Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ยุทธศาสตร์ ONE BELT ONE ROAD คืออะไร?

1,712 views

Published on

โดย ฯพณฯ หนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ยุทธศาสตร์ ONE BELT ONE ROAD คืออะไร?

  1. 1. เทวินทร์ แซ่แต้ ผู้ช่วยนักวิจัย วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ยุทธศาสตร์ ONE BELT ONE ROAD คืออะไร?
  2. 2. 2 หลักการพื้นฐาน 3 ประการ นโยบายนี้เป็นเส้นทางที่ส่งเสริมความเข้าใจ ร่วมมือกันพัฒนา เพื่อบรรลุเป้าหมายความ เจริญก้าวหน้าด้วยกัน ในการผลักดันนโยบายนี้ เรามีหลักการพื้นฐานว่า หนึ่งหากมีสิ่งใดเราก็จะ ปรึกษาหารือกัน ไม่ใช่จีนเราจะเอาความคิดหรือโครงการของตนมาบังคับให้คนอื่นทา แต่จีนจะเสนอ แผนการและปรึกษาหารือกับต่างประเทศ หากต่างประเทศไม่สนใจ เราก็ไม่ผลักดันต่อ หลักการข้อที่ สองคือ ต้องร่วมกันก่อสร้าง ร่วมกันสร้างสรรค์ หลักการข้อที่สามคือ ต้องร่วมกันแบ่งปัน นี่คือหลักสาม ประการที่สาคัญในการดาเนินการนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ในขณะเดียวกันเราก็มี ทิศทางสาคัญ 5 ประการในการผลักดันนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ประการแรกคือ การติดต่อประสานงานด้านนโยบาย เวลาที่ผลักดันนโยบายนี้ระหว่างรัฐบาลต่างๆ เรา ก็ติดต่อประสานงาน ปรึกษาหารือกัน ประการที่สองคือ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ประการที่สาม คือ การผลักดันให้การค้าขายระหว่างกันราบลื่น ประการที่สี่คือเงินทุนเคลื่อนไหว และประการสุดท้าย คือ ผลักดันให้จิตใจของประชาชนผูกพันกัน เป้าหมายสาคัญคือ เราต้องสร้างประชาคมที่ร่วมทุกข์ร่วม สุขด้วยกัน นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนั้นจีนได้เสนอขึ้นมา 3 ปีแล้ว ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมานี้ นโยบายมีความคืบหน้าอย่างไร ต่อไปนี้ก็จะขออนุญาตสรุปให้ทุกท่านฟัง ถอดความโดย นายเทวินทร์ แซ่แต้ ผู้ช่วยนักวิจัยโครงการคลังปัญญาฯ 2โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ยุทธศาสตร์ One Belt One Road คืออะไร ถอดความจากบทปาฐกถาของ ฯพณฯ หนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจาประเทศไทย ใน งานเสวนาเรื่อง “One Belt One Road” เปิดวิสัยทัศน์ไร้พรมแดนเพื่อคนรุ่นใหม่ จัดโดยสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยประเทศจีน และสถาบันจีน-ไทย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต วันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2559 เวลา 13.00- 16.30 น. ณ ห้อง 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  3. 3. 3โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประการแรกคือ เราได้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับวิสัยทัศน์และแผนปฏิบัติการสร้าง หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ซึ่งมีผลงานที่สาเร็จแล้วออกมาเกินกว่าเป้า ปัจจุบันเรามีประเทศและองค์กร ต่างๆ มากกว่า 100 แห่งที่เข้ามาร่วมนโยบาย One Belt One Road และจีนก็ได้ทาบันทึกความ เข้าใจ (MOU) กับประเทศและองค์กรต่างๆ มากกว่า 30 ฉบับ ประการที่สอง คือเราได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมที่เชื่อมโยงเอเชียและ ยุโรป อย่างเช่นรถไฟที่ประเทศฮังการี รถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองจาการ์ต้าและบันดุงของ อินโดนีเซีย ส่วนรถไฟระหว่างจีนกับลาวก็เริ่มการก่อสร้างแล้ว สาหรับรถไฟความเร็วสูงระหว่างจีน กับไทย เราก็ได้มีการเจรจาที่มีความคืบหน้าอย่างสาคัญ วานนี้ (22 กันยายน 2559) มีการเจรจาที่ ล่าสุดที่ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้กล่าวว่า จะเปิดการประมูลในเดือนพฤศจิกายน และในเดือนธันวาคมก็จะเริ่มการก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง จีน-ไทยนั้นเป็นส่วนสาคัญของโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงกัน นอกจากนี้ รถไฟที่เชื่อมระหว่างจีน กับยุโรปได้เปิดให้การบริการแล้วกว่า 1,500 เที่ยว อาจมีคนสงสัยว่ารถไฟนี้จะผ่านบริเวณใดบ้าง ผมก็ขอเล่าให้ฟังว่าจะเริ่มจากปักกิ่งไปทางตะวันตกของจีน เข้าสู่เอเชียกลาง และไปจนถึงทวีปยุโรป ที่ประเทศเยอรมันและสเปนด้วย เมื่อก่อนเวลาที่เราขนส่งสินค้าที่ต่างประเทศส่วนใหญ่จะใช้ทาง ทะเล แต่ขณะนี้เรามีทางเลือกเพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่งคือการขนส่งทางรถไฟ การขนส่งด้วยรถไฟจะ ช่วยประหยัดเวลาไปได้เท่าตัวเมื่อเทียบกับการขนส่งทางทะเล ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า One Belt One Road จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างจีนกับยุโรป ทาให้ทวีป เอเชียและยุโรปมีการเชื่อมโยงกันอย่างครบถ้วนทั้งทางทะเล ทางบกและทางอากาศ ประการที่สาม คือ ความร่วมมือด้านกาลังการผลิตในอุตสาหกรรม1 กาลังได้รับการผลักดัน อย่างต่อเนื่อง จีนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านกาลังการผลิตในอุตสาหกรรมกับ ประเทศต่างๆ 20ประเทศ ตอนนี้เราได้ตั้งกองทุนทั้งทวิภาคีและพหุภาคีเกี่ยวกับความร่วมมือด้าน กาลังการผลิตในอุตสาหกรรมมากกว่าหนึ่งแสนล้านดอลลาร์ อย่างเช่นในกรณีของประเทศในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เราก็มีกองทุนที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน รวมทั้งกองทุนความร่วมมือทาง ทะเล กับประเทศอาหรับและประเทศแอฟริกาเราก็มีกองทุนสนับสนุนความร่วมมือด้านกาลังการ ผลิตในอุตสาหกรรม จีนก็ยินดีที่จะใช้จุดเด่นของตนเองในทางเงินทุน เพื่อที่จะกระชับความร่วมมือ ในด้านกาลังการผลิตในอุตสาหกรรม ประเทศจีนมีความพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้าน 1 ความร่วมมือด้านกาลังการผลิตในอุตสาหกรรมหมายถึงประเทศจีนมีกาลังการผลิตด้านอุตสาหกรรมต่างๆที่ คงเหลือ เช่นอุตสาหกรรมเหล็ก ปูนซีเมนต์ เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) ฯลฯที่จีนมีศักยภาพสูง ซึ่งจีนกับ ไทยสามารถร่วมมือในอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้
  4. 4. 4โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต กาลังการผลิตกับประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความร่วมมือกับ ประเทศที่อยู่ในเส้นทาง One Belt One Road ให้มีการพัฒนา และช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอ ตัว ประการที่สี่ก็คือ นวัตกรรมด้านกลไก ขณะนี้ธนาคารAIIB กาลังเริ่มดาเนินการ และ โครงการแรกของกองทุน Silk road ก็ได้เริ่มดาเนินการแล้วด้วย กองทุนนี้มีเม็ดเงินมากถึงสี่หมื่น ล้านดอลลาร์ สามารถเป็นหลักประกันด้านเงินทุนให้กับโครงการต่างๆได้ รูปแบบความร่วมมือและ กลไกความร่วมมือใหม่ๆกาลังเริ่มแสดงบทบาท ปัจจุบันจีนได้ร่วมมือกับประเทศต่างๆ 17ประเทศ และการลงทุนของบริษัทจีนที่ได้ไปลงทุนในประเทศต่างๆรายทาง One Belt One Road นั้นมีมูลค่า มากกว่า14,000 ล้านดอลลาร์ ประเทศไทยขณะนี้กาลังมีนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน ฝ่ายจีนเราก็ยินดีที่จะ ส่งเสริมให้บริษัทจีนมาเข้าร่วมในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนของไทยและต่างประเทศ ทุกท่าน คงทราบว่า ตั้งแต่จีนดาเนินการนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นต้นมา จีนก็เน้นใช้เงินทุนจาก ต่างประเทศ ทุกๆปี จีนมีเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนมากกว่าหนึ่งแสนล้านดอลลาร์ แต่ ในปัจจุบัน จีนเป็นฝ่ายไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ขณะนี้จีนมีจานวนเงินไปลงทุนต่างประเทศ มากกว่าทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในจีนแล้ว นอกจากนี้การที่จีนไปลงทุนในต่างประเทศก็ได้ ช่วยสร้างงานมากขึ้นให้คนในต่างประเทศด้วย ประการที่ห้า ความร่วมมือในด้านการค้าการลงทุนกาลังขยายตัวออกไป หลังจากจีน ได้เสนอ One Belt One Road นั้น ตั้งแต่ดาเนินการมา การค้าการลงทุนต่อปีในภูมิภาครายทาง One Belt One Road ก็เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งเท่าตัวของตัวเลขเฉลี่ยของโลกในปี 2015 ประเทศตาม เส้นทางOne Belt One Road นั้นกาลังจะมียอดการค้าทะลุแพดานหนึ่งล้านล้านเหรียญดอลลาร์ ซึ่ง จะช่วยส่งเสริมให้การค้าการลงทุนระหว่างประเทศต่างๆนั้นราบลื่นมากยิ่งขึ้น และเราก็ได้มีโอกาส ร่วมกันปรึกษาหารือร่วมกันเกี่ยวกับการสร้างเขตการค้าเสรี ส่งเสริมการเป็นประชาคมในด้าน การค้าการลงทุน ประการที่หกคือ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลจีนเราได้ให้ ทุนการศึกษาแก่นักเรียนต่างชาติมาศึกษาที่ประเทศจีนปีละ10,000ทุน สาหรับจีนกับไทยนั้นมีความ ร่วมมือในด้านการศึกษากันอยู่มาก รัฐบาลจีนมีความพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนให้นักศึกษาไทยไป ศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศจีน เรามีทุนการศึกษาให้ เช่นต่อไปนี้ ถ้านักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต หรือ โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 4
  5. 5. 5 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นๆมีความสนใจที่จะไปศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศจีน ก็สามารถที่จะไปขอ ทุนไปเรียนที่ประเทศจีนที่สถานเอกอัครราชทูตจีนได้ เรามีฝ่ายการศึกษาที่จะช่วยดูแลเรื่องนี้ นอกจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าประเทศไทยมีข้าราชการ ตารวจ หรือเจ้าหน้าที่ในวงการ ต่างๆที่จะสนใจจะไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน เราก็มีทุนการศึกษาให้ นอกจากไปเรียนหนังสือแล้ว เรา ยังมีโครงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและทางวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆมากมายหลายประการ ประเทศไทยมีตาแหน่งที่ตั้งที่สาคัญ เป็นศูนย์กลางของคาบสมุทรอินโดจีน อยู่ในจุดเชื่อมโยง ของตลาดอาเซียนที่มีประชากรมากกว่า600ล้านคน จีนกับไทยเราเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เป็นหุ้นส่วนเชิง ยุทธศาสตร์ต่อกัน เรายังเป็นเพื่อนและเป็นพี่น้องที่ดี ในขณะเดียวกันจีนกับไทยก็เป็นประเทศกาลัง พัฒนาที่อยู่ในภูมิภาคนี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเวลานี้จีนจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของ โลกแล้ว แต่ว่าเราก็ยังเป็นประเทศที่กาลังพัฒนาอยู่ เรายังไม่ใช่ประเทศที่เจริญแล้ว ซึ่งก็เหมือนกับ ประเทศไทยที่กาลังเผชิญหน้ากับปัญหาและภารกิจต่างๆในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ ปรับปรุงชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เรามีเป้าหมายพัฒนาที่คล้ายคลึงกัน เมื่อสักครู่ก็ได้เล่าให้ทุกท่าน ทราบว่า นโยบาย One Belt One Road คืออะไรไปแล้ว ต่อไปนี้ก็จะขออนุญาตเล่าให้ฟังว่าจะมี วิธีการอย่างไรเพื่อจะให้ยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศเชื่อมต่อกัน สร้างประโยชน์ให้ ประชาชนทั้งสองประเทศให้มากขึ้น ผมมีข้อคิดเห็นดังต่อไปนี้ อันดับแรกคือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สาคัญหลักของทั้งสองประเทศต้องเชื่อมต่อกัน ขณะนี้ ประเทศจีนเรากาลังพยายามผลักดันแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปีฉบับที่ 13 และใช้นโยบาย One Belt One Road เป็นแนวทางหลัก ส่วนประเทศไทยก็กาลังเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5 ปีฉบับที่ 12 ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และก็มีนโยบายต่างๆในการ พัฒนาเศรษฐกิจ เช่นประเทศไทย4.0 (Digital Thailand) ซึ่งก็เป็นยุทธศาสตร์ที่สาคัญมาก ทั้งสอง ฝ่ายต้องทาให้ทั้งยุทธศาสตร์และนโยบายเชื่อมต่อกัน แสวงหาจุดร่วมและส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างกันเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆในการพัฒนา และสร้างพื้นฐานทางนโยบายความร่วมมือที่เป็น รูปธรรมของทั้งสองประเทศ ประการที่สองก็คือ การส่งเสริมความร่วมมือในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โครงการรถไฟ ระหว่างจีนกับไทยนั้นเป็นจุดสาคัญของความร่วมมือในด้านนี้ของทั้งสองประเทศ จะเป็นประโยชน์ทา ให้ยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกันได้ พร้อมกันนี้ก็จะสร้างประโยชน์ให้กับการ พัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทย และจะสามารถส่งเสริมบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ไทยในการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาคนี้ ซึ่งเมื่อสักครู่ก็ได้อธิบายให้ทุกท่านทราบว่า ประเทศไทยนั้นมีตาแหน่งที่ตั้งที่ดีมาก เพราะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ดังนั้นต่อไปประเทศไทย โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 5
  6. 6. ในฐานะที่เป็นHubของภูมิภาคและที่เป็นHubด้านการคมนาคมนั้นก็จะยังมีศักยภาพมาก ถ้าประเทศไทย มีโครงสร้างพื้นฐานที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ก็จะมีบทบาทสาคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต ดังนั้นจีนจึงยินดีที่จะ ร่วมมือร่วมใจในการผลักดันให้โครงการรถไฟสามารถที่จะเริ่มก่อสร้างกันได้โดยเร็ว ในขณะเดียวกัน จีน ก็พร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือ หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่นท่าเรือ ทางด่วน การบิน ชลประทาน ไฟฟ้าและโทรคมนาคมเพื่อที่จะยกระดับความเชื่อมโยงในระบบคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจีน เรามีคุณภาพที่ดีและสามารถที่จะ สร้างได้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ผมได้อ่านเอกสารฉบับหนึ่งของธนาคารโลก ซึ่งได้ประเมิลและให้ คะแนนโครงการต่างๆที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของจีนด้วย คุณภาพโครงสร้างพื้นฐานของจีนนั้นมี คุณภาพที่ดีเท่ากับโครงสร้างพื้นฐานของยุโรป นอกจากโครงสร้างพื้นฐานของจีนจะมีคุณภาพที่ดี และ ทาอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังมีความคุ้มค่าสูงด้วย ประการที่สามก็คือการส่งเสริมความร่วมมือในด้านกาลังการผลิตในอุตสาหกรรม ผมคิดว่าความ ร่วมมือระหว่างจีนไทยนั้นมีศักยภาพมาก ตอนนี้เราก็ทราบว่านโยบายสาคัญของประเทศไทยจะมี อุตสาหกรรมเป้าหมาย๑๐ประการ และการสร้างอุตสาหกรรม Cluster อุตสาหกรรมใหม่ๆทั้งหมดนี้ รวมถึงอุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคม วิศวกรรมการบิน อวกาศ ยานยนต์ เป็นต้น คิดว่าทั้งสองฝ่าย น่าจะกระชับความร่วมมือในด้านนี้ อีกเรื่องหนึ่งก็ความร่วมมือในการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อสินค้า เกษตรมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น ที่สาคัญคือตลาดของสินค้าเกษตรประเทศจีนมีความเปิดกว้าง ในการนี้ ผมก็ ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า จีนก็ได้ทาสัญญาว่าซื้อข้าวจากประเทศไทยสองล้านตัน ตอนนี้เราก็ได้ชื้อ หนึ่งล้านดันแล้ว ทุกท่านสามารถไปค้นคว้าข้อมูลได้ว่าในโลกนี้คงไม่มีประเทศไหน สามารถที่จะรับซื้อ สินค้าการเกษตร อย่างเช่นข้าวสารของไทยครั้งเดียวจานวนหนึ่งล้านตัน คงไม่มีประเทศใดทาได้ยกเว้น ประเทศจีน ประการที่สี่ก็คือ การสร้างเศรษฐกิจที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ขณะนี้ประเทศจีนเรากาลังพยายามใช้ นวัตกรรมใหม่ๆพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับอุตสาหกรรมใหม่และเศรษฐกิจ ใหม่ สร้างจุดขยายตัวใหม่ของเศรษฐกิจ ทุกท่านคงทราบว่า ในประเทศจีนเรามีอุตสาหกรรมเก่าแก่ แต่ ในสภาพการณ์ของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันนี้ อุตสาหกรรมที่ทามาหลายสิบปีแล้วก็มีข้อจากัด ที่จีนเรา กระตุ้นการพัฒนาของเศรษฐกิจ เราไม่ได้อาศัยการลงทุนเพียงอย่างเดียว ครึ่งปีแรกของปีนี้GDPเรามี อัตราการเติบโต 6.7% แต่ว่าการขยายตัว6.7% นี้ ไม่ใช่ได้มาจากการลงทุนเพียงอย่างเดียว เราได้เน้น ใช้นวัตกรรม ใช้การขยายเมืองให้มากยิ่งขึ้นรวมทั้งใช้วิธีกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เราใช้วิธี ใหม่ๆทั้งหมดนี้เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งคิดว่าประไทยก็คงเหมือนกัน เราต้องแสวงหาพลังใหม่ๆ โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 6
  7. 7. 7 โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนหุ่นยนต์ขยายตัวเป็น 42% ตอนนี้ประเทศไทยก็กาลังที่จะให้มีการนวัตกรรมให้เกิดเศรษฐกิจ ใหม่ๆ โดยเฉพาะส่งเสริมให้มีการวิจัยทางเทคโนโลยีมากขึ้น ผมคิดว่าต่อไปนี้ทั้งสองฝ่ายต้อง กระชับความร่วมมือในการพัฒนาE- Commerce Bio Logical Economic และเศรษฐกิจเชิงนิเวศน์ พลังงานทดแทนให้มากขึ้น ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสไปดูงานที่นิคมอุตสาหกรรมHi-Tech ของจีน และชมผลงานวิจัย ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆของจีน ผลงานวิจัยของเทคโนโลยีใหม่ของจีนนั้นน่าประทับใจมาก เพราะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนกาลังเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของจีนนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาหรือประเทศต่างๆในยุโรปแล้ว อาจจะยังห่างกันอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจาวันก็ได้ขยายตัวเติบโตอย่างเร็ว ผมคิด ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนนี้จะสามารถนามาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยได้ เช่นตอนนี้ประเทศจีนเรามีเทคโนโลยีใหม่คือการ Face Scan สแกนใบหน้าของคน ในขณะที่ เราซื้อของเราจะไม่ใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสด เราจะใช้การสแกนใบหน้าของคนเพื่อการชาระแทน เทคโนโลยีนี้มีความปลอดภัยสูงเพราะใบหน้าของทุกคนไม่เหมือนกัน เวลาสแกนใบหน้า ก็จะ สามารถเพิ่มความปลอดภัยในการทาธุรกรรมทางการเงินได้มากขึ้น ในจีนเราได้เริ่มประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีใหม่นี้แล้ว นอกจากนี้ผมยังได้ไปดูงานเทคโนโลยีใหม่อีกแบบหนึ่ง ก็คือ Artificial Intelli- gence หรือปัญญาประดิษฐ์ เช่นเวลาคนคนหนึ่งพูด และก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์แปลสดออกมา เป็นอีกภาษาหนึ่ง เทคโนโลยีนี้เรียกว่า Voice Recognition คือเป็นวิทยาศาสตร์จาแนกเสียง จีน ยินดีที่จะร่วมมือกับไทยในการพัฒนาด้านความร่วมมือ ในการพัฒนาความร่วมมือกับไทยเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเราก็ยินดีต้อนรับให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยของไทยไปศึกษา ดูงานที่จีนเพื่อที่กระชับความร่วมมือระหว่างกัน ประการที่ห้าคือการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา มีชาวจีน ที่มาเที่ยวที่เมืองไทย 8 ล้านคน และปีนี้นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -15 กันยายน เรามีนักท่องเที่ยว ชาวจีนจานวนสูงถึงราว 7 ล้านคน ตัวเลขจริงคือ 6,970,000 คน นักท่องเที่ยวจีนเป็นอันดับที่หนึ่ง ซึ่งเป็น1/3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และไม่ว่า ประเทศจีนหรือประเทศไทยต่างก็อยากให้จานวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และอยากให้มีการบริการ ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเราก็อยากจะให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมีค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้นที่จะ กระตุ้นเศรษฐกิจ เท่าที่ทราบตอนนี้ประเทศไทยก็กาลังกากับดูแลแก้ไขปัญหาของทัวร์ศูนย์เหรียญ และปัญหาต่างๆที่เกิดในการท่องเที่ยว ซึ่งจีนก็สนับสนุนรัฐบาลไทยในการจัดการแก้ไขปัญหาการ ท่องเที่ยว ให้ตลาดการท่องเที่ยวถูกต้องและมีความชอบด้วยกฎหมายเพื่อจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ ดีให้กับนักท่องเที่ยว 7
  8. 8. สรุปแล้วคือนโยบาย One Belt One Road กาลังดาเนินการเป็นไปได้ดี ในกระบวนการนี้ย่อม มีอุปสรรคและการท้าทายต่างๆ แต่อนาคตของนโยบายนี้สดใสกว้างไกลมาก ขณะนี้มีหลายๆประเทศ สนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ไทยก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับประเทศจีนในการผลักดัน นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ดังนั้นจีนก็พร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับไทย เคารพซึ่งกันและกัน เพื่อที่แสวงหาความร่วมมือมากยิ่งขึ้น เพื่อจะสร้างความผาสุกและผลประโยชน์ให้ประชาชนทั้งสอง ประเทศ และอยากให้ผลสาเร็จของนโยบาย One Belt One Road นั้นเป็นของประเทศต่างๆทั่วโลก ขอบคุณทุกท่านครับ โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 8
  9. 9. ที่อยู่ติดต่อ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 52/347 พหลโยธิน 87 ตาบลหลักหก อาเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000 โทรศัพท์ 02-997-2200 ต่อ 1283 โทรสาร 02-997-2200 ต่อ 1216 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4/2 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064 9 โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต อ้างอิงภาพหน้าปก ที่มา http://www.huffingtonpost.com/fu-ying/china-silk-road- eurasia_b_7899236.html

×