Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ทฤษฎีการวิเคราะห์ชนชั้น อธิบายการเลือกตั้งของอเมริกาในครั้งนี้ได้หรือไม่

837 views

Published on

แปลจีนโดย เทวิทร์ แซ่แต้
ผู้ช่วยนักวิจัย สถาบันคลังปัญญาฯ

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ทฤษฎีการวิเคราะห์ชนชั้น อธิบายการเลือกตั้งของอเมริกาในครั้งนี้ได้หรือไม่

  1. 1. วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ทฤษฏีการวิเคราะห์ชนชั้น อธิบายการเลือกตั้งของอเมริกาในครั้งนี้ได้หรือไม่ เขียนโดย Mr.Fang Yongpeng, Mr.Han Zhu, Mr.Wen Yang, Mr.Wang Wen, Mr.Fang Ning, Mr.Li Bo นักเขียนฟอรั่ม Guancha เว็บไซต์ www.guancha.cn เทวินทร์ แซ่แต้ ผู้แปลภาษาจีน ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ
  2. 2. ทฤษฏีการวิเคราะห์ชนชั้น อธิบายการเลือกตั้งของอเมริกาในครั้งนี้ได้หรือไม่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขต จตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-938-8826 โทรสาร 02-938-8864 บรรณาธิการ: ยุวดี คาดการณ์ไกล แปลจีน : เทวินทร์ แซ่แต้ กองบรรณาธิการ : ปลายฟ้า บุนนาค อุสมาน วาจิ และ ปาณัท ทองพ่วง เผยแพร่: กุมภาพันธ์ 2560
  3. 3. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 1 ทฤษฏีการวิเคราะห์ชนชั้น อธิบายการเลือกตั้งของอเมริกาในครั้งนี้ได้หรือไม่ จัดโดย วิทยากรโดย Mr.Fan Yongpeng นักวิจัยสถาบันจีนศึกษาแห่ง มหาวิทยาลัยฟู่ต้าน Mr.Fang Ning ผู้อานวยการสถาบันรัฐศาสตร์ แห่งสถาบัน สังคมศาสตร์ ประเทศจีน (CASS) Mr.Han Zhu นักวิชาการจีนอยู่อเมริกา และนักวิจัย สถาบันจีนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฟู่ต้าน ผู้แต่งหนังสือ “พลัง ประเทศจีน” Mr.Wang Wen ผู้อานวยการสถาบันวิจัยการเงิน “ฉง หยาง” แห่งมหาวิทยาลัยเหรินหมินประเทศจีน Mr.Wen Yang นักวิจัยสถาบันจีนศึกษาแห่ง มหาวิทยาลัยฟู่ต้านและนักวิจัยสถาบันวิจัยการพัฒนายุทธศาสตร์ “ชุนชิว Mr.Li Bo ผู้อานวยการสถาบันวิจัยการเงิน “ฉงหยาง” แห่ง มหาวิทยาลัยเหรินหมินประเทศจีน ผู้เขียน : Mr.Fang Yongpeng ,Mr.Han Zhu, Mr.Wen Yang,Mr.Wang Wen, Mr.Fang Ning, Mr.Li Bo นักเขียนฟอรั่ม guancha เว็บไซต์ www.guancha.cn ผู้แปล: เทวินทร์ แซ่แต้ นักศึกษาปริญญาเอกและผู้ช่วยนักวิจัย สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต บรรณาธิการ: ยุวดี คาดการณ์ไกล สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  4. 4. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 2 ทฤษฏีการวิเคราะห์ชนชั้น อธิบายการเลือกตั้งของอเมริกาในครั้งนี้ได้หรือไม่ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2559 สถาบันจีนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฟู่ต้าน สถาบันวิจัยการ พัฒนายุทธศาสตร์ “ชุนชิว” และเว็บไซต์ www.guancha.cn ได้ร่วมกันจัดสัมมนาในหัวข้อ “อเมริกาใน ยุคทรัมป์ vs จีนที่กาลังผงาดขึ้น” นักวิจัย Mr.Fan Yongpeng ได้กล่าวในการประชุมสัมมนาว่า ดูจาก การแบ่งเป็นสองขั้วในการตั้งหัวข้อโต้วาทีและผู้เลือกตั้งในการเลือกตั้งของอเมริกาในปี 2016 เหมือนกับ ว่าอเมริกากาลังมีปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้น นั่นคือ การกลับมาของการเมืองระหว่างชนชั้นในสังคม อเมริกา หมายความว่า ปัญหาชนชั้นกลับมาใหม่แล้ว ซึ่งประเด็นนี้ได้นามาสู่การถกเถียงในกลุ่ม นักวิชาการ แต่ว่าแนวคิดชนชั้นจะสามารถวิเคราะห์ปัญหาการแบ่งแยกของสังคมอเมริกาได้อย่าง ถูกต้องหรือไม่ ทฤษฎีการวิเคราะห์ชนชั้นนี้จะเหมาะสมกับการใช้วิเคราะห์การเลือกตั้งอเมริกาหรือไม่ และจะใช้วิธีการวิเคราะห์ชนชั้นแบบนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ทีมงานเว็บไซต์ www.guancha.cn ได้ถอด ความจากการสัมมนาครั้งนี้ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงเห็นว่าน่าจะเป็น ประโยชน์ต่อสังคมไทยที่จะได้เรียนรู้ถึงการวิเคราะห์ปัญหาการเลือกตั้งครั้งนี้ของอเมริกา จึงได้แปลและ เรียบเรียงเป็นภาษาไทย ตามที่นาเสนอเป็นรายบุคคลดังข้างล่างนี้ Mr.Fan Yongpeng นักวิจัยสถาบันจีนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฟู่ต้าน การใช้มุมมองด้านชนชั้นมาวิเคราะห์การเลือกตั้งอเมริกาครั้งนี้ เปรียบได้กับการต่อสู้อย่างสิ้น หวัง การเลือกตั้งในอเมริกาหลายครั้งที่ผ่านมา ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ high politics จริงๆ มักจะถูก ละเลยไป (หมายถึงประเด็นการเมืองในเรื่องระบบการจัดสรรผลประโยชน์ เช่น ภาษีอากร งบประมาณ รายจ่ายของรัฐบาล และการชาระเงินข้ามชาติ ยิ่งผลประโยชน์มากยิ่งมีความเป็นการเมืองสูง) ส่วน ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ low politics (เช่น การควบคุมปืน การทาแท้งลูก และเรื่องทอม ดี้ เลสเบี้ยน เกย์) กลับกลายมาเป็นจุดสาคัญของความสนใจ อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งในอเมริกา 2016 ครั้งนี้ ประเด็นของการอภิปรายที่คาดไม่ถึงคือ ปัญหาผู้อพยพและโลกาภิวัตน์ ทั้งสองประเด็นนี้ต่างมุ่งไปที่เรื่องปัญหาการจ้างงานและผลประโยชน์ทาง เศรษฐกิจของแรงงานในอเมริกา ทาให้ได้รับความสนใจมากที่สุด ถือว่าเป็นเรื่อง high politics ที่แท้จริง
  5. 5. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 3 ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเกิดปรากฏการณ์ “การย้อนกลับทางการเมือง” อันเนื่องมาจาก ปัญหาผู้อพยพและโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลลบต่อชนชั้นกลางและชนชั้นล่างในสังคมอเมริกา ฉะนั้น การ ย้อนกลับทางการเมืองแบบนี้ย่อมหมายถึง การย้อนกลับมาของการเมืองชนชั้น เพราะในช่วงหลาย ทศวรรษที่ผ่านมานี้ การเมืองชนชั้นถูกบดบังจากวาทกรรม “ความถูกต้องทางการเมือง” (Politically correct) กระทั่งในที่สุดปัญหาชนชั้นก็กลับคืนมาสู่การถกเถียงในการเมืองอเมริกาอีกครั้ง ชาวโลกทั่วไปมักจะมองว่าอเมริกาเป็นสังคมไม่มีชนชั้น เพราะคิดว่าชนชั้นกลางในอเมริกาพัฒนา มาก เป็นสังคมที่มีโครงสร้างประชากรในลักษณะ Olive social structure คือคนส่วนใหญ่เป็นชนชั้น กลาง แท้จริงแล้วในช่วงก่อนสมัยสงครามการเมืองอเมริกา (American Civil War : 1861-1865) อเมริกา เคยมีชนชั้นกลางจานวนมากที่เป็นคนผิวขาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือผู้ประกอบการในกิจการขนาดเล็ก แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว สภาพที่มีการเผชิญหน้ากันระหว่างชนชั้นกรรมาชีพและชนชั้นนายทุนตามที่ คาร์ล มาร์กซ์พูดถึงยังไม่ปรากฏชัดเจน แต่หลังจากอเมริกาได้เข้าสู่ยุคทุนนิยมผูกขาดในปลายศตวรรษที่ 19 กลุ่มชนชั้นกลางได้ลดจานวน ลงไปอย่างรวดเร็วเพราะถูกกลุ่มนายทุนขูดรีด จนกลายเป็นแรงงานรับจ้าง ซึ่งก็คือชนชั้นกรรมาชีพ นั่นเอง แต่วงวิชาการสังคมศาสตร์ของอเมริกาได้หลบเลี่ยงไปใช้คาว่า “ชนชั้นกลางใหม่” มาเรียกแทน กลุ่มชนชั้นกลางเดิมซึ่งสูญเสียปัจจัยการผลิตจนกลายมาเป็นชนชั้นกรรมาชีพแล้ว ทาให้ชนกลุ่มนี้ไม่ ตระหนักว่าตนเองได้กลายเป็นชนชั้นกรรมาชีพแล้ว ยังคิดว่าเป็นชนชั้นกลางอยู่ ศตวรรษที่ 20 สังคมชนชั้นกลางใหม่นี้เป็นแค่ภาพลวงตาที่ใช้ศัพท์ใหม่มาพยายามปิดบังความ แตกแยกระหว่างชนชั้น ชนชั้นกรรมาชีพจึงไม่รู้ตัวว่าตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 ที่ผ่านมากว่า 30 ปีนั้น การเติบโตของรายได้ของชนชั้นกรรมาชีพเกือบจะหยุดนิ่ง จนกระทั่งพวกเขาได้รับผลกระทบจากโลกาภิ วัตน์อย่างหนักหน่วงแล้ว ถึงจะเริ่มแสดงความไม่พอใจ พวกเขาจึงหย่อนบัตรเลือกตั้งโอบามาในปี 2008 และปี 2012 โดยคาดหวังว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ผลออกมากลับผิดหวัง จนมาถึงปี 2016 พวกเขาโกรธแค้นจึงหันไปหย่อนบัตรเลือกทรัมป์ขึ้นมาแทน อย่างไรก็ตาม ระบอบยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน พวกเขาอาจจะต้องผิดหวังอีก หลังจากที่ได้ ทดลองมาทั้งสองพรรค จึงมีคาถามว่า แล้วพวกเขาจะอาศัยใครได้อีก เราสามารถฟันธงได้ว่า นโยบายของทรัมป์ที่ปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นแรงงานที่เป็นคนผิว ขาว เช่น ตัวอย่างนโยบายการเพิ่มตาแหน่งงานและนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ จะไม่ บรรลุเป้าหมายอย่างแน่นอน ตัวอย่างเช่น โดยธรรมชาติแล้ว กลุ่มทุนต้องคานึงถึงกาไรขาดทุน กลุ่มทุนขนาดใหญ่โดยเฉพาะ บริษัทข้ามชาตินั้น มักจะต่อรองกับรัฐบาลอยู่เสมอ ทาให้นโยบายคุ้มครองการจ้างงานในประเทศไม่ ประสบความสาเร็จ บริษัทข้ามชาติเหล่านี้มักใช้อิทธิพลในทางเศรษฐกิจของตนมาเป็นเงื่อนไขเรียกร้อง เงินอุดหนุนจากรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเทคโนโลยี Robot และ Artificial Intelligence (AI) พัฒนาขึ้น บริษัทเหล่านี้จึงมีอานาจต่อรองสูงขึ้นจากการขู่ว่าจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มาทดแทน แรงงานคน ทาให้แรงงานเดิมที่มีอยู่ยิ่งตกงานมากขึ้น นี่เป็นตัวอย่างที่ทาให้เห็นว่าประเทศสูญเสีย ผลประโยชน์ที่ควรจะได้จากการเติบโตของทุนไปอย่างไร
  6. 6. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 4 หากรัฐบาลดาเนินนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ หรือปกป้องอุตสาหกรรม ภายในประเทศแล้ว ก็จะทาให้ค่าครองชีพภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ท้ายที่สุดก็จะทาให้ชนชั้นกลางอยู่ ไม่ได้และออกมาต่อต้านอย่างรุนแรง ซึ่งขัดยุทธศาสตร์ระยะยาวของอเมริกาที่พยายามทาให้ชนชั้นกลาง ใหม่(ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคือชนชั้นกรรมาชีพ) ตายใจและไม่ออกมาเรียกร้องผลประโยชน์ของตน ในปัจจุบัน ชนชั้นแรงงานอเมริกาตระหนักแล้วถึงความสิ้นหวังของชนชั้นตน จึงพยายามใช้การ เลือกตั้งเสมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายมาช่วยชุบชีวิต อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่อเมริกาเป็นประเทศที่ ผูกมัดกับกลุ่มทุน ขณะเดียวชนชั้นแรงงานก็อยู่ในช่วงถดถอยแล้ว การกลับมาของการเมืองแบบชน ชั้นในการเมืองอเมริกาคงเป็นได้เพียงแค่ฉากหนึ่งของการดิ้นรนอย่างสิ้นหวังเท่านั้น Mr.Han Zhu นักวิจัยสถาบันจีนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฟู่ต้าน และนักวิจัยสถาบันวิจัยการพัฒนายุทธศาสตร์ “ชุนชิว” เราใช้ “ชนชั้น” มาวิเคราะห์ได้ แต่ถ้าใช้ “ชนชั้นนา (Elite) และมวลชน (Mass)” น่าจะมีความ ถูกต้องแม่นยากว่า การวิเคราะห์ชนชั้น(นายทุน-กรรมาชีพ) ยังคงเป็นสิ่งจาเป็น แต่ถ้านามาใช้วิเคราะห์การเลือกตั้ง ของอเมริกาแล้ว คงไม่เหมาะสมนัก เพราะชนชั้นแรงงานในอเมริกาจะเป็นเพียง class in itself ไม่ใช่ class for itself ชนชั้นแรงงานในอเมริกาถึงแม้ว่ามีจานวนไม่น้อย แต่ยังไม่ได้กลายเป็นกาลังทางชนชั้นที่มีความ เป็นอิสระ และยิ่งไม่ได้จัดรูปองค์กรเป็นพรรคของชนชั้นแรงงานที่ต่อสู้เรียกร้องเพื่อประโยชน์ของตน หากมองความแตกต่างของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งอเมริกาปี 2016 นั้น ถ้าใช้แนวคิด “ชนชั้นนา (Elite) และมวลชน(Mass)” มาวิเคราะห์น่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริงมากกว่า ในสังคมอเมริกา กลุ่มทุนกับแรงงาน และชนชั้นนา (Elite) กับมวลชน (Mass) เป็นสองแนวคิด ที่ไม่อาจเปรียบกันได้ สถานการณ์นี้เปรียบได้กับในสมัยศตวรรษที่ 19 กับครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 ที่ การแบ่งชนชั้นทางสังคมของตะวันตกมีความแตกต่างอย่างมาก เหตุผลหลักที่ทาให้เกิดปรากฏการณ์นี้ คือโลกาภิวัตน์ของระบบทุนนิยมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ระบบเศรษฐกิจในยุคกระแสโลกาภิวัตน์ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ ก่อให้เกิดผลสองด้านหรือ “แบ่งเป็นสองขั้ว” ด้านหนึ่งคือนายทุนได้แบ่งเป็นสองขั้ว และอีกด้านหนึ่งคือตลาดแรงงานก็แบ่งเป็นสอง ขั้ว การแบ่งเป็นสองขั้วนี้ในช่วงแรกของสังคมทุนนิยมก็มีอยู่บ้าง และชัดเจนมากขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์ ความจริงแล้วกลุ่มทุนของอเมริกาทุกวันนี้แบ่งแยกเป็นสองกลุ่ม คือบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มี ความเป็นนานาชาติ กับบริษัท SME ขนาดเล็กและขนาตกลางที่มีความเป็นท้องถิ่น สาหรับนายทุนกลุ่ม แรก เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากยุคโลกาภิวัตน์จึงเลือกพรรคของฝ่ายฮิลลารี คลินตัน แต่กลุ่มนายทุนที่ เป็นบริษัท SME ขนาดเล็กและขนาดกลางซึ่งมีจานวนมากกลับเลือกพรรคของฝ่ายทรัมป์
  7. 7. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 5 ในอีกด้านหนึ่ง เศรษฐกิจใหม่ที่เน้นความรู้และเทคโนโลยีก็ทาให้ตลาดแรงงานแบ่งเป็นสองขั้ว เช่นกัน ขั้วหนึ่งคือตลาดแรงงานที่มีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทและแรงงานทักษะ (เช่น ผู้มีรายได้สูงใน วงการการเงิน บัญชี ประกันชีวิต กฎหมาย การแพทย์ สารสนเทศ และการศึกษา เป็นต้น) และอีกขั้ว หนึ่งเป็นแรงงานธรรมดา ซึ่งได้กลายเป็นสองกลุ่มเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างกันมากในสังคม เพราะฉะนั้น แม้มีความเหลื่อมล้าของคนรวยและคนจนในสังคมอเมริกา แต่การต่อสู้ระหว่างชน ชั้นก็ยังไม่ได้กลายเป็นจุดหลักของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสังคมอเมริกา และโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งเมื่อไม่ได้มีพรรคการเมืองของชนชั้นแรงงานที่แท้จริงเกิดขึ้นด้วย ปัจจุบันนี้ ตัวหลักของการต่อสู้ ในทางการเมืองอเมริกา ยังเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรค Democrat และพรรค Republican เป็นการต่อสู้ ระหว่างผู้สนับสนุนของฮิลลารี คลินตันกับผู้สนับสนุนของทรัมป์ แม้ว่าในสนามเลือกตั้งจะมีการแบ่งฝ่าย อย่างชัดเจนและกล่าวหาซึ่งกันและกัน แต่การต่อสู้ทางการเมืองแบบนี้คงสามารถนิยามได้เพียงเป็นการ เผชิญหน้าระหว่างชนชั้นนา (Elite) และมวลชน (Mass) เท่านั้น เมื่อกล่าวถึงคุณลักษณะของชนชั้นแล้ว การต่อสู้ระหว่างสองพรรคในสังคมอเมริกายังเป็นการต่อสู้ ของพรรคการเมืองภายในชนชั้นนายทุน ที่มีความโน้มเอียงไปในด้านการแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่าง พรรค Democrat และพรรค Republican ทรัมป์นั้นโน้มเอียงไปทางกลุ่มนายทุนใหญ่ ฮิลลารี คลินตัน โน้มเอียงไปทางกลุ่มชนชั้นนาทางความคิด (Intellectual elite) เมื่อกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์ กับกลุ่มนายทุนใหญ่นั้น Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์อเมริกา เคยกล่าวว่า “สาหรับแรงงานอเมริกา (American blue collar) แล้ว การที่ทรัมป์ขึ้นมาเป็นผู้นานั้น ไม่ใช่ข่าวดีอย่างแน่นอน” Mr.Wen Yang นักวิจัยสถาบันจีนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฟู่ต้าน และนักวิจัยสถาบันวิจัยการพัฒนายุทธศาสตร์ “ชุนชิว” ปัญหาชนชั้นถูกกลบด้วยปัญหาเชื้อชาติ (racial problem) สองอย่างนี้บางครั้งอธิบายแทนกันได้ ผมคิดว่าการใช้ประเด็นเชื้อชาติและประเด็นชนชั้นบางครั้งสามารอธิบายแทนกันได้ ทุกวันนี้ผม ยังเห็นด้วยว่ากรณีทรัมป์ สามารถนาเอาแนวคิดเรื่องเหยียดผิวมาวิเคราะห์ปัญหาได้ ในต้นปี 2016 เมื่อ ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะได้ขึ้นมานั้น บทความจากหลายฝ่ายต่างก็พูดถึงประเด็นนี้ด้วย ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่สาคัญของอเมริกาคือ สถิติแสดงอัตราการฆ่าตัวตาย อัตราเจ็บไข้ได้ ป่วย และอัตราการเสพยาเสพติดของกลุ่มคนผิวขาวที่ไม่ใช่เชื้อชาติสเปนนั้น ล้วนมีอัตราเพิ่มขึ้น ขณะที่ ในกลุ่มคนผิวดาและคนเชื้อชาติสเปนกลับมีอัตราลดลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็หมายความว่า การที่ทรัมป์ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีนั้น บ่งบอกว่ากลุ่มคนผิวขาวในสังคม อเมริกากาลังเสื่อมลง เป็นเวลานานพอสมควรแล้วที่สังคมอเมริกาใช้ปัญหาเชื้อชาติกลบประเด็นปัญหา ชนชั้น ดังนั้น ผมจึงมองว่าระหว่างสองปัญหานี้ บางทีเราสามารถใช้อธิบายแทนกันได้
  8. 8. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 6 นอกจากนี้ หากใช้วิธีการวิเคราะห์ชนชั้นมาวิเคราะห์สังคมอเมริกา ถ้าพูดถึงที่สุดแล้วก็ต้องเชื่อม กับสถานการณ์ในอนาคตของประเทศจีนด้วยว่า เราจะใช้เครื่องมือการวิเคราะห์นี้มาอธิบายอนาคตของ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอเมริกาได้หรือไม่ ปัจจุบันประเทศจีนมีสังคมเป็นอย่างไร วิธีการวิเคราะห์ ทางชนชั้นสามารถนามาใช้เป็นกรอบแนวคิดทฤษฎีเดียวในการวิเคราะห์สังคมได้หรือไม่ สมัยก่อน ทฤษฎีมาร์กซ์สามารถประยุกต์ใช้วิเคราะห์กับทั้งสถานการณ์การต่อสู้ระหว่างชนชั้นภายในประเทศและ สถานการณ์การต่อสู้ระหว่างชนชั้นในโลกด้วย วิธีการวิเคราะห์ชนชั้นนี้จึงพอจะนามาใช้ได้ แต่อย่าใช้วิธีนี้มากเกิน ถ้ามากเกินไปแล้วอาจจะ กลายเป็นเรื่องไร้สาระได้ เห็นได้จากในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 ก็ทาให้ประเทศจีนเกิดปัญหาการ ต่อสู้ระหว่างชนชั้นอย่างรุนแรงขึ้นมา (การปฏิวัติวัฒนธรรม) ถ้าใช้วิธีการวิเคราะห์ชนชั้นไปเสียทั้งหมด สุดท้ายก็จะนาไปสู่หายนะ กล่าวโดยสรุป ถ้าใช้วิธีการวิเคราะห์ชนชั้นมากเกินไปก็จะมีปัญหาตามมา แต่ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า การวิเคราะห์ชนชั้นเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการวิเคราะห์ด้านรัฐศาสตร์ ที่ยังมี คุณค่าอย่างแน่นอน Mr.Fang Ning ผู้อานวยการสถาบันรัฐศาสตร์ แห่งสถาบันสังคมศาสตร์ ประเทศจีน (CASS) วิเคราะห์การเมืองโดยทฤษฎีชนชั้นต้องคานึงถึงเวลาและบริบท การใช้แนวคิดชนชั้นมาวิเคราะห์การเลือกตั้งของอเมริกานั้นพอจะทาให้เราเข้าใจสถานการณ์ที่ เกิดขึ้นได้บ้าง อย่างไรก็ตามใช่ว่าแนวคิดชนชั้นอย่างเดียวจะอธิบายได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ผมได้สังเกตถึงปัญหานี้ในครั้งที่ผมวิจัยการเลือกตั้งอเมริกาในปี 2012 แนวคิดที่ว่าด้วยชนชั้น นี้ เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่นามาแยกแยะฐานะทางสังคมของผู้คนแบบดั้งเดิม เรียกว่าเส้นแบ่งชนชั้นทาง สังคม แต่ชนชั้นเป็นแนวคิดที่โดด กล่าวคือ แบ่งอัตลักษณ์ของคนในสังคมตามความสัมพันธ์ของการ ครอบครองปัจจัยการผลิต เช่น ชนชั้นแรงงานและชนชั้นกลาง แต่ความสัมพันธ์ทางสังคมในสมัยนี้มี ความสลับซับซ้อนมาก โครงสร้างของสังคมก็เปลี่ยนแปลงมาก จะมาตัดสินหรือแยกแยะสถานะทาง สังคมรวมถึงจุดยืนทางการเมืองของผู้คนนั้นคงไม่สามารถใช้เพียงปัจจัยเดียวเหมือนเมื่อก่อนได้ ในปัจจุบันสถานะทางสังคมของผู้คนมีอัตลักษณ์ที่สลับซับซ้อนมาก การแบ่งกลุ่มทางสังคม จะต้องใช้หลายปัจจัยมาแยกแยะและแบ่งกลุ่ม ในแง่นี้ กลุ่มทางสังคมปัจจุบันส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มที่ สลับซับซ้อน ดูจากจุดยืนหรือทัศนคติของผู้เลือกตั้งในการเลือกตั้งของอเมริกาสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ปัจจัยที่ตัดสินหรือมีผลกระทบถึงสถานะทางสังคมและจุดยืนทางการเมืองของคนอเมริกานั้น มีอย่าง น้อยหกปัจจัยที่สาคัญ ได้แก่ เชื้อชาติ เพศ ถิ่นเกิด ศาสนา ระดับการศึกษาและอายุ
  9. 9. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 7 ตัวอย่างเช่น หากนาปัจจัยด้านอายุมาอธิบายแล้ว ในสมัยศตวรรษที่ 18 และศตวรรษที่ 19 เป็น ยุคอุตสาหกรรมของยุโรป แนวคิดของชนชั้นได้รับความนิยมมาก สมัยนั้นยังไม่มีสวัสดิการสังคมและ การประกันสังคม (Social welfare and social security) ดังนั้นคุณภาพชีวิตของคนส่วนมากจึงขึ้นอยู่กับ อาชีพการงานและทรัพย์สินที่มี แต่สังคมสมัยนี้มีระบบสวัสดิการสังคมและการประกันสังคม(Social welfare and social security) ที่ดีขึ้นมาก คุณภาพชีวิตของคนส่วนมากจึงแปรผันตามระบบสวัสดิการ สังคมด้วย ใช่เพียงอาชีพและทรัพย์ในครอบครอง ดังนั้นอายุจึงกลายเป็นปัจจัยสาคัญที่แบ่งคนออกเป็น กลุ่ม ความแตกต่างทางผลประโยชน์ของคนระหว่างรุ่น (Intergenerational interests) จึงแตกต่างกัน อย่างชัดเจน เช่น คนแต่ละช่วงวัยต้องจ่ายภาษีหรือรับสิทธิประโยชน์จากสวัสดิการสังคมที่ต่างกัน ผลประโยชน์ที่ต่างกันนี่เองทาให้แต่ละช่วงวัยเรียกร้องผลประโยชน์ที่ต่างกัน ประเด็นนี้ก็จะเป็นการ อธิบายโครงสร้างของกลุ่มทางสังคมในปัจจุบันในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง ความแตกต่างของคน ระหว่างรุ่นนี่เองทาให้การเรียกร้องและความรู้ความเข้าใจของแต่ละกลุ่มคนแตกต่างกันไปมาก อีก ตัวอย่างคือนักเขียน Mr.Han Han ได้พูดถึงประเทศจีนว่ามีสองชนชั้น คือเจ้าของบ้านและผู้เช่าบ้าน ที่ เรียกร้องผลประโยชน์ที่ต่างกัน เราได้ทางานวิจัยเปรียบเทียบพัฒนาการทางการเมืองของประเทศในเอเชีย ทาให้เข้าใจว่า ปัจจัยที่จะแบ่งชนชั้นทางสังคมของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน และยังเปลี่ยนแปลงตลอดด้วย เช่น ใน อเมริกา สังเกตได้ว่า ปัจจัยที่กาหนดการตัดสินใจหรือมีผลกระทบต่อสถานะทางสังคมและจุดยืนทางการ เมืองของคนอเมริกามีหกปัจจัยที่สาคัญ แต่การเรียงลาดับความสาคัญและจานวนของปัจจัยในแต่ละครั้ง ก็ไม่ค่อยเหมือนกันด้วย ตัวอย่างเช่น การเลือกตั้งอเมริกาในปี 2016 มีคนอเมริกันพูดว่านี่เป็น “การปฏิวัติของคน คอแดง” หรือคนผิวขาวที่เป็นแรงงานระดับล่าง ซึ่งหมายถึงเป็นการหวนกลับมาของการเหยียดผิวของ คนผิวขาว ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ปัจจัยเชื้อชาติเป็นปัจจัยที่สาคัญที่สุดในการแบ่งกลุ่มหรือชนชั้นทาง สังคมในอเมริกา แต่ในประเทศอื่นจะไม่เหมือนกัน เช่น ในฟิลิปปินส์ปัจจัยที่สาคัญที่สุดคือตระกูลเครือ ญาติ ในประเทศจีนอาจจะมีคนพูดว่าเป็น พรรคพวกกัน การวิเคราะห์การเลือกตั้งอเมริกา ในฐานะที่เราเป็นผู้สนับสนุนลัทธิมารกซ์ คงมิอาจลืมบรรพบุรุษ ของเรา วิธีการวิเคราะห์ชนชั้นก็สามารถให้แง่คิดเราได้มาก แต่เราต้องมีจุดยืนที่อยู่บนพื้นฐานของความ เป็นจริงในสังคมยุคใหม่ และวิธีการวิเคราะห์ชนชั้นต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย บางคนพูดว่า ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งได้ด้วยการเป็นตัวแทนของรากหญ้า 99% ที่เอาชนะชนชั้น เศรษฐีของ Wall Street 1% แต่หลายคนไม่ได้วิเคราะห์ลึกลงไปว่า ตกลงทรัมป์อยู่ในกลุ่มคน 1% หรือ 99% ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่ในส่วนของ 99% เนื่องจากระบบเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ตกอยู่ ภายใต้ระบบการเงินของ Wall Street แม้จะเป็นกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอานาจแข็งแกร่งมากที่สุดของ อเมริกาอยู่แล้ว พวกเขายังทาลายผลประโยชน์ของวงการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมดั้งเดิมซึ่งทรัมป์ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนี้ด้วย จึงเกิดเหตุการณ์ทางการเมือง Occupy Wall Street movement ขึ้นได้ แต่ว่ามันไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างชนชั้นตามนิยามดั้งเดิมของเราอีกต่อไป ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงไม่ใช่ แค่ Occupy Wall Street คงจะเป็น Occupy Washington DC แล้ว และอย่างน้อยก็ไม่ใช่ 1% ต่อ 99%
  10. 10. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 8 อาจเป็น 20% ต่อ 80% หรือเป็น 30% ต่อ 70% เพราะมีกลุ่มทุนเก่าที่ไม่พอใจกลุ่มทุน Wall Street ด้วย การเลือกตั้งครั้งนี้ ทรัมป์ ได้ประสบความสาเร็จ เพราะได้สร้างกระแสว่า ฮิลลารี คลินตัน เป็น ตัวแทนของ Wall Street ในการต่อสู้กับเขา ทรัมป์ได้ใช้ประโยชน์จากการต่อสู้ระหว่าง 1% ต่อ 99% อย่างไรก็ตามเรายังต้องกลับมาอยู่บนความเป็นจริง กลับมามองการเปลี่ยนแปลงในสังคมอเมริกา และ วิเคราะห์บนพื้นฐานความเป็นจริงแล้วค่อยหาข้อสรุปต่อไป มิใช่ยึดอยู่กับทฤษฎีโดยไม่มองข้อเท็จจริง Mr.Wang Wen ผู้อานวยการสถาบันวิจัยการเงิน “ฉงหยาง” แห่งมหาวิทยาลัยเหรินหมิน ความขัดแย้งของชนชั้นทางการเมืองใหม่ในอเมริกา คาว่า ชนชั้น (阶级) ในบริบทของสังคมจีนมีความหมายเฉพาะ ฉะนั้น อาจเปลี่ยนมาใช้คาว่า ระดับชั้น(阶层) จะดีกว่า แต่ทั้งสองคานี้ก็คือคาว่า “class” ในภาษาอังกฤษ หรือใช้แนวคิดของเรื่องกลุ่ม (group) ก็พอได้ ดังเช่นในหนังสือ Capital in the Twenty-First Century ของ Thomas Piketty ได้กล่าวว่า ใน ศตวรรษที่ 21 มีปรากฏการณ์ที่สาคัญยิ่งคือ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากทรัพย์สินมีมูลค่ามากกว่ารายได้ที่ เพิ่มขึ้นจากเงินเดือนอย่างมากระหว่างกลุ่มชนต่างๆ ในช่วงสิบกว่าปีมานี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากเงินเดือน ในประเทศตะวันตกเริ่มลดลง แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากทรัพย์สินกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่จึงเป็นเหตุให้ เกิดความเหลื่อมล้าและการแบ่งแยกทางชนชั้นระหว่างกลุ่มชนที่รุนแรงมากขึ้น การแตกแยกระหว่างกลุ่มชนคงยากที่จะหวนคืนดีได้ ถ้ามองในแง่นี้แล้ว ในปี 2017 ครึ่งปีแรก อเมริกาคงต้องเผชิญกับปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง และช่วงครึ่งปีหลัง คนใน Washington DC เองก็คงจะต้องทาใจกับการขึ้นมาของทรัมป์ เพราะคนในรัฐนี้จานวนร้อยละ 90 ไม่ได้เลือกทรัมป์ขึ้นมา และในเวลานี้ ทรัมป์เองก็หาคนที่จะเข้ามาช่วยงานได้ยาก คนที่เขาเชิญมาเป็นรัฐมนตรีนั้น ส่วนใหญ่เป็น เศรษฐีและนายพลทหาร ดังนั้นปัญหาความขัดแย้งระหว่างระดับชั้นจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ ใน กลุ่มของเจ้าหน้าที่รัฐเอง เจ้าหน้าที่ระดับกลางและล่างซึ่งมีจานวนมากก็จะมีความขัดแย้งกับกลุ่ม เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงอย่างมาก หากพูดถึงวิวัฒนาการของประวัติศาสตร์โลกในเรื่องกลุ่มชน เราสามารถสังเกตได้ว่า ปัจจุบันนี้ กาลังอยู่ในช่วงเวลาสาคัญที่กลุ่มชนในระดับโลกจะเกาะเกี่ยวขึ้นกันใหม่ โครงสร้างอานาจโลกเกิดการ เปลี่ยนแปลงและเศรษฐกิจโลกก็กาลังเริ่มต้นใหม่ ความสาคัญทางประวัติศาสตร์ของปี 2016 อาจเทียบได้กับปี 1991 ปี 1991 ฝ่ายสังคมนิยมล่ม สลาย ปี 2016 อาจเป็นการล่มสลายของฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตยก็ว่าได้ สังเกตได้จาก นายกรัฐมนตรี อังกฤษ Theresa Mary May ในที่ประชาคม EU ไม่มีใครสนใจเธอ ส่วนเยอรมันก็ไม่สนใจทรัมป์ ถ้าปี 1991 เป็นการสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ ปี 2016 อาจเป็นการเริ่มต้นใหม่ของประวัติศาสตร์โลกก็ได้
  11. 11. สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตรชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 9 เอกสารอ้างอิง : บทความเรื่อง 范勇鹏、寒竹、文扬、王文、房宁、李波: 为何阶级分析理论难以解释这次美国 大选? http://www.guancha.cn/FanYongPeng/2017_01_09_388352.shtml download เ มื่ อ 15/10/16

×