Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

OBOR Monitor I ธันวาคม 2559

178 views

Published on

OBOR Monitor เดือนธันวาคม 2559 ปีที่ 1 ฉบับที่ 5
สถาบันคลังปัญญาฯ

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

OBOR Monitor I ธันวาคม 2559

  1. 1. BELT & ROAD INITIATIVE เส้นทางสายไหมใหม่ ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 ธันวาคม 2559 บทบาทของจีน ในการเงินอิสลาม รายงานสรุป ความก้าวหน้าบน เส้นทาง Belt & Road กาลานุกรมของความ ริเริ่ม Belt & Road
  2. 2. บทบรรณาธิการ สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในวารสาร One Belt One Road ฉบับนี้เรามีเนื้อหาที่น่าสนใจเช่นเดิม โดยเฉพาะผู้อ่านที่สนใจติดตามโครงการ One Belt One Road มาอย่างต่อเนื่อง เพราะบทความแรกในฉบับนี้ คือ “รายงานสรุปความก้าวหน้าบนเส้นทาง Belt and Road” ที่จะทาให้ผู้อ่านเห็นภาพพัฒนาการของ โครงการนับจนปัจจุบันว่ามีความคืบหน้าไปมากเพียงใดแล้ว และมีชาติใดที่เข้าร่วมในการพัฒนาโครงการนี้ บ้าง แต่สาหรับผู้อ่านที่พึ่งเริ่มติดตามก็ขอแนะนาบทความที่สองเป็นพิเศษค่ะ นั่นคือ “กาลานุกรมของ ความริเริ่ม One Belt One Road ของจีน” เพราะจะเป็นการแนะนาโครงการนี้ในช่วงริเริ่มโดยละเอียด ทาให้ ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมความเป็นมาและความเป็นไปของโครงการนี้อย่างครอบคลุม สาหรับบทความสุดท้ายคือ “บทบาทของจีนในการเงินอิสลาม” ก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ หลายท่าน ทราบดีว่าตอนนี้จีนทั้งในภาครัฐและเอกชนเริ่มนาความมั่งคั่งที่มีไปใช้ในการลงทุนยังต่างประเทศในหลายๆ ด้าน และด้านการเงินอิสลามก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่จีนเข้าไปมีบทบาทเช่นกัน โดยมีฐานการลงทุนหลักอยู่ที่มหา นครดูไบ แนะนาว่าผู้อ่านห้ามพลาดบทความนี้เด็ดขาดนะคะ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ
  3. 3. รายงานสรุปความก้าวหน้า บนเส้นทาง Belt and Road เมื่อไม่นานมานี้จีนได้จัดทารายงานเรื่อง Belt and Road อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจาก ดาเนินการยุทธศาสตร์นี้มาได้สามปี และมีการ จัดสัมมนานาเสนอรายงานที่มณฑลซีอานเมื่อ 26 กันยายน 2016 รายงานนี้จัดทาโดยทีม งานวิจัยของสถาบันวิจัย Chongyang Institute for Finance Studies ของมหาวิทยาลัยเหยินหมิน ใน ที่นี้จะขอกล่าวสรุปเฉพาะประเด็นความก้าวหน้าที่ เกิดขึ้นบนเส้นทาง Belt and Road ความก้าวหน้าบนเส้นทาง Belt and Road ที่ โดดเด่น ตามเป้ าหมายหลัก 5 ประการ 1.การประสานระดับนโยบายเพื่อเป็ น การแสดงบทบาทที่สาคัญในการสนับสนุน ความคิดริเริ่ม Belt and Road (Belt and Road Initiative : BRI) ตลอดช่วงสามปีที่ผ่านมา จีนได้ สร้างกลไกประสานนโยบายในระดับต่างๆกับ ประเทศที่ตั้งบนเส้นทาง Belt and Road เมื่อปลาย เดือนมิถุนายน 2016 จีนได้มีออกคาแถลงและ ข้อเสนอโครงการร่วมกับ 56 ประเทศและองค์กร ระดับภูมิภาคเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีเพื่อ ดาเนินการตามความคิดริเริ่ม Belt and Road และ ลงนามข้อตกลงและ MOU ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ตามลาดับ ในช่วงระหว่างเดือนกันยายน 2013 - สิงหาคม 2016 พบว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้ เยือน 37 ประเทศ (เอเซีย 18 ประเทศ ยุโรป 9 ประเทศ อัฟริกา 3 ประเทศ ลาตินอเมริกา 4 ประเทศ และโอเชียเนีย 3 ประเทศ) ล้วนเป็น ประเทศที่ซึ่งได้เดินทางไปส่งเสริมอย่างเป็น ทางการเกี่ยวกับแนวคิดการสร้าง Belt and Road เพื่อริเริ่มความร่วมมือ 2. การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สาคัญของ ความคิดริเริ่ม Belt and Road ในระหว่างที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงกาลัง ผลักดันความคิดนี้ วิสาหกิจขนาดใหญ่ ที่มาภาพ Chinese Social Sciences Today (http://www.csstoday.com/)
  4. 4. เช่น China Railway Group Limited และ Communi- cations Construction Company Limited ได้ลงนามใน สัญญาก่อสร้างโครงการสาธิตขนาดใหญ่ 38 โครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการ คมนาคม ครอบคลุม 26 ประเทศ และเน้นใน เส้นทางหลักที่สาคัญ มีความร่วมมือด้านท่าเรือและการปรับปรุง โครงสร้างพื้นฐานในประเทศกาลังพัฒนา วิสาหกิจ ของจีนยังเข้าร่วมโครงการก่อสร้างด้านพลังงาน 40 โครงการ รวมทั้งโรงงานผลิตไฟฟ้ า ระบบส่ง กระแสไฟฟ้ าและท่อก๊าซและน้ามัน ซึ่งครอบคลุม 19 ประเทศตามเส้นทาง Belt and Road ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการการสื่อสารโทรคมนาคมของจีนเช่น China Unicom , China Telecom และ China Mobile กาลังเร่งโครงการส่งคลื่นข้ามแดนในประเทศที่ตั้ง ตามเส้นทาง Belt and Road เพื่อขยายโครงสร้าง พื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างประเทศด้วย 3. การค้าขายที่ไม่มีข้อจากัด เป็ นอีกส่วน ที่สาคัญมากในการสร้าง Belt and Road ในช่วงสามปี ที่ผ่านมา จีนกับประเทศต่างๆบนเส้นทาง Belt and R o a d ได้ทางานร่วมกันเพื่อเอื้อประโยชน์ในด้าน การค้าและกิจกรรมการลงทุน ในช่วงสามปีนี้จีนได้ บันทึกข้อมูลการค้าสินค้าโภคภัณฑ์คิดเป็นมูลค่า 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐบนเส้นทาง Belt and Road ซึ่งคิดเป็น 26%ของปริมาณการค้าทั้งหมด และ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2516 ยังพบว่าจีนได้ลงทุน ทั้งหมด 51.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศ เหล่านี้ คิดเป็น 12% ของการลงทุนโดยตรงใน ต่างประเทศของจีนในช่วงเวลาเดียวกัน และได้เริ่ม เปิดดาเนินการ 52 เขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการค้าใน 18 ประเทศตามเส้นทาง Belt and Road พร้อมด้วยการลงทุนทั้งหมด 15.6 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ 4. การบูรณาการทางการเงิน เป็ นการ หนุนเสริมสาหรับดาเนินการตามความริเริ่ม Belt and Road ให้ประสบผลสาเร็จ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2016 ธนาคารเพื่อการพัฒนาของจีน(China Devel- opment Bank) ได้จัดตั้งระบบรวมโครงการ Belt and Road ที่เกี่ยวข้องกันพบว่า มีมากกว่า 900 โครงการ จากมากกว่า 60 ประเทศ ทั้งด้านการคมนาคม ขนส่ง พลังงาน ทรัพยากรและด้านอื่นๆ ธนาคาร ส่งออกและนาเข้าของจีน (Export-Import Bank of China) ยังมียอดคงค้างชาระมากกว่า 1,000 โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาถนน รถไฟ ท่าเรือ ทรัพยากรพลังงาน ท่อก๊าซ การสื่อสาร และ เขตอุตสาหกรรมใน 49 ประเทศตามเส้นทาง Belt and Road ธนาคารส่งออก-นาเข้าของจีนเมื่อเร็วๆนี้ ยังลงนามอีกมากกว่า 500 โครงการ นอกจากนี้ การใช้สกุลเงินหยวนได้ขยายเข้าไปในด้านการลงทุน และการค้าข้ามแดนอีกด้วย ในวันที่ 30 มิถุนายน 2016 แหล่งที่มีการใช้เงินหยวนทาการค้าข้ามแดน ระหว่างจีนกับประเทศและภูมิภาคต่างๆตามเส้นทาง Belt and Road คิดเป็นูลค่ามากกว่า 2.63 ล้านล้าน หยวน 5. การสื่อสารของประชาชนต่อประชาชน เป็นการสนับสนุนภาคประชาชนในการดาเนินการ ตามความคิดริเริ่ม Belt and Road ตั้งแต่มีการ ประกาศความคิดริเริ่มนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนได้ พัฒนาความร่วมมือในด้านการศึกษาและวัฒนธรรม การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพและบริการทาง การแพทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจน การแลกเปลี่ยนระหว่างเยาวชน พรรคการเมือง รัฐบาล และองค์กรหรือปัจเจกที่ไม่ใช่รัฐบาลใน ประเทศและภูมิภาคตามเส้นทาง Belt and Road จากการดาเนินการมหายุทธศาสตร์หรือที่จีน เรียกว่า ความคิดริเริ่ม Belt and Road นี้ เพียง ช่วงเวลาสามปี เริ่มมีความก้าวหน้าให้เห็นในภูมิภาค ต่างๆ ของโลก ไทยเองก็อยู่บนเส้นทาง Belt and Road นี้ ความคืบหน้าในการดาเนินนโยบายความ ร่วมมือด้วยหรือไม่ และได้รับประโยชน์มากน้อย เพียงใด ประชาชนไทยควรได้ติดตาม
  5. 5. อ้างอิง Chongyang Institute for Finance Studies . The first au- thoritative report on "Belt and Road" three-year progress released. ออนไลน์ http:// www.chinadaily.com.cn/opinion/2016-09/26/ content_26901304.htm
  6. 6. กาลานุกรมความริเริ่ม One Belt One Road ของจีน State Council of The People Republic of China ภายหลังจากที่ได้นาเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ฉบับทางการของมหายุทธศาสตร์ One Belt One Road ของจีนไปเมื่อคราวที่แล้ว มาครั้งนี้ขอ เสนอกาลานุกรม (Chronology) ของความริเริ่ม One Belt One Road ของจีน ซึ่งเว็บไซต์ภาษาอังกฤษของ คณะมนตรีแห่งรัฐ (State Council) จีน ได้นามา เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2015 เพื่อย้อนดูว่า การเดินทางของนโยบายที่สาคัญที่สุดของการ ต่างประเทศจีนในสมัยนี้เป็นมาอย่างไร โดยจะขอเลือก มานาเสนอในบางส่วนเพื่อเป็นการแนะนา กันยายน 2013 One Belt One Road เริ่มต้น ออกสู่สาธารณะในเวลานี้ เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึง The Silk Road Economic Belt หรือ OBOR ส่วนทางบก ในการปราศรัย ณ มหาวิทยาลัย Nazarbayev ระหว่างการเยือนประเทศคาซัคสถาน โดย กล่าวว่าจีนกับเอเชียกลางควรร่วมมือกันในการสร้าง OBOR สายบกนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นาจีนกล่าวถึง One Belt One Road การเลือกมากล่าวที่คาซัคสถานนี้ คงจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนให้น้าหนักกับเอเชีย กลางมากที่สุดในโครงการ OBOR โดยสีจิ้นผิงพูดถึง One Belt One Road เป็นครั้งแรกภายหลังรับตาแหน่ง ผู้นาสูงสุดของจีนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 ตุลาคม 2013 ประธานาธิบดีสีกล่าวใน การปราศรัยที่รัฐสภาอินโดนีเซียให้จีนกับอาเซียนสร้าง ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้ น และกล่าวถึงแนวทางในการ สร้างเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 (21st Century Maritime Silk Road) หรือ OBOR ทางทะเล นอกจากนี้ยังเสนอให้ตั้ง Asian Infrastructure Investment Bank (A IIB ) เพื่อเป็นแหล่งทุนในการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนการเชื่อมโยงกันใน ภูมิภาค พร้อมทั้งการรวมตัวทางเศรษฐกิจตาม เส้นทาง OBOR พฤศจิกายน 2013 ที่ประช ุม คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 3 สมัชชา 18 มีมติให้เร่งการเชื่อมโยงด้านโครงสร้าง พื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านของจีนสาหรับเป็นพื้น ฐานรองรับโครงการ OBOR กุมภาพันธ์ 2014 ประธานาธิบดีสีและ ประธานาธิบดีปูตินเห็นพ้องกันในการก่อสร้าง One Belt One Road และการเชื่อม OBOR เข้ากับทางรถไฟสาย Euro-Asia ของรัสเซีย มีนาคม 2014 นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง เร่งรัดการก่อสร้างเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล ในการรายงานผลการดาเนินงานของรัฐบาล และใน รายงานดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการพัฒนาที่สมดุลใน ระเบียงเศรษฐกิจบังกลาเทศ-จีน-อินเดีย-พม่า และ ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถานด้วย พฤษภาคม 2014 เริ่มก่อสร้างเฟสแรกของ สถานีศูนย์กลางการขนส่งที่ท่าเรือเมือง Lianyungang ใน มณฑลเจียงซู ชายฝั่งตะวันออกของจีน โดยเป็นการ
  7. 7. ก่อสร้างร่วมกันของจีนกับคาซัคสถาน สถานีขนส่งนี้ จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าจากเอเชียกลางออกสู่ ทะเล ตุลาคม 2014 21 ประเทศร่วมลงนามใน บันทึกความเข้าใจก่อตั้งธนาคาร AIIB พฤษภาคม 2014 ประ ธา นา ธิบดีสี ประกาศว่าจีนจะสนับสนุนเงินทุน 4 หมื่นล้านเหรียญ สหรัฐ ก่อตั้งกองทุนเส้นทางสายไหม (Silk Road Fund) สาหรับเป็ นแหล่งทุนเพื่อการลงทุนและการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือทางการเงิน และ โครงการอื่นๆ บนเส้นทาง OBOR ธันวาคม 2014 Central Economic Work Conference ระบุให้การขับเคลื่อน One Belt One Road ในทางปฏิบัติเป็นวาระสาคัญของปี 2015 และในเดือน นี้เองประเทศไทยได้อนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจความ ร่วมมือเรื่องรถไฟไทย-จีน มกราคม 2015 จานวนสมาชิกก่อตั้ง ธนาคาร AIIB เพิ่มเป็ น 26 ประเทศ ภายหลัง นิวซีแลนด์ มัลดีฟส์ ซาอุดิอาระเบีย และทาจิกิสถาน เข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งอย่างเป็นทางการ มีนาคม 2015 รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ ออกมาตอบโต้การนา OBOR ไปเปรียบเทียบ กับแผนการมาร์แชลของสหรัฐที่ใช้กับยุโรปในยุค สงครามเย็น โดยกล่าวว่า One Belt One Road “เป็ น ผลของความร่วมมือที่เปิ ดกว้างสาหรับทุกฝ่ าย ไม่ใช่ เครื่ องมือของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ และไม่ สมควรถูกมองด้วยโลกทัศน์ที่ล้าหลังแบบสงคราม เย็น” และกล่าวว่าการทูตจีนในปี 2015 จะให้น้าหนัก กับการสร้างความก้าวหน้าแก่ One Belt One Road เป็นสาคัญ และเมื่อถึงสิ้นเดือน คณะกรรมาธิการการ พัฒนาและปฏิรูปประเทศ (National Development and Reform Commission) กระทรวงการต่างประเทศ และ กระทรวงพาณิชย์จีนได้ร่วมกันเผยแพร่แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ฉบับเต็มของ One Belt One Road ออกสู่ สาธารณชน ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ตามคาสั่ง ของคณะมนตรีแห่งรัฐ ถึงแม้ว่ากาลานุกรมฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแค่เดือน มีนาคม 2015 แต่อย่างน้อยก็เป็นหมุดหมายอย่างเป็น ทางการที่เผยแพร่โดยทางการจีน ที่ควรใช้เป็นพื้นฐาน ในการตามดูความคืบหน้าของ One Belt One Road รวมทั้งยังทาให้เห็นตัวละครและองค์กรต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องของจีนในกระบวนการกาหนดและผลักดัน นโยบายนี้ด้วย เป็ นประโยชน์ต่อการศึกษากลไกการ ปกครองและการบริหารประเทศจีนไปในตัว อ้างอิง State Council of The People Republic of China. Chro- nology of China’s Belt and Road Initiative. ออนไลน์ h t t p : / / e n g l i s h . g o v . c n / n e w s / t o p _ n e w s / 2 0 1 5 / 0 4 / 2 0 / content_281475092566326.htm
  8. 8. บทบาทของจีนในการเงินอิสลาม Arabian Business เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 หรือที่เรา รู้จักกันในชื่อ OBOR (One Belt, One Road) นั้นถูก กล่าวถึงอย่างมากในปี ค.ศ. 2016 ในฐานะแผนการ พัฒนาเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแผนหนึ่งของโลก ซึ่งจีน เป็นผู้ผลักดันแผนนี้นับแต่ปี ค.ศ. 2013 เป็นต้นมาเพื่อ หวังจะเชื่อมภาคตะวันตกของตนเข้าสู่เส้นทางการค้า สายใหม่เพื่อยกระดับเศรษฐกิจให้ใกล้เคียงกับภาค ตะวันออกที่เจริญมาพอสมควรแล้ว แต่ใช่เพียงจีนที่จะ ได้ประโยชน์จากเส้นทางนี้ ประเทศอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ โดยรอบเส้นทางก็สามารถได้รับประโยชน์ด้วยกัน ทั้งสิ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะเด่นของแต่ละชาติว่า สามารถนามาปรับใช้ในการแสวงหาผลประโยชน์จาก เส้นทาง OBOR ได้มากน้อยเพียงใด สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศหนึ่งที่มี จุดเด่นซึ่งน่าสนใจ นั่นคือการมีมหานครดูไบที่เป็น ศูนย์กลางสาคัญด้านการเงินของภูมิภาคตะวันออก กลางและแอฟริกาเหนือ และเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ ดูไบพยายามยกระดับตัวเองให้กลายเป็นศูนย์กลาง ของโลกในด้านการเงินอิสลาม ซึ่งในปัจจุบันการให้ สินเชื่อแบบ“ซูกูก”ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อรูปแบบหนึ่งตาม ครรลองของการเงินอิสลามนั้นเกิดขึ้นมากที่สุดในดูไบ มากกว่าลอนดอนซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินอิสลามแห่ง ยุโรป และยังมากกว่ามาเลเซียที่เป็นศูนย์กลางการเงิน อิสลามในภูมิภาคอาเซียน การเงินอิสลามนั้นนับวันจะ ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเนื่องจากตอบโจทย์ความ ต้องการของกลุ่มมุสลิมที่ต้องการรูปแบบการเงินที่ สอดคล้องกับหลักการศาสนา ในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมาธนาคารเพื่อ การเกษตรแห่งประเทศจีน ธนาคารแห่งประเทศจีน และธนาคารเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่ง ประเทศจีน ได้เข้ามาลงทุนในตลาด Nasdaq ของดูไบ เป็นมูลค่ามหาศาล สะท้อนถึงความต้องการของจีนที่ จะเข้ามีส่วนแบ่งในตลาดการเงินของโลกมุสลิมซึ่งมีทั้ง รูปแบบการเงินสากลและรูปแบบการเงินอิสลาม คาด กันว่าหากจีนไม่เปิดช่องทางการเงินอิสลามในธนาคาร ของตนแล้ว ก็ยากที่จีนจะสามารถขยายส่วนแบ่งตลาด ได้ เนื่องจากธนาคารในโลกมุสลิมนั้นมีการเงินทั้งสอง รูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของ ลูกค้า ฉะนั้นเป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้ ธนาคารทั้ง ภาครัฐและภาคเอกชนของจีนจะเข้ามาเกี่ยวข้องใน
  9. 9. การเงินอิสลามมากขึ้น จากนั้นดูไบซึ่งเป็นฐานด้าน การเงินของภูมิภาคตะวันออกกลางที่จีนเข้ามาลงทุน ด้วยจะกลายเป็นศูนย์กลางทั้งด้านการเงินรูปแบบปกติ และการเงินรูปแบบอิสลาม ไม่เพียงผลประโยชน์ด้านธุรกิจ รัฐบาลจีนยัง มองว่าการเงินอิสลามเป็นก้าวสาคัญที่ช่วยให้การเชื่อม สัมพันธ์กับประเทศในตะวันออกกลางและประเทศใน กลุ่มอาเซียนที่มีมุสลิมเป็นชนกลุ่มใหญ่ราบรื่นมากขึ้น ในปัจจุบัน ประเทศจีนได้เริ่มศึกษาวิธีการที่จะสร้าง ระบบการเงินอิสลามและพัฒนากลุ่มธุรกิจที่มี ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเงินอิสลามภายใต้ธนาคาร เพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย หรือ AIIB ซึ่งเป็นธนาคารที่มีบทบาทสาคัญในการให้ประเทศ กาลังพัฒนากู้ยืมเงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยในปัจจุบันยังอยู่ในขั้นการเจรจาและประสานความ ร่วมมือกับกับธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม หรือ IDB ซึ่งมีซาอุดิอาระเบียเป็นผู้ดูแลหลักว่า AIIB จะมี ความเกี่ยวข้องกับการเงินอิสลามในรูปแบบใดและ อย่างไร เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ภูมิภาคตะวันออกลาง ที่มีมุสลิมส่วนใหญ่ได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม จีน นั้นยังขาดประสบการณ์และความเข้าใจในการเงิน อิสลามที่ดีพอ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าหน้าที่ด้านการเงิน หรือนักการธนาคารที่ล้วนไม่เข้าใจในระบบการเงิน อิสลามเท่าใดนัก เนื่องจากมีรายละเอียดที่แตกต่างจาก ระบบการเงินโลกในปัจจุบันอยู่พอสมควร ทาให้จีนยัง ต้องใช้เวลาในการศึกษาและสร้างรูปแบบการเงิน อิสลามอีกมาก อ้างอิง Debashis Dey. Dubai: The Islamic finance waystation on the New Silk Road. The Diplomat. ออนไลน์ http://www.arabianbusiness.com/dubai-- islamic-finance-waystation-on-new-silk-road- 650210.html ที่มาภาพ The Centre for Chinese Studies (CCS), at Stellenbosch University, http://www.ccs.org.za/
  10. 10. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ประธานสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: ค ุณยุวดี คาดการณ์ไกล เรียบเรียง: ค ุณยุวดี คาดการณ์ไกล นายอุสมาน วาจิ นายปาณัท ทองพ่วง ภาพปก: http://www.vice.com/read/middle-eastern-promise-why-a-future-grand-theft -auto-should-be-set-in-dubai-009 ปี ที่เผยแพร่: ธันวาคม 2559 ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-938-8826

×