Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

บทบาทตุรกีในประเทศไทย : มุมมองและข้อสังเกต

511 views

Published on

เรียบเรียงโดย นายปาณัท ทองพ่วง

โครงการคลังปัญญาเพื่ออภิวัฒน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์
สถาบันคลังปัญญา วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Wepsite : http://www.rsu-brain.com
Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/thinktankrsu?ref=hl

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

บทบาทตุรกีในประเทศไทย : มุมมองและข้อสังเกต

  1. 1. บทบาทตุรกีในประเทศไทย : มุมมองและข้อสังเกต ภายหลังเหตุการณ์ที่รัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์จานวน 109 คน กลับไปยังจีนเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตามมาคือการที่ชาวตุรกีประท้วงหน้าสถานทูตไทยคงจะทาให้เรา หันมาสนใจประเทศตุรกีมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านอิทธิพลของตุรกีที่แผ่เข้ามาในภูมิภาครอบบ้านเรา และที่คาดไม่ถึงคือในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งผลกระทบของอิทธิพลที่ว่านี้กับการจัดวาง ยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ของเรากับจีน บทบาทที่เด่นชัดประการหนึ่งของประเทศตุรกีภายใต้รัฐบาลพรรคยุติธรรมและการพัฒนา (AKP) คือ การปกป้องสิทธิมนุษยชน ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเข้าไปเป็นผู้ไกล่เกลี่ย (Third Party) ในพื้นที่ความขัดแย้งต่างๆ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากแนวคิดของพรรคที่เน้นการขยายอิทธิพล ออกนอกประเทศซึ่งโยงกับมโนทัศน์ที่ต้องการรื้อฟื้นสถานะและบทบาทความเป็นจ้าวผู้ปกครองของโลก มุสลิม (คอลิฟะห์) ในอดีตตั้งแต่ยุคอาณาจักรออตโตมานกลับคืนมา ที่เรียกว่าแนวคิดแบบ Neo- Ottoman ดังนั้นจึงไม่แปลกที่การให้ความช่วยเหลือของตุรกีนั้นจะเน้นไปยังพื้นที่ความขัดแย้งที่ไม่ใช่มี เฉพาะชาวเติร์กแต่รวมถึงพื้นที่อื่นๆในโลกที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ด้วยเพื่อเผยแผ่อิทธิพลตุรกีให้ กว้างไกล เช่น ปาเลสไตน์ ซีเรีย มินดาเนา อาระกัน (ชาวโรฮิงญา) รวมทั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ของไทย นอกเหนือจากความโดดเด่นของตุรกีในเวทีโลกและโลกอิสลามแล้ว แนวทางการให้ความ ช่วยเหลือในโลกมุสลิมของกลุ่มทุนและรัฐบาลตุรกีมีความโดดเด่นตรงที่เน้นการเข้าหาท้องถิ่นและคน ระดับรากหญ้าโดยตรง มากกว่าการให้ความช่วยเหลือแบบรัฐต่อรัฐซึ่งในกรณีของสามจังหวัดชายแดน ใต้ไทยคือ ไม่ผ่านรัฐบาลที่กรุงเทพ อันเป็นลักษณะตรงข้ามกับทุนอาหรับนาโดยซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็น ประเทศมุสลิมที่แข็งแกร่งอีกแห่ง ที่เน้นเข้าหารัฐบาลกลางและสนับสนุนกลุ่มชนชั้นนาในประเทศอื่นๆ แนวทางดังกล่าวของตุรกีแสดงชัดผ่านคากล่าวของนายอะฮ์เหม็ด ดาวุดโอว์ลู (Ahmet Davutoğlu) นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของตุรกี ที่แสดงความเห็นว่า เขตแดนและ การแบ่งแยกทางการเมืองแบบรัฐชาติสมัยใหม่นั้นเป็นเพียงสิ่งสมมติที่จะนาไปสู่ความขัดแย้ง จะ สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้เมื่อมองในองค์รวมทุกระดับ (ตั้งแต่ชุมชนท้องถิ่น จนถึงรัฐต่อรัฐ) โดยที่ สาคัญคือต้องได้รับความร่วมมือจากตัวแสดงท้องถิ่นรากหญ้าเท่านั้น1 1 อัชฮาร์ สารีมะเจ๊ะ , บทบาทของประเทศตุรกีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ . สไลด์ประกอบการนาเสนอโครงการวิจัย ณ ห้อง ประชุมชั้น 4 อาคารพร้อมพันธุ์ 1. จัดโดย โครงการคลังปัญญาเพื่ออภิวัฒน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์. วันที่ 13 กรกฎาคม 2558.
  2. 2. 1. แนวคิด Neo-Ottoman แนวคิดนี้เริ่มจากว่าในสมัยที่ตุรกียังเป็นอาณาจักรออตโตมานเมื่อราวศตวรรษที่แล้ว มี ผู้ปกครองคือกาหลิบ หรือ คอลิฟะห์ ซึ่งเป็นตาแหน่งของผู้ปกครองโลกมุสลิมทั้งมวล มีเพียงหนึ่งเดียว และอยู่ที่ออตโตมาน กาหลิบแห่งออตโตมานจึงเป็นผู้ดูแลมุสลิมทั้งมวลไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เมื่อพรรค AKP เข้ามาบริหารประเทศเมื่อราวทศวรรษที่แล้ว และได้รื้อฟื้นอุดมการณ์แห่งกาหลิบแห่งออตโตมานกลับมา อีกครั้ง กล่าวคือมองภาพตุรกีว่าควรยกสถานะตนเองกลับมาเป็นศูนย์กลางแห่งโลกมุสลิมอีกครั้ง จึงถือ เป็นจุดเปลี่ยนสาคัญของนโยบายต่างประเทศตุรกี กล่าวคือนโยบายการต่างประเทศตุรกีหันออกสู่ ภายนอกมากขึ้น โดยเน้นบทบาทผู้ช่วยเหลือไม่เฉพาะคนเชื้อสายเติร์กในที่ต่างๆนอกตุรกี แต่รวมถึง เข้าไปมีส่วนร่วมกับปัญหาและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่มีชาวมุสลิมอยู่ด้วย การต่างประเทศเชิงรุกในลักษณะการให้ความช่วยเหลือของประเทศตุรกี (ในยุคพรรค AKP) อาจแบ่งได้เป็นสองส่วนคือ บทบาทของตุรกีในโลกอิสลามกับบทบาทของตุรกีในสามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ของไทย 2. บทบาทตุรกีในโลกอิสลาม จากการกลับมารื้อฟื้นวาทกรรมการเป็นคอลิฟะห์แห่งโลกมุสลิมของรัฐบาลตุรกียุคพรรค AKP นี้ ทาให้ตุรกีในทศวรรษที่ผ่านมาแสดงบทบาทอย่างมากในเวทีระหว่างประเทศ เช่นกรณีตัวอย่างดังนี้ 2.1 กรณีอียิปต์ เมื่อพรรคยุติธรรมและเสรีภาพที่ตั้งขึ้นโดยกลุ่มภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) ซึ่ง เป็นกลุ่มการเมืองแนวอิสลามนิยมที่มีอิทธิพลมายาวนานในอียิปต์ชนะการเลือกตั้งทั่วไปอย่างถล่มทลาย หลังการสิ้นสุดระบอบมูบารักไปเมื่อปี 2011 นายเออร์โดกันก็ได้ประกาศสนับสนุนอย่างเต็มที่ และเมื่อ นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ประธานาธิบดีของพรรคดังกล่าวถูกประชาชนลุกฮือขับไล่จนทาให้กองทัพอียิปต์ อ้างเอาเป็นเหตุเข้ายึดอานาจ นายเออร์โดกันก็ได้ประกาศให้ที่พักพิงแก่นายมอร์ซี 2.2 กรณีปาเลสไตน์ ตุรกีภายใต้พรรคแนวอิสลามนิยมของนายเออร์โดกันนั้นชัดเจนในภารกิจด้านมนุษยธรรมและ การระหว่างประเทศภายในโลกมุสลิม เช่น ในปี 2012 ที่มีการปะทะกันระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เออร์โดกันแห่งตุรกีและมอร์ซีแห่งอียิปต์มีบทบาทอย่างสูงในการเจรจาไกล่เกลี่ยยุติการต่อสู้ นอกจากนี้ ในปี 2010 ตุรกีส่งเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ขนความช่วยเหลือไปให้แก่ปาเลสไตน์ (แต่ก็ถูกสกัดโดยกอง กาลังอิสราเอล) ขณะที่ในปี 2014 ในการปะทะกันอีกครั้งหนึ่งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ตุรกีก็ส่ง เครื่องบินไปรับผู้บาดเจ็บชาวปาเลสไตน์เพื่อมารักษาในโรงพยาบาลในตุรกี
  3. 3. ภาพที่ 1 เรือเดินทะเลที่ตุรกีส่งความช่วยเหลือแก่ปาเลสไตน์ เมื่อปี 2010 ที่มา http://www.globalresearch.ca/freedom-flotilla-iii-sets-sail-toward-gaza- carrying-medical-supplies-and-solar-panels/5450727 ภาพที่ 2 ตุรกีส่งเครื่องบินไปรับผู้บาดเจ็บชาวปาเลสไตน์มารักษาที่ตุรกี เมื่อปี 2014 ที่มา http://www.jewishjournal.com/opinion/article
  4. 4. 2.2 กรณีซีเรีย นอกจากรัฐบาลเออร์โดกันแห่งตุรกีจะสนับสนุนกลุ่มกบฏต่อต้านระบอบอัสซาดในซีเรียแล้ว ยัง เป็นศูนย์กลางสาคัญสาหรับเป็นพื้นที่กลางให้นักกิจกรรมทั่วโลกที่ต้องการส่งความช่วยเหลือไปยังซีเรีย และปาเลสไตน์ ขณะเดียวกันบริเวณชายแดนตุรกีเองก็เป็นที่ตั้งของศูนย์พักพิงใหญ่แก่ผู้อพยพจากซีเรีย จานวนราว 1.9 ล้านคน (ตัวเลขในขณะนั้นจาก UNHCR2 ) ภาพที่ 3 ค่ายผู้อพยพขนาดใหญ่จากซีเรียในชายแดนฝั่งประเทศตุรกี ที่มา https://chaurahha.wordpress.com/2013/03/22/917/ (ซ้าย) http://www.enduringamerica.com/home/2011/6/19/syria-libya-and-beyond- liveblog-in-the-camps.html (ขวา) 2.3 กรณีมินดาเนา ตุรกีเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งกรณีมินดาเนาที่มีมาเลเซียเป็นตัวหลัก ระหว่างแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร (MILF) กับรัฐบาลมะนิลา มีบทบาทอานวยความสะดวกการจัด เวทีเจรจาและประกาศสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพระหว่างคู่ขัดแย้งทั้งสองที่ได้ลงนามกันในปี 2014 ที่ กรุงมะนิลา3 2 UNHCR. 2015 UNHCR country operations profile – Turkey. ออนไลน์ : http://www.unhcr.org/pages /49e48e0fa7f.html 3 The Guardian. Philippines signs long-awaited peace deal with Muslim rebels. ออนไลน์ : http://www.theguardian.com/world/2014/mar/27/philippines-muslim-rebel-peace-deal-aquino-milf
  5. 5. ภาพที่ 4 นายอะห์เหม็ด ดาวุดโอว์ลู (นั่ง) นายกรัฐมนตรีตุรกีเดินทางมาพบปะกับประธานาธิบดีเบนิกโน อาควีโนที่กรุงมะนิลา เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2014 เพื่อประกาศสนับสนุน ข้อตกลงสันติภาพ มะนิลา ที่ลงนามได้สาเร็จในเดือนมีนาคมปีเดียวกันระหว่างขบวนการ MILF กับรัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่มา http://www.philstar.com/headlines/2014/11/18/1393006/turkey-support -mindanao- peace-process ในปี 2012 ตุรกีเป็นประเทศผู้บริจาคเพื่อช่วยเหลือทางมนุษยธรรมรายใหญ่ที่สุดแก่ผู้ได้รับ ผลกระทบชาวซีเรีย และรัฐบาลตุรกีเป็นรัฐบาลผู้บริจาคให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างเป็น ทางการรายใหญ่ที่สุดอันดับสามของโลกในปี 2013 และมากที่สุดเป็นอันดับหกของโลกในทศวรรษที่ ผ่านมา โดยบริจาคเงินจานวน 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสาหรับโครงการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ต่างๆ4 ส่วนรูปแบบหรือช่องทางการส่งความช่วยเหลือของตุรกีนั้น มีสองรูปแบบคือในรูปของการให้ ความช่วยเหลือโดยตรงจากรัฐบาลตุรกี ผ่านหน่วยงานที่เรียกว่า TIKA สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ตุรกี และผ่านองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) หลักในประเทศตุรกี ที่สาคัญคือ องค์กร IHH (หรือชื่อใน ภาษาอังกฤษคือ Humanitarian Relief foundation) 4 Key Facts. ออนไลน์ : http://www.globalhumanitarianassistance.org/countryprofile/turkey
  6. 6. ภาพที่ 5 องค์กร TIKA ภาพที่ 6 องค์กร IHH ที่มา http://www.tika.gov.tr/en ที่มา http://www.ihh.org.tr/en โดยสรุปแล้ว สิ่งเหล่านี้คือการที่ตุรกีพยายามส่งสัญญาณว่าตนมีศักยภาพในการสร้างสันติภาพ สูง จึงเข้าไปเล่นบทบาทผู้ไกล่เกลี่ยและหันมาให้ความสนใจประเด็นปัญหาในพื้นที่ความขัดแย้งต่างๆ เช่นที่กล่าวมา 3. บทบาทตุรกีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในบริบทของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตุรกีเพิ่งเข้ามามีบทบาทไม่นานราวทศวรรษที่ผ่านมา การเข้ามานี้มีทั้งการให้ความช่วยเหลือโดยตรงจากรัฐบาลและผ่านองค์กรพัฒนาเอกชนที่สาคัญของ ประเทศตุรกี เช่น IHH ความช่วยเหลือจากประเทศตุรกีในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถแบ่ง ออกเป็นสามกิจกรรมหลัก คือ ด้านการศึกษา - เช่น มีการเข้ามาสร้างโรงเรียนเพื่อเด็กด้อยโอกาสของกลุ่มทุนตุรกีที่อาเภอยะหริ่ง จ. ปัตตานี เป็นต้น ด้านการช่วยเหลือเด็กกาพร้า - เช่น รัฐบาลตุรกีมอบทุนการศึกษาให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศตุรกีและปัจจัยยังชีพแก่เด็ก กาพร้าในพื้นที่สามจังหวัด ด้านกิจกรรมเดือนเราะมะฎอน - จัดงานเลี้ยงละศีลอด มอบอาหารและเนื้อกุรบาน เป็นต้น
  7. 7. 4. ข้อสังเกตของการช่วยเหลือของตุรกีคือได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากคนในพื้นที่ เนื่องจาก - ประการแรก ตุรกีและสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นนิกายอิสลามสายเดียวกัน คือ ชาฟีอี - ประการที่สอง คนสามจังหวัดยังรับรู้ถึงกลิ่นอายของความเป็นออตโตมาน ในบริบทที่ เคยเป็นจ้าวแห่งโลกมุสลิมซึ่งเป็นสิ่งที่สืบทอดมาสู่ตุรกีในยุคปัจจุบัน ในทางประวัติศาสตร์ หากย้อนไปเพียงราวร้อยปีสมัยรัชกาลที่ 6 ก่อนที่สยามจะรวมศูนย์สร้างรัฐชาติสมัยใหม่ ได้เต็มที่ ทั้งราชอาณาจักรสยามและราชอาณาจักรปาตานีต่างก็ดาเนินความสัมพันธ์ของ ตนกับอาณาจักรออตโตมานในขณะนั้น อีกนัยหนึ่งคือ สามจังหวัดชายแดนใต้เมื่อร้อยปี ก่อนก็ดาเนินความสัมพันธ์กับออตโตมาน (ตุรกีในปัจจุบัน) เองอยู่แล้วโดยไม่ผ่าน กรุงเทพ - ประการที่สาม เมื่อตุรกีให้ความช่วยเหลือใคร เขาจะเข้ามาเองและเข้าถึงท้องถิ่น โดยตรง กล่าวคือ ส่งความช่วยเหลือถึงมือผู้รับที่เขาต้องการให้ โดยไม่ทาผ่านตัวกลาง หรือตัวแทนแบบรัฐต่อรัฐ ในกรณีสามจังหวัดชายแดนใต้ก็คือตุรกีได้ส่งผู้แทนรัฐบาลเข้า มาให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนและโรงเรียนปอเนาะในพื้นที่ หรืออีกกรณีคือทา โดยองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งที่โดดเด่นคือ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน เสรีภาพและการ ช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม หรือ อีฮาฮา (IHH) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนฝ่ายรัฐบาล ซึ่งลักษณะการเข้ามาเองและเข้าถึงชุมชนรากหญ้านี้ต่างจากการให้ความช่วยเหลือของ ทุนอาหรับดังที่กล่าวไป ตุรกีมิได้ดาเนินการทูตลักษณะนี้แต่เฉพาะในสามจังหวัดแต่ใน ครั้งช่วยเหลือชาวโรฮิงญาในรัฐอาระกัน ประเทศเมียนมาร์ ตุรกีก็ได้ย้าแนวทางการทูต แบบ “เตอร์กิชสไตล์” โดยนายดาวุดโอว์ลู นายกรัฐมนตรีตุรกีคนปัจจุบัน ขณะที่ยังเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศได้เดินทางไปเยี่ยมชนกลุ่มน้อยมุสลิมชาวโรฮิงญาถึงในรัฐอาระกัน เมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความตื่นเต้นในหมู่ชาวมุสลิมเป็นอย่างมากที่ตุรกีส่ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงลงมาเองถึงท้องถิ่น ขณะที่ในเวลาเดียวกันนั้นประเทศมุสลิมอื่น เช่น ซาอุดิอาระเบีย ก็ให้ความช่วยเหลือเมียนมาร์แต่ส่งเป็นเงินหรือสิ่งของบริจาคผ่านลงมา ทางรัฐบาลเมียนมาร์
  8. 8. ภาพที่ 7 นายดาวุดโอว์ลู รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีขณะนั้น เดินทางเยี่ยมชาวโรฮิงญาในรัฐอาระกัน เมื่อปี 2012 ที่มา http://www.hurriyetdailynews.com/foreign-minister-davutoglu -visits-myanmars-muslim-minority-inarakan.aspx?pageID=238&nid=58019 โดยสรุป จากตัวอย่างกิจกรรมอันเป็นรูปธรรมของตุรกีที่เลือกเจาะลงไปยังกลุ่มรากหญ้าใน พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กล่าวไป ร่วมกับการมีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ในการทางานในพื้นที่ ขัดแย้งในภูมิภาคอื่นๆ ของโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทาให้ตุรกีเป็นหนึ่งในประเทศ มุสลิมที่มีบทบาทสูงในการเมืองโลกปัจจุบัน (อันสอดคล้องกับแนวคิดบูรพาภิวัตน์) และโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งอยู่ในสถานะชาติมหาอานาจในโลกมุสลิม ทาให้ความคาดหวังต่อบทบาทของตุรกีในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งและสนับสนุนการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีมากขึ้นและได้รับความนิยม ชมชอบโดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ มากกว่ามหาอานาจมุสลิมอีกชาติอย่างซาอุดิอาระเบีย

×