Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

เบตงการปรับตัวของเมืองชายแดนท่ามกลางกระแสบูรพาภิวัตน์

365 views

Published on

ภายใต้การสนับสนุนของโครงการคลังปัญญาเพื่ออภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

สนใจรายละเอียดโครงการฯเพิ่มเติมได้ที่
Wepsite : http://www.rsu-brain.com
Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/thinktankrsu?ref=hl

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

เบตงการปรับตัวของเมืองชายแดนท่ามกลางกระแสบูรพาภิวัตน์

  1. 1. เบตง: การปรับตัวของเมืองชายแดน ท่ามกลางกระแสบูรพาภิวัตน์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต วีรวิชญ์ เอี่ยมแสง ณัฐธิดา เย็นบารุง อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ผู้ช่วยนักวิจัย
  2. 2. เบตง :การปรับตัวของเมืองชายแดนท่ามกลางกระแสบูรพาภิวัตน์1 “ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน” เบตงเป็นอำเภอซึ่งอยู่ทำงทิศใต้สุดของประเทศไทย ด้วยลักษณะ ทำงภูมิศำสตร์ที่เป็นพื้นที่ภูเขำสูงล้อมรอบอุดมไปด้วยทรัพยำกรธรรมชำติที่หลำกหลำยและเป็นเมือง ชำยแดนที่มีอำณำเขตติดต่อกับประเทศมำเลเซียส่งผลให้เบตงมีลักษณะโดดเด่นในฐำนะเมืองกำรค้ำ และกำรท่องเที่ยวทำงด้ำนสังคมและวัฒนธรรม ประกอบกับกระแสกำรเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคม กำรเมือง และวัฒนธรรมของโลก เบตงในฐำนะเมืองชำยแดนจึงเป็นพื้นท่ำที่น่ำสนใจเป็นอย่ำงยิ่ง ทั้งด้ำน กำรค้ำ ด้ำนสังคม และโดยเฉพำะด้ำนกำรพัฒนำ ด้วยกำรปรับเปลี่ยนของบริบทโลกบูรพำภิวัตน์จะช่วย ยกระดับให้เบตงก้ำวขึ้นสู่แบบอย่ำงกำรพัฒนำเมืองชำยแดนของไทยได้อย่ำงสมบูรณ์ 1. ด้านประวัติศาสตร์เมืองเบตง อำเภอเบตงมีอำณำเขตติดต่อกับรัฐเกดะห์ ประเทศมำเลเซีย หำกย้อนกลับไปพิจำรณำในบริบท ด้ำนประวัติศำสตร์ควำมเป็นมำของเมืองเบตง เริ่มมำจำกกำรอพยพของชำวจีนจำกมณฑลกวำงโจว ได้ เข้ำมำเบตงประมำณปี พ.ศ.2440 (ค.ศ.1897) แต่เดิมชำวจีนกลุ่มนี้ได้มำอำศัยที่รัฐเปรัคและรัฐสลังงอใน ประเทศมำเลเซียปัจจุบัน โดยจะมำอำศัยทำงำนในเหมืองแร่ เพรำะที่ตั้งของประเทศมำเลเซียเป็นแหล่ง แร่เงินและดีบุก นอกจำกนี้ มีบำงส่วนที่ไปอำศัยตำมชำยฝั่งตะวันตกของประเทศมำเลเซีย เช่น เกำะปีนัง มะละกำและสิงคโปร์ ในปัจจุบันคนจีนกลุ่มนี้ยังคงอำศัยอยู่ตำมเมืองชำยทะเลตะวันตก (wiki pedia/orang cina di Malaysia) ประกอบกับคนจีนที่อพยพออกนอกประเทศอีกส่วนหนึ่งได้เดินทำง มำยังเบตงโดยคิดว่ำพื้นที่ตรงนี้ตั้งอยู่ในประเทศมำเลเซีย แต่เมื่อพิจำรณำตำมลักษณะทำงภูมิศำสตร์ โดยแบ่งแนวเขตแดนตำมแนวสันปันน้ำเทือกเขำสันกลำคีรีจะพบว่ำอำเภอเบตงตั้งอยู่ในประเทศไทย เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในช่วงสงครำมโลกครั้งที่ 2 ได้กวำดล้ำงจับกุมชำวจีนในเบตง แต่คนไทย เชื้อสำยพุทธและคนไทยเชื้อสำยมุสลิม ซึ่งมีควำมสัมพันธ์อันดีกับชำวจีนได้ช่วยเหลือชำวจีนที่ตั้งรกฐำน ในเบตงไว้โดยกำรให้ที่อยู่อำศัยเพื่อให้รอดพ้นจำกกำรกวำดต้อนของทหำรญี่ปุ่น หลังสิ้นสุดยุค สงครำมโลกครั้งที่ 2 เกิดเหตุกำรณ์ควำมขัดแย้งฝั่งมำลำยำ ระหว่ำงพรรคคอมมิวนิสต์มำลำยำ (Parti Komunis Malaya) กับเจ้ำอำณำนิคมอังกฤษที่ไม่สำมำรถเจรจำกันได้ จึงเกิดกำรต่อสู้และปรำบปรำม ตำมบันทึกของพรรคคอมมิวนิสต์มำลำยำในปี ค.ศ.1948 – 1955 รัฐบำลสหพันธรัฐมำเลเซียภำยใต้ รัฐบำลอังกฤษ ได้กวำดล้ำงจับกุมสมำชิกพรรคคอมมิวนิสต์มำลำยำอย่ำงหนัก มีสมำชิกพรรค คอมมิวนิสต์มำลำยำถูกสังหำรถึง 3,000 คน เนรเทศออกนอกประเทศ 10,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบไป ด้วยคนมำลำยำเชื้อชำติจีน และเชื้อชำติอินโดนีเซีย ส่วนหนึ่งกลับประเทศจีน และส่วนหนึ่งก็ทะลักมำฝั่ง 1 กำรเขียนบทควำมชิ้นนี้มีเนื้อหำและข้อมูลจำกกำรลงศึกษำดูงำนเมืองเบตง วันที่ 26-27 กันยำยน 2558 จัดโดยสถำบันคลังปัญญำด้ำน ยุทธศำสตร์ชำติ ร่วมกับ แผนงำนนโยบำยสำธำรณะเพื่อกำรพัฒนำอนำคตของเมือง (นพม.) วิทยำลัยรัฐกิจ มหำวิทยำลัยรังสิต ภำยใต้กำรสนับสนุนของสำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ (สสส.)
  3. 3. ไทย ประกอบกับช่วงนั้นเศรษฐกิจของเบตงตกต่ำมำก ประชำชนในพื้นที่อยู่ในยุคที่ค่ำครองชีพสูง อย่ำงไรก็ตำม เบตงสำมำรถผ่ำนวิกฤตทั้งทำงกำรเมืองและเศรษฐกิจมำได้ด้วยกำรร่วมมือกันของประชำ ชำชนในพื้นที่ ทั้งชำวไทยพุทธ ชำวไทยเชื้อสำยจีน และชำวไทยชื้อสำยมุสลิม 2. ด้านสังคมและวัฒนธรรม อำเภอเบตงประกอบด้วยประชำชนนับถือศำสนำอิสลำม 52.9% ศำสนำพุทธ 46.4% และศำสนำ คริสต์ 0.7%2 โดยเชื้อชำติของผู้คนในเบตงประกอบด้วย 3 กลุ่มใหญ่ คือ คนไทย คนไทยเชื้อสำยมลำยู และคนไทยเชื้อสำยจีน ซึ่งในเมืองเบตงส่วนใหญ่จะมีคนไทยเชื้อสำยจีนค่อนข้ำงมำกและมีบทบำทโดด เด่นในเมืองเบตง ชุมชนชำวไทยเชื้อสำยจีนที่มีหลำยแซ่ในเมืองเบตง และยังคงมีวิถีชีวิต ประเพณี ของผู้คนที่แสดงถึงควำมเป็นจีนไว้เกือบทุกอย่ำง รวมภำษำที่ผู้คนใช้สื่อสำรกันส่วนใหญ่ยังคงเป็น ภำษำจีน โดยคนจีนในเบตงส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมำจำกหลำยมณฑลในประเทศจีนกว่ำร้อยปีที่ผ่ำนมำ และกลุ่มคนจีนจำกพรรคคอมมิวนิสต์มำลำยำจำกประเทศมำเลเซียที่อพยพเข้ำมำอำศัยในเบตง ปัจจุบันคนไทยเชื้อสำยจีนในเบตงมีกำรรวมตัวกันก่อตั้งเป็นมูลนิธิหรือสมำคมแล้วถึง 5 องค์กร ประกอบด้วย บำเพ็ญบุญ มูลนิธิ (กวำงไส), สมำคมกว๋องสิ่ว เบตง, สมำคมบำรุงรำษฎร์ (แต้จิ๋ว) เบตง, สมำคมฮำกกำ และสมำคมฮกเกี้ยน และทั้ง 5 สมำคมจีนนี้ได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว ภำยใต้ชื่อของ มูลนิธิอำเภอเบตง โดยช่วงประเพณีไหว้พระจันทร์ของคนจีน ซึ่งเป็นเทศกำลตำมวัฒนธรรมจีนที่มีขึ้นใน กลำงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเฉลิมฉลองกำรเก็บเกี่ยว จะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตำมปฏิทินจันทรคติ (กันยำยนตำมปฏิทินสำกล) ในเทศกำลนี้ ชำวจีนจะเฉลิมฉลองด้วยกำรไหว้ดวงจันทร์ในเวลำกลำงคืน งำนประเพณีไหว้พระจันทร์ที่เมืองเบตงนั้น มีควำมแตกต่ำงจำกประเพณีไหว้พระจันทร์เมืองอื่นๆ ซึ่ง โดยปกติคนไทยเชื้อสำยจีนอื่นในเมืองอื่นนั้นจะมีเพียงพิธีกำรไหว้ดวงจันทร์เท่ำนั้น แต่เมืองเบตงนั้น สมำคมชำวจีน 5 สำนัก ได้ร่วมกันเฉลิมฉลองด้วยกำรปิดถนนจัดขบวนพำเหรดคนไทยเชื้อสำยจีนใน เมืองเบตง พร้อมทั้งกำรเชิดสิงโต แห่เดินทั่วทั้งเมืองเบตง ซึ่งกำรเฉลิมฉลองใหญ่เช่นนี้ มักมีในบำง ประเทศ เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ หรือเวียดนำม ซึ่งในคนไทยเชื้อสำยจีนทั้ง 5 สำนักได้จัดขบวนได้ อย่ำงยิ่งใหญ่ สร้ำงควำมตื่นเต้นและเป็นที่ชื่นชอบนักท่องเที่ยวอย่ำงยิ่ง นอกจำกนี้ มูลนิธิอำเภอเบตง ภำยใต้กำรรวมตัวของ 5 สมำคมจีนได้สร้ำงสถำบันกำรศึกษำเพื่อคน จีนเบตง คือ โรงเรียนจงฝำมูลนิธิ เป็นโรงเรียนที่สอนภำษำจีนแห่งแรกของเบตง สอนตั้งแต่อนุบำลจนถึง มัธยมปลำยอย่ำงครบถ้วน และในวันนี้โรงเรียนจงฝำยังคงเป็นโรงเรียนที่ทำหน้ำที่สถำบันกำรศึกษำ ภำษำจีนที่เป็นที่ยอมรับของผู้คนในเมืองเบตง เป็นอีกหนึ่งสถำบันช่วยหลอมรวมเป็นหนึ่งของคนไทย เชื้อสำยจีน ก่อให้เกิดแนวคิดผลักดันกำรพัฒนำเมืองเบตงให้เป็นศูนย์กำรศึกษำระดับนำนำชำติ โดยใช้ ควำมเข้มแข็งทำงภำษำจีน เป็นจุดนำเมืองเบตงเข้ำสู่ระดับนำนำชำติ 2 ข้อมูล ปี พ.ศ. 2550 แหล่งที่มำจำกระบบฐำนข้อมูลศูนย์ปฏิบัติงำนจังหวัดยะลำ
  4. 4. กำรรวมตัวของ 5 สมำคมจีน ภำยใต้มูลนิธิอำเภอเบตงนั้น ถือได้ว่ำเป็น ประชาสังคม (Civil Society) ของเมืองเบตง เป็นประชำสังคมที่มีรำกฐำนควำมเป็นจีนอย่ำงเข้มแข็ง โดยกลุ่มคนจีนภำยใต้ มูลนิธิอำเภอเบตง จัดเป็นสถำบันทำงสังคมหลักของผู้คนไทยเชื้อสำยจีนในเมืองเบตง โดยเฉพำะกำรยัง จัดงำนที่ยังดำรงซึ่งอัตลักษณ์ทำงวัฒนธรรมควำมเป็นจีน โดยทำงมูลนิธิอำเภอเบตงเป็นเจ้ำภำพจัดงำน ประเพณีวัฒนธรรมจีนอย่ำงยิ่งใหญ่ทุกเทศกำล ไม่ว่ำจะเป็นงำนพิธีสมโภช และแห่เจ้ำ กำรอนุรักษ์ ประเพณีกำรถือศีลกินเจของชำวไทยเชื้อสำยจีน รวมทั้งกำรจัดเฉลิมฉลองอย่ำงยิ่งใหญ่ในเทศบำลไหว้ พระจันทร์ในข้ำงต้น ที่สำคัญกำรจัดประเพณี วัฒนธรรม เช่นนี้เป็นกำรส่งเสริมเยำวชน และประชำชน ปฏิบัติตนเป็นคนดีละเว้นควำมชั่ว ส่งเสริมกำรท่องเที่ยวให้เกิดกำรหมุนเวียนด้ำนเศรษฐกิจ ก่อให้เกิด ควำมรักสำมัคคี และสร้ำงภำพลักษณ์ที่ดีให้แก่อำเภอเบตง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชำยแดนอีกด้วย ควำมเป็นประชำสังคมที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์ควำมเป็นจีนอย่ำงแข็งแกร่งที่แตกต่ำงจำกคนไทยเชื้อ สำยจีนในเมืองอื่นๆ ในวันนี้คนไทยเชื้อสำยจีนในเมืองเบตงได้กลำยเป็นชุมชนและเครือข่ายทางชาติ พันธุ์ (ethnic networks and associations) ที่ผ่ำนกำรทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้ำงควำมรู้สึกของกำร มีตัวตนรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ( a sense of collective selfhood) กลำยเป็นควำมรัก ควำมภูมิใจในควำม เป็นจีน ได้ส่งผลให้คนไทยเชื้อสำยจีนเหล่ำนี้ รวมตัวเป็นสถำบันคนจีนในเมือง ได้ทำประโยชน์แก่ สำธำรณะ เป็นสถำบันหลักดำรงสืบสำนประเพณีจีน ซึ่งกลำยเป็นประเพณีของเมือง เป็นเอกลักษณ์ของ เมืองเบตง ทั้งนี้ในเมืองเบตง กลุ่มคนไทยพุทธ มุสลิม ได้ดำเนินวิถีวัฒนธรรมตำมควำมเชื่อ ประเพณีของ ตนเองได้เช่นเดียวกันกับคนจีน เนื่องจำกเทศบำลเมืองเบตงบริหำรงำนโดยยึดหลัก "ควำมหลำกหลำย เป็นหนึ่งเดียวบนพื้นฐำนของกำรพัฒนำที่มั่นคง" เปิดโอกำสให้ประชำชนในทุกเชื้อสำยมีโอกำสเท่ำ เทียมกันทั้งทำงด้ำนเศรษฐกิจ สังคม ศำสนำ กำรศึกษำ กล่ำวโดยสรุปเมืองเบตงเป็นเมืองที่มีควำมเป็น “สังคมพหุลักษณ์ (Plural societies)” ซึ่ง ประชำกรมีควำมแตกต่ำงกันทำงเชื้อชำติ (race) ต่ำงวัฒนธรรม (Cultural heterogeneous) อำศัยอยู่ใน ร่วมกัน โดยแต่ละเชื้อชำติสำมำรถแสดงออกทำงชำติพันธ์ ศำสนำ ได้อย่ำงเท่ำเทียม เป็นพลเมืองที่มี คุณภำพที่รวมกลุ่มสร้ำงประโยชน์ให้แก่เมืองเบตง อีกทั้งยังเป็นคนต่ำงกลุ่มที่สำมำรถอยู่ร่วมกันได้ อย่ำงสันติ ไม่มีควำมขัดแย้งในพื้นที่ต่ำงจำกเมืองอื่นๆ ในสำมจังหวัดชำยแดนใต้อีกด้วย 3. ด้านการเคลื่อนย้ายผู้คน "กำรเคลื่อนย้ำยของผู้คน" เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของโลกปัจจุบันซึ่งมีพลวัตปรำกฏกำรณ์ กำรเคลื่อนที่และเคลื่อนไหวอันหลำกหลำยซึ่งก่อตัวขึ้นมำในสังคมที่ไม่หยุดนิ่งต่ำงๆ รัฐเปรัคประเทศ มาเลเซีย เป็นพื้นที่ชายแดนซึ่งติดต่อระหว่างไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่นี้ประกอบด้วยชาวมาเลเซียเชื้อสาย
  5. 5. ไทย หรือที่ในมาเลเซียมักนิยมเรียกกันว่า "ชาวสยาม (Orang Siam - โอรังเซียม)" สภาพความเป็นอยู่ ของชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยในแถบดังกล่าวนั้นในสมัยก่อนไม่มีพรหมแดนที่ระบุประเทศอย่างชัดเจน การข้ามไปมาระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียเป็นเรื่องง่าย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกำรเคลื่อนที่ของผู้คน จำกประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งเป็นลักษณะกำรเคลื่อนที่ทำงสังคม (Social mobility) ที่กล่ำวข้ำงต้น มีปัจจัยมำจำกสภำพทำงเศรษฐกิจ สังคม และกำรเมือง ซึ่งมีกำรเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลำ แต่ละพื้นที่ ก่อให้เกิดแรงจูงใจของผู้คนในพื้นที่ทั้งสองประเทศในกำรเคลื่อนย้ำยไปมำระหว่ำงประเทศ กำรเคลื่อนย้ำยของประชำกรในประเทศไทยไปยังประเทศมำเลเซียส่วนหนึ่งผู้คนเล็งเห็นถึง ควำมสำคัญของระบบกำรศึกษำ ซึ่งระบบการศึกษาในประเทศมาเลเซียมีนโยบายการศึกษาที่ให้เรียน ฟรี 11 ปี พร้อมกับสถาบันการศึกษาซึ่งอยู่ในความดูแลของรัฐ โดยปัจจุบันมีนักศึกษาไทยจานวนมาก เดินทางมาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยในมาเลเซีย รวมถึงมีนักศึกษาไทยจบใหม่จานวนมาทางานและ ฝึกงานที่มาเลเซีย เนื่องจากมีผลตอบแทนการทางานที่สูง นอกจากนี้ยังเห็นถึงความสาคัญของการใช้ ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาหลักในการทางานของบริษัทต่างชาติอีกด้วย 4. ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว เมืองชำยแดนเป็นเมืองที่มีโอกำสสร้ำงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้ำนมำกกว่ำเมืองอื่น ๆ ไม่ว่ำ จะเป็นกำรค้ำหรือกำรท่องเที่ยว หำกเมืองมีกำรส่งเสริมและจัดกำรที่ดี ล้วนสำมำรถทำให้เงินไหลเข้ำ ประเทศได้อย่ำงมหำศำล เมืองเบตงนับเป็นเมืองชำยแดนแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่มีมูลค่ำกำรค้ำ ชำยแดนสูงเป็นอันดับที่หนึ่งในบรรดำสำมจังหวัดชำยแดนภำคใต้หลำยปีติดต่อกัน โดยปี พ.ศ. 2557 ด่ำนศุลกำกรเบตงมีมูลค่ำกำรนำเข้ำ-ส่งออกเท่ำกับ 3,533.69 ล้ำนบำท (กรมกำรค้ำต่ำงประเทศ, 2558) จึงไม่อำจปฏิเสธได้ว่ำเมืองเบตงนั้นมีควำมโดดเด่นทั้งด้ำนกำรค้ำระหว่ำงประเทศและกำรท่องเที่ยว อัน เป็นส่วนสำคัญที่กระตุ้นเศรษฐกิจภำยในเมืองและควำมเป็นเมืองให้ขยำยตัวอย่ำงรวดเร็ว ในปี พ.ศ. 2557 ประชำกรในเทศบำลเมืองเบตงมีจำนวน 26,640 คน และมีแนวโน้มคงที่มำโดย ตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547-2557 (กรมกำรปกครอง, 2558) ซึ่งผู้นำทำงกำรเมืองในพื้นที่ได้ตั้งข้อสังเกต ว่ำอำจเป็นเพรำะเมืองเบตงไม่มีสถำนศึกษำระดับอุดมศึกษำขึ้นไป ทำให้เด็กวัยเรียนส่วนใหญ่ จำเป็นต้องอพยพออกไปเรียนในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพ หำดใหญ่ เป็นต้น หรือไม่ก็ออกไปเรียนใน สถำบันกำรศึกษำของประเทศเพื่อนบ้ำนเลย ยิ่งไปกว่ำนั้น เมืองเบตงมีอำชีพที่รองรับนิสิตนักศึกษำที่จบ ปริญญำตรีค่อนข้ำงน้อยมำก โดยส่วนมำกหำกไม่ทำธุรกิจค้ำขำยก็ต้องทำอำชีพเกษตรกรรม เช่น กรีด ยำง เป็นต้น และถึงแม้คนเก่ำคนแก่ของเมืองจะมีแนวโน้มจะกลับมำทำงำนในบ้ำนเกิดอยู่บ้ำง แต่ เมืองเบตงก็ยังขำดแคลนประชำกรวัยทำงำน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นกำลังสำคัญในกำรขับเคลื่อน เศรษฐกิจของเมืองให้เกิดกำรขยำยตัว
  6. 6. ทั้งนี้ เมืองเบตงมีข้อได้เปรียบที่สำคัญอยู่ 3 ประกำร ได้แก่ ประกำรที่หนึ่ง เมืองเบตงมีลักษณะทำง ภูมิศำสตร์อยู่ติดกับประเทศมำเลเซีย ทำให้กำรเดินทำงสะดวกรวดเร็ว สำมำรถท่องเที่ยวแบบไปเช้ำเย็น กลับได้ ประกำรที่สอง เมืองเบตงมีประวัติศำสตร์ท้องถิ่นที่เป็นจุดเริ่มต้นของสำยสัมพันธ์ระหว่ำงชำวจีน กับชำวมลำยู เอกลักษณ์ทำงวัฒนธรรมชำวเมืองเบตงจึงมีลักษณะค่อนข้ำงใกล้เคียงกับชำวมำเลเซีย ทำ ให้ชำวมำเลเซียอำจมีควำมผูกพันกับพื้นที่และสนใจมำท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ทำงประวัติศำสตร์ และ ประกำรสุดท้ำย เมืองเบตงมีแหล่งทรัพยำกรธรรมชำติที่อุดมสมบูรณ์ เช่น ป่ำบำลำฮำลำ เป็นต้น ทำให้ ชำว ฉะนั้น หำกเรำมองเมืองเบตงเป็นสินค้ำยี่ห้อหนึ่งแล้ว เมืองเบตงก็ถือว่ำเป็นสินค้ำที่มีควำม หลำกหลำยและแตกต่ำงจำกสินค้ำยี่ห้ออื่น ๆ หรือเมืองอื่น ๆ ในสำมจังหวัดชำยแดนภำคใต้ค่อนข้ำงมำก นักท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนเป็นผู้บริโภคย่อมมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจเลือกมำเที่ยวที่เมืองเบตงได้ไม่ ยำก เมืองเบตงจึงสำมำรถดึงดูดนักท่องเที่ยวมำเลเซียและสิงคโปร์ กล่ำวคือ อุปสงค์ของเศรษฐกิจ เมืองเบตงพึ่งพำนักท่องเที่ยวชำวมำเลเซียและสิงคโปร์เป็นสำคัญ เห็นได้ชัดจำกสถิติจำนวน นักท่องเที่ยวของจังหวัดเบตงในปี พ.ศ. 2556 ที่ยังมีจำนวนมำกถึง 563,771 คน แบ่งเป็นชำวไทย 115,650 คน และชำวต่ำงชำติ 448,121 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชำวมำเลเซียและชำวสิงคโปร์ คิดเป็น รำยได้จำกกำรท่องเที่ยวรวม 2,420.39 ล้ำนบำท (กรมกำรท่องเที่ยว , 2557) เมื่อผู้บริโภคภำยในเมืองส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชำวมำเลเซียและชำวสิงคโปร์ ทำให้ผู้ผลิตหรือ ผู้ประกอบกำรต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองและรองรับนักท่องเที่ยวชำวต่ำงชำติ เช่น ด้ำนภำษำ ด้ำน วัฒนธรรม เป็นต้น ส่งผลให้ประชำชนที่นี่มีควำมรู้ด้ำนภำษำและวัฒนธรรมอย่ำงกว้ำงขวำงและ หลำกหลำยเป็นพิเศษ รวมถึงกำรมีป้ำยบอกทำงหรือป้ำยชื่อสถำนที่ ซึ่งส่วนใหญ่มีกำรแปลเป็นภำษำ ต่ำงชำติ เช่น ภำษำจีน ภำษำอังกฤษ ภำษำมลำยู เป็นต้น แม้แต่โรงแรมที่มีควำมสูงที่สุดในสำมจังหวัด ชำยแดนภำคใต้อย่ำงโรงแรมแกรนด์ แมนดำรินที่มีควำมสูง 25 ชั้น ยังมีกำรออกแบบมำเพื่อรองรับ นักท่องเที่ยวชำวมำเลเซียและชำวสิงคโปร์โดยเฉพำะ เช่น มีห้องอำหำรจีน มีกำรตกแต่งโรงแรมเป็น แบบจีน มีกำรให้ข้อมูลต่ำง ๆ เป็นภำษำอังกฤษและจีนทั้งภำยในโรงแรมและในเว็บไซต์ เป็นต้น ทำให้ โรงแรมแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวชำวต่ำงชำติมำใช้บริกำรเป็นจำนวนมำก หำกพิจำรณำสถำนประกอบกำรในเมืองเบตงทั้งหมด 1,364 แห่งในปี พ.ศ. 2554 จะพบว่ำ ชำวเบ ตงส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจกำรค้ำปลีก โดยคิดเป็นจำนวน 614 แห่งหรือร้อยละ 45.01 ของทั้งหมด รองลงมำเป็นธุรกิจที่พักแรม บริกำรอำหำรและเครื่องดื่ม จำนวน 323 แห่ง และกิจกรรมบริกำรอื่น ๆ จำนวน 129 แห่ง โดยคิดเป็นร้อยละ 23.68 และร้อยละ 9.46 ตำมลำดับ (สำนักงำนสถิติแห่งชำติ, 2555) จะเห็นได้ว่ำ ธุรกิจโรงแรมและภัตตำคำรมีจำนวนมำกกว่ำหนึ่งในห้ำของสถำนประกอบกำรทั้งหมดใน เมือง แสดงถึงกำรเติบโตของธุรกิจสำหรับกำรรองรับนักท่องเที่ยวและชี้ให้เห็นว่ำเศรษฐกิจเมืองเบตง เน้นขำยกำรท่องเที่ยวเป็นหลัก
  7. 7. อย่ำงไรก็ตำม ด้วยลักษณะภูมิประเทศของเมืองเบตงเป็นเมืองที่อยู่ท่ำมกลำงภูเขำ ทำให้กำรสัญจร ค่อนข้ำงเป็นอุปสรรค อีกทั้งยังมีผลจำกควำมไม่สงบในสำมจังหวัดชำยแดนภำคใต้ที่อำจส่งผลต่อกำร ท่องเที่ยวบ้ำงไม่มำกก็น้อย เทศบำลเมืองเบตงเล็งเห็นถึงปัญหำดังกล่ำวจึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมกำร ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชำติ เชิงประวัติศำสตร์ และเชิงเอกลักษณ์ จำนวน 65 แห่งทั่วเมือง เช่น สวน ดอกไม้เมืองหนำว อุโมงค์ปิยะมิตร พิพิธภัณฑ์ประวัติศำสตร์อดีตพรรคคอมมิวนิสต์มลำยำ ป่ำบำลำฮำ ลำ เป็นต้น พร้อมกับมีกำรส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่ำงเต็มที่ อย่ำงเช่นเทศกำลไหว้พระจันทร์และ เทศกำลฮำรีรำยอ นอกจำกนี้ ทำงเทศบำลฯ ยังคำนึงถึงปัญหำด้ำนโครงสร้ำงพื้นฐำน โดยเฉพำะกำร ปรับปรุงถนนให้ง่ำยต่อกำรสัญจรเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่อำจเพิ่มมำกขึ้นจำกกำรมีสนำมบินเบตงด้วย สุดท้ำยนี้ แม้เมืองเบตงจะเป็นเมืองขนำดเล็ก แต่ด้วยกำรที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมำกและเศรษฐกิจ เมืองอำศัยรำยได้จำกนักท่องเที่ยวต่ำงชำติเป็นหลัก ทำให้เมืองควรตระหนักถึงปัญหำที่อำจเกิดขึ้น ตำมมำและปัญหำที่เป็นอุปสรรคต่อกำรพัฒนำเมือง ทั้งปัญหำด้ำนโครงสร้ำงพื้นฐำน เช่น ถนนหนทำง ระบบขนส่ง เป็นต้น ปัญหำด้ำนเศรษฐกิจที่ยังขำดแคลนอำชีพสำหรับคนวัยทำงำน ปัญหำด้ำน กำรศึกษำที่ยังขำดสถำบันกำรศึกษำระดับอุดมศึกษำ ตลอดจนปัญหำด้ำนสิ่งแวดล้อมที่อำจเกิดควำม เสื่อมโทรมจำกกำรท่องเที่ยว ปัญหำทั้งหมดนี้ล้วนเป็นควำมท้ำทำยที่เทศบำลเมืองเบตงต้องเผชิญ ทำ ให้เทศบำลฯ ต้องมีกำรวำงแผนและจัดกำรรับมือล่วงหน้ำก่อนที่ปัญหำเหล่ำนี้จะกลำยเป็นดำบสองคมมำ ทำลำยสมดุลทำงเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูมำยำวนำน 5. ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยสภำพภูมิประเทศของอำเภอเบตงเป็นภูเขำสูงทำให้กำรสัญจรทำงบกมีควำม ยำกลำบำกมีระยะห่ำงจำกตัวเมืองยะลำ 140 กิโลเมตร และห่ำงจำกกรุงเทพฯ 1,590 กิโลเมตร จึงมีกำร ผลักดันให้มีกำรพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำนเพื่ออำนวยควำมสะดวกในกำรคมนำคมให้แก่ประชำชน นักท่องเที่ยว และนักลงทุน พร้อมทั้งเป็นแนวทำงในกำรพัฒนำเมืองเบตงในฐำนะเมืองชำยแดนต่อไป กำรเจริญเติบโตทำงเศรษฐกิจอย่ำงต่อเนื่องประกอบกับกำรได้รับควำมนิยมจำกนักท่องเที่ยวทั้งชำวไทย และชำวต่ำงชำติจึงสำมำรถสร้ำงรำยได้ให้กับเบตงได้สูง เทศบำลเมืองเบตงได้เล็งเห็นถึงกำรพัฒนำเมือง และช่องทำงในกำรสร้ำงรำยได้ที่เพิ่มขึ้นจึงมีแผนกำรพัฒนำระยะยำว โดยเป็นกำรพัฒนำด้ำนเศรษฐกิจ ของเบตงให้เป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เพื่อรองรับกำรขยำยตัวของกำรลงทุนและกำรเติบโตของกำร ท่องเที่ยว 4.1 สนามบินนานาชาติเบตง แผนกำรพัฒนำที่จะช่วยยกระดับเบตงในฐำนะเมืองชำยแดนเพื่อส่งเสริมด้ำนกำรค้ำและกำร ท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรมในขณะนี้คือโครงกำรสร้ำงสนำมบินเบตง ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติกำรขอ
  8. 8. งบประมำณ 1,800 ล้ำนบำท เพื่อดำเนินกำรก่อสร้ำงสนำมบินนำนำชำติเบตง โดยผ่ำนกำรทำ ประชำพิจำรณ์ผลกระทบด้ำนสิ่งแวดล้อม (EIA) และได้รับกำรสนับสนุนจำกประชำชนในพื้นที่ กำร ก่อสร้ำงสนำมบินำนำชำติเบตงจะเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2559 แล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. 2562 5.2 โลจิสติกส์ โครงกำรพัฒนำเส้นทำงกำรขนส่งโดยมีโครงกำรขุดอุโมงค์ลอดเขำไปในตำบลตำเนำะแมเรำะ เพื่อให้กำรคมนำคมเชื่อมต่อไปยังอำเภอเมืองยะลำ และจังหวัดใกล้เคียงได้ง่ำย ซึ่งสำมำรถย่นระยะทำง จำกอำเภอเบตงไปอำเภอเมืองยะลำให้เหลือเพียง 1 ชั่วโมง 20 นำที จำกเดิมที่ต้องใช้เวลำนำนถึง 2 ชั่วโมง 30 นำที นับว่ำเป็นโอกำสดีที่ส่งผลต่อกำรขยำยตลำดกำรค้ำทำงเศรษฐกิจ และกำรรองรับกำร ขยำยตัวของกำรท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับเป้ำหมำยกำรพัฒนำเบตงให้เป็นศูนย์กลำงกำรเชื่อมต่อด้ำน กำรขนส่งโลจิสติกส์ในฐำนะเมืองชำยแดน ซึ่งทำให้เกิดแรงจูงใจกับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจำก ต่ำงประเทศโดยเฉพำะประเทศมำเลเซีย ข้อสังเกต แผนกำรพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำนของอำเภอเบตงนับเป็นโอกำสที่ดีในกำรพัฒนำและเสริมสร้ำง ศักยภำพของพื้นที่ กำรส่งเสริมด้ำนกำรลงทุนและกำรค้ำนั้นจะสอดรับกำรบูรณำกำรร่วมของประชำคม เศรษฐกิจอำเซียน (AEC) ซึ่งเป็นกำรขยำยตัวทำงเศรษฐกิจ ทั้งกำรสร้ำงรำยได้ให้กับประชำชนในพื้นที่ กำรเพิ่มควำมสะดวกให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว กำรกลำยเป็นศูนย์กลำงด้ำนโลจิสติกส์ของเมือง ชำยแดน ประกอบกับกำรพัฒนำเบตงในฐำนะเมืองชำยแดนยังส่งผลให้ประชำชนในพื้นที่และ ประชำชนในประเทศมำเลเซียซึ่งมีพรหมแดนติดต่อกับอำเภอเบตง สำมำรถสร้ำงโอกำสและขยำย ควำมร่วมมือกับประเทศไทย โดยพิจำรณำได้จำกกำรเคลื่อนย้ำย (Flow) ของผู้คนของทั้งสองประเทศ ทั้งในด้ำนเศรษฐกิจกำรค้ำ กำรท่องเที่ยว และด้ำนวัฒนธรรม นอกจำกนี้ ยังรวมถึงกำรฟื้นฟูกำร ท่องเที่ยวและสร้ำงควำมเชื่อมั่นด้ำนควำมปลอดภัยให้แก่นักเที่ยวและประชำชนในพื้นที่ ควำมโดดเด่นของเอกลักษณ์ท้องถิ่นของเบตงซึ่งเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมและมีเอกลักษณ์อย่ำง เห็นได้ชัด กำรรักษำไว้ซึ่งเอกลักษณ์ท้องถิ่นจึงเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดการเสริมสร้างอานาจของ ประชาชน (Empower) ให้เป็นส่วนหนึ่งของกำรพัฒนำพื้นที่ร่วมกับรัฐ ประกอบกับกำรริเริ่ม แผนพัฒนำประชำชนในพื้นที่รู้สึกถึงควำมเป็นเจ้ำของซึ่งก่อให้เกิดกำรพัฒนำที่ยั่งยืนต่อไป อย่ำงไรก็ตำม กำรขับเคลื่อนโครงกำรพัฒนำของเมืองเบตงเป็นตัวแบบหนึ่งทีมีบทบำทสำคัญ ในกำรกำรขยำยกำรเติบโตทำงเศรษฐกิจที่ไม่ใช่แค่กำรพัฒนำเฉพำะบทบำทของเมืองเบตงเท่ำนั้น แต่ ยังรวมถึงกำรขยำยโอกำสทำงกำรค้ำและเศรษฐกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้ำน ซึ่งจะส่งผลให้ภำพของ
  9. 9. กำรเจริญเติบโตทำงเศรษฐกิจของภูมิภำคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีกำรขยำยตัวมำกยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กำร สนับสนุนจำกภำครัฐจึงเป็นกลไกที่สำคัญในกำรพัฒนำพื้นที่เบตงในฐำนะเมืองชำยแดน โดยกำร เชื่อมโยงสำมจังหวัดชำยแดนใต้ให้เข้ำกับกำรลงทุนของกลุ่มประเทศมำเลเซียและตะวันออกกลำง ซึ่งมี พื้นฐำนจำกศำสนำอิสลำมที่เหมือนกัน อำจจะเปลี่ยนจำกควำมขัดแย้งให้กลำยเป็นโอกำสทำง เศรษฐกิจก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ จึงควรตระหนักถึงกำรปรับแนวยุทธศำสตร์ นโยบำยต่ำงประเทศ ตลอดถึง แนวนโยบำยทำงเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสอดรับกำรกระแส “บูรพาภิวัตน์” ซึ่งประเทศไทยสำมำรถ ใช้ประโยชน์จำกทำงภูมิ-รัฐศำสตร์ และภูมิ-เศรษฐศำสตร์ และยังอำจมองไปถึงกำรเชื่อมโยงภูมิภำค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดลงสู่ทำงตอนใต้ของประเทศไทยซึ่งเชื่อมต่อกับประเทศมำเลเซียและ อินโดนีเซีย ดังนั้น แผนกำรพัฒนำและกำรปรับตัวของเมืองเบตงในฐำนะเมืองชำยแดนจึงเป็นก้ำว สำคัญในกำรยกระดับเมืองชำยแดนให้โดดเด่นมำกยิ่งขึ้น
  10. 10. ผู้อานวยการสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ : ศ.ดร.เอนก เหล่ำธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: น.ส.ยุวดี คำดกำรณ์ไกล เรียบเรียง: นำยวีรวิชญ์ เอี่ยมแสง น.ส.ณัฐธิดำ เย็นบำรุง นำยอรุณ สถิตพงศ์สถำพร ปีที่พิมพ์: ตุลำคม 2558 สานักพิมพ์: มูลนิธิสร้ำงสรรค์ปัญญำสำธำรณะ เพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ติดต่อ วิทยาลัยรัฐกิจ 52/347 พหลโยธิน 87 ตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธำนี 12000 โทรศัพท์ 02-997- 2200 ต่อ 1283 โทรสำร 02-997-2200 ต่อ 1216 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อำคำรพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลำดพร้ำว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสำร 02-930-0064

×