Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
“ฟาฏอนี” มหาวิทยาลัยแห่งยุคบูรพาภิวัตน์
อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล
ผู้ช่วยนักวิจัย
“ฟาฏอนี”
2โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทย...
3
“ฟาฏอนี” มหาวิทยาลัยท้องถิ่น ที่ถูกยอมรับในระดับนานาชาติ
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มีหลักสูตรที่เปิดสอนทั้งหมด 25 หลักสูตร ในระด...
4
โครงการปัตตานีจายา..เมืองแห่ง “ความหวัง” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มีแผนในการสร้างโครงการเมืองต้นแ...
5
เอกสารอ้างอิง
1. มหาวิทยาลัยฟาฏอนี.แนะนามหาวิทยาลัย. (2557).แผ่นพับประชาสัมพันธ์.ปัตตานี:
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
2. วรสารมหาว...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

“ฟาฏอนี” มหาวิทยาลัยแห่งยุคบูรพาภิวัตน์

1,157 views

Published on

อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล
ผู้ช่วยนักวิจัยสถาบันคลังปัญญาฯ

ภายใต้การสนับสนุนของโครงการคลังปัญญาเพื่ออภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต


สนใจรายละเอียดโครงการฯเพิ่มเติมได้ที่
Wepsite : http://www.rsu-brain.com
Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/thinktankrsu?ref=hl

Published in: Education
  • Be the first to comment

“ฟาฏอนี” มหาวิทยาลัยแห่งยุคบูรพาภิวัตน์

  1. 1. วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต “ฟาฏอนี” มหาวิทยาลัยแห่งยุคบูรพาภิวัตน์ อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล ผู้ช่วยนักวิจัย
  2. 2. “ฟาฏอนี” 2โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยแห่งยุคบูรพาภิวัตน์ เกริ่นนา “มหาวิทยาลัยฟาฏอนี” เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอิสลามแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านมหาวิทยาลัย บ้านโสร่ง ตาบลเขาตูม จังหวัดปัตตานี เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร ตั้งอยู่ติดรอยต่อจังหวัดยะลาและปัตตานี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ริเริ่มจัดตั้งโดยมติที่ประชุมสันนิบาตมุสลิมโลก ได้รับเงินสนับสนุน เบื้องต้นจากธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา(IDB) และองค์กรสงเคราะห์มุสลิมนานาชาติ เดิมทีใช้ชื่อว่า วิทยาลัยอิสลามยะลา ก่อตั้งขึ้นใน ปี พ.ศ.2541 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในปี พ.ศ. 2557 ตามลาดับ ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์ มหาวิทยาลัยอิสลามโลก1 โดย นางสาว อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล ผู้ช่วยนักวิจัยโครงการคลังปัญญาฯ สร้างวิชาชีวิต ก่อนวิชาชีพ เพื่อก้าวสู่ความป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ “สร้างชีวิตก่อนอาชีพ ด้วยเจตนารมย์อันแน่วแน่ ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และคุณธรรมเพื่อ สังคมสันติสุขตลอดไป” 2 ข้อความในข้างต้นคือหลักคิดและวิสัยทัศน์ในการดาเนินการการสอนของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยมีเจตคติในการสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ กล่าวคือ สถาบันอุดมศึกษาโดยส่วนมาก มีเป้าหมายหลักใน การสร้างวิชาชีพให้แก่นักศึกษา แต่ฟาฏอนีมิได้มีเจตนารมย์แต่เพียงเช่นนั้น ด้วยหลักคิดดังกล่าว แนวทางการศึกษาของมหาวิยาลัยแห่งนี้ จึงเป็นการศึกษา การเรียนรู้ แบบบูรณาการระหว่างศาสตร์ ต่างๆกับแนวทางของศาสนาอิสลามอย่างลงตัว เพื่อผลิตทั้งศาสนิกชนที่ดี พลเมืองที่ดี และพลโลกที่ดี อีกด้วย3 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกรี หลังปูเต๊ะ ได้ยกตัวอย่าง สาขาวิชา R&D Halal ซึ่งเป็นสาขาวิชา ที่บูรณาการระหว่างศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ ศาสตร์ทางการตลาด และศาสตร์ของศาสนาอิสลาม โดย เอาความเป็นวิทยาศาสตร์มารองรับ และเอาศาสนบัญญัติมารับรอง มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับฮาลาล ทั้งอาหารฮาลาล และเครื่องสาอางฮาลาล ทั้งนี้เพื่อให้ศาสนบัณฑิต ทั้งหลาย ได้นาวิชาความรู้ไปก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและผู้อื่น ขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งซึ่ง ความเป็นศาสนิกชนที่สังคมพึงปราถนา
  3. 3. 3 “ฟาฏอนี” มหาวิทยาลัยท้องถิ่น ที่ถูกยอมรับในระดับนานาชาติ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มีหลักสูตรที่เปิดสอนทั้งหมด 25 หลักสูตร ในระดับปริญญาตรี โท และ เอก โดยมีภาษาที่ใช้ในการสอนทั้งหมด 4 ภาษา แตกต่างกันตามแต่ละหลักสูตร ได้แก่ ภาษาไทย ใน ฐานะภาษาประจาชาติ ภาษามลายู ในฐานะภาษาท้องถิ่น ภาษาอังกฤษ ในฐานะภาษาสากล และ ภาษาอาหรับ ในฐานะภาษาหลักของศาสนาอิสลาม ด้วยแนวการสอนที่แตกต่างนี้ ทาให้บัณฑิตที่จบ จากมหาวิทยาลัยฟาฏอนี มีโอกาสและข้อได้เปรียบที่มากกว่าบัณฑิตที่จบจากที่อื่น อาทิ ข้อได้เปรียบ ทางด้านภาษา เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีนักศึกษาจากในและต่างประเทศจานวนมากเดินทางมาศึกษาที่มหาวิทยาลัย แห่งนี้ ในปัจจุบันมีนักศึกษาจากในประเทศ ครอบคลุม 44 จังหวัด อาทิ อุดรธานี หนองคาย เชียงใหม่ เชียงรายฯลฯ และนักศึกษาจากต่างประเทศครอบคลุม 14 ประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส สวีเดน กัมพูชา (มากกว่า 120 คน) และจีน (เกือบ100 คน) ฯลฯ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ถึงแม้ทาเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีจะอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง และไม่สะดวกต่อการเข้าถึงนักแต่ก็มิใช่อุปสรรคสาคัญในการดึงดูดนักศึกษาจากทั่วสารทิศ ดังนั้นเรา จะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยฟาฏอนีเป็นสถานศึกษาที่มีความเป็นสากลมากและเป็นที่รู้จักในระดับ นานาชาติ นอกเหนือจากนี้ย ยังมีเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่เชื่อมโยงในหลากหลายประเทศ ทั่วโลก โดยเฉพาะ กับประเทศสมาชิกอิสลาม มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือ(MOU) เพื่อ แลกเปลี่ยนและให้ความช่วยเหลือกันในระดับนานาชาติ ยกตัวอย่าง งบประมาณช่วยเหลือในการ ก่อสร้างอาคารเรียน จากประเทศกาตาร์ คูเวต และซาอุดิอาราเบีย และล่าสุด ฟาฏอนียังได้งบประมาณ ช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย มูลค่า 175 ล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติอีกด้วย ฟาฏอนี..มหาวิทยาลัยแห่งชุมชน นอกจากการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเป็นสากล มีเครือข่ายและความร่วมมือในระดับ นานาชาติแล้ว ขณะเดียวกัน ฟาฏอนี ก็ไม่เคยคิดเพิกเฉยและละเลยต่อชุมชนโดยรอบ ในการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยบนพื้นที่แห่งนี้ ฟาฏอนีได้สร้างเศรษฐกิจและสังคมโดยรอบมหาวิทยาลัยให้ก่อตัวขึ้น กลายเป็นชุมชนมหาวิทยาลัย ที่มีการพึ่งพิงและเอื้อประโยชน์ต่อกัน โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกรี หลังปูเต๊ะ ได้ยกตัวให้เห็นถึง การพลิกข้อจากัดให้กลายเป็น โอกาส ในช่วงแรกที่มหาวิทยาลัยพึ่งย้ายมาก่อตั้งที่นี่ มหาวิทยาลัยไม่สามารถจัดหาหอพักในมหาวิ ยาลัยให้กับนักศึกษาได้อย่างพอเพียง จึงทาให้ชาวบ้านในชุมชนต้องแบ่งเนื้อที่บ้านให้นักศึกษาเช่า ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดภาวะการพึ่งพิงกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน ในอีกทางหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นการ ก่อให้เกิดเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยรอบมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมไปถึงร้านค้ามากมายที่ก่อตัวขึ้นภายหลัง ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ไม่ได้เป็นผู้รับแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้ให้ ทุนการศึกษาที่เรียกว่า “ทุนการศึกษาช้างเผือก” ตอบแทนแก่ชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยอีกด้วย
  4. 4. 4 โครงการปัตตานีจายา..เมืองแห่ง “ความหวัง” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มีแผนในการสร้างโครงการเมืองต้นแบบ “ปัตตานีจายา” เป็นวิทยาเขต ใหม่ ที่ตาบลตะลุโบ๊ะและตาบลบานา อาเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายพื้นที่ ทางการศึกษาและการบริการภาคประชาชน อีกทั้งเป็นการเผยแพร่แนวความคิดอิสลามผ่านบริการ ทางสาธารณสุขต่างๆ ทั้งสถานศึกษา ที่อยู่อาศัย สถานพยาบาล มัสยิด ศูนย์การค้าฯลฯ ยกตัวอย่าง เช่น การสร้างศูนย์อิสลามศึกษา ที่มีพื้นที่ในการจุคนได้ถึง 20,000 คน นอกเหนือจากนี้ โครงการ ปัตตานีจายา ยังเป็นแหล่งรายได้ของหน่วยงานที่เข้าร่วมลงทุนจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ใน สังคมอีกด้วย4 บทสรุป ในขณะที่เรามองสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศาสนาอิสลามภายใต้มุมมองและเงื่อนไข ของปัญหา “การกดทับ” ความแตกต่างหลากหลาย และพยายามผลักสิ่งเหล่านี้ ให้ไปอยู่ “ชายขอบ” โดยที่เราไม่รู้ตัว ในอีกทางหนึ่ง จะดีกว่าไหมหากเปลี่ยนมุมมองต่อสิ่งเหล่านี้ “เปลี่ยนมุมมองที่เป็น ปัญหาให้กลายเป็นโอกาส ท่ามกลางเงื่อนไขของความแตกต่าง” ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่า ธรรมทัศน์ ได้เสนอแนวทางในการจัดการ เพื่อเปลี่ยนมุมมองที่เป็นปัญหาให้กลายเป็นโอกาส เปลี่ยน ความแตกต่างให้กลายเป็นความโดดเด่น โดยเสนอให้มีการส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่บริเวณสาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นกองทัพหน้าทางเศรษฐกิจไทยต่อประเทศอิสลามทั้งหลายในโลก ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ “ตกขบวนสายด่วนบูรพา” และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคบูพาภิวัตน์ ที่ ไม่ได้มีแค่ตะวันตกอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังมีโลกของตะวันออก โลกของอิสลาม โลกของเอเชีย อาคเนย์ ฯลฯ5 โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สุดท้ายนี้ หวังว่าบทความชิ้นนี้จะเปลี่ยนมุมมองความคิดของคนในสังคมที่มีต่อศาสนาอิสลาม และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เปลี่ยนไป หากเราไม่มาที่นี่เราคงคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นมหาวิทยาลัย อิสลามอันยิ่งใหญ่ที่เพรียบพร้อมไปด้วยศาสตร์และวิทยาการต่างๆที่ทันสมัย มีการเชื่อมโยงในระดับ นานาชาติ อย่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนี และเราก็คงคิดไม่ถึงว่าท่ามกลางเหตุการณ์ความไม่สงบ ความ น่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในสายตาของคนนอกพื้นที่ จะปรากฏซึ่งเมืองต้นแบบที่ยิ่งใหญ่เมืองแห่ง ความหวัง เมืองแห่งอนาคต อย่างเช่นเมืองปัตตานีจายา
  5. 5. 5 เอกสารอ้างอิง 1. มหาวิทยาลัยฟาฏอนี.แนะนามหาวิทยาลัย. (2557).แผ่นพับประชาสัมพันธ์.ปัตตานี: มหาวิทยาลัยฟาฏอนี 2. วรสารมหาวิทยาลัยฟาฏอนี สื่อเพื่อสานสัมพันธ์ ข่าวสาร และความรู้ (2557).ชื่อบทความ.ปีที่16 (51), 16 3. มหาวิทยาลัยฟาฏอนี.แนะนามหาวิทยาลัย. (2557).แผ่นพับประชาสัมพันธ์.ปัตตานี: มหาวิทยาลัยฟาฏอนี 4. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์. (2555).ส่องเมืองใหม่ "ปัตตานี จายา" อภิโปรเจ็กต์ 6 พันล้าน ชายแดนใต้. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์, 2558, จาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์:http:// www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1351140698&grpid=02&catid= 19&subcatid=1901 5. ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์.(2554).บูรพาภิวัตน์ ภูมิ-รัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลก ใหม่.กรุงเทพฯ: สานักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ. 6. ถอดความบางส่วนจากการศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จังหวัดปัตตานี จัดโดย แผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง (นพม.) ภายใต้ศูนย์ศึกษามหานคร และเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสถาบันสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ โดยการสนับสนุนของสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558 เวลา 14.00 -16.00 น. ณ ห้องมหาวิทยาลัยฟาฏอนี บ้านโสร่ง ตาบลเขาตูม จังหวัดปัตตานี 7. รูปภาพหน้าปก ที่มา : https://www.google.com/maps/views/view/109361284362749925181/gphoto/58517878652 08197010?gl=th) ที่อยู่ติดต่อ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 52/347 พหลโยธิน 87 ตาบลหลักหก อาเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000 โทรศัพท์ 02-997-2200 ต่อ 1283 โทรสาร 02-997-2200 ต่อ 1216 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4/2 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064 โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

×