Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

วิจัยทางการแพทย์และนาฬิกาชีวิต

1,043 views

Published on

โดย น.ส. อินทิรา เหล่าธรรมทัศน์
ผู้ช่วยวิจัยสถาบัน DUKE MEDICAL SCHOOL

นายอิศรา เหล่าธรรมทัศน์
ผู้ช่วยวิจัยสาขาวิชา CIRCADIAN BIOLOGY,UNIVERSITY OF TEXAS

ถอดความและเรียบเรียงโดย นางสาว จุฑามาศ พูลสวัสดิ์
ผู้ช่วยนักวิจัยโครงการคลังปัญญาฯ

ภายใต้การสนับสนุนของโครงการคลังปัญญาเพื่ออภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

สนใจติดตามคลิปวีดีได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=PlTpcXKDRWY

สนใจรายละเอียดโครงการฯเพิ่มเติมได้ที่
Wepsite : http://www.rsu-brain.com
Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/thinktankrsu?ref=hl

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

วิจัยทางการแพทย์และนาฬิกาชีวิต

  1. 1. ถอดความจากการนําเสนอในที่ประชุมเวทีวิชาการ เรื่อง "เด็กไทยในวงการวิทยาศาสตร์ระดับโลก: โอกาสและความสําเร็จ" จัดโดยโครงการ คลังปัญญาเพื่ออภิวัฒน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2558 เวลา 15.00 – 18.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ลาดพร้าว กรุงเทพมหานครฯ ภายใต้การสนับสนุนของสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิสถาบันสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ (สปส.) โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต น.ส. อินทิรา เหลาธรรมทัศน ผูชวยวิจัยสถาบัน DUKE MEDICAL SCHOOL นายอิศรา เหลาธรรมทัศน ผูชวยวิจัยสาขาวิชา CIRCADIAN BIOLOGY,UNIVERSITY OF TEXAS เมื่อกล่าวถึงการเรียนวิทยาศาสตร์ อาจเป็นเรื่องที่ยากสําหรับเด็กไทยหลายคน แต่ในอีก แง่มุมหนึ่งก็มีเด็กไทยจํานวนไม่น้อยที่เรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างสนุกและสร้างสรรค์จนประสบ ความสําเร็จในการเรียนและการประกอบอาชีพได้ อินทิรา เหล่าธรรมทัศน์และอิศรา เหล่าธรรม ทัศน์ เป็นตัวอย่างของนักเรียนไทยที่ไปศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศและมีโอกาสได้ ร่วมงานกับนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ซึ่งประสบการณ์ด้านการเรียนและการทํางานของทั้งสอง ท่านเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนํามาทบทวนระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในประเทศ ไทยให้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยของทั้งสองท่านก็ยังมีประโยชน์ 1 เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 5 /2558 วิจัยทางการแพทย และนาฬิกาชีวิต
  2. 2. อินทิรา เหล่าธรรมทัศน์เป็นนักศึกษาชาวไทยที่มีโอกาสไปศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรี ตลอดทั้งยังได้ร่วมงานกับนักวิจัยชั้นนําระดับโลกที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University)   ในการทําวิจัยเรื่องธาตุเหล็กเป็นเวลา 2 ปี และปัจจุบันกําลังจะเรียนต่อในสาขาแพทย์ของมหาวิทยาลัยการแพทย์ เจฟเฟอร์สัน (Jefferson medical University) จุดเริ่มตนการทํางานวิจัยดานการแพทยสมัยใหมที่ Duke University ขณะเรียนในระดับปริญญาตรีคุณอินทิราได้เห็นแบบอย่างจากอาจารย์ในสาขาวิทยาศาสตร์ จึงเริ่มเกิด ความสนใจว่าการเรียนวิทยาศาสตร์น่าจะมีช่องทางหลากหลายที่จะสามารถนําความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ ได้ หลังจากที่จบปริญญาตรีจึงยังไม่ศึกษาต่อในทันที แต่เลือกที่จะทดสอบว่าความรู้ที่ได้จากการเรียนที่ผ่านมาจะ สามารถนําไปใช้ในการทํางานได้มากน้อยเพียงใด คุณอินทิราจึงได้สมัครเป็นผู้ช่วยนักวิจัยของโครงการทดลอง ด้านวิทยาศาสตร์ที่ Duke University จนกระทั่งได้รับคัดเลือกและตัดสินใจร่วมงานในที่สุด ประสบการณการทํางานวิจัยที่ Duke University คุณอินทิราได้ร่วมงานกับ Nancy Andrews ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยที่มีชื่อเสียงด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ โดยหัวข้อการวิจัยคือการศึกษาว่าธาตุเหล็กสําคัญอย่างไรต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายและธาตุเหล็ก สามารถนําไปใช้ในกล้ามเนื้อได้อย่างไร ซึ่งกระบวนการทดลองเริ่มด้วยการทดสอบย้ายธาตุเหล็กออกจากเซลล์ กล้ามเนื้อของหนูทดลองเพื่อหาคําตอบว่าหากร่างกายขาดธาตุเหล็กไปจะเป็นอย่างไรด้วย โดยผลการทดลอง พบว่าหนูที่ไม่มีธาตุเหล็กในเซลล์กล้ามเนื้อจะมีขนาดตัวเล็กลงจากปกติมากเนื่องจากกล้ามเนื้อไม่สามารถผลิต พลังงานได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อการทํางานของตับด้วย จนในที่สุดหนูจะตายภายใน 6-8 วัน ผลการวิจัยครั้งนี้ทําให้ทราบว่าธาตุเหล็กถูกใช้ในไมโทรคอนเดรียซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ของกล้ามเนื้อ ทีมนักวิจัยคาดว่าข้อค้นพบในการวิจัยดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อวงการสาธารณสุขในแง่ของการ รักษาโรคขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากปัจจุบันมีประชากรทั่วโลกมากถึง 15% ที่ป่วยเป็นภาวะโลหิตจางจากการขาด ธาตุเหล็ก(Iron Deficiency Anemia)                       โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 2 มุมมองและประสบการณการเรียนวิทยาศาสตรการแพทยสมัยใหมในสหรัฐอเมริกา โดย นางสาว อินทิรา เหลาธรรมทัศน ที่มา : นางสาว ออินทิรา เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ช่วยวิจัยสถาบัน DUKE MEDICAL 
  3. 3. สําหรับบรรยากาศการทํางานในห้องทดลองของ Duke University เนื่องจากการวิจัยที่ทํามีลักษณะเป็น ห้องทดลองเล็ก มีนักวิจัยเพียง 6 คน จึงทําให้ความสัมพันธ์ของคุณอินทิราและนักวิจัยคนอื่นๆ ค่อนข้างใกล้ชิด มีการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการทําวิจัยกันเสมอ อีกทั้งยังมีการนัดพบปะ(Lab Meeting) กัน เป็นประจําทุกสัปดาห์ นอกจากนั้น แม้คุณอินทิราจะเข้าไปทํางานในฐานะผู้ช่วยนักวิจัยเพียงชั่วคราว 1-2 ปี ก่อนที่จะไปศึกษาต่อ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนและปฏิบัติอย่างดีจากนายจ้างและเพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นนักวิจัยมือ อาชีพ ตลอดทั้งยังได้รับการสอนและถ่ายทอดความรู้ที่ดีจากบุคคลเหล่านี้อีกด้วย การเรียนแพทยศาสตรในประเทศสหรัฐอเมริกา ในสหรัฐอเมริกา การเรียนแพทยศาสตร์จะเริ่มต้นอย่างจริงจังในระดับปริญญาโท ดังนั้นก่อนที่นักศึกษาจะ เริ่มเรียนแพทย์ได้จะต้องเรียนปริญญาตรีมาก่อนเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งในระดับปริญญาตรีจะเรียนในสาขาใดก็ได้ ไม่ ว่าจะเป็นสาขาด้านวิทยาศาสตร์หรือแม้แต่สาขาด้านสังคมศาสตร์ - มนุษยศาสตร์ก็ตาม แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้อง ผ่านการเรียนในหลักสูตรเตรียมแพทย์ (Pre-Medicine) ก่อนซึ่งต้องเรียน 3 วิชาหลักได้แก่เคมี ชีววิทยาและ อินทรีย์เคมีวิชาละ 2 ปี และเรียนวิชารองได้แก่ฟิสิกส์ อังกฤษ และคณิตศาสตร์อีกวิชาละ 1 ปี ซึ่งหลักสูตร เตรียมแพทย์นี้นักศึกษาสามารถเรียนควบคู่ไปกับการเรียนระดับปริญญาตรีในสาขาหลักของตนเองหรือเริ่ม เรียนหลังจากจบปริญญาตรีแล้วก็ได้ ความรู้ที่ได้จากการเรียนปรับพื้นฐานในวิชาทั้งหมดเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ อย่างมากต่อการสอบเทียบเข้าสาขาแพทยศาสตร์(MCAT) สําหรับหลักสูตรแพทย์ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 4 ปี โดยในปี 1-2 จะเป็นการเรียนแบบบรรยายในห้อง และใน ปี 3-4 นักศึกษาจะได้เข้าไปฝึกงานในโรงพยาบาลเพื่อทดลองทํางานในแผนกและสาขาที่หลากหลาย ซึ่งจะทํา ให้นักศึกษาได้ทราบว่าตนเองชอบหรือสนใจสาขาเฉพาะในด้านใด และภายหลังจากศึกษาจบหลักสูตรแพทย์ 4 ปีก็จะเป็นการศึกษาต่อในสาขาแพทย์เฉพาะทางต่อไป ซึ่งในการสมัครเรียนจะต้องยื่นหลักฐานได้แก่ เกรดเฉลี่ย คะแนนสอบเทียบ (MCAT) และหลักฐานแสดงกิจกรรมต่างๆ ที่นักศึกษาเคยเข้าร่วม นอกจากนี้ผู้สมัครจะต้อง เขียนรายงานเกี่ยวกับประวัติตนเองเพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาด้วย อย่างไรก็ตามการเรียนการสอนหลักสูตรแพทยศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาก็มีปัญหาเช่นกันคือตลอดเวลาที่ เรียน นักศึกษาจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนไข้มากเท่านักศึกษาแพทย์ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ จึงจําเป็นที่สถานศึกษาจะต้องสร้างกลไกเพื่อเพิ่มทักษะด้านการสื่อสารและความเข้าใจในสังคมให้แก่นักศึกษา เหล่านี้ โดยในอนาคตจะมีการปรับข้อสอบให้เชื่อมโยงไปยังมิติสังคมศาสตร์ จิตวิทยา และการคิดเชิงวิเคราะห์ มากขึ้น นอกจากนั้นวิทยาลัยการแพทย์เจฟเฟอร์สันยังสนับสนุนให้นักศึกษาได้ทํากิจกรรมควบคู่การเรียนไป ด้วย เช่น การให้นักศึกษาก่อตั้งและขับเคลื่อนคลินิกเล็กๆ ด้วยตนเองเพื่อรักษาผู้อพยพและคนด้อยโอกาสโดย ไม่คิดค่าใช้จ่าย ขอดีของการเรียนวิทยาศาสตรในสหรัฐอเมริกา คุณอินทิรากล่าวว่าการเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์รวมไปถึงแพทยศาสตร์ในสหรัฐอเมริกามีข้อดีที่เด่นชัดใน 2 ประการ โดยประการแรก การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาเป็นระบบที่สนุกและไม่น่าเบื่อ และ ข้อดีประการที่สองคือ นักศึกษาสามารถนําความรู้และทฤษฎีที่ได้จากการเรียนไปใช้ประโยชน์ในการทํางานได้ จริง ตลอดทั้งยังมั่นใจได้ว่าเมื่อจบการศึกษาจะได้ทํางานตรงตามสาขาที่เรียนมาแน่นอน 3โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 3
  4. 4. อิศรา เหล่าธรรมทัศน์ เป็นนักศึกษาไทยอีกหนึ่งคนที่ได้ไปศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศ สหรัฐอเมริกา ตลอดทั้งยังมีโอกาสได้ร่วมงานด้านการทําวิจัยกับ Prof. Carla Green ซึ่งเป็นนักวิจัยด้าน วิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกอีกด้วยและปัจจุบันกําลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกในสาขาประสาทวิทยา (Neuroscience) ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส (University of Texas) โดยมีความสนใจศึกษาและทําวิจัยในหัวข้อนาฬิกา ชีวิต (Circadian Biology) ผลงานการศึกษาวิจัยเรื่องนาฬิกาชีวิต (Circadian Biology) ผลงานวิจัยของคุณอิศราเป็นการศึกษาว่าด้วยเรื่องนาฬิกาชีวิตซึ่งมีลักษณะเป็นระบบในสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะมนุษย์ที่มีจังหวะเวลาในหนึ่งวัน โดยการวิเคราะห์นาฬิกาชีวิตประกอบไปด้วย 3 เกณฑ์หลัก คือ 1. จังหวะเวลาชีวิตภายในร่างกายของมนุษย์แต่ละคนมีระยะเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง 2. จังหวะเวลาชีวิตได้รับอิทธิพลหรือมีความเกี่ยวข้องกับเวลาตามธรรมชาติ 3. ระบบเวลาในร่างกายมนุษย์สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ ทั้งนี้ กระบวนการทดสอบในประเด็นดังกล่าวทําได้โดยกําหนดให้หนูทดลองอยู่ในห้องมืดที่มีการเปิด-ปิด ไฟทุกๆ 12 ชั่วโมลักษณะเดียวกันกับเวลากลางวันและกลางคืน พบว่าหนูจะออกมาวิ่งช่วงที่ปิดไฟในเวลาเดิม ซํ้าๆ ทุกวัน แต่เมื่อทดลองเปลี่ยนมาปิดไฟไว้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ปรากฏว่าหนูมีจังหวะการวิ่งในเวลาที่ต่างไป จากเดิมเรื่อยๆ ผลการทดลองดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านาฬิกาภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิตมีความเชื่อมโยงกับ เวลาตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อม การศึกษาเรื่องนาฬิกาชีวิตมีประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาให้เกิดภาวะสุขภาพที่ดีของมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องการพักผ่อน ซึ่งทําให้ทราบว่าการนอนในช่วงเวลาที่ต่างกันมีผลต่อร่างกายที่แตกต่างกัน โดย ร่างกายจะสมดุลเมื่อมนุษย์ใช้เวลาในการพักผ่อนสอดคล้องกับเวลาตามนาฬิกาธรรมชาติ ความสําคัญของนาฬิกาชีวิตที่มีต่อมนุษย์ สาเหตุสําคัญที่สุดที่ทําให้มนุษย์ต้องมีนาฬิกาชีวิตก็เพื่อคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้จะเกิดเหตุการณ์ใด ขึ้นเพื่อที่จะได้วางแผนการกระทํา (Anticipate) ได้อย่างเหมาะสม เช่น ก่อนจะตื่นนอน ร่างกายมนุษย์ก็มีการ เตรียมตัวและปรับสมดุลต่างๆ เพื่อให้พร้อมต่อการใช้ชีวิตในวันใหม่ เป็นต้น ซึ่งข้อค้นพบจากการทดลองทําให้ เชื่อได้ว่านาฬิกาชีวิตของมนุษย์อยู่ในจุด Suprachiasmatic nucleus (SCN) ที่อยู่บริเวณด้านบนเส้นประสาทตา โดยเซลล์ของ SCN มีจํานวนมากถึง 20,000 ตัว และยังมีบทบาทสําคัญต่อการแสดงพฤติกรรมของมนุษย์ในแต่ ละวัน หรืออาจกล่าวได้ว่าข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเรื่องนาฬิกาชีวิตทําให้ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ปฏิกิริยาในร่างกายมนุษย์กับช่วงเวลาของนาฬิกาธรรมชาติเฉลี่ยใน 1 วัน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการ พัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาวะและสาธารณสุข   4โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 4 มุมมองและประสบการณการคนควาวิจัยเรื่องนาฬิกาชีวิต (Circadian Biology): โดย นาย อิศรา เหลาธรรมทัศน
  5. 5. รูปที่ 1 ช่วงเวลา ปฏิกิริยาในร่างกายมนุษย์ 6.45 น. เป็นช่วงเวลาที่ความดันโลหิตพุ่งสูงที่สุด จึงเป็นเหตุให้มีคนจํานวนมากที่เสียชีวิตใน 10.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายตื่นตัวมากที่สุด 14.30 น. เป็นช่วงเวลาที่อวัยวะต่างๆ ในร่างกายสามารถทํางานประสานกันได้ดีที่สุด 15.30 น. เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกได้รวดเร็วที่สุด 17.00 น. เป็นช่วงเวลาที่การทํางานของระบบหัวใจและหลอดเลือดมีประสิทธิภาพ รวมถึงกล้ามเนื้อมี 21.00 น. เป็นช่วงเวลาที่สารเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นสารเหนี่ยวนําให้เกิดการนอนหลับเริ่ม 22.30 น. เป็นช่วงเวลาที่กลไกการย่อยอาหารเริ่มหยุดทํางาน จึงไม่ควรรับประทานอาหารเข้าไป 2.00 น. เป็นช่วงเวลาที่นอนหลับลึกที่สุด ทั้งนี้ปัจจุบันมนุษย์มีวิถีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปและหลากหลายมากขึ้น เช่น การนอนดึกหรือการ ประกอบอาชีพที่ต้องทํางานในเวลากลางคืน จึงอาจส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างปฏิกิริยาในร่างกายมนุษย์ กับช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงไปและอาจคลาดเคลื่อนไปจากค่าเฉลี่ยวงจรความสัมพันธ์ดังกล่าว ดังนั้น มนุษย์จะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงได้ ส่วนหนึ่งคือต้องเริ่มจากการปรับนาฬิกาชีวิตภายใน ร่างกายของตนเองให้สอดคล้องและใกล้เคียงกับนาฬิกาตามธรรมชาติซึ่งปัจจุบันนักวิจัยในสหรัฐอเมริกาและ ประเทศอื่นๆ ได้ให้ความสําคัญกับการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อนําไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์สาธารณสุขต่อไปในอนาคต แต่ทว่าการศึกษาเรื่องนาฬิกาชีวิตในประเทศไทยที่ผ่านมายังอยู่ใน โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 5
  6. 6. วงจํากัดและส่วนใหญ่จะศึกษาด้วยวิธีการสังเกตมากกว่าการทําวิจัยเพื่อหาข้อสรุปอย่างเป็นระบบ จึงทํา ศาสตร์ด้านนาฬิกาชีวิตในประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมากนัก บทส่งท้าย ความสําเร็จรวมถึงประสบการณ์ในการเรียนและการคลุกคลีอยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ระดับโลก ของทั้งอินทิราและอิศรา เหล่าธรรมทัศน์เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าเด็กไทยก็สามารถพัฒนาตนเองจนเก่ง และเชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์ได้หากได้รับการปลูกฝังระบบการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ซึ่งหากมอง ย้อนกลับมาที่ประเทศไทยจะพบว่าระบบการศึกษายังไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก อย่างแท้จริง อีกทั้งการเรียนยังคงยึดผู้สอนเป็นศูนย์กลาง จึงทําให้ยังมีเด็กไทยจํานวนมากที่ไม่สามารถ เรียนวิทยาศาสตร์ได้ดีและยังรู้สึกว่าเป็นวิชาที่ยาก ดังนั้น การปฏิรูปเชิงนโยบายให้ระบบการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการที่สนุกและสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรหันมาให้ ความสําคัญเพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยพัฒนาสู่การเป็นบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ที่มีศักยภาพ 6
  7. 7.                     7 ผู้อํานวยการสถาบันคลังปัญญาฯ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: น.ส.ยุวดี คาดการณ์ไกล ถอดความและเรียบเรียง: น.ส.จุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ผู้ประสานงาน: น.ส. อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล ปีที่พิมพ์: ตุลาคม 2558 สํานักพิมพ์: มูลนิธิสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ เพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ติดต่อ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 52/347 พหลโยธิน 87 ตําบลหลักหก อําเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000 โทรศัพท์ 02-997-2200 ต่อ 1283 โทรสาร 02-997-2200 ต่อ 1216 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064 โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยน: ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ , ศ.พญ.จิราพร เหล่าธรรมทัศน์ , คุณอินทิรา เหล่าธรรม ทัศน์ , คุณอิศรา เหล่าธรรมทัศน์, รศ.ดร.จํานง สรพิพัฒน์, อ.ทนงศักดิ์วิกุล, คุณวรวรรณ อาภารัตน์,คุณ สุทธิดา วงศ์เธียรชัย, คุณ นิธิชัย คาดการณ์ไกล คุณ ธนพล พงศ์สุวโรจน์ 7

×