อู ก็เป็น จุดที่มีชาวมุสลิมแวะเวียนไปซื้อหาสินค้าฮาลาลจานวนหลายล้านคนในแต่ละปี นอกจากนี้ ด้วยจานวนกว่า 360 ล้านคนและอัตราการขยายตัวของผู้ที่นิยมเล่นเน็ต (Netizen) ในจีน ก็ทา ให้การขายสินค้าฮาลาลผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) กาลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่นกัน เว็บไซต์สินค้าฮาลาลที่นาเสนอในรูปภาษาอังกฤษ อารบิค และจีน อาทิ halal-food.cn ก็นับว่าเป็นหนึ่งใน ช่องทางการตลาดที่ดีของสินค้าฮาลาลของไทยในตลาดจีนได้ เช่นกัน ในการดาเนินการตลาดดังกล่าวในตลาดจีน สิ่งแรกที่ประเทศไทยจะต้องเร่งสร้างคือ “ภาพลักษณ์และความ เชื่อมั่น” ของสินค้าฮาลาลของไทยในตลาดประเทศมุสลิม และนากลับมาขยายผลในจีน โดยไทยควรพัฒนาต่อ ยอดจากวิสัยทัศน์ “Kitchen to the World” ที่มีอยู่เดิม ว่าง่าย ๆ การจะพัฒนาไทยเป็นครัวของโลกไม่สามารถ มองข้ามการพัฒนาตลาดอาหารฮาลาลได้ ในการนี้ การพัฒนาฐานการผลิต การสร้างฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และการส่งเสริมการตลาดสินค้าอาหารฮา ลาลและการประกอบการธุรกิจร้านอาหารฮาลาลเข้าสู่ตลาดเป้าหมาย โดยเฉพาะวัยรุ่นจีนซึ่งเปิดรับและนิยมสินค้า ต่างประเทศมากกว่าคนกลุ่มอื่น รวมทั้งการเข้าสู่ตลาดผ่านช่องทางจัดจาหน่ายสมัยใหม่เป็นสิ่งจาเป็นที่ไทยควรให้ ความใส่ใจเป็นพิเศษ การกาหนดมาตรการส่งเสริมด้านการตลาดและกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดจีนที่หลากหลาย และ เป็นระบบจึงนับเป็นการบ้านใหญ่ของไทย โดยควรจาแนกแผนงาน/โครงการออกเป็นทั้งระยะสั้น (1 ปี) และ ระยะกลาง (3 ปี) เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาตลาดที่ต่อเนื่องและการติดตามประเมินผลโครงการอย่างจริงจัง หลังจากความสาเร็จในระยะแรก ขั้นตอนต่อไปน่าจะมีความยากน้อยลง เนื่องจากผู้ประกอบการไทยได้สั่ง สมประสบการณ์ในการทาธุรกิจกับชาวมุสลิมมาระยะหนึ่งแล้ว ธุรกิจไทยสามารถขยายโอกาสทางการตลาดต่อไป กลุ่มสินค้าและบริการอื่นที่ไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในตลาดจีน ทั้งนี้โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายฐานลูกค้าที่ สร้างไว้เดิม
  11. 11. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 9 Thailand Halal Assembly 2016 กับโอกาสและความร่วมมือไทย - จีน Thai Biz News11 เมื่อวันที่ 8-12 ธันวาคม 2559 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ได้จัดโครงการนาผู้คณะแทนหน่วยงานฮา ลาลจีนภาคตะวันตกเฉียงเหนือเยือนประเทศไทย ในการนี้ศูนย์ BIC ซีอาน ขอนาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ งาน “Thailand Halal Assembly 2016” พร้อมวิเคราะห์ถึงโอกาสและแนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ด้านฮาลาลไทยกับหน่วยงานด้านฮาลาลของจีน ตลาดสินค้าฮาลาลในจีนเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่น่าสนใจในการส่งออกสินค้าฮาลาลไทย จากสถิติปี 2558 ประชากรชาวมุสลิมในจีนมีจานวนถึง 39 ล้านคน เฉพาะในพื้นที่มณฑลส่านซี มณฑลกานซู่ และเขตปกครอง ตนเองหนิงเซี่ย มีชาวมุสลิมคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.1 ของชาวมุสลิมทั้งหมดของจีน นับว่าประเทศจีนยังมีช่อง ทางอยู่มากสาหรับสินค้าฮาลาลไทย นอกจากนี้ระหว่างการเดินทางเยือนไทยของคณะผู้แทนหน่วยงานฮาลาลจีน คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและหอการค้าฮาลาลมณฑลส่านซีได้มีการหารือถึงความร่วมมือและ การจัดทาข้อตกลงระหว่างกันว่าด้วยการรับรองตราฮาลาล ซึ่งศูนย์ BIC ซีอานจะได้ติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ ชิดต่อไป ตลาดผู้บริโภคในประเทศจีนภาคตะวันตกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่มณฑลส่านซี มณฑลกานซู่และเขต ปกครองตนเองหนิงเซี่ย มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่กว่าร้อยละ 10.1 ของประชากรมุสลิมทั้งหมดของจีน มีแนวโน้ม เติบโต เนื่องจากปัจจุบันชาวจีนสนใจบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้านาเข้า มากกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอุปโภคบริโภค เช่น อาหารทะเลแปรรูป เนื่องจากพื้นที่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนอยู่ห่างไกลจากทะเล อาหารทะเลแปรรูปจึงเป็นที่ต้องการของตลาด อีกทั้ง สินค้าอาหารทะเลแปรรูปที่ผลิตในจีนมักมีปัญหาเรื่องคุณภาพและสารตกค้าง นอกจากนี้อาหารที่มีตราฮาลาล ของไทยก็มีศักยภาพที่จะเข้ามาทาตลาดในจีน เพราะชาวจีนไม่เชื่อมั่นในตราฮาลาลของจีนมากนัก เนื่องจาก มาตรฐานและการบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่ของรัฐยังไม่เคร่งครัดเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี สินค้าของไทยยังคงต้อง พัฒนาการออกแบบฉลากและบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงามและเพิ่มเติมข้อมูลภาษาอังกฤษและจีนให้ครบถ้วน
  12. 12. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 10 นอกเหนือจากสินค้าอุปโภคและบริโภคที่เป็นที่ต้องการของตลาดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนด้วย แล้ว การบริการด้านการท่องเที่ยวยังได้รับความสนใจจากชาวจีนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือเช่นกัน โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวเชิงฮาลาล ซึ่งไทยมีศักยภาพด้านการบริการ และการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กลุ่มธุรกิจการ ท่องเที่ยวของไทยจึงเป็นกลุ่มที่ยังมีศักยภาพในการเข้าไปประชาสัมพันธ์และเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเชิงฮาลาลจาก ภูมิภาคดังกล่าวของจีน รวมไปถึงโอกาสของไทยในการเป็นฐานรองรับนักท่องเที่ยวจีนที่กาลังมองหาบริการการ ท่องเที่ยวเชิงฮาลาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นอกเหนือไปจากภูมิภาคตะวันออกกลาง โรงแรม อัล-มีรอซ ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลทั้งระบบ
  13. 13. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 11 อ้างอิง [1]Gladney, Dru C. "Islam in China: Accommodation or Separatism?." Cambridge Core. June 2013. Accessed April 18, 2017. https://www.cambridge.org/core/journals/china-quarterly/article/islam-in-china-accommodation-or- separatism/F291CA937BC0F22DD295B4D1DF421950. [2]Rogers, Simon. "Muslim populations by country: how big will each Muslim population be by 2030?" The Guardian. January 28, 2011. Accessed April 18, 2017. https://www.theguardian.com/news/datablog/2011/jan/28/muslim- population-country-projection-2030. [3]อัล-ฮิลาล. "Islam in China." Islammore . สืบค้น 17 เมษายน, 2560. http://www.islammore.com/main/content.php? page=sub&category=38&id=536. [4]"มองตลาดสินค้าฮาลาลในจีน”. All-CHINESE. Accessed April 19, 2017. http://www.all-chinese.com/econ/ mxngtladsinkhahalalnicinmxnglok. [5]Bardsley, Daniel. "Yiwu is the 'fastest growing Muslim community' in China." The National. August 11, 2012. Ac- cessed April 19, 2017. http://www.thenational.ae/news/world/asia-pacific/yiwu-is-the-fastest-growing-muslim- community-in-china. [6]"Muslim in Shanghai." Muslim in Shanghai, Muslim in China Shanghai, China Shanghai Muslims. Accessed April 19, 2017. http://www.topchinatravel.com/china-muslim/muslim-in-shanghai.htm. [7]"Muslim in Beijing." Muslim in Beijing, Muslim in China Beijing, China Beijing Muslims. Accessed April 19, 2017. http://www.topchinatravel.com/china-muslim/muslim-in-beijing.htm. [8]"Muslim in Zhejiang." Muslim in Zhejiang, Muslim in China Zhejiang, China Zhejiang Muslims. Accessed April 19, 2017. http://www.topchinatravel.com/china-muslim/muslim-in-zhejiang.htm. [9]Shaery, Roschanack . "Arabs in Yiwu, Confucius in East Beirut." Arabs in Yiwu, Confucius in East Beirut | Middle East Research and Information Project. Accessed April 19, 2017. http://www.merip.org/mer/mer270/arabs-yiwu- confucius-east-beirut. [10]ศูนย์วิจัยกสิกรไทย . “เอสเอ็มอีสินค้าฮาลาล : โอกาสทางการตลาดจากไทยสู่จีน”. สืบค้น 17 เมษายน, 2560. https:// www.facebook.com/notes/k-sme/เอสเอ็มอีสินค้าฮาลาล-โอกาสทางการตลาดจากไทยสู่จีน/384040639649/ [11]Thai Biz News . “เก็บตกงาน Thailand Halal Assembly 2016 กับโอกาสและความร่วมมือไทย - จีน.” สืบค้น 17 เมษายน, 2560. http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/misc/detail.php?SECTION_ID=526&ID=17320

×