Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ยุทธศาสตร์จีนต่อเอเชียใต้และเอเชียกลาง : ปราการอันว่างเปล่า

809 views

Published on

เรียบเรียงจาก
บทความเรื่อง China's Strategy toward South and Central Asia: An Empty Fortress ของ Rand Corporation


Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ยุทธศาสตร์จีนต่อเอเชียใต้และเอเชียกลาง : ปราการอันว่างเปล่า

  1. 1. วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ยุทธศาสตร์จีนต่อเอเชียใต้และเอเชียกลาง : ปราการอันว่างเปล่า (China’s Strategy toward South and Central Asia: An Empty Fortress) ฉบับย่อ ปาณัท ทองพ่วง ผู้ช่วยนักวิจัย
  2. 2. ยุทธศาสตร์จีนต่อเอเชียใต้และเอเชียกลาง : ปราการอันว่างเปล่า ฉบับย่อ1 หากในศตวรรษที่ 13 มาร์โค โปโลใช้เส้นทางสายไหมเดินทางไปหาอาณาจักรจีน ในศตวรรษที่ 21 นี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนก็กาลังสร้างเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Road) เพื่อเชื่อมต่อไปหายุโรปบ้าง ภายใต้โครงการนี้ เพียงแค่เรามองในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ก็จะเห็นได้แล้วว่าเอเชียกลางจะกลายเป็นทางผ่านที่ สาคัญ หรือเป็นตัวแปรสาคัญในการที่จะทาให้โครงการเส้นทางสายไหมใหม่ของจีนในยุคนี้สามารถบรรลุผล สาเร็จเป็นจริงได้หรือไม่ ดังนั้น ในราวทศวรรษที่ผ่านมา จึงพบว่ายุทธศาสตร์การต่างประเทศจีนได้ผันทิศไปสู่ เอเชียกลางเป็นอย่างมาก ทั้งด้านความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม สิ่งที่น่าตั้งคาถามและ เป็นประเด็นหลักในงานเขียนชิ้นนี้คือ จีนต้องการอะไรจากเอเชียกลาง (กันแน่?) และคาถามที่อาจมีต่อไปคือ ประเทศไทยจะเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้างเพื่อนามาปรับท่าทียุทธศาสตร์การต่างประเทศของเรา จีนต้องการอะไรจากเอเชียกลาง? คาถามนี้น่าสนใจเพราะอย่างน้อยที่สุดที่ผ่านมาภูมิภาคนี้มิได้เคยอยู่ในความสนใจของเวทีโลกมาก่อน สาหรับคนที่พอจะรู้จักเอเชียกลางก็มักติดภาพว่าเป็นภูมิภาคที่ล้าหลังทางเศรษฐกิจ และตกอยู่ใต้อิทธิพลของ รัสเซียในฐานะส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต นับแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เมื่อปี 1991 และการแยกตัว เป็นอิสระของเหล่าประเทศเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิส ถาน ประเทศจีนก็ได้เข้าไปผูกมิตรและเริ่มขยายอิทธิพลเข้าแทนที่รัสเซียในประเทศเหล่านี้ นับแต่ราวปี 2001 เป็นต้นมาอิทธิพลของจีนทั้งทางการทูต การทหาร และเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ และจีนก็มียุทธศาสตร์ชัดเจนที่จะขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้ต่อไปจนถึงขั้นที่หลายคน คาดการณ์ว่าจะ “ครอบงา” เอเชียกลางในอนาคตอันใกล้ มาสู่คาถามว่าจีนเข้าหาเอเชียกลางเพราะเหตุใด บทความชิ้นดังกล่าวเสนอว่ามีหลายปัจจัยเข้ามา เกี่ยวข้อง ปัจจัยหรือทฤษฎีแรก ที่ดูจะถูกให้ความสาคัญมากที่สุดคือ เพื่อกระชับเสถียรภาพทางความมั่นคง ภายในของจีนเอง กล่าวให้เจาะจงลงไปก็คือความมั่นคงในเขตมณฑลทางตะวันตกของจีน โดยเฉพาะซินเจียง ที่เป็นมณฑลตะวันตกสุด ———————————————— 1 อ้างอิงจาก Andrew Scobell, Ely Ratner, Michael Beckley. China’s Strategy toward South and Central Asia: An Empty Fortress. Rand Corporation. ออนไลน์: http://www.rand.org/content/dam/ rand/pubs/research_reports/RR500/RR525/RAND_RR525.pdf
  3. 3. ในข้อนี้แม้ว่าดูผิวเผินแล้ว ปักกิ่งในปัจจุบันถือว่ามีเสถียรภาพด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่งมาก มากกว่าที่เคย เป็นเมื่อหลายศตวรรษที่ผ่านมาอย่างเทียบไม่ได้ กองทัพจีนได้เติบโตจนติดอันดับกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ ตาม รัฐบาลจีนที่ปักกิ่งยังคงรู้สึกไม่มั่นใจในเสถียรภาพความมั่นคงและกังวลกับเรื่องบูรณภาพภายในชาติของตน สิ่งที่ สร้างความหนักใจแก่รัฐบาลจีนที่สุดก็คือการต่อต้านและลุกฮือของชาวอุยกูร์ในซินเจียงนี่เอง เมื่อมองในทางภูมิ รัฐศาสตร์ – ภูมิเศรษฐศาสตร์ จะเห็นได้ไม่ยากว่า มณฑลซินเจียงมีความสาคัญกับรัฐบาลจีนในระดับยุทธศาสตร์มาก เพียงใด แม้จะเป็นมณฑลที่ห่างไกลและล้าหลังทางเศรษฐกิจ เพราะตราบที่ปักกิ่งยังไม่สามารถกุมอานาจในซินเจียงได้ อย่างมั่นคง (ไม่ต้องพูดถึงการที่ หากซินเจียงสามารถแยกเอกราชได้สาเร็จ) ฝันอันยิ่งใหญ่ของรัฐบาลจีนเรื่องการสร้าง เส้นทางสายไหมใหม่เชื่อมไปยังยุโรปก็คงต้องพังลงตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะซินเจียงอยู่ทางตะวันตกสุดของจีน เป็นจุด ยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมต่อจีนกับเอเชียกลางและต่อไปยังยุโรป จึงไม่แปลกที่รัฐบาลจีนจะจริงจังกับการปราบปรามการก่อ การร้าย การแบ่งแยกดินแดน และขบวนการหัวรุนแรง ในซินเจียงซึ่งปักกิ่งใช้คาเรียกรวมกันว่า “ความชั่วทั้งสาม (three evils)” 2 การที่จีนเข้าไปสร้างอิทธิพลจนถึงขั้นสามารถสร้างเสถียรภาพและกาหนดทิศทางในเอเชียกลางได้ ย่อมลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดสิ่งที่ปักกิ่งกลัวที่สุด นั่นคือ การที่ชนชาติพันธุ์อุยกูร์ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปข้าม พรมแดนของเหล่ารัฐเอเชียกลางนั้น ลงมือสร้างการเชื่อมโยงกันขึ้นเป็นเครือข่ายที่มั่นคงกับกลุ่มหัวรุนแรงอุยกูร์ที่ ดาเนินการอยู่ในซินเจียงและพื้นที่อื่นๆในประเทศจีนอยู่แล้ว ปัจจัยที่สอง ที่ถูกเสนอขึ้นมาก็ยังเกี่ยวเนื่องกับเรื่องความมั่นคง แต่เป็นความมั่นคงของจีนในระดับภูมิภาคและ ระดับระหว่างประเทศ โดยเปรียบเทียบกับมหาอานาจอื่นที่แข่งอิทธิพลกันในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะรัสเซียและสหรัฐ โดย สาเหตุที่มหาอานาจต่างต้องการแย่งชิงเอเชียกลางเป็นเพราะว่านอกจากภูมิภาคนี้จะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สาคัญของ โลกที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชียแล้ว3 ยังเป็น แหล่งสะสมพลังงานคือน้ามันและก๊าซธรรมชาติที่สาคัญของโลกด้วย (ซึ่ง จะขยายความประเด็นนี้ต่อเป็นปัจจัยด้านเศรษฐกิจในย่อหน้าถัดไป) _______________________________ 2 Andrew Scobell, Ely Ratner, Michael Beckley. China’s Strategy Toward South and Central Asia: An Empty Fortress. Rand Corporation. ออนไลน์: http://www.rand.org/content/dam/rand/pubs/research_reports/RR500/RR525/RAND_RR525. pdf, xi. 3 ดังที่มีคากล่าวมานานว่า ใครต้องการเป็นอภิมหาอานาจระดับโลก ต้องคุมเขตยูเรเชียหรือเอเชียกลางให้ได้
  4. 4. อย่างไรก็ตาม ในเกมแย่งชิงเอเชียกลางระหว่างชาติมหาอานาจนี้ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ได้ กลายเป็นเครื่องมือที่สาคัญของจีน ที่ปักกิ่งตั้งขึ้นมาในปี 2001 ให้เป็นค่ายทางความมั่นคง รวมทั้งทางเศรษฐกิจและ พลังงานร่วมระหว่างชาติสมาชิก ในลักษณะที่บางคนเรียกว่าเป็น NATO แห่งเอเชีย ปัจจุบันมีชาติสมาชิกได้แก่ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซ์สถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน ซึ่งเมื่อดูรายชื่อชาติสมาชิกที่มีในปัจจุบัน ก็จะเห็นได้ว่า SCO มีศักยภาพ ที่จะเป็นองค์กรระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ด้านความมั่นคง การทหาร และพลังงานของกลุ่มประเทศ เอเชียคานอานาจกับกลุ่มมหาประเทศตะวันตก (แต่แน่นอนว่าภายใน SCO จีนเป็นผู้ครอบงาองค์กร มีบทบาทอยู่เหนือ เหล่าประเทศเอเชียกลาง และแม้แต่รัสเซียอย่างชัดเจน) ปัจจัยที่สาม ที่ทาให้จีนเข้าหาเอเชียกลางก็คือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน อย่างที่เกริ่น ไปในย่อหน้าก่อน จีนนั้นรู้กันว่าเป็นหนึ่งในประเทศผู้บริโภคพลังงานมากที่สุดของโลก ยิ่งเศรษฐกิจจีนขยายตัว จีนยิ่ง ต้องการบริโภคพลังงาน อีกนัยหนึ่งคือต้องการแสวงหาความมั่นคงทางพลังงาน ในขณะที่ทะเลฝั่งตะวันออกของจีนซึ่ง อาจมีแหล่งพลังงานอยู่นั้น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกก็คุกรุ่นด้วยปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างจีน –เกาหลี และญี่ปุ่น จีนจึง ต้องหันไปหาแหล่งพลังงานจากภูมิภาคอื่น ซึ่งเอเชียกลางสามารถตอบโจทย์ด้านความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวที่ จีนกาลังต้องการได้เป็นอย่างดี จีนมีการก่อสร้างท่อส่งน้ามันจากคาซัคสถาน (แล้วเสร็จในปี 2006) และท่อส่งก๊าซ ธรรมชาติจากเติร์กเมนิสถาน (แล้วเสร็จในปี 2009) นอกจากนี้ จีนกลายเป็นคู่ค้าที่สาคัญที่สุดของเอเชียกลาง-แซงหน้า รัสเซีย นับแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ยุทธศาสตร์ขยายอานาจของจีนในเอเชียกลางแท้จริงเป็นกลยุทธ์แบบ “ป้ อมปราการที่ว่างเปล่า (empty fortress)” หรือไม่? จีนเข้าหาเอเชียกลางจริง และได้ทาหลายอย่างเพื่อเพิ่มอิทธิพลของตนขึ้นมามากมายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยหวังผลประโยชน์นานาประการดังที่กล่าวข้างต้น อย่างไรก็ตามก็มีผู้ตั้งคาถามต่อจากนั้นว่า แท้จริงแล้ว จีนเต็มใจ หรือจริงใจที่จะทุ่มเททรัพยากร เพื่อผูกพันตัวเองและเพื่อพยายามเป็นจ้าวเข้าครองเอเชียกลางมากน้อยเพียงใด ถึงระดับ ที่จีนแสดงออกในปัจจุบันจริงหรือไม่ หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ จีนมีศักยภาพที่จะแบกรับภาระของจ้าวมหาอานาจใน ภูมิภาคเอเชียกลางตามที่ส่งสัญญาณออกมาได้หรือไม่ เพราะแม้ว่าปัจจุบันจีนจะได้รุกเข้ายึดหัวหาดเอเชียกลางมากขึ้น เรื่อยๆ ในทุกมิติ แต่ก็ยังมีมหาอานาจอีกหลายชาติที่พยายามหาพื้นที่ยืนของตนในเอเชียกลางด้วยเช่นกัน แน่นอนว่า หนึ่งในนั้นต้องมีรัสเซียในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิมที่ยังคงมีอิทธิพลอยู่มากในพื้นที่แม้จะลดลงมากแล้วจากในอดีต นอกจากนั้นก็ยังมีสหภาพยุโรปและสหรัฐอีก สรุปคือ จีนมี ศักยภาพที่แท้จริง ที่จะแข่งขันต่อสู้กับมหาอานาจเหล่านี้ใน การครอบงาเอเชียกลางได้หรือไม่
  5. 5. ในข้อนี้ Andrew Scobell และคณะเห็นว่า จีนไม่มีศักยภาพที่ว่านั้นอยู่จริง โดยตีความว่าแม้อิทธิพลของจีน ในเอเชียกลางจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจริง กล่าวคือ แม้โครงการของจีนในเอเชียกลางนั้นมีมากมาย แต่ละโครงการก็ ยิ่งใหญ่และเป็นรูปธรรม ทั้งอัตรามูลค่าการค้าระหว่างจีน-เอเชียกลางก็ได้เพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาลจนปัจจุบันจีน ขยับขึ้นมาเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของภูมิภาค นอกจากนี้ ยังมี โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และที่ สาคัญที่สุดคือ การจัดตั้งองค์การ SCO ที่ดาเนินการเป็นรูปเป็นร่างไปหมดแล้ว แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น อีกนัย หนึ่งคือ ยุทธศาสตร์แผ่อิทธิพลในเอเชียกลางของจีนในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมากลับถูกวิเคราะห์ว่าเป็นเพียง กล ลวงของจีนในลักษณะ "ทาใจดีสู้เสือ” (หรือที่ผู้เขียนยืมชื่อกลยุทธ์ในสามก๊กที่เรียกว่า “ป้อมปราการอันว่าง เปล่า” (Empty Fortress) มาใช้) ซึ่งฝ่ายที่มีกาลังด้อยกว่าแสดงท่าทีว่าเหนือกว่าคู่แข่งเพื่อให้คู่แข่งกลัวและไม่กล้า เข้ามารบกวน ในบริบทนี้ บทความดังกล่าวมอง “การแผ่อิทธิพลจีนในเอเชียกลาง” ว่าเป็นเพียง “ปฏิกิริยา ตอบสนองของจีนต่อภัยคุกคามที่ซับซ้อนตามพรมแดนตะวันตกของตน” 4 เท่านั้น สรุปคือจีนกาลังสร้างภาพว่า ตนเองแข็งแกร่งเกินจริงทั้งในการควบคุมมณฑลตะวันตกของตนและภูมิภาคเอเชียกลาง (แม้ว่าอิทธิพล จีนนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอยู่อย่างมากจริงและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในภูมิภาคนี้) เพื่อ หนึ่ง ปรามมิให้มหาอานาจอื่นเข้ามา แทรกแซงจนครอบงาเอเชียกลาง ที่ด้วยผลประโยชน์นานาประการที่กล่าวไปในส่วนที่แล้ว ทาให้จีนต้องการรักษา ไว้เป็นเขตอิทธิพลของตน และสองคือ เพื่อปรามมิให้ขบวนการหัวรุนแรงอุยกูร์ทั้งที่กระจายข้ามพรมแดนในเอเชีย กลางและในซินเจียงคิดก่อการใหญ่คุกคามบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศจีน บทความดังกล่าววิเคราะห์ว่า นั่นเพราะจีนยังมองเอเชียกลางในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็น แหล่งพลังงานและแหล่งคู่ค้ากับภาคตะวันตกของจีน คือเป็น “แหล่งเพาะพันธุ์กลุ่มอิสลามหัวรุนแรง ฐานสนับสนุน นอกประเทศของขบวนการแบ่งแยกดินแดนในซินเจียง และเป็นภูมิภาคที่มีแนวโน้มถูกแทรกแซงบงการจาก มหาอานาจอื่นๆสูง” 5 โดยสรุปคืออาจเป็นภัยกับผลประโยชน์ของจีนทั้งกับเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ความ มั่นคงทางการเมืองในมณฑลซินเจียงและกว้างกว่านั้นคือต่อโครงการสร้างเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน แต่ละเรื่อง ที่กล่าวมาล้วนสาคัญยิ่งสาหรับปักกิ่ง ดังนั้น ตามตรรกะนี้ จีนจึงต้องสร้างภาพลักษณ์ว่า “คุม” เอเชียกลางได้ เพื่อ จากัดการขยายอานาจของมหาอานาจอื่นโดยเฉพาะสหรัฐในเอเชียกลาง6 และเพื่อป้องปรามการสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงระหว่างอุยกูร์ในเอเชียกลางและซินเจียงเพื่อก่อความไม่สงบในดินแดนจีนดังที่กล่าวไป ______________________________ 4 Andrew Scobell, Ely Ratner, Michael Beckley. China’s Strategy Toward South and Central Asia: An Empty Fortress. Rand Corporation. ออนไลน์: http://www.rand.org/content/dam/rand/pubs/research_reports/RR500/RR525/ RAND_RR525.pdf, xii. 5 เพิ่งอ้าง, หน้าเดียวกัน. 6 จีนจับตาการเคลื่อนไหวของสหรัฐในเอเชียกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่เห็นศักยภาพทางทหารของสหรัฐ ในปฏิบัติการในอิรักและอัฟกานิสถานนับแต่ปี 2001
  6. 6. สาหรับประเด็นหลังนี้ มีเหตุผลเสริมให้ปักกิ่งต้องสร้างภาพว่า ตนได้สามารถกุมอานาจปกครองมณฑล ซินเจียงไว้ในมือได้อย่างมั่นคงนั่นคือ เพราะรัฐบาลจีนเองตระหนักดีว่าที่ผ่านมาได้ปล่อยปละละเลยมณฑล ตะวันตกจนอ่อนแอและล้าหลังในทุกๆมิติ7 กดขี่ชาติพันธุ์อุยกูร์ให้เป็นพลเมืองชั้นสองรองจากชาวฮั่นในดินแดน ของตน และพยายามกลืนวัฒนธรรมและชาติพันธุ์อุยกูร์โดยการนาเอาวัฒนธรรมจีนฮั่นและชาวจีนฮั่นเข้าไปแทนที่ พฤติกรรมทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลมากพอที่จะหล่อเลี้ยงให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนของชาวอุยกูร์ในซินเจียง เกิดขึ้นและอาจขยายตัวเติบโตไปไกลยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ อย่างไรก็ตาม สรุปสาหรับประเด็นนี้นั้น ยังเป็นเพียงการวิเคราะห์ของผู้เขียนบทความดังกล่าวเอง หากเรา ต้องการประเมินว่าแท้จริงแล้วยุทธศาสตร์ในเอเชียกลางของจีนเป็น “ปราการที่ว่างเปล่า” ดังว่าหรือไม่ ก็คงต้อง ศึกษาลึกลงไปในรายละเอียดยุทธศาสตร์ด้านต่างๆของจีนในเอเชียกลางอีกมาก แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคงจะ ได้แก่เรื่องขององค์กร SCO เพราะเป็นสถาบันหลักในระดับภูมิภาคที่จีนใช้เป็นเครื่องมือกระชับอานาจในเอเชีย กลางและครอบคลุมหลายมิติทั้งความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจ พลังงาน เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในที่นี้เท่าที่เรา สามารถสรุปได้อย่างหนึ่งคือ การที่จีนเข้าไปสร้างอิทธิพลเหนือเอเชียกลาง ผ่านการกระชับความสัมพันธ์ทาง การเมือง การทูต กับบรรดาผู้นาประเทศต่างๆในเอเชียกลาง ภาครัฐและเอกชนของจีนเข้าไปลงทุนทางธุรกิจ ลงทุนในโครงสร้างพลังงาน ส่งเสริมวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่ดีของจีนในภูมิภาค กิจกรรมเหล่านี้ย่อมได้ช่วย สร้างเสริมเพิ่มพูนผลประโยชน์ของจีนในเรื่องต่างๆ สามสี่ประการที่มีเอเชียกลางเข้ามาเป็นตัวแปรที่กล่าวไป ข้างต้น ให้เกิดขึ้นจริง ไปแล้ว (ไม่มากก็น้อย) ไม่ว่าถึงที่สุด ผู้นาจีนในปัจจุบันจะตั้งใจให้ยุทธศาสตร์เหล่านี้เป็น เพียง “ปราการอันว่างเปล่า” หรือไม่ _____________________________ 7 ที่ผ่านมายุทธศาสตร์การพัฒนาของรัฐบาลจีนให้ความสาคัญกับการพัฒนาเมืองแถบชายฝั่งตะวันออกก่อน และละเลยการพัฒนา พื้นที่ตอนในและด้านตะวันตกของประเทศ
  7. 7. เอกสารอ้างอิง Andrew Scobell, Ely Ratner, Michael Beckley. China’s Strategy toward South and Central Asia: An Empty Fortress. Rand Corporation. ออนไลน์: http://www.rand.org/content/dam/ rand/pubs/research_reports/RR500/RR525/RAND_RR525.pdf

×