Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Huaxi หมู่บ้านที่รวยที่สุดในจีน

160 views

Published on

ปลายฟ้า บุนนาค
ผู้ช่วยนักวิจัย คลังปัญญาฯ

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Huaxi หมู่บ้านที่รวยที่สุดในจีน

  1. 1. วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะตัวแสดงระหว่างประเทศ : นัยต่อโลก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทย สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Huaxi หมู่บ้านที่รวยที่สุดในจีน ปลายฟ้ า บุนนาค ผู้ช่วยนักวิจัยคลังปัญญาฯ
  2. 2. Huaxi หมู่บ้านที่รวยที่สุดในจีน สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.rsu-brain.com บรรณาธิการ: ยุวดี คาดการณ์ไกล ผู้เขียน : นางสาวปลายฟ้า บุนนาค ผู้ช่วยบรรณาธิการ : ปาณัท ทองพ่วง เผยแพร่ : กรกฎาคม 2560 ที่อยู่ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 637/1 ถนนลาดพร้าว เขต จตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-938-8826 โทรสาร 02-938-8864
  3. 3. 1 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มู่บ้านฮัวซี (Huaxi Village) ตั้งอยู่ในอาเภอ Huashi เมืองจางยิน มณฑลเจียงซู อยู่ ห่างจากแม่น้าแยงซีเกียงเพียง 30 กิโลเมตร ปัจจุบันมีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร มี สมาชิกในหมู่บ้านกว่า 3 หมื่นคน มีรถยนต์ 2,000 กว่าคัน และได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่ร่ารวยที่สุด ในประเทศจีน หมู่บ้านแห่งนี้เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 1961 ในตอนเริ่มต้น หมู่บ้านนี้เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ มี พื้นที่ไม่ถึง 1 ตารางกิโลเมตร มีประชากรเพียง 600 กว่าคน ฐานะยากจน ทาเกษตรกรรมเป็น หลัก แต่ด้วยการผลักดันของ อู๋เหยินเป่า อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจาหมู่บ้านฮัว ซีจึงกลายมาเป็นหมู่บ้านที่รวยที่สุดในจีน
  4. 4. 2 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต การพัฒนาของหมู่บ้านฮัวซี เริ่มต้นด้วยการสร้างรายได้จากการพัฒนาอุตสาหกรรม ธุรกิจแรกๆ ที่เริ่มลงทุนคือโรงงานเหล็ก โดยการนาเหล็กชิ้นยาว มาตัดและนาสินค้าลงเรือที่ แม่น้าแยงซีเกียงเพื่อส่งไปขายตามหมู่บ้านอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีโรงงานทอผ้า และทาเกษตรกรรม อีกเล็กน้อย และอู๋เหยินป่า ยังได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา เพื่อควบคุมธุรกิจที่ทาอยู่ เมื่อมีธุรกิจมากขึ้น ก็จาเป็นที่ต้องมีแรงงานและคนทางานมากขึ้นด้วย จึงได้ให้การศึกษาอบรมแก่ประชาชนใน หมู่บ้านให้มีทักษะในงานทางานเพิ่มมากขึ้นด้วย และในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 อู๋เหยินเป่าได้ นาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยมีชาวบ้านทุกคนเป็นผู้ถือหุ้น เมื่อหมู่บ้านฮัวซีเริ่มพัฒนาและสมาชิกในหมู่บ้านเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น คนภายนอกจึงเริ่มให้ ความสนใจ หมู่บ้านฮัวซีจึงได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดูงาน ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนด้านการเงิน มีธุรกิจโลจิสติกส์ และธุรกิจเหมืองแร่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน หมู่บ้านแห่งนี้มีบริษัทใหญ่ทั้งหมด 8 บริษัทที่เป็นเครือข่ายกัน มีโรงงานทั้งหมด 123 แห่ง ซึ่ง โรงงานของฮัวซีไม่ได้มีแค่เพียงในบริเวณหมู่บ้านนี้เท่านั้น แต่ยังไปลงทุนในหลายมณฑล เช่น กวางตุ้ง ยูนนาน นอกจากนี้ยังไปลงทุนที่ต่างประเทศด้วย มีโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะอยู่ที่ประเทศ อิตาลี และได้ซื้อพื้นที่ประมาณ 3 ล้านตารางกิโลเมตรที่ประเทศโมซัมบิกเพื่อทาเหมืองแร่ โดย ธุรกิจที่เป็นรายได้หลักของหมู่บ้านคือ ธุรกิจการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้หมู่บ้านถึง 65 % ของ รายได้ทั้งหมด และกาไรสุทธิของทุกธุรกิจรวมกันราว 3 พันล้านหยวนต่อปี ซึ่งกาไรที่ได้จากการ ทาธุรกิจทั้งหมดจะถูกหักเข้าเป็นเงินกองกลางประมาณ 70% เพื่อนามาพัฒนาหมู่บ้านและลงทุน สร้างรายได้ต่อ ที่เหลือจึงจะนามาเป็นปันผลแจกให้สมาชิกหมู่บ้าน ภาพ : บริเวณที่เป็นหลังคาสีฟ้า คือส่วนหนึ่งของโรงงานในบริเวณหมู่บ้านฮัวซี ที่มา : สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
  5. 5. 3 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต นอกจากมีโรงงานในหมู่บ้านแล้ว ยังมีร้านค้าสาหรับขายสินค้าที่โรงงานของหมู่บ้านผลิต ขึ้น เช่น ร้านเสื้อผ้า ที่นาเสื้อผ้าที่หมู่บ้านผลิตและสร้างเป็นแบรนด์ของที่นั่นเองด้วย ร้านของที่ ระลึก และมีภัตตาคารอาหารจีนสาหรับรับรองคนในหมู่บ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยี่ยม ชมหมู่บ้านด้วย นอกจากนี้ เมื่อปี 2011 หมู่บ้านฮัวซีได้สร้างโรงแรมนานาชาติลองซีขึ้น มีความ สูง 74 ชั้น หรือประมาณ 328 เมตร โดยมีพื้นที่กว้างใหญ่มากพอที่จะให้ชาวบ้านทุกคนเข้าไปพัก อาศัยได้ โรงแรมแห่งนี้สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน และกลายเป็นจุดชมวิวของหมู่บ้าน ภายในโรงแรมมีรูปปั้นวัวทองคาแท้หนัก 1 ตัน แสดงถึงความร่ารวยของคนที่นี่นั่นเอง ภาพ : ร้านเสื้อผ้า Huaxi Cun แบรนด์ของหมู่บ้าน ที่ผลิตจากโรงงานของหมู่บ้านฮัวซีเอง ที่มา : สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ ภาพ : โรงแรมนานาชาติลองซี มีความสูง 74 ชั้น ที่มา : สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
  6. 6. 4 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สิทธิพิเศษของสมาชิกในหมู่บ้าน ในหมู่บ้าน สมาชิกจะได้รับความสะดวกสบายอย่างครบครัน แต่ละครอบครัวจะได้รับบ้าน เดี่ยวหลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 450 ตารางเมตร (ภายหลังที่รวมเอาหมู่บ้านรอบๆ กว่า 20 หมู่บ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านฮัวซี ประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่ไม่พอสาหรับสร้างบ้าน เดี่ยวจึงสร้างเป็นคอนโดแทน) รถยนต์ (ส่วนใหญ่เป็นรถยุโรป) ใน 1 ครอบครัวจะมีสมาชิกประมาณ 3-5 คน นอกจากนี้ ในหมู่บ้านยังมีคลินิกสาหรับตรวจโรค มีเฮลิคอปเตอร์ และสมาชิกจะได้รับการ ตรวจสุขภาพฟรีที่โรงพยาบาลในเมืองเซี่ยงไฮ้ทุกปี รวมไปถึงได้รับเงินบานาญเมื่อผู้หญิงมีอายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ชายมีอายุ 55 ปีขึ้นไป ด้วยสวัสดิการและเงินปันผลจากหุ้นที่ได้รับ ทาให้มีคนจานวน มากอยากเข้ามาเป็นสมาชิกในหมู่บ้านนี้ แต่ต้องผิดหวัง เพราะหากมีผู้ที่ต้องการเข้ามาเป็นสมาชิก ในหมู่บ้าน วิธีเดียวที่ทาได้เพียงการแต่งงานกับคนในหมู่บ้านเท่านั้น แต่จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษอะไร เหมือนกับสมาชิกดั้งเดิมของหมู่บ้าน แค่ได้มาอาศัยเท่านั้น ซึ่งบ้านและทรัพย์สินทั้งหมดในหมู่บ้าน สามารถสืบทอดเป็นมรดกสู่รุ่นลูกได้แต่ไม่สามารถนาติดตัวไปได้เมื่อลาออกจากหมู่บ้าน ภาพบน : ตัวอย่างบ้านเดี่ยวและการตกแต่งภายในของ หมู่บ้านฮัวซี ภาพล่าง : รถในหมู่บ้านฮัวซี ที่มา สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ
  7. 7. 5 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต การบริหารจัดการ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจาสาขาหมู่บ้านฮัวซี จะเป็นผู้ที่มีอานาจสูงสุดในการ บริหารจัดการหมู่บ้าน ซึ่งผู้ที่จะดารงตาแหน่งนี้ได้ต้องเป็นสมาชิกในหมู่บ้านแห่งนี้และเป็น สมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วย โดยสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน สาขาหมู่บ้านฮัวซีจะเป็นผู้ เลือกตัวแทน และส่งรายชื่อไปยังพรรคคอมมิวนิสต์จีน สาขาอาเภอ Huashi เพื่อให้เลขาธิการ พรรคคอมมิวนิสต์จีน สาขาอาเภอ Huashi เลือกว่าใครจะได้ดารงตาแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรค คอมมิวนิสต์จีน ประจาสาขาหมู่บ้านฮัวซี ปัจจุบัน ผู้ที่ดารงตาแหน่งเป็นเลขาธิการพรรค คอมมิวนิสต์จีนสาขาหมู่บ้านฮัวซี และผู้ใหญ่บ้านของฮัวซีคือ อู๋ฉีอัน ลูกชายคนที่ 4 ของอู๋เหยิน เป่า ดารงตาแหน่งตั้งแต่ปี 2003 ถึงปัจจุบัน จุดที่ทาให้หมู่บ้านฮัวซีประสบความสาเร็จแตกต่างจากที่อื่น คือ ในปี 1978 เติ้ง เสี่ยว ผิง มีนโยบายให้เปลี่ยนจากระบบนารวมหมู่บ้าน ไปให้กรรมสิทธิ์ใช้ที่ดินแก่แต่ละครัวครอบ แต่ หมู่บ้านแห่งนี้ ยังคงถือกลุ่มกรรมสิทธิ์ที่ดิน ไม่ได้แบ่งให้ชาวบ้าน จุดนี้อาจเป็นจุดแข็ง ที่ทาให้ หมู่บ้านพัฒนามากกว่าหมู่บ้านอื่นๆ แม้ในปัจจุบันจะมีหมู่บ้านอื่นๆ ทั้งในมณฑลเจียงซู และ มณฑลอื่นๆ ของจีน นาเอารูปแบบการบริหารของฮัวซีไปใช้ แต่ก็ไม่มีหมู่บ้านใดเข้มแข็งหรือรวย เท่าหมู่บ้านแห่งนี้ ภาพ : อู๋เหยินเป่า (คนที่สองจากซ้าย) อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สาขาหมู่บ้านฮัวซี ผู้ผลักดันให้เกิดหมู่บ้านฮัวซี ที่มา : https://www.home.co.th/hometips/detail/85637
  8. 8. 6 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผลตอบแทนต่อสมาชิกหมู่บ้าน สมาชิกในหมู่บ้าน แต่ละคนจะมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 9 หมื่นหยวนต่อคนต่อปี เมื่อถึงสิ้น ปีทุกคนจะได้รับปันผลจากหุ้นของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนจะได้ปันผลไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับตาแหน่ง งานของแต่ละคนด้วย แต่จะมีสมาชิกกลุ่ม 2 พันกว่าคน ที่เป็นลูกหลานของสมาชิกรุ่นบุกเบิกของ หมู่บ้านจะได้โบนัสพิเศษนอกเหนือจากปันผลสิ้นปีอีก 5% โดยแบ่งเป็นคูปองสาหรับจับจ่ายใช้ สอยในหมู่บ้านและเงินสด ซึ่งกลุ่ม 2 พันกว่าคนนี้ มีมูลค่าหุ้นรวมกันในหมู่บ้านประมาณ 2 แสน กว่าล้านหยวน ปัจจุบันประชากรของฮัวซี มีกว่า 3 หมื่นคน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่ม 2 พันกว่าคนที่ เป็นลูกหลานของสมาชิกหมู่บ้านรุ่นบุกเบิก กับอีกประมาณเกือบ 3 หมื่นคน คือสมาชิกใหม่ที่เข้า มาเพิ่มจากการไปรวมเอา 20 หมู่บ้านใกล้เคียงเข้ามาเป็นสมาชิกและมาทางานที่หมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งสมาชิกทุกคนต้องทางานเพื่อแลกกับสวัสดิการและความสะดวกสบายที่ได้รับ และหมู่บ้านก็มี กฎที่เคร่งครัด หากใครฝ่าฝืนจะต้องออกไปจากหมู่บ้านทันที โดยไม่มีทรัพย์สินใดๆ ติดตัวไปเลย เช่น ห้ามเล่นการพนันและห้ามยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดทุกชนิด ห้ามพูดหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อใดๆ เกี่ยวกับเรื่องของหมู่บ้านนี้ และต้องทางาน 6 วันต่อสัปดาห์ หากมีคนต้องการจะออกจากหมู่บ้าน แห่งนี้ ก็จะไม่สามารถเอาทรัพย์สินใดๆ ติดตัวออกไปได้เลย

×