Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
ถอดความและสรุปจาก การนาเสนอและอภิปราย เรื่อง ทุนนิยมไทยและทุนนิยมโลก : ศึกษาอดีตเพื่อเข้าใจปัจจุบัน
โดย ดร.อานวยวิชญ์ ธิติ...
ไม้สักไทยสะท้อนการค้าในระบบทุนนิยมโลก
ในยุคอาณานิคมนั้นไม้สักของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก เนื่องจากมีความ
เหมาะส...
การบันทึกข้อมูลทางการค้าของสยาม
ความน่าสนใจประการหนึ่งคือเรามักเข้าใจกันว่าสยามนับแต่อดีตนั้นไม่มีการบันทึกข้อมูลทาง
เศรษฐ...
การที่รัฐส่วนกลางจะเป็นผู้จัดการเรื่องการค้าไม้เอง อันเป็นการเพิ่มอานาจของส่วนกลางในพื้นที่
ล้านนามากขึ้น
อีกประเด็นที่น่า...
บรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ในอดีต
จะเห็นได้ว่าบรรษัทข้ามชาติจากเครือจักรภพที่เข้ามาทาการค้าภูมิภาคอุษาคเนย์นั้นมี
ศักยภาพในการท...
การค้าของไทยในปัจจุบัน
สิ่งที่น่าเสียดายคือจะเห็นได้ว่านับแต่อดีตสยามเป็นเพียงผู้ขายไม้สักเท่านั้น แต่กระบวนการ
จัดหาตลอดจ...
7
ผู้อานวยการสถาบันคลังปัญญาฯ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
บรรณาธิการ: น.ส.ยุวดี คาดการณ์ไกล
ผู้บรรยาย : ดร.อานวยวิชญ์ ธิติบ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ทุนนิยมไทยและทุนนิยมโลก : กรณีการค้าไม้สักในยุคอาณานิคม

670 views

Published on

โดย ดร.อำนวยวิชญ์ ธิติบดินทร์
เวทีวิชาการ สถาบันคลังปัญญาฯ

Published in: News & Politics
  • Hey guys! Who wants to chat with me? More photos with me here 👉 http://www.bit.ly/katekoxx
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

ทุนนิยมไทยและทุนนิยมโลก : กรณีการค้าไม้สักในยุคอาณานิคม

  1. 1. ถอดความและสรุปจาก การนาเสนอและอภิปราย เรื่อง ทุนนิยมไทยและทุนนิยมโลก : ศึกษาอดีตเพื่อเข้าใจปัจจุบัน โดย ดร.อานวยวิชญ์ ธิติบดินทร์ ในวันเสาร์ ที่ 25 มีนาคม 2560 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ในปัจจุบันการศึกษาด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์นั้นจะให้ความสาคัญกับมิติ ความสัมพันธ์ระดับโลกของปรากฏการณ์นั้นมากขึ้น มิได้จากัดเฉพาะมิติระดับท้องถิ่น ซึ่ง การศึกษาเรื่องการค้าไม้สักของประเทศไทยในยุคอาณานิคมนี้เองก็เป็นการศึกษาที่พยายาม เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างการค้าไม้สักของไทยว่าเกี่ยวพันอย่างไรต่อทุนนิยมในระดับ โลก 1 เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 1/2560 ทุนนิยมไทยและทุนนิยมโลก: กรณีการค้าไม้สักในยุคอาณานิคม โดย ดร.อานวยวิชญ์ ธิติบดินทร์
  2. 2. ไม้สักไทยสะท้อนการค้าในระบบทุนนิยมโลก ในยุคอาณานิคมนั้นไม้สักของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก เนื่องจากมีความ เหมาะสมที่จะใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เพราะมีความคงทนสูงและรักษาอุณหภูมิไม่ให้เปลี่ยนแปลงได้ ดีกว่าเหล็ก และด้วยระบบอาณานิคมภายใต้จักรวรรดิอังกฤษทาให้การขนส่งไม้จากไทยไปยัง ต่างประเทศนั้นเป็นไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แม้กระทั่งประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา เช่น โมซัมบิก ก็ ยังนาเข้าไม้จากไทย และบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ก็มีการนาเข้าไม้จากไทยเพื่อผลิตเฟอร์นิเจอ จากนั้นจึง ทาการส่งขายไปยังประเทศที่สามต่อไป นอกจากนั้นไม้สักไทยยังได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมการต่อ เรือโดยเฉพาะเรือรบ เนื่องจากมีความทนไฟสูงกว่าไม้อื่น ๆ ทาให้สามารถป้องกันการไฟไหม้เมื่อเรือถูก โจมตีด้วยปืนใหญ่ได้ นอกจากเรื่องคุณภาพของไม้แล้วก็ยังมีเรื่องของความสะดวกในขนส่ง เนื่องจากใน ตอนนั้นถนนหนทางและระบบรางยังไม่พัฒนาเพียงพอ ในเรื่องระบบรางนั้นแม้จะพัฒนาไปมากและมี แผนที่จะเชื่อมต่อรางเข้ากับรางของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังขาดงบประมาณและเกรงปัญหาเรื่องความ มั่นคงจึงหยุดพัฒนาไป ทาให้โดยหลักแล้วยังพึ่งการขนส่งทางน้า กรุงเทพฯ นั้นเป็นเมืองหลวงที่ติดกับ อ่าวไทยที่ปากแม่น้าเจ้าพระยา ทาให้เรือของต่างชาติเข้ามารับซื้อไม้ได้โดยง่าย และมีแม่น้าสายต่าง ๆ ที่สามารถใช้ขนส่งท่อนซุงจากภาคเหนือล่องมาสู่แม่น้าเจ้าพระยาได้ อีกทั้งสังคมของสยามยังเป็นสังคม เปิดที่ต้อนรับพ่อค้าต่างชาติให้เข้ามาทากิจการการค้าได้ ทาให้สยามสามารถเชื่อมต่อเศรษฐกิจของ ตัวเองเข้ากับเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นสังคมปิดมากกว่า ในตอนนั้นรายได้หลักจากการส่งออกของไทยคือฝิ่น แต่ในภายหลังเมื่อฝิ่นกลายเป็นสิ่งที่ผิด กฎหมายแล้วรัฐจึงต้องหาสินค้าชนิดอื่นที่รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากพอมาทดแทนซึ่งก็คือไม้สัก และ หากต้องการศึกษาว่ารัฐสยามในยุคนั้นร่ารวยขึ้นเพียงใดก็ต้องดูจากจานวนภาษีที่จัดเก็บได้จากการค้า ไม้สักเพราะถือเป็นแหล่งรายได้ที่มากที่สุด แต่มักเป็นที่เข้าใจผิดว่าการส่งออกข้าวคือแหล่งรายได้สาคัญ ของรัฐ ทั้งที่รัฐสามารถเก็บภาษีได้เพียงร้อยละ 3 จากการค้าข้าวเท่านั้น และสิ่งที่น่าสนใจคือรัฐได้ตั้งกรม ป่าไม้ ณ จังหวัดแพร่ และเชียงใหม่ ทั้งที่กรมอื่น ๆ จะตั้งอยู่ในเขตพระนคร ทั้งนี้ก็เพื่อการอานวยความ สะดวกในการค้าไม้ แหล่งที่ทาการส่งออกไม้สักไปยังตลาดโลกมากที่สุดในยุคนั้นมีอยู่ด้วยกันสามแหล่งด้วยกัน คือ กรุงเทพฯ เมืองมะละแหม่ง และเมืองไซง่อน โดยส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 2
  3. 3. การบันทึกข้อมูลทางการค้าของสยาม ความน่าสนใจประการหนึ่งคือเรามักเข้าใจกันว่าสยามนับแต่อดีตนั้นไม่มีการบันทึกข้อมูลทาง เศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริงแล้วจากการค้นคว้าหลักฐานเอกสารชั้นต้นต่าง ๆ ที่อยู่ตามหอสมุดใน ต่างประเทศทั้งประเทศในโลกตะวันตกและตะวันออก พบว่ามีการบันทึกข้อมูลไว้อยู่พอสมควร เช่น ข้อมูลการส่งออกไม้ ผู้ส่งออกไม้ ซึ่งเท่าที่มีการค้นพบสยามมีการบันทึกข้อมูลเช่นนี้นับแต่รัชสมัย รัชกาลที่ 6 หากแต่ไม่มีการจัดเก็บเอกสารที่ดีพอจึงเข้าใจกันว่าไม่มีการบันทึกไว้ อาจจะเป็นเพราะ ภูมิอากาศของประเทศไทยเป็นแบบร้อนชื้นซึ่งทาให้การจัดเก็บเอกสารเป็นไปได้ยากก็เป็นได้ ซึ่ง ข้อมูลเหล่านี้เมื่อรวบรวมเข้าด้วยกันแล้วสามารถต่อยอดสร้างประโยชน์ได้อีกมาก หากสยามมีการบันทึกข้อมูลไว้มากเช่นนี้แล้ว แน่นอนว่าอินเดียและจีนซึ่งเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ กว่าเรามากย่อมที่จะมีระบบการจดบันทึกที่ซับซ้อนกว่าอย่างแน่นอน โดยนับแต่ปี 1860 เป็นมาเริ่มมี การบันทึกข้อมูลทางการค้าอย่างแพร่หลายในหลายที่ทั่วโลก ซึ่งยังรอการศึกษาวิจัยอยู่อีกมาก ผลต่อสยามจากการปรับตัวสู่ทุนนิยมโลก การดาเนินการค้าในวิถีทุนนิยมโลกนั้นได้ส่งผลทางการเมืองภายในของสยามด้วย ในตอนนั้น บริษัทเอกชนที่ค้าไม้จากไทยคือบริษัท Bombay Burma ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนข้ามชาติสัญชาติอังกฤษ บริษัทนี้มีโครงข่ายการค้าครอบคลุมประเทศอินเดียและประเทศใกล้เคียง มีมูลค่าบริษัทที่สูงมาก ใน บางพื้นที่มีการจ้างกองทหารเพื่อดูแลผลประโยชน์ของตัวเองด้วย ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกนักที่เจ้าหน้าที่ สยามในยุคนั้นระแวงว่าบริษัท Bombay Burma คือบริษัทที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลอังกฤษ และมีแผน ที่จะยึดครองสยามให้กลายเป็นอาณานิคม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วจากการค้นคว้าเอกสารของทางการ อังกฤษ พบว่าอังกฤษคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะยึดครองสยามเนื่องจากว่าชายแดนสยามด้านทิศ ตะวันออกนั้นติดกับอาณานิคมของฝรั่งเศส หากอังกฤษยึดครองสยามแล้วก็ต้องนากองทหารยุโรปมา ประจาการเนื่องจากเกรงว่าทหารรับจ้างท้องถิ่นจะไม่สามารถต้านทานทหารฝรั่งเศสได้ ซึ่งสาเหตุที่ สยามให้สัมปทานแก่บริษัทในสัญชาติอังกฤษนั้นเป็นเพราะมีสนธิสัญญาระหว่างกันว่าอังกฤษจะช่วย ปกป้องอธิปไตยในภาเหนือของไทย ส่วนในภาคใต้ก็มีการทาสัญญา(ลับ)ในลักษณะคล้ายคลึงกันใน กรณีสัมปทานเหมืองแร่ แต่ต่างที่ในกรณีภาคใต้นั้นเป็นสัญญาลับระหว่างกัน ในมิติการเมือง ภายในประเทศการค้าไม้ก็ส่งผลให้รัฐสยามสามารถรวบอานาจสู่ศูนย์กลางได้มากขึ้น เช่นในกรณีหัว เมืองล้านนาบรรดาเจ้านายและเจ้าเมืองหลายท่านได้มีคดีความกับคนในบังคับของอังกฤษ โดยเฉพาะ คดีความในเรื่องเกี่ยวกับการค้าไม้ ในการนี้ทางการส่วนกลางจึงเสนอว่าจะช่วยเจรจาหนี้และคดีความ ที่เจ้านายและเจ้าเมืองมีต่ออังกฤษ อีกทั้งจะส่งผลกาไรบางส่วนจากการค้าไม้กลับไปด้วย โดยแลกกับ 3 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 3
  4. 4. การที่รัฐส่วนกลางจะเป็นผู้จัดการเรื่องการค้าไม้เอง อันเป็นการเพิ่มอานาจของส่วนกลางในพื้นที่ ล้านนามากขึ้น อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการสะสมทุนของรัฐสยามมีจุดมุ่งหมายหนึ่งคือพัฒนากองทัพให้ ทันสมัย เพื่อจะใช้เป็นเครื่องมือในการรวมอานาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ต่างจากอดีตที่เราจะใช้ทหารรับจ้าง จากยุโรปเข้าประจาการ จึงมีการลงทุนในกิจการบางอย่างที่มีลักษณะผูกขาดโดยรัฐ เช่น การต้มสุรา ซึ่งเราจะเห็นปรากฏการณ์นี้ได้ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ทุนนิยมนามาสู่นวัตกรรม การสร้างนวัตกรรมทางการค้าและการเงินนี่เองที่ทาให้สิงคโปร์กลายเป็นชาติการค้านับแต่อดีต เป็นต้นมา ในยุคอดีตที่การค้าระหว่างประเทศมักจะมีปัญหาเรื่องค่าเงินที่ต่างกันนั้น สิงคโปร์ได้คิดค้น ระบบบัญชีแบบพิเศษที่ทาให้เมื่อเกิดการค้าขึ้นที่สิงคโปร์แล้ว ไม่จาเป็นต้องใช้เงินตราในการซื้อสินค้า หากใช้ระบบแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นการทดแทน ทาให้หมดปัญหาเรื่องค่าเงินที่ต่างกันเพราะไม่ได้ใช้เงิน ในบางธุรกิจ เช่น ธุรกิจยาแผนจีนก็ใช้ทองคาเป็นมาตรฐานกลางในการแลกเปลี่ยน นวัตกรรมทางการ เงินอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็เช่นระบบโพยก๊วนของจีนและระบบฮุนดี้ของอินเดีย ซึ่งทั้งสองนี้คือตั๋วแลกเงินที่ ทาให้การส่งเงินระหว่างกันในยุคที่ไม่มีระบบการโอนเงินแบบปัจจุบันนั้นเป็นไปได้โดยสะดวก ซึ่ง ปัจจุบันในบางพื้นที่ก็ยังมีการใช้ฮุนดี้อยู่ นอกจากนี้ยังมีการประดิษฐ์เครื่องจักรเพื่อช่วยในการค้าไม้อีกด้วย เช่น เครื่องลากท่อนซุงไม้ หรือสลิงขนส่งไม้ข้ามหุบเขา ซึ่งเครื่องจักรหนักเหล่านี้ต้องนาเข้ามาจากตะวันตก ต่างจากเครื่องจักร ทั่วไป เช่น เครื่องจักรที่ใช้ในโรงสีข้าว ซึ่งมีชาวจีนที่ดัดแปลงและสร้างเลียนแบบได้สาเร็จ นอกจากนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในการค้าแล้ว ยังมีนวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่ออานวยความสะดวกใน การค้าที่ส่งผลดีต่อคนที่อยู่นอกวงการการค้าด้วย เช่น โทรศัพท์และสายรถไฟแรก ๆ ในภาคเหนือก็ ล้วนเป็นผลมาจากความต้องการนวัตกรรมที่ช่วยอานวยความสะดวกในการค้าก่อนจะกระจายไปยัง ประชาชนทั่วไป แม้การสร้างจักรวรรดิของประเทศยุโรปจะเป็นการขูดรีดทรัพยากรจากประเทศที่อยู่ใต้อาณา นิคมเป็นอย่างมาก แต่อีกแง่หนึ่งก็เป็นการสร้างโครงข่ายที่เชื่อม การค้า ความคิดและวิทยากรต่าง ๆ ที่ก้าวหน้ากว่าซึ่งเจ้าอาณานิคมเป็นเจ้าของให้เคลื่อนย้ายมาสู่ประเทศในอาณานิคมด้วยเช่นกัน อันทา ให้ประเทศในอาณานิคมสามารถใช้เป็นฐานในการพัฒนาประเทศของตนให้ก้าวหน้าขึ้นโดยเฉพาะ ภายหลังที่พ้นจากยุคอาณานิคมไปแล้ว 4 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 4
  5. 5. บรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ในอดีต จะเห็นได้ว่าบรรษัทข้ามชาติจากเครือจักรภพที่เข้ามาทาการค้าภูมิภาคอุษาคเนย์นั้นมี ศักยภาพในการทาการค้าสูงและมีโครงข่ายการค้าระดับโลก ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการอย่างมี ประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากโครงสร้างการบริหารของ Bombay Burma Trading Corporation,Ltd. ที่แม้จะมีสาขาหลักอยู่ที่กรุงลอนดอน แต่สาขาหลักนั้นจะดูแลเพียงเฉพาะการจัดการโครงสร้างสร้าง บริษัทในภาพรวมเท่านั้น แต่ในเชิงการจัดการที่ลงรายละเอียดงานจะขึ้นอยู่กับสาขาบอมเบย์เป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อให้การทางานเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอการสั่งการจากสาขาลอนดอนอีก ส่วน British Borneo Company,Ltd. นั้นครั้งหนึ่งเคยรวมศูนย์การบริหารอยู่ที่สาขาหลักลอนดอนเป็นหลักเป็น อย่างมาก แต่ภายหลังได้กระจายอานาจการตัดสินใจลงสู่สาขาย่อยเพื่อความสะดวกในการบริหารงาน ด้วยความที่บรรษัทเหล่านี้มีศักยภาพมาก จนทาให้รัฐสยามในยุคนั้นระแวงว่ารัฐบาลอังกฤษอยู่ เบื้องหลังบรรษัทเหล่านี้เพื่อหวังจะยึดครองสยามทีเดียว จากแนวคิดบูรภาพิวัตน์ที่ อ.เอนก เคยนาเสนอมา สามารถใช้แนวคิดด้านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจมา เสริมและขยายพรมแดนของความรู้ได้อีกมาก หากมองในอดีตจะเห็นว่าโลกตะวันตกคือผู้กาหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก ในช่วงเวลาแห่ง สนธิสัญญาเบาริ่งปรากฏว่า GDP กว่า 80% ที่เกิดขึ้นในสยามนั้นอยู่ในมือของอังกฤษ แต่ในปัจจุบัน จะเห็นว่าประเทศตะวันตกเริ่มถดถอย ในขณะที่ประเทศในโลกตะวันออกโดยเฉพาะจีนกลับมาผงาด ขึ้นมา ซึ่งแนวโน้มนี้เริ่มเห็นมานับแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งญี่ปุ่นเริ่มเจริญขึ้นมากและทัดเทียมกับ โลกตะวันตกได้ สะท้อนบทเรียนถึงปัจจุบัน ศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านสามัญชน การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์นี้ในปัจจุบันเริ่มให้ความสาคัญกับชีวิตของสามัญชน ซึ่ง จะเปิดพื้นที่ให้เราเข้าใจเรื่องราวในอดีตได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ลักษณะร่วมอย่างหนึ่งของพ่อค้าใน แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่ใช่ตะวันตกคือมีเชื้อสายมาจากประเทศจีน หรือเรียกว่า“จีนโพ้น ทะเล”ที่น่าสนใจก็เช่นตระกูลการค้าต่าง ๆ ที่สืบทอดกิจการกันมาจนปัจจุบัน แสดงว่ามีเรื่องราวที่ สามารถศึกษาค้นคว้าได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การประกันภัย การจัดการเรือสาเภา ซึ่งต่างจากกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าที่มีลักษณะเป็น การอานวยความสะดวกในการทาการค้าเท่านั้นแต่ไม่ได้ทาด้วยตัวเอง ทาให้ไม่ค่อยมีประวัติความ เป็นมาที่มากเท่าการค้าของเอกชนที่เป็นผู้ดาเนินเอง 5สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 5
  6. 6. การค้าของไทยในปัจจุบัน สิ่งที่น่าเสียดายคือจะเห็นได้ว่านับแต่อดีตสยามเป็นเพียงผู้ขายไม้สักเท่านั้น แต่กระบวนการ จัดหาตลอดจนการขายไม้อยู่ในมือต่างชาติเสียมาก ในปัจจุบันบริษัทไทยก็ยังถนัดการผลิตแต่เพียง อย่างเดียว ส่วนการวางแผนตลาดและการจัดจาหน่ายนั้นก็หวังว่าบริษัทข้ามชาติจะเป็นผู้จัดการแทน เพราะเราขาดการค้นคว้าข้อมูลเพื่อจะต่อยอดใช้ในการทาการตลาดและจาหน่ายสินค้าด้วยตัวเอง ซึ่งนี่ เป็นข้อด้อยของคนไทยที่ไม่นิยมในการค้นคว้าหาข้อมูลอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นเชิงวิชาการหรือด้าน อื่น ๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการต่อยอดต่อไปได้ ที่สาคัญไทยมีจุดเด่นเชิงภูมิศาสตร์ที่เรามีพรมแดน ติดต่อกับหลายชาติในอาเซียนที่เศรษฐกิจกาลังเติบโตอย่างดี อีกทั้งยังไม่ห่างจากจีนและอินเดียมากนัก หากสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมไทยเข้ากับภูมิภาคได้ก็จะเป็นประโยชน์มาก เช่น รถไฟที่เชื่อม กรุงเทพฯ และพนมเปญ หรือย่างกุ้ง เนื่องจากเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่มาก 6สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  7. 7. 7 ผู้อานวยการสถาบันคลังปัญญาฯ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: น.ส.ยุวดี คาดการณ์ไกล ผู้บรรยาย : ดร.อานวยวิชญ์ ธิติบดินทร์ ถอดความและเรียบเรียง : อุสมาน วาจิ จัดรูปเล่ม : น.ส.ปลายฟ้า บุนนาค อ้างอิงปก : https://pbs.twimg.com/media/CnK6MqiVUAEtu7X.jpg ปีที่พิมพ์: เมษายน 2560 สานักพิมพ์: มูลนิธิสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ เพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ติดต่อ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 52/347 พหลโยธิน 87 ตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธำนี 12000 โทรศัพท์ 02-997-2200 ต่อ 1283 โทรสำร 02-997-2200 ต่อ 1216 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 7

×