Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

OBOR Monitor I มกราคม 2560

397 views

Published on

OBOR Monitor เดือนมกราคม 2560 ปีที่ 2 ฉบับที่ 1
สถาบันคลังปัญญาฯ

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

OBOR Monitor I มกราคม 2560

  1. 1. BELT & ROAD MONITOR เส้นทางสายไหมใหม่ ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มกราคม 2560 Belt & Road กาลังเกิดขึ้นจริงในเอเชียกลาง OBOR โอกาสหรือขวากหนาม ของอินเดีย ?
  2. 2. บทบรรณาธิการ สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน นับตั้งแต่เราเริ่มต้นจัดทาวารสารนี้มาจนเข้าสู่เล่มที่ 6 ก็นับว่าเราได้ นาเสนอถึงแนวคิดและแผนยุทธศาสตร์ Belt & Road มามากพอสมควร ในฉบับนี้เราจึงอยากจะนาเสนอถึง ความก้าวหน้าของโครงการนี้ที่ได้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมารถไฟ ขนส่งสินค้าของจีนได้เดินทางจากเมือง Yiwu ไปถึงกรุง London เป็นที่เรียบร้อย แสดงถึงความพร้อมของ โครงสร้างพื้นฐานที่จะร้อยเส้นทางที่เชื่อมจากจีนไปยังยุโรป สาหรับบทความที่สองจะกล่าวถึงความวิตกกังวลที่อินเดียมีต่อแผน Belt & Road เนื่องจากเกรงว่า แผนนี้จะทาให้อิทธิพลของอินเดียนั้นถูกท้าทายโดยจีน อย่างไรก็ตาม Belt & Road จะส่งผลเสียต่ออินเดียจริง หรือไม่ ? แล้วอินเดียจะรับมืออย่างไร ? ติดตามได้จากบทความ OBOR โอกาสหรือขวากหนามของ อินเดีย ? ค่ะ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ
  3. 3. Belt & Road กาลังเกิดขึ้นจริงในเอเชียกลาง กล่าวได้ว่าการสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยง ในบริเวณเอเชียกลางนั้นเป็นหัวใจของโครงการ Belt & Road (โดยเฉพาะ Belt เพราะคือเส้นทาง สายไหมทางบก) ตั้งแต่ก่อนที่ Belt & Road จะมี การประกาศอย่างเป็นทางการ จีนก็ได้เข้าไปให้ เงินทุน ก่อสร้างถนน สะพาน เจาะอุโมงค์ สร้าง เครือข่ายคมนาคมขนส่งจานวนมากในเอเชีย กลาง จนเรียกได้ว่า “เขียนแผนที่ทางพลังงาน” ใหม่ในภูมิภาคนั้น ซึ่งที่จริงก็คือการเขียนแผนที่ ทางเศรษฐกิจการเมืองใหม่ให้แก่เอเชียกลางด้วย เพราะการส่งออกพลังงานเป็นฐานสาคัญของ ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ตัวอย่างเช่น การที่จีน ไปสร้างท่อส่งแก๊ซจากประเทศเติร์กเมนิสถานเข้า สู่จีน ทาให้เติร์กเมนิสถาน “หลุดพ้น” จากการ ต้องพึ่งพิงรัสเซียได้ทีเดียว แต่มิได้มีแต่จีนประเทศเดียวที่เข้าไปลงทุน สร้างโครงข่ายการเชื่อมโยงในเอเชียกลาง ฝ่าย “โลกตะวันตก” เองก็เข้าไปเช่นกัน เช่น ธนาคาร ADB ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาแห่งยุโรป และธนาคารโลก เข้าไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในภูมิภาคนี้มานานแล้ว ตุรกี สหรัฐ และสหภาพ ยุโรปเองก็ถือเอาการพัฒนาความเชื่อมโยงทาง กายภาพในเอเชียกลางเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย การต่างประเทศของตนเช่นกัน ส่วนรัฐบาลของ ประเทศเอเชียกลางเองก็มิได้ดูดายปล่อยคนนอก เข้ามาพัฒนาบ้านของตัวอยู่ฝ่ายเดียว รัฐบาล คาซัคเองก็มีแผนการลงทุนจานวน 9 พันล้าน เหรียญในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แล้วเจ้า “โครงข่ายการเชื่อมโยง” “โครงสร้างกายภาพพื้นฐาน” สิ่งเหล่านี้คืออะไร กันแน่ และความคืบหน้าจริงๆ ที่เป็นรูปธรรม ของ One Belt One Road คืออะไร ไปถึงไหนบ้าง เชื่อว่านี่คงเป็นคาถามของผู้ติดตามเรื่อง OBOR หลายท่าน Belt & Road Monitor ฉบับนี้จึงจะพา ที่มาภาพ Eurasia Review https://i2.wp.com/www.eurasiareview.com/wp-content/uploads/2016/04/Fig1Kai.jpg
  4. 4. ท่านไปสารวจความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของ โครงการต่างๆ ที่ประกอบกันเป็น Belt & Road ใน บริเวณต่างๆ ของเอเชียกลาง ทางรถไฟสาย Khorgos-Aktau พฤษภาคม 2015 ประธานาธิบดีนาร์ซาบา เยฟแห่งคาซัคสถานประกาศแผนก่อสร้างทางรถไฟ ร่วมกับจีน จากเมือง Khorgos ตรงชายแดนติดกับ จีนมายังเมืองท่า Aktau ที่ทะเลแคสเปียน คือข้าม จากฝั่งตะวันออกมายังฝั่งตะวันตกของเอเชียกลาง ท่อส่งก๊าซจากเอเชียกลางถึงจีน จีนเข้าไปสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติยาว 3,666 กม. มูลค่าเจ็ดพันสามร้อยล้านเหรียญสหรัฐ จาก ชายแดนระหว่างเติร์กเมนิสถานกับอุซเบกิสถาน ผ่าน อุซเบกิสถานและคาซัคสถานมาเข้าที่เมืองชายแดน Jingbian ของจีน ที่อยู่ติดกับคาซัคสถาน โครงการท่อ ส่งก๊าซนี้มีมาก่อนที่จีนจะประกาศแนวคิดเรื่องเส้นทาง สายไหมใหม่ (OBOR) ในปี 2013 แต่ก็ถือเป็นแกน หลักของการเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ด้านพลังงาน ระหว่างจีนกับเติร์กเมนิสถานทีเดียว ทางรถไฟสายจีน-คีร์กีซสถาน-อุซเบกิสถาน นายกรัฐมนตรีคีร์กีซสถาน Temir Sariev กล่าว ว่าการก่อสร้างทางรถไฟสาย จีน-คีร์กีซสถาน-อุซ เบกิสถาน ในส่วนของประเทศคีร์กีซสถาน ที่ได้ล่าช้า มานั้น จะได้เริ่มขึ้นในปี 2016 ที่ผ่านมา ขณะที่ใน เดือนกันยายน ปี 2015 คาซัคสถานประกาศว่าทาง รถไฟสายดังกล่าวในส่วนของตนสร้างเสร็จแล้ว 104 กม. จากระยะทาง 129 กม. ที่จะผ่านคาซัคสถาน ด่าน Khorgos สิงหาคม 2015 เป็นเวลาเริ่มเปิดใช้ด่าน Khor- gos ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Khorgos เมืองชายแดนสาคัญ ระหว่างจีนกับคาซัคสถาน “ประตูแห่ง Khorgos” จะ เป็นศูนย์รวมการขนถ่ายตู้สินค้าแห่งสาคัญบน เส้นทางสายไหมใหม่ ในการนี้ รัฐบาลมณฑลเจียงซู ของจีนตกลงที่จะลงทุนกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 5 ปี เพื่อพัฒนาเขตโลจิสติกส์และ อุตสาหกรรมบนพื้นที่รอบด่าน Khorgos
  5. 5. รถไฟจากจีนสู่เตหะราน ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าจากจีนขบวนแรก เดินทางถึงยังกรุงเตหะรานของอิหร่านเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2016 เส้นทางรถไฟสายนี้นอกจาก จะช่วยกระตุ้นและอานวยความสะดวกให้แก่การค้า ระหว่างจีนกับอิหร่านแล้ว ยังเป็นแรงกระตุ้น (ประกอบกับการที่อิหร่านบรรลุข้อตกลง ประวัติศาสตร์กับมหาอานาจตะวันตกเรื่องการ พัฒนาเทคโนโลยีด้านนิวเคลียร์ในปี 2015) ให้ ฝรั่งเศสและเยอรมันเข้ามาทาข้อตกลงกับอิหร่านใน การพัฒนาการรถไฟอิหร่านให้ทันสมัย ไฮเวย์จีน-ปากีสถาน จีนกาลังลงทุนสี่หมื่นหกพันล้านเหรียญเพื่อ สร้าง “ระเบียงเศรษฐกิจ” ระหว่างตนกับปากีสถาน โครงการนี้คือแกนกลางในความกังวลใจของอินเดีย ว่าโครงการ OBOR จะส่งผลอย่างไรกับตน ระเบียง เศรษฐกิจนี้ ทาให้ OBOR พาดผ่านแคชเมียร์ ซึ่งเป็น พื้นที่พิพาทระหว่างปากีสถานกับอินเดีย นัก ยุทธศาสตร์ของอินเดียจึงถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ระหว่างพวกที่คิดว่า OBOR เป็นภัยคุกคามทาง ความมั่นคงกับพวกที่มองว่าเป็นโอกาสทาง เศรษฐกิจ จากตัวอย่างโครงการย่อยๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นส่วน หนึ่งของการสร้างเส้นทางสายไหมขึ้นมาใหม่ที่ กาลังเกิดขึ้นในที่ต่างๆ นี้ จะเห็นว่าปัจจุบัน OBOR มิได้อยู่ในระยะการปราศรัย ทานโยบายแล้ว แต่อยู่ ในขั้นปฏิบัติ หรือ เรียกว่าเป็น OBOR in action พื้นที่ที่ส่วนต่างๆ ของ OBOR กาลังค่อยๆ ประกอบร่างอยู่ในขณะนี้มากที่สุดก็คือบนดินแดน กว้างใหญ่ไพศาลแห่งเอเชียกลาง ซึ่งจีน รวมถึง ประเทศและองค์กรอื่นๆ ที่ได้กล่าวถึง ได้เข้าไป ลงทุนมหาศาลในหลายโครงการสร้างการเชื่อมโยง ทางกายภาพในภูมิภาค เพื่อรองรับการขนส่งสินค้า และการเดินทางของผู้คน เรียกได้ว่า ขณะนี้เส้นทาง สายไหมกาลังค่อยๆ กลับมาปรากฏขึ้นจริงอีกครั้ง ในเอเชียกลาง! อนึ่ง ผู้สนใจโปรดเข้าไปดูแผนที่แสดงบริเวณที่ โครงการย่อยๆ ของ OBOR กาลังเกิดขึ้นในที่ต่างๆ ของเอเชียกลาง และข้อมูลโครงการย่อยอื่นๆ เพิ่มเติม ในเว็บไซต์ของ Financial Times ตามลิ้งค์ที่ อ้างด้านล่าง อ้างอิง Jack Farchy, James Kynge, Chris Campbell and Da- vid Blood. One belt, one road: A ribbon of road, rail and energy projects to help increase trade. Financial Times (special report). ออนไลน์ https:// ig.ft.com/sites/special-reports/one-belt-one-road/
  6. 6. นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา โครงการ “One Belt, One Road” ยังคงเป็นแผนพัฒนาที่ ยิ่งใหญ่และมีมูลค่ามากที่สุดของจีน บุคลากรทุก ภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนของจีนต่างทุ่มเท ความพยายามที่จะผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรมที่ช่วยให้การค้าและการลงทุน ระหว่างประเทศที่อยู่ตลอดเส้นทางเป็นไปด้วย ความสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงในระยะหลังมานั้นจีนได้ เปิดโอกาสให้ประเทศที่อยู่นอกเส้นทางสามารถเข้า มามีส่วนร่วมในการเสนอแนะและลงทุนใน โครงการนี้ด้วย มีการประมาณการว่าหาก โครงการนี้สาเร็จดังที่วางเป้ าหมายไว้ OBOR จะ เข้าไปเกี่ยวข้องกับ 60 ประเทศ ที่มีประชากรราว 2 ใน 3 ของโลก และยังมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ เกินครึ่งของเศรษฐกิจโลกด้วย OBOR โอกาสหรือขวากหนามของอินเดีย ? ที่มาภาพ RUSSIAN INTERNATIONAL AFFAIRS COUNCIL http://russiancouncil.ru/en/inner/?id_4=4213#top-content
  7. 7. แม้ว่าโครงการนี้จะมีจีนเป็นผู้ริเริ่มเพียง ชาติเดียวด้วยความต้องการผลประโยชน์ในด้าน เศรษฐกิจ แต่ผลประโยชน์แห่งชาติเหล่านี้จะ สามารถเกิดผลได้จริงก็ด้วยการพัฒนาเอเชีย กลางให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งนี่เป็นแก่นของการ พัฒนาภายใต้โครงการ OBOR เป็นความ สัมพันธุ์เชิงบวกที่ทุกชาติล้วนได้รับประโยชน์ ด้วยกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกชาติที่จะ เห็นว่าจีนจะยื่นเฉพาะมือที่เป็นมิตร อย่างน้อย ที่สุดยังมีอินเดียที่มองว่านี่คือการพยายามแผ่ ขยายอิทธิพลของจีนทั้งทางบกและทางทะเลที่จะ กระทบกับอินเดียในระยะยาว โดยเฉพาะ ความสัมพันธ์ที่จีนมีต่อปากีสถานซึ่งพัฒนา อย่างก้าวกระโดด เนื่องจากจีนมีความต้องการ ที่จะเชื่อมเส้นทาง OBOR ออกไปยังมหาสมุทร อินเดีย โดยเริ่มจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของจีนไปจนถึงเมืองท่ากวาดาร์ที่อยู่ทางตอนใต้ ของปากีสถาน แน่นอนว่าความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้น ด้วยการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และเงินช่วยเหลือมูลค่ามหาศาลที่มอบให้ ปากีสถานเป็นการตอบแทน (ภาพประกอบ : เส้นทาง The Interna- tional North–South Transport Corridor (NSTC) ซึ่งเป็นเส้นทางที่เอื้อต่อการขนส่งสินค้าระหว่าง ประเทศ) หาก OBOR เป็นประโยชน์ต่อคู่แข่ง อันดับหนึ่งของอินเดีย แล้วอินเดียจะได้ประโยชน์ ในการเข้าร่วมโครงการนี้ได้อย่างไร ? หากมอง แต่เพียงปากีสถาน OBOR ก็จะเป็นสิ่งที่สร้าง ความกังวลให้อินเดีย แต่หากมองทั้งภูมิภาค เอเชียกลางที่จะเจริญก้าวหน้าแล้ว นี่เป็นโอกาส ทองที่จะทาให้อินเดียสามารถขยายอิทธิพลของ ตนไปยังภูมิภาคนี้ได้ อีกทั้งสามารถที่จะพัฒนา เศรษฐกิจของตนในฐานะจุดเชื่อมต่อระหว่างชาติ เศรษฐกิจขนาดใหญ่ต่าง ๆ ที่อินเดียได้ริเริ่มมา โดยตลอดก่อนหน้าโครงการ OBOR เสียอีก เช่น โครงการ NSTC ที่เป็นการสร้างถนนเชื่อมต่อ ระหว่างเมืองท่าคาบาฮาร ของอิหร่านเพื่อเป็น แหล่งกระจายสินค้าระหว่างอินเดีย อิหร่าน เอเชียกลาง และรัสเซีย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ เส้นทาง OBOR อยู่แล้ว เท่ากับว่าอินเดียได้ ประโยชน์จากโครงการมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่ม การลงทุนเองมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าใน ปัจจุบันจีนได้เปิดโอกาสให้ประเทศอื่น ๆ เข้ามี ส่วนร่วมในการกาหนดทิศทางโครงการ OBOR มิได้จากัดเฉพาะความคิดของรัฐบาลจีนเท่านั้น หากอินเดียต้องการให้โครงการนี้เป็นประโยชน์ กับตัวเองมากที่สุดและมีผลกระทบน้อยที่สุด อินเดียสมควรที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการนี้มากกว่าที่จะโดดเดี่ยวตัวเองออกมา อ้างอิง Saadat Hassan Bilal. India Has Nothing to Fear From China's 'Belt and Road'. The Dip- lomat. ออนไลน์. http:// thediplomat.com/2017/01/india-has-nothing -to-fear-from-chinas-belt-and-road/
  8. 8. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ประธานสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: คุณยุวดี คาดการณ์ไกล เรียบเรียง: คุณยุวดี คาดการณ์ไกล นายอุสมาน วาจิ นายปาณัท ทองพ่วง ภาพปก: https://www.thesun.co.uk/news/2646208/first-china-to-uk-train-arrives-in-london- socks/ ปี ที่เผยแพร่: มกราคม 2560 ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-938-8826

×